00:00:00 → 00:00:03ขอต้อนรับสู่หมอพัทรพcast Talk ความรู้
00:00:03 → 00:00:06สุขภาพลึกและฟรีมีที่นี่
00:00:06 → 00:00:09>> สวัสดีครับพอพูดถึงคำว่าอินซูลินเนี่ยภาพ
00:00:09 → 00:00:12แรกที่เข้ามาในหมัวของหลายๆคนเลยก็คือ
00:00:12 → 00:00:15เรื่องน้ำตาลในเลือดใช่ไหมครับแต่รู้ไห
00:00:15 → 00:00:17ครับว่าจริงๆแล้วเนี่ยมันมีอีกหน้าที่
00:00:17 → 00:00:20หนึ่งเป็นหน้าที่ลับๆเลยที่สำคัญกับ
00:00:20 → 00:00:23สุขภาพของเราแบบคาดไม่ถึงเลยล่ะครับวัน
00:00:23 → 00:00:25นี้เราจะมาไขความลับที่หน้าทึ่งนี้ไป
00:00:25 → 00:00:30พร้อมๆกันเอาล่ะครับก่อนจะไปกันต่ออยากจะ
00:00:30 → 00:00:32ชวนคิดกันเล่นๆก่อนนะครับว่าหน้าที่หลัก
00:00:33 → 00:00:36ของอินซูลินคืออะไรคำตอบที่ส่วนใหญ่ปริ๊ง
00:00:36 → 00:00:38ขึ้นมาในหัวเลยเนี่ยก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง
00:00:38 → 00:00:42คุ้มน้ำตาลจัดการพลังงานจากอาหารอะไร
00:00:42 → 00:00:45ทำนองนั้นซึ่งก็ไม่ผิดนะครับแต่ต้องบอก
00:00:45 → 00:00:48ว่านั่นมันเป็นแค่เครื่องเดียวของเรื่อง
00:00:48 → 00:00:51ราวทั้งหมดเองและตรงนี้แหละครับคือจุดที่
00:00:51 → 00:00:54น่าสนใจมากๆคือปกติเนี่ยเราจะเข้าใจว่า
00:00:54 → 00:00:57อินซูลินเป็นเหมือนเอ่อผู้จัดการคลังพลัง
00:00:57 → 00:01:00งานใช่มั้ยครับคอยเก็บแคลอรี่ส่วนเกิน
00:01:00 → 00:01:03ต่างๆแต่ความจริงที่มันน่าทึ่งมากๆก็คือ
00:01:03 → 00:01:05บทบาทที่ซ่อนอยู่ของมันเนี่ยคือการเป็น
00:01:06 → 00:01:09ผู้จัดสรรสารอาหารที่จำเป็นครับซึ่งมันคน
00:01:09 → 00:01:12ละเรื่องกับการเก็บพลังงานเลยนะทีนี้ไอ้
00:01:12 → 00:01:15การจัดสรรสารอาหารที่ว่าเนี่ยมันเกิดขึ้น
00:01:15 → 00:01:18ตอนไหนกันต้องบอกว่ากลไกนี้จะทำงานได้ดี
00:01:18 → 00:01:22ที่สุดในช่วงเวลาพิเศษๆที่เราอาจจะเรียก
00:01:22 → 00:01:25ว่าเป็นช่วงเวลาทองของร่างกายเราเลยครับ
00:01:25 → 00:01:28แล้วไอ้ช่วงเวลาทองที่ว่าเนี่ยนะครับก็
00:01:28 → 00:01:31คือช่วงสายๆของทุกวันเลยครับประมาณสัก
00:01:31 → 00:01:3410:00 น.ถึงเที่ยนไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ
00:01:34 → 00:01:37ว่านี่คือช่วงที่ร่างกายเราเนี่ยมีระดับ
00:01:37 → 00:01:41อินซูลินพื้นฐานสูงที่สุดตามธรรมชาติเลย
00:01:41 → 00:01:44ต้องย้ำนะครับว่านี่คืออินซูลินพื้นฐาน
00:01:44 → 00:01:48หรือที่เรียกว่าเบซอินซูลินนะครับคือมัน
00:01:48 → 00:01:50ไม่ใช่ฮอร์โมนที่พุ่งขึ้นมาหลังเรากิน
00:01:50 → 00:01:53ข้าวนะแต่มันเหมือนกับเป็นระดับพื้นฐาน
00:01:53 → 00:01:57ที่ร่างกายเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชมงเลยแล้ว
00:01:57 → 00:02:00ใครล่ะที่เป็นคนคอยคุมเกมนี้ทั้งหมดคำตอบ
00:02:00 → 00:02:04ก็คือศูนย์บัญชาการของร่างรายกายเราครับ
00:02:04 → 00:02:06ซึ่งในแหล่งข้อมูลเนี่ยเขาเปรียบเปลยได้
00:02:06 → 00:02:09เห็นภาพมากเลยนะครับว่าเหมือนกับ Call
00:02:09 → 00:02:12Center ซึ่งก็คือตับอ่อนของเรานั่นเอง
00:02:12 → 00:02:15ครับโอ้โหแล้วเจ้าตับอ่อนเนี่ยนะครับเป็น
