00:00:01 → 00:00:05แลคตาซอยงาดำเข้มประโยชน์ทุกคำหอมงาดำ
00:00:05 → 00:00:08อร่อยมากรู้จักโรคเดือน 5 ที่ไม่ได้เกิด
00:00:08 → 00:00:11เฉพาะเดือนพฤษภาคมแต่เป็นอาการป่วยทางจิต
00:00:11 → 00:00:14ที่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อม
00:00:14 → 00:00:18ใหม่เปิดวิธีรับมือรบเดือน 5 เพื่อไม่ให้
00:00:18 → 00:00:21จมกับความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพ
00:00:21 → 00:00:26จิตแจกวิธีฝึกหายใจแบบสโลว์โมชั่นจัดการ
00:00:26 → 00:00:29ความฟุ้งซ่านพร้อมรับกับปัญหาติดตาม
00:00:29 → 00:00:32เรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TE Health
00:00:32 → 00:00:36วัน
00:00:36 → 00:00:40นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:40 → 00:00:43Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:43 → 00:00:47คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ TNN He ค่ะและ
00:00:47 → 00:00:50ดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงดาวจังวังกรแพทย์
00:00:50 → 00:00:53เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะ
00:00:53 → 00:00:56รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชม
00:00:56 → 00:01:01มาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกันค่ะ
00:01:01 → 00:01:08[เพลง]
00:01:08 → 00:01:10และสัปดาห์นี้นะคะเราจะมารู้จักกับโรค
00:01:10 → 00:01:14เดือน 5 อาการป่วยทางจิตที่ไม่สามารถปรับ
00:01:14 → 00:01:18ตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้สำหรับโรคนี้นะ
00:01:18 → 00:01:21คะเป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด
00:01:21 → 00:01:24พบได้ในวัยทำงานรวมไปถึงวัยนักเรียนนัก
00:01:24 → 00:01:27ศึกษาด้วยไปฟังพร้อมๆกันค่ะความเป็นมาของ
00:01:27 → 00:01:30โลกนี้มาจากประเทศญี่ปุ่นค่ะค่ะเพราะที่
00:01:30 → 00:01:33ญี่ปุ่นนั้นบริษัทต่างๆจะมีการปรับ
00:01:33 → 00:01:35เปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งครั้งใหญ่ในช่วง
00:01:35 → 00:01:38เดือนเมษายนของทุกปีและไม่ใช่ทุกคนที่
00:01:38 → 00:01:41สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้
00:01:41 → 00:01:44แต่ด้วยวัฒนธรรมการทำงานของคนญี่ปุ่นที่
00:01:44 → 00:01:48มีความคาดหวังว่าคนทำงานจะต้องอดทนกับทุก
00:01:48 → 00:01:51สภาพแวดล้อมให้ได้จึงทำให้เกิดความเครียด
00:01:51 → 00:01:54จนกลายเป็นอาการป่วยทางจิตใจความจริงแล้ว
00:01:54 → 00:01:57โรคเดือน 5 คล้ายกับอาการเริ่มต้นของโรค
00:01:57 → 00:02:00ซึมเศร้าหากปล่อยให้อาการรุนแรงขึ้นก็จะ
00:02:00 → 00:02:03ทำให้เข้าสู่ภาวะซึมเศร้าอย่างเต็มตัวได้
00:02:03 → 00:02:06โดยโรคเดือน 5 มักเกิดกับมนุษย์เงินเดือน
00:02:06 → 00:02:09ที่มีความจริงจังกับงานสูงเมื่อพบกับ
00:02:09 → 00:02:11อุปสรรคหรือช่วงเปลี่ยนแปลงงานและความกด
00:02:11 → 00:02:14ดันต่างๆจึงเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้
00:02:14 → 00:02:18ตัวและมักมีอาการแบบนี้ในช่วงหลังวันหยุด
00:02:18 → 00:02:20ยาวอย่าง Golden Week ซึ่งอยู่ในช่วงต้น
00:02:20 → 00:02:24เดือน 5 พอดีสำหรับ Golden Week ของ
00:02:24 → 00:02:26ประเทศญี่ปุ่นคือช่วงวันหยุดยาวของแรงงาน
00:02:27 → 00:02:30ในญี่ปุ่นหรือจะเรียกว่าเป็นวันหยุดชดเชย
00:02:30 → 00:02:33แรงงานก็ว่าได้หรือจะเรียกว่าเป็นวันหยุด
00:02:33 → 00:02:37ชดเชยวันแรงงานก็ว่าได้เป็นช่วงเวลาที่
00:02:37 → 00:02:40แรงงานในญี่ปุ่นจะถือโอกาสเดินทางกลับ
00:02:40 → 00:02:43บ้านที่ต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวตามที่
00:02:43 → 00:02:46ต่างๆโดยจะมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ติดต่อกัน
00:02:46 → 00:02:49หลายวันเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน
00:02:49 → 00:02:53จนถึงต้นเดือนพฤษภาคมโรคเดือน 5 ไม่ได้
00:02:53 → 00:02:55เกิดกับมนุษย์เงินเดือนเพียงอย่างเดียว
00:02:55 → 00:02:58เท่านั้นแต่นักเรียนใหม่ที่ปรับตัวเข้า
00:02:58 → 00:03:01กับสิ่งแวดล้อมใหม่ไม่ได้ก็เป็นโรคนี้
00:03:01 → 00:03:04เช่นกันอาการที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาสุขภาพ
