00:00:00 → 00:00:03สวัสดีค่ะอาจารย์สวัสดีครับสวัสดีครับได้
00:00:03 → 00:00:05ยินเสียงมั้ยครับชัดเจนได้ยินชัดเจนค่ะ
00:00:05 → 00:00:07ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณอาจารย์นะครับที่
00:00:07 → 00:00:11สละเวลานะเออมาพูดคุยให้เกียรติรายการเรา
00:00:11 → 00:00:14นะครับอาจารย์โอพูดเมื่อกี้เราผมกับพี่
00:00:14 → 00:00:17หยกครับอาจารย์พูดเกริ่นไปว่าไอ้บรรดาข้อ
00:00:17 → 00:00:21ความต่างๆที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่อ้อนแต่
00:00:21 → 00:00:23อ่อนเนี่ยปัจจุบันก็ยังสูกส่งต่อกันมา
00:00:23 → 00:00:25เนี่ยอาจารย์เคยได้รับข้อความอะไรเหล่า
00:00:25 → 00:00:28นี้บ้างมั้ยฮะอาจารย์โอหเป็นอรที่ค่อน
00:00:28 → 00:00:32ข้างสามากเลยครับส่วนมามันก็จะเวียงกลับ
00:00:32 → 00:00:35ไปกลับมาทางเราก็จะต้องออกมาตอบนะครับ
00:00:35 → 00:00:38เรื่อยๆครับส่วนตัวก็มองว่ามันจะถูกแชร์
00:00:38 → 00:00:41ในในสื่อเ่อโซเชียลอ่ะครับคนข้างเยอะอ่ะ
00:00:41 → 00:00:44ครับโดยเฉพาะอ่าไอ้ตัวสื่อสีเขียวๆที่สดี
00:00:45 → 00:00:48กันตอนเช้านั่นแหละค่ะค่ะใช่ข่าวกันแบบเย
00:00:48 → 00:00:51ครับผมอ๋อคือต้องใช้คำว่ามันเป็นมันเป็น
00:00:51 → 00:00:54พื้นที่เมืองหลวงนะครับของคนไทยเลยะกันนะ
00:00:54 → 00:00:57ครับในการที่จะใช้ในการพูดจาสวัสดีทักทาย
00:00:57 → 00:01:00กันแล้วก็ส่งต่อความรู้แล้วก็ความใช่ใช่
00:01:00 → 00:01:04ความไม่รู้แล้วส่วนใหญ่นะค่ะข้อความใน
00:01:04 → 00:01:06แอปพลิเคชัน LINE เนี่ยนะคะที่ส่งต่อ
00:01:06 → 00:01:08เรื่องแชร์เรื่องสุขภาพเนี่ยคนส่วนใหญ่จะ
00:01:08 → 00:01:11เชื่อกันด้วยนะไม่ได้แบบว่ามีการตรวจสอบ
00:01:11 → 00:01:13หรือว่าพูดพูดคุยกับผู้รู้อย่างวันเนี้
00:01:13 → 00:01:15ค่ะเราได้รับเกียรติจากผู้รู้เนี่ยค่ะเรา
00:01:15 → 00:01:17เลยต้องเริ่มถามอาจารย์เลยนะคะว่าแบบ
00:01:17 → 00:01:19เรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการที่เขาแชร์
00:01:19 → 00:01:22และส่งต่อเนี่ยค่ะเรื่องของไม่ว่าจะเป็น
00:01:22 → 00:01:25อาหารการกินรวมถึงเนี่ยเราเริ่มต้นจาก
00:01:25 → 00:01:27ง่ายๆก่อนเลยค่ะสถิติมะเร็งนะค่ะแล้วก็
00:01:27 → 00:01:30มะเร็งลำไส้ใหญ่ลำไส้ตรงในประเทศไทยเนี่ย
00:01:30 → 00:01:32ค่ะมันเป็นยังไงบ้างเพื่อให้คนตระหนัก
00:01:32 → 00:01:35ก่อนที่เราจะพูดถึงว่าคุณทานอันนี้ใหม่
00:01:35 → 00:01:37ทานอันนั่นยังไงเพราะว่าเรื่องเนี้ยเป็น
00:01:37 → 00:01:40เรื่องที่แบบตอบครอบจักรวาลยังไงยังไงก็
00:01:40 → 00:01:44ตอบไม่หมดอืค่ะครับใช่ครับผมก็คือค่อน
00:01:44 → 00:01:46ข้างจะเป็นเรื่องที่คิดว่าน่าจะคุยกันยาว
00:01:46 → 00:01:48ที่สุดก็คือเรื่องของอาหารการกินครับผม
00:01:48 → 00:01:50ก่อนอื่นเดี๋ยวผมขอเข้าสถิติก่อนแล้วกัน
00:01:50 → 00:01:52นะคะได้จะได้เรื่องของความสำคัญของตัว
00:01:52 → 00:01:55มะเร็งล้ำไส้ใหญ่และไส้ตรงนะครับปัจจุบัน
00:01:55 → 00:01:57ก็คือมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงนะครับใน
00:01:57 → 00:01:59ประเทศไทยเนี่ยครบมากเป็นอันดับอันดับที่
00:01:59 → 00:02:023 ในเพศชายครับแล้วก็อกองเเพศหญิงครับ
00:02:02 → 00:02:04อันนี้ก็คือจากสถิติของเรานะครับสถาบัน
00:02:04 → 00:02:07แห่งชาติครับแต่ที่น่ากังวลก็คือมันมีแนว
00:02:07 → 00:02:10โน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆอ่ะครับโดยเราพบ
00:02:10 → 00:02:12ว่านะครับคนไข้นะครับมีการเสียชีวิตเนี่ย
00:02:12 → 00:02:18ถึงวันละ 15 คนตกปีประมาณ 5,500 ครับผมโห
00:02:18 → 00:02:21เฉพาะจากลำไส้มากใช่ครับเพิ่มมากขึ้น
00:02:21 → 00:02:24เหมือนกันครับถึงวันละ 44 คนครับหรือว่า
00:02:24 → 00:02:27ปีประมาณสัก 16,000 ครับผมโอนเดี๋ยว 10
00:02:27 → 00:02:3015 คนนี่คือเฉพาะไอ้ลำไส้มะเร็งลำไส้เลย
00:02:31 → 00:02:34เหรอครับลำไส้ใหญ่ลำไส้มที่ติด 1 ใน
00:02:34 → 00:02:37อันดับ 1 ใน 5 ที่เราค่อนข้างจะกังวลมากๆ
00:02:37 → 00:02:40ตอนนี้ครับผมเนาะซึ่งสาเหตุหลักๆเลยนะ
00:02:40 → 00:02:43ครับก็มาจากนะครับผมน้ำหนักตัวครับผมเกิน
00:02:43 → 00:02:45มาตรฐานเลยว่าอยู่ในภวะที่อ้วนอย่างเงี้ย
00:02:45 → 00:02:47ครับใครที่คิดว่าอ้วนแล้วไม่เป็นมะเร็ง
00:02:47 → 00:02:50เนี่ยก็มีความเสี่ยงนะนะครับอันนี้ก็พบ
00:02:50 → 00:02:52เลยครับว่าความเสี่ยงของภาวะโรคอ้วนเนี่ย
00:02:52 → 00:02:55ก็ส่งผลต่อมะเร็งถึง 12 ชนิดเลยนะครับผม
00:02:55 → 00:02:58เนาะต่อมาก็คือการรับประทานอาหารประเภท
00:02:58 → 00:03:00เนื้อแดงนะครับหรือว่าเนื้อสัตว์แปรูป
00:03:00 → 00:03:04อื่นๆครับอันต่อมาก็คืออ้วนยังไม่พอครับ
00:03:04 → 00:03:06ขาดกันออกบลังกายไม่มี activity เลยครับ
00:03:06 → 00:03:09ใชอันที่ 4 ก็คือเรื่องของการสูบบุหรี่
00:03:09 → 00:03:11ครับอันที่ 5 ก็การดื่มเครื่องดื่ม
00:03:11 → 00:03:14แอลกอฮอล์ครับอาจจะดื่มเป็นประจำเลยครับ
00:03:14 → 00:03:17อาจจะแบบดื่มจนอาจจะเป็นเค้าเรียกอะไร
00:03:17 → 00:03:18ครับอาจจะเป็นตับแข็งไปอะไรอย่างเงี้ย
00:03:18 → 00:03:20ครับยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนไปเป็น
00:03:20 → 00:03:23มะเร็งนะครับผมแล้วก็มีประวัติเนื้องอกนะ
00:03:23 → 00:03:26ครับที่ผนังลำไส้แล้วก็อาจจะเป็นไม่ใช่เน
00:03:26 → 00:03:28ร้ายนะครับแต่อาจจะมีประวัติอยู่แล้วนะ
00:03:28 → 00:03:30ครับว่าอาจจะมีตรงติ่งนะครับตรงลำไส้อัน
00:03:30 → 00:03:32ต่อมาก็อาจจะเป็นในเรื่องของพันธุกรรม
00:03:32 → 00:03:35ครับประวัติครอบครัวครับผมเป็นมะเร็งลำ
00:03:35 → 00:03:39ไส้อยู่แล้วเงี้ยครับผมอืค่ะคือจำเลยก็
00:03:39 → 00:03:42ไม่ได้อยากแย้งนะคะแต่เรู้สึกว่าทำไมอ้วน
00:03:42 → 00:03:44นี่เป็นจำเลยอยู่ที่อยู่เรื่อยเลยเนาะ
00:03:44 → 00:03:48แล้วก็ต้องแบบ 12 ชนิดทำไมมันเยอะจริง
00:03:48 → 00:03:51เยอะจริงอะไรจริงนะคะแต่ทีเนี้ค่ะพูดถึง
00:03:51 → 00:03:54น้ำหนักตัวอาหารการกินเนี่ยมันก็มาจาก
00:03:54 → 00:03:56อาหารแล้วเนาะครับคนเราอยู่ดีจะอ้วนโดย
00:03:56 → 00:04:00ไม่มีสาเหตุก็คงก็ไม่ได้แหมไม่ใช่อยู่หาย
00:04:00 → 00:04:02ใจแล้วอ้วนปั๊บนี่มันก็ผิดปกติไปหน่อยนะ
00:04:02 → 00:04:04ฮะเออใช่แต่เมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า
00:04:04 → 00:04:07เนื้อแดงอันนี้ของโปรดคุณเลยนี่ใช่เออ
00:04:07 → 00:04:11ทำไมผมเพิ่งไปกินไอ้ชาบูเป็นมเลเวอร์เหรอ
00:04:11 → 00:04:13ครับอาจารย์เอ่อน้องดรีมเป็นค่ะน้องดรม
00:04:13 → 00:04:16เป็นคือผมเพิ่งก็เพิ่งไปกินมาประมาณสัก
00:04:16 → 00:04:186-7 ถาดเหมือนเดิมครับอาจารย์ครับคือผม
00:04:18 → 00:04:21เพิ่งคุยกับคุณหมอไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน
00:04:21 → 00:04:24มาผมไปอวดอ้างสรรพคุณตัวเองว่าผมกินครั้ง
00:04:24 → 00:04:28ละ 100 ถาดแต่ว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
00:04:28 → 00:04:32เออะผมก็เลยลดขนาดลงจากปกติผมจะกินประมาณ
00:04:32 → 00:04:34สัก 100 ถ่านเนี่ยถ่าดนึงมันมีประมาณสัก
00:04:34 → 00:04:365-6 ชิ้นอะไรเงี้ครับอาจารย์ผมก็ลดเหลือ
00:04:36 → 00:04:40ประมาณสัก 60 ถ่าดเอออันนี้ผมสุมเสี่ยง
00:04:40 → 00:04:44คือๆก็เลยอยากรู้เนี่ยค่ะว่าในเนื้อแดง
00:04:44 → 00:04:46อ่ะค่ะมันมีอะไรที่มันแบบเป็นสาเหตุที่
00:04:46 → 00:04:49มันเร่งหรือว่าให้เกิดแบบมะเร็งหรือว่า
00:04:49 → 00:04:51อะไรอย่างเงี้ได้แล้วทำไมมันจำเพาะเจาจง
00:04:52 → 00:04:54เฉพาะลำไส้ใหญ่ลำไส้ตรงหรือเปล่าหรือว่า
00:04:54 → 00:04:57อันอื่นด้วยคะครับผมจริงๆแล้วก็คือมันก็
00:04:58 → 00:05:00มีงานวิจัยที่เป็นกอง evident เสอ่ะครับ
