00:00:00 → 00:00:02บางคนบอกว่าไผลมกลิ่นฉุนเนี่ยมีความ
00:00:02 → 00:00:03เสี่ยงเป็นมะเร็งไปดูหน่อยซิเป็นมะเร็ง
00:00:03 → 00:00:06หรือเปล่าทำไม่ายลมเยอะ
00:00:06 → 00:00:08ลมเยอะายลมกินฉุนจากมะเร็งเป็นก้อนเท่า
00:00:09 → 00:00:10มันต้องไม่ตดดิ
00:00:10 → 00:00:13มันต้องไม่อึดิมันถึงจะมีความเสี่ยงที่
00:00:13 → 00:00:15เฮ้ยเป็นมะเร็งหรือเปล่าแก๊สก็ผ่านไม่ได้
00:00:15 → 00:00:18มีการโฆษณาขายไฟเบอร์ไฟเบอร์ล้างพิษ
00:00:18 → 00:00:22ไฟเบอร์ล้างลำไส้ลดโอกาสเกิดมะเร็งอ่าใน
00:00:22 → 00:00:25ฐานะหมอศัลยกรรมที่ผ่าตัดลำไส้มะเร็งได้
00:00:25 → 00:00:26ประโยชน์หรือเพิ่มโทษ
00:00:26 → 00:00:29ให้ความสำคัญกับไฟเบอร์มากเกินไปอ่าคุณ
00:00:29 → 00:00:31ใช้ไฟเบอร์เอส่วนประกอบอุจาระเนี่ย 75%
00:00:32 → 00:00:35เป็นน้ำนี่อุจาระที่ดีต้องเกิดจากการกิน
00:00:35 → 00:00:37ที่ดีเว้ยส่วนประกอบที่ดีเราต้องเลือกกิน
00:00:37 → 00:00:41ที่ดีท้องผูกสลับท้องเสียอ๋อเนี่ยดิฉัน
00:00:41 → 00:00:43เป็นมะเร็งแน่เพราะว่าชั้นท้องผูกสลับ
00:00:43 → 00:00:46ท้องเสียที่มาด้วยอาการท้องผูกสลับท้อง
00:00:46 → 00:00:49เสียเนี่ยมะเร็งส่วนใหญ่ต้องมีขนาดใหญ่
00:00:49 → 00:00:52ประมาณนึงที่มันจะทำให้เกิดลำไส้เกิดใกล้
00:00:52 → 00:00:56ๆจะอุดตันก็คือการล้างลำไส้การทำดีท็อกซ์
00:00:56 → 00:00:59ช่วยลดมะเร็งลำไส้ใหญ่ไปตรวจเช็คอัพที่
00:00:59 → 00:01:03เขาขายกันตามท้องตลาดมีผลค่ามะเร็งส่วน
00:01:03 → 00:01:05ใหญ่จะเป็นค่ามะเร็งในช่องท้องก็จะเดินมา
00:01:05 → 00:01:09หาหมอสันค่ามะเร็งมันขึ้นตรวจไม่เจอแสดง
00:01:09 → 00:01:12ว่ามันแปลว่าอะไรล้มหัวฟากหมอไม่เห็น CT
00:01:12 → 00:01:15สแกนสมองเลยกินเผ็ดเป็นฤิสีดวง
00:01:15 → 00:01:17ทุกคนน่ะมีฤทธิ์สีดวงหมดเลย
00:01:17 → 00:01:19เลือดออกทางทวารซื้อยาฤิสีดวงตกม้าตายมา
00:01:20 → 00:01:20หลาย
00:01:20 → 00:01:22ถ้าสมมุติว่ามีถ่ายเป็นเลือดเนี่ยถ้าใคร
00:01:22 → 00:01:24ไม่เคยตรวจเนี่ยจะต้องไปตรวจสักครั้งนึง
00:01:24 → 00:01:27มีก้อนออกมาแล้วนะหาหัวสันไม่ต้องทำอะไรแ
00:01:27 → 00:01:28มะเร็ง
00:01:28 → 00:01:31มะเร็งเข้าห้องน้ำที่สาธารณะการเกิดหูด
00:01:31 → 00:01:33ปากทวารในอวัยวเเพศด้วยปวดท้องแบบไหนที่
00:01:33 → 00:01:36คุณหมออยากจะแนะนำว่าอันเนี้ยเป็นปวดท้อง
00:01:36 → 00:01:38ที่ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะปวดท้อง
00:01:38 → 00:01:42ปุ๊บ CT เลยแล้วก็อ่านว่าไส้ติ่งบวมอ่าไป
00:01:42 → 00:01:43ผ่าตัดไส้ติ่ง
00:01:43 → 00:01:46มีไส้ติ่งบางรายเนี่ยไม่ต้องผ่าตัดก็มีคน
00:01:46 → 00:01:49ทั่วไปยังเข้าใจว่าเฮ้ยเป็นไส้ติ่งทำไม
00:01:49 → 00:01:51หมอไม่ผ่าทำไมหมอไม่ผ่าไส้ติ่งที่มันแตก
00:01:51 → 00:01:53แล้วมันเป็นฝีอยู่ในช่องท้องอันเนี้ยไม่
00:01:53 → 00:01:56ต้องผ่าหมอเปิ้งเนี่ยเป็นคนที่ตัวใหญ่
00:01:56 → 00:01:56ครับ
00:01:56 → 00:01:59น้ำหนัก 100 กว่ากลอ่ะใช่มั้ปัจจุบันเป็น
00:01:59 → 00:02:02นักก้ามไปละวันนั้นที่ 100 กว่าแล้วลูก
00:02:02 → 00:02:04ยังเล็กอยู่นะอุ้มลูกๆ
00:02:04 → 00:02:07อะไรเป็นจุดเปลี่ยนความเชื่อผิดๆที่สังคม
00:02:07 → 00:02:11บอกว่ามันลดน้ำหนักไม่ได้หมอเป้งจะแนะนำ
00:02:11 → 00:02:21อย่างไรฮะ
00:02:21 → 00:02:24วันนี้ผมได้รับเกียรติจากหมอเป้งเป็นหมอ
00:02:24 → 00:02:28ศัลยกรรมนะฮะซึ่งผมเชื่อว่าช่องต้องแก