00:03:04 → 00:03:07จิตที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายการใช้
00:03:07 → 00:03:10ชีวิตรวมทั้งการทำงานและการเรียนด้วยจะ
00:03:10 → 00:03:13เห็นได้ว่าไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นเท่านั้นที่
00:03:13 → 00:03:16เป็นโรคเดือน 5 ปัจจุบันคนไทยก็เข้าข่าย
00:03:16 → 00:03:20เป็นโรคนี้เหมือนกันสำหรับอาการของโรค
00:03:20 → 00:03:24เดือน 5 ผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้ 1
00:03:24 → 00:03:27เหนื่อยล้าเหนื่อยง่าย 2 รู้สึกปวดเมื่อย
00:03:27 → 00:03:31ร่างกายปวดหัวปวดหลัง 3 ขาดแรงกระตุ้นออก
00:03:31 → 00:03:35ไปทำงานหรือไปเรียน 4 มีรูปแบบความคิด
00:03:35 → 00:03:38เชิงลบที่เห็นได้ชัด 5 มีปัญหาด้านการนอน
00:03:38 → 00:03:42นอนไม่หลับหลับๆตื่นๆหรือนอนมากเกินไป 6
00:03:42 → 00:03:45วัฏจักรการกินเปลี่ยนไปบางคนกินเยอะขึ้น
00:03:45 → 00:03:48บางคนกินน้อยลง 7 สูญเสียความสนใจในงาน
00:03:48 → 00:03:53อิกที่ตัวเองชอบ 8 รู้สึกวิตกกังวลหรือ
00:03:53 → 00:03:56ไม่สบายใจโดยแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดซึ่ง
00:03:56 → 00:03:58หากปล่อยไว้นานเกินไปจะส่งผลให้กลายเป็น
00:03:58 → 00:04:02โรคซึมเศร้าหรือโรคเครียดได้จิตแพทย์ชาว
00:04:02 → 00:04:05ญี่ปุ่นผู้มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีระบุ
00:04:05 → 00:04:08ว่าจำนวนผู้ที่เป็นโรคเดือน 5 มีมากขึ้น
00:04:08 → 00:04:11คนญี่ปุ่น 1 ใน 4 คนจะเป็นโรคเดือน 5
00:04:11 → 00:04:14ทั้งนักเรียนที่เครียดกับการสอบมนุษย์
00:04:14 → 00:04:16เงินเดือนที่เครียดจากงานยิ่งมีสื่อสังคม
00:04:16 → 00:04:20ออนไลน์คนที่มีปัญหาจิตตกก็ยิ่งมากขึ้น
00:04:20 → 00:04:22ทั้งจากปัญหาการสื่อสารกับผู้คนในโลก
00:04:22 → 00:04:25ออนไลน์และความอิจฉาเมื่อเห็นคนอื่นโพสต์
00:04:25 → 00:04:28ภาพและเรื่องราวของวันหยุดแสนสุขสร์
00:04:28 → 00:04:30เนื่องจากคนเรามักเปรียบเทียบตัวเองกับ
00:04:30 → 00:04:33ความสุขของคนอื่นยิ่งรับรู้ยิ่งเปรียบ
00:04:33 → 00:04:37เทียบและยิ่งทุกข์ใจหลายคนมีความกดดันกับ
00:04:37 → 00:04:40การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ไม่ว่า
00:04:40 → 00:04:42จะเป็นการเริ่มงานใหม่การเข้าโรงเรียนและ
00:04:42 → 00:04:45การรับหน้าที่ใหม่เมื่อคุณเข้าสู่สภาพแวด
00:04:45 → 00:04:48ล้อมใหม่ครั้งแรกไม่ว่าคุณจะพยายามอย่าง
00:04:48 → 00:04:51เต็มที่แค่ไหนก็ตามมันก็เป็นเรื่องยากที่
00:04:51 → 00:04:53จะปรับตัว
00:04:53 → 00:04:57ใหม่ได้รู้จักข้อมูลพื้นฐานของโรคเดือน 5
00:04:57 → 00:05:00กันไปแล้วนะคะในสัปดาห์นี้นะคะเรายังอยู่
00:05:00 → 00:05:03กันที่โรคเดือน 5 อาการทางจิตไม่สามารถ
00:05:03 → 00:05:06ที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้และตอน
00:05:06 → 00:05:11นี้นะคะเราอยู่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
00:05:11 → 00:05:17[เพลง]
00:05:17 → 00:05:21ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:05:21 → 00:05:25เลยนะคะอาจารย์คะปัจจุบันคนไทยเป็นโรค
00:05:25 → 00:05:29เดือน 5 มากน้อยแค่ไหนคะโรคเดือน 5 หลาย
00:05:29 → 00:05:31คนอาจจะไม่เคยได้ยินนะครับโรคเดือน 5
00:05:31 → 00:05:34จริงๆเนี่ยเป็นคำที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่น
00:05:34 → 00:05:37นะครับที่ญี่ปุ่นเนี่ยจะมีโรคที่เรียกว่า
00:05:37 → 00:05:40กกกัสิเบียลเบียลแปลว่าโรคกกกัสิคือ
00:05:40 → 00:05:43พฤษภาคมหรือเดือน 5 นะครับจริงๆจะมีโรค
00:05:43 → 00:05:44เดือนก่อนหน้านั้นด้วยนะเค้าเรียกว่าโรค
00:05:44 → 00:05:47เดือน 4 นะครับคือที่ญี่ปุ่นเนี่ยต้อง
00:05:47 → 00:05:49เล่าเท้าความเดิมก่อนว่าเขาจะมีสิ่งที่
00:05:49 → 00:05:52เรียกว่าเนนโดเนนโดเนี่ยคือปีรอบปีงบ
00:05:52 → 00:05:55ประมาณหมายถึงว่าเปลี่ยนทั้งปีงบประมาณ
00:05:55 → 00:05:57เปลี่ยนทั้งรอบของบริษัทเปลี่ยนทั้งรอบ
00:05:57 → 00:06:00ของโรงเรียนปีการศึกษาช่วงเปลี่ยนใน
00:06:00 → 00:06:02ประมาณเดือน 4 เนี่ยก็จะมีความเปลี่ยน
00:06:02 → 00:06:05แปลงทางจิตใจของคนเยอะประกาศผลสอบเอยหรือ
00:06:05 → 00:06:07ว่ารู้ว่าตรงตัวเองต้องไปอยู่โรงเรียน
00:06:07 → 00:06:10ใหม่เอยนะครับหลายคนก็จะมีความวิตกกังวล
