00:00:01 → 00:00:05รู้จักโรคกลัวความรักหรือแค่อยาก
00:00:05 → 00:00:09โสดอกหักผิดหวังจะทำให้เป็นโรคลัวความรัก
00:00:09 → 00:00:11หรือ
00:00:11 → 00:00:14ไม่ข้อสังเกตที่จะทำให้คุณรู้ว่าเป็นโรค
00:00:14 → 00:00:17ลัวความรักติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน
00:00:17 → 00:00:18TNN
00:00:18 → 00:00:20[เพลง]
00:00:20 → 00:00:24Health สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ
00:00:24 → 00:00:27tean and Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:00:27 → 00:00:30เสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปกับที่ He
00:00:30 → 00:00:33ค่ะและดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงชัดดาวจัง
00:00:33 → 00:00:36วังกรแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
00:00:36 → 00:00:39พร้อมที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
00:00:39 → 00:00:42พาคุณผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:42 → 00:00:48[เพลง]
00:00:48 → 00:00:53
00:00:53 → 00:00:53[เพลง]
00:00:53 → 00:00:56ค่ะในช่วงเดือนนี้นะคะเป็นเดือนแห่งความ
00:00:56 → 00:01:00รักค่ะในขณะที่หลายคนอยากมีความรักแต่ก็
00:01:00 → 00:01:03มีอีกหลายคนนะคะที่หวงความโสดทำให้น่า
00:01:03 → 00:01:07สงสัยนะคะว่าจริงๆแล้วเราหวงความโสดหรือ
00:01:07 → 00:01:10ว่ากลัวความรักกันแน่แต่ก่อนที่จะไปรู้นะ
00:01:10 → 00:01:14คะว่าเราห้วงความโสดหรือว่ากลัวความรัก
00:01:14 → 00:01:18นั้นไปดูสถิติคนโสดของคนไทยดีกว่าค่ะข้อ
00:01:18 → 00:01:21มูลจากกรมอนามัยจากสถิติที่ได้เห็นกันว่า
00:01:21 → 00:01:24คนไทยทั่วประเทศต่างอยากครองโสดและโสดแบบ
00:01:24 → 00:01:27ไม่ได้ตั้งใจเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการใช้
00:01:27 → 00:01:30ชีวิตในสังคมยุคใหม่ที่รวดเร็วสภาพแวด
00:01:30 → 00:01:33ล้อมที่เปลี่ยนไปรวมถึงโรคระบาดที่ปรับ
00:01:33 → 00:01:35เปลี่ยนพฤติกรรมคนไปอย่างชัดเจนซึ่งทำให้
00:01:36 → 00:01:39มีคนที่ตั้งใจโสดพุ่งสูงขึ้นรวมทั้งจาก
00:01:39 → 00:01:42สถิติยังพบว่าเจอคนโสดแบบไม่ได้ตั้งใจ
00:01:42 → 00:01:43กว่าร้อยละ
00:01:43 → 00:01:4763.3 คนที่อยากมีคู่แต่ยังไม่มีนี่เป็น
00:01:47 → 00:01:50อีกเหตุผลและคำตอบสำคัญเพราะไม่ใช่ทุกคน
00:01:50 → 00:01:53จะได้เจอคนที่ใช่ได้ง่ายๆส่วนบางคนอยู่ใน
00:01:53 → 00:01:55ช่วงกำลังเรียนรู้หรือยังไม่ถึงอายุที่
00:01:56 → 00:02:00วางแผนมีลูกและมีครอบครัวได้แล้วโรคโรค
00:02:00 → 00:02:03กลัวความรักคืออะไรโรคกลัวความรักหรือ
00:02:03 → 00:02:07ฟิโลโฟเบียมาจากคำในภาษากรีกว่าิอซึ่ง
00:02:07 → 00:02:10หมายถึงความรักและโฟเบียซึ่งหมายถึงความ
00:02:10 → 00:02:14กลัวจะเป็นโรคกลัวแบบเฉพาะโรคกลัวความรัก
00:02:14 → 00:02:17จะเป็นโรคกลัวชนิดหนึ่งค่ะผู้ป่วยจะรู้
00:02:17 → 00:02:19สึกกลัวการมีความรักหรือความสัมพันธ์ที่
00:02:19 → 00:02:23ลึกซึ้งกับผู้อื่นจนไม่กล้าเริ่มต้นหรือ
00:02:23 → 00:02:26อาจรุนแรงถึงขั้นส่งผลต่อการใช้ชีวิตซึ่ง
00:02:26 → 00:02:29ความกลัวที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้บางคนมี