00:02:15 → 00:02:18อวัยวะที่ถูกปกป้องไว้อย่างดีที่สุดเลยก็
00:02:18 → 00:02:21ว่าได้คือมันอยู่ลึกมากเกือบจะติดกระดูก
00:02:21 → 00:02:23สันหลังของเราเลยครับและข้างในนั้นน่ะก็
00:02:23 → 00:02:26จะมีสิ่งที่เรียกว่า Bacells ที่ทำหน้า
00:02:26 → 00:02:28ที่เหมือนกับเป็นโรงงานผลิตอินซูลินพื้น
00:02:28 → 00:02:32ฐานเลยซึ่งโรงงานนี้จะเร่งการผลิตสูงสุด
00:02:32 → 00:02:34ในช่วงสายๆของทุกวันตามนาฬิกาชีวภาพของ
00:02:34 → 00:02:38ร่างกายเราเป๊ะๆเลยครับเอาล่ะครับพอเรา
00:02:38 → 00:02:41รู้แล้วว่าอินซูลินพื้นฐานเนี่ยมันทำงาน
00:02:41 → 00:02:45พีคสุดๆตอนช่วงสายๆทีนี้ก็มาถึงคำถามที่
00:02:45 → 00:02:48สำคัญที่สุดเลยครับว่าแล้วมันทำงานไป
00:02:48 → 00:02:51เพื่ออะไรนี่แหละครับคือหัวใจของเรื่อง
00:02:51 → 00:02:55ราวในวันนี้เลยความแตกต่างระหว่างคำว่า
00:02:55 → 00:02:59สารอาหารกับพลังงานมีประโยคนึงจากแหล่ง
00:02:59 → 00:03:01ข้อมูลที่ผมว่ามันสรุปเรื่องนี้ได้ดีที่
00:03:01 → 00:03:04สุดเลยครับเขาบอกว่าวัตถุประสงค์คือการ
00:03:04 → 00:03:07รวบรวมสารอาหารจากกระแสเลือดไม่ใช่เพื่อ
00:03:07 → 00:03:10เก็บพลังงานโอ้โหชัดเจนมากๆเลยนะครับลอง
00:03:10 → 00:03:13มาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพชัดๆนะครับคือ
00:03:13 → 00:03:16อย่างี้ครับการเก็บพลังงานเนี่ยมันจะเกิด
00:03:16 → 00:03:19ขึ้นก็ต่อเมื่อเรากินอาหารเข้าไปเพื่อจัด
00:03:19 → 00:03:22การกับแคลอรี่ใช่ไหมั้ครับแต่การจัดสรร
00:03:22 → 00:03:25สารอาหารที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี่มัน
00:03:25 → 00:03:27เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตอนที่เราอด
00:03:27 → 00:03:30อาหารหรือตอนท้องว่างเพื่อเตรียมเซลล์ให้
00:03:30 → 00:03:33พร้อมรับวัตถุดิบดีๆที่จำปันนั่นเองครับ
00:03:33 → 00:03:37แล้วสารอาหารที่ว่าเนี่ยมันมีอะไรบ้างคือ
00:03:37 → 00:03:39มันไม่ใช่แค่น้ำตาลนะครับแต่มันคือวัตถุ
00:03:39 → 00:03:42ดิบชั้นดีเลยที่ร่างกายต้องการไม่ว่าจะ
00:03:43 → 00:03:46เป็นโปรตีนแร่ธาตุต่างๆวิตามินเอนไซม์
00:03:46 → 00:03:50หรือแม้กระทั่งไขมันดีบางชนิดด้วยซ้ำไป
00:03:50 → 00:03:52นึกภาพตามง่ายๆเลยครับว่าอินซูลินเนี่ย
00:03:52 → 00:03:54มันก็ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นกุญแจดอก
00:03:55 → 00:03:58สำคัญเลยที่ไปคอยไขประตูเซลล์ทั่วร่างกาย
00:03:58 → 00:04:01ของเราเพื่อเปิดทางให้สารอาหารดีๆพวกนี้
00:04:01 → 00:04:04เข้าไปบำรุงซ่อมแซมส่วนต่างๆได้ถึงข้างใน
00:04:04 → 00:04:07เลยทำให้เซลล์ของเราเนี่ยแข็งแรงแล้วก็
00:04:07 → 00:04:10พร้อมใช้งานนั่นเองครับในทางวิทยาศาสตร์
00:04:10 → 00:04:13นะครับภาวะที่ร่างกายเราไว้ต่ออินซูลิน
00:04:13 → 00:04:16เพื่อดูดซึมสารอาหารแบบนี้เนี่ยเขามีชื่อ
00:04:16 → 00:04:19เรียกเท่ๆด้วยนะเรียกว่า Physiologic
00:04:19 → 00:04:21Insulin Sensitivity for Nutrient
00:04:21 → 00:04:24Dance Cup ถ้าจะให้พูดง่ายๆเลยนะมันก็