00:06:10 → 00:06:12และตื่นเต้นตั้งแต่ตอนนั้นบางคนอาจจะรู้
00:06:13 → 00:06:15สึกมีพลังมากๆในช่วงเดือน 4 เพรู้สึกว่า
00:06:15 → 00:06:18เฮ้ยฉันได้งานที่ฉันความสำเร็จในชีวิตพอ
00:06:18 → 00:06:20มาสู่เดือน 5 เนี่ยที่ญี่ปุ่นช่วงต้น
00:06:20 → 00:06:22เดือน 5 เนี่ยจะมีสิ่งที่เรียกว่า Golden
00:06:22 → 00:06:25Week Golden Week คือช่วงหยุดยาวหยุด
00:06:25 → 00:06:28กันบางที 4 วัน 5 วันหรือ 7 วันเลยนะครับ
00:06:28 → 00:06:31ซึ่งหยุดยาวๆเนี่ยทุกคนได้ไปพักผ่อนนะ
00:06:31 → 00:06:34ครับบางคนมีความกังวลมาะแล้วก็ไปพักผ่อน
00:06:34 → 00:06:37พักผ่อนเสร็จกลับมาทำงานต้องทำงานเดือน 5
00:06:38 → 00:06:40ต้องทำงานอย่างจริงจังละก็รู้สึกว่าไม่
00:06:40 → 00:06:42อยากทำงานไม่อยากเปลี่ยนโรงเรียนไม่อยาก
00:06:42 → 00:06:44ย้ายที่ใหม่รู้สึกปรับตัวเข้ากับคนอื่น
00:06:44 → 00:06:47ไม่ได้เพราะว่าฉันหยุดพักผ่อนมาระยะเวลา
00:06:47 → 00:06:49ยาวนานก็เลยกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าซบ
00:06:49 → 00:06:52หรือว่าโรคเดือน 5 ของไทยเนี่ยถ้าเทียบ
00:06:52 → 00:06:54ง่ายๆก็คือช่วงหลังสงกรานต์ช่วงหลัง
00:06:54 → 00:06:58สงกรานต์เนี่ยเป็นช่วงที่หยุดยาวปีนี้
00:06:58 → 00:07:00หยุดกัน 5 วัน 7 วันเนี่ยนะครับพอได้ไป
00:07:00 → 00:07:02พักผ่อนอย่างเต็มที่กลับมาเนี่ยช่วง
00:07:02 → 00:07:05พฤษภาคอาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนปีงบประมาณ
00:07:05 → 00:07:08ก็จริงแต่หลายคนยังปรับตัวไม่ได้โรงเรียน
00:07:08 → 00:07:10มหาวิทยาลัยเพิ่งประกาศผลไปนะครับประกาศ
00:07:10 → 00:07:14ผลไปความกังวลความตื่นเต้นนำมาสู่เชื่อง
00:07:14 → 00:07:16ดนเดือน 5 ผ่านมา 2-3 สัปดาห์แล้วก็ยัง
00:07:17 → 00:07:19รู้สึกปรับตัวไม่ได้อยู่ก็เริ่มมีอาการ
00:07:19 → 00:07:21เศร้าความวิตกกังวลมากขึ้นก็เลยเรียกว่า
00:07:21 → 00:07:26โรคเดือน 5 ครับอาจารย์คะแล้วโรคเดือน 5
00:07:26 → 00:07:29เกิดขึ้นเฉพาะเดือน 5 หรือเปล่าคะเกิด
00:07:29 → 00:07:32ขึ้นในช่วงอื่นได้หรือไม่คะโรคเดือน 5
00:07:32 → 00:07:35จริงๆมันก็เป็นไม่ได้เป็นโรคจริงๆนะครับ
00:07:35 → 00:07:38เป็นคำเรียกเป็นกลุ่มอาการที่เขาพบเจอได้
00:07:38 → 00:07:40บ่อยในช่วงเดือน 5 ของที่ญี่ปุ่นนะครับ
00:07:40 → 00:07:43เอ่อแต่ถ้าจะเทียบกับโลกทางจิตเวทจริงๆ
00:07:43 → 00:07:47เนี่ยถ้าเกิดเอาที่มันเป็นโรคเลยอ่ะเราก็
00:07:47 → 00:07:49จะนึกถึงโรคที่เรียกว่า adjustment
00:07:49 → 00:07:51disorder adjustment disorder หรือ
00:07:51 → 00:07:54ภาวะปรับตัวที่ผิดปกติเรียกง่ายๆก็คือโรค
00:07:54 → 00:07:56เครียดเนี่ยแหละครับเราเจอกันได้บ่อยก็
00:07:56 → 00:07:58คือคนเมื่อไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการ
00:07:58 → 00:08:01เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันแล้วไม่สามารถ
00:08:01 → 00:08:03ปรับตัวให้ตัวเองสามารถใช้ชีวิตได้ตาม
00:08:03 → 00:08:06ปกติได้นะครับเราเจอคนที่กำลังย้ายงาน
00:08:06 → 00:08:08ย้ายโรงเรียนแล้วก็จะเจอสิ่งที่เรียกว่า
00:08:08 → 00:08:11adjustment disorder ของไทยเนี่ยเราเจอ
00:08:11 → 00:08:13ได้ทุกเดือนครับเพราะว่าไม่ใช่แค่หลังวัน
00:08:13 → 00:08:15หยุดยาวอย่างเดียวนะในช่วงปีปีงประมาณ
00:08:15 → 00:08:18กันยายนเราก็จะเจอปัญหานี้ได้บ่อยๆคือคุณ
00:08:18 → 00:08:20ไม่สามารถปรับตัวได้เพราะฉะนั้นบริบทของ
00:08:20 → 00:08:23ไทยก็จะมีความแตกต่างกับที่ประเทศต้น
00:08:23 → 00:08:26กำเนิดของชื่อโลกเดือน 5 อยู่สักหน่อยนะ
00:08:26 → 00:08:29ครับก็เอ่อเอาไปเอาเป็นว่าเราสามารถพบ
00:08:29 → 00:08:32เรื่องโรคเดือน 5 เนี่ยดูเหมือนตลกร้ายนะ
00:08:32 → 00:08:35ครับแต่เราพบโรคเดือน 5 ได้ทุกเดือนนะฮะ
00:08:35 → 00:08:38อาจารย์คะแล้วจะรู้ได้อย่างไรคะว่าตัวเรา
00:08:38 → 00:08:41หรือว่าคนใกล้ตัวนั้นเป็นโรคเดือน 5 มี
00:08:41 → 00:08:45วิธีการสังเกตได้อย่างไรคะคงต้องดูเรื่อง
00:08:45 → 00:08:48เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเขานะครับอาจจะมี
00:08:48 → 00:08:50การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอยู่ตัวกระตุ้น
00:08:50 → 00:08:52คือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเช่นเขาเปลี่ยน