00:02:28 → 00:02:32เนี่ยเป็นการทำข้อมูลที่ตอบโจทย์ความ
00:02:32 → 00:02:35เชื่อผิดๆในสังคมในภาษาบ้านแล้วก็เน้น
00:02:36 → 00:02:39ความตลกเน้นความแบบเข้าถึงวัยรุ่นแล้วก็
00:02:39 → 00:02:43ประชาชนได้อ่าแต่ตอบรับคำเชิญของผมแล้วก็
00:02:43 → 00:02:46สละเวลามาออกเวทีนะครับวันนี้ผมได้ตั้งคำ
00:02:46 → 00:02:48ถามสำคัญๆคัญเพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับ
00:02:49 → 00:02:51เรานะฮะเกี่ยวข้องกับความเชื่อผิดๆเกี่ยว
00:02:51 → 00:02:54กับทางเดินอาหารเกี่ยวกับไส้ติ่งเกี่ยว
00:02:54 → 00:02:57กับอุบัติเหตุศีรษะทำไมหมอไม่ยอม CT สแกน
00:02:57 → 00:03:01นะฮะทำไมต้องผ่าตัดไส้ติ่งด้วยทำไมต้อง CT
00:03:01 → 00:03:05สแกนไส้ติ่งนะครับเอ่อการไผลมมีกลิ่นมีผล
00:03:05 → 00:03:09ต่อมะเร็งยังไงการสวนการล้างอุจจาระนะฮะ
00:03:09 → 00:03:10ลองดูนะครับ
00:03:10 → 00:03:13อสวัสดีครับก็ผมหมอชัยนันท์นะครับอ่าชื่อ
00:03:13 → 00:03:16เล่นก็หมอเป้งครับก็เป็นหมอศัลยกรรมนะที่
00:03:16 → 00:03:18อยู่ในเพจพี่หมอน้องลิซี่นะครับขอบคุณนะ
00:03:18 → 00:03:20ครับที่สละเวลามาเดิมทีผมเข้าจะหมอเป้ง
00:03:20 → 00:03:22เนี่ยเป็นคนที่ตัวใหญ่
00:03:22 → 00:03:24น้ำหนัก 100 กว่ากล
00:03:24 → 00:03:27อ่าถูกใช่มั้ปัจจุบันเป็นนักกล้ามไปละไม่
00:03:27 → 00:03:27ถึงขนาดนั้น
00:03:28 → 00:03:30โอเคก็ค่อนข้างบึกมากเลยนะน้ำหนักลงมา
00:03:30 → 00:03:31เหลือ 70 มั้ย
00:03:31 → 00:03:3275 ครับพี่
00:03:32 → 00:03:33ในเวลา
00:03:33 → 00:03:37ประมาณเอาจริงๆแล้วก็คือ 2 ปีเนี่ยผมน้ำ
00:03:37 → 00:03:38หนัก 75 ละ
00:03:38 → 00:03:39คือนิ่งละ
00:03:39 → 00:03:42ใช่คือนิ่งและแล้วจากนั้นเนี่ยก็
00:03:42 → 00:03:44เค้าเรียกว่าเปลี่ยนแปลงรูปร่างแล้วกัน
00:03:44 → 00:03:46ใช้เวลาเปลี่ยนแปลงรูปร่างประมาณ
00:03:46 → 00:03:47ปีนึง
00:03:47 → 00:03:47อื
00:03:47 → 00:03:492 ปีจริงๆคือผมลดน้ำหนักมาแล้วประมาณ 3
00:03:49 → 00:03:50ปีกว่านิดนึง
00:03:50 → 00:03:53โดยที่ไม่ได้ฉีดยาไม่ได้ใช้อะไรเลย
00:03:53 → 00:03:55ผมไม่มีตัวช่วยอะไรเลยนอกจากตัวเองล้วนๆ
00:03:55 → 00:03:57แล้วก็ใจล้วนๆอ้าวแล้วทำไมหมอเปี้ยงไม่
00:03:58 → 00:04:00ไม่ไปฉีดที่เ้าโฆษณากันเยอะแยะฉีดสะดือ
00:04:00 → 00:04:02ฉีดเข้มอะไร
00:04:02 → 00:04:06คือผมคิดว่าแบบนั้นมันน่าจะเค้าเรียกว่า
00:04:06 → 00:04:09เวลาเราได้สิ่งของอะไรมาอย่างนึงเนี่ยถ้า
00:04:09 → 00:04:14เราได้มาด้วยความยากของเราผมว่ามันจะยั่ง
00:04:14 → 00:04:17ยืนกว่าที่จะมีตัวช่วยเช่นสมมุติเรามีของ
00:04:17 → 00:04:19มาชิ้นนึงมีค่าเท่ากันเลย 1 เราเก็บเงิน
00:04:19 → 00:04:20เองแล้วเราได้มา
00:04:20 → 00:04:21อือ
00:04:21 → 00:04:23กับ 2 ก็คืออาจจะมีคนซื้อให้หรือว่าอะไร
00:04:23 → 00:04:24เงี้ย
00:04:24 → 00:04:24อือ
00:04:24 → 00:04:27บางทีความรู้สึกในการได้ของมาจากที่เรา
00:04:27 → 00:04:30เก็บเงินเองครับดูแลรักษามันอย่างดี
00:04:30 → 00:04:32ร่างกายเราก็เหมือนกันพี่
00:04:32 → 00:04:34เราได้มันมายากเพราะฉะนั้นการที่เราจะ
00:04:34 → 00:04:37หลุดของเดิมกลับไปอ้วนเหมือนเดิมจะ
00:04:37 → 00:04:40ยากมากแล้วอย่างนึงคือ
00:04:40 → 00:04:42ความยากที่ไม่ได้อยู่กันที่การตรวจน้ำ
00:04:42 → 00:04:45หนักครับพี่ความยากของมันก็คืออยู่ที่