00:04:24 → 00:04:27คือภาวะที่ร่างกายเราฉลาดพอที่จะใช้
00:04:27 → 00:04:29อินซูลินเพื่อดึงเอาสารอาหารดีๆมาใช้งาน
00:04:29 → 00:04:32ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเองมาถึง
00:04:32 → 00:04:35ตรงนี้หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่าโอเค
00:04:35 → 00:04:38แล้วการที่เรารู้เรื่องนี้เนี่ยมันสำคัญ
00:04:38 → 00:04:41ในชีวิตประจำวันยังไงบ้างเรามาดูกันใน
00:04:41 → 00:04:44ส่วนสุดท้ายนี้เลยครับคือเราคุยเรื่อง
00:04:44 → 00:04:47กลไกในร่างกายกันมาพอสมควรแล้วเนอะแล้วใน
00:04:47 → 00:04:50ชีวิตจริงล่ะความรู้นี้มันสำคัญกับเรายัง
00:04:50 → 00:04:54ไงเราจะเอาไปปรับใช้อะไรได้บ้างนี่คือตัว
00:04:54 → 00:04:57เลขสำคัญที่อยากให้ลองจำไว้เลยนะครับเลข
00:04:57 → 00:05:002-6 ครับตัวเลขนี้คืออะไรคือถ้าเราไป
00:05:00 → 00:05:03ตรวจเลือดวัดระดับอินซูลินตอนอดอาหารหรือ
00:05:03 → 00:05:06ที่เรียกว่า fasting อินซูลินโดยเฉพาะถ้า
00:05:06 → 00:05:09เจาะเลือดในช่วงสายๆที่เป็นช่วงพีคเนี่ย
00:05:09 → 00:05:12ค่าของคนสุขภาพดีควรจะอยู่ในช่วงนี้ครับ
00:05:12 → 00:05:14ถ้ามันสูงกว่านี้ไปมากๆเนี่ยก็อาจจะเป็น
00:05:14 → 00:05:16สัญญาณเริ่มต้นของภาวะบางอย่างได้เหมือน
00:05:16 → 00:05:20กันนะดังนั้นนะครับถ้าจะให้สรุปข้อสำคัญ
00:05:20 → 00:05:22ในทางปฏิบัติเลยเนี่ยก็จะมีอยู่ 2 ข้อ
00:05:22 → 00:05:25หลักๆครับข้อ 1 คือกระบวนการนี้มันเป็น
00:05:25 → 00:05:27การเตรียมร่างกายของเราให้พร้อมที่จะดูด
00:05:27 → 00:05:30ซึมสารอาหารจากมื้อแรกของวันได้อย่างเต็ม
00:05:30 → 00:05:33ที่ที่สุดและข้อ 2 ก็คือถ้าหากต้องการจะ
00:05:33 → 00:05:35ตรวจวัดระดับอินซูลินพื้นฐานเนี่ยการเจาะ
00:05:35 → 00:05:38เลือดในช่วงสายๆจะให้ผลที่แม่นยำที่สุด
00:05:38 → 00:05:41นั่นเองครับสรุปง่ายๆเลยนะครับหน้าที่ลับ
00:05:42 → 00:05:44ของอินซูลินที่เราคุยกันวันนี้ก็คือการ
00:05:44 → 00:05:47เตรียมร่างกายให้พร้อมรับสารอาหารที่ดี
00:05:47 → 00:05:50ที่สุดนั่นเองครับและพอรู้แบบนี้แล้วคำ
00:05:50 → 00:05:52ถามสุดท้ายที่อยากจะฝากให้ไปลองคิดกันต่อ
00:05:52 → 00:05:55ก็คือมุมมองที่เรามีต่อมื้อเช้าหรือมื้อ
00:05:55 → 00:05:57แรกของวันเนี่ยมันจะเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง
00:05:57 → 00:06:00ไหมครับ
00:06:00 → 00:06:03สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับสู่การพูดคุยเจาะ
00:06:03 → 00:06:05ลึกกันอีกครั้งนะคะวันนี้เรามีเรื่องน่า
00:06:05 → 00:06:09สนใจมากๆเกี่ยวกับเอ่อกลไกในร่างกายเรามา
00:06:09 → 00:06:11คุยกันค่ะเป็นเรื่องของฮอร์โมนที่คุณชื่อ
00:06:11 → 00:06:14กันดีอินซูลินนั่นเองแต่ว่าเราจะไม่ได้
00:06:14 → 00:06:17มองภาพกว้างๆนะคะวันนี้เราจะเจาะไปที่การ
00:06:17 → 00:06:20ทำงานของอินซูลินในช่วงเวลาแบบว่าพิเศษ
00:06:20 → 00:06:23ช่วงนึงของวันเลยกับบทบาทที่อาจจะทำให้
00:06:23 → 00:06:26เอิ่มหลายคนอาจจะเอ๊ะแบบนี้ด้วยหรออะไร