00:08:52 → 00:08:56งานหรือเปล่าเปลี่ยนเอ่ออาชีพเลื่อนขั้น
00:08:56 → 00:08:59ลดขั้นหรือว่าเปลี่ยนโรงเรียนเปลี่ยนสภาพ
00:08:59 → 00:09:01สภาพแวดล้อมต่างๆแล้วเริ่มมีความเปลี่ยน
00:09:01 → 00:09:04แปลงทางจิตใจบางอย่างเช่นบางคนอาจจะเศร้า
00:09:04 → 00:09:07มองมากขึ้นดูวิตกกังวลมากขึ้นเปลี่ยนแปลง
00:09:07 → 00:09:09พฤติกรรมเช่นเอ่อบางคนอาจจะกลายเป็นคนที่
00:09:09 → 00:09:11ก้าวร้าวมากขึ้นแต่บางคนอาจจะเก็บเนื้อ
00:09:12 → 00:09:15เก็บตัวไม่ยอมคุยกับใครเลยกลายเป็นคนที่
00:09:15 → 00:09:17เศร้าดูเศร้าหมองตลอดเวลาหรือบางคนอาจจะ
00:09:17 → 00:09:20มีพฤติกรรมเช่นดื่มสุราใช้สารเสพติดที่
00:09:20 → 00:09:22มากขึ้นตรงนี้ก็จะเป็นสัญญาณที่บอกว่าเขา
00:09:22 → 00:09:25ไม่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่
00:09:25 → 00:09:28เปลี่ยนแปลงไปได้ตรงนี้ก็ถ้าคนรอบตัวเห็น
00:09:28 → 00:09:30แบบนี้ก็อาจจะต้องเริ่มไปเข้าไปคุยกับ
00:09:30 → 00:09:33เา้าครับว่าเอ๊ะเค้ามีอะไรที่เคอยู่ในใจ
00:09:33 → 00:09:35เค้าหรือเปล่าแล้วเไม่สามารถแสดงออกหรือ
00:09:35 → 00:09:37สื่อสารให้รับรู้ว่าเค้ากำลังไม่ไหวแล้ว
00:09:38 → 00:09:40กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอาจารย์ขา
00:09:41 → 00:09:44หากสงสัยว่าคนใกล้ตัวเป็นโรคเดือน 5 เรา
00:09:44 → 00:09:48จะช่วยเหลือได้อย่างไรบ้างคะถ้าเราเห็น
00:09:48 → 00:09:50ว่าคนรอบตัวเราไม่สามารถปรับตัวได้นะครับ
00:09:50 → 00:09:53เอ่อไม่สามารถมีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่
00:09:53 → 00:09:55เปลี่ยนแปลงไปได้เราจะเริ่มจากการเข้าไป
00:09:55 → 00:09:58คุยกับเาไม่ใช่การเดินเข้าไปบอกว่าเคจะ
00:09:58 → 00:10:01ต้องปับปรับตัวให้ได้สมัยพ่อแม่ยังปรับ
00:10:01 → 00:10:04ตัวได้เลยเปลี่ยนโรงเรียนใหม่อันนี้อาจจะ
00:10:04 → 00:10:06ทำให้คนที่เขารับฟังยิ่งรู้สึกว่าปรับตัว
00:10:06 → 00:10:08ได้ยากมากขึ้นแล้วรู้สึกตัวเองด้อยค่าที่
00:10:08 → 00:10:10ตัวเองปรับตัวไม่ได้นะครับการที่เข้าไป
00:10:11 → 00:10:14พูดคุยรับฟังเปิดใจให้เขาได้เล่าว่าความ
00:10:14 → 00:10:16ยากลำบากในมุมมองของเขาเนี่ยเป็นอย่างไร
00:10:16 → 00:10:18นะครับให้เขาได้เล่าระบายบางคนเนี่ยแค่
00:10:18 → 00:10:21เล่าก็เบาแล้วพอเขาได้เล่าเนี่ยเขาก็รู้
00:10:21 → 00:10:24สึกโอเคมีความสุขกับการได้เล่าแล้วแต่ถ้า
00:10:24 → 00:10:27เกิดเขายังไม่โอเคจริงๆการให้กำลังใจการ
00:10:27 → 00:10:30ซัพพอร์ตก็เป็นอีกจุดจุดหนึ่งที่ทุกคน
00:10:30 → 00:10:32สามารถทำได้ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากแต่
00:10:32 → 00:10:35ถ้าเกิดช่วยกันก็แล้วพูดคุยกันก็แล้วแล้ว
00:10:35 → 00:10:37รู้สึกไม่ดีขึ้นการแนะนำให้ไปพบผู้เชี่ยว
00:10:37 → 00:10:40ชาญทางด้านสุขภาพจิตให้พาเขาไปเจอ
00:10:40 → 00:10:43จิตแพทย์ไปเจอนักจิตวิทยาที่สามารถให้คำ
00:10:43 → 00:10:46แนะนำหรือว่าไปประเมินวินิจฉัยจริงๆว่า
00:10:46 → 00:10:49ตกลงเขาเป็นเอ่อภาวะปรับตัวที่ผิดปกติ
00:10:49 → 00:10:51จริงๆหรือเปล่าหรือเป็นโรคเดือน 5 จริงๆ
00:10:51 → 00:10:54หรือเปล่าถ้าเกิดไปให้ผู้เชี่ยวชาญเขช่วย
00:10:54 → 00:10:57ดูเนี่ยก็อาจจะเป็นการป้องกันไม่ให้โรก
00:10:57 → 00:11:00โรคเนี่ยมันลุกลามกันเป็นปัญหาใหญ่โตจนไป
00:11:00 → 00:11:03เผลอเอ่อก่อความเสียหายให้ตัวเองเช่นบาง
00:11:03 → 00:11:06คนไปลาออกจากงานบางคนไปลาออกจากที่เรียน
00:11:06 → 00:11:08เพียงเพะว่าตัวเองไม่สามารถปรับตัวได้ใน
00:11:08 → 00:11:11ช่วงต้นแล้วก็พลาดโอกาสที่จะได้ไปเจอ
00:11:11 → 00:11:13อนาคตที่ดีหรือเพื่อนที่ดีในโรงเรียนใหม่
00:11:13 → 00:11:17ๆอาจารย์คะแล้วเรามีวิธีการรับมือกับโรค
00:11:17 → 00:11:21เดือน 5 ได้อย่างไรคะก็ในช่วงหยุดยาวก็
00:11:21 → 00:11:24ต้องเอ่อตั้งเป้าหมายตัวเองนิดนึงว่าเออ
00:11:24 → 00:11:27การหยุดยาวนั้นเป็นการเติมพลังนะเป็นการ
00:11:27 → 00:11:30เติมพลังให้คุณมีพลังในการทำงานในเดือน
00:11:30 → 00:11:33ถัดไปนะครับอาจจะทำแผนในการเที่ยวครั้ง
00:11:33 → 00:11:36ถัดไปอาจจะลองคุยกับครอบครัวดูว่าเรามี
00:11:36 → 00:11:39เป้าหมายอย่างไรในการที่จะไปพักผ่อนนะ
00:11:39 → 00:11:43ครับกับตัวเองรวมถึงการวางแผนการทำงานให้
