00:00:02 → 00:00:03 This is Thai PBS podcast viiew
00:00:03 → 00:00:06 the world by the voice [เพลง]
00:00:06 → 00:00:08 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจริงๆแล้วไม่ใช่แค่
00:00:08 → 00:00:10 เรื่องเหนื่อยค่ะมันซับซ้อนกว่านั้น
00:00:10 → 00:00:12 ปัจจัย[เพลง]แรกคือฮอร์โมนค่ะเพราะว่าใน
00:00:12 → 00:00:14 ระยะตั้งครรภ์มันจะมีฮอร์โมนเด็ดคือ
00:00:14 → 00:00:16 เอสโตรเจนโปรเจคสโตโรนฮอร์โมน 2 ตัวเนี้ย
00:00:16 → 00:00:19 ค่ะพอหลังคลอดเนี่ยเขาจะลดลงอย่างรวดเร็ว
00:00:19 → 00:00:21 มันจะเป็นตัวหลักที่จะทำให้เกิดการ
00:00:21 → 00:00:23 เปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของแม่หลังคลอด
00:00:23 → 00:00:25 ความซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอไม่
00:00:25 → 00:00:29 ได้บอกว่าแม่ไม่ดีแต่สามารถเกิดได้สิ่ง
00:00:29 → 00:00:31 เหล่านี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ความล้มเหลวแต่
00:00:31 → 00:00:34 เป็นความกล้าของคุณแม่ที่ประเมินได้ว่า
00:00:34 → 00:00:36 ฉันกำลังจะซึมเศร้ามั้ยกลุ่มพวกนี้
00:00:36 → 00:00:38 ต้องการคนช่วยค่ะเพราะฉะนั้นแม่อย่าฝืน
00:00:38 → 00:00:39 ค่ะ
00:00:39 → 00:00:42 >> อย่าฝืนคือต้องหาคนรับฟังและคนช่วยคุณสม
00:00:42 → 00:00:45 ควรได้รับการดูแลตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่วัน
00:00:45 → 00:00:48 ที่แย่กว่านี้
00:00:48 → 00:00:51 ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:51 → 00:00:55 การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงศถิพรค่ะ
00:00:55 → 00:00:58 >> This is PBS Podcast
00:00:58 → 00:01:00 >> คุณผู้ฟังแล้วเราจะคุยกันถึงเรื่องของ
00:01:01 → 00:01:03 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเรียกว่าเปิดอกคุย
00:01:03 → 00:01:06 กันเลยดีมยอะไรอย่างเงี้นะคะคือไม่ใช่แค่
00:01:06 → 00:01:07 เรื่องของความเหนื่อยบางคนอ่ะเอุ้ย
00:01:07 → 00:01:10 เหนื่อยหรือเปล่าแต่สำหรับคุณแม่บางท่าน
00:01:10 → 00:01:12 อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เหนื่อยนะมัน
00:01:12 → 00:01:16 ไม่ใช่แค่อดนอนนะคะแต่เป็นสิ่งที่หลายคน
00:01:16 → 00:01:20 เผชิญอยู่แบบเงียบๆไม่รู้ตัวเอาเป็นว่า
00:01:20 → 00:01:24 มันจะแค่เหนื่อยหรือมันจะเป็นอะไรนะคะกับ
00:01:24 → 00:01:27 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ฤดีปุงบางกดี
00:01:27 → 00:01:29 อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสูตศาสตร์
00:01:29 → 00:01:32 นรีเวชวิทยาคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:01:32 → 00:01:34 มหิดลค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์คะ
00:01:34 → 00:01:36 >> สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ
00:01:36 → 00:01:39 >> มาเรื่องเครียดนิดนึงค่ะอาจารย์วันนี้
00:01:39 → 00:01:41 เห็นคุณแม่หลังคลอดหลายๆคนหรือดูตามสื่อ
00:01:41 → 00:01:45 ก็มีภาวะแบบนี้ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไม่
00:01:45 → 00:01:48 ใช่แค่การเหนื่อยล้าใช่มั้คะอาจารย์
00:01:48 → 00:01:50 >> ต้องบอกว่าภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจริงๆแล้ว
00:01:50 → 00:01:53 ไม่ใช่แค่เรื่องเหนื่อยค่ะมันซับซ้อนกว่า
00:01:53 → 00:01:55 นั้นก็จะมีหลายอย่างที่เราจะต้องประเมิน
00:01:55 → 00:01:59 ให้มีเชิงลึกลงไปนิดนึงปัจจัยแรกที่จะทำ
00:01:59 → 00:02:02 ให้มีเรื่องของความซึมเศร้าหลังคลอดเนี่ย
00:02:02 → 00:02:03 อันแรกคือฮอร์โมนค่ะ
00:02:03 → 00:02:04 >> มาอีกแล้วฮอร์โมน
00:02:04 → 00:02:06 >> ฮอร์โมนอีกแล้วค่ะเราหนีไม่พ้นจากเขา
00:02:06 → 00:02:07 เพราะเขาอยู่ในตัวเรา
00:02:07 → 00:02:09 >> คือมันเป็นโดยธรรมชาติ
00:02:09 → 00:02:10 >> ถูกต้องค่ะ
00:02:10 → 00:02:12 >> เพราะว่าในระยะตั้งครรภมันจะมีฮอร์โมน
00:02:12 → 00:02:14 เด่นคือเอสโตรเจนโปรเจสเตโตโรนต้องเอ่ย
00:02:14 → 00:02:16 ชื่อเขาเพราะเป็นพระเอกนางเอกมาคู่กันนะ
00:02:16 → 00:02:19 คะฮอร์โมน 2 ตัวเนี้ยค่ะพอหลังคลอดเนี่ย
00:02:19 → 00:02:21 เขาจะลดลงอย่างรวดเร็ว
00:02:21 → 00:02:21 >> โอฮบ
00:02:21 → 00:02:24 >> การลดลงของเขาเนี่ยค่ะพอหลังคลอดปุ๊บเด็ก
00:02:24 → 00:02:26 คลอดตัดสายสะดือคือฮอร์โมนนี้มันลดลงจาก
00:02:26 → 00:02:29 รวดเร็วมันจะเป็นตัวหลักที่จะทำให้เกิด
00:02:29 → 00:02:31 การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของแม่หลัง
00:02:31 → 00:02:31 คลอด
00:02:31 → 00:02:33 >> เอ้ามันไปพร้อมสายสะดือเหรอคะ
00:02:33 → 00:02:37 >> ถูกต้องค่ะต้องตัดออกคลอดออกมามันรกมัน
00:02:37 → 00:02:39 ออกไปเพราะว่าตัวรกเองก็ผลิตฮอร์โมนพวก
00:02:39 → 00:02:40 นี้ด้วย
00:02:40 → 00:02:42 >> ต้องบอกว่ารกนี่สำคัญมากๆ
00:02:42 → 00:02:43 >> ตัดปึ๊บ
00:02:43 → 00:02:46 >> ตัดปึ๊บเท่ากับรกจะไม่มีทำหน้าที่หลัง
00:02:46 → 00:02:47 ฮอร์โมนเหล่านี้แล้ว
00:02:47 → 00:02:50 >> คือตอนที่คุณแม่ยังไม่ลูกยังไม่คลอดยัง
00:02:50 → 00:02:51 ไม่ตัด
00:02:51 → 00:02:53 >> ฮอร์โมนยังทำหน้าที่อยู่
00:02:53 → 00:02:56 >> ยังทำหน้าที่อยู่ก็คืออาจจะมีบ้างนิดๆ
00:02:56 → 00:02:56 หน่อยๆ
00:02:56 → 00:02:57 >> ถูกต้องค่ะ
00:02:57 → 00:02:58 >> แต่พอตัดปึ๊บวึ๊บ
00:02:58 → 00:03:01 >> วึ๊บเลยฮอร์โมนเหล่านี้จะลดลง
00:03:01 → 00:03:03 >> เพราะฉะนั้น 1 ร่างกายตามธรรมชาติก็จะ
00:03:03 → 00:03:05 ปรับไม่ได้เนื่องจากฮอร์โมนเดิมมันสูง
00:03:05 → 00:03:08 อยู่ฮอร์โมน 2 ตัวนี้พระเอกนางเอกเนาะ
00:03:08 → 00:03:11 >> อันที่ 2 ก็คือสื่อสารประสาทต่างๆของสมอง
00:03:11 → 00:03:14 ของคุณแม่เนี่ยมันจะเปลี่ยนแปลงไปต้องบอก
00:03:14 → 00:03:15 ว่าช่วงระยะตั้งครรภเนี้ยมีการเปลี่ยน
00:03:15 → 00:03:18 แปลงหลายระบบมากแต่ถ้าเกี่ยวกับซึมเศร้า
00:03:18 → 00:03:20 จะเป็นเรื่องของฮอร์โมนกับสารสื่อประสาท
00:03:20 → 00:03:24 >> นะคะอีกตัวนึงก็คือสภาพร่างกายของแม่ถ้า
00:03:24 → 00:03:27 แม่มีความเจ็บป่วยร่วมด้วยเช่นแม่ที่มี
00:03:27 → 00:03:30 ภาวะของซีดโลหิตจางหรือแม่ที่มีความเจ็บ
00:03:30 → 00:03:32 ป่วยที่เกี่ยวกับต่อมไทรรอยด์หรือว่า
00:03:32 → 00:03:34 เกี่ยวกับเรื่องของการอักเสบหรือการติด
00:03:34 → 00:03:37 เชื้อสิ่งเหล่านี้จะยิ่งเสริมทำให้มีการ
00:03:37 → 00:03:40 เปลี่ยนแปลงที่ทำให้นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า
00:03:40 → 00:03:41 ได้ด้วย
00:03:41 → 00:03:42 >> อื
00:03:42 → 00:03:44 >> นะคะทีนี้อีกด้านนึงก็คือเรื่องของด้าน
00:03:44 → 00:03:48 จิตใจที่จะนำไปสู่แม่ที่มีภาวะซึมเศร้า
00:03:48 → 00:03:50 เช่นฉันต้องเป็นแม่ที่ดี
00:03:50 → 00:03:51 >> ออ
00:03:51 → 00:03:52 >> ก็กดดันตัวเองแล้วถูกมั้ยคะ
00:03:52 → 00:03:55 >> อันที่ 2 ก็คือคุณแม่ที่มีความรู้สึก
00:03:55 → 00:03:58 กังวลว่าเลี้ยงลูกได้ไม่ดีอีกอันนึงก็คือ
00:03:58 → 00:04:02 แม่ที่เคยมีประวัติซืมเศร้าวิตกกังวลมาก
00:04:02 → 00:04:04 กว่าปกติอยู่แล้วเนี่ยกลุ่มพวกนี้เสี่ยง
00:04:04 → 00:04:05 มาก
00:04:05 → 00:04:05 >> อื
00:04:05 → 00:04:07 >> เพราะฉะนั้นพยาบาลต้องประเมินทุกครั้งว่า
00:04:07 → 00:04:09 แม่มีประวัติมาหรือไม่
00:04:09 → 00:04:09 >> ค่ะ
00:04:09 → 00:04:12 >> เพราะมันจะเป็นปัจจัยทางด้านจิตสังคมส่วน
00:04:12 → 00:04:14 ปัจจัยทางด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวก็มี
00:04:14 → 00:04:18 ความสำคัญเช่นกันถ้าคนในบ้านกดดันหรือคน
00:04:18 → 00:04:21 ในครอบครัวไม่ได้เป็นแรงผลักดันที่เป็น
00:04:21 → 00:04:24 ด้านบวกก็จะทำให้คุณแม่ขาดคนรับฟังที่
00:04:24 → 00:04:27 เข้าใจเขารู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยวไม่มีคน
00:04:27 → 00:04:30 รอบข้างสิ่งเหล่านี้ค่ะจะทำให้คุณแม่มี
00:04:30 → 00:04:32 ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าได้มาก
00:04:32 → 00:04:32 ขึ้น
00:04:33 → 00:04:35 >> สุดท้ายจากตัวคุณแม่เองที่
00:04:35 → 00:04:37 >> ขาดการดูแลตนเองในเรื่องของการพักผ่อน
00:04:38 → 00:04:40 เหนื่อยล้างานเยอะกลุ่มเหล่านี้ก็จะมี
00:04:40 → 00:04:42 ความเหนื่อยเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เกิด
00:04:42 → 00:04:44 เรื่องของซึมเศร้าหลังคลอดเช่นกันค่ะ
00:04:44 → 00:04:48 >> พอตัดสายรกปึ๊บนี่มันอื้อหือเยอะเลยค่ะ
00:04:48 → 00:04:51 >> แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าคุณแม่ทุกคนจะ
00:04:51 → 00:04:53 ต้องเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอดทุกเป็นเลย
00:04:53 → 00:04:56 ค่ะไม่จำเป็นเพราะว่าความซึมเศร้าไม่ได้
00:04:56 → 00:04:59 เกิดจากความอ่อนแอไม่ได้บอกว่าแม่ไม่ดี
00:04:59 → 00:05:02 แต่สามารถเกิดได้ถ้าคุณแม่มีความเหนื่อย
00:05:02 → 00:05:04 ล้าหรือมีสาเหตุจากที่พูดไปเมื่อสักครู่
00:05:04 → 00:05:07 อ่ะนะคะสิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ความ
00:05:07 → 00:05:09 ล้มเหลวแต่เป็นความกล้าของคุณแม่ที่
00:05:09 → 00:05:12 ประเมินได้ว่าฉันกำลังจะซึมเศร้ามั้ย
00:05:12 → 00:05:15 >> คือไม่มีใครอยากจะมาบอกตัวเองว่าฉันเป็น
00:05:15 → 00:05:15 ซึมเศร้า
00:05:15 → 00:05:16 >> ถูกต้องค่ะ
00:05:16 → 00:05:18 >> ไม่มีใครอยากเป็นอยู่แล้วนะคะทีนี้
00:05:18 → 00:05:21 อาจารย์มันมีคำนึงที่มันไม่แน่ใจว่ามัน
00:05:21 → 00:05:23 เหมือนหรือว่ามันคือคำเดียวกันหรือเปล่า
00:05:23 → 00:05:25 หรืออะไรอย่างเงี้ยแต่มันเป็นภาษาอังกฤษ
00:05:25 → 00:05:28 บูกับซึมเศร้าหลังคลอดมันเดียวกันมั้คะ
00:05:28 → 00:05:30 ต่างกันค่ะต่างกันเลยอ๋อต่างกัน
00:05:30 → 00:05:34 >> เนื่องจากถ้าพูดคำว่าบลูต้องบอกว่าอันนี้
00:05:34 → 00:05:38 คือพื้นฐานมากเพราะจะเจอกับคุณแม่ทุกราย
00:05:38 → 00:05:39 เป็นปกติ
00:05:39 → 00:05:40 >> อ๋อหรอ
00:05:40 → 00:05:42 >> เบบี้บลูเนี่ยเป็นอารมณ์แกว่งค่ะในช่วง
00:05:42 → 00:05:43 ของการปรับตัว
00:05:43 → 00:05:45 >> ต้องบอกว่าหลังคลอดคุณแม่ต้องมีการปรับ
00:05:45 → 00:05:48 ตัวค่ะเพราะว่าจากที่เคยตั้งครรภ์มีลูก
00:05:48 → 00:05:50 อยู่ในท้องมีความสุขนู่นนั่นนี่ฮอร์โมน
00:05:50 → 00:05:56 หลั่งเยอะแยะ
00:05:58 → 00:05:58 คุณแม่
00:05:58 → 00:06:01 ถูกคะแล้วก็ลูกก็ไม่ได้อยู่ในท้องแล้วถูก
00:06:01 → 00:06:04 คะเขาเรียกว่าอารมณ์แกว่งตรงนี้บางทีเรา
00:06:04 → 00:06:06 เทียบได้เหมือนเมฆที่ครึ้มแล้วก็ผ่านท้อง
00:06:06 → 00:06:09 ฟ้าไปนะแม่จะมีอาการไม่สบายใจแต่ไม่
00:06:10 → 00:06:12 อันตรายอาการที่เจอนะคะ
00:06:12 → 00:06:15 >> 1 ร้องไห้ง่ายอารมณ์ขึ้นลงนิดนึง
00:06:15 → 00:06:16 >> อยู่ๆก็ร้องไห้
00:06:16 → 00:06:20 >> ถูกต้องแล้วก็วิตกกังวลจะดูแลลูกได้มั้ย
00:06:20 → 00:06:25 นิดหน่อยนะ
00:06:29 → 00:06:29 เป็นปกติไม่กังไม่ผิดปกติว่าฉันไม่เห็น
00:06:29 → 00:06:32 เหมือนแม่ข้างๆไม่ใช่ค่ะอันนั้นเจอได้จาก
00:06:32 → 00:06:33 ฮอร์โมนเชน
00:06:33 → 00:06:37 >> อมันมันจะไม่ได้อยู่นานยาวแค่นจะดีขึ้น
00:06:37 → 00:06:38 ประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังคลอด
00:06:38 → 00:06:39 >> อ๋อเหรอ
00:06:39 → 00:06:40 >> พวกนี้อาการจะหายไป
00:06:40 → 00:06:40 >> อื
00:06:41 → 00:06:43 >> เป็นแค่ช่วงแรกที่ฮอร์โมนเปลี่ยน
00:06:43 → 00:06:46 >> กับอันที่ 2 คือช่วงปรับบทบาทใหม่ๆนะคะ
00:06:46 → 00:06:50 แต่ความรู้สึกผูกพันกับลูกจะมีปกติค่ะใน
00:06:50 → 00:06:53 กลุ่มที่แม่ที่เป็นเอ่อเบบี้บลูนะคะช่วง
00:06:53 → 00:06:54 หลังคลอดไปแล้วนะคะ
00:06:54 → 00:06:57 >> แต่คุณแม่ที่เป็นซึมเศร้าหลังคลอดภาษา
00:06:57 → 00:06:59 อังกฤษเเรียกโพสpartัมdeชion
00:06:59 → 00:07:00 >> อื
00:07:00 → 00:07:03 >> ก็คือเป็นภาวะซึมเศร้าเลยค่ะกลุ่มพวกนี้
00:07:03 → 00:07:05 ต้องการคนช่วยค่ะเพราะฉะนั้นแม่อย่าฝืน
00:07:05 → 00:07:05 ค่ะ
00:07:05 → 00:07:08 >> อย่าฝืนคือต้องหาคนรับฟังและคนช่วย
00:07:08 → 00:07:09 >> นะคะ
00:07:09 → 00:07:11 >> แล้วมันมีอาการอะไรมั้ยคะที่แบบว่าเอ้ย
00:07:11 → 00:07:12 มันไม่ได้เป็นเบบี้บูสนะ
00:07:12 → 00:07:16 >> อ่าอาการเค้าจะเป็นมากกว่าคุณแม่ที่เล่า
00:07:16 → 00:07:18 ไปว่าเป็นเบบี้บลู
00:07:18 → 00:07:21 >> คือเกิน 2 อาทิตย์ไปแล้วอาการงี้ยังมี
00:07:21 → 00:07:21 อยู่
00:07:21 → 00:07:22 >> อ๋อ
00:07:22 → 00:07:25 >> รบกวนชีวิตประจำวันอยู่นะคะแล้วก็รู้สึก
00:07:25 → 00:07:28 เศร้าว่างว่างเปล่าสิ้นหวังและเป็นต่อ
00:07:28 → 00:07:29 เนื่อง
00:07:29 → 00:07:31 >> 2 อาทิตย์แล้วยังเป็นอยู่เลยยังไม่ลง
00:07:31 → 00:07:33 อารมณ์ยังอย่างั้นอยู่ยังดิ่งอยู่
00:07:33 → 00:07:35 >> อยังๆังยังอยู่ๆก็ว่างเปล่าเฉย
00:07:35 → 00:07:38 >> วนเวียนแล้วก็อะไรฉันจะทำอะไร
00:07:38 → 00:07:40 >> นะคะแล้วก็เบื่อ
00:07:40 → 00:07:41 >> ไม่อยากเจอใคร
00:07:41 → 00:07:45 >> นะรู้สึกลูกก็มองหน้าลูกแต่ไม่อุ้มลูกนอน
00:07:45 → 00:07:46 ไม่หลับกินไม่ได้
00:07:46 → 00:07:48 >> อันนี้คือไม่ใช่ปกติล่ะ
00:07:48 → 00:07:51 >> นะคะ[เสียงหัวเราะ]แล้วก็รู้สึกตัวเองไม่
00:07:51 → 00:07:52 มีคุณค่า
00:07:52 → 00:07:52 >> อื
00:07:52 → 00:07:55 >> อันนี้คือ 1 เกิน 2 อาทิตย์ 2 รู้สึกว่า
00:07:55 → 00:07:56 โทษตัวเองหลายเรื่อง
00:07:56 → 00:07:57 >> ค่ะ
00:07:57 → 00:07:59 >> ตัวนี้เป็นตัวที่บอกว่าต้องการมีคนช่วยละ
00:07:59 → 00:08:00 >> อื
00:08:00 → 00:08:02 >> นะจะเปรียบเสมือนกับฝนตกหนักแล้วมันไม่
00:08:02 → 00:08:03 หยุดอ่ะค่ะ
00:08:03 → 00:08:05 >> ตกพรำทั้งวัน
00:08:05 → 00:08:06 >> อย่างเงี้ยค่ะคุณลี
00:08:06 → 00:08:10 >> งั้นแสดงว่าบลูมันไม่สามารถขยับไปเป็น
00:08:10 → 00:08:12 เส้นของซึมเศร้าหลังคลอดได้ใช่มั้คะคนที่
00:08:12 → 00:08:13 เป็นเบบี้บูอยู่
00:08:13 → 00:08:16 >> ขยับได้ค่ะในกรณีที่ปรับตัวไม่ได้
00:08:16 → 00:08:20 >> จะเปลี่ยนจาก baby blue ไปเป็น postpum
00:08:20 → 00:08:21 ได้มีโอกาส
00:08:21 → 00:08:22 >> ได้ก็เป็นไปได้
00:08:22 → 00:08:23 >> เป็นไปได้
00:08:23 → 00:08:24 >> แต่ไม่ใช่ทุกคน
00:08:24 → 00:08:25 >> ไม่ทุกคนค่ะอือ
00:08:25 → 00:08:27 >> ฮึแสดงว่าอันนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยธรรมดาละ
00:08:27 → 00:08:29 เหนื่อยนอนพักตื่นมาก็หาย
00:08:29 → 00:08:31 >> ถูกต้องค่ะแต่ถ้าเหนื่อย
00:08:31 → 00:08:34 >> นอนพักไม่ดีขึ้นกินก็ไม่ลงอันนี้ต้องหาคน
00:08:34 → 00:08:37 ช่วยค่ะคุณแม่อย่าคิดว่าตัวเองสตรองนะคะ
00:08:37 → 00:08:40 >> หาคนคุยค่ะสำคัญค่ะ
00:08:40 → 00:08:41 >> ถ้าเกิดสมมุติเราไม่ได้แบบไม่ได้คิดว่า
00:08:41 → 00:08:43 เราเป็นน่ะอาจารย์เราไม่ได้ไปคุยไม่ได้ไป
00:08:43 → 00:08:46 หาหมอก็คิดว่าแบบเออมันก็คงจะเป็นช่วงนึง
00:08:46 → 00:08:48 แหละแล้วก็ปล่อยไว้มันจะมีผลอะไรมั้คะ
00:08:48 → 00:08:50 แล้วปล่อยไว้เลยอ่ะถ้าใน 2 สัปดาห์แล้ว
00:08:50 → 00:08:54 คุณเป็นโอเคนั่นคือเป็นปกติเรื่องของ
00:08:54 → 00:08:57 ฮอร์โมนเนาะแต่ถ้าเกิน 2 อาทิตย์คุณต้อง
00:08:57 → 00:09:00 ประเมินแล้วว่าฉันจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ
00:09:00 → 00:09:03 อย่างนี้ต่อมยคงจะต้องหาคนช่วยเพราะว่า
00:09:03 → 00:09:05 หลังคลอดปกติเราจะมีการนัดไปเจอที่โรง
00:09:05 → 00:09:06 พยาบาลอยู่แล้ว
00:09:06 → 00:09:08 >> เขาจะประเมินซ้ำอีกทีค่ะ
00:09:08 → 00:09:08 >> อ๋อ
00:09:08 → 00:09:11 >> เขาจะประเมินด้านจิตสังคมซ้ำอีกทีนึงว่า
00:09:12 → 00:09:14 คุณแม่มีความเสี่ยงความเครียดอะไรหรือไม่
00:09:14 → 00:09:17 เพราะฉะนั้นอย่างที่คุณลีบอกว่าไม่ใช่ทุก
00:09:17 → 00:09:19 คนที่จะเป็นซึมเศร้า
00:09:19 → 00:09:22 แต่สิ่งที่เราบอกคือฮอร์โมนตัวนี้เนี่ย
00:09:22 → 00:09:25 มันจะทำให้เกิดความผิดปกติทางด้านจิตใจ
00:09:25 → 00:09:27 ความรู้สึกนึกคิดของเราได้
00:09:27 → 00:09:27 >> อื
00:09:27 → 00:09:30 >> การที่ไม่ได้เป็นทุกคนเพราะบางคนที่เป็น
00:09:30 → 00:09:33 อาจจะเพราะว่ามีประวัติเรื่องของทางด้าน
00:09:33 → 00:09:35 สุขภาพใจมาก่อน
00:09:35 → 00:09:36 >> อ่าอันนี้ก็ต้องระวังขึ้น
00:09:36 → 00:09:38 >> ต้องระวังเพิ่มขึ้น
00:09:38 → 00:09:41 >> 2 ไม่รู้วิธีในการรับมือกับความเครียด
00:09:41 → 00:09:46 หรือการปรับตัวใหม่ของตัวเอง 3 คนข้างๆ
00:09:46 → 00:09:49 ไม่ได้เป็นแรงสนับสนุนที่ดีพออือฮึ
00:09:49 → 00:09:53 >> 4 ประสบการณ์การคลอดหรือความกังวลเดิม
00:09:53 → 00:09:56 หรือนอนไม่ได้กินไม่หลับมันทำให้ร่างกาย
00:09:56 → 00:09:59 เราไม่พร้อมแล้วก็ไม่พร้อมที่จะปรับตัว
00:09:59 → 00:09:59 ได้
00:09:59 → 00:10:01 >> สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงใน
00:10:01 → 00:10:03 เรื่องของ
00:10:03 → 00:10:04 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้เพิ่มขึ้น
00:10:05 → 00:10:08 >> อันนี้จะเกิดกับเฉพาะคุณแม่มือใหม่หมาย
00:10:08 → 00:10:10 ถึงว่าเพิ่งคนแรกเลยมั้คะแล้วแบบคนที่ 2
00:10:11 → 00:10:13 คนที่ 3 อาจจะไม่ได้มีปัญหาหรือเคยมีลูก
00:10:13 → 00:10:17 มาแล้วมาเป็นคนนี้คนที่ 2 อยู่มาเป็นก็
00:10:17 → 00:10:19 ไม่สามารถมีอะไรบอกได้ใช่มั้
00:10:19 → 00:10:22 >> ไม่จำเป็นว่าจะเป็นท้องแรกหรือท้องหลัง
00:10:22 → 00:10:25 ขึ้นอยู่กับว่าณขณะนั้นปัจจัยอะไรที่ทำ
00:10:25 → 00:10:25 ให้เกิด
00:10:25 → 00:10:26 >> อ
00:10:26 → 00:10:28 >> ถ้าเป็นคุณแม่ท้องแรกอาจจะมีสาเหตุจากไม่