00:06:26 → 00:06:28แบบนี้เลยค่ะข้อมูลที่เราจะคุยกันวันนี้
00:06:28 → 00:06:30มาจากวีดีโอที่เขาวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้
00:06:31 → 00:06:33ได้น่าสนใจมากค่ะเกี่ยวกับการทำงานของ
00:06:33 → 00:06:36อินซูลินช่วงสายๆโดยเฉพาะเลยเป้าหมายวัน
00:06:36 → 00:06:39นี้ของเราก็คืออยากจะทำความเข้าใจกันค่ะ
00:06:39 → 00:06:41ว่าอินซูลินพื้นฐานหรือเบโซลอินซูลินที่
00:06:41 → 00:06:44ร่างกายเราสร้างเองเนี่ยช่วงสายๆมันมี
00:06:44 → 00:06:47หน้าที่อะไรเป็นพิเศษแล้วทำไมเราถึงควร
00:06:47 → 00:06:49รู้เรื่องนี้กันมาลองดูกันเลยนะคะว่าร่าง
00:06:49 → 00:06:52กายซ่อนกลไกอะไรที่น่าทึ่งไว้บ้างเริ่ม
00:06:52 → 00:06:55กันที่ประเด็นแรกเลยนะคะข้อมูลที่ได้มา
00:06:55 → 00:06:57เนี่ยเขาชี้ไปที่ช่วงเวลา 1 ของวันเลยค่ะ
00:06:57 → 00:07:00ที่ร่างกายเราเหมือนกับเอ่อเตรียมพร้อม
00:07:00 → 00:07:03เป็นพิเศษมากๆในการจัดการกับสารอาหารรู้
00:07:03 → 00:07:04มั้คะว่าเป็นช่วงไหน
00:07:05 → 00:07:05>> ครับผม
00:07:05 → 00:07:08>> เบอกว่าเป็นช่วงสายๆค่ะประมาณสัก 10:00
00:07:08 → 00:07:10น.ถึงเที่ยงวัน
00:07:10 → 00:07:11>> ใช่เลยครับ
00:07:11 → 00:07:13>> เอ๊ะทำไมต้องเป็นช่วงนี้ล่ะคะมันพิเศษยัง
00:07:13 → 00:07:14ไงหรอคะ
00:07:14 → 00:07:17>> เป็นคำถามที่ดีมากครับคือช่วง 10:00 น.น.
00:07:17 → 00:07:20เนี่ยในทางสรีรวิทยาถือว่าน่าสนใจมากนะ
00:07:20 → 00:07:24ครับเพราะว่าเป็นช่วงที่เอ่อเบต้าเซลล์ใน
00:07:24 → 00:07:27ตับอ่อนของเราอ่ะทำงานตามธรรมชาติเลยนะ
00:07:27 → 00:07:29ครับในการผลิตแล้วก็หลั่งอินซูลินระดับ
00:07:29 → 00:07:33พื้นฐานหรือว่าเบซอินซูลินเนี่ยออกมาใน
00:07:33 → 00:07:35ปริมาณที่เรียกว่าสูงสุดในรอบวันเลยตาม
00:07:35 → 00:07:37กลไกปกตินะครับ
00:07:37 → 00:07:40>> อ๋อสูงสุดตามธรรมชาติของวันนั้นๆ
00:07:40 → 00:07:40>> ครับผม
00:07:40 → 00:07:43>> แล้วพอพูดถึงตับอ่อนในข้อมูลเขาก็เน้นนะ
00:07:43 → 00:07:47คะว่าเป็นอวัยวะที่อยู่แบบลึกมากๆเป็นคอ
00:07:47 → 00:07:51ออร์แกนเลยตำแหน่งก็อยู่แถวๆด้านหลังช่อง
00:07:51 → 00:07:54ท้องตรงรอยต่อกระดูกสันหลังส่วนอกกับเอว
00:07:54 → 00:07:57ใช่มั้คะ T12 L1
00:07:57 → 00:08:00>> ใช่ครับการที่มันอยู่ตรงกลางแล้วก็อยู่
00:08:00 → 00:08:03ลึกขนาดนั้นก็สะท้อนบทบาทสำคัญของมันใน
00:08:03 → 00:08:06การควบคุมระบบเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย
00:08:06 → 00:08:08เลยนะครับแล้วการที่มันทำงานหลังอินซูลิน
00:08:08 → 00:08:11พื้นฐานสูงสุดในช่องสายๆแบบนี้ก็เหมือน
00:08:11 → 00:08:14เป็นการส่งสัญญาณว่าร่างกายกำลังเตรียม
00:08:14 → 00:08:16พร้อมอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆ
00:08:16 → 00:08:18>> เหมือนเป็นศูนย์บัญชาการที่อยู่ตรงกลาง
00:08:18 → 00:08:22คอยคุมกลไกสำคัญแล้วก็มาแคtiveเป็นพิเศษ
00:08:22 → 00:08:23ช่วงนี้
00:08:23 → 00:08:24>> ประมาณนั้นเลยครับ
00:08:24 → 00:08:26>> ซึ่งภาวะที่อินซูลินพื้นฐานหลั่งออกมา