00:11:43 → 00:11:46การทำงานนั้นไม่รบกวนชีวิตประจำวันมากทำ
00:11:46 → 00:11:49เวลาพักผ่อนให้เหมาะสมนะครับพูดคุยกับคน
00:11:49 → 00:11:51อื่นบ้างเมื่อตัวเองมีความกังวลใจให้
00:11:51 → 00:11:55กำลังใจตัวเองบ่อยๆนะครับว่าฉันเชื่อว่า
00:11:55 → 00:11:58ฉันสามารถปรับตัวกับไม่ว่าจะเดือน 6
00:11:58 → 00:12:00เดือน 7 เดือน 8 ที่อยู่ในอนาคตข้างหน้า
00:12:00 → 00:12:02อย่างไรรได้บ้างผมคิดว่าถ้าเกิดเราทำได้
00:12:02 → 00:12:05แบบนั้นเนี่ยโอกาสที่เราจะเอาตัวเองเข้า
00:12:05 → 00:12:07ไปสู่วังวนของความเครียดความเศร้าหรือ
00:12:07 → 00:12:10ความกังวลของเดือน 5 เนี่ยมันก็จะลดลงไป
00:12:10 → 00:12:14ด้วยครับอาจารย์ขาโรคเดือน 5 กับโรคซึม
00:12:14 → 00:12:18เศร้ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
00:12:18 → 00:12:21คะโรคเดือน 5 ไม่ใช่โรคนะครับมันก็เป็นคำ
00:12:21 → 00:12:24เรียกรูปแบบหนึงนะครับตัวโกกัซเบลเนี่ย
00:12:24 → 00:12:27อาจจะมีคนที่ป่วยเป็นโรคอะไรบางอย่างก็
00:12:27 → 00:12:30ได้หรือเขาอาจจะพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้า
00:12:30 → 00:12:32แล้วก็ได้นะครับหรือ depressive disorder
00:12:32 → 00:12:35หรือบางคนอาจจะเป็นโรควิตกกังวลโรคเดือน 5
00:12:35 → 00:12:38อาจจะเป็นแค่สัญญาณนำที่จะบอกว่าเอ๊ะคุณ
00:12:38 → 00:12:40ถ้าคุณปล่อยตัวเองแบบนี้ไปเรื่อยๆอาจจะ
00:12:40 → 00:12:43พัฒนาไปสู่โรคทางจิตเวทบางอย่างก็แนะนำ
00:12:43 → 00:12:45ว่าถ้าเกิดมันมีสัญญาณแบบโรคเดือน 5 มา
00:12:45 → 00:12:48เนี่ยก็ควรจะต้องดูตัวเองอย่างใกล้ชิดละ
00:12:48 → 00:12:50หรือถ้าเกิดรู้สึกว่ามันแย่มากๆก็การไป
00:12:50 → 00:12:52ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้เขาวินิจฉัยแยกโรค
00:12:53 → 00:12:55ว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันเป็นแค่กลุ่มภาวะ
00:12:55 → 00:12:59อาการโรคเดือน 5 หรือจริงๆแล้วเป็นโรคทาง
00:12:59 → 00:13:01จิตเวทบางอย่างที่ต้องการการรักษาครับ
00:13:01 → 00:13:05อาจารย์ขาแล้วแพทย์จะมีวิธีการในการ
00:13:05 → 00:13:08วินิจฉัยโรคนี้อย่างไรคะก็ต้องวินิจฉัย
00:13:08 → 00:13:11แยกโรคเนาะก็ตากนั้นก็ต้องพูดคุยกันครับ
00:13:11 → 00:13:13ว่าเมีความเครียดจากการปรับตัวอย่างไร
00:13:13 → 00:13:15บ้างที่ทำให้เขาไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิต
00:13:15 → 00:13:17ประจำวันได้แล้วก็ดูว่าเข้ากับเกณฑ์โรค
00:13:17 → 00:13:19อื่นๆมั้ยนะครับเช่นเข้ากับเกณฑ์โรคซึม
00:13:19 → 00:13:21เศร้ามั้ยเข้ากับเกณฑ์โรควิตกกังวลมั้ยนะ
00:13:22 → 00:13:23ครับถ้าเกิดเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยแบบนั้น
00:13:24 → 00:13:26เราก็จะให้การวินิจฉัยตามเกณฑ์คู่มือที่
00:13:26 → 00:13:29เราเรียกว่า dsm นะครับถ้าถ้าเกิด
00:13:29 → 00:13:31วินิจฉัยตามนั้นก็จะได้รับการรักษาที่ถูก
00:13:31 → 00:13:33ต้องแล้วก็การบำบัดทางด้านสุขภาพจิตที่
00:13:33 → 00:13:37ถูกต้องต่อไปแล้วระยะเวลาในการเกิดโรคยาว
00:13:37 → 00:13:40นานแค่ไหนคะอาจารย์ผู้ที่เป็นโรคเนี่ยจะ
00:13:40 → 00:13:45มีภาวะอื่นแทรกซ้อนได้หรือไม่คะโอ๋แต่ละ
00:13:45 → 00:13:47คนแตกต่างกันครับบางคนก็อาจจะเกิดขึ้นสัก
00:13:47 → 00:13:50ประมาณ 1-2 วันนะครับก็หายแล้วบางคนอาจจะ
00:13:50 → 00:13:53เกิดขึ้น 1-2 สัปดาห์แต่บางคนอาจจะต่อ
00:13:53 → 00:13:55เนื่องไปเป็นเดือนก็ได้นะครับถ้าเกิดไม่
00:13:55 → 00:13:58สามารถปรับตัวได้แล้วก็ไม่มีใครที่เข้ามา
00:13:58 → 00:14:01ช่วยตรงนี้นี้ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็ง
00:14:01 → 00:14:03ทางจิตใจของแต่ละคนถ้าเกิดเราเองเป็นคน
00:14:03 → 00:14:05ที่ไม่เคยฝึกความเข้มแข็งทางจิตใจมาก่อน
00:14:05 → 00:14:08เลยเมื่อเราต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
00:14:08 → 00:14:10แบบนี้ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะต้องประสบกับ
00:14:10 → 00:14:12ปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือโรคเดือน 5 เนี่ย
00:14:12 → 00:14:15นานกว่าคนทั่วไปครับการรักษาโรคเดือน 5
00:14:15 → 00:14:19ค่ะอาจารย์ทำได้อย่างไรบ้างคะถ้าเกิดเรา