00:10:28 → 00:10:29 มีประสบการณ์
00:10:29 → 00:10:31 >> แต่ถ้าเป็นคุณแม่ท้องหลังอาจจะเกิดเนื่อง
00:10:31 → 00:10:35 จากบทบาทที่มันซ้ำซ้อนหลายเรื่องภาระหรือ
00:10:35 → 00:10:38 ภาวะเศรษฐกิจมันจะมีfacเตอร์หรือปัจจัย
00:10:38 → 00:10:41 ที่เสริมกันหลายอย่างที่จะทำให้แต่ละคนมี
00:10:41 → 00:10:43 ปัญหาสาเหตุ
00:10:43 → 00:10:46 >> แล้วก็การแก้ที่แตกต่างกันเพราะฉะนั้นการ
00:10:46 → 00:10:48 ตัดเสื้อต้องตัดให้เหมาะอย่างที่บอกนะคะ
00:10:48 → 00:10:52 >> อใช่อันนี้คือเฉพาะคนที่แบบ 35 อัพจะมี
00:10:52 → 00:10:54 ปัญหาเยอะเรื่องของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
00:10:54 → 00:10:58 มั้ยหรือว่าเออคุณแม่จะเป็นวัย 20 กลาง
00:10:58 → 00:11:00 ปลายๆหรืออะไรก็เป็น
00:11:00 → 00:11:02 >> คำถามดีมาก
00:11:02 → 00:11:04 >> ต้องบอกว่าภวะซึมเศร้าสามารถเกิดได้กับ
00:11:04 → 00:11:06 ทุกช่วงวัยของคุณแม่
00:11:06 → 00:11:07 >> อื
00:11:07 → 00:11:11 >> ขึ้นอยู่กับว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดเนี่ยมา
00:11:11 → 00:11:13 จากอะไรยกตัวอย่างนะคะ
00:11:13 → 00:11:15 >> คุณแม่ที่เป็นคุณแม่วัยรุ่น
00:11:15 → 00:11:20 >> อายุ 20 ปีลงไป 15 16 17 มีภาวะซึม
00:11:20 → 00:11:21 เศร้าได้ทั้งนั้น
00:11:22 → 00:11:22 >> อื
00:11:22 → 00:11:25 >> ขึ้นอยู่กับว่ามีแรงกดดันตรงไหนที่ทำให้
00:11:25 → 00:11:26 เกิดบ้าง
00:11:26 → 00:11:26 >> ค่ะ
00:11:26 → 00:11:30 >> แม่ที่เป็นแม่ 20-35 ก็มีโอกาสเกิดเช่น
00:11:30 → 00:11:34 กันแต่ก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่เกิดได้น้อย
00:11:34 → 00:11:35 หน่อย
00:11:35 → 00:11:37 >> 35 อัพก็เกิดได้เช่นกัน
00:11:37 → 00:11:37 >> ค่ะ
00:11:37 → 00:11:40 >> นะคะก็เกิดได้ทุกช่วงวัยค่ะ
00:11:40 → 00:11:41 มันไม่เลือกเลยนะเนี่ย
00:11:41 → 00:11:43 >> ไม่เลือกค่ะไม่เลือกอายุนะคะ
00:11:43 → 00:11:46 >> แล้วแต่ว่าเจออะไรถูกต้องแล้วคุณสรองแค่
00:11:46 → 00:11:48 ไหนกับภาวะหลังคลอดของคุณอ
00:11:48 → 00:11:52 >> อืโอ้โหมันก็มันก็เป็นเรื่องของทั้งแบบ
00:11:52 → 00:11:54 ปัจจัยกับตัวเราเอง
00:11:54 → 00:11:55 >> ถูกต้องค่ะ
00:11:55 → 00:11:58 >> เนาะอาจารย์แบบการมีลูกคนนึงก็หลายอย่าง
00:11:58 → 00:12:00 นะกว่าจะสเต็ปให้
00:12:00 → 00:12:02 >> เออกว่าจะอะไรฉันต้องเผชิญอะไรเยอะเหลือ
00:12:02 → 00:12:05 เกินอะไรแบบเงี้ยน่าเห็นใจคุณแม่หลายๆ
00:12:05 → 00:12:08 ท่านแล้วยิ่งสมัยนี้ค่ะอาจารย์เราไม่ได้
00:12:09 → 00:12:11 แบบมานั่งประเมินสุขภาพจิตกันทุกคนอยู่
00:12:11 → 00:12:11 และ
00:12:11 → 00:12:11 >> ใช่ค่ะ
00:12:11 → 00:12:12 >> ใช่มั้คะ
00:12:12 → 00:12:13 >> ใช่ค่ะ
00:12:13 → 00:12:15 >> เครียดบางทียังหลอกบอกตัวเองเลยว่าไม่ได้
00:12:15 → 00:12:18 เครียดอีกอันนึงบางทีเครียดแล้วไม่รู้ตัว
00:12:18 → 00:12:18 ด้วย
00:12:18 → 00:12:21 >> ใช่ค่ะอีกอันนึงที่อยากจะบอกว่าสาเหตุไม่
00:12:21 → 00:12:23 ใช่ฉากฮอร์โมนอย่างเดียว
00:12:23 → 00:12:26 >> ที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดมีความเปราะบาง
00:12:26 → 00:12:26 >> ค่ะ
00:12:26 → 00:12:29 >> มากขึ้นสิ่งสำคัญก็คือความคาดหวังจาก
00:12:29 → 00:12:30 สังคมค่ะ
00:12:30 → 00:12:31 >> อ่ะ
00:12:31 → 00:12:34 >> อยากบอกว่าความคาดหวังทางสังคมคือสิ่งที่
00:12:34 → 00:12:37 ทำให้เกิดแผลที่หายากสำหรับคุณแม่แผลที่
00:12:38 → 00:12:40 หายากหมายความว่าสังคมคาดหวัง
00:12:40 → 00:12:40 >> ค่ะ
00:12:41 → 00:12:44 >> ว่าคุณแม่ต้องทำได้ดีแล้วดีที่สุดนี่คุณ
00:12:44 → 00:12:45 แม่ก็เครียดละ
00:12:45 → 00:12:47 >> เพราะฉะนั้นภาวะซึมเศร้าเนี่ยเป็น
00:12:47 → 00:12:50 แฟคเตอร์ที่เกิดจากข้างนอกได้เช่นกัน
00:12:50 → 00:12:51 >> จากคนรอบข้าง
00:12:51 → 00:12:51 >> ค่ะ
00:12:51 → 00:12:55 >> นะคะเพราะสังคมมักมองว่าหลังคอดลูกแม่น่า
00:12:55 → 00:12:58 จะมีความสุขเสมอเลยน่าจะมีความสุขนะคุณจะ
00:12:58 → 00:12:59 เครียดไปเพื่อ
00:12:59 → 00:12:59 >> ออ
00:12:59 → 00:13:02 >> แต่จริงๆแล้วแม่บางคนอาจจะยิ้มแต่ในใจลึก
00:13:02 → 00:13:05 ๆก็อาจจะมีบางเรื่องที่บอกเราไม่ได้
00:13:05 → 00:13:06 >> ค่ะ
00:13:06 → 00:13:09 >> เราก็ต้องเค้าเรียกว่าไวกับความรู้สึกแม่
00:13:09 → 00:13:10 หลังคลอดนิดนึง
00:13:10 → 00:13:10 >> อื
00:13:10 → 00:13:11 >> ค่ะ
00:13:11 → 00:13:12 >> อาจารย์อนิถามนิดนึงเพราะว่าด้วยความที่
00:13:12 → 00:13:15 เดี๋ยวนี้มันมีเจนใหม่ๆใช่มั้คะสมัยเรา
00:13:15 → 00:13:16 มันก็อย่างนึง
00:13:16 → 00:13:17 >> ค่ะ
00:13:17 → 00:13:20 >> ภาวะความเครียดความกดดันมันก็คงมีอยู่
00:13:20 → 00:13:22 แหละแต่คงไม่เท่ากับยุคสมัยนี้
00:13:22 → 00:13:22 >> ค่ะ
00:13:22 → 00:13:25 >> ยิ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ๆอเริ่มไม่ค่อยอยาก
00:13:25 → 00:13:28 จะมีลูกกันแล้วด้วยซ้ำอ่ะเนาะอาจารย์เอ่อ
00:13:28 → 00:13:31 ภาวะการหย่าร้างก็มีสูงมากเลิกกันง่าย
00:13:31 → 00:13:33 หรืออะไรอย่างเงี้ยเนาะมันมันมีความต่าง
00:13:33 → 00:13:35 มีอะไรมั้ยคะก่อนที่จะนำไปสู่เรื่องของ
00:13:35 → 00:13:37 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดแบบปัจจัยหรืออะไร
00:13:37 → 00:13:38 อย่างเงี้ยค่ะ
00:13:38 → 00:13:41 >> สำหรับเอ่อคุณแม่รุ่นใหม่ต้องบอกคุณแม่
00:13:41 → 00:13:45 รุ่นใหม่ต้องบอกว่ามันมีความสรองด้วยความ
00:13:45 → 00:13:47 เป็นเจนไมค์ของเขาเนี่ยนะคะ
00:13:47 → 00:13:48 >> อ
00:13:48 → 00:13:50 >> แต่ประเด็นคือความภาวะซึมเศร้าเนี่ยต้อง
00:13:50 → 00:13:52 บอกว่ามันไม่เลือกไม่เลือกอายุ
00:13:52 → 00:13:54 >> ไม่เกี่ยวเลยใช่มั้ไม่เลือกเจน
00:13:54 → 00:13:57 >> ค่ะมันเกิดขึ้นได้ด้วยฮอร์โมนอย่างที่
00:13:57 → 00:14:00 อยู่ในตัวเราเองกับอันที่ 2 การเป็นมาก
00:14:00 → 00:14:02 เป็นน้อยเป็นถึงระดับรุนแรงมเนี่ยขึ้น
00:14:02 → 00:14:06 อยู่กับปัจจัยอย่างอื่นๆที่ทำให้เกิดการ
00:14:06 → 00:14:09 กระตุ้นหรือกดดันยกตัวอย่างเช่น
00:14:09 → 00:14:09 >> อ
00:14:09 → 00:14:11 >> การสนับสนุนช่วยเหลือในครอบครัวเป็นอย่าง
00:14:11 → 00:14:15 ไรแล้วตัวแม่เนี่ยถ้าสมมุติเป็นแม่เลี้ยง
00:14:15 → 00:14:18 เดี่ยวก็จะมีความกดดันมากกว่าแม่ที่มีคู่
00:14:18 → 00:14:19 ข้างๆแน่นอน
00:14:19 → 00:14:19 >> อื
00:14:19 → 00:14:23 >> เราจะมีการประเมินทุกครั้งว่ายังอยู่กับ
00:14:23 → 00:14:25 สามีมย
00:14:25 → 00:14:27 >> ถ้าไม่มีปึ๊บเราจะให้การ
00:14:27 → 00:14:30 >> คำปรึกษาอีกแบบนึงต้องถามว่าแล้วใครที่
00:14:30 → 00:14:33 เขาไว้ใจแล้วก็ให้การช่วยเหลือเขามากที่
00:14:33 → 00:14:33 สุด
00:14:33 → 00:14:35 >> อันนี้คือสิ่งที่เราต้องประเมิน
00:14:35 → 00:14:38 >> ถึงแม้ว่าเราคิดว่าเจนใหม่นี่สรองเอาเข้า
00:14:38 → 00:14:41 จริงๆเขาก็จะมีบางอย่างที่เราอาจจะต้อง
00:14:41 → 00:14:43 เจาะลึกเขานิดนึง
00:14:43 → 00:14:45 ว่าประเด็นหลักของเขาคืออะไร
00:14:45 → 00:14:48 >> เราถึงจะแก้ปัญหาได้ตรงกับจุดของเขาและ
00:14:48 → 00:14:49 มากที่สุดอ่ะค่ะ
00:14:49 → 00:14:52 >> อือก็เรียกว่าต้องจับข่าวคุย
00:14:52 → 00:14:52 >> ถูกต้องค่ะ
00:14:52 → 00:14:53 >> เฉพาะบุคคลไปเลย
00:14:53 → 00:14:56 >> เราต้องใช้เวลาcาเซลingมากกว่าแม่ทั้งคัน
00:14:56 → 00:14:56 ทั่วไป
00:14:56 → 00:14:59 >> แล้วถ้าอย่างภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเนี่ย
00:14:59 → 00:15:02 คือเขาต้องกินยาเต้องปรับเต้องอะไรหลายๆ
00:15:02 → 00:15:05 อย่างนะปรับฮอร์โมนด้วยแหละใช่มั้คะอืมัน
00:15:05 → 00:15:06 จะ
00:15:06 → 00:15:07 >> ใช่ค่ะ
00:15:07 → 00:15:10 >> มีผลอะไรกับเด็กมั้ยเพราะว่าคุณแม่ต้อง
00:15:10 → 00:15:12 ให้นมแล้วต้องกินยาอะไรอย่างเงี้ย
00:15:13 → 00:15:16 >> เรื่องของยาต้องบอกว่าจำเป็นต้องใช้ยา
00:15:16 → 00:15:19 มั้ยต้องบอกว่าแล้วแต่เคสอีกนะคะขึ้นอยู่
00:15:19 → 00:15:23 กับประวัติเดิมถ้าคุณแม่ที่มีประวัติเดิม
00:15:23 → 00:15:26 ในเรื่องของการใช้ยาหรือมีภาวะซึมเศร้า
00:15:26 → 00:15:30 เนาะแล้วจะต้องเอ่อมียาช่วยยาพวกนี้จะ
00:15:30 → 00:15:33 ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้นนะคะบางที
00:15:33 → 00:15:37 สูติแพทย์เองยังต้องเอ่อขอคำปรึกษาไปทาง
00:15:37 → 00:15:39 เอ่อจิตแพทย์
00:15:39 → 00:15:40 >> ว่าเคสอย่างเงี้ย
00:15:40 → 00:15:44 >> ควรจะต้องใช้ยาหรือไม่แล้วจะต้องเป็นยา
00:15:44 → 00:15:47 ตัวไหนนะคะสูธิแพทย์เองก็ไม่ได้เป็นผู้
00:15:47 → 00:15:50 ที่จะจ่ายยาทางเอ่อเรื่องของปัญหาสุขภาพ
00:15:50 → 00:15:54 ใจโดยตรงเราจะมีการเอ่อส่งขอคำปรึกษาจาก
00:15:54 → 00:15:57 จิตแพทย์แต่ในเบื้องต้นโดยปกติเราก็จะ
00:15:57 → 00:16:00 เน้นเรื่องของการไม่ใช้ยายกเว้นในกรณีที่
00:16:00 → 00:16:04 จำเป็นจริงๆเพราะจริงๆแล้วมีแนวทางในการ
00:16:04 → 00:16:07 ที่จะเลือกที่จะให้การดูแลในแม่ที่เป็น
00:16:07 → 00:16:10 ภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นนะคะเช่นการใช้
00:16:10 → 00:16:13 เรื่องของจิตจิตบำบัดนะคะจิตบำบัดเช่นการ
00:16:13 → 00:16:14 พูดคุย
00:16:14 → 00:16:17 >> อ่าเราเรียกเป็น CBT ซึ่งพวกนี้จะเป็นการ
00:16:17 → 00:16:20 ให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว
00:16:20 → 00:16:20 >> อื
00:16:20 → 00:16:23 >> แล้วเป็นการบำบัดทางด้านจิตใจซึ่งเป็นหัว
00:16:23 → 00:16:26 ใจที่สำคัญมากในการที่จะช่วยคุณแม่นะคะ
00:16:26 → 00:16:28 โดยไม่ต้องพึ่งยาก็จะช่วยให้แม่เข้าใจ
00:16:28 → 00:16:30 อารมณ์ของตนเอง
00:16:30 → 00:16:30 >> อือฮึ
00:16:30 → 00:16:34 >> นะคะแล้วก็จะได้ผลดีมากในคนที่เป็นเอ่อ
00:16:34 → 00:16:38 ระดับเบื้องต้นนะคะส่วนการสนับสนุนทาง
00:16:38 → 00:16:40 ครอบครัวอันนี้คือเป็นจุดสำคัญ
00:16:40 → 00:16:43 ที่จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดีช่วยแบ่งเบาภาระ
00:16:43 → 00:16:46 และก็ลดความรู้สึกโล่หรือโดดเดี่ยวให้กับ
00:16:46 → 00:16:48 แม่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า
00:16:48 → 00:16:49 หลังคลอด
00:16:49 → 00:16:49 >> อื
00:16:49 → 00:16:52 >> ในกรณีที่ดูแลพื้นฐานแล้วไม่ว่าจะเป็น
00:16:52 → 00:16:57 เรื่องของทางด้านจิตใจการนอนการโภชนาการ
00:16:57 → 00:16:59 อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่บอกไว้ตั้ง
00:16:59 → 00:17:02 แต่ต้นกรณีที่เป็นระดับปานกลางหรือรุนแรง
00:17:02 → 00:17:04 มากยิ่งขึ้นเราอาจจะต้องใช้ยาร่วมที่บอก
00:17:04 → 00:17:08 ว่าคอนเซา
00:17:12 → 00:17:12 ได้แล้วก็ใช้จิตบำบัดร่วมไปนะคะส่วนกลุ่ม
00:17:12 → 00:17:14 สุดท้ายที่รุนแรงเลยกลุ่มนี้ต้องใช้ยาแน่
00:17:14 → 00:17:17 นอนแล้วก็ต้องติดตามแล้วก็ดูแลอย่างใกล้
00:17:17 → 00:17:20 ชิดบางรายอาจจะต้องแอดมิหรืออยู่โรง
00:17:20 → 00:17:22 พยาบาลด้วยซ้ำในกลุ่มแม่ที่มีประวัติเดิม
00:17:22 → 00:17:26 นะคะแต่ถ้าคุณแม่ที่มีระดับแค่เบื้องต้น
00:17:26 → 00:17:28 แล้วเป็นแค่ซึมเศร้าหลังคลอดส่วนใหญ่ไม่
00:17:28 → 00:17:31 ต้องนอนโรงพยาบาลค่ะเราก็จะบำบัดทาง CBT
00:17:31 → 00:17:33 หรือบำบัดทางจิตบวกกับเรื่องของการใช้ยา
00:17:33 → 00:17:36 ถ้าจำเป็นซึ่งน้อยมากในกลุ่มที่เป็นเบ่อ
00:17:36 → 00:17:38 เบาๆหรือเป็นระดับที่ไม่รุนแรงค่ะ
00:17:38 → 00:17:41 >> อค่ะแล้วอย่างงี้นี้เราจะสมมุติอยู่ใน
00:17:41 → 00:17:43 ครอบครัวด้วยกัน
00:17:43 → 00:17:45 >> มันมีอะไรที่เป็นแบบ
00:17:45 → 00:17:47 >> ให้เราสังเกตได้มั้คะว่ามีความเสี่ยงนะ
00:17:47 → 00:17:50 เป็นซึมเศร้านะหรืออะไรอย่างเงี้ยมีมี
00:17:50 → 00:17:52 สัญญาณอะไรให้เราสังเกตเพื่อที่ได้ช่วย
00:17:52 → 00:17:55 มั้คะหรือว่าคำพูดอะไรในช่วงต้นๆหลังคลอด
00:17:55 → 00:18:00 เนี่ยในช่วงแรกเนี้ยไม่ควรจะพูดเลย
00:18:00 → 00:18:03 >> คำถามนี้ก่อนที่จะให้คนข้างๆสังเกตนะคะ
00:18:03 → 00:18:06 อยากฝากคุณแม่ว่าคุณแม่ต้องสังเกตตัวเอง
00:18:06 → 00:18:09 ก่อนแต่ถ้าเราสังเกตตัวเองไม่ได้แต่คน
00:18:09 → 00:18:11 ข้างๆสะกิดสะกิดเรา
00:18:11 → 00:18:15 >> เพราะฉะนั้นการที่คนข้างๆคอยสังเกตเรา
00:18:15 → 00:18:18 เนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญสิ่งแรกก็คือสังเกต
00:18:18 → 00:18:21 ว่าแม่มีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมยง่ายๆ
00:18:21 → 00:18:25 คือเอ๊ะทำไมเก็บตัวจังหงุดหงิดง่ายจัง
00:18:25 → 00:18:28 ร้องไห้บ่อยจังและดูฉุนเฉี่ยวง่ายนะ
00:18:28 → 00:18:30 >> สิ่งเหล่าเนี้ย
00:18:30 → 00:18:33 >> คนข้างๆต้องคอยสังเกตบางทีเขาจะพูดบาง
00:18:33 → 00:18:37 เรื่องที่พูดวนไปวนมาแล้วก็กังวลมากกว่า
00:18:37 → 00:18:41 เหตุที่เราบอกว่าเอ๊ะทำไมคิดเยอะจังตัว
00:18:41 → 00:18:43 นี้ต้องสังเกตเนาะถ้าการเป็นอยู่แล้วเกิน
00:18:44 → 00:18:47 2 อาทิตย์แสดงว่าต้องการช่วยเหลือคำพูด
00:18:47 → 00:18:49 ที่สะท้อนเชิงลบที่แม่เขาพูดเราต้อง
00:18:49 → 00:18:53 สังเกตด้วยเช่นเราจะเป็นแม่ที่ดีได้มยถ้า
00:18:53 → 00:18:55 เขาถามเนาะ
00:18:55 → 00:18:59 >> ลูกเราน่าจะมีแม่ที่ดูแลเขาได้ดีกว่านี้
00:18:59 → 00:18:59 >> อ๋อ
00:18:59 → 00:19:01 >> อันนี้น่าน่าสงสารแล้วเนาะ
00:19:02 → 00:19:04 >> ทำไงดีคุณฉันทำอะไรไม่ถูกเลยแสดงว่า
00:19:04 → 00:19:06 ต้องการให้เราช่วย
00:19:06 → 00:19:06 >> อือฮึ
00:19:06 → 00:19:09 >> แล้วอีกคำพูดนึงถ้าไม่มีเราทุกคนก็น่าจะ
00:19:09 → 00:19:10 สบายกว่านี้
00:19:10 → 00:19:11 >> อ้าว
00:19:11 → 00:19:14 >> อ้าวอย่างี้ก็แสดงว่าไม่เห็นคุณค่าตัวเอง
00:19:14 → 00:19:15 แล้วค่ะคุณลี
00:19:15 → 00:19:15 >> ออ
00:19:15 → 00:19:18 >> อันนี้ต้องระวังเป็นสัญญาณการบ่นธรรมดา
00:19:18 → 00:19:19 แต่ไม่ธรรมดา
00:19:19 → 00:19:20 >> ค่ะ
00:19:20 → 00:19:24 >> เป็นสัญญาณที่บอกว่าเสี่ยงนะซึมเศร้าจะมา
00:19:24 → 00:19:26 >> การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเลยที่บอกเบื่อ
00:19:26 → 00:19:29 อาหารกินไม่ได้นอนไม่หลับไม่อยากแตะลูก
00:19:29 → 00:19:32 ไม่อยากคุยกับใครอันนี้ให้คุณพ่อสังเกต
00:19:32 → 00:19:34 ด้วยคนในครอบครัวต้องคอยสังเกตอ
00:19:34 → 00:19:38 >> อีกอันนึงความรู้สึกห่วงลูกมากเกินไปทำ
00:19:38 → 00:19:40 อะไรก็รู้สึกว่าทำให้ลูกได้ไม่ดีน่าจะทำ
00:19:40 → 00:19:41 ได้ดีกว่านี้
00:19:41 → 00:19:42 >> อ๋อโทษตัวเอง
00:19:42 → 00:19:45 >> โทษตัวเองไปอีกอย่างงี้นะคะสัญญาณเตือน
00:19:45 → 00:19:49 ที่สำคัญและอันตรายมากที่สุดเลยฉันไม่
00:19:49 → 00:19:51 อยากอยู่อีกแล้ว
00:19:51 → 00:19:52 >> อยากหายไป
00:19:52 → 00:19:53 >> อยู่ๆก็มีคำพูดนี้ขึ้นมา
00:19:53 → 00:19:55 >> อยากหายไป
00:19:55 → 00:19:56 >> ไม่อยากอยู่
00:19:56 → 00:19:56 >> อื
00:19:56 → 00:19:59 >> แล้วที่น่าเป็นห่วงเคสที่เราเคยเจอแล้ว
00:19:59 → 00:20:02 หนักมากทำร้ายลูก
00:20:02 → 00:20:04 >> อันนั้นคือหนักสุดไม่มีแม่คนไหนตั้งใจ
00:20:04 → 00:20:07 ทำลายลูกแต่เป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจ
00:20:07 → 00:20:08 >> อ๋อเหรอ
00:20:08 → 00:20:10 >> ควบคุมตัวเองไม่ได้อันนั้นคือรุนแรงถึง
00:20:10 → 00:20:12 ขั้นต้องพบแพทย์และจิตแพทย์
00:20:12 → 00:20:16 >> และคำพูดที่สำคัญที่คุณพ่อต้องระมัดระวัง
00:20:16 → 00:20:20 หรือคนในบ้านนะคะสำคัญคือรับฟังโดยไม่ตัด
00:20:20 → 00:20:24 สินค่ะอันที่ 2 ต้องบอกใช้คำพูดคุณไม่ได้
00:20:24 → 00:20:26 อ่อนแอนะแต่คุณเหนื่อยมากไป
00:20:26 → 00:20:26 >> อื
00:20:26 → 00:20:27 >> เดี๋ยวเราช่วยกัน
00:20:27 → 00:20:28 >> อ่าไปพักมา
00:20:28 → 00:20:32 >> ไม่ใช้คำพูดว่าคิดมากไปเองแม่คนอื่นก็ทำ
00:20:32 → 00:20:36 ได้ทำไมคุณทำไม่ได้ระวังที่สุดนะคะ
00:20:36 → 00:20:39 >> ไม่ได้ตั้งใจจะพูดหรอก
00:20:39 → 00:20:42 >> แต่เผลอไม่คิดว่ามันจะเป็นคำพูดที่แทงใจ
00:20:42 → 00:20:42 ดำมาก
00:20:43 → 00:20:45 >> คือเอาเข้าใจแหละว่าผู้ชายอาจจะความอ่อน
00:20:45 → 00:20:46 โยนน้อยอ่ะถูกต้อง
00:20:46 → 00:20:49 >> อืก็เลยแบบเหนื่อยจังทำงานมาแล้วอ่ะหรือ
00:20:49 → 00:20:51 อะไรอย่างเงี้ยใช่มั้ยคะแต่ก็เอ่อมันมี
00:20:52 → 00:20:54 หลายคำพูดที่คุณพ่อคิดว่าไม่มีอะไร
00:20:54 → 00:20:58 >> แต่จริงๆถ้าปรับคำพูดซะหน่อยนะคะมันจะมี
00:20:58 → 00:20:59 คำบางคำเช่น
00:20:59 → 00:21:02 >> คิดมากไปเองเดี๋ยวก็หายอันนี้ดูเหมือน
00:21:02 → 00:21:04 ปลอบใจใช่มั้ย
00:21:04 → 00:21:04 >> อื
00:21:04 → 00:21:07 >> แต่แม่แปลว่าอะไรรู้มั้ยคะความรู้สึกฉัน
00:21:07 → 00:21:10 มันไม่สำคัญใช่มั้ยเห็นมยเราไม่ใช่คุณแม่
00:21:10 → 00:21:13 เราไม่คิดเนาะว่าแม่จะคิดแต่แม่คิดแค่คำ
00:21:13 → 00:21:16 เนี้ยค่ะไม่มีใครอยากเป็นค่ะแต่ฮอร์โมน
00:21:16 → 00:21:19 กับปัจจัยหลายอย่างทำให้ฉันเป็นแบบนี้
00:21:19 → 00:21:20 >> คือโทษตัวเองหมดเลย
00:21:20 → 00:21:21 >> ถูกต้องค่ะ
00:21:21 → 00:21:21 >> อื
00:21:21 → 00:21:25 >> อดทนหน่อยสิเดี๋ยวก็ชินนะเออแล้วก็มองมอง
00:21:25 → 00:21:26 ตานิดนึง
00:21:26 → 00:21:29 >> คุณแม่จะแปลว่าอะไรรู้มั้ยคะไม่มีใครจะ
00:21:29 → 00:21:31 ช่วยฉันจริงๆใช่มั้ยเนี่ย
00:21:31 → 00:21:32 >> น้อยใจไปอีก
00:21:32 → 00:21:35 >> โอ้โหไปอีกค่ะคุณลีขาเนี่ยค่ะ
00:21:35 → 00:21:37 >> คือตอนในเวลานั้นเขาไม่ได้รู้สึกคุณแม่
00:21:37 → 00:21:38 อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าเฮ้ยนี่มันเป็น
00:21:38 → 00:21:41 เรื่องของฮอร์โมนธรรมชาติจ้าคือไม่ได้ไม่