00:05:00 → 00:05:03ก็คือเป็นอะไรที่น่าเชื่อถือโช่ Who อ่ะ
00:05:03 → 00:05:05ครับผมก็ได้ออกมาบอกว่านะครับเนื้อแดง
00:05:05 → 00:05:07ครับผมถ้าเราพูดถึงเนื้อแดงเราจะคิดถึง
00:05:07 → 00:05:09เนื้อสีแดงใช่มั้ยครับถ้าคิดง่ายๆก็เนื้อ
00:05:09 → 00:05:12ของสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมก็ได้ครับอาจ
00:05:12 → 00:05:14จะเป็นวัวเป็นหมูเป็นแพะเป็นแกะก็ได้ครับ
00:05:14 → 00:05:16เพราะว่าอาจจะเป็นมุสลิมก็อาจจะทานเป็น
00:05:16 → 00:05:19แพะเป็นแกะอย่างงี้ใช่มั้ครับค่ะเก็พูบ
00:05:19 → 00:05:21ว่าการกินเนื้อแดงเครับเพิ่มขึ้นมาละ 100
00:05:21 → 00:05:23กรัมหรือว่า 1 ขีดนะครับจะเพิ่มความ
00:05:23 → 00:05:26เสี่ยงการเป็นมมะเร็งลำไส้ใหญ่เนี่ยถึง
00:05:26 → 00:05:28ขั้น 17% เลยครับอืกี่เปอร์เซ็นต์นะครับ
00:05:28 → 00:05:32อาร 17 เหรอครับฉันย้ำให้พี่ย้ำให้เยอะ
00:05:32 → 00:05:34จังเลยเพิ่มขึ้น 100 กรัมต่อวันนะครับแต่
00:05:35 → 00:05:37คิดว่าเมื่อกี้ได้ยินว่าเหมือน 100 ถาดั้
00:05:37 → 00:05:40ครับครับค่ะใช่ค่ะผมมันเยอะจังเลยอครับ
00:05:40 → 00:05:43อาจารย์ครับขีดนึงมันกี่ชิ้นนะคะถ้าในฐาน
00:05:43 → 00:05:46ถ้าถ้าในในฐานะนักโภชนาการเวลาเราไปดูแบบ
00:05:46 → 00:05:50เอ่อชาบูหมูกระทะในที่เขาหั่นมาบางๆบางๆน
00:05:50 → 00:05:53มันถึงขีดนึงเนี่ยคะหรือ 2 ขีด 3 ขีดจริง
00:05:53 → 00:05:56ๆแล้วเราแนะนำว่าจริงๆเราไม่ควรอ่าทาน
00:05:57 → 00:05:59เกินใน 1 สัปดาหเนี่ยไม่ควรสักเกินสัก 500
00:05:59 → 00:06:02กรัมครับผมหรือประมาณสัก 5 ขีดอันนี้มัน
00:06:02 → 00:06:04ควรจะฉประมาณนี้อันนี้คืออยู่ในปริมาณที่
00:06:04 → 00:06:07เหมาะสมแล้วไม่เกิดความเสี่ยงครับผม 1 1
00:06:07 → 00:06:10สัปดาห์ไม่เกิน 5 ขีดอย่าเงี้ค่ะถ้า
00:06:10 → 00:06:12สมมุติคนชอบทานชาบูหมูกระทะค่ะอาจารย์รบ
00:06:12 → 00:06:14กวนแบบสมมุติว่าอย่างเงี้ยในถาดนึงเนี่ย
00:06:14 → 00:06:18มันถึงขีดนึงมั้ยคะสมมุติที่หันมา 5 ชิ้น
00:06:18 → 00:06:21ผมว่าถ้าถ้าเป็นแบบถ้าเป็นที่มันสไลด์นะ
00:06:21 → 00:06:24อาจจะไม่ถึงครับแต่จริงๆแล้วก็คือถ้าคน
00:06:24 → 00:06:26ที่แบบทานประจำน่ะหรือว่าซื้อเอ่อ
00:06:26 → 00:06:29ช้อปปิ้งเป็นประจำอย่างเงี้ยครับผมเนาะไป
00:06:29 → 00:06:32ไปไปมินิหรืออะไรเงี้ยอาจจะพอประมาณได้
00:06:32 → 00:06:34ครับเพราะว่าปกติเวลาเราเราเราไปซื้อเรา
00:06:34 → 00:06:37น่าจะซื้อเป็นหลักกโลถูกมยคะใช่ค่ะปีซะ
00:06:37 → 00:06:42แบบเอ่อตีสักครึ่งกลอ่ะครับผมเนาะประมาณน
00:06:42 → 00:06:46500 กรก็ครึ่งกลใช่ครับดังนั้นเราเราเรา
00:06:46 → 00:06:49จะเฉลี่ยได้ประมาณซักปีักประมาณัก 75
00:06:49 → 00:06:52กรัมต่อวันประมาณนั้นครับอืออาจจะอาจจะ
00:06:52 → 00:06:55เหลื่อมๆได้นิดๆหน่อยๆประมาณนั้นครับผม
00:06:55 → 00:06:57เนาะแต่มันก็เป็นไปได้ยากที่เราจะมา
00:06:57 → 00:06:59เฉลี่ยอย่างนี้นะครับส่วนมากเราก็อาจจะ
00:06:59 → 00:07:01มองเป็นว่าเอ้ยคสัปดาห์นึงเราอาจจะทานสัก
00:07:01 → 00:07:04ครั้งนึงอย่างเงี้ครับผมเนาะเพื่อที่จะ
00:07:04 → 00:07:06เป็นการลดความเสี่ยงครับเพราะว่ามันก็
00:07:06 → 00:07:08เป็นมันก็มีงานนวิจัยออกมาแล้วก็ค่อนข้าง
00:07:08 → 00:07:10จะแบบน่ากลัวเช่นเดียวกันเพราะว่ามีการ
00:07:10 → 00:07:13เก็บข้อมูลมาค่อนข้างเยอะลครับผมอยากจะ
00:07:13 → 00:07:15ให้ทุกคนนะคะได้เห็นหน้าน้องดรีมในขณะนี้
00:07:15 → 00:07:17มากนะคิ้วผูกโบวเลยนะคะแบบกุ้มใจว่าแล้ว
00:07:17 → 00:07:21ฉันจะทำยังไงเปอรใช่มยแล้วฉันจะทำยังไง
00:07:21 → 00:07:25เออแล้วฉันจะทำยังไงคือคือถ้าถ้าอาจารย์
00:07:25 → 00:07:28แนะนำมาขนาดนี้เนี่ยเอ่อเนื้อแดงเนี่ย
00:07:28 → 00:07:31สัปดาห์นึงประมาณสัก 500 กรัมแล้วก็ทดแทน
00:07:31 → 00:07:33ด้วยด้วยด้วยเนื้ออย่างอื่นก็ก็ก็แทนได้
00:07:33 → 00:07:35ใช่มั้ครับเนื้อปลาเนื้อไก่อะไรเงี้ย
00:07:35 → 00:07:39เนื้อขเนื้อขาวใช่ครับโอ้โหเก่งมากใช่เลย
00:07:39 → 00:07:41ครับก็อาจจะเป็นเนื้อปลาครับผมเนาะถ้า
00:07:41 → 00:07:44เป็นปลาทะเลหน่อยก็อาจจะได้พวกโอเมก้า 3
00:07:45 → 00:07:47ครับผมเนาะอันนี้ก็จะดีครับผมเนาะหรือว่า
00:07:47 → 00:07:50อาจจะเป็นเนื้อไก่ก็ได้ครับผมเป็นอกเป็น
00:07:50 → 00:07:52สันไม่ติดมันอย่างเงี้ยไม่ไม่ไม่ไม่ไม่
00:07:52 → 00:07:54เป็นพวกแบบเครื่องในอย่างเงี้ยครับผมเนาะ
00:07:54 → 00:07:56อาจจะระวังในเรื่องของคอเลสเตอรอลอย่าง
00:07:56 → 00:08:00เงี้ยครับอาจจะดีกว่าอเรื่องเนื้อแดงผมขอ
00:08:00 → 00:08:02เสริมอีกนิดนึงครับผมเรื่องเนื้อแดง
00:08:02 → 00:08:03เรื่องเนื้อแดงจริงๆแล้วไอ้ตัวที่มัน
00:08:03 → 00:08:05อันตรายคือเวลาที่เราเอาไปปรุงประกอบ
00:08:05 → 00:08:07อาหารโดยมันผ่านความร้อนสูงเนี่ยครับ
00:08:07 → 00:08:09เพราะว่าไอ้ตัวเนื้อแดงที่เราทานส่วนมาก
00:08:09 → 00:08:12มันจะมีไขมันอิ่มตัวสูงครับไอ้สารที่เรา
00:08:12 → 00:08:14น่ากลัวจริงๆคือไอ้ตัวที่เวลาเราเอาไป
00:08:14 → 00:08:16ปิ้งไปย่างครับแล้วก็ไอ้ควันที่มันฟู้
00:08:16 → 00:08:19ขึ้นมาโดนเนื้อครับผมไอ้ตัวนั้นละครับคือ
00:08:19 → 00:08:22สารก่อมะเร็งที่เราเรียกว่า heterocyclic
00:08:22 → 00:08:25aromatic ไฮคาร์บอนหรือว่า T ตัวเแหละ
00:08:25 → 00:08:27ครับที่มันจะแบบอันตรายครับผมคือควันที่
00:08:27 → 00:08:31มันฟู่ขึ้นมานั่นแหละครับผมอืโอใชใช้คำ
00:08:31 → 00:08:34ว่าควันที่มันสู้เข้า
00:08:34 → 00:08:38มาถ้าไม่มีถ้ามีไฟไม่มีควันเราจะดูแบบดู
00:08:38 → 00:08:41ไม่อร่อยเลยครับโอใช้คำว่าของปวดประโยชน์
00:08:41 → 00:08:43เยอะไม่ได้แล้วอ่ะแบบเนี้ยหลังจากเนี้ยเ
00:08:43 → 00:08:47ของปวดโทษเยอะนิดนึงเออของโปรดแล้วก็โทษ
00:08:47 → 00:08:50เยอะตามไปด้วยนะครับโอดูหน้าตาดูเศร้า
00:08:51 → 00:08:53หมองนะคใช่วันนี้ฟังแล้วท้อตั้งแต่ต้นต
00:08:53 → 00:08:56รายการเลยทีเดียวเชีนนั้นตารินนะคะต้อง
00:08:56 → 00:08:58ปรับเปลี่ยนอันนี้คือในส่วนของพวกเนื้อ
00:08:58 → 00:09:00แดงใช่มั้ยครับอาจารย์เนื้อแดงอันนี้คือ
00:09:00 → 00:09:03อันนี้รวมถึงไม่เฉพาะเนื้อวัวใช่มครับ
00:09:03 → 00:09:05อาจารย์คือมันหมายถึงเนื้อหมูด้วยแล้วก็
00:09:05 → 00:09:08อาจจะเป็นสัตว์ปรูปอะไรงค่ะเนื้อสัตวคือ
00:09:08 → 00:09:10เนื้อเนื้อเนื้อสัตว์ที่ที่ให้เลี้งลูก
00:09:10 → 00:09:13ด้วยนมแล้วกันครับผมจะได้จะได้นึกภาพออก
00:09:13 → 00:09:15ว่ามันมันคือสัตว์เนื้อแดงเพราะบางบาง
00:09:15 → 00:09:17ท่านอาจจะอาจจะไม่ทานเนื้อวัวอะไรอย่า
00:09:17 → 00:09:19เงี้ยครับอาจจะเ้อพาเป็นเนื้อหมูเนื้อแพะ
00:09:19 → 00:09:22เนื้อแกะได้อย่าเงี้ครับอยู่ความเชื่อ
00:09:22 → 00:09:24ด้วยครับผมเนี่ยอาจารย์พูดอย่างงี้ปุ๊บ
00:09:24 → 00:09:28อย่างเงี้บางคนที่แบบเป็นเียนพวกแบบคนทัน
00:09:28 → 00:09:32ผักชันชันรอดแล้วฉันรอดแล้วรอดมั้ย
00:09:32 → 00:09:35คะอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วยครับ
00:09:35 → 00:09:38เราไม่มีแต่แบบว่าเราเราไม่ได้พูดถึงใน
00:09:38 → 00:09:39เรื่องของเนื้อแดงอย่างเดียวแต่เนื้อแดง
00:09:39 → 00:09:42เราชูโลงมาก่อนเนาะมันอาจจะมีตัวตัว
00:09:42 → 00:09:44ปัจจัยอื่นดีครับอย่างเช่นเนื้อสัตว์แปร
00:09:44 → 00:09:47รูปี้ก็อาจจะบางคนในในยุคปัจจุบันเนี่ย
00:09:47 → 00:09:50ครับผมเนาะอาจจะอาจจะมีปัญหาในเรื่องของ
00:09:50 → 00:09:53การเข้าถึงอาหารค่อนข้างยากแล้วก็ใช้วิธี
00:09:53 → 00:09:56การเดินเข้าร้านสะดวดซื้อนะครับไปซื้อ
00:09:56 → 00:09:59อาหารแปรรูปอันนี้ก็พบว่าพวกอาหารแปแรูป
00:09:59 → 00:10:01ก็เพิ่มความเสี่ยงนะครับในการเป็นมะเร็ง
00:10:01 → 00:10:04ลำไส้ถึง 18% นะครับหรือต่อการกิน 50