00:02:29 → 00:02:33อาการทางร่างกายเช่นตื่นกลัวมีเหงื่อออก
00:02:33 → 00:02:37หัวใจเต้นเร็วหายใจลำบากคลื่นไส้เป็นต้น
00:02:37 → 00:02:39หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจส่ง
00:02:39 → 00:02:42ผลต่อสุขภาพจิตและเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยแยก
00:02:42 → 00:02:46ตัวออกจากสังคมได้โรคกลัวความรักบางครั้ง
00:02:46 → 00:02:49อาการอาจจะคล้ายคลึงกับคนที่มีปัญหากับ
00:02:49 → 00:02:52การเข้าสังคมเป็นอาการที่แม้แต่จิตแพทย์
00:02:52 → 00:02:55ก็วินิจฉัยได้ยากเพราะไม่อยู่ในคู่มือการ
00:02:55 → 00:02:58วินิจฉัยและสถิติของความผิดปกติทางจิตแต่
00:02:58 → 00:03:02การพบจิตแพทย์ก็อาจจะมีแนวทางดีๆที่
00:03:02 → 00:03:05สามารถแนะนำให้ได้ถ้าอาการของโรคกลัวส่ง
00:03:05 → 00:03:08ผลกระทบในแง่ลบต่อชีวิตประจำวันทั้งนี้
00:03:08 → 00:03:12โรคมักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายแล้ว
00:03:12 → 00:03:16สาเหตุของโรคกลัวความรักคืออะไรสาเหตุของ
00:03:16 → 00:03:18โรคกลัวความรักมีได้หลากหลายค่ะและมีความ
00:03:18 → 00:03:21คลุมเครือไม่ต่างจากความกลัวสิ่งต่างๆใน
00:03:21 → 00:03:24โรคของความกลัวแบบเฉพาะมีตั้งแต่
00:03:24 → 00:03:26พันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนในการ
00:03:26 → 00:03:29เพิ่มความเสี่ยงการทำงานที่ผิดปกติของ
00:03:29 → 00:03:32สมองรวมไปถึงเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือน
00:03:32 → 00:03:34จิตใจซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องความรัก
00:03:35 → 00:03:37เท่านั้นยังมีเหตุการณ์กับคนในครอบครัว
00:03:37 → 00:03:41ความเชื่อศาสนาวัฒนธรรมประเพณีหรือเหตุ
00:03:41 → 00:03:44การณ์ฝังใจในวัยเด็กที่แต่ละคนก็พบเจอมา
00:03:44 → 00:03:47ต่างกันค่ะซึ่งบางคนสามารถเดินหน้าใช้
00:03:47 → 00:03:50ชีวิตอย่างปกติได้ในขณะที่บางคนยังคงมีผล
00:03:50 → 00:03:53กระทบจากความเจ็บปวดที่ยังคงอยู่ในจิตใต้
00:03:53 → 00:03:56สำนึกและอีกแง่มุมที่อาจคาดไม่ถึงว่าจะ
00:03:56 → 00:04:00เป็นเหตุแห่งโรคกลัวความรักได้นั่นคือการ
00:04:00 → 00:04:03ขาดความมั่นใจในตัวเองหรือ low Self
00:04:03 → 00:04:05esteem ซึ่งมีส่วนทำให้ประเมินคุณค่าใน
00:04:06 → 00:04:09ตัวเองต่ำมีค่าไม่พอหรือดีไม่พอที่จะมี
00:04:09 → 00:04:12ความรักจึงมักปิดกั้นตัวเองด้วยความกลัว
00:04:12 → 00:04:15ว่าจะถูกปฏิเสธจากคนอื่นประสบการณ์ในอดีต
00:04:15 → 00:04:18ความสัมพันธ์ในอดีตที่ล้มเหลวมีส่วนกระทบ
00:04:18 → 00:04:21กระเทือนจิตใจมากๆพัฒนาเป็นความกลัวที่จะ
00:04:21 → 00:04:25ตกหลุมรักเจอกับความไม่ซื่อสัตย์การทรยศ
00:04:25 → 00:04:28หรือความเสียใจทำให้รู้สึกอยากหนีความ
00:04:28 → 00:04:30สัมพันธ์ที่โรแมนติกหรือความสัมพันธ์
00:04:30 → 00:04:33ประเภทอื่นๆที่เป็นปัจจัยให้เกิดโรคกลัว
00:04:33 → 00:04:36ความรักเช่นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และ
00:04:36 → 00:04:39เพื่อนที่ใกล้ชิดตอนเด็กๆอาจจะเจอกับการ
00:04:39 → 00:04:42ที่เห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยๆหรือเคย
00:04:42 → 00:04:45เจอเพื่อนที่ต่อหน้าทำเป็นดีแต่ลับหลัง
00:04:45 → 00:04:50เอาไปนินทาหรือการโดนคนรักนอกใจโกหกหลอก
00:04:50 → 00:04:53ลวงแล้วต้องทนอยู่ในความสัมพันธ์แย่ๆ
00:04:53 → 00:04:57ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมนะคะในบางวัฒนธรรม
00:04:57 → 00:04:59ที่กดดันให้ต้องมีคู่หรือแต่งงานงานตั้ง
00:05:00 → 00:05:02แต่อายุน้อยๆเพื่อครอบครัวเพื่อการสืบพัน
00:05:02 → 00:05:05การที่โดนบังคับทั้งๆที่ยังไม่อยากจะเจอ
00:05:05 → 00:05:08กับประสบการณ์แบบนี้อาจจะทำให้เกิดความ
00:05:08 → 00:05:11หวาดกลัวได้หรือแม้แต่การบังคับไม่ให้คบ
00:05:11 → 00:05:14เพื่อนต่างเพศหรือห้ามมีความสัมพันธ์ที่
00:05:14 → 00:05:17โรแมนติกก็พัฒนาให้เกิดโรคนี้ได้กลัวการ
00:05:17 → 00:05:21ปฏิเสธและกลัวที่จะผูกมัดทางใจจากงาน
00:05:21 → 00:05:24วิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าการโดนปฏิเสธมี
00:05:24 → 00:05:27ความคล้ายคลึงกับความเจ็บปวดทางร่างกายคน
00:05:27 → 00:05:30ส่วนใหญ่อาจจะใช้ชีวิตต่อในง่ายแต่สำหรับ
00:05:30 → 00:05:33คนที่เจอกับความเจ็บปวดทางใจโดยการโดน
00:05:33 → 00:05:36ปฏิเสธบ่อยๆก็อาจจะหลอนจนกลายเป็นปมที่
00:05:36 → 00:05:40อยู่ในใจการผูกมัดอย่างการแต่งงานก็ไม่
00:05:40 → 00:05:42ได้หมายความว่าจะรับประกันเกี่ยวกับความ
00:05:42 → 00:05:45ยั่งยืนของความรักได้เสมอไปนะคะความวิตก
00:05:45 → 00:05:48กังวลในแง่ลบแบบนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง
00:05:48 → 00:05:52ทั้งนี้ภาวะแทรกซ้อนของโรคกลูความรักอาจ
00:05:52 → 00:05:55ส่งผลต่อชีวิตประจำวันดังนี้ผู้ป่วยที่มี
00:05:55 → 00:05:58อาการกลัวอย่างมากจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต
00:05:58 → 00:06:01ประจำวันควรไปพกแพทย์เพื่อรับการตรวจ
00:06:01 → 00:06:03รักษาเพราะหากปล่อยไว้อาจเสี่ยงทำให้ผู้
00:06:03 → 00:06:06ป่วยมีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคมมีภาวะ
00:06:06 → 00:06:10ซึมเศร้าหรือภาวะวิตกกังวลได้บางรายก็อาจ
00:06:10 → 00:06:13เครียดจนหันไปพึ่งพาแอลกอฮอล์และยาเสพติด
00:06:13 → 00:06:16หรืออาจถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตายเพื่อจบ
00:06:16 → 00:06:20ปัญหาและในช่วงนี้ค่ะเราจะมาพูดคุยกับ
00:06:20 → 00:06:22จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจารย์แพทย์หญิง
00:06:22 → 00:06:26เพ็ญชายาอติวรรณพัฒน์จิตแพทย์ศูนย์สุขภาพ
00:06:26 → 00:06:28ใจโรงพยาบาล
00:06:28 → 00:06:31วิมุตติสวัสดีค่ะ
00:06:31 → 00:06:38[เพลง]
00:06:38 → 00:06:42อาจารย์จะวินิจฉัยได้อย่างไรคะว่าเราเป็น
00:06:42 → 00:06:45โรคกลัวความรักก็คือต้องเข้าใจก่อนว่า
00:06:45 → 00:06:48โฟเบียหรือว่าโรคกลัวค่ะมันเป็นได้ทุก
00:06:48 → 00:06:51อย่างเลยแต่ว่าถามว่าเอ๊ะแล้วคนเรากลัว
00:06:51 → 00:06:54ไม่ได้หรอคือกลัวเนี่ยเป็นความรู้สึกปกติ
00:06:54 → 00:06:56กลัวถ้าพูดง่ายๆคือกลัวในระดับที่เรียก
00:06:56 → 00:06:59ว่าเฟียคือความกลัวเป็นความรู้สึกปกติแต่
00:06:59 → 00:07:02ว่ากลัวเมื่อไหร่มันถึงจะกลัวจนเป็นโรค
00:07:02 → 00:07:05กลัวหรือว่าโฟเบียคือมันเป็นความกลัวที่