00:21:41 → 00:21:41 ได้ทันที
00:21:41 → 00:21:43 >> คิดไม่ถึงแล้วเพราะมันผ่านสเต็ปนั้นไปละ
00:21:43 → 00:21:46 คิดแต่ว่าทุกอย่างที่คุณพ่อพูดจะแปลผล
00:21:47 → 00:21:48 เป็นอีกอย่างนึงเลย
00:21:48 → 00:21:48 >> ค่ะ
00:21:48 → 00:21:51 >> ทั้งๆที่คุณพ่อไม่ได้ตั้งใจค่ะเพราะเชื่อ
00:21:51 → 00:21:54 ว่าสามีทุกคนเมื่อไหร่ที่อ
00:21:54 → 00:21:55 >> ภรรยา
00:21:55 → 00:21:58 >> ให้กำเนิดลูกนั่นคือรางวัลของผู้ชาย
00:21:58 → 00:21:58 >> ค่ะ
00:21:58 → 00:22:02 >> ผู้ชายทุกคนรักลูกค่ะแต่คำพูดด้วยการไม่
00:22:02 → 00:22:06 ได้เตรียมในเรื่องของการดูแลด้านจิตใจ
00:22:06 → 00:22:07 >> ค่ะ
00:22:07 → 00:22:09 >> ก็จะทำให้คุณพ่อพูดที่คิดว่านี่คือ
00:22:09 → 00:22:10 ซัพพอร์ตแต่จริงๆหรือเปล่า
00:22:10 → 00:22:11 >> อ
00:22:11 → 00:22:11 >> เป็น
00:22:11 → 00:22:13 >> จี้ใจของคุณแม่อีก
00:22:13 → 00:22:16 >> ขอเพิ่มเอาคุณพ่อไปเรียนรู้เรื่องซึม
00:22:16 → 00:22:18 เศร้าหลังคลอดไปเข้าไปบรรจุ
00:22:18 → 00:22:19 >> เข้าคอร์สด้วยค่ะไปเลย
00:22:19 → 00:22:22 >> ถูกต้องค่ะแต่จริงๆมันมีวิธีง่ายๆนะคะ
00:22:22 → 00:22:26 คุณลีสำหรับสามีหรือว่าคุณพ่อนะคะมันมี
00:22:26 → 00:22:30 สเต็ปของมันก็คือต้องเข้าใจคำว่าซึมเศร้า
00:22:30 → 00:22:33 คืออะไรก็คือไม่ตีความหมายแม่ว่างอแงหรือ
00:22:33 → 00:22:35 คิดมากแล้วก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกแย่
00:22:35 → 00:22:38 มันเกิดขึ้นนะคะเกิดขึ้นได้เพราะฉะนั้น
00:22:38 → 00:22:41 การเข้าใจตรงนี้แม่เนี่ยก็จะทำให้เขา
00:22:41 → 00:22:43 สามารถผ่านพ้นตรงนี้ไปได้นะคะฟังโดยไม่
00:22:43 → 00:22:46 รีบแก้ไม่ตัดสินไม่เปรียบเทียบอันนี้เป็น
00:22:46 → 00:22:50 สิ่งที่คุณแม่ต้องการนะคะแล้วก็ดูแลใน
00:22:50 → 00:22:53 เรื่องของการแบ่งเบาภาระหรือบางอย่างที่
00:22:53 → 00:22:57 ช่วยได้คำพูดเป็นเรื่องที่สำคัญและให้
00:22:57 → 00:22:59 เขาค้าได้พักผ่อนให้พออันนั้นเป็นยาที่
00:22:59 → 00:23:03 สำคัญมากนะคะแล้วอีกอันนึงก็คืออ่าเอ่อ
00:23:03 → 00:23:05 ไม่ปล่อยให้แม่ต้องเผชิญภาวะนี้โดยลำพัง
00:23:05 → 00:23:08 นะคะเชื่อในสิ่งที่แม่บอกว่าไม่ไหว
00:23:08 → 00:23:11 >> แล้วก็ไม่ลดทอนอาการว่าเป็นแค่เหนื่อย
00:23:11 → 00:23:14 >> แต่จริงๆแล้วเขาต้องการมากกว่านั้น
00:23:14 → 00:23:15 >> เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เขาจะผ่าน
00:23:16 → 00:23:18 ช่วงนี้ไปได้ขึ้นอยู่กับคนข้างๆ
00:23:18 → 00:23:21 >> ครอบครัวจึงเป็นบุคคลที่สำคัญที่จะชวนเขา
00:23:21 → 00:23:24 ในการที่จะผ่านช่วงวิกฤตนั้นไปได้อันนั้น
00:23:24 → 00:23:25 สำคัญมากค่ะ
00:23:25 → 00:23:27 >> อใช่ค่ะบางทีการอบกอดเบาๆ
00:23:27 → 00:23:28 >> ถูกค่ะ
00:23:28 → 00:23:28 >> ก็ได้นะ
00:23:28 → 00:23:29 >> ถูกต้องค่ะ
00:23:29 → 00:23:32 >> พูดไม่เป็นพูดไม่เก่งพูดไปทีไรพังทุกทีก็
00:23:32 → 00:23:34 สัมผัสกับกอดก็พอ[เสียงหัวเราะ]
00:23:34 → 00:23:35 >> ค่ะ
00:23:35 → 00:23:35 >> ใช่มั้ยคะ
00:23:35 → 00:23:36 >> ใช่ค่ะ
00:23:36 → 00:23:39 >> เออแล้วอย่างี้เาสามารถหายได้มั้คะภาวะ
00:23:39 → 00:23:39 ซึมเศร้าหลังคลอด
00:23:39 → 00:23:42 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดโดยปกติเนี่ยไม่ได้
00:23:42 → 00:23:43 เป็นตลอดไป
00:23:43 → 00:23:44 >> อื
00:23:44 → 00:23:47 >> ถ้าสมมุติว่าได้รับการดูแลที่ถูกต้อง
00:23:47 → 00:23:49 >> แล้วก็ได้รับการดูแลจากครอบครัวที่ต่อ
00:23:49 → 00:23:49 เนื่อง
00:23:49 → 00:23:50 >> อือ
00:23:50 → 00:23:52 >> ไม่ใช่ว่าจะเป็นแล้วจะเป็นตลอดไป
00:23:52 → 00:23:56 >> ยกเว้นในเคสที่ยังไม่ได้รับการดูแล
00:23:56 → 00:23:58 >> ได้ถูกต้องหรือได้รับการช่วยเหลือที่
00:23:58 → 00:23:59 เพียงพอ
00:23:59 → 00:24:01 >> ก็อาจจะต้องรักษาต่อเนื่องอ
00:24:01 → 00:24:04 >> แล้วเปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยเลยก็มีค่ะแต่
00:24:04 → 00:24:08 น้อยโชคดีว่าบ้านเราเป็นสังคมที่เป็น
00:24:09 → 00:24:12 สังคมช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นสังคมขยายถ้า
00:24:12 → 00:24:16 เราไม่ได้รับการดูแลจากสามีหรือคนข้างๆ
00:24:16 → 00:24:20 >> เราก็จะมีย่ายายซึ่งเป็นซพอtiveหรือคนที่
00:24:20 → 00:24:23 ช่วยเหลือได้ดีมากค่ะนี่คือข้อดีของสังคม
00:24:23 → 00:24:26 ไทยคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องซึมเศร้าหลัง
00:24:26 → 00:24:29 คลอดไม่จำเป็นต้องผ่านช่วงนั้นไปคนเดียว
00:24:29 → 00:24:29 >> อือ
00:24:29 → 00:24:32 >> คุณยังมีคนข้างๆเป็นบุคคลที่สำคัญที่จะ
00:24:32 → 00:24:34 ช่วยให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้เจ้า
00:24:34 → 00:24:38 หน้าที่สุขภาพพยาบาลแพทย์มีความพร้อมมาก
00:24:38 → 00:24:40 ต้องบอกว่าภาวะซึมเศร้าเนี่ยไม่ใช่ความ
00:24:40 → 00:24:43 อ่อนแอไม่ได้แปลว่าเป็นแม่ที่ไม่ดีสามารถ
00:24:43 → 00:24:46 เกิดขึ้นได้กับทุกคนอยู่แล้วแต่การขอความ
00:24:46 → 00:24:48 ช่วยเหลือคือความกล้าที่ไม่ใช่ความล้ม
00:24:48 → 00:24:52 เหลวและสุดท้ายอยากจะบอกคุณแม่ว่าคุณไม่
00:24:52 → 00:24:55 จำเป็นต้องเข้มแข็งเพื่อที่จะให้ใครมา
00:24:55 → 00:25:00 ช่วยคุณหรือปฏิเสธการช่วยเหลือจากใครคุณ
00:25:00 → 00:25:02 สมควรได้รับการดูตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่วัน
00:25:02 → 00:25:05 ที่แย่กว่านี้อยากจะให้กำลังใจคุณแม่ทุก
00:25:05 → 00:25:09 คนนะคะว่าคุณเป็นคุณแม่ที่เก่งมากที่
00:25:09 → 00:25:12 สามารถประเมินตัวเองได้แล้วรู้ว่าฉัน
00:25:12 → 00:25:17 กำลังอยู่ภาวะไหนเพื่อลูกที่มีคุณภาพและ
00:25:17 → 00:25:19 เป็นลูกที่น่ารักและเป็นอนาคตของคุณแม่
00:25:19 → 00:25:22 ของครอบครัวสังคมแล้วก็ประเทศชาติค่ะ
00:25:22 → 00:25:22 ขอบคุณค่ะ
00:25:22 → 00:25:25 >> ขอบคุณอาจารย์ฤดีค่ะที่มาร่วมพูดคุยกับ
00:25:25 → 00:25:27 โรงของเราค่ะขอบคุณค่ะสวัสดีค่ะ
00:25:27 → 00:25:29 >> เอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังหมดเวลาแล้วค่ะเราพบ
00:25:29 → 00:25:31 กันใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอ
00:25:31 → 00:25:33 ทาง Thaai PBS Podcast นะคะวันนี้ต้อง
00:25:33 → 00:25:35 ลาไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ
00:25:35 → 00:25:38 >> This [เพลง] is Thai PBS Podcast
00:25:38 → 00:25:40 >> การนอนกอดกันให้ประโยชน์อะไรบ้างศึกษา
00:25:40 → 00:25:42 วิจัยเกี่ยวกับการกอดกับความสัมพันธ์ของ
00:25:42 → 00:25:45 คู่รักมีผลเป็นอย่างไรผู้ช่วยศาสตราจารย์
00:25:45 → 00:25:47 ดร.จันทร์วิภาดีลกสัมพันธ์[เพลง]
00:25:47 → 00:25:49 ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์และครอบครัว
00:25:49 → 00:25:51 มาเล่าให้ฟังครับ
00:25:51 → 00:25:53 >> เอาทั่วๆไปไม่ว่าจะกอดกันนอนหรือกอดกัน
00:25:53 → 00:25:57 นั่ง[เสียงหัวเราะ]นะนัในเวลาปกติอ่านะคะ
00:25:57 → 00:26:00 ก็คือมันมีประโยชน์ใน 3 ทางด้วยกัน
00:26:00 → 00:26:00 >> ค่ะ
00:26:00 → 00:26:02 >> ทางที่ 1 ก็คือในเรื่องของสุขภาพจิตการ
00:26:02 → 00:26:05 กอดใครสักคนเนี่ยมันช่วยให้หลายๆอย่างนะ
00:26:05 → 00:26:07 ดีขึ้นเพราะฉะนั้นการกอดเนี่ยค่ะมันช่วย
00:26:07 → 00:26:11 กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน
00:26:11 → 00:26:14 >> ฮอร์โมนตัวเมันเป็นฮอร์โมนแห่งความรักค่ะ
00:26:14 → 00:26:16 เพราะฉะนั้นเวลาที่เรากอดใครสักคนเนี่ย
00:26:16 → 00:26:19 มันจะถ่ายทอดความรู้สึกพอมาสุขภาพกายนะคะ
00:26:19 → 00:26:22 มันจะช่วยลดระดับของฮอร์โมนคอร์ติโซลพอ
00:26:22 → 00:26:25 คอร์ติโซลลดเนี่ยบางทีคนบางคนเนี่ยที่มี
00:26:25 → 00:26:28 อาการเจ็บปวดถ้าเขาได้รับการกอดจากคนที่
00:26:28 → 00:26:30 เขารักหรือใครก็ตามแม้แต่เดี๋ยวเนี้ย
00:26:30 → 00:26:33 พยาบาลหมอนะคะบางทีเราก็กอดคนไข้โฮeless
00:26:33 → 00:26:36 เพื่อให้เขาไม่ได้กอดในเรื่องของเพศนะแต่
00:26:36 → 00:26:38 กอดอย่างเช่นเด็กเล็กคนไข้ที่เป็นเด็ก
00:26:38 → 00:26:41 เล็กอะไรอย่างเงี้ยนะคะกอดเขาไว้เนี่ยมัน
00:26:41 → 00:26:44 ลดระดับของความเจ็บปวดลงโดยไม่ต้องใช้ยา
00:26:44 → 00:26:45 ก็
00:26:45 → 00:26:47 แล้วก็ในแง่ของความสัมพันธ์เราจะเห็นว่า
00:26:47 → 00:26:50 การกอดกันเนี่ยมันจะเป็นการแสดงออกถึง
00:26:50 → 00:26:53 ความสัมพันธ์ที่ดีความใกล้ชิดความถ่ายทอด
00:26:53 → 00:26:56 ความรักอะไรก็แล้วแต่อาจารย์วิภาเป็นโรค
00:26:56 → 00:26:59 บ้าวิจัยเนาะเป็นงานวิจัยที่เขาทำในต่าง
00:26:59 → 00:27:02 ประเทศแล้วเขาก็ระบุว่าคนที่กอดกันเนี่ย
00:27:02 → 00:27:06 นะฮะโดยที่ตัวไม่ห่างกันมากนักเช่นเขาใช้
00:27:06 → 00:27:09 คำว่าห่างกันไม่ถึง 1 นิ้วคือใกล้กันมาก
00:27:09 → 00:27:12 เนี่ยแล้วก็มาถามถึงความสัมพันธ์ปกติกับ
00:27:12 → 00:27:15 คนที่นอนห่างกันเกิน 1 นิ้วนิ้วผลงาน
00:27:15 → 00:27:18 วิจัยเนี่ยออกมาชัดเจนเลยว่าประมาณ 96%
00:27:18 → 00:27:21 ของคนที่นอนห่างจากคู่ไม่ถึง 1 นิ้วพวก
00:27:21 → 00:27:25 นี้จะมีแนวโน้มที่มีความสุขในชีวิตสมรส
00:27:25 → 00:27:28 หรือกับคู่รักหรือกับอะไรก็ตาม
00:27:28 → 00:27:32 >> ในขณะที่อีก 66% ที่นอนห่างห่างกันเกิน 1
00:27:32 → 00:27:34 นิ้วเนี่ยจะบอกว่ารู้สึกว่าความสัมพันธ์
00:27:34 → 00:27:37 มันสู้กลุ่มแรกไม่ได้มันเห็นชัดเจนเพราะ
00:27:37 → 00:27:40 ฉะนั้นเราลองมาดูว่าถ้าเป็นกลุ่มแล้ว
00:27:40 → 00:27:43 ทำนายความสัมพันธ์ขอแบ่งเป็น 4 กลุ่มแล้ว
00:27:43 → 00:27:46 กันนะ
00:27:52 → 00:27:52 ให้คนละมันว่าไม่ดีเริ่มที่ขุ่นข้องหมอง
00:27:52 → 00:27:54 ใจแล้วถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
00:27:54 → 00:27:57 มีแนวโน้มที่จะอย่าร้างนะแต่โดยทั่วไป
00:27:57 → 00:27:59 เนี่ยถ้านอนคนละฝั่งเลยเนี่ยนะคะแล้วหัน
00:27:59 → 00:28:01 หลังให้กันเนี่ยนะฮะมันก็คิดได้อีกอย่าง
00:28:01 → 00:28:04 นึงว่าทั้งคู่เนี่ยนะคะอยู่ในเป็นคนที่
00:28:04 → 00:28:07 รักอิสระแต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามค่ะคู่
00:28:07 → 00:28:10 เชี่ยวชาญเขาบอกว่าเรานอนคนละฟากแล้วเอา
00:28:10 → 00:28:12 มือกอดตัวเองเนี่ยแปลว่าเราอ่ะกำลังปก
00:28:12 → 00:28:15 ป้องตัวเองและเนื่องจากว่าเราอ่ะโหยหา
00:28:15 → 00:28:18 ความรักแต่ไม่มีใครมาแตะเรากลุ่มที่ 2 นะ
00:28:18 → 00:28:22 คะของปฏิกิริยาก็คือการโอบกอดหันหน้าเข้า
00:28:22 → 00:28:25 หากันนี่แหละสุดยอดของความโรแมนติกมันจะ
00:28:25 → 00:28:28 แสดงถึงความรักเห็นชัดเจนเลยถ้านอนแบบกอด
00:28:28 → 00:28:31 กันสั้นๆเอาแขนมาโอบที่เอวอะไรต่างๆเหล่า
00:28:31 → 00:28:34 นี้นะคะอาจจะเป็นการเริ่มต้นตกหลุมรัก
00:28:34 → 00:28:37 แล้วก็ได้กลุ่มสุดท้ายก็หมายถึงกลุ่มที่
00:28:37 → 00:28:40 กอดกันจากทางด้านหลังมันจะแปลออกมาเหมือน
00:28:40 → 00:28:42 กันเป็นท่าที่คลาสสิคที่สุดระหว่างผู้รัก
00:28:42 → 00:28:46 ก็แปที่ถูกกอดก็เหมือนกับเป็นฝ่ายที่ถูก
00:28:46 → 00:28:49 รักได้รับการปกป้องฝ่ายที่ไปกอดเก็จะเป็น
00:28:49 → 00:28:55 ฝ่ายที่อยากจะบอกรักแล้วก็อยากจะปกป้อง
00:28:56 → 00:28:56 [เพลง]
00:28:56 → 00:29:00 >> This is Thai PBS Podcast
00:29:00 → 00:29:03 ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:29:03 → 00:29:05 ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:29:05 → 00:29:08 thapodcast.com
00:29:08 → 00:29:11 แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:29:11 → 00:29:15 ผ่าน podcast ช่องทางอื่นๆ Spotify
00:29:15 → 00:29:18 YouTube Apple Podcast และ Soundcloud
00:29:18 → 00:29:21 เอ้า
00:00:02 → 00:00:03 This is Thai PBS podcast viiew
00:00:03 → 00:00:06 the world by the voice [เพลง]
00:00:06 → 00:00:08 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจริงๆแล้วไม่ใช่แค่
00:00:08 → 00:00:10 เรื่องเหนื่อยค่ะมันซับซ้อนกว่านั้น
00:00:10 → 00:00:12 ปัจจัย[เพลง]แรกคือฮอร์โมนค่ะเพราะว่าใน
00:00:12 → 00:00:14 ระยะตั้งครรภ์มันจะมีฮอร์โมนเด็ดคือ
00:00:14 → 00:00:16 เอสโตรเจนโปรเจคสโตโรนฮอร์โมน 2 ตัวเนี้ย
00:00:16 → 00:00:19 ค่ะพอหลังคลอดเนี่ยเขาจะลดลงอย่างรวดเร็ว
00:00:19 → 00:00:21 มันจะเป็นตัวหลักที่จะทำให้เกิดการ
00:00:21 → 00:00:23 เปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของแม่หลังคลอด
00:00:23 → 00:00:25 ความซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอไม่
00:00:25 → 00:00:29 ได้บอกว่าแม่ไม่ดีแต่สามารถเกิดได้สิ่ง
00:00:29 → 00:00:31 เหล่านี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ความล้มเหลวแต่
00:00:31 → 00:00:34 เป็นความกล้าของคุณแม่ที่ประเมินได้ว่า
00:00:34 → 00:00:36 ฉันกำลังจะซึมเศร้ามั้ยกลุ่มพวกนี้
00:00:36 → 00:00:38 ต้องการคนช่วยค่ะเพราะฉะนั้นแม่อย่าฝืน
00:00:38 → 00:00:39 ค่ะ
00:00:39 → 00:00:42 >> อย่าฝืนคือต้องหาคนรับฟังและคนช่วยคุณสม
00:00:42 → 00:00:45 ควรได้รับการดูแลตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่วัน
00:00:45 → 00:00:48 ที่แย่กว่านี้
00:00:48 → 00:00:51 ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:51 → 00:00:55 การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงศถิพรค่ะ
00:00:55 → 00:00:58 >> This is PBS Podcast
00:00:58 → 00:01:00 >> คุณผู้ฟังแล้วเราจะคุยกันถึงเรื่องของ
00:01:01 → 00:01:03 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเรียกว่าเปิดอกคุย
00:01:03 → 00:01:06 กันเลยดีมยอะไรอย่างเงี้นะคะคือไม่ใช่แค่
00:01:06 → 00:01:07 เรื่องของความเหนื่อยบางคนอ่ะเอุ้ย
00:01:07 → 00:01:10 เหนื่อยหรือเปล่าแต่สำหรับคุณแม่บางท่าน
00:01:10 → 00:01:12 อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เหนื่อยนะมัน
00:01:12 → 00:01:16 ไม่ใช่แค่อดนอนนะคะแต่เป็นสิ่งที่หลายคน
00:01:16 → 00:01:20 เผชิญอยู่แบบเงียบๆไม่รู้ตัวเอาเป็นว่า
00:01:20 → 00:01:24 มันจะแค่เหนื่อยหรือมันจะเป็นอะไรนะคะกับ
00:01:24 → 00:01:27 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ฤดีปุงบางกดี
00:01:27 → 00:01:29 อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสูตศาสตร์
00:01:29 → 00:01:32 นรีเวชวิทยาคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:01:32 → 00:01:34 มหิดลค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์คะ
00:01:34 → 00:01:36 >> สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ
00:01:36 → 00:01:39 >> มาเรื่องเครียดนิดนึงค่ะอาจารย์วันนี้
00:01:39 → 00:01:41 เห็นคุณแม่หลังคลอดหลายๆคนหรือดูตามสื่อ
00:01:41 → 00:01:45 ก็มีภาวะแบบนี้ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไม่
00:01:45 → 00:01:48 ใช่แค่การเหนื่อยล้าใช่มั้คะอาจารย์
00:01:48 → 00:01:50 >> ต้องบอกว่าภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจริงๆแล้ว
00:01:50 → 00:01:53 ไม่ใช่แค่เรื่องเหนื่อยค่ะมันซับซ้อนกว่า
00:01:53 → 00:01:55 นั้นก็จะมีหลายอย่างที่เราจะต้องประเมิน
00:01:55 → 00:01:59 ให้มีเชิงลึกลงไปนิดนึงปัจจัยแรกที่จะทำ
00:01:59 → 00:02:02 ให้มีเรื่องของความซึมเศร้าหลังคลอดเนี่ย
00:02:02 → 00:02:03 อันแรกคือฮอร์โมนค่ะ
00:02:03 → 00:02:04 >> มาอีกแล้วฮอร์โมน
00:02:04 → 00:02:06 >> ฮอร์โมนอีกแล้วค่ะเราหนีไม่พ้นจากเขา
00:02:06 → 00:02:07 เพราะเขาอยู่ในตัวเรา
00:02:07 → 00:02:09 >> คือมันเป็นโดยธรรมชาติ
00:02:09 → 00:02:10 >> ถูกต้องค่ะ
00:02:10 → 00:02:12 >> เพราะว่าในระยะตั้งครรภมันจะมีฮอร์โมน
00:02:12 → 00:02:14 เด่นคือเอสโตรเจนโปรเจสเตโตโรนต้องเอ่ย
00:02:14 → 00:02:16 ชื่อเขาเพราะเป็นพระเอกนางเอกมาคู่กันนะ
00:02:16 → 00:02:19 คะฮอร์โมน 2 ตัวเนี้ยค่ะพอหลังคลอดเนี่ย
00:02:19 → 00:02:21 เขาจะลดลงอย่างรวดเร็ว
00:02:21 → 00:02:21 >> โอฮบ
00:02:21 → 00:02:24 >> การลดลงของเขาเนี่ยค่ะพอหลังคลอดปุ๊บเด็ก
00:02:24 → 00:02:26 คลอดตัดสายสะดือคือฮอร์โมนนี้มันลดลงจาก
00:02:26 → 00:02:29 รวดเร็วมันจะเป็นตัวหลักที่จะทำให้เกิด
00:02:29 → 00:02:31 การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของแม่หลัง
00:02:31 → 00:02:31 คลอด
00:02:31 → 00:02:33 >> เอ้ามันไปพร้อมสายสะดือเหรอคะ
00:02:33 → 00:02:37 >> ถูกต้องค่ะต้องตัดออกคลอดออกมามันรกมัน
00:02:37 → 00:02:39 ออกไปเพราะว่าตัวรกเองก็ผลิตฮอร์โมนพวก
00:02:39 → 00:02:40 นี้ด้วย
00:02:40 → 00:02:42 >> ต้องบอกว่ารกนี่สำคัญมากๆ
00:02:42 → 00:02:43 >> ตัดปึ๊บ
00:02:43 → 00:02:46 >> ตัดปึ๊บเท่ากับรกจะไม่มีทำหน้าที่หลัง
00:02:46 → 00:02:47 ฮอร์โมนเหล่านี้แล้ว
00:02:47 → 00:02:50 >> คือตอนที่คุณแม่ยังไม่ลูกยังไม่คลอดยัง
00:02:50 → 00:02:51 ไม่ตัด
00:02:51 → 00:02:53 >> ฮอร์โมนยังทำหน้าที่อยู่
00:02:53 → 00:02:56 >> ยังทำหน้าที่อยู่ก็คืออาจจะมีบ้างนิดๆ
00:02:56 → 00:02:56 หน่อยๆ
00:02:56 → 00:02:57 >> ถูกต้องค่ะ
00:02:57 → 00:02:58 >> แต่พอตัดปึ๊บวึ๊บ
00:02:58 → 00:03:01 >> วึ๊บเลยฮอร์โมนเหล่านี้จะลดลง
00:03:01 → 00:03:03 >> เพราะฉะนั้น 1 ร่างกายตามธรรมชาติก็จะ
00:03:03 → 00:03:05 ปรับไม่ได้เนื่องจากฮอร์โมนเดิมมันสูง
00:03:05 → 00:03:08 อยู่ฮอร์โมน 2 ตัวนี้พระเอกนางเอกเนาะ
00:03:08 → 00:03:11 >> อันที่ 2 ก็คือสื่อสารประสาทต่างๆของสมอง
00:03:11 → 00:03:14 ของคุณแม่เนี่ยมันจะเปลี่ยนแปลงไปต้องบอก
00:03:14 → 00:03:15 ว่าช่วงระยะตั้งครรภเนี้ยมีการเปลี่ยน