00:08:26 → 00:08:29เยอะสุดตามธรรมชาตินี้ในข้อมูลเขาใช้คำ
00:08:29 → 00:08:32ว่า high basal insulin level คำว่า
00:08:32 → 00:08:35high นี่อาจจะฟังดูน่ากังวลนิดหน่อยมั้
00:08:35 → 00:08:37ฮะมันสูงผิดปกติหรือเปล่า
00:08:37 → 00:08:40>> อ๋อครับคือเขาใช้คำนี้จริงแต่ว่าต้องขีด
00:08:40 → 00:08:43เสนใต้เลยนะครับว่าคำว่า high ในที่นี้
00:08:43 → 00:08:46เนี่ยเอ่อไม่ได้หมายถึงสูงแบบผิดปกติ
00:08:46 → 00:08:48หรือสูงเหมือนตอนเรากินข้าวเยอะๆแล้ว
00:08:48 → 00:08:52อินซูลินพุ่งแต่มันหมายถึงระดับที่สูงที่
00:08:52 → 00:08:55สุดตามธรรมชาติในรอบวันของคนๆนั้นซึ่ง
00:08:55 → 00:08:58เป็นกลไกปกติเลยครับร่างกายออกแบบมาแบบ
00:08:58 → 00:09:00นี้ให้พร้อมทำงานเต็มที่ช่วงนี้
00:09:00 → 00:09:03>> แต่ก็อาจจะมีคนสงสัยต่อนะคะว่าถึงจะเป็น
00:09:03 → 00:09:06ระดับสูงตามธรรมชาติเนี่ยการมีอินซูลิน
00:09:06 → 00:09:08สูงกว่าช่วงอื่นตอนท้องว่างมันไม่ทำให้
00:09:08 → 00:09:11น้ำตาลตกหรือมีผลอะไรหรอคะ
00:09:11 → 00:09:13>> เป็นข้อสังเกตที่ดีครับซึ่งเดี๋ยวเราจะ
00:09:13 → 00:09:15คุยกันเรื่องหน้าที่หลักของมันต่อแต่ตอบ
00:09:16 → 00:09:19เบื้องต้นก่อนคืออินซูลินระดับไเบโซตาม
00:09:19 → 00:09:21ธรรมชาติตรงนี้เนี่ยเป้าไหลหลักๆเขาไม่
00:09:21 → 00:09:23ได้ออกมาเพื่อลดน้ำตาลในเลือดเหมือน
00:09:23 → 00:09:26อินซูลินหลังอาหารนะครับหน้าที่มันต่าง
00:09:26 → 00:09:29กันเพราะฉะนปกติในคนสุขภาพดีก็ไม่ได้ทำ
00:09:29 → 00:09:32ให้น้ำตาลตกอะไรครับร่างกายรักษาสมดุลไว้
00:09:32 → 00:09:34ดีแล้วเพื่อวัตถุประสงค์อื่น
00:09:34 → 00:09:38>> อ๋อเข้าใจแล้วค่ะแสดงว่ามันมีหน้าที่อื่น
00:09:38 → 00:09:41ที่สำคัญกว่าการจัดการน้ำตาลในช่วงนี้เอง
00:09:41 → 00:09:43ซึ่งก็นำไปสู่ประเด็นเรื่องการตรวจเลือด
00:09:43 → 00:09:47เหมือนกันนะคะถ้าเรารู้ว่า 10:00 น.นซ
00:09:47 → 00:09:50อินซูลินมันพีคสุดตามธรรมชาติการที่เราจะ
00:09:50 → 00:09:53ไปตรวจfastิ้อินซูลินเพื่อดูค่าพื้นฐาน
00:09:53 → 00:09:55จริงๆเนี่ยเลือกเจาะเลือดช่วงนี้ก็น่าจะ
00:09:55 → 00:09:58ให้ภาพที่ชัดสุดณจุดพีคของวันนั้นๆเลยสิ
00:09:58 → 00:09:58คะ
00:09:58 → 00:10:00>> ถูกต้องที่สุดเลยครับการตรวจ fasting
00:10:00 → 00:10:03insulin ช่วงสายๆ 10:00 น.ถึงน.เนี่ยจะ
00:10:03 → 00:10:05สะท้อนภาวะ high basal insulin level
00:10:05 → 00:10:08ธรรมชาตินี้ได้ดีที่สุดเลยทำให้เราเห็น
00:10:08 → 00:10:11ค่าพื้นฐานจริงๆณจุด P ของมันซึ่งโดยทั่ว
00:10:11 → 00:10:13ไปค่าที่วัดได้ในช่วงนี้ของคนสุขภาพดีนะ
00:10:13 → 00:10:16ครับก็มักจะอยู่ประมาณสัก 2-6 ไมโครยูนิต
00:10:16 → 00:10:17ต่อมิลลิลต
00:10:17 → 00:10:19>> 2-6 ไมโครยูนิต perit
00:10:19 → 00:10:24>> ครับผมซึ่งถือว่าปกติไม่ได้สูงจนน่ากังวล
00:10:24 → 00:10:27อะไรแต่เป็นระดับที่ร่างกายเตรียมไว้ทำ
00:10:27 → 00:10:29หน้าที่บางอย่างที่เรากำลังจะคุยกันต่อ
00:10:29 → 00:10:30นี่แหละครับ