00:07:05 → 00:07:08มันเยอะกว่าปกติแล้วก็บางหลายๆครั้งเจ้า
00:07:08 → 00:07:10ตัวเองก็รู้ว่าความกลัวเนี้มันไม่สมเหตุ
00:07:10 → 00:07:13สมผลความกลัวนั้นมันก็จะกลายเป็นโรคกลัว
00:07:13 → 00:07:16แล้วมันเป็นเรื้อรังอย่างเช่นโดยทั่วไป
00:07:16 → 00:07:19ถ้านามคำนิยามของโรคกลัวคืออาจจะเป็นหลาย
00:07:19 → 00:07:21เดือนเป็นเกินครึ่งปีอย่างเงี้ยค่ะเป็น
00:07:21 → 00:07:23เกือบในทุกๆบริบทที่เกี่ยวข้องกับสิ่ง
00:07:23 → 00:07:26นั้นๆที่กลัวอย่างเช่นโลคกลัวที่หลายๆคน
00:07:26 → 00:07:29พบบ่อยจริงๆก็คือกลัวความสูงกลัวลืกแล้ว
00:07:29 → 00:07:31อีกโรคกลัวที่เราจะคุยกันวันนี้คงเป็น
00:07:31 → 00:07:34เรื่องของโรคกลัวความรักโรคกลัวความรัก
00:07:34 → 00:07:37จริงๆก็คือเขาจะใช้คำว่าเป็นโรคกลัวที่
00:07:37 → 00:07:40เฉพาะเจาะจงไม่ได้ต่างอะไรกับกลัวความสูง
00:07:41 → 00:07:43กลัวเลือดเพียงแต่ตอนเนี้ยสิ่งที่เฉพาะ
00:07:43 → 00:07:46เจาะจงมาคือความรักมันจะอาจจะเป็นกลัว
00:07:46 → 00:07:49ความรักกลัวการตกหลุมรักหรือบางคนคือกลัว
00:07:49 → 00:07:52การผูกมัด commitment หรือว่าเรียกว่ากาฟ
00:07:52 → 00:07:55เบียอ่ะอะไรอย่างเงี้ยค่ะคือกลัวการที่จะ
00:07:55 → 00:08:00มีปฏิสัมพันธ์อ่าในเชิงโรแมนติกในเชิงที่
00:08:00 → 00:08:04มีความลึกซึ้งสนิทสนมใกล้ชิดอาจารย์คะ
00:08:04 → 00:08:07แล้วโรคกลัวความรักกับคนเจ้าชู้ไม่อยาก
00:08:07 → 00:08:11ผูกมัดต่างกันอย่างไรคะคือคิดว่าอ่าคนที่
00:08:11 → 00:08:13กลัวความรักอ่ะค่ะก็คืออย่างที่เราคุยกัน
00:08:13 → 00:08:17ไปแล้วว่าเขาก็อาจจะมีเรื่องราวในวัยเด็ก
00:08:17 → 00:08:20ที่รู้สึกว่ามันสมันเป็นความที่ความ
00:08:20 → 00:08:23สัมพันธ์ไม่ว่าจะเขาเจอเองหรือว่าเผชิญ
00:08:23 → 00:08:25เห็นจากคนใกล้ตัวความสัมพันธ์มันเป็นสิ่ง
00:08:25 → 00:08:29ที่รู้สึกไม่มั่นคงไม่ปลอดภัยน่ากลัวอะไร
00:08:29 → 00:08:32เงี้ค่ะแต่ว่าคนเจ้าชู้รักสนุกไม่ผูกพัน
00:08:32 → 00:08:34อันเนี้ยอันอันนี้มันมันเป็นคำที่กว้างนะ
00:08:34 → 00:08:37คะต้องบอกก่อนว่าหลายคนน่ะมันก็มีทั้งคน
00:08:37 → 00:08:40ที่เจ้าชู้จริงๆอย่างเช่นว่าเป็นเป็น
00:08:40 → 00:08:43บุคลิกเป็นนิสัยเคกับบางคนจริงๆแล้วค่ะ
00:08:43 → 00:08:46คือเขาก็กลัวการผุมัดอย่างที่เมื่อกี้บอก
00:08:46 → 00:08:49ว่ามีโรคกลัวการผุมัดด้วยจะเรียกว่ากาโม
00:08:49 → 00:08:52เบียเนาะกาโมกามี่คือผุมัดอะไรเงี้ยค่ะ
00:08:52 → 00:08:54ซึ่งหลายๆครั้งถ้าสมมุติว่าเขาเป็นคนที่
00:08:54 → 00:08:56แบบไม่อยากผูกมถ้าถ้าถ้าไม่ได้เป็นเรื่อง
00:08:56 → 00:08:59ของนิสัยเาอ่ะค่ะบางทีเขาก็อาจจะเคยเคยมี
00:08:59 → 00:09:01ความสัมพันธ์หรือเคยเห็นความสัมพันธ์ที่
00:09:01 → 00:09:04มันผูกมัดแล้วมันเกิดความร้าวฉานเกิดความ
00:09:04 → 00:09:07ผิดหวังเกิดการถูกปฏิเสธในหลายๆคนที่เป็น
00:09:07 → 00:09:10โลคกลุ่มนี้จริงๆก็คือลึกๆแล้วเขากลัวการ
00:09:10 → 00:09:13ปฏิเสธกลัวการไม่ยอมรับบางคนมีในเรื่อง
00:09:13 → 00:09:17ของความรู้สึกว่าไม่มั่นใจในตัวเองหรือ
00:09:17 → 00:09:20ว่าใช้ความว่าความภูมิใจความมั่นใจความ
00:09:20 → 00:09:22ภูมิใจหรือ Self esteem ในตัวเองที่มัน