00:10:04 → 00:10:07กรัมต่อวันเลยครับอันนี้ก็จะมากกว่าไอ้
00:10:07 → 00:10:11ตัวที่เป็นอ่าสัเนื้อแดงด้วยซ้ำแรูปคือ
00:10:11 → 00:10:14อะไรก็พวกเบคอนแฮมไส้เกาะซาลี่ครับผมโของ
00:10:15 → 00:10:18โปรดอีกแล้วซื้อง่ายๆใช่ครับเดินเข้าร้าน
00:10:18 → 00:10:22สะดวกซื้อแต่เช้าเลยอ่าครับใช่ๆค่ะอ่า
00:10:22 → 00:10:26สั่งไส้กรอกมาเลยอ่าชิ้นใหญ่ๆเอามาเลยนะ
00:10:26 → 00:10:29ของสาพาเพิ่มมั้ครับโอแล้วบางคนน่ะค่ะยัง
00:10:29 → 00:10:32เพิ่มด้วยนะการของการกินชีสอาหารที่มีไข
00:10:32 → 00:10:36มันสูงไขมันสูงนี่พวกชีสพวกอะไรอย่างงี้
00:10:36 → 00:10:39มีส่วนด้วยมั้ยคะมีส่วนครับผมเนาะก็
00:10:39 → 00:10:41เหมือนที่บอกว่าสุดท้ายแล้วถ้าสมมุติว่า
00:10:41 → 00:10:43เราเรารับประทานพวกที่มีไขมันสูงสุดท้าย
00:10:43 → 00:10:45แล้วมันก็จะเพิ่มในส่วนของน้ำหนักตัวเพอ
00:10:46 → 00:10:47น้ำหนักตัวเราเพิ่มขึ้นก็จะเพิ่มความ
00:10:47 → 00:10:49เสี่ยงอยู่นะครับโดยเฉพาะผู้หญิงเนี่ยน้ำ
00:10:49 → 00:10:51หนักตัวก็จะส่งผลต่อมะเร็งเต้านมได้ด้วย
00:10:52 → 00:10:55นะครับแล้วก็จะพบในคนที่มีภาวะอ้วนอย่าง
00:10:55 → 00:10:57เงี้ยครับผมเนาะอันนี้ก็อาจจะต้องระวัง
00:10:57 → 00:10:59ครับผมลดน้ำหนักก็สามารถลดความเสี่ยงได้
00:10:59 → 00:11:05ครับผมคือถ้าเราผอมเราคือบางคนก็ดูแบบผอม
00:11:05 → 00:11:07แห้งแรงน้อยอ่ะค่ะอาจารย์อันนี้ก็จะแบบ
00:11:07 → 00:11:12ว่าบาคิดรู้สึกว่าอืมเราทาน้อย
00:11:12 → 00:11:16เอ่อหรือว่าภาวะภูชนาการคือทานเหมือนเดิม
00:11:16 → 00:11:18จำกัดเหมือนเดิมเราทานแล้วเลือกสรรหรือ
00:11:18 → 00:11:20เราทานปริมาณน้อยๆเราถึงจะเป็นทางรอด
00:11:20 → 00:11:22อย่างเงี้ยค่ะบางคนเบอกว่าอ้าถ้าอย่าง
00:11:22 → 00:11:25เงี้ยช่วงเศรษฐกิจไม่ดีคนไม่มีจะกินก็
00:11:25 → 00:11:29สบายสิไม่เป็นโรคภัยคนอ้วนๆเท่านั้นหุ่น
00:11:29 → 00:11:31ล่ำๆเสียเท่านั้นถึงจะเป็นโรคอันนี้มัน
00:11:31 → 00:11:36เกี่ยวไหมคะโอ้ถ้าถ้าเราเอาในส่วนของตัว
00:11:36 → 00:11:38คำว่าทานน้อยๆอย่างนี้ใช่มยครับส่วนตัวผม
00:11:38 → 00:11:41มองว่าอยากให้มองในส่วนของ dmi ของ
00:11:41 → 00:11:43มาตรฐานของเราจะดีกว่าถ้าเราพูดถึงเรื่อง
00:11:43 → 00:11:46BM index แล้วว่าดัชนีมวลมวลกายใช่มั้ย
00:11:46 → 00:11:49ครับที่เราต้องมีการชั่งน้ำหนักว่าสูงๆ
00:11:49 → 00:11:51แล้วก็เทียบกันอยู่แล้วเราก็จะเห็นว่าไอ้
00:11:51 → 00:11:55ตัวอ่าค่าดวนกายที่เหมาะสมของคนเอเชียของ
00:11:55 → 00:11:57เราเนี่ยเราก็ควรจะอยู่ทั้ง 10 อยู่ใน
00:11:57 → 00:11:59ประมาณ 18.5 -22
00:11:59 → 00:12:01อันนี้เราควรจะคงอยู่ในประมาณนี้ดีกว่า
00:12:01 → 00:12:05ครับผมเนาะแต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปลดน้ำหนัก
00:12:05 → 00:12:07อย่างเงี้ยครับผมแบบจนจนจนไม่สจนจสุดท้าย
00:12:08 → 00:12:09แล้วการลดน้ำหนักเนี่ยบางทีเราอาจจะไม่
00:12:09 → 00:12:11รู้ว่าร่างกายของเราที่มันเหลืออยู่เี่
00:12:11 → 00:12:13มันเป็นกล้ามเนื้อหรือว่ามันเป็นไขมัน
00:12:13 → 00:12:15อย่างเงี้ยครับผมเนาะแต่ถ้าสมมุติว่าคุณ
00:12:16 → 00:12:18เป็นคนรีนๆแล้วเจอว่าแบบในร่างกายของคุณ
00:12:18 → 00:12:21มีปริมาณอ่าซิลหรือว่ากล้ามเนื้อมันสูง
00:12:21 → 00:12:23อันนี้มันจะดีมากเลยครับ Performance
00:12:23 → 00:12:25ร่างกายก็จะดีมากๆแต่ถ้าเมื่อไหร่คุณเป็น
00:12:25 → 00:12:29คนแบบตัวใหญ่ๆอ้วนก็จริงแต่แต่แต่มาซคุณ
00:12:29 → 00:12:31น้อยมากมีแต่แอย่างเงี้ยก็ไม่มีประโยชน์
00:12:31 → 00:12:34ครับผมเนาะก็ก็สนตัวแล้วทีนี้ก็ต้องดูใน
00:12:34 → 00:12:38เรื่องของ Quality ของของของไอ้ตัวร่าง
00:12:38 → 00:12:40กายทั้งหมดแล้วกันนะครับอันนี้ก็ก็ก็เอา
00:12:40 → 00:12:42ตัวน้ำหนักมาเป็นเกณฑ์อย่างเดียวไม่ได้
00:12:42 → 00:12:45ครับผมค่ะแล้วดัชนีมน์กายคะอันนี้เราทบ
00:12:45 → 00:12:48ทวนกันอีกทีเพราะว่าแต่ละคนคนละสูตรอ่ะ
00:12:48 → 00:12:50อันนี้นักโภชนาการนักกำหนดอาหารบอกมา
00:12:50 → 00:12:52อย่างชัดเจนแล้วอ่ะอันนี้เลยถามอาจารย์
00:12:52 → 00:12:56เลยค่ะว่าดัชนีนำนวนกายเราวัดดูจากอะไรลบ
00:12:56 → 00:13:00อะไรส่วนสูงน้ำหนักหารยังไงค่ะออง่ายๆเลย
00:13:00 → 00:13:03และพลังงานในแต่ละวันที่เหมาะสมเราควร
00:13:03 → 00:13:06ต้องเท่าไหร่ครับผมผมเป็นตัวตั้งแล้วก็
00:13:06 → 00:13:09หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลัง 2 ครับผม
00:13:09 → 00:13:14เอาน้ำหนักใช่มั้ยคะครับผมด้วสแล้วก็หาร
00:13:14 → 00:13:17ด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลัง 2 ครับอ่า
00:13:17 → 00:13:22สมมติแล้วก็จะเพที่เหมาะสมก็คือ 18.5 -
00:13:22 → 00:13:2522.9 ครับผมอ่ะสมมุติอ่ะน้ำหนักชายไทย
00:13:25 → 00:13:29ทั่วไปแล้วกันสมมุติผู้ชายน้ำหนัก 70 อ่ะ
00:13:29 → 00:13:32สูงสักประมาณ 175 อย่างเงี้ค่ะเราจะรัชนี
00:13:32 → 00:13:36วนกายจะต้องประมาณเท่าไหร่คะอ่าเท่าเท่า
00:13:36 → 00:13:39เท่าไหร่นะครับเมื่อกี้สมมุติน้ำหนัก 70
00:13:39 → 00:13:42สูง 175 อันนี้เอามาตรฐานชายไทยทั่วไป
00:13:42 → 00:13:44ก่อนนะคะ
00:13:44 → 00:13:48อ่ออันนี้ต้องเดี๋ยวนะครับคำนวนใช่มยอ่ะ
00:13:48 → 00:13:50เครื่องคิดเลขเครื่องคิดเลขนะคะเราต่างคน
00:13:50 → 00:13:52ต่างใช้กันนะคะก็เราจะได้คำนวณใครใครใคร
00:13:52 → 00:13:58จะหาก่อนกันนะครับ 1 70 หารด้วย 175 ใช่
00:13:58 → 00:14:05มยคะแล้วก็คูณ 2 อึเอ๊ะทำไมเอ๊ะหรือเรา
00:14:05 → 00:14:06หัน
00:14:06 → 00:14:10ผิดอยู่ที่ 22.8 ครับผมอ๋ออันนี้ถือว่า
00:14:10 → 00:14:15เกินมยคะเอ้าใช่ครับก็ - 22.9 โอเชียผมบ
00:14:15 → 00:14:18ปัดก็คือใช่ครับถ้าปัดคือถ้านับถ้าถ้าจะ
00:14:18 → 00:14:21ให้คำนวณน้ำหนักที่ควรจะเป็นง่ายๆเลยนะ
00:14:21 → 00:14:24ครับก็ส่วนตัวก็คือเดี๋ยวให้สูตรง่ายๆเลย
00:14:24 → 00:14:27ครับก็คือผู้ชายครับผมก็สูงๆลบด้วย 100
00:14:27 → 00:14:30ค่ะผู้หญิงก็ก็ส่วนสูงลบด้วย 105 ครับอัน
00:14:30 → 00:14:32นั้นคือน้ำหนักที่เหมาะสมของเราหรือน้ำ
00:14:32 → 00:14:35หนักที่ควรจะเป็นของเราครับอืค่ะอ่าถ้า
00:14:35 → 00:14:39ใครลองลบดูนะคะถ้าเกินกันกว่านั้นก็เกินม
00:14:39 → 00:14:42คเกินครับเกินค่ะเกินเกินค่ะเกินค่ะเกิน
00:14:42 → 00:14:43ครับอยาก
00:14:43 → 00:14:48สารภาพแค่หายใจก็ผิดแล้วเออเฮ้ยชีวิตมัน
00:14:49 → 00:14:52ลำบากจริงๆเลยนะฮะอืระวังก็เรื่องของอ้วน
00:14:52 → 00:14:55ลงพุงด้วยครับอันนี้ก็ก็อาจจะต้องวัดนะ
00:14:55 → 00:14:58ครับเป็นเซนก็อาจจะใช้สสายวัดวัดตรงสดี
00:14:58 → 00:15:01รอบรอบพุงครับถ้าเป็นผู้ชายก็ไม่เกิน 90
00:15:01 → 00:15:04ซมผู้หญิงก็ไม่เกิน 80 ครับครับโอเคอัน
00:15:04 → 00:15:06นี้ก็คือเป็นพวกเอาส่วนสูงหารด้วย 2 ก็
00:15:07 → 00:15:09ได้นะครับอันนี้ก็จะเป็นรอบเอวที่เหมาะสม
00:15:09 → 00:15:13ครับผมไม่ควรเกินครับพลังาค่ะอุยขอโทษค่ะ
00:15:13 → 00:15:15เชิญค่ะอาจารย์คือจะถามว่าแล้วพลังงานที่
00:15:15 → 00:15:17เหมาะสมอคะในแต่ละวันอย่างเมื่อกี้อ่า
00:15:17 → 00:15:19น้องดรมบอกน้องดรมกินชาบูหมูกระทะใช่มั้ย
00:15:19 → 00:15:22คะเนื้อเนื้อนะเต็มที่เลยเป็นรถาดเงี้ย
00:15:22 → 00:15:25ค่ะพลังงานในแต่ละวันควรได้ประมาณเท่า
00:15:25 → 00:15:29ไหร่ค่ะถ้าส่วนตัวนะครับอันนี้ก็คือเริ่ม
00:15:29 → 00:15:32เริ่มต้นเลยก็คือถ้าเป็นเ่าพลังงานทั่วไป
00:15:32 → 00:15:35ก่อนก็คือถ้าเราเป็นวัยทำงานนะครับมี
00:15:35 → 00:15:38กิจกรรมนะครับปานกลางไม่หนักมากกิจกรรม
00:15:38 → 00:15:40เราจะมีตั้งแต่กิจกรรมเบานะครับไม่ค่อยมี
00:15:40 → 00:15:43กิจกรรมหนักๆก็คืออาจจะเป็นทำงานออฟฟิศ