00:03:15 → 00:03:18 แปลงหลายระบบมากแต่ถ้าเกี่ยวกับซึมเศร้า
00:03:18 → 00:03:20 จะเป็นเรื่องของฮอร์โมนกับสารสื่อประสาท
00:03:20 → 00:03:24 >> นะคะอีกตัวนึงก็คือสภาพร่างกายของแม่ถ้า
00:03:24 → 00:03:27 แม่มีความเจ็บป่วยร่วมด้วยเช่นแม่ที่มี
00:03:27 → 00:03:30 ภาวะของซีดโลหิตจางหรือแม่ที่มีความเจ็บ
00:03:30 → 00:03:32 ป่วยที่เกี่ยวกับต่อมไทรรอยด์หรือว่า
00:03:32 → 00:03:34 เกี่ยวกับเรื่องของการอักเสบหรือการติด
00:03:34 → 00:03:37 เชื้อสิ่งเหล่านี้จะยิ่งเสริมทำให้มีการ
00:03:37 → 00:03:40 เปลี่ยนแปลงที่ทำให้นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า
00:03:40 → 00:03:41 ได้ด้วย
00:03:41 → 00:03:42 >> อื
00:03:42 → 00:03:44 >> นะคะทีนี้อีกด้านนึงก็คือเรื่องของด้าน
00:03:44 → 00:03:48 จิตใจที่จะนำไปสู่แม่ที่มีภาวะซึมเศร้า
00:03:48 → 00:03:50 เช่นฉันต้องเป็นแม่ที่ดี
00:03:50 → 00:03:51 >> ออ
00:03:51 → 00:03:52 >> ก็กดดันตัวเองแล้วถูกมั้ยคะ
00:03:52 → 00:03:55 >> อันที่ 2 ก็คือคุณแม่ที่มีความรู้สึก
00:03:55 → 00:03:58 กังวลว่าเลี้ยงลูกได้ไม่ดีอีกอันนึงก็คือ
00:03:58 → 00:04:02 แม่ที่เคยมีประวัติซืมเศร้าวิตกกังวลมาก
00:04:02 → 00:04:04 กว่าปกติอยู่แล้วเนี่ยกลุ่มพวกนี้เสี่ยง
00:04:04 → 00:04:05 มาก
00:04:05 → 00:04:05 >> อื
00:04:05 → 00:04:07 >> เพราะฉะนั้นพยาบาลต้องประเมินทุกครั้งว่า
00:04:07 → 00:04:09 แม่มีประวัติมาหรือไม่
00:04:09 → 00:04:09 >> ค่ะ
00:04:09 → 00:04:12 >> เพราะมันจะเป็นปัจจัยทางด้านจิตสังคมส่วน
00:04:12 → 00:04:14 ปัจจัยทางด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวก็มี
00:04:14 → 00:04:18 ความสำคัญเช่นกันถ้าคนในบ้านกดดันหรือคน
00:04:18 → 00:04:21 ในครอบครัวไม่ได้เป็นแรงผลักดันที่เป็น
00:04:21 → 00:04:24 ด้านบวกก็จะทำให้คุณแม่ขาดคนรับฟังที่
00:04:24 → 00:04:27 เข้าใจเขารู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยวไม่มีคน
00:04:27 → 00:04:30 รอบข้างสิ่งเหล่านี้ค่ะจะทำให้คุณแม่มี
00:04:30 → 00:04:32 ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าได้มาก
00:04:32 → 00:04:32 ขึ้น
00:04:33 → 00:04:35 >> สุดท้ายจากตัวคุณแม่เองที่
00:04:35 → 00:04:37 >> ขาดการดูแลตนเองในเรื่องของการพักผ่อน
00:04:38 → 00:04:40 เหนื่อยล้างานเยอะกลุ่มเหล่านี้ก็จะมี
00:04:40 → 00:04:42 ความเหนื่อยเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เกิด
00:04:42 → 00:04:44 เรื่องของซึมเศร้าหลังคลอดเช่นกันค่ะ
00:04:44 → 00:04:48 >> พอตัดสายรกปึ๊บนี่มันอื้อหือเยอะเลยค่ะ
00:04:48 → 00:04:51 >> แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าคุณแม่ทุกคนจะ
00:04:51 → 00:04:53 ต้องเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอดทุกเป็นเลย
00:04:53 → 00:04:56 ค่ะไม่จำเป็นเพราะว่าความซึมเศร้าไม่ได้
00:04:56 → 00:04:59 เกิดจากความอ่อนแอไม่ได้บอกว่าแม่ไม่ดี
00:04:59 → 00:05:02 แต่สามารถเกิดได้ถ้าคุณแม่มีความเหนื่อย
00:05:02 → 00:05:04 ล้าหรือมีสาเหตุจากที่พูดไปเมื่อสักครู่
00:05:04 → 00:05:07 อ่ะนะคะสิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ความ
00:05:07 → 00:05:09 ล้มเหลวแต่เป็นความกล้าของคุณแม่ที่
00:05:09 → 00:05:12 ประเมินได้ว่าฉันกำลังจะซึมเศร้ามั้ย
00:05:12 → 00:05:15 >> คือไม่มีใครอยากจะมาบอกตัวเองว่าฉันเป็น
00:05:15 → 00:05:15 ซึมเศร้า
00:05:15 → 00:05:16 >> ถูกต้องค่ะ
00:05:16 → 00:05:18 >> ไม่มีใครอยากเป็นอยู่แล้วนะคะทีนี้
00:05:18 → 00:05:21 อาจารย์มันมีคำนึงที่มันไม่แน่ใจว่ามัน
00:05:21 → 00:05:23 เหมือนหรือว่ามันคือคำเดียวกันหรือเปล่า
00:05:23 → 00:05:25 หรืออะไรอย่างเงี้ยแต่มันเป็นภาษาอังกฤษ
00:05:25 → 00:05:28 บูกับซึมเศร้าหลังคลอดมันเดียวกันมั้คะ
00:05:28 → 00:05:30 ต่างกันค่ะต่างกันเลยอ๋อต่างกัน
00:05:30 → 00:05:34 >> เนื่องจากถ้าพูดคำว่าบลูต้องบอกว่าอันนี้
00:05:34 → 00:05:38 คือพื้นฐานมากเพราะจะเจอกับคุณแม่ทุกราย
00:05:38 → 00:05:39 เป็นปกติ
00:05:39 → 00:05:40 >> อ๋อหรอ
00:05:40 → 00:05:42 >> เบบี้บลูเนี่ยเป็นอารมณ์แกว่งค่ะในช่วง
00:05:42 → 00:05:43 ของการปรับตัว
00:05:43 → 00:05:45 >> ต้องบอกว่าหลังคลอดคุณแม่ต้องมีการปรับ
00:05:45 → 00:05:48 ตัวค่ะเพราะว่าจากที่เคยตั้งครรภ์มีลูก
00:05:48 → 00:05:50 อยู่ในท้องมีความสุขนู่นนั่นนี่ฮอร์โมน
00:05:50 → 00:05:56 หลั่งเยอะแยะ
00:05:58 → 00:05:58 คุณแม่
00:05:58 → 00:06:01 ถูกคะแล้วก็ลูกก็ไม่ได้อยู่ในท้องแล้วถูก
00:06:01 → 00:06:04 คะเขาเรียกว่าอารมณ์แกว่งตรงนี้บางทีเรา
00:06:04 → 00:06:06 เทียบได้เหมือนเมฆที่ครึ้มแล้วก็ผ่านท้อง
00:06:06 → 00:06:09 ฟ้าไปนะแม่จะมีอาการไม่สบายใจแต่ไม่
00:06:10 → 00:06:12 อันตรายอาการที่เจอนะคะ
00:06:12 → 00:06:15 >> 1 ร้องไห้ง่ายอารมณ์ขึ้นลงนิดนึง
00:06:15 → 00:06:16 >> อยู่ๆก็ร้องไห้
00:06:16 → 00:06:20 >> ถูกต้องแล้วก็วิตกกังวลจะดูแลลูกได้มั้ย
00:06:20 → 00:06:25 นิดหน่อยนะ
00:06:29 → 00:06:29 เป็นปกติไม่กังไม่ผิดปกติว่าฉันไม่เห็น
00:06:29 → 00:06:32 เหมือนแม่ข้างๆไม่ใช่ค่ะอันนั้นเจอได้จาก
00:06:32 → 00:06:33 ฮอร์โมนเชน
00:06:33 → 00:06:37 >> อมันมันจะไม่ได้อยู่นานยาวแค่นจะดีขึ้น
00:06:37 → 00:06:38 ประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังคลอด
00:06:38 → 00:06:39 >> อ๋อเหรอ
00:06:39 → 00:06:40 >> พวกนี้อาการจะหายไป
00:06:40 → 00:06:40 >> อื
00:06:41 → 00:06:43 >> เป็นแค่ช่วงแรกที่ฮอร์โมนเปลี่ยน
00:06:43 → 00:06:46 >> กับอันที่ 2 คือช่วงปรับบทบาทใหม่ๆนะคะ
00:06:46 → 00:06:50 แต่ความรู้สึกผูกพันกับลูกจะมีปกติค่ะใน
00:06:50 → 00:06:53 กลุ่มที่แม่ที่เป็นเอ่อเบบี้บลูนะคะช่วง
00:06:53 → 00:06:54 หลังคลอดไปแล้วนะคะ
00:06:54 → 00:06:57 >> แต่คุณแม่ที่เป็นซึมเศร้าหลังคลอดภาษา
00:06:57 → 00:06:59 อังกฤษเเรียกโพสpartัมdeชion
00:06:59 → 00:07:00 >> อื
00:07:00 → 00:07:03 >> ก็คือเป็นภาวะซึมเศร้าเลยค่ะกลุ่มพวกนี้
00:07:03 → 00:07:05 ต้องการคนช่วยค่ะเพราะฉะนั้นแม่อย่าฝืน
00:07:05 → 00:07:05 ค่ะ
00:07:05 → 00:07:08 >> อย่าฝืนคือต้องหาคนรับฟังและคนช่วย
00:07:08 → 00:07:09 >> นะคะ
00:07:09 → 00:07:11 >> แล้วมันมีอาการอะไรมั้ยคะที่แบบว่าเอ้ย
00:07:11 → 00:07:12 มันไม่ได้เป็นเบบี้บูสนะ
00:07:12 → 00:07:16 >> อ่าอาการเค้าจะเป็นมากกว่าคุณแม่ที่เล่า
00:07:16 → 00:07:18 ไปว่าเป็นเบบี้บลู
00:07:18 → 00:07:21 >> คือเกิน 2 อาทิตย์ไปแล้วอาการงี้ยังมี
00:07:21 → 00:07:21 อยู่
00:07:21 → 00:07:22 >> อ๋อ
00:07:22 → 00:07:25 >> รบกวนชีวิตประจำวันอยู่นะคะแล้วก็รู้สึก
00:07:25 → 00:07:28 เศร้าว่างว่างเปล่าสิ้นหวังและเป็นต่อ
00:07:28 → 00:07:29 เนื่อง
00:07:29 → 00:07:31 >> 2 อาทิตย์แล้วยังเป็นอยู่เลยยังไม่ลง
00:07:31 → 00:07:33 อารมณ์ยังอย่างั้นอยู่ยังดิ่งอยู่
00:07:33 → 00:07:35 >> อยังๆังยังอยู่ๆก็ว่างเปล่าเฉย
00:07:35 → 00:07:38 >> วนเวียนแล้วก็อะไรฉันจะทำอะไร
00:07:38 → 00:07:40 >> นะคะแล้วก็เบื่อ
00:07:40 → 00:07:41 >> ไม่อยากเจอใคร
00:07:41 → 00:07:45 >> นะรู้สึกลูกก็มองหน้าลูกแต่ไม่อุ้มลูกนอน
00:07:45 → 00:07:46 ไม่หลับกินไม่ได้
00:07:46 → 00:07:48 >> อันนี้คือไม่ใช่ปกติล่ะ
00:07:48 → 00:07:51 >> นะคะ[เสียงหัวเราะ]แล้วก็รู้สึกตัวเองไม่
00:07:51 → 00:07:52 มีคุณค่า
00:07:52 → 00:07:52 >> อื
00:07:52 → 00:07:55 >> อันนี้คือ 1 เกิน 2 อาทิตย์ 2 รู้สึกว่า
00:07:55 → 00:07:56 โทษตัวเองหลายเรื่อง
00:07:56 → 00:07:57 >> ค่ะ
00:07:57 → 00:07:59 >> ตัวนี้เป็นตัวที่บอกว่าต้องการมีคนช่วยละ
00:07:59 → 00:08:00 >> อื
00:08:00 → 00:08:02 >> นะจะเปรียบเสมือนกับฝนตกหนักแล้วมันไม่
00:08:02 → 00:08:03 หยุดอ่ะค่ะ
00:08:03 → 00:08:05 >> ตกพรำทั้งวัน
00:08:05 → 00:08:06 >> อย่างเงี้ยค่ะคุณลี
00:08:06 → 00:08:10 >> งั้นแสดงว่าบลูมันไม่สามารถขยับไปเป็น
00:08:10 → 00:08:12 เส้นของซึมเศร้าหลังคลอดได้ใช่มั้คะคนที่
00:08:12 → 00:08:13 เป็นเบบี้บูอยู่
00:08:13 → 00:08:16 >> ขยับได้ค่ะในกรณีที่ปรับตัวไม่ได้
00:08:16 → 00:08:20 >> จะเปลี่ยนจาก baby blue ไปเป็น postpum
00:08:20 → 00:08:21 ได้มีโอกาส
00:08:21 → 00:08:22 >> ได้ก็เป็นไปได้
00:08:22 → 00:08:23 >> เป็นไปได้
00:08:23 → 00:08:24 >> แต่ไม่ใช่ทุกคน
00:08:24 → 00:08:25 >> ไม่ทุกคนค่ะอือ
00:08:25 → 00:08:27 >> ฮึแสดงว่าอันนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยธรรมดาละ
00:08:27 → 00:08:29 เหนื่อยนอนพักตื่นมาก็หาย
00:08:29 → 00:08:31 >> ถูกต้องค่ะแต่ถ้าเหนื่อย
00:08:31 → 00:08:34 >> นอนพักไม่ดีขึ้นกินก็ไม่ลงอันนี้ต้องหาคน
00:08:34 → 00:08:37 ช่วยค่ะคุณแม่อย่าคิดว่าตัวเองสตรองนะคะ
00:08:37 → 00:08:40 >> หาคนคุยค่ะสำคัญค่ะ
00:08:40 → 00:08:41 >> ถ้าเกิดสมมุติเราไม่ได้แบบไม่ได้คิดว่า
00:08:41 → 00:08:43 เราเป็นน่ะอาจารย์เราไม่ได้ไปคุยไม่ได้ไป
00:08:43 → 00:08:46 หาหมอก็คิดว่าแบบเออมันก็คงจะเป็นช่วงนึง
00:08:46 → 00:08:48 แหละแล้วก็ปล่อยไว้มันจะมีผลอะไรมั้คะ
00:08:48 → 00:08:50 แล้วปล่อยไว้เลยอ่ะถ้าใน 2 สัปดาห์แล้ว
00:08:50 → 00:08:54 คุณเป็นโอเคนั่นคือเป็นปกติเรื่องของ
00:08:54 → 00:08:57 ฮอร์โมนเนาะแต่ถ้าเกิน 2 อาทิตย์คุณต้อง
00:08:57 → 00:09:00 ประเมินแล้วว่าฉันจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ
00:09:00 → 00:09:03 อย่างนี้ต่อมยคงจะต้องหาคนช่วยเพราะว่า
00:09:03 → 00:09:05 หลังคลอดปกติเราจะมีการนัดไปเจอที่โรง
00:09:05 → 00:09:06 พยาบาลอยู่แล้ว
00:09:06 → 00:09:08 >> เขาจะประเมินซ้ำอีกทีค่ะ
00:09:08 → 00:09:08 >> อ๋อ
00:09:08 → 00:09:11 >> เขาจะประเมินด้านจิตสังคมซ้ำอีกทีนึงว่า
00:09:12 → 00:09:14 คุณแม่มีความเสี่ยงความเครียดอะไรหรือไม่
00:09:14 → 00:09:17 เพราะฉะนั้นอย่างที่คุณลีบอกว่าไม่ใช่ทุก
00:09:17 → 00:09:19 คนที่จะเป็นซึมเศร้า
00:09:19 → 00:09:22 แต่สิ่งที่เราบอกคือฮอร์โมนตัวนี้เนี่ย
00:09:22 → 00:09:25 มันจะทำให้เกิดความผิดปกติทางด้านจิตใจ
00:09:25 → 00:09:27 ความรู้สึกนึกคิดของเราได้
00:09:27 → 00:09:27 >> อื
00:09:27 → 00:09:30 >> การที่ไม่ได้เป็นทุกคนเพราะบางคนที่เป็น
00:09:30 → 00:09:33 อาจจะเพราะว่ามีประวัติเรื่องของทางด้าน
00:09:33 → 00:09:35 สุขภาพใจมาก่อน
00:09:35 → 00:09:36 >> อ่าอันนี้ก็ต้องระวังขึ้น
00:09:36 → 00:09:38 >> ต้องระวังเพิ่มขึ้น
00:09:38 → 00:09:41 >> 2 ไม่รู้วิธีในการรับมือกับความเครียด
00:09:41 → 00:09:46 หรือการปรับตัวใหม่ของตัวเอง 3 คนข้างๆ
00:09:46 → 00:09:49 ไม่ได้เป็นแรงสนับสนุนที่ดีพออือฮึ
00:09:49 → 00:09:53 >> 4 ประสบการณ์การคลอดหรือความกังวลเดิม
00:09:53 → 00:09:56 หรือนอนไม่ได้กินไม่หลับมันทำให้ร่างกาย
00:09:56 → 00:09:59 เราไม่พร้อมแล้วก็ไม่พร้อมที่จะปรับตัว
00:09:59 → 00:09:59 ได้
00:09:59 → 00:10:01 >> สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงใน
00:10:01 → 00:10:03 เรื่องของ
00:10:03 → 00:10:04 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้เพิ่มขึ้น
00:10:05 → 00:10:08 >> อันนี้จะเกิดกับเฉพาะคุณแม่มือใหม่หมาย
00:10:08 → 00:10:10 ถึงว่าเพิ่งคนแรกเลยมั้คะแล้วแบบคนที่ 2
00:10:11 → 00:10:13 คนที่ 3 อาจจะไม่ได้มีปัญหาหรือเคยมีลูก
00:10:13 → 00:10:17 มาแล้วมาเป็นคนนี้คนที่ 2 อยู่มาเป็นก็
00:10:17 → 00:10:19 ไม่สามารถมีอะไรบอกได้ใช่มั้
00:10:19 → 00:10:22 >> ไม่จำเป็นว่าจะเป็นท้องแรกหรือท้องหลัง
00:10:22 → 00:10:25 ขึ้นอยู่กับว่าณขณะนั้นปัจจัยอะไรที่ทำ
00:10:25 → 00:10:25 ให้เกิด
00:10:25 → 00:10:26 >> อ
00:10:26 → 00:10:28 >> ถ้าเป็นคุณแม่ท้องแรกอาจจะมีสาเหตุจากไม่
00:10:28 → 00:10:29 มีประสบการณ์
00:10:29 → 00:10:31 >> แต่ถ้าเป็นคุณแม่ท้องหลังอาจจะเกิดเนื่อง
00:10:31 → 00:10:35 จากบทบาทที่มันซ้ำซ้อนหลายเรื่องภาระหรือ
00:10:35 → 00:10:38 ภาวะเศรษฐกิจมันจะมีfacเตอร์หรือปัจจัย
00:10:38 → 00:10:41 ที่เสริมกันหลายอย่างที่จะทำให้แต่ละคนมี
00:10:41 → 00:10:43 ปัญหาสาเหตุ
00:10:43 → 00:10:46 >> แล้วก็การแก้ที่แตกต่างกันเพราะฉะนั้นการ
00:10:46 → 00:10:48 ตัดเสื้อต้องตัดให้เหมาะอย่างที่บอกนะคะ
00:10:48 → 00:10:52 >> อใช่อันนี้คือเฉพาะคนที่แบบ 35 อัพจะมี
00:10:52 → 00:10:54 ปัญหาเยอะเรื่องของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
00:10:54 → 00:10:58 มั้ยหรือว่าเออคุณแม่จะเป็นวัย 20 กลาง
00:10:58 → 00:11:00 ปลายๆหรืออะไรก็เป็น
00:11:00 → 00:11:02 >> คำถามดีมาก
00:11:02 → 00:11:04 >> ต้องบอกว่าภวะซึมเศร้าสามารถเกิดได้กับ
00:11:04 → 00:11:06 ทุกช่วงวัยของคุณแม่
00:11:06 → 00:11:07 >> อื
00:11:07 → 00:11:11 >> ขึ้นอยู่กับว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดเนี่ยมา
00:11:11 → 00:11:13 จากอะไรยกตัวอย่างนะคะ
00:11:13 → 00:11:15 >> คุณแม่ที่เป็นคุณแม่วัยรุ่น
00:11:15 → 00:11:20 >> อายุ 20 ปีลงไป 15 16 17 มีภาวะซึม
00:11:20 → 00:11:21 เศร้าได้ทั้งนั้น
00:11:22 → 00:11:22 >> อื
00:11:22 → 00:11:25 >> ขึ้นอยู่กับว่ามีแรงกดดันตรงไหนที่ทำให้
00:11:25 → 00:11:26 เกิดบ้าง
00:11:26 → 00:11:26 >> ค่ะ
00:11:26 → 00:11:30 >> แม่ที่เป็นแม่ 20-35 ก็มีโอกาสเกิดเช่น
00:11:30 → 00:11:34 กันแต่ก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่เกิดได้น้อย
00:11:34 → 00:11:35 หน่อย
00:11:35 → 00:11:37 >> 35 อัพก็เกิดได้เช่นกัน
00:11:37 → 00:11:37 >> ค่ะ
00:11:37 → 00:11:40 >> นะคะก็เกิดได้ทุกช่วงวัยค่ะ
00:11:40 → 00:11:41 มันไม่เลือกเลยนะเนี่ย
00:11:41 → 00:11:43 >> ไม่เลือกค่ะไม่เลือกอายุนะคะ
00:11:43 → 00:11:46 >> แล้วแต่ว่าเจออะไรถูกต้องแล้วคุณสรองแค่
00:11:46 → 00:11:48 ไหนกับภาวะหลังคลอดของคุณอ
00:11:48 → 00:11:52 >> อืโอ้โหมันก็มันก็เป็นเรื่องของทั้งแบบ
00:11:52 → 00:11:54 ปัจจัยกับตัวเราเอง
00:11:54 → 00:11:55 >> ถูกต้องค่ะ
00:11:55 → 00:11:58 >> เนาะอาจารย์แบบการมีลูกคนนึงก็หลายอย่าง
00:11:58 → 00:12:00 นะกว่าจะสเต็ปให้
00:12:00 → 00:12:02 >> เออกว่าจะอะไรฉันต้องเผชิญอะไรเยอะเหลือ
00:12:02 → 00:12:05 เกินอะไรแบบเงี้ยน่าเห็นใจคุณแม่หลายๆ
00:12:05 → 00:12:08 ท่านแล้วยิ่งสมัยนี้ค่ะอาจารย์เราไม่ได้
00:12:09 → 00:12:11 แบบมานั่งประเมินสุขภาพจิตกันทุกคนอยู่
00:12:11 → 00:12:11 และ
00:12:11 → 00:12:11 >> ใช่ค่ะ
00:12:11 → 00:12:12 >> ใช่มั้คะ
00:12:12 → 00:12:13 >> ใช่ค่ะ
00:12:13 → 00:12:15 >> เครียดบางทียังหลอกบอกตัวเองเลยว่าไม่ได้
00:12:15 → 00:12:18 เครียดอีกอันนึงบางทีเครียดแล้วไม่รู้ตัว
00:12:18 → 00:12:18 ด้วย
00:12:18 → 00:12:21 >> ใช่ค่ะอีกอันนึงที่อยากจะบอกว่าสาเหตุไม่
00:12:21 → 00:12:23 ใช่ฉากฮอร์โมนอย่างเดียว
00:12:23 → 00:12:26 >> ที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดมีความเปราะบาง
00:12:26 → 00:12:26 >> ค่ะ
00:12:26 → 00:12:29 >> มากขึ้นสิ่งสำคัญก็คือความคาดหวังจาก
00:12:29 → 00:12:30 สังคมค่ะ
00:12:30 → 00:12:31 >> อ่ะ
00:12:31 → 00:12:34 >> อยากบอกว่าความคาดหวังทางสังคมคือสิ่งที่
00:12:34 → 00:12:37 ทำให้เกิดแผลที่หายากสำหรับคุณแม่แผลที่
00:12:38 → 00:12:40 หายากหมายความว่าสังคมคาดหวัง
00:12:40 → 00:12:40 >> ค่ะ
00:12:41 → 00:12:44 >> ว่าคุณแม่ต้องทำได้ดีแล้วดีที่สุดนี่คุณ
00:12:44 → 00:12:45 แม่ก็เครียดละ
00:12:45 → 00:12:47 >> เพราะฉะนั้นภาวะซึมเศร้าเนี่ยเป็น
00:12:47 → 00:12:50 แฟคเตอร์ที่เกิดจากข้างนอกได้เช่นกัน
00:12:50 → 00:12:51 >> จากคนรอบข้าง
00:12:51 → 00:12:51 >> ค่ะ
00:12:51 → 00:12:55 >> นะคะเพราะสังคมมักมองว่าหลังคอดลูกแม่น่า
00:12:55 → 00:12:58 จะมีความสุขเสมอเลยน่าจะมีความสุขนะคุณจะ
00:12:58 → 00:12:59 เครียดไปเพื่อ
00:12:59 → 00:12:59 >> ออ
00:12:59 → 00:13:02 >> แต่จริงๆแล้วแม่บางคนอาจจะยิ้มแต่ในใจลึก
00:13:02 → 00:13:05 ๆก็อาจจะมีบางเรื่องที่บอกเราไม่ได้
00:13:05 → 00:13:06 >> ค่ะ
00:13:06 → 00:13:09 >> เราก็ต้องเค้าเรียกว่าไวกับความรู้สึกแม่
00:13:09 → 00:13:10 หลังคลอดนิดนึง
00:13:10 → 00:13:10 >> อื
00:13:10 → 00:13:11 >> ค่ะ
00:13:11 → 00:13:12 >> อาจารย์อนิถามนิดนึงเพราะว่าด้วยความที่
00:13:12 → 00:13:15 เดี๋ยวนี้มันมีเจนใหม่ๆใช่มั้คะสมัยเรา
00:13:15 → 00:13:16 มันก็อย่างนึง
00:13:16 → 00:13:17 >> ค่ะ
00:13:17 → 00:13:20 >> ภาวะความเครียดความกดดันมันก็คงมีอยู่
00:13:20 → 00:13:22 แหละแต่คงไม่เท่ากับยุคสมัยนี้
00:13:22 → 00:13:22 >> ค่ะ
00:13:22 → 00:13:25 >> ยิ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ๆอเริ่มไม่ค่อยอยาก
00:13:25 → 00:13:28 จะมีลูกกันแล้วด้วยซ้ำอ่ะเนาะอาจารย์เอ่อ
00:13:28 → 00:13:31 ภาวะการหย่าร้างก็มีสูงมากเลิกกันง่าย
00:13:31 → 00:13:33 หรืออะไรอย่างเงี้ยเนาะมันมันมีความต่าง
00:13:33 → 00:13:35 มีอะไรมั้ยคะก่อนที่จะนำไปสู่เรื่องของ
00:13:35 → 00:13:37 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดแบบปัจจัยหรืออะไร
00:13:37 → 00:13:38 อย่างเงี้ยค่ะ
00:13:38 → 00:13:41 >> สำหรับเอ่อคุณแม่รุ่นใหม่ต้องบอกคุณแม่
00:13:41 → 00:13:45 รุ่นใหม่ต้องบอกว่ามันมีความสรองด้วยความ
00:13:45 → 00:13:47 เป็นเจนไมค์ของเขาเนี่ยนะคะ
00:13:47 → 00:13:48 >> อ
00:13:48 → 00:13:50 >> แต่ประเด็นคือความภาวะซึมเศร้าเนี่ยต้อง
00:13:50 → 00:13:52 บอกว่ามันไม่เลือกไม่เลือกอายุ
00:13:52 → 00:13:54 >> ไม่เกี่ยวเลยใช่มั้ไม่เลือกเจน
00:13:54 → 00:13:57 >> ค่ะมันเกิดขึ้นได้ด้วยฮอร์โมนอย่างที่