00:10:30 → 00:10:32>> เอาล่ะค่ะทีนี้มาถึงไฮไลท์สำคัญพันธุ์ที่
00:10:32 → 00:10:35เกริ่นไว้ตอนต้นแล้วก็เป็นจุดที่ทำให้
00:10:35 → 00:10:39ดิฉันแบบเอ๊ะมากๆเลยคือแล้วหน้าที่หลัก
00:10:39 → 00:10:41จริงๆของอินซูลินพื้นฐานที่ออกมาเยอะ
00:10:41 → 00:10:44หน่อยช่วงใสๆเนี่ยมันคืออะไรกันแน่เพราะ
00:10:44 → 00:10:47ข้อมูลย้ำมากว่าไม่ใช่การสั่งให้เซลล์
00:10:47 → 00:10:50เก็บพลังงานหรือแคลอรี่เหมือนที่เราเข้า
00:10:50 → 00:10:51ใจกันทั่วไป
00:10:51 → 00:10:54>> ใช่แล้วครับนี่คือหัวใจสำคัญเลยหน้าที่
00:10:54 → 00:10:57หลักของ High Basal อินซูลินช่วงสายๆนี้
00:10:57 → 00:11:00คือไม่ใช่จัดการพลังงานส่วนเกินแต่เป็น
00:11:00 → 00:11:05การเอ่อเรียกว่าเก็บสะสมสารอาหารหรือที่
00:11:05 → 00:11:08เขาใช้คำว่า Nutrient Density ที่อาจจะ
00:11:08 → 00:11:10ยังอยู่ในเลือดหรือที่ร่างกายพึ่งไส้ออก
00:11:10 → 00:11:13มาใหม่ๆสารอาหารในที่นี้ก็หมายถึงพวกองค์
00:11:13 → 00:11:16ประกอบสำคัญที่เซลล์ต้องการนะครับเช่นกรด
00:11:16 → 00:11:20อะมิโนแร่ธาตุวิตามินหรือแม้แต่ไขมันบาง
00:11:20 → 00:11:23ชนิดที่ต้องเอาไปใช้สร้างซ่อมแซมส่วนต่าง
00:11:23 → 00:11:23ๆ
00:11:23 → 00:11:26>> โหนี่เหมือนเปลี่ยนมุมมองเลยนะคะจากเดิม
00:11:26 → 00:11:28ที่มองว่าอินซูลินคือฮอร์โมนเก็บน้ำตาล
00:11:28 → 00:11:32เก็บไขมันกลายเป็นว่าช่วงนี้เขาทำหน้าที่
00:11:32 → 00:11:35เหมือนเป็นแบบว่าผู้จัดการวัตถุดิบคอยดู
00:11:35 → 00:11:37ว่าเซลล์ได้สารอาหารดีๆไปใช้
00:11:37 → 00:11:41>> ถูกต้องครับในข้อมูลเขาใช้คำเฉพาะเลยนะ
00:11:41 → 00:11:43ครับเรียกว่า Physiologic Insulin
00:11:43 → 00:11:46Sensitivity for Nutrient Dense คำ
00:11:46 → 00:11:48นี้อาจจะฟังดูวิชาการนิดนึงแต่ถ้าจะ
00:11:48 → 00:11:51อธิบายให้เห็นภาพก็คือช่วงเวลานี้เนี่ย
00:11:51 → 00:11:54ร่างกายเราหรือเซลล์ต่างๆเนี่ยมันจะไวต่อ
00:11:54 → 00:11:57อินซูลินเป็นพิเศษแต่ความไวที่ว่าเนี่ย
00:11:57 → 00:11:59ไม่ได้เน้นไปที่การตอบสนองเพื่อลดน้ำตาล
00:12:00 → 00:12:02หรือเก็บพลังงานส่วนเกินนะครับแต่เน้นไป
00:12:02 → 00:12:05ที่การเปิดประตูให้สารอาหารที่มีความเข้ม
00:12:05 → 00:12:08ข้นหรือ Nutrient dense หรือสารอาหาร
00:12:08 → 00:12:11จำเป็นต่างๆเนี่ยเข้าเซลล์ได้ดีมากๆเพื่อ
00:12:11 → 00:12:14เอาไปใช้งานซ่อมแซมหรือสร้างส่วนประกอบ
00:12:14 → 00:12:15ใหม่ๆของเซลล์ครับ
00:12:15 → 00:12:19>> อ๋อเข้าใจภาพชัดขึ้นเยอะเลยค่ะเหมือนกับ
00:12:19 → 00:12:21ว่าอินซูลินช่วงเนี้ยเป็นพนักงานเปิด
00:12:21 → 00:12:23ประตูที่เชี่ยวชาญพิเศษคอยเลือกรับแต่
00:12:23 → 00:12:27วัตถุดิบชั้นดีที่จำเป็นจริงๆเข้าโรงงาน
00:12:27 → 00:12:30คือเซลล์ได้ง่ายๆเร็วๆไม่ใช่แค่ทำหน้าที่
00:12:30 → 00:12:32เหมือนยามเฝ้าโกโที่เอาของทุกอย่างที่
00:12:32 → 00:12:34เป็นพลังงานไปเก็บอย่างเดียว
00:12:34 → 00:12:36>> เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพดีมากครับบท
00:12:36 → 00:12:40บาทนี้สำคัญมากนะครับเพราะอย่าลืมว่าถึง