00:09:22 → 00:09:24ค่อนข้างไปทางต่ำด้วยซ้ำเขาก็เลยรู้สึก
00:09:25 → 00:09:27ว่าอุ๊ยคนอื่นจะมองเโอเคมยอะไรอย่าเงี้ย
00:09:27 → 00:09:31ค่ะลูกกลัวความรักรักษาได้อย่างไรคะถาม
00:09:31 → 00:09:34ว่ารักษาได้ยังไงจริงๆถ้าถ้าทำามตามหลัก
00:09:34 → 00:09:38วิชาการก็คือเหมือนโรคกลัวอื่นๆใดๆที่ก็
00:09:38 → 00:09:41คือเน้นที่ใช้เรื่องของการทำความนึกคิด
00:09:41 → 00:09:44บำบัดและพฤติกรรมบำบัดคือบางทีความกลัว
00:09:44 → 00:09:46เงี้ยค่ะมันเป็นความกลัวที่มันแวบคือ
00:09:46 → 00:09:48อัตโนมัติขึ้นมาเลยคือเห็นแค่เห็นคนเดิน
00:09:48 → 00:09:51มาบางทีเายังไม่ยังไม่รู้เลยจะจีบเราหรือ
00:09:51 → 00:09:53เปล่าเราถอยหนีวิ่งหนีไปเลยหรืออะไรเงี้ย
00:09:54 → 00:09:56ค่ะคือถ้าใช้คำว่าความนึกคิดและพฤติกรรม
00:09:56 → 00:09:59บำบัดหรือที่เรียกว่า cognitive behav
00:09:59 → 00:10:01เปีหรือ cbt อย่างเงี้ยค่ะรวมถึงการที่ทำ
00:10:02 → 00:10:04จิตบำบัดอื่นๆค่อยๆเปลี่ยนค่อยๆเข้าใจ
00:10:04 → 00:10:07ความคิดตรงนั้นหรือแม้แต่อย่างพฤติกรรม
00:10:07 → 00:10:10บำบัดเหมือนอย่างโรคกลัวอื่นพอเราใจสั่น
00:10:10 → 00:10:12พอเรามือสั่นปุ๊บเราตั้งสติหายใจเข้าออก
00:10:12 → 00:10:16ช้าๆลึกๆก่อนที่จะวิ่งหนีไปอะไรเงี้ยค่ะ
00:10:16 → 00:10:19ไอ้ตรงเนี้ยมันก็จะช่วยหรือแม้แต่ว่าจริง
00:10:19 → 00:10:21ๆเขาก็จะเรียกว่าอ่าตัวที่ค่อยๆ
00:10:21 → 00:10:24desensitize คือเรากลัวความรักเราก็อาจ
00:10:24 → 00:10:26จะไม่ได้ต้องเริ่มจากโอ้โหอยู่ๆก็คือไป
00:10:26 → 00:10:30เดท 3 วัน 2 คืนเลยเราอาจจะจะเริ่มแบบอ่ะ
00:10:30 → 00:10:32ไปกินข้าวโดยที่อาจจะมีพ่อสื่อแม่ชักเป็น
00:10:32 → 00:10:35กลุ่มเพื่อนแล้วก็มีคนที่เราเอยากสนใจเรา
00:10:35 → 00:10:38อะไรอย่างเงี้ยค่ะคือค่อยๆเพิ่มระดับไป
00:10:38 → 00:10:41ก่อนเอาที่เราสบายใจหรือแม้แต่จินตนาการ
00:10:41 → 00:10:45ก่อนว่าเอ้ยเนี่ยหลับตามีคนเดินเข้ามาหา
00:10:45 → 00:10:49คุณเคกำลังงี้อ่ะพอมีปฏิยาทางกายปุ๊บเรา
00:10:49 → 00:10:52สงบตัวเองก่อนอะไรเงี้ยค่ะคือทำหลายๆ
00:10:52 → 00:10:56อย่างร่วมกันค่ะโรคกลัวความรักป้องกันได้
00:10:56 → 00:10:59หรือไม่คะป้องกันได้มยคะคะก็คืออย่างที่
00:10:59 → 00:11:02บอกว่าที่มาที่ไปหลักๆเจะเรียกว่าเป็น
00:11:02 → 00:11:04หลักอ่าจิตวิเคราะห์ทฤษฎีจิตวิเคราะห์
00:11:04 → 00:11:07เนาะก็คืออย่างที่พูดว่าส่วนใหญ่หลายๆ
00:11:07 → 00:11:09ครั้งคือมันเผชิญกับเหตุการณ์ที่มันไม่
00:11:09 → 00:11:12น่าพิษสมัยที่มันเจ็บปวดรวดร้าวทั้งกับ
00:11:12 → 00:11:15ตัวเองหรือว่ากับคนใกล้ชิดในครอบครัวใน
00:11:15 → 00:11:18อดีตถ้าเป็นไปได้เวลาสมมุติว่าเราจะเติบ
00:11:18 → 00:11:21โตเราจะมีลูกหรืออะไรก็ตามเราก็อาจจะต้อง
00:11:21 → 00:11:24พยายามที่จะหลีกเรี่ยงการเผชิญกับเหตุ
00:11:24 → 00:11:26การณ์นั้นอย่างเช่นถ้าเราเป็นพ่อแม่ของ
00:11:26 → 00:11:29ลูกมันก็คงไม่งามถ้าพ่อแม่จะทะเลาะกันให้
00:11:29 → 00:11:31ลูกเห็นทุกวันหรือว่าถ้าเป็นตัวเราเองถ้า
00:11:31 → 00:11:33เราเริ่มรู้สึกว่าเอ้ยความสัมพันธ์เยมัน
00:11:33 → 00:11:36ท็อกซิกแล้วมันก็คงไม่ได้ต้องอยู่จนสุด