00:15:43 → 00:15:46หรือว่าทำงานหนักมากขึ้นหรือว่าทำงานที่
00:15:46 → 00:15:48ต้องใช้แรงงานถ้าปานกลางก็คูณสักประมาณ 30
00:15:49 → 00:15:51ก็ได้ครับก็เอาน้ำหนักที่ควรจะเป็นเมื่อ
00:15:51 → 00:15:53เียครับคูณด้วยพลังงานที่ควนจะได้รับ
00:15:53 → 00:15:57ประมาณ 30 ครับผมแคลอรี่อืคุณคุณรีมใช่
00:15:58 → 00:16:02มั้ยครับครับค่ะครับผมอ่าถ้าถ้าถามออก
00:16:02 → 00:16:05อากาศจะน่าเกลียดนะครับว่าส่วนสูงน้ำหนัก
00:16:05 → 00:16:07เท่าไหร่ครับผมคือตอนนี้เนี่ยน้ำหนักผม
00:16:07 → 00:16:09เนี่ยมันจะอยู่ที่ประมาณสัก 78 ครับ
00:16:09 → 00:16:11อาจารย์ครับแต่ว่าส่วนสูงเมันอยู่ที่
00:16:11 → 00:16:16ประมาณสัก 177 เออเกินขึ้นมาจึ๋งนึงฮะถือ
00:16:16 → 00:16:19ว่าเกินมากใช่มั้ยครับเราก็อาจจะใช้ -
00:16:19 → 00:16:22100 เลยก็ได้ครับส่วนสูง 100 77 ก็ -
00:16:22 → 00:16:25100 ก็เหลือ 77 ใช่มั้ยครับผม
00:16:26 → 00:16:30อไม่ๆเบาๆๆาๆอือให้กำลังใจน้อง
00:16:30 → 00:16:35อือคุณด้วย 30 ใช่มั้ยครับผมครับเนะครับ
00:16:35 → 00:16:37โอ้โหนี่อาจารย์คิดก็จะได้พลังงานประมาณ
00:16:37 → 00:16:38สัก
00:16:38 → 00:16:422310 แคลอรี่ครับอ๋อต่อวันโดยประมาณแต่
00:16:42 → 00:16:44ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยมันก็ขึ้นอยู่กับ
00:16:44 → 00:16:47กับกิจกรรมที่เราทำเราทำในแต่ละวันด้วยมย
00:16:47 → 00:16:49ครับอาจารย์ครับกิจกรใช่ถ้าเราเป็นคนเล่น
00:16:49 → 00:16:52กีฬาก็อาจจะต้องเพิ่มขึ้นมาครับแต่ถ้าเรา
00:16:52 → 00:16:56แบบนั่งงิ่งๆไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นคนแบบทำ
00:16:56 → 00:16:58งานอยู่หน้าคอมเฉยๆอย่างเงี้ยครับผมไม่
00:16:58 → 00:17:00ค่อยเดินเหนไปไหนก็อาจจะคูณแค่ 25 ก็อาจ
00:17:00 → 00:17:03จะเพียงพอครับเพราะไม่งั้นเราไปกินพลัง
00:17:03 → 00:17:06งานนะครับอมากเกินไปก็อาจจะทำให้เหลือเ่า
00:17:07 → 00:17:10ส่วนเกินก็สะสมนะครับเป็นแต่กีสลยก็อาจจะ
00:17:10 → 00:17:14ลงภูมิได้อีกนะครับผมออืแต่ว่าทีเนี้ยค่ะ
00:17:14 → 00:17:17อาจารย์อย่างเราจะได้ยินกันว่าบางคนเขา
00:17:17 → 00:17:20บอกว่าสำหรับคนทั่วไปแล้วการทานโปรตีน
00:17:20 → 00:17:22เป็นสิ่งสำคัญนี้พี่ว่าดรีมก็คงจะต้องได้
00:17:22 → 00:17:26ยินเจะบอกว่าอ่ะเนี่ยอ่ะแป้งข้าวขาวอ่ะ
00:17:26 → 00:17:29เราไม่กินแป้งเราไม่กินน้ำต้านอันเนี้ย
00:17:29 → 00:17:31เราเคยได้ยินแต่คนจะบอกว่าเราต้องทาน
00:17:31 → 00:17:33โปรตีนแต่ทีเนี้ย 2,300 เนี่ยค่ะที่
00:17:33 → 00:17:37อาจารย์บอกว่าแค่ไม่ให้เกินเท่านี้อูตาย
00:17:37 → 00:17:43แล้ว 75 กรัมถูกมั้ยคะ 75 กรัมต่อวันมัน
00:17:43 → 00:17:46มันอย่างเงี้ยค่ะเราเพิ่มโปรตีนได้อีก
00:17:46 → 00:17:48มั้ยหรือว่าโปรตีนก็ยังคงจะต้องเป็นสัด
00:17:48 → 00:17:51ส่วนแค่นี้เหมือนเดิมใน 2003 อ่ะคะอ่า
00:17:51 → 00:17:54จริงๆแล้วถ้าเป็นนายคนปกติใช่มั้ยครับถ้า
00:17:54 → 00:17:57เป็นนคนปกติเราจะคูณด้วยอ่าโปรตีนที่ควร
00:17:57 → 00:18:00ได้รับต่อวันอยู่ที่ที่ 0.8 -1 กรัมครับ
00:18:00 → 00:18:04ผม 2 น้ำหนักตัว 1 ต่อวันดังนั้นถ้าคุณรี
00:18:04 → 00:18:07เมื่อกี้นะครับผมน้ำหนัก 7 ไอ้ส่วนเมื่อ
00:18:07 → 00:18:09กี้ที่เราคำนวณอยู่ที่ 77 ก็ควรจะได้รับ
00:18:09 → 00:18:13โปรตีนอย่างน้อย 77 กรัมครับผมต่อวันครับ
00:18:13 → 00:18:16อืครับอุ้ยๆโปรตีนโปรตีนจะไม่ใช่เนื้อ
00:18:16 → 00:18:18สัตว์นะครับเพราะว่า 1 ก็คือเราจะต้องรู้
00:18:18 → 00:18:21ก่อนว่าในเนื้อสัตว์ประมาณสัก 2 ชนโต๊ะ
00:18:21 → 00:18:24เนี่ยมีโปรตีนประมาณสัก 7 กรัมอก็แสดงว่า
00:18:24 → 00:18:27ถ้า 70 กรัมหรือ 77 ก็น่าจะใส่ประมาณซัก
00:18:27 → 00:18:3020 นะครับ 20 ซ้อนโต๊ะขึ้นต่อวันก็หาร 3
00:18:30 → 00:18:35มืไปประมาณเยครับผมอออดังนั้นเราต้องเข้า
00:18:35 → 00:18:36ใจหน่วยแลกเปลี่ยนก่อนนะครับเพราะว่าไม่
00:18:36 → 00:18:38งั้นเดี๋ยวกลายเป็นว่าเราไปกินเนื้อสัตว์
00:18:38 → 00:18:42แล้วเราคิดว่าเราได้รับโปรตีนโปนแล้วนะ
00:18:42 → 00:18:45ครับประมาณตามง่ายๆก็ได้ครับอ่ากินเสัตว์
00:18:45 → 00:18:482 ชนโต๊ะได้โปรตีน 7 กรัมครับครับออหรือ
00:18:48 → 00:18:52แทองก็มีโปรตีน 7 กรัมครับผมเอออันนี้เรา
00:18:52 → 00:18:54ก็คุยกันเรื่องของอาหารปริมาณที่ควรจะได้
00:18:55 → 00:18:57รับในกันในแต่ละวันนะ
00:18:57 → 00:19:00ใช่ขอขยับย้อนมาที่เรื่องของอาหารที่มี
00:19:00 → 00:19:03ความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งอีก
00:19:04 → 00:19:05สักนิดนึงแล้วกันนะครับอาจารย์พอดีเมื่อ
00:19:05 → 00:19:08กี้เราคุยกันเรื่องของเนื้อแดงไปละเรื่อง
00:19:08 → 00:19:12ของพวกสัตว์แปรรูปเรื่องของแอลกอฮอล์
00:19:12 → 00:19:17เรื่องของของย่างไปละพวกน้ำอารมณ์เนี่ย
00:19:17 → 00:19:19สุ่มเสี่ยงด้วยมั้ยคะอาจารย์
00:19:19 → 00:19:22อ่าจริงๆแล้วก็สุ่มเสี่ยงครับผมเนาะเพราะ
00:19:22 → 00:19:26ว่าบางทีเราก็อ่าเค้าเรียกว่าอะไรครับอาจ
00:19:26 → 00:19:30จะคิดว่ามันมันอาจจะไม่มีผลต่อต่อต่อต่อ
00:19:30 → 00:19:32ความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งจริงๆแล้วการ
00:19:32 → 00:19:34ดื่มเครื่องดื่มนะครับที่มีน้ำตาลหรือเรา
00:19:34 → 00:19:37เรียกว่าาร drink เนี่ยครับเนาะสุดท้าย
00:19:37 → 00:19:39แล้วผลที่ตามมามันก็อาจจะทำให้เราเกิดโรค
00:19:39 → 00:19:42อ้วนได้แล้วก็อาจจะมีภาวะดื้ออินซูลินตาม
00:19:42 → 00:19:44มาครับผมการดื่มน้ำตาลเนี่ยอาจจะทำให้
00:19:44 → 00:19:47เกิดการอักเสบในร่างกายได้ด้วยครับเพราะ
00:19:47 → 00:19:50ว่าจากการศึกษาเขาก็พบว่าน้ำตาลกับการ
00:19:50 → 00:19:52เกิดโรคมะเร็งในกลุ่มตัวอย่างเประมาณ
00:19:52 → 00:19:5543,000 รายเนี่ยพบว่าการบริโภคหรือ
00:19:55 → 00:19:57เครื่องดื่มการบริโภคนะครับเครื่องดื่มนะ
00:19:57 → 00:20:00ครับที่มีน้ำตาลเนี่ยมีความเสี่ยงนะครับ
00:20:00 → 00:20:03ในการเป็นมะเร็งหลอด
00:20:03 → 00:20:06อาหารใช่ครับผมเนาะดังนั้นเหมือนเหมือน
00:20:06 → 00:20:08ที่ผมบอกแล้วว่าจริงๆแล้วเพียงแค่อ้วนนะ
00:20:08 → 00:20:10ครับเนาะมันอาจจะไปเพิ่มปัจจัยครับผม
00:20:10 → 00:20:12เพราะว่า 1 ก็คือส่วนมากคนที่ชอบดื่มส่วน
00:20:12 → 00:20:16มากน้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นนะครับผมครับ
00:20:16 → 00:20:18โอ้ครับ
00:20:18 → 00:20:21ผมอ้วนอ้วนนี่กลายเป็นจำเลยทุกสิ่งทุก
00:20:21 → 00:20:26อย่างของโรคของโรคใบนี้นะใช่ว่าโรคใบนี้
00:20:26 → 00:20:32ใช่รรอลิงและริงใช่ๆๆนะครับผมนะอ่ะทีนี้
00:20:32 → 00:20:35มาที่เรื่องของอาหารมันอาในเมื่อมันเราพอ
00:20:35 → 00:20:39จะรู้แล้วว่ามันจะมีอาหารที่ทานไปเยอะๆ
00:20:39 → 00:20:42แล้วเนี่ยมันมีความเสี่ยงที่จะทำให้เราเ
00:20:42 → 00:20:46เกิดมะเร็งได้แล้วมันพอจะมีอาหารอะไรที่
00:20:46 → 00:20:48ช่วยป้องกันหรือว่าลดความเสี่ยงต่อการ
00:20:48 → 00:20:51เกิดโรคมะเร็งได้ไหมครับ
00:20:51 → 00:20:55อาจารย์จริงๆแล้วมีครับผมจริงๆแล้วก็อาจ
00:20:55 → 00:20:58จะเป็นในเรื่องของการลดควความเสี่ยงครับ
00:20:58 → 00:21:04ผมเนาะก็คืออาจจะเรื่องของการทานผักผลไม้
00:21:04 → 00:21:06ครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวที่จะช่วยลดความ
00:21:06 → 00:21:11เสี่ยงได้ครับผมคำว่าคำว่าสมดุลของอาหาร
00:21:11 → 00:21:14ครับผมเนาะเราเราใช้พลังงานเท่าไหร่แล้ว
00:21:14 → 00:21:17เราเอ่อเราเราเราเรากินไปเท่าไหร่แล้วเรา
00:21:17 → 00:21:19ใช้พลังงานเท่านั้นนะครับผมมันก็จะเกิด
00:21:19 → 00:21:21การบาาน 1 ก็คือน้ำหนักตัวจะไม่เพิ่มขึ้น
00:21:21 → 00:21:24แน่นอนเหมือนที่เราคำนวณกันไปเมื่อกี้ใช่