00:14:19 → 00:14:22เองกำลังประสบปัญหาด้านสุขภาพจิตเนี่ย
00:14:22 → 00:14:24ปัญหาด้านสังคมหรือว่าปัญหาด้านความ
00:14:24 → 00:14:26สัมพันธ์ก็จะมีสิทธิ์ที่จะมีปัญหามากขึ้น
00:14:26 → 00:14:29เนาะคือเราโฟกัสแต่การปรับตัวเข้ากับสภาพ
00:14:30 → 00:14:33แวดล้อมใหม่การการเอาชีวิตกลับมาใช้ชีวิต
00:14:33 → 00:14:36ตามปกติหลังจากที่หยุดยาวๆเนี่ยเราโฟกัส
00:14:36 → 00:14:39กับตัวเองทำให้บางครั้งเราเผลอที่ไม่ได้
00:14:39 → 00:14:43มองคนรอบข้างไปความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม
00:14:43 → 00:14:45แบบพ่อแม่ลูกความสัมพันธ์แบบแฟนความ
00:14:45 → 00:14:48สัมพันธ์แบบเพื่อนก็อาจจะลดน้อยถอยลงไปทำ
00:14:48 → 00:14:50ให้เราเองก็จะสูญเสียสิ่งที่เรียกว่า
00:14:50 → 00:14:52supporting System หรือคนรอบข้างที่คอย
00:14:52 → 00:14:56สนับสนุนคุณนะครับและผลที่ร้ายที่สุดจริง
00:14:56 → 00:14:59ๆก็เอ่ออาจจะทำให้เราไม่สามารถกับกลับไป
00:14:59 → 00:15:01ใช้ชีวิตแบบเดิมได้เพราะเราเสียสูญเสียคน
00:15:01 → 00:15:04ที่มาช่วยเหลือเราแล้วนะครับอาจารย์ขาคำ
00:15:04 → 00:15:08แนะนำในการที่เราจะมีสุขภาพจิตที่ดีพร้อม
00:15:08 → 00:15:11รับมือกับทุกสถานการณ์ค่ะอยากให้อาจารย์
00:15:11 → 00:15:14แนะนำให้ผู้ชมทางบ้านค่ะการจะมีสุขภาพจิต
00:15:14 → 00:15:16ที่ดีได้นะครับก็เริ่มจากตัวเราเองไม่
00:15:16 → 00:15:19เริ่มจากใครนะครับบางสถานการณ์เราอาจจะ
00:15:19 → 00:15:22ไม่มีความสามารถในการที่จะไปควบคุมมันนะ
00:15:22 → 00:15:25ครับแต่บางอย่างเราก็ควบคุมได้สิ่งที่เรา
00:15:25 → 00:15:27ควบคุมได้เริ่มจากง่ายๆครับการนอนหลับพัก
00:15:27 → 00:15:30ผ่อนให้เพียงพอการออกอกำลังกายอย่างสม่ำ
00:15:30 → 00:15:32เสมอการที่พยายามเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่
00:15:32 → 00:15:36ทำให้ฉันมีความสุขนะครับอะไรที่เป็นความ
00:15:36 → 00:15:39เครียดอย่าไปเพิ่มมันอย่าไปก่อหนี้ก่อศีล
00:15:39 → 00:15:41อย่าไปทะเลาะกับใครโดยที่ไม่จำเป็นก็จะ
00:15:41 → 00:15:43เป็นจุดที่ลดความเครียดของเราไปได้ถ้า
00:15:43 → 00:15:46เกิดเราสามารถเติมความสุขได้ในขณะที่เรา
00:15:46 → 00:15:48ป้องกันไม่ให้ความเครียดเข้ามาหาเราเรา
00:15:48 → 00:15:51เองก็จะสามารถมีใจที่เข้มแข็งแล้วก็รับ
00:15:51 → 00:15:52มือได้กับทุกการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
00:15:52 → 00:15:55ในอนาคตครับขอบพระคุณอาจารย์ที่มาให้ความ
00:15:55 → 00:15:59รู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคเดือน 5 นะคะ
00:15:59 → 00:16:03คะเราจะมารู้วิธีการฝึกหายใจแบบ slow M
00:16:03 → 00:16:06เป็นการหายใจที่จะลดความฟุ้งซ่านช่วยให้
00:16:06 → 00:16:09เรามีสติสมาธิและมีความสุขมากขึ้นไปฟัง
00:16:09 → 00:16:13พร้อมๆกันค่ะการหายใจที่ดีนั้นจะมีส่วน
00:16:13 → 00:16:18ช่วยลดภาวะวิตกกังวลโดยการหายใจยาวๆจะทำ
00:16:18 → 00:16:21ให้ร่างกายผ่อนคลายทำให้อารมณ์วิตกกังวล
00:16:21 → 00:16:25ลดลงและความวิตกกังวลที่มากเกินไปจะส่งผล
00:16:25 → 00:16:29เสียต่อสมาธิความทรงจำทำให้เราสร้างสรรค์
00:16:29 → 00:16:33สิ่งต่างๆได้ลดลงความเครียดทำให้ความจำ
00:16:33 → 00:16:36เกิดขึ้นได้ไม่ดีอีกด้วยแม้แต่เด็กถ้า
00:16:36 → 00:16:39เครียดก็ส่งผลให้การเรียนเกิดขึ้นได้ไม่
00:16:39 → 00:16:43ดีเช่นเดียวกันสำหรับในคุณผู้หญิงซึ่ง
00:16:43 → 00:16:45เป็นเพศที่มักจะมีความวิตกกังวลก็อาจจะ
00:16:45 → 00:16:49ระบายด้วยการบ่นซึ่งถ้าหากมากเกินไปนั้น
00:16:49 → 00:16:52จะส่งผลเสียต่อสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง
00:16:52 → 00:16:56สำหรับวิธีการในการจัดการกับความฟุ้งซ่าน
00:16:56 → 00:17:00มีดังนี้ 1 ฝึกการรู้ตัวรู้ทันอารมณ์ถาม
00:17:00 → 00:17:03ตัวเองว่ากำลังรู้สึกอย่างไรเมื่อเรารู้
00:17:03 → 00:17:07ว่ารู้สึกอย่างไรและยอมรับนั้นจะทำให้เรา
00:17:07 → 00:17:10สำหรับคนที่ชอบบ่นอาจจะใช้วิธีการจด
00:17:10 → 00:17:15บันทึกก็จะทำให้เราเห็นอารมณ์ของตัวเอง 2
00:17:15 → 00:17:18ฝึกการหายใจแบบ slow M เพื่อให้การหายใจ
00:17:18 → 00:17:22เข้าและออกสมดุลโดยการหาเก้าอี้นั่งสบายๆ
00:17:22 → 00:17:25หายใจจอย่างเป็นธรรมชาติหายใจเข้าให้รู้
00:17:25 → 00:17:29สึกว่าหน้าท้องเสมือนขยายขึ้นหายใจออกให้