00:04:45 → 00:04:47maintenance ก็คือทำให้มันเป็นอย่าง
00:04:47 → 00:04:49เงี้ยตลอดไป
00:04:49 → 00:04:49อื
00:04:49 → 00:04:52เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราได้มาแบบยากเราต้อง
00:04:52 → 00:04:55ทำนู่นทำนี่ทำนั่นทำนี่อดทนนั่นนี่เราจะ
00:04:55 → 00:04:57ไม่อยากกลับไปในสภาพเดิมๆ
00:04:57 → 00:04:59อือ
00:04:59 → 00:05:01กลับสภาพเดิมๆเพราะว่าอย่างที่ผมทำมาทั้ง
00:05:01 → 00:05:03หมดคือเปลี่ยนคนเลยบางคนจำผมไม่ได้ด้วย
00:05:03 → 00:05:06ซ้ำคนไข้ผมบางคนที่เคยเจอนัดปีนัดปีอย่าง
00:05:06 → 00:05:10เงี้ย 2 ปีเจอยังจำไม่ได้บางทีเปลี่ยนคน
00:05:10 → 00:05:12เปลี่ยนบุคลิกเปลี่ยนพฤติกรรมเปลี่ยนทุก
00:05:12 → 00:05:13อย่างเปลี่ยนเสื้อผ้าเปลี่ยนทั้งตู้
00:05:13 → 00:05:16เปลี่ยนทุกอย่าง
00:05:16 → 00:05:17อืด
00:05:17 → 00:05:21ความเชื่อผิดๆที่สังคมบอกว่ามันลดน้ำหนัก
00:05:21 → 00:05:24ไม่ได้หมอเป้งจะแนะนำอย่างไรฮะ
00:05:24 → 00:05:27พวกใช้ยาตัวช่วยต่างๆอือ
00:05:27 → 00:05:29เรื่องการกินพวกอาหารเสริมอะไรงี้แล้วกัน
00:05:29 → 00:05:30เนาะ
00:05:30 → 00:05:30อือ
00:05:30 → 00:05:33ผมเชื่อว่าคนเราเนี่ยโตมาได้ถึงขนาดเนี้ย
00:05:33 → 00:05:37เรากินข้าวอ่ะไอ้พวกวิตามินเสริมสันนั่น
00:05:37 → 00:05:40นี่นี่คือมันใช้ในคนที่เขากินไม่ได้คนที่
00:05:40 → 00:05:41ขาดคนที่ป่วย
00:05:41 → 00:05:41อือ
00:05:41 → 00:05:45อ่าหรือว่าเค้าเรียกว่าไม่สามารถตั้งได้
00:05:45 → 00:05:47อันนั้นเรากินเสริมได้แต่คนที่ลดน้ำหนัก
00:05:47 → 00:05:51อ่ะตั้งใจลดน้ำหนักจริงๆอ่ะเราเรางดอาหาร
00:05:51 → 00:05:54เองไงเราเลือกได้เรามีสิทธิ์เลือกเราไม่
00:05:54 → 00:05:56ใช่ว่าเราย่อยอาหารไม่ได้แล้วเราต้องกิน
00:05:56 → 00:05:57วิตามินเสริม
00:05:57 → 00:05:57อื
00:05:57 → 00:06:02เราเลือกได้แล้วเราก็แค่เลือกในสิ่งที่
00:06:02 → 00:06:03มันไม่จำเป็น
00:06:03 → 00:06:04อือ
00:06:04 → 00:06:07กับเลือกกินในสิ่งจำเป็นเออถ้าเรากิน
00:06:07 → 00:06:10เฉพาะในสิ่งจำเป็นน่ะมันไม่ขาดหรอกทุกวัน
00:06:10 → 00:06:12นี้ที่เราอ้วนอยู่น้ำหนักเกินอยู่อ่ะคือ
00:06:12 → 00:06:17มันเกินเรามีเรามีเรามีเงินสะสมเยอะเรา
00:06:17 → 00:06:20เปรียบเหมือนความน้ำหนักเป็นไขมันรูปร่าง
00:06:20 → 00:06:22อะไรเงี้ยนะมันเหมือนเงินส่วนเกินอ่ะถ้า
00:06:22 → 00:06:25เราไม่เอาเงินที่แปลกอยู่ตามกระเป๋าเาเรา
00:06:25 → 00:06:25ออก
00:06:25 → 00:06:25อื
00:06:25 → 00:06:30เราจะเอาไขมันที่อยู่ในอวัยวะภายในที่
00:06:30 → 00:06:33สำคัญเนี่ยไม่ใช่เรื่องความดูดีนะครับพี่
00:06:33 → 00:06:35ลดน้ำหนักที่สำคัญเนี่ยการลดน้ำหนักลงมา
00:06:35 → 00:06:42เนี่ยผมต้องการจะลดโรคต่างๆ
00:06:42 → 00:06:46คิดแบบนี้เวลาเราจะลงทุนอะไรสักอย่างนึง
00:06:46 → 00:06:48อ่ะเราคิดถึงกำไรในอนาคตน่ะ
00:06:48 → 00:06:49อื
00:06:49 → 00:06:51ว่ามันจะได้กำไรมากๆน้อยแค่ไหนเป็นตัว
00:06:51 → 00:06:54เงินถ้าสมมุติเราทำให้สุขภาพดีในวันนี้
00:06:54 → 00:06:58แล้ววันข้างหน้าเราโอกาสที่เราจะเป็นโรค
00:06:58 → 00:07:00เรื้อรังหรือป่วยติด
00:07:00 → 00:07:03เราไม่อยากเป็นการที่เราลงทุนตรงเนี้ย
00:07:03 → 00:07:04คุ้มค่านะครับพี่
00:07:05 → 00:07:05อ
00:07:05 → 00:07:07ระหว่างที่เราจะไปเสียตอนที่เราแก่ที่โลก
00:07:07 → 00:07:08มันทำ