00:21:24 → 00:21:26มั้ยครับว่าเรา activity เท่าไหร่ครับ
00:21:26 → 00:21:29แล้วเราควรจะทานเท่านั้นถ้าเมื่อไหร่มัน
00:21:29 → 00:21:32เหลือมันก็จะเกิดการสะสมนะครับง่ายๆเลย
00:21:32 → 00:21:33ถ้าเราจะลดน้ำหนักเราต้องรู้ก่อนว่า
00:21:33 → 00:21:36activity ของเรามันเป็นระดับน้อยปันกลาง
00:21:36 → 00:21:39หรือมากนะครับผมอันนี้จะง่ายและนะครับต่อ
00:21:39 → 00:21:42มาก็ถ้าพูดถึงมะเร็งลำไส้ใช่มครับแต่ลำ
00:21:42 → 00:21:45ไส้ตรงก็ควรจะเลือกการทานผักผลไม้หรือว่า
00:21:45 → 00:21:48ธัญพืชนะครับผมอันนี้ก็ผักผลไม้ก็ขอเป็น
00:21:48 → 00:21:51ผักผลไม้ที่มีดดซิ้นน้ำตาลต่ำนะครับเนาะ
00:21:51 → 00:21:54อันนี้ก็จะมีค่าคำว่าดัสิน้ำตาลต่ำเนี่ย
00:21:54 → 00:21:57ก็จะทำให้เรานะครับสามารถอิ่มได้นานขึ้น
00:21:57 → 00:22:00นะครับแล้วก็จะมีมีใหยอาหารนะครับอืแนะนำ
00:22:00 → 00:22:03ว่าควรทานประมาณสัก 400 กรัมต่อวันนะครับ
00:22:03 → 00:22:06หรือ 4 ฉีดนะครับในเรื่องของผัผลไม้ถึงจะ
00:22:06 → 00:22:09ได้ยอาหารถึง 25-30 กรัมนะครับผมเนาะออ
00:22:09 → 00:22:11หรือว่าที่เราพูดว่ากินครึ่งนึงเนี่ยกิน
00:22:12 → 00:22:14ครึ่งนึงอย่างอื่นครึ่งนึงนะครับครับอื
00:22:14 → 00:22:16เอออย่างเช่นการข้าวของเราอ่ะครับแบ่ง
00:22:16 → 00:22:19เครึ่องได้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนนะครับแล้ว
00:22:19 → 00:22:23ก็ 50% เป็นผักผลไม้ครับผม 50% เป็นผักนะ
00:22:23 → 00:22:26ครับแล้วก็ในส่วนอีก 2525 ก็เป็นอ่าข้าว
00:22:26 → 00:22:30แล้วก็เป็นกับข้าวครับผมประมาณนั้นครับ
00:22:30 → 00:22:32เนี่ยตอนนี้หยกนึกถึงจานข้าวของน้องดรีม
00:22:32 → 00:22:36นะคะที่ก่อนที่เราเคยเห็นกันมาเนาะมันนึก
00:22:36 → 00:22:40ถึงของคุณเลยอ่ะครับว่าคุณน่ะจะมีมะเขือ
00:22:40 → 00:22:42เทศแล้วคุณจะมีเนื้อสัตว์ใช่มั้ยแล้วคุณ
00:22:42 → 00:22:44ก็มีข้าวกหย่อมนึงแต่คุณไม่ได้เป็นคนกิน
00:22:44 → 00:22:48ข้าวเยอะหรอกใช่ๆๆคุณหนักไปทางเนสตเนื้อ
00:22:48 → 00:22:50สัตว์เออนี่นึกถึงแล้วจินตนาการหนพอ
00:22:50 → 00:22:53อาจารย์พูดปุ๊บว่าอย่างอย่างละครึ่งอย่าง
00:22:53 → 00:22:56ละครึ่งก็แบบอืนะเอ่ออาจารย์คะนี่มีคุณ
00:22:56 → 00:22:59ผู้ฟังข่ะขอสอดแซนพอพูดถึงผักใช่มั้ย
00:22:59 → 00:23:02เมื่อกี้คุณผู้ฟังถามมาตรงใจเหมือนกันก็
00:23:02 → 00:23:04ลังคิดเหมือนกันเลยพวกมังสวิรัตอ่ะค่ะ
00:23:04 → 00:23:06เหมือนที่คุยกันเมื่อกี้ไปแล้วแบบว่าพวก
00:23:06 → 00:23:09อาหารมังสวิรัสที่เป็นแบบแปรรูปเนี่ยค่ะ
00:23:09 → 00:23:13อาจารย์มันได้หรือเปล่าถือว่ามีแย่อาหาร
00:23:13 → 00:23:17มยคะแล้วทานได้มั้ยเป็นอันตรายมั้ยคะ
00:23:17 → 00:23:21มังสวิรัตแบบแปรรูปเช่นโปรตีนเกษตรอย่าง
00:23:21 → 00:23:25เงี้ยค่ะฟ้องเต้าหู่อ่าออโอเคครับอันนี้
00:23:25 → 00:23:28ก็สามารถทานได้ครับจริงๆก็เป็นเป็นก็เป็น
00:23:28 → 00:23:31เทรนที่กำลังมาตอนนี้คือเป็นคือเป็นแส
00:23:31 → 00:23:34ครับเพราะว่าจริงๆแล้วก็จะมีความคือเรา
00:23:34 → 00:23:37สามารถที่จะเลือกฌานได้แต่จริงๆแล้วก็
00:23:37 → 00:23:39อยากให้ไม่อยากให้ไปทางใดทางหนึ่งแล้วกัน
00:23:39 → 00:23:44นะครับเนาะเพราะว่าในแต่ละในแต่ละโจะบอก
00:23:44 → 00:23:47ว่ายังไงดีโปรตีนนะครับในจากเสัตว์ก็จะมี
00:23:47 → 00:23:50กดอมิโนที่จำเป็นครับผมเนาะในส่วนโปรตีน
00:23:50 → 00:23:53ที่มาจากพืชอย่างเงี้ยครับผมก็ก็จะมีใน
00:23:53 → 00:23:56เรื่องของไตนูนครับผมก็เป็นพวกสารอาหาร
00:23:56 → 00:23:59ที่ช่วยสามารถป้องกันได้ไม่มีคอเลสเตอรอล
00:23:59 → 00:24:03อะไแล้วก็ค่อนข้างจะมีพลังงานต่ำครับผม
00:24:03 → 00:24:06ดังนั้นเพื่อให้ดีอยากให้เป็นการบาานดี
00:24:06 → 00:24:09กว่าครับผมก็ทานทางแพนเบสแล้วก็ทานทาง
00:24:09 → 00:24:13โปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์ด้วยครับ้าถ้าจะ
00:24:13 → 00:24:16ดีนะครับอืค่ะแล้วคออาหารญี่ปุ่นหรอคะ
00:24:16 → 00:24:18เมื่อกี้อ่ะคอเนื้อแดงไปแล้วเมื่อกี้มี
00:24:18 → 00:24:20คุณผู้ฟังทางบ้านถามมาเหมือนกันค่ะว่าปู
00:24:20 → 00:24:23อัดเนี่ยมันจะเหมือนไส้กรอกมั้ยคะอาจารย์
00:24:23 → 00:24:28โอมันก็แปรรูปเหมือนกันเนาะอืปูอัใช่ม
00:24:28 → 00:24:32ครับผมใช่ค่ะมันแดงๆเหมือนกันใช่ครับใช่
00:24:32 → 00:24:34อันนี้ต้องดูก่อนครับเพราะปกติแล้วกูอัด
00:24:34 → 00:24:36จริงๆแล้วอาจจะทำมาจากเนื้อปลา
00:24:36 → 00:24:39ค่ะจริงๆครับผมเนาะอันนี้ก็ต้องดูแหล่ง
00:24:39 → 00:24:42ที่มาด้วยครับผมไม่มั่นใจว่าจริงๆแล้วอาจ
00:24:42 → 00:24:44จะเป็นอาหารแปรรูปอยู่แล้วนะครับเพราะว่า
00:24:44 → 00:24:471 ก็คือสามารถเก็บรักษาได้นานนะครับอื
00:24:47 → 00:24:50อันอยู่แล้วเพราะว่าเจะมีการเติมพวกอ่า
00:24:50 → 00:24:54พวกสังกันบูดหรืออ่าสารที่ทำให้ตัวอาหาร
00:24:54 → 00:24:56นะครับไม่เกิดการบูดหรือว่ามีเชื้อ
00:24:56 → 00:24:58จุรินทรีย์เติบโตได้อันนี้นี้ถ้าเราทาน
00:24:58 → 00:25:01เป็นจำนวนมากนะครับจนจนได้รับสาอันนั้น
00:25:01 → 00:25:04เป็นเป็นเป็นปริมาณมากต่อวันขับไม่เราก็
00:25:04 → 00:25:06ไม่ยอมจะทานอย่างอื่นเลยก็อาจจะมีความ
00:25:06 → 00:25:08เสี่ยงแต่ว่าจริงๆแล้วการรับประทานอะไรก็
00:25:08 → 00:25:11ตามครับผมถ้าเราสามารถที่จะหมุนเวียนได้
00:25:11 → 00:25:14นะครับไม่ทานซ้ำบางคนอาจจะชอบสิ่งใดสิ่ง
00:25:14 → 00:25:16นึ่งก็ทานเป็นประจำสุดท้ายแล้วสิ่งที่มัน
00:25:16 → 00:25:18ดีๆมันก็จะเกิดเป็นพิษได้เงี้ยครับเพราะ
00:25:18 → 00:25:21ว่าร่างกายขับออกไม่หมดเงี้ยครับ
00:25:22 → 00:25:24อืก็เหมือนเดิมนะครับคือไม่มีอะไรดีที่
00:25:24 → 00:25:27สุดนะครับเนาะดังนั้นเราก็ควรจะต้องแบบ
00:25:27 → 00:25:30เลือกทำนะครับอาหารแบบแล้วก็หมุนเวียนนะ
00:25:30 → 00:25:34ครับผมดีกว่าอทางสายกลางทางสายกลางนะชิมา
00:25:34 → 00:25:37ปฏิปประทานนะใช่ๆๆนี่เราก็ได้ครับเราได้
00:25:37 → 00:25:39ทราบเรื่องของอาหารที่สุ่มเสี่ยงแล้วก็
00:25:39 → 00:25:42อาหารที่พอจะช่วยลดเรื่องของการเกิด
00:25:42 → 00:25:46มะเร็งไปไปบ้างแล้วนะเออแล้วก็ได้ได้ได้
00:25:46 → 00:25:49ไขคำถามที่คุณผู้ฟังฝากถามมาเหมือนกันที
00:25:49 → 00:25:52นี้มาถึงคำถามหน่อยแล้วกันคำถามที่เรามัก
00:25:52 → 00:25:56จะเจอมักจะถูกส่งต่อกันในโลกออนไลน์นะพี่
00:25:56 → 00:26:00หยกนะอาจารย์นะเออเออคำถามแรกคือพี่หยก
00:26:00 → 00:26:02เรื่องอะไรดีครับพี่อันเนี้ยค่ะนึกถึง
00:26:02 → 00:26:04เพราะเมื่อกี้พอบอกอ้วนเป็นจำเลยเนาะอัน
00:26:04 → 00:26:07นี้แอบแอบอันนี้ขอสักนิดนึงคือเขาจะชอบ
00:26:07 → 00:26:11พูดคำนี้ตลอดเลยว่าน้ำตาลเนี่ยนะเป็น
00:26:11 → 00:26:14อุปสรรคสำคัญของทุกอย่างะถ้ากัเราทานหวาน
00:26:14 → 00:26:17เนี่ยมะเร็งชอบน้ำตาลอันนี้จะได้ยินบ่อย
00:26:17 → 00:26:20กับเรื่องของเนื้อสัตว์ค่ะอาจารย์มันคือ
00:26:20 → 00:26:23เนื้อสัตว์นี่คือไม่ควรทานด้วยอะไรอย่าง
00:26:23 → 00:26:25เงี้ยสำหรับคนป่วยมะเร็งใช่มั้ยคะเมื่อ
00:26:25 → 00:26:26กี้พเราอาจารย์พูดถึงเนื้อแดงแล้วเราก็
00:26:26 → 00:26:28เน้นอันนี้เราก็เลยมาเมื่อกี้พอพูดถึงน้ำ
00:26:28 → 00:26:31อัดลมอีกเออมันก็ยังเป็นคำถามวนๆอยู่ค่ะ 2
00:26:31 → 00:26:35อันเนี้ยยอดฮิตเลยบานคนเป็นมะเร็งอย่าทา
00:26:35 → 00:26:38น้ำตาลเยอะนะเพราะมะเร็งชอบน้ำตาลมะเร็ง
00:26:38 → 00:26:40ก็ชอบเนื้อแดงมะเร็งก็ชอบเนื้อสัตว์เนี่ย
00:26:40 → 00:26:43ก็เลยถึงต้องแบบเนี่ยค่ะเป็นคำถามแบบบน
00:26:43 → 00:26:49ตลอดนะคะอาจารย์ครับผมก็ก็จริงๆแล้วเราก็
00:26:49 → 00:26:51จริงๆก็เหมือนๆเหมือนที่ตั้งแต่เราเปิด
00:26:51 → 00:26:54รายการนะครับว่าก็จะเจอคำถามวนวนๆใช่ม