00:13:57 → 00:14:00 อยู่ในตัวเราเองกับอันที่ 2 การเป็นมาก
00:14:00 → 00:14:02 เป็นน้อยเป็นถึงระดับรุนแรงมเนี่ยขึ้น
00:14:02 → 00:14:06 อยู่กับปัจจัยอย่างอื่นๆที่ทำให้เกิดการ
00:14:06 → 00:14:09 กระตุ้นหรือกดดันยกตัวอย่างเช่น
00:14:09 → 00:14:09 >> อ
00:14:09 → 00:14:11 >> การสนับสนุนช่วยเหลือในครอบครัวเป็นอย่าง
00:14:11 → 00:14:15 ไรแล้วตัวแม่เนี่ยถ้าสมมุติเป็นแม่เลี้ยง
00:14:15 → 00:14:18 เดี่ยวก็จะมีความกดดันมากกว่าแม่ที่มีคู่
00:14:18 → 00:14:19 ข้างๆแน่นอน
00:14:19 → 00:14:19 >> อื
00:14:19 → 00:14:23 >> เราจะมีการประเมินทุกครั้งว่ายังอยู่กับ
00:14:23 → 00:14:25 สามีมย
00:14:25 → 00:14:27 >> ถ้าไม่มีปึ๊บเราจะให้การ
00:14:27 → 00:14:30 >> คำปรึกษาอีกแบบนึงต้องถามว่าแล้วใครที่
00:14:30 → 00:14:33 เขาไว้ใจแล้วก็ให้การช่วยเหลือเขามากที่
00:14:33 → 00:14:33 สุด
00:14:33 → 00:14:35 >> อันนี้คือสิ่งที่เราต้องประเมิน
00:14:35 → 00:14:38 >> ถึงแม้ว่าเราคิดว่าเจนใหม่นี่สรองเอาเข้า
00:14:38 → 00:14:41 จริงๆเขาก็จะมีบางอย่างที่เราอาจจะต้อง
00:14:41 → 00:14:43 เจาะลึกเขานิดนึง
00:14:43 → 00:14:45 ว่าประเด็นหลักของเขาคืออะไร
00:14:45 → 00:14:48 >> เราถึงจะแก้ปัญหาได้ตรงกับจุดของเขาและ
00:14:48 → 00:14:49 มากที่สุดอ่ะค่ะ
00:14:49 → 00:14:52 >> อือก็เรียกว่าต้องจับข่าวคุย
00:14:52 → 00:14:52 >> ถูกต้องค่ะ
00:14:52 → 00:14:53 >> เฉพาะบุคคลไปเลย
00:14:53 → 00:14:56 >> เราต้องใช้เวลาcาเซลingมากกว่าแม่ทั้งคัน
00:14:56 → 00:14:56 ทั่วไป
00:14:56 → 00:14:59 >> แล้วถ้าอย่างภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเนี่ย
00:14:59 → 00:15:02 คือเขาต้องกินยาเต้องปรับเต้องอะไรหลายๆ
00:15:02 → 00:15:05 อย่างนะปรับฮอร์โมนด้วยแหละใช่มั้คะอืมัน
00:15:05 → 00:15:06 จะ
00:15:06 → 00:15:07 >> ใช่ค่ะ
00:15:07 → 00:15:10 >> มีผลอะไรกับเด็กมั้ยเพราะว่าคุณแม่ต้อง
00:15:10 → 00:15:12 ให้นมแล้วต้องกินยาอะไรอย่างเงี้ย
00:15:13 → 00:15:16 >> เรื่องของยาต้องบอกว่าจำเป็นต้องใช้ยา
00:15:16 → 00:15:19 มั้ยต้องบอกว่าแล้วแต่เคสอีกนะคะขึ้นอยู่
00:15:19 → 00:15:23 กับประวัติเดิมถ้าคุณแม่ที่มีประวัติเดิม
00:15:23 → 00:15:26 ในเรื่องของการใช้ยาหรือมีภาวะซึมเศร้า
00:15:26 → 00:15:30 เนาะแล้วจะต้องเอ่อมียาช่วยยาพวกนี้จะ
00:15:30 → 00:15:33 ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้นนะคะบางที
00:15:33 → 00:15:37 สูติแพทย์เองยังต้องเอ่อขอคำปรึกษาไปทาง
00:15:37 → 00:15:39 เอ่อจิตแพทย์
00:15:39 → 00:15:40 >> ว่าเคสอย่างเงี้ย
00:15:40 → 00:15:44 >> ควรจะต้องใช้ยาหรือไม่แล้วจะต้องเป็นยา
00:15:44 → 00:15:47 ตัวไหนนะคะสูธิแพทย์เองก็ไม่ได้เป็นผู้
00:15:47 → 00:15:50 ที่จะจ่ายยาทางเอ่อเรื่องของปัญหาสุขภาพ
00:15:50 → 00:15:54 ใจโดยตรงเราจะมีการเอ่อส่งขอคำปรึกษาจาก
00:15:54 → 00:15:57 จิตแพทย์แต่ในเบื้องต้นโดยปกติเราก็จะ
00:15:57 → 00:16:00 เน้นเรื่องของการไม่ใช้ยายกเว้นในกรณีที่
00:16:00 → 00:16:04 จำเป็นจริงๆเพราะจริงๆแล้วมีแนวทางในการ
00:16:04 → 00:16:07 ที่จะเลือกที่จะให้การดูแลในแม่ที่เป็น
00:16:07 → 00:16:10 ภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นนะคะเช่นการใช้
00:16:10 → 00:16:13 เรื่องของจิตจิตบำบัดนะคะจิตบำบัดเช่นการ
00:16:13 → 00:16:14 พูดคุย
00:16:14 → 00:16:17 >> อ่าเราเรียกเป็น CBT ซึ่งพวกนี้จะเป็นการ
00:16:17 → 00:16:20 ให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว
00:16:20 → 00:16:20 >> อื
00:16:20 → 00:16:23 >> แล้วเป็นการบำบัดทางด้านจิตใจซึ่งเป็นหัว
00:16:23 → 00:16:26 ใจที่สำคัญมากในการที่จะช่วยคุณแม่นะคะ
00:16:26 → 00:16:28 โดยไม่ต้องพึ่งยาก็จะช่วยให้แม่เข้าใจ
00:16:28 → 00:16:30 อารมณ์ของตนเอง
00:16:30 → 00:16:30 >> อือฮึ
00:16:30 → 00:16:34 >> นะคะแล้วก็จะได้ผลดีมากในคนที่เป็นเอ่อ
00:16:34 → 00:16:38 ระดับเบื้องต้นนะคะส่วนการสนับสนุนทาง
00:16:38 → 00:16:40 ครอบครัวอันนี้คือเป็นจุดสำคัญ
00:16:40 → 00:16:43 ที่จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดีช่วยแบ่งเบาภาระ
00:16:43 → 00:16:46 และก็ลดความรู้สึกโล่หรือโดดเดี่ยวให้กับ
00:16:46 → 00:16:48 แม่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า
00:16:48 → 00:16:49 หลังคลอด
00:16:49 → 00:16:49 >> อื
00:16:49 → 00:16:52 >> ในกรณีที่ดูแลพื้นฐานแล้วไม่ว่าจะเป็น
00:16:52 → 00:16:57 เรื่องของทางด้านจิตใจการนอนการโภชนาการ
00:16:57 → 00:16:59 อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่บอกไว้ตั้ง
00:16:59 → 00:17:02 แต่ต้นกรณีที่เป็นระดับปานกลางหรือรุนแรง
00:17:02 → 00:17:04 มากยิ่งขึ้นเราอาจจะต้องใช้ยาร่วมที่บอก
00:17:04 → 00:17:08 ว่าคอนเซา
00:17:12 → 00:17:12 ได้แล้วก็ใช้จิตบำบัดร่วมไปนะคะส่วนกลุ่ม
00:17:12 → 00:17:14 สุดท้ายที่รุนแรงเลยกลุ่มนี้ต้องใช้ยาแน่
00:17:14 → 00:17:17 นอนแล้วก็ต้องติดตามแล้วก็ดูแลอย่างใกล้
00:17:17 → 00:17:20 ชิดบางรายอาจจะต้องแอดมิหรืออยู่โรง
00:17:20 → 00:17:22 พยาบาลด้วยซ้ำในกลุ่มแม่ที่มีประวัติเดิม
00:17:22 → 00:17:26 นะคะแต่ถ้าคุณแม่ที่มีระดับแค่เบื้องต้น
00:17:26 → 00:17:28 แล้วเป็นแค่ซึมเศร้าหลังคลอดส่วนใหญ่ไม่
00:17:28 → 00:17:31 ต้องนอนโรงพยาบาลค่ะเราก็จะบำบัดทาง CBT
00:17:31 → 00:17:33 หรือบำบัดทางจิตบวกกับเรื่องของการใช้ยา
00:17:33 → 00:17:36 ถ้าจำเป็นซึ่งน้อยมากในกลุ่มที่เป็นเบ่อ
00:17:36 → 00:17:38 เบาๆหรือเป็นระดับที่ไม่รุนแรงค่ะ
00:17:38 → 00:17:41 >> อค่ะแล้วอย่างงี้นี้เราจะสมมุติอยู่ใน
00:17:41 → 00:17:43 ครอบครัวด้วยกัน
00:17:43 → 00:17:45 >> มันมีอะไรที่เป็นแบบ
00:17:45 → 00:17:47 >> ให้เราสังเกตได้มั้คะว่ามีความเสี่ยงนะ
00:17:47 → 00:17:50 เป็นซึมเศร้านะหรืออะไรอย่างเงี้ยมีมี
00:17:50 → 00:17:52 สัญญาณอะไรให้เราสังเกตเพื่อที่ได้ช่วย
00:17:52 → 00:17:55 มั้คะหรือว่าคำพูดอะไรในช่วงต้นๆหลังคลอด
00:17:55 → 00:18:00 เนี่ยในช่วงแรกเนี้ยไม่ควรจะพูดเลย
00:18:00 → 00:18:03 >> คำถามนี้ก่อนที่จะให้คนข้างๆสังเกตนะคะ
00:18:03 → 00:18:06 อยากฝากคุณแม่ว่าคุณแม่ต้องสังเกตตัวเอง
00:18:06 → 00:18:09 ก่อนแต่ถ้าเราสังเกตตัวเองไม่ได้แต่คน
00:18:09 → 00:18:11 ข้างๆสะกิดสะกิดเรา
00:18:11 → 00:18:15 >> เพราะฉะนั้นการที่คนข้างๆคอยสังเกตเรา
00:18:15 → 00:18:18 เนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญสิ่งแรกก็คือสังเกต
00:18:18 → 00:18:21 ว่าแม่มีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมยง่ายๆ
00:18:21 → 00:18:25 คือเอ๊ะทำไมเก็บตัวจังหงุดหงิดง่ายจัง
00:18:25 → 00:18:28 ร้องไห้บ่อยจังและดูฉุนเฉี่ยวง่ายนะ
00:18:28 → 00:18:30 >> สิ่งเหล่าเนี้ย
00:18:30 → 00:18:33 >> คนข้างๆต้องคอยสังเกตบางทีเขาจะพูดบาง
00:18:33 → 00:18:37 เรื่องที่พูดวนไปวนมาแล้วก็กังวลมากกว่า
00:18:37 → 00:18:41 เหตุที่เราบอกว่าเอ๊ะทำไมคิดเยอะจังตัว
00:18:41 → 00:18:43 นี้ต้องสังเกตเนาะถ้าการเป็นอยู่แล้วเกิน
00:18:44 → 00:18:47 2 อาทิตย์แสดงว่าต้องการช่วยเหลือคำพูด
00:18:47 → 00:18:49 ที่สะท้อนเชิงลบที่แม่เขาพูดเราต้อง
00:18:49 → 00:18:53 สังเกตด้วยเช่นเราจะเป็นแม่ที่ดีได้มยถ้า
00:18:53 → 00:18:55 เขาถามเนาะ
00:18:55 → 00:18:59 >> ลูกเราน่าจะมีแม่ที่ดูแลเขาได้ดีกว่านี้
00:18:59 → 00:18:59 >> อ๋อ
00:18:59 → 00:19:01 >> อันนี้น่าน่าสงสารแล้วเนาะ
00:19:02 → 00:19:04 >> ทำไงดีคุณฉันทำอะไรไม่ถูกเลยแสดงว่า
00:19:04 → 00:19:06 ต้องการให้เราช่วย
00:19:06 → 00:19:06 >> อือฮึ
00:19:06 → 00:19:09 >> แล้วอีกคำพูดนึงถ้าไม่มีเราทุกคนก็น่าจะ
00:19:09 → 00:19:10 สบายกว่านี้
00:19:10 → 00:19:11 >> อ้าว
00:19:11 → 00:19:14 >> อ้าวอย่างี้ก็แสดงว่าไม่เห็นคุณค่าตัวเอง
00:19:14 → 00:19:15 แล้วค่ะคุณลี
00:19:15 → 00:19:15 >> ออ
00:19:15 → 00:19:18 >> อันนี้ต้องระวังเป็นสัญญาณการบ่นธรรมดา
00:19:18 → 00:19:19 แต่ไม่ธรรมดา
00:19:19 → 00:19:20 >> ค่ะ
00:19:20 → 00:19:24 >> เป็นสัญญาณที่บอกว่าเสี่ยงนะซึมเศร้าจะมา
00:19:24 → 00:19:26 >> การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเลยที่บอกเบื่อ
00:19:26 → 00:19:29 อาหารกินไม่ได้นอนไม่หลับไม่อยากแตะลูก
00:19:29 → 00:19:32 ไม่อยากคุยกับใครอันนี้ให้คุณพ่อสังเกต
00:19:32 → 00:19:34 ด้วยคนในครอบครัวต้องคอยสังเกตอ
00:19:34 → 00:19:38 >> อีกอันนึงความรู้สึกห่วงลูกมากเกินไปทำ
00:19:38 → 00:19:40 อะไรก็รู้สึกว่าทำให้ลูกได้ไม่ดีน่าจะทำ
00:19:40 → 00:19:41 ได้ดีกว่านี้
00:19:41 → 00:19:42 >> อ๋อโทษตัวเอง
00:19:42 → 00:19:45 >> โทษตัวเองไปอีกอย่างงี้นะคะสัญญาณเตือน
00:19:45 → 00:19:49 ที่สำคัญและอันตรายมากที่สุดเลยฉันไม่
00:19:49 → 00:19:51 อยากอยู่อีกแล้ว
00:19:51 → 00:19:52 >> อยากหายไป
00:19:52 → 00:19:53 >> อยู่ๆก็มีคำพูดนี้ขึ้นมา
00:19:53 → 00:19:55 >> อยากหายไป
00:19:55 → 00:19:56 >> ไม่อยากอยู่
00:19:56 → 00:19:56 >> อื
00:19:56 → 00:19:59 >> แล้วที่น่าเป็นห่วงเคสที่เราเคยเจอแล้ว
00:19:59 → 00:20:02 หนักมากทำร้ายลูก
00:20:02 → 00:20:04 >> อันนั้นคือหนักสุดไม่มีแม่คนไหนตั้งใจ
00:20:04 → 00:20:07 ทำลายลูกแต่เป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจ
00:20:07 → 00:20:08 >> อ๋อเหรอ
00:20:08 → 00:20:10 >> ควบคุมตัวเองไม่ได้อันนั้นคือรุนแรงถึง
00:20:10 → 00:20:12 ขั้นต้องพบแพทย์และจิตแพทย์
00:20:12 → 00:20:16 >> และคำพูดที่สำคัญที่คุณพ่อต้องระมัดระวัง
00:20:16 → 00:20:20 หรือคนในบ้านนะคะสำคัญคือรับฟังโดยไม่ตัด
00:20:20 → 00:20:24 สินค่ะอันที่ 2 ต้องบอกใช้คำพูดคุณไม่ได้
00:20:24 → 00:20:26 อ่อนแอนะแต่คุณเหนื่อยมากไป
00:20:26 → 00:20:26 >> อื
00:20:26 → 00:20:27 >> เดี๋ยวเราช่วยกัน
00:20:27 → 00:20:28 >> อ่าไปพักมา
00:20:28 → 00:20:32 >> ไม่ใช้คำพูดว่าคิดมากไปเองแม่คนอื่นก็ทำ
00:20:32 → 00:20:36 ได้ทำไมคุณทำไม่ได้ระวังที่สุดนะคะ
00:20:36 → 00:20:39 >> ไม่ได้ตั้งใจจะพูดหรอก
00:20:39 → 00:20:42 >> แต่เผลอไม่คิดว่ามันจะเป็นคำพูดที่แทงใจ
00:20:42 → 00:20:42 ดำมาก
00:20:43 → 00:20:45 >> คือเอาเข้าใจแหละว่าผู้ชายอาจจะความอ่อน
00:20:45 → 00:20:46 โยนน้อยอ่ะถูกต้อง
00:20:46 → 00:20:49 >> อืก็เลยแบบเหนื่อยจังทำงานมาแล้วอ่ะหรือ
00:20:49 → 00:20:51 อะไรอย่างเงี้ยใช่มั้ยคะแต่ก็เอ่อมันมี
00:20:52 → 00:20:54 หลายคำพูดที่คุณพ่อคิดว่าไม่มีอะไร
00:20:54 → 00:20:58 >> แต่จริงๆถ้าปรับคำพูดซะหน่อยนะคะมันจะมี
00:20:58 → 00:20:59 คำบางคำเช่น
00:20:59 → 00:21:02 >> คิดมากไปเองเดี๋ยวก็หายอันนี้ดูเหมือน
00:21:02 → 00:21:04 ปลอบใจใช่มั้ย
00:21:04 → 00:21:04 >> อื
00:21:04 → 00:21:07 >> แต่แม่แปลว่าอะไรรู้มั้ยคะความรู้สึกฉัน
00:21:07 → 00:21:10 มันไม่สำคัญใช่มั้ยเห็นมยเราไม่ใช่คุณแม่
00:21:10 → 00:21:13 เราไม่คิดเนาะว่าแม่จะคิดแต่แม่คิดแค่คำ
00:21:13 → 00:21:16 เนี้ยค่ะไม่มีใครอยากเป็นค่ะแต่ฮอร์โมน
00:21:16 → 00:21:19 กับปัจจัยหลายอย่างทำให้ฉันเป็นแบบนี้
00:21:19 → 00:21:20 >> คือโทษตัวเองหมดเลย
00:21:20 → 00:21:21 >> ถูกต้องค่ะ
00:21:21 → 00:21:21 >> อื
00:21:21 → 00:21:25 >> อดทนหน่อยสิเดี๋ยวก็ชินนะเออแล้วก็มองมอง
00:21:25 → 00:21:26 ตานิดนึง
00:21:26 → 00:21:29 >> คุณแม่จะแปลว่าอะไรรู้มั้ยคะไม่มีใครจะ
00:21:29 → 00:21:31 ช่วยฉันจริงๆใช่มั้ยเนี่ย
00:21:31 → 00:21:32 >> น้อยใจไปอีก
00:21:32 → 00:21:35 >> โอ้โหไปอีกค่ะคุณลีขาเนี่ยค่ะ
00:21:35 → 00:21:37 >> คือตอนในเวลานั้นเขาไม่ได้รู้สึกคุณแม่
00:21:37 → 00:21:38 อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าเฮ้ยนี่มันเป็น
00:21:38 → 00:21:41 เรื่องของฮอร์โมนธรรมชาติจ้าคือไม่ได้ไม่
00:21:41 → 00:21:41 ได้ทันที
00:21:41 → 00:21:43 >> คิดไม่ถึงแล้วเพราะมันผ่านสเต็ปนั้นไปละ
00:21:43 → 00:21:46 คิดแต่ว่าทุกอย่างที่คุณพ่อพูดจะแปลผล
00:21:47 → 00:21:48 เป็นอีกอย่างนึงเลย
00:21:48 → 00:21:48 >> ค่ะ
00:21:48 → 00:21:51 >> ทั้งๆที่คุณพ่อไม่ได้ตั้งใจค่ะเพราะเชื่อ
00:21:51 → 00:21:54 ว่าสามีทุกคนเมื่อไหร่ที่อ
00:21:54 → 00:21:55 >> ภรรยา
00:21:55 → 00:21:58 >> ให้กำเนิดลูกนั่นคือรางวัลของผู้ชาย
00:21:58 → 00:21:58 >> ค่ะ
00:21:58 → 00:22:02 >> ผู้ชายทุกคนรักลูกค่ะแต่คำพูดด้วยการไม่
00:22:02 → 00:22:06 ได้เตรียมในเรื่องของการดูแลด้านจิตใจ
00:22:06 → 00:22:07 >> ค่ะ
00:22:07 → 00:22:09 >> ก็จะทำให้คุณพ่อพูดที่คิดว่านี่คือ
00:22:09 → 00:22:10 ซัพพอร์ตแต่จริงๆหรือเปล่า
00:22:10 → 00:22:11 >> อ
00:22:11 → 00:22:11 >> เป็น
00:22:11 → 00:22:13 >> จี้ใจของคุณแม่อีก
00:22:13 → 00:22:16 >> ขอเพิ่มเอาคุณพ่อไปเรียนรู้เรื่องซึม
00:22:16 → 00:22:18 เศร้าหลังคลอดไปเข้าไปบรรจุ
00:22:18 → 00:22:19 >> เข้าคอร์สด้วยค่ะไปเลย
00:22:19 → 00:22:22 >> ถูกต้องค่ะแต่จริงๆมันมีวิธีง่ายๆนะคะ
00:22:22 → 00:22:26 คุณลีสำหรับสามีหรือว่าคุณพ่อนะคะมันมี
00:22:26 → 00:22:30 สเต็ปของมันก็คือต้องเข้าใจคำว่าซึมเศร้า
00:22:30 → 00:22:33 คืออะไรก็คือไม่ตีความหมายแม่ว่างอแงหรือ
00:22:33 → 00:22:35 คิดมากแล้วก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกแย่
00:22:35 → 00:22:38 มันเกิดขึ้นนะคะเกิดขึ้นได้เพราะฉะนั้น
00:22:38 → 00:22:41 การเข้าใจตรงนี้แม่เนี่ยก็จะทำให้เขา
00:22:41 → 00:22:43 สามารถผ่านพ้นตรงนี้ไปได้นะคะฟังโดยไม่
00:22:43 → 00:22:46 รีบแก้ไม่ตัดสินไม่เปรียบเทียบอันนี้เป็น
00:22:46 → 00:22:50 สิ่งที่คุณแม่ต้องการนะคะแล้วก็ดูแลใน
00:22:50 → 00:22:53 เรื่องของการแบ่งเบาภาระหรือบางอย่างที่
00:22:53 → 00:22:57 ช่วยได้คำพูดเป็นเรื่องที่สำคัญและให้
00:22:57 → 00:22:59 เขาค้าได้พักผ่อนให้พออันนั้นเป็นยาที่
00:22:59 → 00:23:03 สำคัญมากนะคะแล้วอีกอันนึงก็คืออ่าเอ่อ
00:23:03 → 00:23:05 ไม่ปล่อยให้แม่ต้องเผชิญภาวะนี้โดยลำพัง
00:23:05 → 00:23:08 นะคะเชื่อในสิ่งที่แม่บอกว่าไม่ไหว
00:23:08 → 00:23:11 >> แล้วก็ไม่ลดทอนอาการว่าเป็นแค่เหนื่อย
00:23:11 → 00:23:14 >> แต่จริงๆแล้วเขาต้องการมากกว่านั้น
00:23:14 → 00:23:15 >> เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เขาจะผ่าน
00:23:16 → 00:23:18 ช่วงนี้ไปได้ขึ้นอยู่กับคนข้างๆ
00:23:18 → 00:23:21 >> ครอบครัวจึงเป็นบุคคลที่สำคัญที่จะชวนเขา
00:23:21 → 00:23:24 ในการที่จะผ่านช่วงวิกฤตนั้นไปได้อันนั้น
00:23:24 → 00:23:25 สำคัญมากค่ะ
00:23:25 → 00:23:27 >> อใช่ค่ะบางทีการอบกอดเบาๆ
00:23:27 → 00:23:28 >> ถูกค่ะ
00:23:28 → 00:23:28 >> ก็ได้นะ
00:23:28 → 00:23:29 >> ถูกต้องค่ะ
00:23:29 → 00:23:32 >> พูดไม่เป็นพูดไม่เก่งพูดไปทีไรพังทุกทีก็
00:23:32 → 00:23:34 สัมผัสกับกอดก็พอ[เสียงหัวเราะ]
00:23:34 → 00:23:35 >> ค่ะ
00:23:35 → 00:23:35 >> ใช่มั้ยคะ
00:23:35 → 00:23:36 >> ใช่ค่ะ
00:23:36 → 00:23:39 >> เออแล้วอย่างี้เาสามารถหายได้มั้คะภาวะ
00:23:39 → 00:23:39 ซึมเศร้าหลังคลอด
00:23:39 → 00:23:42 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดโดยปกติเนี่ยไม่ได้
00:23:42 → 00:23:43 เป็นตลอดไป
00:23:43 → 00:23:44 >> อื
00:23:44 → 00:23:47 >> ถ้าสมมุติว่าได้รับการดูแลที่ถูกต้อง
00:23:47 → 00:23:49 >> แล้วก็ได้รับการดูแลจากครอบครัวที่ต่อ
00:23:49 → 00:23:49 เนื่อง
00:23:49 → 00:23:50 >> อือ
00:23:50 → 00:23:52 >> ไม่ใช่ว่าจะเป็นแล้วจะเป็นตลอดไป
00:23:52 → 00:23:56 >> ยกเว้นในเคสที่ยังไม่ได้รับการดูแล
00:23:56 → 00:23:58 >> ได้ถูกต้องหรือได้รับการช่วยเหลือที่
00:23:58 → 00:23:59 เพียงพอ
00:23:59 → 00:24:01 >> ก็อาจจะต้องรักษาต่อเนื่องอ
00:24:01 → 00:24:04 >> แล้วเปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยเลยก็มีค่ะแต่
00:24:04 → 00:24:08 น้อยโชคดีว่าบ้านเราเป็นสังคมที่เป็น
00:24:09 → 00:24:12 สังคมช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นสังคมขยายถ้า
00:24:12 → 00:24:16 เราไม่ได้รับการดูแลจากสามีหรือคนข้างๆ
00:24:16 → 00:24:20 >> เราก็จะมีย่ายายซึ่งเป็นซพอtiveหรือคนที่
00:24:20 → 00:24:23 ช่วยเหลือได้ดีมากค่ะนี่คือข้อดีของสังคม
00:24:23 → 00:24:26 ไทยคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องซึมเศร้าหลัง
00:24:26 → 00:24:29 คลอดไม่จำเป็นต้องผ่านช่วงนั้นไปคนเดียว
00:24:29 → 00:24:29 >> อือ
00:24:29 → 00:24:32 >> คุณยังมีคนข้างๆเป็นบุคคลที่สำคัญที่จะ
00:24:32 → 00:24:34 ช่วยให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้เจ้า
00:24:34 → 00:24:38 หน้าที่สุขภาพพยาบาลแพทย์มีความพร้อมมาก
00:24:38 → 00:24:40 ต้องบอกว่าภาวะซึมเศร้าเนี่ยไม่ใช่ความ
00:24:40 → 00:24:43 อ่อนแอไม่ได้แปลว่าเป็นแม่ที่ไม่ดีสามารถ
00:24:43 → 00:24:46 เกิดขึ้นได้กับทุกคนอยู่แล้วแต่การขอความ
00:24:46 → 00:24:48 ช่วยเหลือคือความกล้าที่ไม่ใช่ความล้ม
00:24:48 → 00:24:52 เหลวและสุดท้ายอยากจะบอกคุณแม่ว่าคุณไม่
00:24:52 → 00:24:55 จำเป็นต้องเข้มแข็งเพื่อที่จะให้ใครมา
00:24:55 → 00:25:00 ช่วยคุณหรือปฏิเสธการช่วยเหลือจากใครคุณ
00:25:00 → 00:25:02 สมควรได้รับการดูตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่วัน
00:25:02 → 00:25:05 ที่แย่กว่านี้อยากจะให้กำลังใจคุณแม่ทุก
00:25:05 → 00:25:09 คนนะคะว่าคุณเป็นคุณแม่ที่เก่งมากที่
00:25:09 → 00:25:12 สามารถประเมินตัวเองได้แล้วรู้ว่าฉัน
00:25:12 → 00:25:17 กำลังอยู่ภาวะไหนเพื่อลูกที่มีคุณภาพและ
00:25:17 → 00:25:19 เป็นลูกที่น่ารักและเป็นอนาคตของคุณแม่
00:25:19 → 00:25:22 ของครอบครัวสังคมแล้วก็ประเทศชาติค่ะ