00:17:29 → 00:17:33รู้สึกว่าหน้าท้องมีการแฟบลงต่อมาหายใจ
00:17:33 → 00:17:37เข้าออกช้าๆหายใจเข้านับ 1-5 ก่อนลมหายใจ
00:17:37 → 00:17:41ออกสังเกตการหยุดนิ่งของการหายใจสักครู่
00:17:41 → 00:17:43แล้วหายใจออกช้าๆนับ
00:17:43 → 00:17:471-5 ผลของการฝึกหายใจ 1 กระตุ้นระบบ
00:17:47 → 00:17:49ประสาท
00:17:49 → 00:17:52พาทิ 2 ช่วยให้มีการขยายตัวของหลอดเลือด
00:17:52 → 00:17:56ฝอยที่ดีสำหรับคนที่มึนงงเวลาเครียดควร
00:17:57 → 00:17:59ฝึกวันละ 15 นาที
00:17:59 → 00:18:023 ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายค่ะไม่ว่าจะ
00:18:02 → 00:18:05เป็นกล้ามเนื้อใบหน้ารวมไปถึงกล้ามเนื้อ
00:18:05 → 00:18:09คอบ่าไหล่ทำให้ผ่อนคลายสบายใจและทำให้ลด
00:18:09 → 00:18:12ภาระในการรับน้ำหนักตัวน้ำหนักร่างกายอีก
00:18:12 → 00:18:17ด้วย 4 ช่วยให้จิตใจสงบไม่ฟุ้งซ่านการหาย
00:18:17 → 00:18:20ใจแบบนี้เป็นทักษะใหม่ของร่างกายควรฝึก
00:18:20 → 00:18:24ติดต่อกัน 2-4 สัปดาห์เมื่อฝึกบ่อยๆสมอง
00:18:24 → 00:18:27จะสั่งงานให้ร่างกายและจิตใจจสงบได้อย่าง
00:18:27 → 00:18:30รวดเร็วทำให้ร่างกายมีพลังสมองแจ่มใส
00:18:30 → 00:18:33สำหรับการจัดการอารมณ์ความเครียดนั้น
00:18:33 → 00:18:36เนื่องจากปัจจุบันชีวิตประจำวันของเรา
00:18:36 → 00:18:39เต็มไปด้วยความเร่งรีบทำให้สมาธิและสติใน
00:18:39 → 00:18:43ชีวิตประจำวันของเรามีน้อยลงคนที่มีสมาธิ
00:18:43 → 00:18:46และสติที่ดีจะมีโอกาสรู้เท่าทันอารมณ์
00:18:46 → 00:18:49ความรู้สึกของตัวเองทำให้การควบคุมอารมณ์
00:18:49 → 00:18:52ทำได้ดีขึ้นปัญหาในชีวิตที่เกิดจากการขาด
00:18:52 → 00:18:56สติควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็จะลดน้อยลงการใช้
00:18:56 → 00:18:59วิธีนับ 1-10 หรือการออกจากสถานที่ที่ทำ
00:18:59 → 00:19:02ให้เกิดอารมณ์ขุนมัวก็เป็นวิธีที่ดีที่จะ
00:19:03 → 00:19:06ช่วยลดโอกาสเกิดการระเบิดอารมณ์ได้อีก
00:19:06 → 00:19:08หนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการ
00:19:08 → 00:19:11รับมือกับความเครียดได้คือการหาความรู้
00:19:11 → 00:19:15เพิ่มเติมด้านจิตวิทยาและศาสนาเพื่อเพิ่ม
00:19:15 → 00:19:18มุมมองของชีวิตมุมมองปัญหาได้กว้างขึ้น
00:19:18 → 00:19:21เมื่อชีวิตต้องประสบกับปัญหาก็สามารถมอง
00:19:21 → 00:19:24เห็นทางเลือกสำหรับทางออกได้มากขึ้นกว่า
00:19:24 → 00:19:27เดิมโอกาสที่จะรู้สึกว่าเกิดทางตันทอแท้
00:19:27 → 00:19:31หรือกดแคนก็น้อยลงความคิดหรือมองโลกในแง่
00:19:31 → 00:19:35บวกและการให้อภัยจะทำได้ดีมากขึ้นทั้งนี้
00:19:35 → 00:19:38การดูแลและทนุถนอมตนเองคือสิ่งที่ดีที่
00:19:38 → 00:19:41สุดค่ะหากยังไม่สามารถดูแลตนเองหรือรู้
00:19:41 → 00:19:44สึกอ่อนแอมากการขอความช่วยเหลือและขอคำ
00:19:44 → 00:19:47ปรึกษาจากผู้รู้หรือจิตแพทย์เป็นสิ่งที่
00:19:47 → 00:19:51ดีกับชีวิตนอกจากนี้นะคะหมอดาวยังเชิญชวน
00:19:51 → 00:19:55ทุกท่านค่ะให้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวกัน
00:19:55 → 00:19:59ค่ะเพื่อที่จะทำให้เราได้เปิดหูเปิดตาและ
00:19:59 → 00:20:02ความเครียดอีกด้วยนักจิตวิทยาได้ให้ข้อ
00:20:02 → 00:20:05มูลไว้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวทำให้เรา
00:20:05 → 00:20:08ได้พาตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมในการทำ
00:20:08 → 00:20:11งานเป็นการปล่อยให้ใจได้พักไปกับบรรยากาศ
00:20:11 → 00:20:14ใหม่ๆทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายส่งผลทำให้
00:20:15 → 00:20:18เรามีความสุขมากขึ้นจากงานวิจัยของคูม่า
00:20:18 → 00:20:22และคณะในปี 2014 ศึกษาในกลุ่มนักศึกษา
00:20:22 → 00:20:25อเมริกันพบว่าคนที่ใช้เงินไปกับการหา
00:20:25 → 00:20:29ประสบการณ์ใหม่ๆที่หลากหลายในชีวิตเช่น
00:20:29 → 00:20:32การออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆเป็นคน
00:20:32 → 00:20:35ที่มีความสุขมากกว่าคนที่ใช้เงินไปกับ
00:20:35 → 00:20:38วัตถุสิ่งของต่างๆนอกจากนี้ความสุขที่
00:20:38 → 00:20:40เกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวนั้นเป็น
00:20:40 → 00:20:43ความสุขที่ไม่ได้เกิดแค่เพียงระหว่างการ