00:11:36 → 00:11:39ซอยเพื่อพิสูจน์ว่ามันตันแล้วจริงๆเราก็
00:11:39 → 00:11:41ออกมาเพราะถ้ามันเจออย่างนี้บ่อยๆมันก็
00:11:41 → 00:11:44เป็นไปได้ที่หลายๆครั้งสมองเราอาจจะเหมา
00:11:44 → 00:11:47รวมไปว่าฉันโชคร้ายเจอแต่คนไม่ดีเพราะ
00:11:47 → 00:11:49ฉะนั้นปิดประตูตัวเองดีกว่าอะไรเงี้ยค่ะ
00:11:49 → 00:11:53เพราะฉะนั้นมันก็คงต้องอ่าค่อยๆอ่ารู้ตัว
00:11:53 → 00:11:57เร็วขึ้นแล้วก็ไม่พยายามมีความมีตระหนัก
00:11:57 → 00:12:00ว่าเอ้อบางบางอย่างอ่ะค่ะมันก็ป้องกันได้
00:12:00 → 00:12:03แต่หรือบางอย่างมันก็ไม่ได้แปลว่าพอเรา
00:12:03 → 00:12:05เจอแบบนี้มันต้องเป็นทุกครั้งไปอะไรเงี้ย
00:12:05 → 00:12:09ค่ะอยากให้อาจารย์ฝากถึงคุณผู้ชมค่ะว่าจะ
00:12:09 → 00:12:12ทำอย่างไรนะคะที่จะรักตัวเองให้เป็นใน
00:12:12 → 00:12:13เดือนแห่งความรักนี้ค่ะเอ่อเดือน
00:12:13 → 00:12:16กุมภาพันธ์นะคะเป็นเดือนของความรักซึ่ง
00:12:16 → 00:12:18ความรักจริงๆก็เป็นสิ่งที่สวยงามเสมอไม่
00:12:18 → 00:12:21ว่าจะเป็นรูปแบบของความรักเชิงโรแมนติก
00:12:21 → 00:12:24หรือว่าความรักที่เรารักเพื่อนรักพ่อรัก
00:12:24 → 00:12:26แม่รักรักสัตว์เลี้ยงเราหรือแม้แต่ความ
00:12:26 → 00:12:30รักที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือความเมตตานะคะ
00:12:30 → 00:12:32ทีเนี้ยอันเนี้ยจริงๆก็คือถ้าสมมุติว่า
00:12:32 → 00:12:35เราอยากมีความรักที่ดีสำคัญที่สุดเลยเรา
00:12:35 → 00:12:38ต้องรักตัวเองก่อนค่ะถ้าเรายังไม่รักตัว
00:12:38 → 00:12:41เองหรือเรายังรักตัวเองไม่เป็นอย่างเงี้ย
00:12:41 → 00:12:44มันก็คงเป็นไปได้ยากที่เราจะไปหวังให้คน
00:12:44 → 00:12:47อื่นมาเข้าใจเรามารักเราแล้วถ้าเรารักตัว
00:12:47 → 00:12:51เองได้ดีแล้วความรักนั้นหรือว่าความสดใส
00:12:51 → 00:12:53นั้นน่ะค่ะมันก็จะเผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นได้
00:12:53 → 00:12:56เองอือีกอย่างนึงคือเวลาที่เรารักเราก็
00:12:56 → 00:13:00อาจจะรักโดยที่เราเราหวังได้แต่คงไม่ใช่
00:13:00 → 00:13:02การคาดหวังเพราะว่าทุกอย่างถ้ามันคาดหวัง
00:13:02 → 00:13:05มันก็จะผิดหวังแล้วเราก็ต้องเข้าใจต่อไป
00:13:05 → 00:13:08อีกว่าบางทีถ้าเราไม่ได้รับรักตอบหลายๆ
00:13:08 → 00:13:11ครั้งมันไม่ได้มันเป็นเรื่องของคนหลายๆคน
00:13:11 → 00:13:13มันไม่ได้เป็นเรื่องของเราคนเดียวไม่ได้
00:13:13 → 00:13:17อยากจะให้มาเหมารวมมาโทษตัวเราค่ะก็ขอให้
00:13:17 → 00:13:20ทุกคนมีความรักที่ดีเข้ามานะคะขอบพระคุณ
00:13:20 → 00:13:22อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะที่มาให้
00:13:22 → 00:13:25ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคกลัวความ
00:13:25 → 00:13:28รักกันและในช่วงนี้นะคะเราจะมาทำเช็คลิส
00:13:28 → 00:13:31กันนะคะว่าเรามีอาการของโรคกลัวความรัก
00:13:31 → 00:13:35หรือไม่ 10 ข้อสังเกตสำรวจดูว่าคุณมี
00:13:35 → 00:13:39อาการของผู้ป่วยโรคกลัวความรักหรือไม่หาก
00:13:39 → 00:13:42คุณไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความป่วยโรคกลัว
00:13:42 → 00:13:45ความรักหรือไม่เพราะจากชีวิตที่ผ่านมาไม่
00:13:45 → 00:13:47ประสบความสำเร็จในความรักและไม่อยากมี