00:07:08 → 00:07:09อือ
00:07:09 → 00:07:11เราแลกเอาเงินตรงเนี้ยหรือความพยายามตรง
00:07:11 → 00:07:14เนี้ยแลกกับเราไม่ต้องติดเตียน
00:07:14 → 00:07:14อือ
00:07:14 → 00:07:17หรือมีข้อจำกัดณตอนที่เราแก่
00:07:17 → 00:07:17อือ
00:07:17 → 00:07:20หรือเมื่อตอนเราแก่แล้วเรายังเป็นภาระของ
00:07:20 → 00:07:22คนอื่นไอ้ตรงเนี้ย
00:07:22 → 00:07:25อือถ้าเราสุขภาพดีเรายังเป็นที่พึ่งของ
00:07:25 → 00:07:25ตัวเราเองได้
00:07:26 → 00:07:26อื
00:07:26 → 00:07:30เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมเชิญชวนและแนะนำนะ
00:07:30 → 00:07:33เรื่องของการดูแลสุขภาพในวันนี้ไม่มีการ
00:07:33 → 00:07:36เริ่มช้าไปและทุกคนสามารถทำได้
00:07:36 → 00:07:37อือ
00:07:37 → 00:07:42ถามว่าลดเองได้มั้ยได้แต่มันจะยากมากและ
00:07:42 → 00:07:45ต้องใช้เวลาและใช้ความอดทนมากการอะไรที่
00:07:45 → 00:07:47เราได้มาอย่างเร็วเช่นลดน้ำหนักเร็วก็มี
00:07:47 → 00:07:50ผลเสียฮอร์โมนปรับไม่ทันเนื้อเหลือส่วน
00:07:50 → 00:07:53เกินต่างๆมันก็ต้องไปตัดทิ้งทำนู่นทำนี่
00:07:53 → 00:07:53เพิ่มเติม
00:07:53 → 00:07:54อื
00:07:54 → 00:07:57แต่ถ้าเราค่อยๆลดร่างกายโม Modeling เค้า
00:07:57 → 00:07:59เรียกว่าอะไรรีลingใหม่ทั้งหมด
00:07:59 → 00:08:00อื
00:08:00 → 00:08:04ไม่มีย้วยไม่มียืดแต่ต้องทำตามขั้นตอนถ้า
00:08:04 → 00:08:08สมมุติว่าเรางดอาหารอย่างเดียวโดยที่เรา
00:08:08 → 00:08:12ไม่มีไม่มีวิธีการเลย process ที่จะได้มา
00:08:12 → 00:08:15มันอาจจะมีผลเสียตามมาได้ไม่ใช่เกี่ยวกับ
00:08:15 → 00:08:19พวกวิตามินที่กินนะความเชื่อก็คือเวลาเรา
00:08:19 → 00:08:23ลดอาหารเนี่ยในช่วงแรกๆอ่ะเราจะเค้าเรียก
00:08:23 → 00:08:26ว่าอะไรฮะพอเราลดน้ำหนักมาได้ร่างกายจะ
00:08:26 → 00:08:28เก็บจุกเม็ดนะแล้วเราหลุดขึ้นมาทีนึง
00:08:28 → 00:08:30เนี่ยเราจะเกิดโย
00:08:30 → 00:08:30อื
00:08:30 → 00:08:32ก็คือเราจะน้ำหนักพุ่งขึ้นไปทีเดียวแม้
00:08:32 → 00:08:34เราจะคนเชื่อว่าเฮ้ยเราไม่ได้กินเยอะเท่า
00:08:34 → 00:08:37เดิมหรอกแต่น้ำหนักจะขึ้นเท่าเดิมเลย
00:08:37 → 00:08:38อือ
00:08:38 → 00:08:40เพราะว่าร่างกายมันเก็บทุกเม็ดโดยที่มัน
00:08:40 → 00:08:43ไม่ปล่อยให้เสียเปล่าเลยคือคนเรามีความ
00:08:43 → 00:08:46สุขกับการกินเราอยากจะกินหลายๆอย่างกิน
00:08:46 → 00:08:49เยอะๆแต่เราไม่อยากเอาพลังงานไปเก็บ
00:08:49 → 00:08:52ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามเรากินแบบโอ้ยมีความสุข
00:08:52 → 00:08:55ดีแล้วเราเอาพลังงานที่ใช้ไป 20% พอนอก
00:08:55 → 00:08:58นั้นทิ้งอ่ะมันก็จะแถบฟรีมา
00:08:58 → 00:09:01แต่ที่เรากินไปร่างกายมันเป็นตัวเลือกใน
00:09:01 → 00:09:04การเก็บอาหารเก็บพลังงานนู่นนี่สะสมอะไร
00:09:04 → 00:09:06เงี้ยเพราะฉะนั้น
00:09:06 → 00:09:09เบื้องต้นการลดน้ำหนักเนี่ย
00:09:09 → 00:09:10เริ่มต้นแรกเนี่ยไม่จำเป็นต้องออกกำลัง
00:09:10 → 00:09:15กายอยู่ที่การกินประมาณ 80-90%
00:09:15 → 00:09:19ออันที่ 2 หมอสันเนี่ยชีวิตมันวุ่นอยู่
00:09:19 → 00:09:20แล้วนะหมอเป้งเองก็
00:09:20 → 00:09:23ใช่ผมว่าอยู่เวรแทบจะเกือบทุกวันนะของ
00:09:23 → 00:09:27ศัลยกรรมเที่ดูแลลงมาแล้วเอาแรงบันดาลใจ
00:09:27 → 00:09:28หรือแรงกระตุ้น
00:09:28 → 00:09:32เอาชนะความขี้เกียจยังไงเอาผมคิดว่ามัน