00:25:22 → 00:25:22 ขอบคุณค่ะ
00:25:22 → 00:25:25 >> ขอบคุณอาจารย์ฤดีค่ะที่มาร่วมพูดคุยกับ
00:25:25 → 00:25:27 โรงของเราค่ะขอบคุณค่ะสวัสดีค่ะ
00:25:27 → 00:25:29 >> เอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังหมดเวลาแล้วค่ะเราพบ
00:25:29 → 00:25:31 กันใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอ
00:25:31 → 00:25:33 ทาง Thaai PBS Podcast นะคะวันนี้ต้อง
00:25:33 → 00:25:35 ลาไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ
00:25:35 → 00:25:38 >> This [เพลง] is Thai PBS Podcast
00:25:38 → 00:25:40 >> การนอนกอดกันให้ประโยชน์อะไรบ้างศึกษา
00:25:40 → 00:25:42 วิจัยเกี่ยวกับการกอดกับความสัมพันธ์ของ
00:25:42 → 00:25:45 คู่รักมีผลเป็นอย่างไรผู้ช่วยศาสตราจารย์
00:25:45 → 00:25:47 ดร.จันทร์วิภาดีลกสัมพันธ์[เพลง]
00:25:47 → 00:25:49 ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์และครอบครัว
00:25:49 → 00:25:51 มาเล่าให้ฟังครับ
00:25:51 → 00:25:53 >> เอาทั่วๆไปไม่ว่าจะกอดกันนอนหรือกอดกัน
00:25:53 → 00:25:57 นั่ง[เสียงหัวเราะ]นะนัในเวลาปกติอ่านะคะ
00:25:57 → 00:26:00 ก็คือมันมีประโยชน์ใน 3 ทางด้วยกัน
00:26:00 → 00:26:00 >> ค่ะ
00:26:00 → 00:26:02 >> ทางที่ 1 ก็คือในเรื่องของสุขภาพจิตการ
00:26:02 → 00:26:05 กอดใครสักคนเนี่ยมันช่วยให้หลายๆอย่างนะ
00:26:05 → 00:26:07 ดีขึ้นเพราะฉะนั้นการกอดเนี่ยค่ะมันช่วย
00:26:07 → 00:26:11 กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน
00:26:11 → 00:26:14 >> ฮอร์โมนตัวเมันเป็นฮอร์โมนแห่งความรักค่ะ
00:26:14 → 00:26:16 เพราะฉะนั้นเวลาที่เรากอดใครสักคนเนี่ย
00:26:16 → 00:26:19 มันจะถ่ายทอดความรู้สึกพอมาสุขภาพกายนะคะ
00:26:19 → 00:26:22 มันจะช่วยลดระดับของฮอร์โมนคอร์ติโซลพอ
00:26:22 → 00:26:25 คอร์ติโซลลดเนี่ยบางทีคนบางคนเนี่ยที่มี
00:26:25 → 00:26:28 อาการเจ็บปวดถ้าเขาได้รับการกอดจากคนที่
00:26:28 → 00:26:30 เขารักหรือใครก็ตามแม้แต่เดี๋ยวเนี้ย
00:26:30 → 00:26:33 พยาบาลหมอนะคะบางทีเราก็กอดคนไข้โฮeless
00:26:33 → 00:26:36 เพื่อให้เขาไม่ได้กอดในเรื่องของเพศนะแต่
00:26:36 → 00:26:38 กอดอย่างเช่นเด็กเล็กคนไข้ที่เป็นเด็ก
00:26:38 → 00:26:41 เล็กอะไรอย่างเงี้ยนะคะกอดเขาไว้เนี่ยมัน
00:26:41 → 00:26:44 ลดระดับของความเจ็บปวดลงโดยไม่ต้องใช้ยา
00:26:44 → 00:26:45 ก็
00:26:45 → 00:26:47 แล้วก็ในแง่ของความสัมพันธ์เราจะเห็นว่า
00:26:47 → 00:26:50 การกอดกันเนี่ยมันจะเป็นการแสดงออกถึง
00:26:50 → 00:26:53 ความสัมพันธ์ที่ดีความใกล้ชิดความถ่ายทอด
00:26:53 → 00:26:56 ความรักอะไรก็แล้วแต่อาจารย์วิภาเป็นโรค
00:26:56 → 00:26:59 บ้าวิจัยเนาะเป็นงานวิจัยที่เขาทำในต่าง
00:26:59 → 00:27:02 ประเทศแล้วเขาก็ระบุว่าคนที่กอดกันเนี่ย
00:27:02 → 00:27:06 นะฮะโดยที่ตัวไม่ห่างกันมากนักเช่นเขาใช้
00:27:06 → 00:27:09 คำว่าห่างกันไม่ถึง 1 นิ้วคือใกล้กันมาก
00:27:09 → 00:27:12 เนี่ยแล้วก็มาถามถึงความสัมพันธ์ปกติกับ
00:27:12 → 00:27:15 คนที่นอนห่างกันเกิน 1 นิ้วนิ้วผลงาน
00:27:15 → 00:27:18 วิจัยเนี่ยออกมาชัดเจนเลยว่าประมาณ 96%
00:27:18 → 00:27:21 ของคนที่นอนห่างจากคู่ไม่ถึง 1 นิ้วพวก
00:27:21 → 00:27:25 นี้จะมีแนวโน้มที่มีความสุขในชีวิตสมรส
00:27:25 → 00:27:28 หรือกับคู่รักหรือกับอะไรก็ตาม
00:27:28 → 00:27:32 >> ในขณะที่อีก 66% ที่นอนห่างห่างกันเกิน 1
00:27:32 → 00:27:34 นิ้วเนี่ยจะบอกว่ารู้สึกว่าความสัมพันธ์
00:27:34 → 00:27:37 มันสู้กลุ่มแรกไม่ได้มันเห็นชัดเจนเพราะ
00:27:37 → 00:27:40 ฉะนั้นเราลองมาดูว่าถ้าเป็นกลุ่มแล้ว
00:27:40 → 00:27:43 ทำนายความสัมพันธ์ขอแบ่งเป็น 4 กลุ่มแล้ว
00:27:43 → 00:27:46 กันนะ
00:27:52 → 00:27:52 ให้คนละมันว่าไม่ดีเริ่มที่ขุ่นข้องหมอง
00:27:52 → 00:27:54 ใจแล้วถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
00:27:54 → 00:27:57 มีแนวโน้มที่จะอย่าร้างนะแต่โดยทั่วไป
00:27:57 → 00:27:59 เนี่ยถ้านอนคนละฝั่งเลยเนี่ยนะคะแล้วหัน
00:27:59 → 00:28:01 หลังให้กันเนี่ยนะฮะมันก็คิดได้อีกอย่าง
00:28:01 → 00:28:04 นึงว่าทั้งคู่เนี่ยนะคะอยู่ในเป็นคนที่
00:28:04 → 00:28:07 รักอิสระแต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามค่ะคู่
00:28:07 → 00:28:10 เชี่ยวชาญเขาบอกว่าเรานอนคนละฟากแล้วเอา
00:28:10 → 00:28:12 มือกอดตัวเองเนี่ยแปลว่าเราอ่ะกำลังปก
00:28:12 → 00:28:15 ป้องตัวเองและเนื่องจากว่าเราอ่ะโหยหา
00:28:15 → 00:28:18 ความรักแต่ไม่มีใครมาแตะเรากลุ่มที่ 2 นะ
00:28:18 → 00:28:22 คะของปฏิกิริยาก็คือการโอบกอดหันหน้าเข้า
00:28:22 → 00:28:25 หากันนี่แหละสุดยอดของความโรแมนติกมันจะ
00:28:25 → 00:28:28 แสดงถึงความรักเห็นชัดเจนเลยถ้านอนแบบกอด
00:28:28 → 00:28:31 กันสั้นๆเอาแขนมาโอบที่เอวอะไรต่างๆเหล่า
00:28:31 → 00:28:34 นี้นะคะอาจจะเป็นการเริ่มต้นตกหลุมรัก
00:28:34 → 00:28:37 แล้วก็ได้กลุ่มสุดท้ายก็หมายถึงกลุ่มที่
00:28:37 → 00:28:40 กอดกันจากทางด้านหลังมันจะแปลออกมาเหมือน
00:28:40 → 00:28:42 กันเป็นท่าที่คลาสสิคที่สุดระหว่างผู้รัก
00:28:42 → 00:28:46 ก็แปที่ถูกกอดก็เหมือนกับเป็นฝ่ายที่ถูก
00:28:46 → 00:28:49 รักได้รับการปกป้องฝ่ายที่ไปกอดเก็จะเป็น
00:28:49 → 00:28:55 ฝ่ายที่อยากจะบอกรักแล้วก็อยากจะปกป้อง
00:28:56 → 00:28:56 [เพลง]
00:28:56 → 00:29:00 >> This is Thai PBS Podcast
00:29:00 → 00:29:03 ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:29:03 → 00:29:05 ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:29:05 → 00:29:08 thapodcast.com
00:29:08 → 00:29:11 แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:29:11 → 00:29:15 ผ่าน podcast ช่องทางอื่นๆ Spotify
00:29:15 → 00:29:18 YouTube Apple Podcast และ Soundcloud
00:29:18 → 00:29:21 เอ้า
00:00:02 → 00:00:03 This is Thai PBS podcast viiew
00:00:03 → 00:00:06 the world by the voice [เพลง]
00:00:06 → 00:00:08 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจริงๆแล้วไม่ใช่แค่
00:00:08 → 00:00:10 เรื่องเหนื่อยค่ะมันซับซ้อนกว่านั้น
00:00:10 → 00:00:12 ปัจจัย[เพลง]แรกคือฮอร์โมนค่ะเพราะว่าใน
00:00:12 → 00:00:14 ระยะตั้งครรภ์มันจะมีฮอร์โมนเด็ดคือ
00:00:14 → 00:00:16 เอสโตรเจนโปรเจคสโตโรนฮอร์โมน 2 ตัวเนี้ย
00:00:16 → 00:00:19 ค่ะพอหลังคลอดเนี่ยเขาจะลดลงอย่างรวดเร็ว
00:00:19 → 00:00:21 มันจะเป็นตัวหลักที่จะทำให้เกิดการ
00:00:21 → 00:00:23 เปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของแม่หลังคลอด
00:00:23 → 00:00:25 ความซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอไม่
00:00:25 → 00:00:29 ได้บอกว่าแม่ไม่ดีแต่สามารถเกิดได้สิ่ง
00:00:29 → 00:00:31 เหล่านี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ความล้มเหลวแต่
00:00:31 → 00:00:34 เป็นความกล้าของคุณแม่ที่ประเมินได้ว่า
00:00:34 → 00:00:36 ฉันกำลังจะซึมเศร้ามั้ยกลุ่มพวกนี้
00:00:36 → 00:00:38 ต้องการคนช่วยค่ะเพราะฉะนั้นแม่อย่าฝืน
00:00:38 → 00:00:39 ค่ะ
00:00:39 → 00:00:42 >> อย่าฝืนคือต้องหาคนรับฟังและคนช่วยคุณสม
00:00:42 → 00:00:45 ควรได้รับการดูแลตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่วัน
00:00:45 → 00:00:48 ที่แย่กว่านี้
00:00:48 → 00:00:51 ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:51 → 00:00:55 การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงศถิพรค่ะ
00:00:55 → 00:00:58 >> This is PBS Podcast
00:00:58 → 00:01:00 >> คุณผู้ฟังแล้วเราจะคุยกันถึงเรื่องของ
00:01:01 → 00:01:03 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเรียกว่าเปิดอกคุย
00:01:03 → 00:01:06 กันเลยดีมยอะไรอย่างเงี้นะคะคือไม่ใช่แค่
00:01:06 → 00:01:07 เรื่องของความเหนื่อยบางคนอ่ะเอุ้ย
00:01:07 → 00:01:10 เหนื่อยหรือเปล่าแต่สำหรับคุณแม่บางท่าน
00:01:10 → 00:01:12 อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เหนื่อยนะมัน
00:01:12 → 00:01:16 ไม่ใช่แค่อดนอนนะคะแต่เป็นสิ่งที่หลายคน
00:01:16 → 00:01:20 เผชิญอยู่แบบเงียบๆไม่รู้ตัวเอาเป็นว่า
00:01:20 → 00:01:24 มันจะแค่เหนื่อยหรือมันจะเป็นอะไรนะคะกับ
00:01:24 → 00:01:27 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ฤดีปุงบางกดี
00:01:27 → 00:01:29 อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสูตศาสตร์
00:01:29 → 00:01:32 นรีเวชวิทยาคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:01:32 → 00:01:34 มหิดลค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์คะ
00:01:34 → 00:01:36 >> สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ
00:01:36 → 00:01:39 >> มาเรื่องเครียดนิดนึงค่ะอาจารย์วันนี้
00:01:39 → 00:01:41 เห็นคุณแม่หลังคลอดหลายๆคนหรือดูตามสื่อ
00:01:41 → 00:01:45 ก็มีภาวะแบบนี้ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไม่
00:01:45 → 00:01:48 ใช่แค่การเหนื่อยล้าใช่มั้คะอาจารย์
00:01:48 → 00:01:50 >> ต้องบอกว่าภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจริงๆแล้ว
00:01:50 → 00:01:53 ไม่ใช่แค่เรื่องเหนื่อยค่ะมันซับซ้อนกว่า
00:01:53 → 00:01:55 นั้นก็จะมีหลายอย่างที่เราจะต้องประเมิน
00:01:55 → 00:01:59 ให้มีเชิงลึกลงไปนิดนึงปัจจัยแรกที่จะทำ
00:01:59 → 00:02:02 ให้มีเรื่องของความซึมเศร้าหลังคลอดเนี่ย
00:02:02 → 00:02:03 อันแรกคือฮอร์โมนค่ะ
00:02:03 → 00:02:04 >> มาอีกแล้วฮอร์โมน
00:02:04 → 00:02:06 >> ฮอร์โมนอีกแล้วค่ะเราหนีไม่พ้นจากเขา
00:02:06 → 00:02:07 เพราะเขาอยู่ในตัวเรา
00:02:07 → 00:02:09 >> คือมันเป็นโดยธรรมชาติ
00:02:09 → 00:02:10 >> ถูกต้องค่ะ
00:02:10 → 00:02:12 >> เพราะว่าในระยะตั้งครรภมันจะมีฮอร์โมน
00:02:12 → 00:02:14 เด่นคือเอสโตรเจนโปรเจสเตโตโรนต้องเอ่ย
00:02:14 → 00:02:16 ชื่อเขาเพราะเป็นพระเอกนางเอกมาคู่กันนะ
00:02:16 → 00:02:19 คะฮอร์โมน 2 ตัวเนี้ยค่ะพอหลังคลอดเนี่ย
00:02:19 → 00:02:21 เขาจะลดลงอย่างรวดเร็ว
00:02:21 → 00:02:21 >> โอฮบ
00:02:21 → 00:02:24 >> การลดลงของเขาเนี่ยค่ะพอหลังคลอดปุ๊บเด็ก
00:02:24 → 00:02:26 คลอดตัดสายสะดือคือฮอร์โมนนี้มันลดลงจาก
00:02:26 → 00:02:29 รวดเร็วมันจะเป็นตัวหลักที่จะทำให้เกิด
00:02:29 → 00:02:31 การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของแม่หลัง
00:02:31 → 00:02:31 คลอด
00:02:31 → 00:02:33 >> เอ้ามันไปพร้อมสายสะดือเหรอคะ
00:02:33 → 00:02:37 >> ถูกต้องค่ะต้องตัดออกคลอดออกมามันรกมัน
00:02:37 → 00:02:39 ออกไปเพราะว่าตัวรกเองก็ผลิตฮอร์โมนพวก
00:02:39 → 00:02:40 นี้ด้วย
00:02:40 → 00:02:42 >> ต้องบอกว่ารกนี่สำคัญมากๆ
00:02:42 → 00:02:43 >> ตัดปึ๊บ
00:02:43 → 00:02:46 >> ตัดปึ๊บเท่ากับรกจะไม่มีทำหน้าที่หลัง
00:02:46 → 00:02:47 ฮอร์โมนเหล่านี้แล้ว
00:02:47 → 00:02:50 >> คือตอนที่คุณแม่ยังไม่ลูกยังไม่คลอดยัง
00:02:50 → 00:02:51 ไม่ตัด
00:02:51 → 00:02:53 >> ฮอร์โมนยังทำหน้าที่อยู่
00:02:53 → 00:02:56 >> ยังทำหน้าที่อยู่ก็คืออาจจะมีบ้างนิดๆ
00:02:56 → 00:02:56 หน่อยๆ
00:02:56 → 00:02:57 >> ถูกต้องค่ะ
00:02:57 → 00:02:58 >> แต่พอตัดปึ๊บวึ๊บ
00:02:58 → 00:03:01 >> วึ๊บเลยฮอร์โมนเหล่านี้จะลดลง
00:03:01 → 00:03:03 >> เพราะฉะนั้น 1 ร่างกายตามธรรมชาติก็จะ
00:03:03 → 00:03:05 ปรับไม่ได้เนื่องจากฮอร์โมนเดิมมันสูง
00:03:05 → 00:03:08 อยู่ฮอร์โมน 2 ตัวนี้พระเอกนางเอกเนาะ
00:03:08 → 00:03:11 >> อันที่ 2 ก็คือสื่อสารประสาทต่างๆของสมอง
00:03:11 → 00:03:14 ของคุณแม่เนี่ยมันจะเปลี่ยนแปลงไปต้องบอก
00:03:14 → 00:03:15 ว่าช่วงระยะตั้งครรภเนี้ยมีการเปลี่ยน
00:03:15 → 00:03:18 แปลงหลายระบบมากแต่ถ้าเกี่ยวกับซึมเศร้า
00:03:18 → 00:03:20 จะเป็นเรื่องของฮอร์โมนกับสารสื่อประสาท
00:03:20 → 00:03:24 >> นะคะอีกตัวนึงก็คือสภาพร่างกายของแม่ถ้า
00:03:24 → 00:03:27 แม่มีความเจ็บป่วยร่วมด้วยเช่นแม่ที่มี
00:03:27 → 00:03:30 ภาวะของซีดโลหิตจางหรือแม่ที่มีความเจ็บ
00:03:30 → 00:03:32 ป่วยที่เกี่ยวกับต่อมไทรรอยด์หรือว่า
00:03:32 → 00:03:34 เกี่ยวกับเรื่องของการอักเสบหรือการติด
00:03:34 → 00:03:37 เชื้อสิ่งเหล่านี้จะยิ่งเสริมทำให้มีการ
00:03:37 → 00:03:40 เปลี่ยนแปลงที่ทำให้นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า
00:03:40 → 00:03:41 ได้ด้วย
00:03:41 → 00:03:42 >> อื
00:03:42 → 00:03:44 >> นะคะทีนี้อีกด้านนึงก็คือเรื่องของด้าน
00:03:44 → 00:03:48 จิตใจที่จะนำไปสู่แม่ที่มีภาวะซึมเศร้า
00:03:48 → 00:03:50 เช่นฉันต้องเป็นแม่ที่ดี
00:03:50 → 00:03:51 >> ออ
00:03:51 → 00:03:52 >> ก็กดดันตัวเองแล้วถูกมั้ยคะ
00:03:52 → 00:03:55 >> อันที่ 2 ก็คือคุณแม่ที่มีความรู้สึก
00:03:55 → 00:03:58 กังวลว่าเลี้ยงลูกได้ไม่ดีอีกอันนึงก็คือ
00:03:58 → 00:04:02 แม่ที่เคยมีประวัติซืมเศร้าวิตกกังวลมาก
00:04:02 → 00:04:04 กว่าปกติอยู่แล้วเนี่ยกลุ่มพวกนี้เสี่ยง
00:04:04 → 00:04:05 มาก
00:04:05 → 00:04:05 >> อื
00:04:05 → 00:04:07 >> เพราะฉะนั้นพยาบาลต้องประเมินทุกครั้งว่า
00:04:07 → 00:04:09 แม่มีประวัติมาหรือไม่
00:04:09 → 00:04:09 >> ค่ะ
00:04:09 → 00:04:12 >> เพราะมันจะเป็นปัจจัยทางด้านจิตสังคมส่วน
00:04:12 → 00:04:14 ปัจจัยทางด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวก็มี
00:04:14 → 00:04:18 ความสำคัญเช่นกันถ้าคนในบ้านกดดันหรือคน
00:04:18 → 00:04:21 ในครอบครัวไม่ได้เป็นแรงผลักดันที่เป็น
00:04:21 → 00:04:24 ด้านบวกก็จะทำให้คุณแม่ขาดคนรับฟังที่
00:04:24 → 00:04:27 เข้าใจเขารู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยวไม่มีคน
00:04:27 → 00:04:30 รอบข้างสิ่งเหล่านี้ค่ะจะทำให้คุณแม่มี
00:04:30 → 00:04:32 ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าได้มาก
00:04:32 → 00:04:32 ขึ้น
00:04:33 → 00:04:35 >> สุดท้ายจากตัวคุณแม่เองที่
00:04:35 → 00:04:37 >> ขาดการดูแลตนเองในเรื่องของการพักผ่อน
00:04:38 → 00:04:40 เหนื่อยล้างานเยอะกลุ่มเหล่านี้ก็จะมี
00:04:40 → 00:04:42 ความเหนื่อยเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เกิด
00:04:42 → 00:04:44 เรื่องของซึมเศร้าหลังคลอดเช่นกันค่ะ
00:04:44 → 00:04:48 >> พอตัดสายรกปึ๊บนี่มันอื้อหือเยอะเลยค่ะ
00:04:48 → 00:04:51 >> แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าคุณแม่ทุกคนจะ
00:04:51 → 00:04:53 ต้องเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอดทุกเป็นเลย
00:04:53 → 00:04:56 ค่ะไม่จำเป็นเพราะว่าความซึมเศร้าไม่ได้
00:04:56 → 00:04:59 เกิดจากความอ่อนแอไม่ได้บอกว่าแม่ไม่ดี
00:04:59 → 00:05:02 แต่สามารถเกิดได้ถ้าคุณแม่มีความเหนื่อย
00:05:02 → 00:05:04 ล้าหรือมีสาเหตุจากที่พูดไปเมื่อสักครู่
00:05:04 → 00:05:07 อ่ะนะคะสิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ความ
00:05:07 → 00:05:09 ล้มเหลวแต่เป็นความกล้าของคุณแม่ที่
00:05:09 → 00:05:12 ประเมินได้ว่าฉันกำลังจะซึมเศร้ามั้ย
00:05:12 → 00:05:15 >> คือไม่มีใครอยากจะมาบอกตัวเองว่าฉันเป็น
00:05:15 → 00:05:15 ซึมเศร้า
00:05:15 → 00:05:16 >> ถูกต้องค่ะ
00:05:16 → 00:05:18 >> ไม่มีใครอยากเป็นอยู่แล้วนะคะทีนี้
00:05:18 → 00:05:21 อาจารย์มันมีคำนึงที่มันไม่แน่ใจว่ามัน
00:05:21 → 00:05:23 เหมือนหรือว่ามันคือคำเดียวกันหรือเปล่า
00:05:23 → 00:05:25 หรืออะไรอย่างเงี้ยแต่มันเป็นภาษาอังกฤษ
00:05:25 → 00:05:28 บูกับซึมเศร้าหลังคลอดมันเดียวกันมั้คะ
00:05:28 → 00:05:30 ต่างกันค่ะต่างกันเลยอ๋อต่างกัน
00:05:30 → 00:05:34 >> เนื่องจากถ้าพูดคำว่าบลูต้องบอกว่าอันนี้
00:05:34 → 00:05:38 คือพื้นฐานมากเพราะจะเจอกับคุณแม่ทุกราย
00:05:38 → 00:05:39 เป็นปกติ
00:05:39 → 00:05:40 >> อ๋อหรอ
00:05:40 → 00:05:42 >> เบบี้บลูเนี่ยเป็นอารมณ์แกว่งค่ะในช่วง
00:05:42 → 00:05:43 ของการปรับตัว
00:05:43 → 00:05:45 >> ต้องบอกว่าหลังคลอดคุณแม่ต้องมีการปรับ
00:05:45 → 00:05:48 ตัวค่ะเพราะว่าจากที่เคยตั้งครรภ์มีลูก
00:05:48 → 00:05:50 อยู่ในท้องมีความสุขนู่นนั่นนี่ฮอร์โมน
00:05:50 → 00:05:56 หลั่งเยอะแยะ
00:05:58 → 00:05:58 คุณแม่
00:05:58 → 00:06:01 ถูกคะแล้วก็ลูกก็ไม่ได้อยู่ในท้องแล้วถูก
00:06:01 → 00:06:04 คะเขาเรียกว่าอารมณ์แกว่งตรงนี้บางทีเรา
00:06:04 → 00:06:06 เทียบได้เหมือนเมฆที่ครึ้มแล้วก็ผ่านท้อง
00:06:06 → 00:06:09 ฟ้าไปนะแม่จะมีอาการไม่สบายใจแต่ไม่
00:06:10 → 00:06:12 อันตรายอาการที่เจอนะคะ
00:06:12 → 00:06:15 >> 1 ร้องไห้ง่ายอารมณ์ขึ้นลงนิดนึง
00:06:15 → 00:06:16 >> อยู่ๆก็ร้องไห้
00:06:16 → 00:06:20 >> ถูกต้องแล้วก็วิตกกังวลจะดูแลลูกได้มั้ย
00:06:20 → 00:06:25 นิดหน่อยนะ
00:06:29 → 00:06:29 เป็นปกติไม่กังไม่ผิดปกติว่าฉันไม่เห็น
00:06:29 → 00:06:32 เหมือนแม่ข้างๆไม่ใช่ค่ะอันนั้นเจอได้จาก
00:06:32 → 00:06:33 ฮอร์โมนเชน
00:06:33 → 00:06:37 >> อมันมันจะไม่ได้อยู่นานยาวแค่นจะดีขึ้น
00:06:37 → 00:06:38 ประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังคลอด
00:06:38 → 00:06:39 >> อ๋อเหรอ
00:06:39 → 00:06:40 >> พวกนี้อาการจะหายไป
00:06:40 → 00:06:40 >> อื
00:06:41 → 00:06:43 >> เป็นแค่ช่วงแรกที่ฮอร์โมนเปลี่ยน
00:06:43 → 00:06:46 >> กับอันที่ 2 คือช่วงปรับบทบาทใหม่ๆนะคะ
00:06:46 → 00:06:50 แต่ความรู้สึกผูกพันกับลูกจะมีปกติค่ะใน
00:06:50 → 00:06:53 กลุ่มที่แม่ที่เป็นเอ่อเบบี้บลูนะคะช่วง
00:06:53 → 00:06:54 หลังคลอดไปแล้วนะคะ
00:06:54 → 00:06:57 >> แต่คุณแม่ที่เป็นซึมเศร้าหลังคลอดภาษา