00:13:47 → 00:13:50ความรักใหม่อีกต่อไปหรือไม่เคยมีความรัก
00:13:50 → 00:13:54เลยแต่ก็ไม่อยากลองมีความรักเพราะกลัวการ
00:13:54 → 00:13:57เริ่มต้นหรือความผิดหวังลองตอบคำถามเหล่า
00:13:57 → 00:14:00นี้ดูว่าคุณเป็นโรคก็กลัวความรักหรือไม่
00:14:00 → 00:14:03ไปเริ่มต้นที่ข้อแรกกันค่ะ 1 มีอาการหวาด
00:14:03 → 00:14:07กลัวหรือโฟเบียกลัวแบบไม่มีเหตุผลกับ
00:14:07 → 00:14:10เรื่องของความรักไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้
00:14:10 → 00:14:13คลื่นไส้อาเจียนหายใจหอบถี่เหงื่อออกมาก
00:14:13 → 00:14:16กระสับกระส่ายชาปลายมือปลายเท้ามีอาการ
00:14:16 → 00:14:19คล้ายจะเป็นลม 2 หากผิดหวังกับความรักคุณ
00:14:20 → 00:14:23ไม่สามารถก้าวต่อไปได้รู้สึกฝังใจกับรัก
00:14:23 → 00:14:27ในอดีตไม่ไว้ใจใครง่ายๆ 3 กังวลเมื่อต้อง
00:14:27 → 00:14:31เริ่มต้นความสัมพันใหม่กับใครสักคน 4
00:14:31 → 00:14:34เมื่อมีคนเข้ามาใหม่ในชีวิตหรือทำท่าอยาก
00:14:34 → 00:14:38จีบคุณจะปฏิเสธและหนีหายไม่ยอมพบหน้าอีก 5
00:14:38 → 00:14:41หนความรู้สึกของตัวเองเก็บความรู้สึกไว้
00:14:41 → 00:14:45ไม่อยากแบ่งปันความรู้สึกนั้นๆกับคนอื่น 6
00:14:45 → 00:14:48เก็บเนื้อเก็บตัวชอบทำอะไรด้วยตัวคนเดียว
00:14:48 → 00:14:51มากกว่า 7 หลีกเลี่ยงสถานที่ที่ต้องเจอ
00:14:51 → 00:14:55คู่รักเยอะๆไม่ชอบเห็นคนเป็นคู่รักจู๋จี๋
00:14:55 → 00:14:58หรือแสดงความรักต่อกัน 8 คิดว่าตัวเอง
00:14:58 → 00:15:02ด้อย่าไม่สมควรได้รับความรักจากผู้อื่น 9
00:15:02 → 00:15:05สนุกกับความสัมพันธ์ทางกายแต่กลัวที่จะ
00:15:05 → 00:15:09ผูกมัดทางใจ 10 กลัวการถูกปฏิเสธกลัวการ
00:15:09 → 00:15:14อกหักเลิกราหรืออย่าร้างลองตอบคำถามด้าน
00:15:14 → 00:15:17บนแล้วนะคะเรามาเช็คคะแนนกันดีกว่าค่ะว่า
00:15:18 → 00:15:21เราเป็นโรคกลัวความรักหรือไม่หากได้คำตอบ
00:15:22 → 00:15:25ว่าใช่ 1-3 ข้อแปลว่าคุณก็ไม่ได้มีความ
00:15:25 → 00:15:28ผิดปกติสักเท่าไหร่ค่ะแต่มีความเป็นไปได้
00:15:28 → 00:15:31ที่คุณอาจมีอาการเพิ่มขึ้นหากไม่ลอง
00:15:31 → 00:15:33เปลี่ยนแปลงความคิดและทัศนคติเกี่ยวกับ
00:15:33 → 00:15:36ความรักตั้งแต่ตอนนี้หากได้คำตอบว่าใช่
00:15:36 → 00:15:404-6 ข้อจาก 10 คุณมีอาการของโรคกลัวความ
00:15:40 → 00:15:43รักแต่ก็ยังไม่ถึงขนาดมีอาการเต็มที่แนะ
00:15:43 → 00:15:45นำให้คุณปรับเปลี่ยนความคิดปรับเปลี่ยน
00:15:46 → 00:15:49พฤติกรรมหรือทัศนคติเปิดตัวพูดคุยและ
00:15:49 → 00:15:52ปรึกษาเพื่อนบ้างหรือหากรับมือไม่ไหวแนะ
00:15:52 → 00:15:56นำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญหาก
00:15:56 → 00:15:59ได้คำตอบว่าใช่เกิน 7 ข้อขึ้นไปหรือครบ
00:15:59 → 00:16:02ทั้ง 10 ข้อแนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือ
00:16:02 → 00:16:04ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วนอย่าปล่อยทิ้งไว้
00:16:04 → 00:16:07อาการแทรกซ้อนอื่นๆเช่นโรคซึมเศร้าภาวะ
00:16:07 → 00:16:11ทางจิตอื่นๆจะตามมาได้ที่สำคัญคุณต้องยอม
00:16:11 → 00:16:13รับตัวเองนะคะว่ามีอาการของโรคและพร้อม
00:16:13 → 00:16:16รับการรักษาจะดีกว่าปล่อยให้ตัวเองกลัว