00:12:40 → 00:12:42เราจะยังไม่ได้กินข้าวเช้าแต่ในเลือดเรา
00:12:42 → 00:12:45ก็อาจจะมีสารอาหารต่างๆหมุนเวรอยู่แล้ว
00:12:45 → 00:12:48ไม่ว่าจากกระบวนการที่เซลล์เก่าสลายตัว
00:12:48 → 00:12:50แล้วสร้างใหม่หรือจากที่ร่างกายเก็บไว้
00:12:50 → 00:12:53แล้วปล่อยออกมาอินซูลินพื้นฐานในระดับ
00:12:53 → 00:12:56high เบนี่แหละครับที่เป็นเหมือนกุญแจ
00:12:56 → 00:12:59สำคัญเลยในการเปิดประตูเซลล์ให้เอาสาร
00:12:59 → 00:13:01อาหารพวกเนี้ยเข้าไปใช้ประโยชน์ได้เต็ม
00:13:01 → 00:13:01ที่
00:13:01 → 00:13:04>> แล้วทำไมร่างกายต้องมาเน้นเรื่องการเอา
00:13:04 → 00:13:06สารอาหารเข้าเซลล์เป็นพิเศษในช่วงสายๆ
00:13:06 → 00:13:09ด้วยล่ะคะมันมีเหตุผลเบื้องหลังมั้คะทำไม
00:13:09 → 00:13:12ไม่ทำเท่าๆกันตลอดเวลาที่อดอาหาร
00:13:12 → 00:13:16>> อืมนั่นเป็นคำถามที่ชวนคิดต่อได้ดีครับ
00:13:16 → 00:13:19แม้ข้อมูลที่เรามีอาจจะได้ลงลึกเหตุผลทาง
00:13:19 → 00:13:23วิวัฒนจารย์ทั้งหมดนะครับแต่พอจะคาดการณ์
00:13:23 → 00:13:25ได้จากความรู้ทางสรีรวิทยา
00:13:26 → 00:13:29คือช่วงเช้าหลังจากเราตื่นนอนผ่านการอด
00:13:29 → 00:13:31อาหารมาทั้งคืนเนี่ยเนี่ยร่างกายอาจจะ
00:13:31 → 00:13:34อยู่ในช่วงที่ต้องการซ่อมแซมเตรียมความ
00:13:34 → 00:13:37พร้อมของเซลล์ต่างๆสำหรับวันใหม่เซลล์อาจ
00:13:37 → 00:13:40จะต้องการวัตถุดิบหรือสารอาหารเหล่านี้
00:13:40 → 00:13:43มากๆเพื่อฟื้นสู่ตัวเองหรือสร้างเอนไซม์
00:13:43 → 00:13:46โปรตีนที่จำเป็นต่อการทำงานในช่วงกลางวัน
00:13:46 → 00:13:49การมีอินซูลินพื้นฐานในระดับที่โหสมและไว
00:13:50 → 00:13:52ต่อการนำสารอาหารเข้าเซลล์เป็นพิเศษช่วง
00:13:52 → 00:13:55นี้ก็อาจจะเป็นกลไกที่ร่างกายพัฒนาขึ้นมา
00:13:55 → 00:13:58เพื่อตอบสนองความต้องการนี้นะครับทำให้
00:13:58 → 00:14:00เซลล์ต่างๆได้รับการบำรุงปรุงเตรียมพร้อม
00:14:00 → 00:14:03อย่างดีที่สุดก่อนจะต้องไปรับมือกับพลัง
00:14:03 → 00:14:05งานจากอาหารมื้อแรกจริงๆ
00:14:05 → 00:14:07>> ฟังดู make sense มากค่ะเหมือนร่างกาย
00:14:07 → 00:14:10จัดลำดับความสำคัญว่าตอนเช้าๆตื่นมายัง
00:14:10 → 00:14:13ไม่กินอะไรขอเน้นเอาสารอาหารดีๆไปซ่อม
00:14:13 → 00:14:15บำรุงเซลล์ก่อนพอถึงเวลากินค่อยว่ากัน
00:14:15 → 00:14:17เรื่องจัดการพลังงาน
00:14:17 → 00:14:19>> ประมาณนั้นเลยครับมันแสดงให้เห็นความซับ
00:14:19 → 00:14:23ซ้อนความฉลาดของระบบร่างกายเราจริงๆสรุป
00:14:23 → 00:14:25ง่ายๆก็คือกลไก High Basel Insulin
00:14:25 → 00:14:27Level กับ Physiologic Insulin
00:14:27 → 00:14:30Sensitivity for Nutrient Dense ช่วง
00:14:30 → 00:14:33สายๆเนี่ยเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆครับไม่
00:14:33 → 00:14:36ใช่ความผิดปกติอะไรเลยร่างกายออกแบบมาให้
00:14:36 → 00:14:38มีผู้จัดการวัตถุดิบที่เก่งๆเตรียมพร้อม
00:14:38 → 00:14:42ไว้เสมอเพื่อจัดการกับสารอาหารสำคัญไม่
00:14:42 → 00:14:45ว่าเราจะกินอะไรไปหรือยังและอินซูลินในบท