00:06:57 → 00:06:59 อังกฤษเเรียกโพสpartัมdeชion
00:06:59 → 00:07:00 >> อื
00:07:00 → 00:07:03 >> ก็คือเป็นภาวะซึมเศร้าเลยค่ะกลุ่มพวกนี้
00:07:03 → 00:07:05 ต้องการคนช่วยค่ะเพราะฉะนั้นแม่อย่าฝืน
00:07:05 → 00:07:05 ค่ะ
00:07:05 → 00:07:08 >> อย่าฝืนคือต้องหาคนรับฟังและคนช่วย
00:07:08 → 00:07:09 >> นะคะ
00:07:09 → 00:07:11 >> แล้วมันมีอาการอะไรมั้ยคะที่แบบว่าเอ้ย
00:07:11 → 00:07:12 มันไม่ได้เป็นเบบี้บูสนะ
00:07:12 → 00:07:16 >> อ่าอาการเค้าจะเป็นมากกว่าคุณแม่ที่เล่า
00:07:16 → 00:07:18 ไปว่าเป็นเบบี้บลู
00:07:18 → 00:07:21 >> คือเกิน 2 อาทิตย์ไปแล้วอาการงี้ยังมี
00:07:21 → 00:07:21 อยู่
00:07:21 → 00:07:22 >> อ๋อ
00:07:22 → 00:07:25 >> รบกวนชีวิตประจำวันอยู่นะคะแล้วก็รู้สึก
00:07:25 → 00:07:28 เศร้าว่างว่างเปล่าสิ้นหวังและเป็นต่อ
00:07:28 → 00:07:29 เนื่อง
00:07:29 → 00:07:31 >> 2 อาทิตย์แล้วยังเป็นอยู่เลยยังไม่ลง
00:07:31 → 00:07:33 อารมณ์ยังอย่างั้นอยู่ยังดิ่งอยู่
00:07:33 → 00:07:35 >> อยังๆังยังอยู่ๆก็ว่างเปล่าเฉย
00:07:35 → 00:07:38 >> วนเวียนแล้วก็อะไรฉันจะทำอะไร
00:07:38 → 00:07:40 >> นะคะแล้วก็เบื่อ
00:07:40 → 00:07:41 >> ไม่อยากเจอใคร
00:07:41 → 00:07:45 >> นะรู้สึกลูกก็มองหน้าลูกแต่ไม่อุ้มลูกนอน
00:07:45 → 00:07:46 ไม่หลับกินไม่ได้
00:07:46 → 00:07:48 >> อันนี้คือไม่ใช่ปกติล่ะ
00:07:48 → 00:07:51 >> นะคะ[เสียงหัวเราะ]แล้วก็รู้สึกตัวเองไม่
00:07:51 → 00:07:52 มีคุณค่า
00:07:52 → 00:07:52 >> อื
00:07:52 → 00:07:55 >> อันนี้คือ 1 เกิน 2 อาทิตย์ 2 รู้สึกว่า
00:07:55 → 00:07:56 โทษตัวเองหลายเรื่อง
00:07:56 → 00:07:57 >> ค่ะ
00:07:57 → 00:07:59 >> ตัวนี้เป็นตัวที่บอกว่าต้องการมีคนช่วยละ
00:07:59 → 00:08:00 >> อื
00:08:00 → 00:08:02 >> นะจะเปรียบเสมือนกับฝนตกหนักแล้วมันไม่
00:08:02 → 00:08:03 หยุดอ่ะค่ะ
00:08:03 → 00:08:05 >> ตกพรำทั้งวัน
00:08:05 → 00:08:06 >> อย่างเงี้ยค่ะคุณลี
00:08:06 → 00:08:10 >> งั้นแสดงว่าบลูมันไม่สามารถขยับไปเป็น
00:08:10 → 00:08:12 เส้นของซึมเศร้าหลังคลอดได้ใช่มั้คะคนที่
00:08:12 → 00:08:13 เป็นเบบี้บูอยู่
00:08:13 → 00:08:16 >> ขยับได้ค่ะในกรณีที่ปรับตัวไม่ได้
00:08:16 → 00:08:20 >> จะเปลี่ยนจาก baby blue ไปเป็น postpum
00:08:20 → 00:08:21 ได้มีโอกาส
00:08:21 → 00:08:22 >> ได้ก็เป็นไปได้
00:08:22 → 00:08:23 >> เป็นไปได้
00:08:23 → 00:08:24 >> แต่ไม่ใช่ทุกคน
00:08:24 → 00:08:25 >> ไม่ทุกคนค่ะอือ
00:08:25 → 00:08:27 >> ฮึแสดงว่าอันนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยธรรมดาละ
00:08:27 → 00:08:29 เหนื่อยนอนพักตื่นมาก็หาย
00:08:29 → 00:08:31 >> ถูกต้องค่ะแต่ถ้าเหนื่อย
00:08:31 → 00:08:34 >> นอนพักไม่ดีขึ้นกินก็ไม่ลงอันนี้ต้องหาคน
00:08:34 → 00:08:37 ช่วยค่ะคุณแม่อย่าคิดว่าตัวเองสตรองนะคะ
00:08:37 → 00:08:40 >> หาคนคุยค่ะสำคัญค่ะ
00:08:40 → 00:08:41 >> ถ้าเกิดสมมุติเราไม่ได้แบบไม่ได้คิดว่า
00:08:41 → 00:08:43 เราเป็นน่ะอาจารย์เราไม่ได้ไปคุยไม่ได้ไป
00:08:43 → 00:08:46 หาหมอก็คิดว่าแบบเออมันก็คงจะเป็นช่วงนึง
00:08:46 → 00:08:48 แหละแล้วก็ปล่อยไว้มันจะมีผลอะไรมั้คะ
00:08:48 → 00:08:50 แล้วปล่อยไว้เลยอ่ะถ้าใน 2 สัปดาห์แล้ว
00:08:50 → 00:08:54 คุณเป็นโอเคนั่นคือเป็นปกติเรื่องของ
00:08:54 → 00:08:57 ฮอร์โมนเนาะแต่ถ้าเกิน 2 อาทิตย์คุณต้อง
00:08:57 → 00:09:00 ประเมินแล้วว่าฉันจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ
00:09:00 → 00:09:03 อย่างนี้ต่อมยคงจะต้องหาคนช่วยเพราะว่า
00:09:03 → 00:09:05 หลังคลอดปกติเราจะมีการนัดไปเจอที่โรง
00:09:05 → 00:09:06 พยาบาลอยู่แล้ว
00:09:06 → 00:09:08 >> เขาจะประเมินซ้ำอีกทีค่ะ
00:09:08 → 00:09:08 >> อ๋อ
00:09:08 → 00:09:11 >> เขาจะประเมินด้านจิตสังคมซ้ำอีกทีนึงว่า
00:09:12 → 00:09:14 คุณแม่มีความเสี่ยงความเครียดอะไรหรือไม่
00:09:14 → 00:09:17 เพราะฉะนั้นอย่างที่คุณลีบอกว่าไม่ใช่ทุก
00:09:17 → 00:09:19 คนที่จะเป็นซึมเศร้า
00:09:19 → 00:09:22 แต่สิ่งที่เราบอกคือฮอร์โมนตัวนี้เนี่ย
00:09:22 → 00:09:25 มันจะทำให้เกิดความผิดปกติทางด้านจิตใจ
00:09:25 → 00:09:27 ความรู้สึกนึกคิดของเราได้
00:09:27 → 00:09:27 >> อื
00:09:27 → 00:09:30 >> การที่ไม่ได้เป็นทุกคนเพราะบางคนที่เป็น
00:09:30 → 00:09:33 อาจจะเพราะว่ามีประวัติเรื่องของทางด้าน
00:09:33 → 00:09:35 สุขภาพใจมาก่อน
00:09:35 → 00:09:36 >> อ่าอันนี้ก็ต้องระวังขึ้น
00:09:36 → 00:09:38 >> ต้องระวังเพิ่มขึ้น
00:09:38 → 00:09:41 >> 2 ไม่รู้วิธีในการรับมือกับความเครียด
00:09:41 → 00:09:46 หรือการปรับตัวใหม่ของตัวเอง 3 คนข้างๆ
00:09:46 → 00:09:49 ไม่ได้เป็นแรงสนับสนุนที่ดีพออือฮึ
00:09:49 → 00:09:53 >> 4 ประสบการณ์การคลอดหรือความกังวลเดิม
00:09:53 → 00:09:56 หรือนอนไม่ได้กินไม่หลับมันทำให้ร่างกาย
00:09:56 → 00:09:59 เราไม่พร้อมแล้วก็ไม่พร้อมที่จะปรับตัว
00:09:59 → 00:09:59 ได้
00:09:59 → 00:10:01 >> สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงใน
00:10:01 → 00:10:03 เรื่องของ
00:10:03 → 00:10:04 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้เพิ่มขึ้น
00:10:05 → 00:10:08 >> อันนี้จะเกิดกับเฉพาะคุณแม่มือใหม่หมาย
00:10:08 → 00:10:10 ถึงว่าเพิ่งคนแรกเลยมั้คะแล้วแบบคนที่ 2
00:10:11 → 00:10:13 คนที่ 3 อาจจะไม่ได้มีปัญหาหรือเคยมีลูก
00:10:13 → 00:10:17 มาแล้วมาเป็นคนนี้คนที่ 2 อยู่มาเป็นก็
00:10:17 → 00:10:19 ไม่สามารถมีอะไรบอกได้ใช่มั้
00:10:19 → 00:10:22 >> ไม่จำเป็นว่าจะเป็นท้องแรกหรือท้องหลัง
00:10:22 → 00:10:25 ขึ้นอยู่กับว่าณขณะนั้นปัจจัยอะไรที่ทำ
00:10:25 → 00:10:25 ให้เกิด
00:10:25 → 00:10:26 >> อ
00:10:26 → 00:10:28 >> ถ้าเป็นคุณแม่ท้องแรกอาจจะมีสาเหตุจากไม่
00:10:28 → 00:10:29 มีประสบการณ์
00:10:29 → 00:10:31 >> แต่ถ้าเป็นคุณแม่ท้องหลังอาจจะเกิดเนื่อง
00:10:31 → 00:10:35 จากบทบาทที่มันซ้ำซ้อนหลายเรื่องภาระหรือ
00:10:35 → 00:10:38 ภาวะเศรษฐกิจมันจะมีfacเตอร์หรือปัจจัย
00:10:38 → 00:10:41 ที่เสริมกันหลายอย่างที่จะทำให้แต่ละคนมี
00:10:41 → 00:10:43 ปัญหาสาเหตุ
00:10:43 → 00:10:46 >> แล้วก็การแก้ที่แตกต่างกันเพราะฉะนั้นการ
00:10:46 → 00:10:48 ตัดเสื้อต้องตัดให้เหมาะอย่างที่บอกนะคะ
00:10:48 → 00:10:52 >> อใช่อันนี้คือเฉพาะคนที่แบบ 35 อัพจะมี
00:10:52 → 00:10:54 ปัญหาเยอะเรื่องของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
00:10:54 → 00:10:58 มั้ยหรือว่าเออคุณแม่จะเป็นวัย 20 กลาง
00:10:58 → 00:11:00 ปลายๆหรืออะไรก็เป็น
00:11:00 → 00:11:02 >> คำถามดีมาก
00:11:02 → 00:11:04 >> ต้องบอกว่าภวะซึมเศร้าสามารถเกิดได้กับ
00:11:04 → 00:11:06 ทุกช่วงวัยของคุณแม่
00:11:06 → 00:11:07 >> อื
00:11:07 → 00:11:11 >> ขึ้นอยู่กับว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดเนี่ยมา
00:11:11 → 00:11:13 จากอะไรยกตัวอย่างนะคะ
00:11:13 → 00:11:15 >> คุณแม่ที่เป็นคุณแม่วัยรุ่น
00:11:15 → 00:11:20 >> อายุ 20 ปีลงไป 15 16 17 มีภาวะซึม
00:11:20 → 00:11:21 เศร้าได้ทั้งนั้น
00:11:22 → 00:11:22 >> อื
00:11:22 → 00:11:25 >> ขึ้นอยู่กับว่ามีแรงกดดันตรงไหนที่ทำให้
00:11:25 → 00:11:26 เกิดบ้าง
00:11:26 → 00:11:26 >> ค่ะ
00:11:26 → 00:11:30 >> แม่ที่เป็นแม่ 20-35 ก็มีโอกาสเกิดเช่น
00:11:30 → 00:11:34 กันแต่ก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่เกิดได้น้อย
00:11:34 → 00:11:35 หน่อย
00:11:35 → 00:11:37 >> 35 อัพก็เกิดได้เช่นกัน
00:11:37 → 00:11:37 >> ค่ะ
00:11:37 → 00:11:40 >> นะคะก็เกิดได้ทุกช่วงวัยค่ะ
00:11:40 → 00:11:41 มันไม่เลือกเลยนะเนี่ย
00:11:41 → 00:11:43 >> ไม่เลือกค่ะไม่เลือกอายุนะคะ
00:11:43 → 00:11:46 >> แล้วแต่ว่าเจออะไรถูกต้องแล้วคุณสรองแค่
00:11:46 → 00:11:48 ไหนกับภาวะหลังคลอดของคุณอ
00:11:48 → 00:11:52 >> อืโอ้โหมันก็มันก็เป็นเรื่องของทั้งแบบ
00:11:52 → 00:11:54 ปัจจัยกับตัวเราเอง
00:11:54 → 00:11:55 >> ถูกต้องค่ะ
00:11:55 → 00:11:58 >> เนาะอาจารย์แบบการมีลูกคนนึงก็หลายอย่าง
00:11:58 → 00:12:00 นะกว่าจะสเต็ปให้
00:12:00 → 00:12:02 >> เออกว่าจะอะไรฉันต้องเผชิญอะไรเยอะเหลือ
00:12:02 → 00:12:05 เกินอะไรแบบเงี้ยน่าเห็นใจคุณแม่หลายๆ
00:12:05 → 00:12:08 ท่านแล้วยิ่งสมัยนี้ค่ะอาจารย์เราไม่ได้
00:12:09 → 00:12:11 แบบมานั่งประเมินสุขภาพจิตกันทุกคนอยู่
00:12:11 → 00:12:11 และ
00:12:11 → 00:12:11 >> ใช่ค่ะ
00:12:11 → 00:12:12 >> ใช่มั้คะ
00:12:12 → 00:12:13 >> ใช่ค่ะ
00:12:13 → 00:12:15 >> เครียดบางทียังหลอกบอกตัวเองเลยว่าไม่ได้
00:12:15 → 00:12:18 เครียดอีกอันนึงบางทีเครียดแล้วไม่รู้ตัว
00:12:18 → 00:12:18 ด้วย
00:12:18 → 00:12:21 >> ใช่ค่ะอีกอันนึงที่อยากจะบอกว่าสาเหตุไม่
00:12:21 → 00:12:23 ใช่ฉากฮอร์โมนอย่างเดียว
00:12:23 → 00:12:26 >> ที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดมีความเปราะบาง
00:12:26 → 00:12:26 >> ค่ะ
00:12:26 → 00:12:29 >> มากขึ้นสิ่งสำคัญก็คือความคาดหวังจาก
00:12:29 → 00:12:30 สังคมค่ะ
00:12:30 → 00:12:31 >> อ่ะ
00:12:31 → 00:12:34 >> อยากบอกว่าความคาดหวังทางสังคมคือสิ่งที่
00:12:34 → 00:12:37 ทำให้เกิดแผลที่หายากสำหรับคุณแม่แผลที่
00:12:38 → 00:12:40 หายากหมายความว่าสังคมคาดหวัง
00:12:40 → 00:12:40 >> ค่ะ
00:12:41 → 00:12:44 >> ว่าคุณแม่ต้องทำได้ดีแล้วดีที่สุดนี่คุณ
00:12:44 → 00:12:45 แม่ก็เครียดละ
00:12:45 → 00:12:47 >> เพราะฉะนั้นภาวะซึมเศร้าเนี่ยเป็น
00:12:47 → 00:12:50 แฟคเตอร์ที่เกิดจากข้างนอกได้เช่นกัน
00:12:50 → 00:12:51 >> จากคนรอบข้าง
00:12:51 → 00:12:51 >> ค่ะ
00:12:51 → 00:12:55 >> นะคะเพราะสังคมมักมองว่าหลังคอดลูกแม่น่า
00:12:55 → 00:12:58 จะมีความสุขเสมอเลยน่าจะมีความสุขนะคุณจะ
00:12:58 → 00:12:59 เครียดไปเพื่อ
00:12:59 → 00:12:59 >> ออ
00:12:59 → 00:13:02 >> แต่จริงๆแล้วแม่บางคนอาจจะยิ้มแต่ในใจลึก
00:13:02 → 00:13:05 ๆก็อาจจะมีบางเรื่องที่บอกเราไม่ได้
00:13:05 → 00:13:06 >> ค่ะ
00:13:06 → 00:13:09 >> เราก็ต้องเค้าเรียกว่าไวกับความรู้สึกแม่
00:13:09 → 00:13:10 หลังคลอดนิดนึง
00:13:10 → 00:13:10 >> อื
00:13:10 → 00:13:11 >> ค่ะ
00:13:11 → 00:13:12 >> อาจารย์อนิถามนิดนึงเพราะว่าด้วยความที่
00:13:12 → 00:13:15 เดี๋ยวนี้มันมีเจนใหม่ๆใช่มั้คะสมัยเรา
00:13:15 → 00:13:16 มันก็อย่างนึง
00:13:16 → 00:13:17 >> ค่ะ
00:13:17 → 00:13:20 >> ภาวะความเครียดความกดดันมันก็คงมีอยู่
00:13:20 → 00:13:22 แหละแต่คงไม่เท่ากับยุคสมัยนี้
00:13:22 → 00:13:22 >> ค่ะ
00:13:22 → 00:13:25 >> ยิ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ๆอเริ่มไม่ค่อยอยาก
00:13:25 → 00:13:28 จะมีลูกกันแล้วด้วยซ้ำอ่ะเนาะอาจารย์เอ่อ
00:13:28 → 00:13:31 ภาวะการหย่าร้างก็มีสูงมากเลิกกันง่าย
00:13:31 → 00:13:33 หรืออะไรอย่างเงี้ยเนาะมันมันมีความต่าง
00:13:33 → 00:13:35 มีอะไรมั้ยคะก่อนที่จะนำไปสู่เรื่องของ
00:13:35 → 00:13:37 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดแบบปัจจัยหรืออะไร
00:13:37 → 00:13:38 อย่างเงี้ยค่ะ
00:13:38 → 00:13:41 >> สำหรับเอ่อคุณแม่รุ่นใหม่ต้องบอกคุณแม่
00:13:41 → 00:13:45 รุ่นใหม่ต้องบอกว่ามันมีความสรองด้วยความ
00:13:45 → 00:13:47 เป็นเจนไมค์ของเขาเนี่ยนะคะ
00:13:47 → 00:13:48 >> อ
00:13:48 → 00:13:50 >> แต่ประเด็นคือความภาวะซึมเศร้าเนี่ยต้อง
00:13:50 → 00:13:52 บอกว่ามันไม่เลือกไม่เลือกอายุ
00:13:52 → 00:13:54 >> ไม่เกี่ยวเลยใช่มั้ไม่เลือกเจน
00:13:54 → 00:13:57 >> ค่ะมันเกิดขึ้นได้ด้วยฮอร์โมนอย่างที่
00:13:57 → 00:14:00 อยู่ในตัวเราเองกับอันที่ 2 การเป็นมาก
00:14:00 → 00:14:02 เป็นน้อยเป็นถึงระดับรุนแรงมเนี่ยขึ้น
00:14:02 → 00:14:06 อยู่กับปัจจัยอย่างอื่นๆที่ทำให้เกิดการ
00:14:06 → 00:14:09 กระตุ้นหรือกดดันยกตัวอย่างเช่น
00:14:09 → 00:14:09 >> อ
00:14:09 → 00:14:11 >> การสนับสนุนช่วยเหลือในครอบครัวเป็นอย่าง
00:14:11 → 00:14:15 ไรแล้วตัวแม่เนี่ยถ้าสมมุติเป็นแม่เลี้ยง
00:14:15 → 00:14:18 เดี่ยวก็จะมีความกดดันมากกว่าแม่ที่มีคู่
00:14:18 → 00:14:19 ข้างๆแน่นอน
00:14:19 → 00:14:19 >> อื
00:14:19 → 00:14:23 >> เราจะมีการประเมินทุกครั้งว่ายังอยู่กับ
00:14:23 → 00:14:25 สามีมย
00:14:25 → 00:14:27 >> ถ้าไม่มีปึ๊บเราจะให้การ
00:14:27 → 00:14:30 >> คำปรึกษาอีกแบบนึงต้องถามว่าแล้วใครที่
00:14:30 → 00:14:33 เขาไว้ใจแล้วก็ให้การช่วยเหลือเขามากที่
00:14:33 → 00:14:33 สุด
00:14:33 → 00:14:35 >> อันนี้คือสิ่งที่เราต้องประเมิน
00:14:35 → 00:14:38 >> ถึงแม้ว่าเราคิดว่าเจนใหม่นี่สรองเอาเข้า
00:14:38 → 00:14:41 จริงๆเขาก็จะมีบางอย่างที่เราอาจจะต้อง
00:14:41 → 00:14:43 เจาะลึกเขานิดนึง
00:14:43 → 00:14:45 ว่าประเด็นหลักของเขาคืออะไร
00:14:45 → 00:14:48 >> เราถึงจะแก้ปัญหาได้ตรงกับจุดของเขาและ
00:14:48 → 00:14:49 มากที่สุดอ่ะค่ะ
00:14:49 → 00:14:52 >> อือก็เรียกว่าต้องจับข่าวคุย
00:14:52 → 00:14:52 >> ถูกต้องค่ะ
00:14:52 → 00:14:53 >> เฉพาะบุคคลไปเลย
00:14:53 → 00:14:56 >> เราต้องใช้เวลาcาเซลingมากกว่าแม่ทั้งคัน
00:14:56 → 00:14:56 ทั่วไป
00:14:56 → 00:14:59 >> แล้วถ้าอย่างภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเนี่ย
00:14:59 → 00:15:02 คือเขาต้องกินยาเต้องปรับเต้องอะไรหลายๆ
00:15:02 → 00:15:05 อย่างนะปรับฮอร์โมนด้วยแหละใช่มั้คะอืมัน
00:15:05 → 00:15:06 จะ
00:15:06 → 00:15:07 >> ใช่ค่ะ
00:15:07 → 00:15:10 >> มีผลอะไรกับเด็กมั้ยเพราะว่าคุณแม่ต้อง
00:15:10 → 00:15:12 ให้นมแล้วต้องกินยาอะไรอย่างเงี้ย
00:15:13 → 00:15:16 >> เรื่องของยาต้องบอกว่าจำเป็นต้องใช้ยา
00:15:16 → 00:15:19 มั้ยต้องบอกว่าแล้วแต่เคสอีกนะคะขึ้นอยู่
00:15:19 → 00:15:23 กับประวัติเดิมถ้าคุณแม่ที่มีประวัติเดิม
00:15:23 → 00:15:26 ในเรื่องของการใช้ยาหรือมีภาวะซึมเศร้า
00:15:26 → 00:15:30 เนาะแล้วจะต้องเอ่อมียาช่วยยาพวกนี้จะ
00:15:30 → 00:15:33 ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้นนะคะบางที
00:15:33 → 00:15:37 สูติแพทย์เองยังต้องเอ่อขอคำปรึกษาไปทาง
00:15:37 → 00:15:39 เอ่อจิตแพทย์
00:15:39 → 00:15:40 >> ว่าเคสอย่างเงี้ย
00:15:40 → 00:15:44 >> ควรจะต้องใช้ยาหรือไม่แล้วจะต้องเป็นยา
00:15:44 → 00:15:47 ตัวไหนนะคะสูธิแพทย์เองก็ไม่ได้เป็นผู้
00:15:47 → 00:15:50 ที่จะจ่ายยาทางเอ่อเรื่องของปัญหาสุขภาพ
00:15:50 → 00:15:54 ใจโดยตรงเราจะมีการเอ่อส่งขอคำปรึกษาจาก
00:15:54 → 00:15:57 จิตแพทย์แต่ในเบื้องต้นโดยปกติเราก็จะ
00:15:57 → 00:16:00 เน้นเรื่องของการไม่ใช้ยายกเว้นในกรณีที่
00:16:00 → 00:16:04 จำเป็นจริงๆเพราะจริงๆแล้วมีแนวทางในการ
00:16:04 → 00:16:07 ที่จะเลือกที่จะให้การดูแลในแม่ที่เป็น
00:16:07 → 00:16:10 ภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นนะคะเช่นการใช้
00:16:10 → 00:16:13 เรื่องของจิตจิตบำบัดนะคะจิตบำบัดเช่นการ
00:16:13 → 00:16:14 พูดคุย
00:16:14 → 00:16:17 >> อ่าเราเรียกเป็น CBT ซึ่งพวกนี้จะเป็นการ
00:16:17 → 00:16:20 ให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว
00:16:20 → 00:16:20 >> อื
00:16:20 → 00:16:23 >> แล้วเป็นการบำบัดทางด้านจิตใจซึ่งเป็นหัว
00:16:23 → 00:16:26 ใจที่สำคัญมากในการที่จะช่วยคุณแม่นะคะ
00:16:26 → 00:16:28 โดยไม่ต้องพึ่งยาก็จะช่วยให้แม่เข้าใจ
00:16:28 → 00:16:30 อารมณ์ของตนเอง
00:16:30 → 00:16:30 >> อือฮึ
00:16:30 → 00:16:34 >> นะคะแล้วก็จะได้ผลดีมากในคนที่เป็นเอ่อ
00:16:34 → 00:16:38 ระดับเบื้องต้นนะคะส่วนการสนับสนุนทาง
00:16:38 → 00:16:40 ครอบครัวอันนี้คือเป็นจุดสำคัญ
00:16:40 → 00:16:43 ที่จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดีช่วยแบ่งเบาภาระ
00:16:43 → 00:16:46 และก็ลดความรู้สึกโล่หรือโดดเดี่ยวให้กับ
00:16:46 → 00:16:48 แม่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า
00:16:48 → 00:16:49 หลังคลอด
00:16:49 → 00:16:49 >> อื
00:16:49 → 00:16:52 >> ในกรณีที่ดูแลพื้นฐานแล้วไม่ว่าจะเป็น
00:16:52 → 00:16:57 เรื่องของทางด้านจิตใจการนอนการโภชนาการ
00:16:57 → 00:16:59 อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่บอกไว้ตั้ง
00:16:59 → 00:17:02 แต่ต้นกรณีที่เป็นระดับปานกลางหรือรุนแรง
00:17:02 → 00:17:04 มากยิ่งขึ้นเราอาจจะต้องใช้ยาร่วมที่บอก
00:17:04 → 00:17:08 ว่าคอนเซา
00:17:12 → 00:17:12 ได้แล้วก็ใช้จิตบำบัดร่วมไปนะคะส่วนกลุ่ม
00:17:12 → 00:17:14 สุดท้ายที่รุนแรงเลยกลุ่มนี้ต้องใช้ยาแน่
00:17:14 → 00:17:17 นอนแล้วก็ต้องติดตามแล้วก็ดูแลอย่างใกล้
00:17:17 → 00:17:20 ชิดบางรายอาจจะต้องแอดมิหรืออยู่โรง
00:17:20 → 00:17:22 พยาบาลด้วยซ้ำในกลุ่มแม่ที่มีประวัติเดิม
00:17:22 → 00:17:26 นะคะแต่ถ้าคุณแม่ที่มีระดับแค่เบื้องต้น
00:17:26 → 00:17:28 แล้วเป็นแค่ซึมเศร้าหลังคลอดส่วนใหญ่ไม่
00:17:28 → 00:17:31 ต้องนอนโรงพยาบาลค่ะเราก็จะบำบัดทาง CBT
00:17:31 → 00:17:33 หรือบำบัดทางจิตบวกกับเรื่องของการใช้ยา
00:17:33 → 00:17:36 ถ้าจำเป็นซึ่งน้อยมากในกลุ่มที่เป็นเบ่อ
00:17:36 → 00:17:38 เบาๆหรือเป็นระดับที่ไม่รุนแรงค่ะ
00:17:38 → 00:17:41 >> อค่ะแล้วอย่างงี้นี้เราจะสมมุติอยู่ใน
00:17:41 → 00:17:43 ครอบครัวด้วยกัน
00:17:43 → 00:17:45 >> มันมีอะไรที่เป็นแบบ
00:17:45 → 00:17:47 >> ให้เราสังเกตได้มั้คะว่ามีความเสี่ยงนะ
00:17:47 → 00:17:50 เป็นซึมเศร้านะหรืออะไรอย่างเงี้ยมีมี