00:26:54 → 00:26:57ครับคนก็ตอบคำถามเดิมแล้วก็จะวนกลับมา
00:26:57 → 00:27:00แล้วก็ก็แชงกแกอ่ากันกลับไปกลับมาครับผม
00:27:00 → 00:27:03ส่วนในว่าผู้ป่วยมะเร็งเนี่ยไม่ควรกิน
00:27:03 → 00:27:05เนื้อสัตว์ใช่มั้ยครับอันนี้ก็ความเชื่อ
00:27:05 → 00:27:08ที่ผิดนะครับเพราะว่าจริงๆแล้วเนื้อสัตว์
00:27:08 → 00:27:11ก็คือโปรตีนนะครับเนาะแล้วก็ยิ่งในคนไข้
00:27:11 → 00:27:13มะเร็งอ่ะครับเขายังเยิ่งยังต้องได้รับ
00:27:13 → 00:27:16แบบอาหารที่มีพลังงานสูงแล้วก็มีโปรตีน
00:27:16 → 00:27:18สูงครับผมเนาะเนื่องจากผู้ป่วยมะเร็ง
00:27:18 → 00:27:20เนี่ยหลังจากได้รับการรักษาไม่ว่าจะเป็น
00:27:20 → 00:27:23เคมีบำบัดหรือฉายแสงเนี่ยอาจจะมีผลข้าง
00:27:23 → 00:27:26เคียงได้นะครับไม่ว่าจะเป็นาวะเม่เลือด
00:27:26 → 00:27:28แดงจางเม่เลดขาวตอันนี้ก็ยิ่งทำให้ภูมิ
00:27:28 → 00:27:31พุมกันของเขาต่ำลงไปด้วยนะครับแล้วก็อาจ
00:27:31 → 00:27:34จะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษานะครับ
00:27:34 → 00:27:36ปกติก็คือความอยากอาหารลดน้อยลงอยู่แล้ว
00:27:37 → 00:27:40กินได้น้อยลงอยู่แล้วนะครับปกติก็ไม่ต้อง
00:27:40 → 00:27:42พูดถึงอยู่แล้วครับโปรตีนขาดอยู่แล้วนะ
00:27:42 → 00:27:44ครับยิ่งเราไม่ต้องไปกัดมีความเชื่อที่
00:27:44 → 00:27:46ผิดอย่างเงี้ยครับผมยิ่งทำให้คนไข้เนี่ย
00:27:46 → 00:27:49ครับผมไม่สามารถรักษาต่อได้นะครับสุดท้าย
00:27:49 → 00:27:52แล้วก็อาจจะเสียชีวิตจากการขาดสารอาหาร
00:27:52 → 00:27:55ซึ่งไม่ใช่เสียชีวิตจากเป็นโรคมะเร็งครับ
00:27:55 → 00:27:59ผมโถค่ะซึ่งเรื่องเรื่องเรื่องทานน้อยคง
00:27:59 → 00:28:01ไม่เกิดขึ้นกับเราอันอันนี้ไม่ได้กับใคร
00:28:01 → 00:28:04กับตัวเรานี่แหละคงคงไม่มีโอกาสเกิดขึ้น
00:28:04 → 00:28:06อ๋อแต่ว่าก็หวังบอกเสี่ยงนะครับเพราะไม่
00:28:06 → 00:28:08งั้นผมก็ต้องมาตอบอีกเรื่อยๆนะครับสำหรับ
00:28:08 → 00:28:11เรื่องสำหรับเรื่องของยสันะครับก็ก็อยาก
00:28:11 → 00:28:15ให้ก็อยากให้ช่วยกันนะครับว่ามันทานได้นะ
00:28:15 → 00:28:17ครับแล้วปัจจุบันการแพทย์ของเราก็ทันสมัย
00:28:18 → 00:28:20มากนะครับการจมมะเร็งไม่ได้น่ากลัวเหมือน
00:28:20 → 00:28:22สมัยก่อนแล้วนะครับเนาะใช่ค่ะๆสงสารเพราะ
00:28:22 → 00:28:26ว่าก็ทานน้อยอยู่แล้วนะคะแล้วก็ตัวพร้อม
00:28:26 → 00:28:28นะน้ำหนักเบาเพราะว่าอย่างว่าต้องให้ทั้ง
00:28:28 → 00:28:31ยาเคมีฉายแสงจริงๆเราต้องการสร้างกล้าม
00:28:31 → 00:28:33เนื้อเห็นจะบางคนจำเป็นต้องกินโปรตีนแต่
00:28:33 → 00:28:36ทีนี้อาจารย์คะแล้วเรื่องน้ำตาลล่ะคะ
00:28:36 → 00:28:39เนี่ยมาของคู่กันเลยว่าจริงๆเนี่ยทุก
00:28:39 → 00:28:41อย่างจะบอกว่าอันนี้ก็ชอบน้ำตาลอันนี้ก็
00:28:41 → 00:28:43ชอบน้ำตาลจริงๆน้ำตาลเป็นเป็นพิษร้ายกับ
00:28:43 → 00:28:46เราหรือว่าครับยังไงคะเราก็จะชอบบอกว่า
00:28:46 → 00:28:49แบบเซลล์มะเร็งมันชอบน้ำตาลใช่มั้ยครับ
00:28:49 → 00:28:52อืมใช่ค่ะนี้ตายินมาตลอดจริงมั้ยอ่าเมัน
00:28:52 → 00:28:54โตนะครับแล้วจริงๆแล้วไอ้ตัวน้ำตาลเนี่ย
00:28:54 → 00:28:56เขาก็เป็นสารอาหารอยู่ในกลุ่ม
00:28:56 → 00:28:59คาร์โบไฮเดรตนะครับผม
00:28:59 → 00:29:05ค่ะเซ็งอยู่มันไม่ใช่น้ำตือไม่ว่าจะเป็น
00:29:05 → 00:29:08โปรตีนไขมันนะครับพวกนี้ครับมันก็เป็น
00:29:08 → 00:29:11พลังงานอยู่แล้วครับดังนั้นก็คือเราทาน
00:29:11 → 00:29:13เข้าไปเซลล์มะเร็งก็ต้องโตอยู่แล้วนะครับ
00:29:13 → 00:29:15เพราะว่ามันก็ต้องใช้พลังงานจากสารอาหาร
00:29:15 → 00:29:18ที่เราทานเข้าไปนะครับเนาะแต่การกินน้ำ
00:29:18 → 00:29:22ตาลครับก็ควรจะต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม
00:29:22 → 00:29:26นะครับซึ่งก็ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาครับต่อ
00:29:26 → 00:29:30วันหรือประมาณ 20 14 กรัมครับอืก็ข้อ
00:29:30 → 00:29:32จำกัดหน่อยเพราะว่าไม่งั้นก็เดี๋ยวสะพาน
00:29:33 → 00:29:36กันเยอะนะครับจนเกินไปก็อาจจะส่งผลอีกนะ
00:29:36 → 00:29:38ครับผมเนาะไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเหมือน
00:29:38 → 00:29:41ที่ผมบอกอ่ะน้ำตาในวในเลือดสูงนะครับอาจ
00:29:41 → 00:29:44จะอ้วนขึ้นก็ได้นะครับเนาะบางทีก็อาจจะ
00:29:44 → 00:29:46บางทีกินอะไรไม่ค่อยได้อยากกินอะไรหาน
00:29:46 → 00:29:48หวานๆอย่างเงี้ยครับผมเนาอันนี้ก็ไม่แนะ
00:29:48 → 00:29:51นำนะครับอค่ะก็คือเหมือนอาจารย์จะบอกว่า
00:29:51 → 00:29:53กินอะไรยังไงมะเร็งมันก็โตของมันเป็น
00:29:53 → 00:29:58เรื่องปกติแต่เราจำเป็นต้องทานใช่มั้ยคะ
00:29:58 → 00:30:00คือเอาง่ายๆว่าเราต้องแบ่งเขทานด้วยนะ
00:30:00 → 00:30:03ครับเพราะว่าถ้าเราแบบไม่ยอมทานนะครับอ่ะ
00:30:03 → 00:30:05สมมุติว่าเรากินไป 2,000 แคลอรี่อครับ
00:30:05 → 00:30:07อย่างน้อยเราได้ 1,000 เได้ 1,000 ก็ยัง
00:30:07 → 00:30:09ดีครับก็ถ้าเมื่อไหร่เราไม่เราไม่ได้
00:30:09 → 00:30:12แคลอรี่เลยครับผมเราแบบเรากลัวจนเราเรา
00:30:12 → 00:30:15เราจิตกแล้วเราไม่ยอมทานอะไรเพราะเรากลัว
00:30:15 → 00:30:17แต่ก้อนมะเร็งโตสุดท้ายมะเร็งเขาก็จะมา
00:30:17 → 00:30:19สลายกล้านเนื้ออยู่ในร่างกายของเราไปใช้
00:30:19 → 00:30:23เหมือนเดิมครับเป็นว่าก็ผอมลงผอมลงนะครับ
00:30:23 → 00:30:26อยังไงก็คือระหว่างการรักษาก็พยายามนะ
00:30:26 → 00:30:29ครับบูสเองนะครับให้มันสุขภาพร่างกายแข็ง
00:30:29 → 00:30:32แรงนะครับเนาะเพื่อที่เราจะได้รักษาครบนะ
00:30:32 → 00:30:35ครับกระบวนการที่คุณหมอได้วางแผนไว้จะดี
00:30:35 → 00:30:39กว่าครับผมอค่ะอมันมีอีกหนึ่งเรื่องครับ
00:30:39 → 00:30:42ที่ถูกส่งต่อนี่ผมผมได้ยินกันเยอะมากเลย
00:30:42 → 00:30:45ครับอาจารย์ครับเรื่องของผู้ป่วยมะเร็งลำ
00:30:45 → 00:30:50ไส้ทานพวกเอ่อน้ำผึ้งมะนาวโซดาเนี่ยมันจะ
00:30:50 → 00:30:54ช่วยต้านมะเร็งได้อาจารย์จริงเท็จแค่ไหน
00:30:54 → 00:30:57ครับกับเรื่องนี้ฮะอันนี้คือรู้สึกว่าจะ
00:30:57 → 00:31:01แชกันโเยอะมากส่วนมากก็จะมาเป็นน้ำมะนาว
00:31:01 → 00:31:03โซดานะครับแต่รอบนี้มีพึ่งมาด้วยใช่มั้ย
00:31:03 → 00:31:07ครับใชอครับใช่ๆๆโอ้เรียกว่าเสริมๆเสเข้า
00:31:07 → 00:31:09ไปครับเพราะว่าน้ำผึ้งเาบอกว่าเป็นยาเว่า
00:31:09 → 00:31:12อย่างงั้นอ่าจริงๆแล้วก็จริงๆแล้วน้ำผึ้ง
00:31:13 → 00:31:15ก็เป็นยาครับส่วนมากก็จะอยู่ในสูตรของ
00:31:15 → 00:31:18เอ่อตัวยาของแพทแผ่นไทยใช่มั้ยครับก็หลัง
00:31:18 → 00:31:20ๆมาก็เอามาใช้เป็นผสมเครื่องดื่มนะครับ
00:31:21 → 00:31:23นองจากมีกลิ่นแล้วก็รสชาติที่อร่อยใช่
00:31:23 → 00:31:26มั้ยครับค่ะแต่จริงๆดังนั้นก็ถ้าเอา
00:31:26 → 00:31:28เรื่องของน้ำผึ้งก็ควรทานเยอะนะครับเนาะ
00:31:28 → 00:31:31ก็ก็เหมือนกับน้ำตาลนะครับเนาะส่วนของน้ำ
00:31:31 → 00:31:34มะนาวโซดาอย่างเงี้ครับผมจริงๆแล้วอาจจะ
00:31:34 → 00:31:36เกิดจากความเชื่อโดยการที่ยนไข้มานั่งคุย
00:31:36 → 00:31:38กันก็ได้ครับว่าดื่มน้ำมะนาวโซดารู้สึกสด
00:31:38 → 00:31:41ชื่นครับผมครับแล้วก็อาจจะเพี้ยนๆๆมา
00:31:41 → 00:31:44เรื่อยๆนะครับผมจนวันนึงมันกลายเป็นว่า
00:31:44 → 00:31:47น้ำมะนาวโซดารักษามะเร็งครับผมเนาะโอ้โห
00:31:47 → 00:31:50ต้องกิงยเป็นลิเลยจริงๆแล้วจุดเริ่มต้น
00:31:50 → 00:31:52ของมันน่ะเพียงแต่แบบมีการไปอาจจะไปซื้อ
00:31:52 → 00:31:55น้ำมะนาวโซดาน้ำแดงน้ำมะนาวโซดาแล้วรู้
00:31:55 → 00:31:58สึกว่าตัวเองรู้สึกว่าสเชเพราะว่าคนไข้
00:31:58 → 00:32:00ที่รักษานะครับเนาะด้วยมะเร็งนะครับอาจจะ
00:32:00 → 00:32:02มีอาการเจ็บปากเจ็บคออย่างเงี้ยครับผม
00:32:02 → 00:32:04เนาะอันนี้เป็นไซเอฟเฟคจากเคมีำบัดหรือ