00:14:45 → 00:14:48บาทนี้แหละครับที่จำเป็นมากในการนำสาร
00:14:48 → 00:14:50อาหารดีๆเข้าเซลล์เพื่อให้เซลล์ทำงานได้
00:14:50 → 00:14:52สมบูรณ์แข็งแรง
00:14:52 → 00:14:54>> พอเข้าใจแบบนี้แล้วก็มองอินซูลินเปลี่ยน
00:14:54 → 00:14:57ไปเลยนะคะไม่ใช่แค่เรื่องเบาหวานหรือคุม
00:14:57 → 00:15:00น้ำตาลอย่างเดียวแต่มีบทบาทสำคัญเรื่อง
00:15:00 → 00:15:03จัดการสารอาหารพื้นฐานให้เซลล์ด้วยทีนี้
00:15:03 → 00:15:06คำถามสุดท้ายที่อยากชวนคิดต่อค่ะการที่
00:15:06 → 00:15:09เรารู้ว่าร่างกายมีกลไกเตรียมพร้อมรับสาร
00:15:09 → 00:15:12อาหารเป็นพิเศษช่วงสายๆแบบนี้มันพอจะบอก
00:15:12 → 00:15:15ใบ้อะไรเราเกี่ยวกับการใช้ชีวิตหรือการ
00:15:15 → 00:15:18กินของเราได้บ้างมั้ยคะน่าจะทำให้เราฉุก
00:15:18 → 00:15:20คิดเรื่องมื้อแรกของวันได้เหมือนกัน
00:15:20 → 00:15:23>> แน่นอนครับนี่คือประเด็นสำคัญที่อยากจะ
00:15:23 → 00:15:26ทิ้งท้ายไว้ให้คิดกันต่อเลยความเข้าใจ
00:15:26 → 00:15:28เรื่องความไวต่อสารอาหารตามธรรมชาติตรง
00:15:28 → 00:15:30นี้หรือ Physiologic Insulin
00:15:30 → 00:15:33Sensitivity for Nutrient Dense ช่วง
00:15:33 → 00:15:35สายๆเนี่ยมันอาจจะมีนัยยะสำคัญเลยนะครับ
00:15:35 → 00:15:38ต่อการเลือกอะไรและเมื่อไหร่ที่เราจะกิน
00:15:38 → 00:15:41เป็นมื้อแรกของวันลองคิดดูนะครับว่าถ้า
00:15:41 → 00:15:44ร่างกายเรากำลังเปิดโหมดรับสารอาหารเป็น
00:15:44 → 00:15:47พิเศษอยู่การเลือกกินอาหารที่มันเอ่ออุดม
00:15:47 → 00:15:50ด้วยสารอาหารคุณภาพสูงหรือ Nutrient
00:15:50 → 00:15:53dense Food เช่นโปรตีนดีๆวิตามินแร่
00:15:53 → 00:15:55ธาตุในช่วงเวลานี้หรือเป็นมื้อแรกของวัน
00:15:55 → 00:15:58มันอาจจะตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติ
00:15:58 → 00:16:00ของร่างกายได้ดีที่สุดหรือเปล่า
00:16:00 → 00:16:03>> อืมเป็นไปได้นะคะแทนที่จะเน้นแค่แคลอรี่
00:16:03 → 00:16:05หรือน้ำตาลอย่างเดียวในมื้อแรก
00:16:05 → 00:16:09>> ใช่ครับการเลือกอาหารที่ไม่ใช่แค่ให้พลัง
00:16:09 → 00:16:12งานสูงๆอย่างเดียวแต่เน้นคุณค่าทางสาร
00:16:12 → 00:16:15อาหารจริงๆอาจจะสอดคล้องกับสิ่งที่ร่าง
00:16:15 → 00:16:18กายกำลังคาดหวังในช่วงนั้นมากกว่าการทำ
00:16:18 → 00:16:21ความเข้าใจจังหวะและกลไกชีวภาพข้างในของ
00:16:21 → 00:16:23เราแบบนี้อาจจะเป็นกุญแจอีกดอกนึงที่ช่วย
00:16:23 → 00:16:26ให้เราดูแลสุขภาพองค์รวมได้ดียิ่งขึ้นโดย
00:16:26 → 00:16:28การเลือกกินให้มันสอดสอดคล้องกับสิ่งที่
00:16:28 → 00:16:31ร่างกายต้องการจริงๆในแต่ละช่วงเวลาซึ่ง
00:16:31 → 00:16:34ก็น่าสนใจนะครับอาจจะนำไปสู่การปรับ
00:16:34 → 00:16:36เปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในอนาคตได้ครับ
00:16:36 → 00:16:39>> เป็นมุมมองที่น่าสนใจและน่าจะนำไปปรับใช้
00:16:39 → 00:16:42ได้จริงเลยค่ะวันนี้ขอบคุณสำหรับข้อมูล
00:16:42 → 00:16:43เชิงลึกมากๆเลยนะคะ
00:16:43 → 00:16:45>> ยินดีครับผม
00:16:45 → 00:17:03[เพลง]