00:09:32 → 00:09:36ต้องทำอ่ะคือตอนเนี้ยตั้งแต่สมัยก่อน
00:09:36 → 00:09:38เนี่ยผมเลิกงานมา 2200- 2300 น.อ่ะ
00:09:38 → 00:09:38อื
00:09:38 → 00:09:41ผมก็ออกกำลังกายแล้วพี่
00:09:41 → 00:09:42หึ 23:00 น.เนี่ยนะใช่ครับ
00:09:43 → 00:09:43ไม่ง่วงครับ
00:09:43 → 00:09:47ไม่ง่วงแต่ว่าอาจจะจำเป็นต้องทำเพราะว่า
00:09:47 → 00:09:51ในช่วงที่ในการเค้าเรียกว่าในการเปลี่ยน
00:09:51 → 00:09:54รูปร่างของผมอ่ะถ้าผมผมมีเวลาเท่าคนอื่น
00:09:54 → 00:09:58น่ะ 24 ชมงถ้าผมไม่ออกมาทำอ่ะแต่จริงๆ
00:09:58 → 00:10:00แล้วคือเวลามันแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่า
00:10:00 → 00:10:01นั้นเองนะครับ
00:10:01 → 00:10:02อื
00:10:02 → 00:10:04กับการแค่ผมกับแลกกับถ่ายโทรศัพท์ก่อนนอน
00:10:04 → 00:10:05ไปครึ่งชั่วโมง
00:10:05 → 00:10:07ะครึ่งชั่วโมงเองเหรอมาได้ขนาดนี้นี่
00:10:07 → 00:10:08ครึ่งชั่วโมงเองเหรอ
00:10:08 → 00:10:12อ่าผมออกเกือบทุกวันแต่ว่าวันนึง 30 นาที
00:10:12 → 00:10:14ถึง 40 นาทีแค่นั้นนะครับ
00:10:14 → 00:10:15อืพ
00:10:15 → 00:10:17มันไม่ได้ใช้คือบางคนคิดว่ามันต้องใช้
00:10:17 → 00:10:17เวลาเยอะ
00:10:17 → 00:10:20อ่าจริงๆมันใช้เวลาเชื่อเราคิดว่าต้องไป
00:10:20 → 00:10:24ยิ้มต้องมีเหล็กหลังบ้านแบบหลังภาพเรา
00:10:24 → 00:10:25ต้องอยู่ในฟิตเนสโ
00:10:25 → 00:10:28ออันนั้นเนี่ยผมคิดว่ามันเป็นตัวช่วย
00:10:28 → 00:10:28อื
00:10:28 → 00:10:31ถ้าคนไหนที่อ่าเคยได้ยินมั้ยเราอยากจะ
00:10:31 → 00:10:34เป็นคนแบบไหนอ่ะให้เราเอาตัวเ้าไปใกล้กับ
00:10:34 → 00:10:34คนแบบนั้น
00:10:34 → 00:10:35อื
00:10:35 → 00:10:39เพราะว่าสมมุติว่าเราอ่ะเอาเอาที่เข้าไป
00:10:39 → 00:10:41ยิมอ่ะทุกคนเ้าเล่นหมดเราไปนั่งนั่งเฉยๆ
00:10:42 → 00:10:43ไปทำอะไรไม่ได้เราก็ต้องเล่นด้วย
00:10:43 → 00:10:43อ
00:10:44 → 00:10:46เราก็ต้องเป็นคนอื่นคอยกระตุ้นให้เรา
00:10:46 → 00:10:49ทำด้วยยกได้คนนั้นอาจจะเป็นแรงแดนคนนั้น
00:10:49 → 00:10:52หล่อคนนั้นหุ่นดีเราอยากเป็นเาบ้างเราก็
00:10:52 → 00:10:54ไปนึกภาพเอาแล้วก็มีเพื่อนมนุษย์เป็น
00:10:54 → 00:10:55สัตว์สังคม
00:10:55 → 00:10:55อื
00:10:55 → 00:10:57แต่ของผมเนี่ยผมมีเหล็กเหมือนกันนะพี่ไม่
00:10:57 → 00:11:01ใช่ไม่มีเหล็กแต่ผมมีเหล็กแค่ชุดเดียว
00:11:01 → 00:11:02ก็คือข้างนึง 20 กล
00:11:02 → 00:11:05ทั้งหมดรวม 40 กแล้วมีมานั่งตัวนึง
00:11:05 → 00:11:05ที่บ้าน
00:11:05 → 00:11:06กับใจ
00:11:06 → 00:11:06ที่บ้าน
00:11:06 → 00:11:07ใช่ครับ
00:11:07 → 00:11:07อื
00:11:07 → 00:11:09แค่เนี้ยกับใจ
00:11:09 → 00:11:09อื
00:11:10 → 00:11:11มันก็เล่นได้เกือบหมดแหละ
00:11:11 → 00:11:13อยู่ที่ท่าของคุณคุณก็เปิดอินเทอร์เน็ต
00:11:13 → 00:11:14เอาก็ได้อ
00:11:14 → 00:11:14อือ
00:11:14 → 00:11:16ว่าคุณต้องเล่นท่าไหนกล้ามเนื้อนี้เล่น
00:11:17 → 00:11:17ยังไงอ
00:11:17 → 00:11:18อือ
00:11:18 → 00:11:20หลักการมันก็มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
00:11:20 → 00:11:20อือ
00:11:20 → 00:11:23ในอินเทอร์เน็ตทั้งหมดแต่เวลาเราไปฟิตเนส
00:11:23 → 00:11:25อ่ะเราอาจจะมีคนแนะนำ
00:11:25 → 00:11:25อือ
00:11:25 → 00:11:28เราอาจจะมีคนช่วยเราอาจจะจ้างเทรนเนอร์มา
00:11:28 → 00:11:30ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยของเราเพราะว่า