00:32:04 → 00:32:07ฉายแสงอยู่ะนะครับเนาะอันนี้การได้กิน
00:32:07 → 00:32:09หรือว่าการการได้กินอะไรอาหารอ่าเครื่อง
00:32:09 → 00:32:11ดื่มที่มีรถเปรี้ยวก็อาจจะทำให้เขารู้สึก
00:32:11 → 00:32:14มีน้ำลายแตกออกมาได้อาจจะทำให้เกิดความ
00:32:14 → 00:32:17ซุ่มคออะไรเงี้ยครับผมเนาะแล้วก็แล้วก็มี
00:32:17 → 00:32:20การพูดกันมาเรื่อยๆนะครับเนาะค่ะอีกอย่าง
00:32:20 → 00:32:22นึงก็คือเรื่องของตัวทั้งทั้งตัวมะนาว
00:32:22 → 00:32:25แล้วก็ทั้งตัวโซดาทั้ง 2 ตัวนะครับมีความ
00:32:26 → 00:32:28เป็นกรดนะครับผมเนาะดังนั้นก็ถ้าจะให้แนะ
00:32:28 → 00:32:31นำก็ไม่ก็ไม่แนะนำแล้วกันนะครับเนาะเพราะ
00:32:31 → 00:32:34ว่าหนบางทีถ้าดื่มๆไปในขณะท้องว่างก็อาจ
00:32:34 → 00:32:37จะทำให้เกิดมีปัญหากับระบบทางเดือนอาหาร
00:32:37 → 00:32:40ได้นะครับไม่สบายท้องหรือเป็นกดไหลย้อน
00:32:40 → 00:32:42ได้หรืออาจจะทำให้เยื่อบุทำระบบทางเดือน
00:32:42 → 00:32:45อาหารมีแบบผิดปกติได้แล้วกันนะครับเนาะ
00:32:45 → 00:32:48ถ้าอยากจะดื่มจริงๆก็อย่าดื่มตอนท้องว่าง
00:32:48 → 00:32:51แล้วกันนะครับแต่ถามว่าช่วยรักษามะเร็งม
00:32:51 → 00:32:55ไม่ช่วยนะครับโอยเพราะว่าไอ้ข้อความเนี่ย
00:32:56 → 00:33:00นะผมได้รับมาถูกส่งต่อถูกแชร์กันมาน่าจะ
00:33:00 → 00:33:03เป็น 10 ปีแล้วอ่ะจนปัจจุบันน่ะจน
00:33:03 → 00:33:05ปัจจุบันก็ยังมีการส่งต่อกันอยู่อ่ะครับ
00:33:05 → 00:33:08ใช่อันนี้ในฐานะนักโภชนาการค่ะอาจารย์ถาม
00:33:08 → 00:33:10อันนี้ถามเผื่อไว้นิดนึงค่ะเพราะคนส่วน
00:33:10 → 00:33:13ใหญ่ชอบคิดว่าเราอ่ะทานน้ำผึ้งมันก็คือ
00:33:14 → 00:33:17น้ำผึ้งมันเป็นประโยชน์มันไม่ใช่น้ำตาล
00:33:17 → 00:33:19จริงๆถ้าเกิดเราทานอย่างเงี้ยเป็นเบาหวาน
00:33:19 → 00:33:22ได้มั้ยคะทานน้ำผึ้งเนี่ยค่ะเป็นได้ครับ
00:33:22 → 00:33:25เป็นได้เป็นได้เดียวกันค่ะเพราะว่าน้ำ
00:33:25 → 00:33:27ผึ้งก็เป็นแหล่งนึงที่มีน้ำตาลเช่นเดียว
00:33:28 → 00:33:30กันเลยครับดังนั้นการทานในปริมาณที่เกิน
00:33:30 → 00:33:34เหมาะสมครับก็มันก็คือทำให้อ่าเค้าเรียก
00:33:34 → 00:33:37อะไรร่างกายได้รับในตัวส่วนของน้ำตาลหรือ
00:33:37 → 00:33:39พลังงานที่เพิ่มมากขึ้นสุดท้ายแล้วไอ้ตัว
00:33:39 → 00:33:44ไอ้ตัวที่บองบอกว่าไอ้ตัวจะเป็นเบาหวานม
00:33:44 → 00:33:46ก็คือไอ้ตัวภาวะอ้วนที่มันเพิ่มขึ้นนี่
00:33:46 → 00:33:48แหละครับก็จะมีปัญหาเรื่องของอินซูลินที่
00:33:48 → 00:33:50มันสลัอย่างเงี้ยครับผมเนาะดังนั้นการ
00:33:50 → 00:33:52ดื่มเครื่องดื่มที่เป็น Sugar drink ที่
00:33:52 → 00:33:55ผมบอกเมื่อกี้เราใช้ว่า Sugar drink ก็
00:33:55 → 00:33:57ได้ครับไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องดื่มที่อ่า
00:33:57 → 00:34:01ผสมไอ้ตัวเค้าเรียกว่าอะไรครับพวกน้ำตาล
00:34:01 → 00:34:06นะครับพวกอ่าน้ำตาลเทียมไซหลับอ้าใช่ครับ
00:34:06 → 00:34:09พวกนั้นนะครับผมเนาะนอกจากไอ้ตัวไอนอกจาก
00:34:09 → 00:34:11ไอ้ตัวสารที่ทดแทนความหวานอะไรอย่างเงี้ย
00:34:11 → 00:34:13ครับผมหรือว่าพวกหญ้าหวานอย่างเงี้ยก็
00:34:13 → 00:34:15โอเคหน่อยพวกนี้ก็จะให้แต่ความหวานจัให้
00:34:16 → 00:34:18พลังงานอย่างเงี้ยครับในปัจจุบันก็จะเรา
00:34:18 → 00:34:22ก็จะเจอพวกอคาเฟ่ที่เป็นคาเฟ่สุขภาพก็มี
00:34:22 → 00:34:25การใช้หญ้าหวานทดแทนอย่างเงี้ยก็ทำให้ได้
00:34:25 → 00:34:27รดหวานเช่นเดียวกันแล้วก็ไม่ให้พลังงานก็
00:34:27 → 00:34:29จะเหมาะกับคนที่รักสุขภาพนะครับผมอันนี้
00:34:29 → 00:34:32ก็อาจจะลองมองหาดูนะครับสำหรับใครที่ยัง
00:34:32 → 00:34:35ชอบรสหวานอยู่แต่ไม่อยากได้พลังงานเอยาก
00:34:35 → 00:34:38เป็นเบาหวานอย่าเงี้ครับผมค่ะแต่ว่าทีเ
00:34:38 → 00:34:41ค่ะมีคุณผู้ฟังถามมาสอดคล้องกันพอดีเลย
00:34:41 → 00:34:45ค่ะว่าน้ำตาลเทียมอ่ามันร้ายกว่าน้ำตาล
00:34:45 → 00:34:47ทรายมั้ยคะ
00:34:47 → 00:34:50อ่าจริงๆแล้วน้ำตาลเทียมใช่มั้ยครับจริงๆ
00:34:50 → 00:34:54แล้วถ้าทานในปริมาณที่เหมาะสมก็ก็ก็ถือ
00:34:54 → 00:34:58ว่าไม่ไม่ร้ายนะครับแต่ถ้าเราทานมากเกิน
00:34:58 → 00:35:01ไปอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณหรือว่าชนิด
00:35:01 → 00:35:04ของน้ำตาลที่เรารับประทานไปบางทีก็อาจจะ
00:35:04 → 00:35:07ทำให้เกิดอระคายนะครับในเรื่องของระบบทาง
00:35:07 → 00:35:09เรียนอาหารหรือว่าาจะทำให้ท้องเสียได้
00:35:09 → 00:35:12เงี้ยครับผมเนาะดังนั้นจริงๆแล้วก็อาจจะ
00:35:12 → 00:35:15ทานในปริมาณที่เล็กน้อยนะครับเนาะ้านๆที่
00:35:15 → 00:35:17อะไรอย่างเงี้ยก็สับทานได้ครับแต่ไม่
00:35:17 → 00:35:20จำเป็นจะต้องแบบเอามันเป็นกิจลักษณะเลย
00:35:20 → 00:35:22ครับว่าเราแบบอยากจะลดน้ำหนักจะชอบกิน
00:35:22 → 00:35:25หวานแล้วก็จะทานแต่น้ำตาลเทียมอันนี้ก็
00:35:25 → 00:35:29ไม่เห็นด้วยครับผมค่ะก็คือว่าในปริมาณที่
00:35:29 → 00:35:32พอเหมาะแต่ทีเนี้ยค่ะอาจารย์ได้ยินมาหลาย
00:35:32 → 00:35:34อย่างเลยค่ะว่าเดี๋ยเนี้ยตั้งแต่เกลือใช่
00:35:34 → 00:35:37มั้ยคะเราก็มีเกลือหิหิมาลัยอันนี้น้ำตาล
00:35:37 → 00:35:41ก็เหมือนกันน้ำตาลไทรแดงนะคะน้ำตาลกรวดอ
00:35:41 → 00:35:45อ่าสารพัดมันความหวานปริมาณความหวานมัน
00:35:45 → 00:35:48ขึ้นมันเท่ากันหรือว่ามันขึ้นอยู่กับว่า
00:35:48 → 00:35:50การรับประทานถ้ารับทานเกินขนาดไม่ว่าคุณ
00:35:50 → 00:35:53จะเป็นน้ำตาลกรวดน้ำตาลไทราแดงอะไรก็ตาม
00:35:53 → 00:35:57ถ้าเราทานมากมันก็อันตรายเหมือนกันใช่
00:35:57 → 00:36:00ครับผมใช่เพราะว่าสุดท้ายแล้วน้ำตาล 1
00:36:00 → 00:36:02กรัมนะครับหรือคาร์โบไฮเดรต 1 กรัมก็ให้
00:36:02 → 00:36:06พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่เท่ากันครับผมอืก็
00:36:06 → 00:36:09ก็ขึ้นอยู่แต่การดูซึมอาจจะแตกต่างกัน
00:36:09 → 00:36:12อย่างเช่นน้ำตาลีพวกสีขาวอย่างเงี้ยก็อาจ
00:36:12 → 00:36:15จะมีการดูซึมนะครับผมแล้วก็ขึ้นในขึ้นสู่
00:36:15 → 00:36:18ระดับน้ำตาลในกระแสได้ได้เร็วกว่าตัวน้ำ
00:36:18 → 00:36:20ตาลที่ไม่ขัดสีอย่างเงี้ยครับผมเนาะดัง
00:36:20 → 00:36:23นั้นการแนะนำของเราก็จะแนะนำให้ทานพวกคก
00:36:23 → 00:36:26คาร์โบไฮเดรตครับผมมากกว่าการไปเลือกทาน
00:36:26 → 00:36:29น้ำตาลอย่างเช่นพวกอ่าข้าวกล้องอย่าง
00:36:29 → 00:36:32เงี้ยครับผมเนาะหรือว่าผักผลไม้อย่าง
00:36:32 → 00:36:33เงี้ยครับผมนะเพราะว่าเป็นคาร์โบไฮเดรต
00:36:34 → 00:36:36เช่นเดียวกันแต่ก็จะย่อยและกระดูดซึมได้
00:36:36 → 00:36:38ช้าครับผมเมื่อเทียบกับการรับประทานน้ำ
00:36:38 → 00:36:43ตาลครับผมอือือันนี้เป็นเรื่องของน้ำตาล
00:36:43 → 00:36:46อะไรอย่างงี้นะพี่หยกนะใช่ทีนี้มันมีอีก 1
00:36:46 → 00:36:48อาหารครับอันนี้ผมก็ได้ยินแล้วก็ผมเห็น
00:36:48 → 00:36:52คุณพ่อคุณแม่เก็กินกันบ่อยมากเาบอกว่าไอ้
00:36:52 → 00:36:55ตัวนี้เนี่ยมันจะช่วยต้านมะเร็งกินแล้ว
00:36:55 → 00:36:58เนี่ยมันจะทำให้โอกาสการเกิดมะเร็งเนี่ย
00:36:58 → 00:37:02น้อยลงนั่นก็คือมะระขี้นกผมได้ยินมานาน
00:37:02 → 00:37:04แล้วครับอาจารย์คุณเคยทานรือเปล่าไม่กล้า
00:37:04 → 00:37:09ทานครับอุ้ยมันขมครับทานค่ะนี่นี่พี่ทาน
00:37:09 → 00:37:13กับพริกอร่อยออกขมใช่มั้ยครับคช่วงหลังๆ
00:37:13 → 00:37:16มาจะจะจะเห็นคนทานมลักขี้นกเยอะใช่มั้ย
00:37:16 → 00:37:19ครับก็ชอบเอามาาอือเอามาเป็นเหมือนทำ
00:37:19 → 00:37:22คอนเทนอย่างเงี้ยครับผมเยอะหน่อยครับแล้ว
00:37:22 → 00:37:25ก็แต่ก็ยังมีคนเ่อยังมีความเชื่อนะครับ
00:37:25 → 00:37:28ที่ที่มีความเชื่อว่าการทานมะลาดขี้นก
00:37:28 → 00:37:30เนี่ยสามารถต้านมะเร็งได้ใช่มั้ยครับจริง
00:37:30 → 00:37:32ๆแล้วตัวลัขี้นกเนี่ยก็เป็นสมุนไพรที่มี