00:20:43 → 00:20:45เดินทางและหลังจากการเดินทางเสร็จสิ้นไป
00:20:45 → 00:20:48แล้วเท่านั้นในระหว่างที่เรากำลังวางแผน
00:20:48 → 00:20:51การท่องเที่ยวหรือแม้แต่เพียงแค่คิดว่าจะ
00:20:51 → 00:20:54ได้เดินทางท่องเที่ยวก็ทำให้คนมีความสุข
00:20:54 → 00:20:57ได้แล้วซึ่งเป็นความสุขที่ยืนยาวมากกว่า
00:20:57 → 00:21:00ความสุขของการที่ได้เป็นเจ้าของวัตถุชิ้น
00:21:00 → 00:21:04ใหม่เช่นเดียวกันกับงานวิจัยของเชนและคณะ
00:21:04 → 00:21:07ในปี 2013 ศึกษาในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาว
00:21:07 → 00:21:10จีนพบว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่าง
00:21:10 → 00:21:14ๆทำให้มีความสุขมากขึ้นทำให้เรามีความพึง
00:21:14 → 00:21:17พอใจในชีวิตมีอารมณ์ทางบวกไม่มีอารมณ์ทาง
00:21:17 → 00:21:21ลบและความสุขนี้จะคงอยู่ยาวนานไม่เพียง
00:21:21 → 00:21:24เท่านี้การเดินทางไปเที่ยวยังทำให้เรามี
00:21:24 → 00:21:27ความยืดหยุ่นและอดทนต่อสถานการณ์ต่างๆได้
00:21:27 → 00:21:30มากขึ้นการเดินทางไปในที่แปลกใหม่หรือ
00:21:30 → 00:21:33เดินทางไปยังประเทศที่ยังไม่เคยไปมาก่อน
00:21:33 → 00:21:36นั้นทำให้เราต้องประสบพบเจอกับอะไรที่
00:21:36 → 00:21:40แปลกใหม่เจอสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยซึ่ง
00:21:40 → 00:21:42เป็นการช่วยให้เราก้าวออกจากคฟโซนได้ง่าย
00:21:43 → 00:21:46ขึ้นสามารถปรับตัวปรับใจให้สอดคล้องไปกับ
00:21:46 → 00:21:49สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้การเดินทางไป
00:21:49 → 00:21:53เที่ยวทำให้เรารู้จักยอมรับความแตกต่าง
00:21:53 → 00:21:56ไม่ด่วนตัดสินผู้อื่นและมีความเห็นอกเห็น
00:21:56 → 00:21:59ใจผู้อื่นมากขึ้นโดยเฉพาะการเดินทางไป
00:21:59 → 00:22:02ต่างประเทศทำให้เราพบปะผู้คนมีรูปลักษณ์
00:22:02 → 00:22:07ภายนอกที่แต่งตากจากเรามีสีผิวสีผมภาษา
00:22:07 → 00:22:12ศาสนาวัฒนธรรมความเชื่อรูปแบบการใช้ชีวิต
00:22:12 → 00:22:14ที่แตกต่างกันจากเราการที่เราต้องใช้
00:22:14 → 00:22:18ชีวิตระหว่างการท่องเที่ยวร่วมกับผู้คน
00:22:18 → 00:22:20ที่มีความแตกต่างจากเราอย่างมีความสุขก็
00:22:20 → 00:22:24ยิ่งทำให้เราต้องเคารบและยอมรับในความแตก
00:22:24 → 00:22:27ต่างนั้นการเดินทางไปเที่ยวช่วยเพิ่มความ
00:22:27 → 00:22:31คิดสร้างสรรค์ได้รู้จักผู้คนใหม่ๆสิ่งนี้
00:22:31 → 00:22:34เองทำให้เราได้เรียนรู้หรือเห็นแนวทางการ
00:22:34 → 00:22:37แก้ปัญหาที่แตกต่างออกไปการได้พบเจออะไร
00:22:37 → 00:22:40แปลกใหม่ทำให้เราไม่ยึดติดกับกรอบความคิด
00:22:40 → 00:22:43เดิมๆการเดินทางไปเที่ยวในที่แปลกใหม่จึง
00:22:43 → 00:22:46ส่งเสริมให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์ต่อ
00:22:46 → 00:22:49ยอดการแก้ปัญหาหรือการสร้างผลงานชิ้นใหม่
00:22:50 → 00:22:54ๆได้ค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับสาระ
00:22:54 → 00:22:58สุขภาพดีๆที่ tn นำมาฝากคุณผู้ชมในวันนี้
00:22:58 → 00:23:01หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะสามารถนำ
00:23:01 → 00:23:04สาระสุขภาพดีๆที่ได้นั้นไปดูแลตัวเองและ
00:23:04 → 00:23:08ครอบครัวให้มีความสุขสุขภาพแข็งแรงกันค่ะ
00:23:08 → 00:23:10และขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตามรับชมราย
00:23:10 → 00:23:13การ tn and Health เป็นประจำค่ะสามารถ
00:23:13 → 00:23:16ติดตามรับชมรายการ TNN Health เป็นประจำ
00:23:16 → 00:23:20ได้ทุกวันเสาร์เวลาดี 15 น-
00:23:20 → 00:23:2415:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 ค่ะอย่าลืม
00:23:24 → 00:23:27ค่ะกดไลค์กดแชร์กด Subscribe เป็นกำลังใจ
00:23:27 → 00:23:30ให้หมดาวและทีมงาน TE and Health ใน
00:23:30 → 00:23:33ช่องทางโซเชียล Network ต่างๆไม่ว่าจะ
00:23:33 → 00:23:35เป็น YouTube tiktok Facebook
00:23:35 → 00:23:38Instagram และ LINE official เพื่อที่
00:23:38 → 00:23:41จะเข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกัน
00:23:41 → 00:23:45รู้ทันโรคไปด้วยกันและสำหรับวันนี้นะคะ
00:23:45 → 00:23:48หมอดาวและทีมงาน TNN Health ต้องขอตัวลา
00:23:48 → 00:23:57คุณผู้ชมไปก่อนสำหรับวันนี้สวัสดี
00:23:57 → 00:23:59ค่ะเ
00:23:59 → 00:24:20[เพลง]