00:17:50 → 00:17:52 สัญญาณอะไรให้เราสังเกตเพื่อที่ได้ช่วย
00:17:52 → 00:17:55 มั้คะหรือว่าคำพูดอะไรในช่วงต้นๆหลังคลอด
00:17:55 → 00:18:00 เนี่ยในช่วงแรกเนี้ยไม่ควรจะพูดเลย
00:18:00 → 00:18:03 >> คำถามนี้ก่อนที่จะให้คนข้างๆสังเกตนะคะ
00:18:03 → 00:18:06 อยากฝากคุณแม่ว่าคุณแม่ต้องสังเกตตัวเอง
00:18:06 → 00:18:09 ก่อนแต่ถ้าเราสังเกตตัวเองไม่ได้แต่คน
00:18:09 → 00:18:11 ข้างๆสะกิดสะกิดเรา
00:18:11 → 00:18:15 >> เพราะฉะนั้นการที่คนข้างๆคอยสังเกตเรา
00:18:15 → 00:18:18 เนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญสิ่งแรกก็คือสังเกต
00:18:18 → 00:18:21 ว่าแม่มีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมยง่ายๆ
00:18:21 → 00:18:25 คือเอ๊ะทำไมเก็บตัวจังหงุดหงิดง่ายจัง
00:18:25 → 00:18:28 ร้องไห้บ่อยจังและดูฉุนเฉี่ยวง่ายนะ
00:18:28 → 00:18:30 >> สิ่งเหล่าเนี้ย
00:18:30 → 00:18:33 >> คนข้างๆต้องคอยสังเกตบางทีเขาจะพูดบาง
00:18:33 → 00:18:37 เรื่องที่พูดวนไปวนมาแล้วก็กังวลมากกว่า
00:18:37 → 00:18:41 เหตุที่เราบอกว่าเอ๊ะทำไมคิดเยอะจังตัว
00:18:41 → 00:18:43 นี้ต้องสังเกตเนาะถ้าการเป็นอยู่แล้วเกิน
00:18:44 → 00:18:47 2 อาทิตย์แสดงว่าต้องการช่วยเหลือคำพูด
00:18:47 → 00:18:49 ที่สะท้อนเชิงลบที่แม่เขาพูดเราต้อง
00:18:49 → 00:18:53 สังเกตด้วยเช่นเราจะเป็นแม่ที่ดีได้มยถ้า
00:18:53 → 00:18:55 เขาถามเนาะ
00:18:55 → 00:18:59 >> ลูกเราน่าจะมีแม่ที่ดูแลเขาได้ดีกว่านี้
00:18:59 → 00:18:59 >> อ๋อ
00:18:59 → 00:19:01 >> อันนี้น่าน่าสงสารแล้วเนาะ
00:19:02 → 00:19:04 >> ทำไงดีคุณฉันทำอะไรไม่ถูกเลยแสดงว่า
00:19:04 → 00:19:06 ต้องการให้เราช่วย
00:19:06 → 00:19:06 >> อือฮึ
00:19:06 → 00:19:09 >> แล้วอีกคำพูดนึงถ้าไม่มีเราทุกคนก็น่าจะ
00:19:09 → 00:19:10 สบายกว่านี้
00:19:10 → 00:19:11 >> อ้าว
00:19:11 → 00:19:14 >> อ้าวอย่างี้ก็แสดงว่าไม่เห็นคุณค่าตัวเอง
00:19:14 → 00:19:15 แล้วค่ะคุณลี
00:19:15 → 00:19:15 >> ออ
00:19:15 → 00:19:18 >> อันนี้ต้องระวังเป็นสัญญาณการบ่นธรรมดา
00:19:18 → 00:19:19 แต่ไม่ธรรมดา
00:19:19 → 00:19:20 >> ค่ะ
00:19:20 → 00:19:24 >> เป็นสัญญาณที่บอกว่าเสี่ยงนะซึมเศร้าจะมา
00:19:24 → 00:19:26 >> การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเลยที่บอกเบื่อ
00:19:26 → 00:19:29 อาหารกินไม่ได้นอนไม่หลับไม่อยากแตะลูก
00:19:29 → 00:19:32 ไม่อยากคุยกับใครอันนี้ให้คุณพ่อสังเกต
00:19:32 → 00:19:34 ด้วยคนในครอบครัวต้องคอยสังเกตอ
00:19:34 → 00:19:38 >> อีกอันนึงความรู้สึกห่วงลูกมากเกินไปทำ
00:19:38 → 00:19:40 อะไรก็รู้สึกว่าทำให้ลูกได้ไม่ดีน่าจะทำ
00:19:40 → 00:19:41 ได้ดีกว่านี้
00:19:41 → 00:19:42 >> อ๋อโทษตัวเอง
00:19:42 → 00:19:45 >> โทษตัวเองไปอีกอย่างงี้นะคะสัญญาณเตือน
00:19:45 → 00:19:49 ที่สำคัญและอันตรายมากที่สุดเลยฉันไม่
00:19:49 → 00:19:51 อยากอยู่อีกแล้ว
00:19:51 → 00:19:52 >> อยากหายไป
00:19:52 → 00:19:53 >> อยู่ๆก็มีคำพูดนี้ขึ้นมา
00:19:53 → 00:19:55 >> อยากหายไป
00:19:55 → 00:19:56 >> ไม่อยากอยู่
00:19:56 → 00:19:56 >> อื
00:19:56 → 00:19:59 >> แล้วที่น่าเป็นห่วงเคสที่เราเคยเจอแล้ว
00:19:59 → 00:20:02 หนักมากทำร้ายลูก
00:20:02 → 00:20:04 >> อันนั้นคือหนักสุดไม่มีแม่คนไหนตั้งใจ
00:20:04 → 00:20:07 ทำลายลูกแต่เป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจ
00:20:07 → 00:20:08 >> อ๋อเหรอ
00:20:08 → 00:20:10 >> ควบคุมตัวเองไม่ได้อันนั้นคือรุนแรงถึง
00:20:10 → 00:20:12 ขั้นต้องพบแพทย์และจิตแพทย์
00:20:12 → 00:20:16 >> และคำพูดที่สำคัญที่คุณพ่อต้องระมัดระวัง
00:20:16 → 00:20:20 หรือคนในบ้านนะคะสำคัญคือรับฟังโดยไม่ตัด
00:20:20 → 00:20:24 สินค่ะอันที่ 2 ต้องบอกใช้คำพูดคุณไม่ได้
00:20:24 → 00:20:26 อ่อนแอนะแต่คุณเหนื่อยมากไป
00:20:26 → 00:20:26 >> อื
00:20:26 → 00:20:27 >> เดี๋ยวเราช่วยกัน
00:20:27 → 00:20:28 >> อ่าไปพักมา
00:20:28 → 00:20:32 >> ไม่ใช้คำพูดว่าคิดมากไปเองแม่คนอื่นก็ทำ
00:20:32 → 00:20:36 ได้ทำไมคุณทำไม่ได้ระวังที่สุดนะคะ
00:20:36 → 00:20:39 >> ไม่ได้ตั้งใจจะพูดหรอก
00:20:39 → 00:20:42 >> แต่เผลอไม่คิดว่ามันจะเป็นคำพูดที่แทงใจ
00:20:42 → 00:20:42 ดำมาก
00:20:43 → 00:20:45 >> คือเอาเข้าใจแหละว่าผู้ชายอาจจะความอ่อน
00:20:45 → 00:20:46 โยนน้อยอ่ะถูกต้อง
00:20:46 → 00:20:49 >> อืก็เลยแบบเหนื่อยจังทำงานมาแล้วอ่ะหรือ
00:20:49 → 00:20:51 อะไรอย่างเงี้ยใช่มั้ยคะแต่ก็เอ่อมันมี
00:20:52 → 00:20:54 หลายคำพูดที่คุณพ่อคิดว่าไม่มีอะไร
00:20:54 → 00:20:58 >> แต่จริงๆถ้าปรับคำพูดซะหน่อยนะคะมันจะมี
00:20:58 → 00:20:59 คำบางคำเช่น
00:20:59 → 00:21:02 >> คิดมากไปเองเดี๋ยวก็หายอันนี้ดูเหมือน
00:21:02 → 00:21:04 ปลอบใจใช่มั้ย
00:21:04 → 00:21:04 >> อื
00:21:04 → 00:21:07 >> แต่แม่แปลว่าอะไรรู้มั้ยคะความรู้สึกฉัน
00:21:07 → 00:21:10 มันไม่สำคัญใช่มั้ยเห็นมยเราไม่ใช่คุณแม่
00:21:10 → 00:21:13 เราไม่คิดเนาะว่าแม่จะคิดแต่แม่คิดแค่คำ
00:21:13 → 00:21:16 เนี้ยค่ะไม่มีใครอยากเป็นค่ะแต่ฮอร์โมน
00:21:16 → 00:21:19 กับปัจจัยหลายอย่างทำให้ฉันเป็นแบบนี้
00:21:19 → 00:21:20 >> คือโทษตัวเองหมดเลย
00:21:20 → 00:21:21 >> ถูกต้องค่ะ
00:21:21 → 00:21:21 >> อื
00:21:21 → 00:21:25 >> อดทนหน่อยสิเดี๋ยวก็ชินนะเออแล้วก็มองมอง
00:21:25 → 00:21:26 ตานิดนึง
00:21:26 → 00:21:29 >> คุณแม่จะแปลว่าอะไรรู้มั้ยคะไม่มีใครจะ
00:21:29 → 00:21:31 ช่วยฉันจริงๆใช่มั้ยเนี่ย
00:21:31 → 00:21:32 >> น้อยใจไปอีก
00:21:32 → 00:21:35 >> โอ้โหไปอีกค่ะคุณลีขาเนี่ยค่ะ
00:21:35 → 00:21:37 >> คือตอนในเวลานั้นเขาไม่ได้รู้สึกคุณแม่
00:21:37 → 00:21:38 อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าเฮ้ยนี่มันเป็น
00:21:38 → 00:21:41 เรื่องของฮอร์โมนธรรมชาติจ้าคือไม่ได้ไม่
00:21:41 → 00:21:41 ได้ทันที
00:21:41 → 00:21:43 >> คิดไม่ถึงแล้วเพราะมันผ่านสเต็ปนั้นไปละ
00:21:43 → 00:21:46 คิดแต่ว่าทุกอย่างที่คุณพ่อพูดจะแปลผล
00:21:47 → 00:21:48 เป็นอีกอย่างนึงเลย
00:21:48 → 00:21:48 >> ค่ะ
00:21:48 → 00:21:51 >> ทั้งๆที่คุณพ่อไม่ได้ตั้งใจค่ะเพราะเชื่อ
00:21:51 → 00:21:54 ว่าสามีทุกคนเมื่อไหร่ที่อ
00:21:54 → 00:21:55 >> ภรรยา
00:21:55 → 00:21:58 >> ให้กำเนิดลูกนั่นคือรางวัลของผู้ชาย
00:21:58 → 00:21:58 >> ค่ะ
00:21:58 → 00:22:02 >> ผู้ชายทุกคนรักลูกค่ะแต่คำพูดด้วยการไม่
00:22:02 → 00:22:06 ได้เตรียมในเรื่องของการดูแลด้านจิตใจ
00:22:06 → 00:22:07 >> ค่ะ
00:22:07 → 00:22:09 >> ก็จะทำให้คุณพ่อพูดที่คิดว่านี่คือ
00:22:09 → 00:22:10 ซัพพอร์ตแต่จริงๆหรือเปล่า
00:22:10 → 00:22:11 >> อ
00:22:11 → 00:22:11 >> เป็น
00:22:11 → 00:22:13 >> จี้ใจของคุณแม่อีก
00:22:13 → 00:22:16 >> ขอเพิ่มเอาคุณพ่อไปเรียนรู้เรื่องซึม
00:22:16 → 00:22:18 เศร้าหลังคลอดไปเข้าไปบรรจุ
00:22:18 → 00:22:19 >> เข้าคอร์สด้วยค่ะไปเลย
00:22:19 → 00:22:22 >> ถูกต้องค่ะแต่จริงๆมันมีวิธีง่ายๆนะคะ
00:22:22 → 00:22:26 คุณลีสำหรับสามีหรือว่าคุณพ่อนะคะมันมี
00:22:26 → 00:22:30 สเต็ปของมันก็คือต้องเข้าใจคำว่าซึมเศร้า
00:22:30 → 00:22:33 คืออะไรก็คือไม่ตีความหมายแม่ว่างอแงหรือ
00:22:33 → 00:22:35 คิดมากแล้วก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกแย่
00:22:35 → 00:22:38 มันเกิดขึ้นนะคะเกิดขึ้นได้เพราะฉะนั้น
00:22:38 → 00:22:41 การเข้าใจตรงนี้แม่เนี่ยก็จะทำให้เขา
00:22:41 → 00:22:43 สามารถผ่านพ้นตรงนี้ไปได้นะคะฟังโดยไม่
00:22:43 → 00:22:46 รีบแก้ไม่ตัดสินไม่เปรียบเทียบอันนี้เป็น
00:22:46 → 00:22:50 สิ่งที่คุณแม่ต้องการนะคะแล้วก็ดูแลใน
00:22:50 → 00:22:53 เรื่องของการแบ่งเบาภาระหรือบางอย่างที่
00:22:53 → 00:22:57 ช่วยได้คำพูดเป็นเรื่องที่สำคัญและให้
00:22:57 → 00:22:59 เขาค้าได้พักผ่อนให้พออันนั้นเป็นยาที่
00:22:59 → 00:23:03 สำคัญมากนะคะแล้วอีกอันนึงก็คืออ่าเอ่อ
00:23:03 → 00:23:05 ไม่ปล่อยให้แม่ต้องเผชิญภาวะนี้โดยลำพัง
00:23:05 → 00:23:08 นะคะเชื่อในสิ่งที่แม่บอกว่าไม่ไหว
00:23:08 → 00:23:11 >> แล้วก็ไม่ลดทอนอาการว่าเป็นแค่เหนื่อย
00:23:11 → 00:23:14 >> แต่จริงๆแล้วเขาต้องการมากกว่านั้น
00:23:14 → 00:23:15 >> เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เขาจะผ่าน
00:23:16 → 00:23:18 ช่วงนี้ไปได้ขึ้นอยู่กับคนข้างๆ
00:23:18 → 00:23:21 >> ครอบครัวจึงเป็นบุคคลที่สำคัญที่จะชวนเขา
00:23:21 → 00:23:24 ในการที่จะผ่านช่วงวิกฤตนั้นไปได้อันนั้น
00:23:24 → 00:23:25 สำคัญมากค่ะ
00:23:25 → 00:23:27 >> อใช่ค่ะบางทีการอบกอดเบาๆ
00:23:27 → 00:23:28 >> ถูกค่ะ
00:23:28 → 00:23:28 >> ก็ได้นะ
00:23:28 → 00:23:29 >> ถูกต้องค่ะ
00:23:29 → 00:23:32 >> พูดไม่เป็นพูดไม่เก่งพูดไปทีไรพังทุกทีก็
00:23:32 → 00:23:34 สัมผัสกับกอดก็พอ[เสียงหัวเราะ]
00:23:34 → 00:23:35 >> ค่ะ
00:23:35 → 00:23:35 >> ใช่มั้ยคะ
00:23:35 → 00:23:36 >> ใช่ค่ะ
00:23:36 → 00:23:39 >> เออแล้วอย่างี้เาสามารถหายได้มั้คะภาวะ
00:23:39 → 00:23:39 ซึมเศร้าหลังคลอด
00:23:39 → 00:23:42 >> ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดโดยปกติเนี่ยไม่ได้
00:23:42 → 00:23:43 เป็นตลอดไป
00:23:43 → 00:23:44 >> อื
00:23:44 → 00:23:47 >> ถ้าสมมุติว่าได้รับการดูแลที่ถูกต้อง
00:23:47 → 00:23:49 >> แล้วก็ได้รับการดูแลจากครอบครัวที่ต่อ
00:23:49 → 00:23:49 เนื่อง
00:23:49 → 00:23:50 >> อือ
00:23:50 → 00:23:52 >> ไม่ใช่ว่าจะเป็นแล้วจะเป็นตลอดไป
00:23:52 → 00:23:56 >> ยกเว้นในเคสที่ยังไม่ได้รับการดูแล
00:23:56 → 00:23:58 >> ได้ถูกต้องหรือได้รับการช่วยเหลือที่
00:23:58 → 00:23:59 เพียงพอ
00:23:59 → 00:24:01 >> ก็อาจจะต้องรักษาต่อเนื่องอ
00:24:01 → 00:24:04 >> แล้วเปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยเลยก็มีค่ะแต่
00:24:04 → 00:24:08 น้อยโชคดีว่าบ้านเราเป็นสังคมที่เป็น
00:24:09 → 00:24:12 สังคมช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นสังคมขยายถ้า
00:24:12 → 00:24:16 เราไม่ได้รับการดูแลจากสามีหรือคนข้างๆ
00:24:16 → 00:24:20 >> เราก็จะมีย่ายายซึ่งเป็นซพอtiveหรือคนที่
00:24:20 → 00:24:23 ช่วยเหลือได้ดีมากค่ะนี่คือข้อดีของสังคม
00:24:23 → 00:24:26 ไทยคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องซึมเศร้าหลัง
00:24:26 → 00:24:29 คลอดไม่จำเป็นต้องผ่านช่วงนั้นไปคนเดียว
00:24:29 → 00:24:29 >> อือ
00:24:29 → 00:24:32 >> คุณยังมีคนข้างๆเป็นบุคคลที่สำคัญที่จะ
00:24:32 → 00:24:34 ช่วยให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้เจ้า
00:24:34 → 00:24:38 หน้าที่สุขภาพพยาบาลแพทย์มีความพร้อมมาก
00:24:38 → 00:24:40 ต้องบอกว่าภาวะซึมเศร้าเนี่ยไม่ใช่ความ
00:24:40 → 00:24:43 อ่อนแอไม่ได้แปลว่าเป็นแม่ที่ไม่ดีสามารถ
00:24:43 → 00:24:46 เกิดขึ้นได้กับทุกคนอยู่แล้วแต่การขอความ
00:24:46 → 00:24:48 ช่วยเหลือคือความกล้าที่ไม่ใช่ความล้ม
00:24:48 → 00:24:52 เหลวและสุดท้ายอยากจะบอกคุณแม่ว่าคุณไม่
00:24:52 → 00:24:55 จำเป็นต้องเข้มแข็งเพื่อที่จะให้ใครมา
00:24:55 → 00:25:00 ช่วยคุณหรือปฏิเสธการช่วยเหลือจากใครคุณ
00:25:00 → 00:25:02 สมควรได้รับการดูตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่วัน
00:25:02 → 00:25:05 ที่แย่กว่านี้อยากจะให้กำลังใจคุณแม่ทุก
00:25:05 → 00:25:09 คนนะคะว่าคุณเป็นคุณแม่ที่เก่งมากที่
00:25:09 → 00:25:12 สามารถประเมินตัวเองได้แล้วรู้ว่าฉัน
00:25:12 → 00:25:17 กำลังอยู่ภาวะไหนเพื่อลูกที่มีคุณภาพและ
00:25:17 → 00:25:19 เป็นลูกที่น่ารักและเป็นอนาคตของคุณแม่
00:25:19 → 00:25:22 ของครอบครัวสังคมแล้วก็ประเทศชาติค่ะ
00:25:22 → 00:25:22 ขอบคุณค่ะ
00:25:22 → 00:25:25 >> ขอบคุณอาจารย์ฤดีค่ะที่มาร่วมพูดคุยกับ
00:25:25 → 00:25:27 โรงของเราค่ะขอบคุณค่ะสวัสดีค่ะ
00:25:27 → 00:25:29 >> เอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังหมดเวลาแล้วค่ะเราพบ
00:25:29 → 00:25:31 กันใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอ
00:25:31 → 00:25:33 ทาง Thaai PBS Podcast นะคะวันนี้ต้อง
00:25:33 → 00:25:35 ลาไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ
00:25:35 → 00:25:38 >> This [เพลง] is Thai PBS Podcast
00:25:38 → 00:25:40 >> การนอนกอดกันให้ประโยชน์อะไรบ้างศึกษา
00:25:40 → 00:25:42 วิจัยเกี่ยวกับการกอดกับความสัมพันธ์ของ
00:25:42 → 00:25:45 คู่รักมีผลเป็นอย่างไรผู้ช่วยศาสตราจารย์
00:25:45 → 00:25:47 ดร.จันทร์วิภาดีลกสัมพันธ์[เพลง]
00:25:47 → 00:25:49 ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์และครอบครัว
00:25:49 → 00:25:51 มาเล่าให้ฟังครับ
00:25:51 → 00:25:53 >> เอาทั่วๆไปไม่ว่าจะกอดกันนอนหรือกอดกัน
00:25:53 → 00:25:57 นั่ง[เสียงหัวเราะ]นะนัในเวลาปกติอ่านะคะ
00:25:57 → 00:26:00 ก็คือมันมีประโยชน์ใน 3 ทางด้วยกัน
00:26:00 → 00:26:00 >> ค่ะ
00:26:00 → 00:26:02 >> ทางที่ 1 ก็คือในเรื่องของสุขภาพจิตการ
00:26:02 → 00:26:05 กอดใครสักคนเนี่ยมันช่วยให้หลายๆอย่างนะ
00:26:05 → 00:26:07 ดีขึ้นเพราะฉะนั้นการกอดเนี่ยค่ะมันช่วย
00:26:07 → 00:26:11 กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน
00:26:11 → 00:26:14 >> ฮอร์โมนตัวเมันเป็นฮอร์โมนแห่งความรักค่ะ
00:26:14 → 00:26:16 เพราะฉะนั้นเวลาที่เรากอดใครสักคนเนี่ย
00:26:16 → 00:26:19 มันจะถ่ายทอดความรู้สึกพอมาสุขภาพกายนะคะ
00:26:19 → 00:26:22 มันจะช่วยลดระดับของฮอร์โมนคอร์ติโซลพอ
00:26:22 → 00:26:25 คอร์ติโซลลดเนี่ยบางทีคนบางคนเนี่ยที่มี
00:26:25 → 00:26:28 อาการเจ็บปวดถ้าเขาได้รับการกอดจากคนที่
00:26:28 → 00:26:30 เขารักหรือใครก็ตามแม้แต่เดี๋ยวเนี้ย
00:26:30 → 00:26:33 พยาบาลหมอนะคะบางทีเราก็กอดคนไข้โฮeless
00:26:33 → 00:26:36 เพื่อให้เขาไม่ได้กอดในเรื่องของเพศนะแต่
00:26:36 → 00:26:38 กอดอย่างเช่นเด็กเล็กคนไข้ที่เป็นเด็ก
00:26:38 → 00:26:41 เล็กอะไรอย่างเงี้ยนะคะกอดเขาไว้เนี่ยมัน
00:26:41 → 00:26:44 ลดระดับของความเจ็บปวดลงโดยไม่ต้องใช้ยา
00:26:44 → 00:26:45 ก็
00:26:45 → 00:26:47 แล้วก็ในแง่ของความสัมพันธ์เราจะเห็นว่า
00:26:47 → 00:26:50 การกอดกันเนี่ยมันจะเป็นการแสดงออกถึง
00:26:50 → 00:26:53 ความสัมพันธ์ที่ดีความใกล้ชิดความถ่ายทอด
00:26:53 → 00:26:56 ความรักอะไรก็แล้วแต่อาจารย์วิภาเป็นโรค
00:26:56 → 00:26:59 บ้าวิจัยเนาะเป็นงานวิจัยที่เขาทำในต่าง
00:26:59 → 00:27:02 ประเทศแล้วเขาก็ระบุว่าคนที่กอดกันเนี่ย
00:27:02 → 00:27:06 นะฮะโดยที่ตัวไม่ห่างกันมากนักเช่นเขาใช้
00:27:06 → 00:27:09 คำว่าห่างกันไม่ถึง 1 นิ้วคือใกล้กันมาก
00:27:09 → 00:27:12 เนี่ยแล้วก็มาถามถึงความสัมพันธ์ปกติกับ
00:27:12 → 00:27:15 คนที่นอนห่างกันเกิน 1 นิ้วนิ้วผลงาน
00:27:15 → 00:27:18 วิจัยเนี่ยออกมาชัดเจนเลยว่าประมาณ 96%
00:27:18 → 00:27:21 ของคนที่นอนห่างจากคู่ไม่ถึง 1 นิ้วพวก
00:27:21 → 00:27:25 นี้จะมีแนวโน้มที่มีความสุขในชีวิตสมรส
00:27:25 → 00:27:28 หรือกับคู่รักหรือกับอะไรก็ตาม
00:27:28 → 00:27:32 >> ในขณะที่อีก 66% ที่นอนห่างห่างกันเกิน 1
00:27:32 → 00:27:34 นิ้วเนี่ยจะบอกว่ารู้สึกว่าความสัมพันธ์
00:27:34 → 00:27:37 มันสู้กลุ่มแรกไม่ได้มันเห็นชัดเจนเพราะ
00:27:37 → 00:27:40 ฉะนั้นเราลองมาดูว่าถ้าเป็นกลุ่มแล้ว
00:27:40 → 00:27:43 ทำนายความสัมพันธ์ขอแบ่งเป็น 4 กลุ่มแล้ว
00:27:43 → 00:27:46 กันนะ
00:27:52 → 00:27:52 ให้คนละมันว่าไม่ดีเริ่มที่ขุ่นข้องหมอง
00:27:52 → 00:27:54 ใจแล้วถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
00:27:54 → 00:27:57 มีแนวโน้มที่จะอย่าร้างนะแต่โดยทั่วไป
00:27:57 → 00:27:59 เนี่ยถ้านอนคนละฝั่งเลยเนี่ยนะคะแล้วหัน
00:27:59 → 00:28:01 หลังให้กันเนี่ยนะฮะมันก็คิดได้อีกอย่าง
00:28:01 → 00:28:04 นึงว่าทั้งคู่เนี่ยนะคะอยู่ในเป็นคนที่
00:28:04 → 00:28:07 รักอิสระแต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามค่ะคู่
00:28:07 → 00:28:10 เชี่ยวชาญเขาบอกว่าเรานอนคนละฟากแล้วเอา
00:28:10 → 00:28:12 มือกอดตัวเองเนี่ยแปลว่าเราอ่ะกำลังปก
00:28:12 → 00:28:15 ป้องตัวเองและเนื่องจากว่าเราอ่ะโหยหา
00:28:15 → 00:28:18 ความรักแต่ไม่มีใครมาแตะเรากลุ่มที่ 2 นะ
00:28:18 → 00:28:22 คะของปฏิกิริยาก็คือการโอบกอดหันหน้าเข้า
00:28:22 → 00:28:25 หากันนี่แหละสุดยอดของความโรแมนติกมันจะ
00:28:25 → 00:28:28 แสดงถึงความรักเห็นชัดเจนเลยถ้านอนแบบกอด
00:28:28 → 00:28:31 กันสั้นๆเอาแขนมาโอบที่เอวอะไรต่างๆเหล่า
00:28:31 → 00:28:34 นี้นะคะอาจจะเป็นการเริ่มต้นตกหลุมรัก
00:28:34 → 00:28:37 แล้วก็ได้กลุ่มสุดท้ายก็หมายถึงกลุ่มที่
00:28:37 → 00:28:40 กอดกันจากทางด้านหลังมันจะแปลออกมาเหมือน
00:28:40 → 00:28:42 กันเป็นท่าที่คลาสสิคที่สุดระหว่างผู้รัก
00:28:42 → 00:28:46 ก็แปที่ถูกกอดก็เหมือนกับเป็นฝ่ายที่ถูก
00:28:46 → 00:28:49 รักได้รับการปกป้องฝ่ายที่ไปกอดเก็จะเป็น
00:28:49 → 00:28:55 ฝ่ายที่อยากจะบอกรักแล้วก็อยากจะปกป้อง
00:28:56 → 00:28:56 [เพลง]
00:28:56 → 00:29:00 >> This is Thai PBS Podcast
00:29:00 → 00:29:03 ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:29:03 → 00:29:05 ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:29:05 → 00:29:08 thapodcast.com
00:29:08 → 00:29:11 แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:29:11 → 00:29:15 ผ่าน podcast ช่องทางอื่นๆ Spotify
00:29:15 → 00:29:18 YouTube Apple Podcast และ Soundcloud
00:29:18 → 00:29:21 เอ้า