00:37:33 → 00:37:35ประโยชน์นะครับเนาะหลายด้านแล้วก็มีงาน
00:37:35 → 00:37:38วิจัยนะครับระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการพบ
00:37:38 → 00:37:41ว่ามลาชี้นกเนี่ยมีสารต้านออนุมูลอิสระนะ
00:37:41 → 00:37:44ครับเนาะที่อาจมีส่วนช่วยซ้านมะเร็งนะ
00:37:44 → 00:37:47ครับแต่หลักๆแล้วที่เขาจะชอบเอามาทานกัน
00:37:47 → 00:37:50ก็คือเอามาเป็นการดื่มน้ำมะระขี้นกร้อนนะ
00:37:50 → 00:37:54ครับตมอใช่ค่ะๆๆคุณแม่ทก็คือพบว่าไม่มี
00:37:54 → 00:37:56ส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งเลยนะ
00:37:56 → 00:37:59ครับก็ใช่ๆไม่สามานำมารักามะเร็งได้นะ
00:37:59 → 00:38:01ครับเพราะว่าหลักๆแล้วก็คือถ้าเราจะรักา
00:38:01 → 00:38:04มะเร็งก็ต้องใช้ผ่าตัดนะครับคมีบำบัดแล้ว
00:38:04 → 00:38:07ก็รังสีรักษาครับผมเนาะดังนั้นก็อันนี้ก็
00:38:07 → 00:38:10ยังอยู่แค่ในระดับห้องปฏิบัติการนะครับ
00:38:10 → 00:38:13นี้เป็นทางวิทยาศาสตร์นะคะแต่ว่าสำหรับคน
00:38:13 → 00:38:16แกะอันนี้อย่างคนสูงวัยที่บ้านสูงวยที่
00:38:16 → 00:38:20บ้านจะบอกว่าทานมะระขี้นกเนี่ยน้ำต้ม
00:38:20 → 00:38:22อย่างที่อาจารย์บอกเลยเพราะว่าเราไปทาน
00:38:22 → 00:38:25กับน้ำพริกผักจิ้มใช่มคะเราต้องไปต้มมัน
00:38:25 → 00:38:29รสขมมันจะช่วยให้รู้สึกชุ่มคออือันอันนี้
00:38:29 → 00:38:32อันนี้สูงไว้ที่บ้านนะคะอืครับผมเออไม่
00:38:32 → 00:38:34รู้สูงไว้ที่บ้านจะมีแย้งหรือเปล่านะคะ
00:38:34 → 00:38:37เพราะว่าเพราะเขาบอกว่ามันช่วยได้แต่ที
00:38:37 → 00:38:39นี้ส่วนใหญ่อ่ะค่ะพอคนน่ะเหมือนว่าอายุ
00:38:39 → 00:38:42มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นสะเดาของขมทั้งหลาย
00:38:42 → 00:38:45เราจะถูกถูกมองว่ามันเป็นยาอย่าเงี้ยค่ะ
00:38:45 → 00:38:47อาจารย์มันจะต้องเป็นทุกขมหรือเปล่าเพราะ
00:38:47 → 00:38:50ว่ามะระธรรมดาก็ขมเนาะมะระขี้นกยิ่งขม
00:38:50 → 00:38:54เข้าไปอีกสะเดาก็ขมโไม่ชอบกินขมไม่กิน
00:38:54 → 00:38:56บรเพชรไปเลยรออุ๊ยไม่ไหวนะยังไม่เยเคยกิน
00:38:56 → 00:39:01เคยกินแล้วเหรอไม่เคไม่กินเออถามอาจารย์
00:39:01 → 00:39:03เลยเออของผมนี่ถือว่าเป็นยาทั้งหมดเลย
00:39:03 → 00:39:05มั้ยครับอาจารย์อันนี้ก็คือส่วนส่วนส่วน
00:39:05 → 00:39:08ส่วนส่วนตัวเราก็คือพบว่านะครับว่ายิ่ง
00:39:08 → 00:39:10อายุมากก็จะยิ่งมีการทารถขมได้อร่อยมาก
00:39:11 → 00:39:14ขึ้นครับอ่าใช่ค่ะใช่ค่ะอ่าดังนั้นก็จะไว
00:39:14 → 00:39:16มากขึ้นดังนั้นก็จะพบผู้ใหญ่จะพบว่าผู้
00:39:16 → 00:39:19ใหญ่นะครับผมแล้วก็ชอบทานตัวกลุ่มมะระนะ
00:39:19 → 00:39:21ครับหรือว่ามะระคีนกหรือว่าสเดาอย่าง
00:39:21 → 00:39:23เงี้ยครับผมเนาะซึ่งจะแตกต่างว่าทำไมตอน
00:39:23 → 00:39:26เด็กเราถึงไม่ชอบใช่มั้ยครับการรับของเรา
00:39:26 → 00:39:28ก็จะมีการเปปลี่ยนไปเนาะแต่สิ่งที่กังวล
00:39:28 → 00:39:30นิดนึงนะครับมลักขี้นกเนี่ยเขาจะมี
00:39:30 → 00:39:32สรรพคุณในเรื่องของการลดระดับน้ำตาลใน
00:39:32 → 00:39:35เลือดได้ด้วยนะครับเนาะส่วนมากก็จะอยาก
00:39:35 → 00:39:38ให้คนไข้ที่เป็นเบาหวานช่วยอ่าทานอะไร
00:39:38 → 00:39:39เงี้ยแต่จริงๆเราก็อาจจะต้องระวังนะครับ
00:39:39 → 00:39:41เดี๋ยวทานเยอะเกินไปเดี๋ยวระดับน้ำตาใน
00:39:41 → 00:39:44เลือดลดจนเกินไปอาจจะเป็นน้ำตาลต่ำได้นะ
00:39:44 → 00:39:47ครับเนาะอันนี้ก็อาจต้องระวังนะครับออื
00:39:47 → 00:39:51ชิมาปฏิปประทานมาอีกคนึงนะค่ะใช่ครับอย่า
00:39:51 → 00:39:53กินเยอะไปเดี๋ยวบอกว่าโหอร่อยเหลือเกิน
00:39:53 → 00:39:57กินดีอะไรอย่างเงี้ยครับนะคะทีนี้มันมี
00:39:57 → 00:39:59เหลืออีกสักขออีกสักน้ำนึงแล้วกันนะครับ
00:39:59 → 00:40:03อาจารย์น้ำด่างครับน้ำด่างโอตอนนี้กำลัง
00:40:03 → 00:40:06กำลังฮิตเลยฮิมีวางขายตามร้านสะดวกซื้อ
00:40:06 → 00:40:09ด้วยเขาบอกว่ามันเป็นน้ำที่มีคุณสมบัติ
00:40:09 → 00:40:12เป็นพวกแอนตี้ออกซินอ่าช่วยต่อต้านลดการ
00:40:12 → 00:40:17เกิดมะเร็งได้มันจะสามารถเอามาใช้ในการ
00:40:17 → 00:40:19รักษาหรือว่าป้องกันมะเร็งได้มั้ครับ
00:40:19 → 00:40:25อาจารย์อันนี้ตอบเลยว่าไม่ได้ครับผมเนาะ
00:40:25 → 00:40:28เพราะว่าน้ำด่าเนี่ยครับผมเนาะก็มีความ
00:40:28 → 00:40:31เชื่อนะครับว่าอาถูกนำมาใช้เพื่อเป็น
00:40:31 → 00:40:34สุขภาพใช่มั้ยครับเนาะเนื่องจากมันมี
00:40:34 → 00:40:36คุณสมบัติบอกว่าเป็นแอนติออกซิแดนท์นะ
00:40:36 → 00:40:39ครับเนาะก็สามารถช่วยปรับนะครับสมดุลกด
00:40:39 → 00:40:42ด่าในร่างกายนะครับในโรคมะเร็งก็มีคนนำ
00:40:42 → 00:40:44น้ำด่ามาใช้นะครับก็โดยหวังนี่แหละครับ
00:40:44 → 00:40:47ว่าจะปรับสมดุลให้ร่างกายเป็นด่าครับผม
00:40:47 → 00:40:49เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งนะ
00:40:49 → 00:40:52ครับแต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันนะครับว่า
00:40:52 → 00:40:55ใช้ได้ผลครับผมเพราะว่าก็สุดท้ายแล้ว
00:40:55 → 00:40:57เพราะว่าในเลือดของมนุษย์ก็มีการปรับค่า
00:40:57 → 00:40:59พีอนะครับเลือดของเราก็จะอยู่ที่ประมาณ
00:40:59 → 00:41:027.3 นะครับถึง 7.4 นะครับเนาะอันนั้นก็
00:41:02 → 00:41:05คือสุดท้ายแล้วก็คืออาหารที่เรารับประทาน
00:41:05 → 00:41:08เข้าไปนะครับรวมทั้งน้ำด่างก็แคบจะไม่
00:41:08 → 00:41:10สามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นด่างได้นะครับ
00:41:10 → 00:41:14เนาะดังนั้นก็การการที่เราจะกินน้ำด่าง
00:41:14 → 00:41:16เข้าไปก็ไม่ได้แปลว่ามันจะยังเป็นน้ำด่าง
00:41:16 → 00:41:19อยู่นะครับผมก็ยังอยู่ประมาณเป็นเป็นกลาง
00:41:19 → 00:41:21เหมือนเดิมนะครับผม
00:41:21 → 00:41:26อืเอออันนี้ก็คือสารพัดเรื่องของข้อความ
00:41:26 → 00:41:29หรือว่าสิ่งที่ถูกส่งต่อกันมาผ่านทางโลก
00:41:29 → 00:41:31ออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องของโรคมะเร็งนะ
00:41:31 → 00:41:33ครับผมเชื่อว่าหลายท่านน่าจะเคยได้ยิน
00:41:33 → 00:41:36เนี่ยผมว่าน่าจะน่าจะเกินครึ่งนะทั้งหมด
00:41:36 → 00:41:39ทั้งหมดที่เราถามมาเนี่ยเอออาจหลายท่าน
00:41:39 → 00:41:41อาจจะเคยได้รับหรือว่าดีไม่ดีอาจจะเป็น
00:41:41 → 00:41:45ผู้ที่ส่งต่อก็ได้ใช่นะคะถ้าสมมุติว่าส่ง
00:41:45 → 00:41:47ต่อและแชร์เนี่ยนะคะเดี๋ยวเนี้ยค่ะมันมี
00:41:47 → 00:41:50ข้อมูลการเช็คข้อมูลได้จากสถาบันที่น่า
00:41:50 → 00:41:52เชื่อถือหรือว่าเราจะไปเลือกเช็คข้อมูลใน
00:41:52 → 00:41:55เว็บไซต์ของอ่าที่สถาบันมะเร็งก็ได้ใช่
00:41:55 → 00:41:58มั้ยคะมันมีข้อมูลเรื่องของความรู้ต่างๆ
00:41:58 → 00:42:01ที่ที่ในไม่ว่าจะเป็นเอ่อ Facebook ของ
00:42:01 → 00:42:03กรมการแพทย์เองนะคะเขาคก็จะบอกว่ากินอะไร
00:42:03 → 00:42:05หรืออะไรอย่างเงี้ค่ะก็มีข้อมูลความรู้
00:42:05 → 00:42:08ชุดความรู้เกี่ยวกับสุขภาพให้ใชให้ดูและ
00:42:08 → 00:42:11เอาไปแชร์ให้ถูกต้องได้ด้วยนะคะ๋นี้เทำ
00:42:11 → 00:42:14เป็นอฟกราฟิอสวยงามใช่ครับอ่าวันนี้ต้อง
00:42:14 → 00:42:17ขอขอบพระคุณอาจารย์มากๆนะครับที่มาให้
00:42:17 → 00:42:19ความรู้กับเราในค่ำคืนวันนี้เรียกว่าคุย
00:42:19 → 00:42:22สนุกสนานกันมากเลยนะแล้วก็สนุกด้วยได้
00:42:22 → 00:42:26ความรู้ด้วยแล้วก็ได้คำปอบปลมตัวเองว่า
00:42:26 → 00:42:29ควรอะไรเบาได้ก็เบาเอออะไรที่ลดได้ก็ควร
00:42:29 → 00:42:32จะต้องลดนะฮะเออเพื่อป้องกันแล้วก็ห่าง
00:42:32 → 00:42:34ไกลเรื่องของโรคมะเร็งนั่นเองวันนี้
00:42:34 → 00:42:36ขอบพระคุณอาจารย์มากๆนะครับอาจารย์ครับ
00:42:36 → 00:42:38ขอบพระคุณค่ะอาจารย์ครับผมยินดีมากครับ
00:42:38 → 00:42:42ครับสวัสดีครับอาจารย์ครับสอาจารย