00:11:30 → 00:11:33จริงๆแล้วการยกพวกเนี้ยมันมีอันตรายนะได้
00:11:33 → 00:11:34ในที่ที่มันหนักมากๆ
00:11:34 → 00:11:35อือ
00:11:35 → 00:11:38เพราะฉะนั้นการเล่นที่บ้านก็ต้องศึกษาให้
00:11:38 → 00:11:40ดีมันมีทั้งข้อดีแล้วมีทั้งข้อเสีย
00:11:40 → 00:11:42อือแต่การไปฟิตเนสนู่นนั่นนี่ก็คือทำให้
00:11:42 → 00:11:45เราสังคมอ่ะเราก็ติดกับเขาไปด้วยทำให้เรา
00:11:45 → 00:11:47รู้สึกเหมือนไม่โดดเดี่ยว
00:11:47 → 00:11:47อื
00:11:47 → 00:11:51ไม่โดดเดี่ยวไม่ใช่ไม่ได้ได้
00:11:51 → 00:11:55ตัวพิษร้ายที่สุดที่ทำให้เราน้ำหนักเกิน
00:11:55 → 00:11:58ถ้ามองย้อนกลับไป
00:11:58 → 00:12:02พิษร้ายที่สุดพี่พุถึงสารอาหารใช่มั้ย
00:12:02 → 00:12:02ใช่
00:12:02 → 00:12:03คือน้ำตาลครับ
00:12:03 → 00:12:05อื
00:12:05 → 00:12:06ติดกาแฟ
00:12:06 → 00:12:07อื
00:12:07 → 00:12:09คนส่วนใหญ่เป็นอย่างี้ก็คือกินกาแฟที่ใส่
00:12:09 → 00:12:10น้ำตาล
00:12:10 → 00:12:14น้ำตาลเนี่ยเป็นตัวเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ
00:12:14 → 00:12:17พลังงานเยอะกินไม่อิ่มทุกวันนี้คนที่ลด
00:12:17 → 00:12:20น้ำหนักมาผมจะขอกินอะไรก็ได้ที่มันอิ่มๆ
00:12:20 → 00:12:21อ่ะ
00:12:21 → 00:12:24แต่พลังงานได้น้อยๆ
00:12:24 → 00:12:27น้ำตาลเนี่ยเป็นตัวให้พลังงานแบบกาแฟแก้ว
00:12:27 → 00:12:31นึงไม่อิ่มช่วงเช้ามากินไปทั้งหมดนั้น
00:12:31 → 00:12:343-400 กิโลแคลอรี่
00:12:34 → 00:12:37แล้วต้องกินข้าวอีกอันนึงนะข้าวเช้าตอน
00:12:37 → 00:12:40บ่ายก็มีกาแฟอีกแก้วนึงก็อีก 400 ก
00:12:40 → 00:12:44แคลอรี่แล้วข้าวอีกจานนึงเออเพราะฉะนั้น
00:12:44 → 00:12:46มันกินอย่างเงี้ยเจอน้ำตาลเข้าไป 2 แก้ว
00:12:46 → 00:12:47ต่อวันพี่ไม่เกินเหรอ
00:12:48 → 00:12:50เกินเพราะมันโดนไป 800 แล้ว
00:12:50 → 00:12:50อือ
00:12:50 → 00:12:52ข้าวอีกจานนึง 450 500
00:12:52 → 00:12:53อือ
00:12:53 → 00:12:553 มื้อโดนไปเท่าไหร่ 1,500 อีก 800 ก็
00:12:55 → 00:12:562,000 กว่า 3,000
00:12:56 → 00:12:57อือ
00:12:57 → 00:13:01หลุดกินพวกแป้งเยอะหน่อยอะไรเงี้ยก็เกิด
00:13:01 → 00:13:05แหละวันนึงที่เราไม่ใช้ร่างกายก็ใจดีอ่ะ
00:13:05 → 00:13:08ก็คือตามหลักการของมันมันเกินมันสะสม
00:13:08 → 00:13:11มันก็สะสมแต่ที่มันสะสมไม่ดีก็คือมันสะสม
00:13:11 → 00:13:13ในอวัยวะภายในอ
00:13:13 → 00:13:14เรียก internal fat นี่แหละที่มัน
00:13:14 → 00:13:18อันตรายมันเป็นเบาะเกิดของ metabic syrม
00:13:18 → 00:13:18รู้ดี
00:13:18 → 00:13:19อือ
00:13:19 → 00:13:21คือโรคความดันหัวใจเบาหวานอะไรเงี้ยพวก
00:13:21 → 00:13:23เนี้ยเป็นเบาะเกิด
00:13:23 → 00:13:25มันสะสมขึ้นมาเพราะฉะนั้นหลักการของเรา
00:13:25 → 00:13:29อ่ะไม่ใช่แค่หุ่นดีพี่เราหุ่นดีก่อนแล้ว
00:13:29 → 00:13:32เราถึงจะเอาแฟชที่อยู่อ่าไขมันที่อยู่ใน
00:13:32 → 00:13:33ภายในเราเอาไปใช้ได้
00:13:33 → 00:13:34อื
00:13:34 → 00:13:38เพราะฉะนั้นหลักการผมไม่ได้ต้องการหล่อ
00:13:38 → 00:13:41น่าจะดีหุ่นดีอะไรเงี้ยต้องการจะสุขภาพดี
00:13:41 → 00:13:41อือ
00:13:41 → 00:13:44แต่ไอ้เนี่ยมันเป็นโบนัสลาม
00:13:44 → 00:13:45อือๆ
00:13:45 → 00:13:48ดีนะดีๆอะไรเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณหมอ
00:13:48 → 00:13:51รู้สึกว่าเไม่ได้ละจากวันนั้นที่ 100