00:16:16 → 00:16:20ความรักแล้วเราควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อ
00:16:20 → 00:16:24เราเป็นโรคกลัวความรักเมื่อสำรวจตัวเอง
00:16:24 → 00:16:27แล้วพบว่ามีอาการของโรคกลัวความรักมีหลาก
00:16:27 → 00:16:29หลายสิ่งที่คุณควรและไม่ควรปฏิบัติดังต่อ
00:16:29 → 00:16:33ไปนี้สิ่งที่ควรปฏิบัติทำความเข้าใจกับ
00:16:33 → 00:16:37ความกลัวความรักค่ะว่ามีสาเหตุมาจากสิ่ง
00:16:37 → 00:16:40ใดหรือเป็นเพราะเหตุการณ์ใดพยายามทำความ
00:16:40 → 00:16:44เข้าใจว่าความรักเป็นเรื่องธรรมชาตินอน
00:16:44 → 00:16:47หลับพักผ่อนให้เพียงพอไม่คิดมากและรับ
00:16:47 → 00:16:50ประทานอาหารที่มีประโยชน์เปิดใจลองทำ
00:16:50 → 00:16:54กิจกรรมใหม่ๆเช่นการออกกำลังกายเล่นโยคะ
00:16:54 → 00:16:57นั่งสมาธิทำขนมเล่นดนตรีหรือปลูกต้นไม้
00:16:58 → 00:16:59เป็นต้น
00:16:59 → 00:17:01ขอความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษาจาก
00:17:01 → 00:17:04จิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญหากรู้สึกว่าตัว
00:17:04 → 00:17:08เองรับมือกับความกลัวความรักไม่ไหวสิ่ง
00:17:08 → 00:17:11ที่ไม่ควรปฏิบัตินะคะคิดในแง่ลบเกี่ยวกับ
00:17:11 → 00:17:14ความรักหรือความสัมพันธ์อยู่คนเดียวเก็บ
00:17:15 → 00:17:18ตัวหรือติดตัวออกห่างจากสังคมและพอง
00:17:18 → 00:17:21เพื่อนใช้บุหรี่สุราหรือสารเสพติดเพื่อ
00:17:21 → 00:17:24ดับความทุกข์จากความกลัวความรักเป็นอย่าง
00:17:24 → 00:17:28ไรกันบ้างคะกับสาระดีๆที่็นแวนำมาฝากคุณ
00:17:28 → 00:17:31ผู้ชมกันในวันนี้หวังใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ
00:17:31 → 00:17:33ว่าคุณผู้ชมจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปดู
00:17:33 → 00:17:37แลตัวเองกันและอย่าลืมติดตามกิจกรรมดีๆ
00:17:37 → 00:17:40ที่หมอดาวนำมาฝากกันในวันนี้ด้วยนะคะร่วม
00:17:40 → 00:17:43ชิงรางวัล Gift เชอรตรวจสุขภาพ 16 รายการ
00:17:44 → 00:17:47ของโรงพยาบาลนวเวชจำนวน 5 รางวัลเพียง
00:17:47 → 00:17:50เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจ Facebook TNN
00:17:50 → 00:17:53help โดยสแกน QR cde นี้และแชร์เทคนิค
00:17:53 → 00:17:56รักอย่างไรให้ยั่งยืนพร้อมกดไลค์กดแชร์
00:17:57 → 00:17:59และเปิดโพสต์เป็นารสธารณะทีมงานจะคัด
00:17:59 → 00:18:03เลือกผู้โชคดีและติดต่อกลับไปค่ะและขอ
00:18:03 → 00:18:05ขอบคุณคุณผู้ชมทุกท่านนะคะที่ติดตามเรามา
00:18:06 → 00:18:09ตลอดทั้งรายการค่ะอย่าลืมนะคะกดไลค์กด
00:18:09 → 00:18:11แชร์กด Subscribe เป็นกำลังใจให้มอดาวและ
00:18:11 → 00:18:15ทีมงาน TNN Health กันในช่องทางชล
00:18:15 → 00:18:17Network ต่างๆไม่ว่าจะเป็น YouTube
00:18:17 → 00:18:19Facebook tiktok Instagram LINE
00:18:19 → 00:18:22official เพื่อที่จะเข้าถึงทุกสาระ
00:18:22 → 00:18:25สุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโลคไปกับ TNN
00:18:25 → 00:18:28Health กันและสำหรับวันนี้มอดาวและทีม
00:18:28 → 00:18:31งานต้องขอตัวลาไปก่อนค่ะสวัสดี
00:18:31 → 00:18:57[เพลง]
00:18:57 → 00:20:38ค่ะ
00:20:39 → 00:20:42อ