00:13:51 → 00:13:54กว่าแล้วลูกยังเล็กอยู่นะอุ้มลูกๆ
00:13:54 → 00:13:55อะไรเป็นจุดเปลี่ยน
00:13:55 → 00:13:56ก็คือลูกอะไรครับ
00:13:56 → 00:13:59คือในคนกลุ่มนึงอ่ะเนาะพี่มันจะมีศัพท์คำ
00:13:59 → 00:14:02นึงพี่เรียกว่าmidิ
00:14:02 → 00:14:02อื
00:14:02 → 00:14:07มIDคสิทเนี่ยก็คือเราเป็นเสาหลักเราต้อง
00:14:07 → 00:14:08ดูแลทุกคน
00:14:08 → 00:14:08อื
00:14:08 → 00:14:11ในบาทไม่ใช่ทุกคนในบ้านนี่ที่ไม่มีบุญคุณ
00:14:11 → 00:14:14กับเรานะไม่เกี่ยวแต่คือเวลาเรากำลังจะ
00:14:14 → 00:14:17เติบโตอ่ะกำลังจะเดินไปข้างหน้าได้ดี
00:14:17 → 00:14:17อือ
00:14:17 → 00:14:19แต่เหมือนมีหินหนักๆถ่วงไว้
00:14:19 → 00:14:20อือ
00:14:20 → 00:14:24เพราะฉะนั้นผมต้องการจะไม่เป็นภาระของใคร
00:14:24 → 00:14:28เลยไม่ว่าใครไม่อยากทำให้เกิดมิตรร้ายใคร
00:14:28 → 00:14:32สิทธิ์กับลูกอ่าผมอยากจะยืนด้วยขาตัวเอง
00:14:32 → 00:14:34แล้วผมก็ยังอยากที่จะเมื่อผ่านคนไข้มา
00:14:34 → 00:14:37เยอะพี่จะรู้อ่ะคุณภาพชีวิตมีความ
00:14:37 → 00:14:41สำคัญกว่าเงินเพราะฉะนั้นเรากินได้เดิน
00:14:41 → 00:14:43ได้ไปเที่ยวได้ขึ้นเขาได้ที่เรายังไม่
00:14:43 → 00:14:46ต้องติดเตียงอ่ะเพราะว่าจากประสบการณ์
00:14:46 → 00:14:49ส่วนตัวผมก็คือคุณพ่อเป็นสตรกและต้องดูแล
00:14:50 → 00:14:51คนติดเตียงผมอยู่กับคุกกี้กับคุณพ่อมา
00:14:51 → 00:14:56ตลอดผมรู้ว่าคุณพ่อรู้สึกยังไงซึมซับมา
00:14:56 → 00:14:58คุณภาพชีวิตแกเป็นยังไงและคุณภาพชีวิตของ
00:14:59 → 00:15:01คนที่ต้องแบกอ่ะมันเป็นยังไง
00:15:01 → 00:15:01อ
00:15:01 → 00:15:05เออเพราะฉะนั้นผมอ่ะไม่อยากไปยืนในจุด
00:15:05 → 00:15:05นั้น
00:15:05 → 00:15:06อ
00:15:06 → 00:15:09และไม่อยากให้ลูกผมหรือใครก็ตามที่ดูแลผม
00:15:09 → 00:15:12ไปยืนอยู่ในจุดนั้น
00:15:12 → 00:15:16พอผมเริ่มรู้ว่าผมเริ่มเป็นความดันขึ้นมา
00:15:16 → 00:15:19ผมรู้ทันทีว่าเฮ้ยไอ้ที่ผ่านมาทั้งหมดอ่ะ
00:15:19 → 00:15:23ต่อไปมันจะเริ่มรันเร็วละโลกต่างๆจากความ
00:15:23 → 00:15:25รู้ที่เราเป็นหมอด้วยนะเริ่มรันเร็วเราจะ
00:15:25 → 00:15:28ตามมาด้วยความดันก่อนแล้วมันก็จะตามมา
00:15:28 → 00:15:31ด้วยเรื่องอื่นแล้วก็ในครอบครัวผมมีเบา
00:15:31 → 00:15:34หวานเกิดขึ้นด้วยอ่าเพราะฉะนั้นแล้วมี
00:15:34 → 00:15:38stroke อีกผมคิดว่าถ้าผมต้องมาเป็นแบบ
00:15:38 → 00:15:39คุณพ่อผมเนี่ย
00:15:39 → 00:15:40อื
00:15:40 → 00:15:42ลูกผมจะต้องมาดูแลต้องรับผิดชอบคนข้างกาย
00:15:43 → 00:15:45จะต้องเป็นเค้าเรียกว่าอะไรเป็นเป็นเสา
00:15:45 → 00:15:47หลักแทนอะไรเงี้ยเพราะฉะนั้นผมยอมลงทุน
00:15:47 → 00:15:52ตรงนี้ดีกว่ากัดฟันเลยลงทุนตรงนี้เพื่อจะ
00:15:52 → 00:15:56ให้คนที่อยู่ข้างหลังอ่ะเ้าไม่ต้องมาโดน
00:15:56 → 00:15:57ที่ร้ายใครสิทธิ์อย่างผม
00:15:57 → 00:15:58อื
00:15:58 → 00:16:00แล้วก็ลูกก็จะไปได้โดยที่ไม่ต้องผวงหลัง
00:16:00 → 00:16:03ว่าผมจะดูแลตัวเองได้มั้ยลูกอยากจะเช่น
00:16:03 → 00:16:05สมมุติเขาอยากจะไปเติบโตต่างประเทศนู่น
00:16:05 → 00:16:08นั่นนี่ที่มันอยู่ไกลอ่ะผมดูแลตัวเองได้
00:16:08 → 00:16:10ผมโอเคอย่างเงี้ย
00:16:10 → 00:16:11ไปได้ครับ
00:16:11 → 00:16:14หมอเป้งครับผมว่าโจทย์แรกที่หมอน่าจะเจอ
00:16:14 → 00:16:17มากที่สุดและเป็นอะไรที่ประชาชนอาจจะเข้า
00:16:17 → 00:16:20ใจผิดมากที่สุดคือค่ามะเร็ง
00:16:20 → 00:16:20ครับ
00:16:20 → 00:16:23ไปตรวจเช็คอัพที่เขาขายกันตามท้องตลาดมี
00:16:23 → 00:16:29ผลค่ามะเร็งเสร็จปุ๊บคนไข้ดูตกใจอ้าวส่วน
00:16:29 → 00:16:30ใหญ่จะเป็นค่ามะเร็งในช่องท้อง
00:16:31 → 00:16:33ใช่มั้ครับก็จะเดินมาหาหมอสันก่อนเวลาเรา
00:16:33 → 00:16:36วินิจฉัยมะเร็งอ่ะเราก็ใช้ชิ้นเนื้อ
00:16:36 → 00:16:36อือื
00:16:36 → 00:16:39คือเราเจอก้อนเราเอาชิ้นเนื้อมาตรวจตรวจ
00:16:39 → 00:16:40ว่าเป็นมะเร็งเราถึงไปวินิจฉัยว่าเป็น
00:16:40 → 00:16:41มะเร็ง
00:16:41 → 00:16:41อื
00:16:41 → 00:16:45แล้วเราถึงจะเจาะค่ามะเร็งที่ที่คาดว่า
00:16:45 → 00:16:46ตัวนั้นจะสร้าง
00:16:46 → 00:16:46อื
00:16:46 → 00:16:49เพื่อใช้ในการติดตามการรักษา
00:16:49 → 00:16:49ครับ
00:16:49 → 00:16:51ไม่ได้ใช้สรีeningเมื่อไหร่ก็ตามเราใช้
00:16:51 → 00:16:55สeningเนี่ยมันจะทำให้เราเค้าเรียกว่า
00:16:55 → 00:16:59อะไรอ่ะแบบกังวลไปถ้าเกิดตรวจไม่เจอแล้ว
00:16:59 → 00:17:01เป็นการเสียค่าใช้จ่ายโดยแบบไม่จำเป็นนะ
00:17:01 → 00:17:01พี่
00:17:01 → 00:17:02ครับ
00:17:02 → 00:17:05ไม่จำเป็นตรวจไปทั้งโหมดทั้งมวลเราก็บาง
00:17:05 → 00:17:07ทีไม่ได้คำตอบเราจะต้องนัดติดตาม
00:17:07 → 00:17:08ครับ
00:17:08 → 00:17:11ค่ามะเร็งเนี่ยจริงๆมันมีประโยชน์นะพีมัน
00:17:11 → 00:17:14บ่งบอกถึงว่ามะเร็งมันสร้างแต่จริงๆแล้ว
00:17:14 → 00:17:18อ่ะอ่ามีมะเร็งมันไม่สร้างก็มีนะครับ
00:17:18 → 00:17:19อื
00:17:19 → 00:17:22อ่ะเช่นยกตัวอย่างดีกว่าค่า CEA อย่าง
00:17:22 → 00:17:25เงี้ยมันเป็นค่ามะเร็งที่มะเร็งลำไส้มัน
00:17:25 → 00:17:27ส่วนใหญ่มันสร้างแต่จริงๆแล้ว CEA อ่ะ
00:17:27 → 00:17:28มะเร็งเต้านมก็สร้าง
00:17:28 → 00:17:28อือ
00:17:28 → 00:17:30มะเร็งไทรอยด์ก็สร้างมะเร็งอย่างอื่นก็
00:17:30 → 00:17:31สร้างด้วย
00:17:31 → 00:17:33เออเพราะฉะนั้น
00:17:33 → 00:17:36เวลาเราเจาะค่ามะเร็งขึ้นตัวนึงอ่ะ
00:17:36 → 00:17:37มันไม่ใช่แค่หาอวัยวะเดียวนะ
00:17:37 → 00:17:38อือ
00:17:38 → 00:17:40มันจะหาทั่วทุกอย่างเลยอ
00:17:40 → 00:17:43ทั่ววนไปทั้งหมดเลยทำไอ้นี่ก็ไม่เจอทำ
00:17:43 → 00:17:47นั่นก็ไม่เจอทำนู่นก็ไม่เจอแล้วสุดท้าย
00:17:47 → 00:17:48สรุปได้มั้
00:17:48 → 00:17:48อื
00:17:48 → 00:17:50ไม่ได้ว่าเราเป็นมะเร็งอะไรเพราะหาไม่เจอ
00:17:50 → 00:17:53คราวนี้ก็กลายเป็น
00:17:53 → 00:17:56ประสาทอ่ะประสาทแล้วว่าเฮ้ยเราจะต้องติด
00:17:56 → 00:17:58ตามเราต้องตรวจที่อื่นอีกมั้หรือว่าเรา
00:17:58 → 00:18:00ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลหรือว่าอะไรเงี้ยมัน
00:18:00 → 00:18:02ก็จะไม่จบทำให้สิ่งเนี้ยมันเป็นเค้าเรียก
00:18:02 → 00:18:05ว่าอะไรอ่ะค้างคาอยู่กับคนไข้
00:18:05 → 00:18:08แล้วมันขึ้นเพราะอะไรฮะคือคุณหมอกำลังจะ
00:18:08 → 00:18:12บอกว่าค่ามะเร็งมันขึ้นตรวจไม่เจอแสดงว่า
00:18:12 → 00:18:13มันแปลว่าอะไร
00:18:13 → 00:18:15คืออย่างงี้ครับค่ามะเร็งอ่ะมันขึ้นได้
00:18:15 → 00:18:19จากหลายสาเหตุน่ะบางคนของกินบางคนจากยา
00:18:19 → 00:18:21บางคนจากการสูบบุหรี่บางคนจากกินเหล้า
00:18:21 → 00:18:23อะไรเงี้ยบางทีพอเราตรวจค่ามะเร็งพวกนี้
00:18:23 → 00:18:24ขึ้นเนี่ย
00:18:24 → 00:18:27เราอาจจะต้องซักถามถึงประวัติ
00:18:27 → 00:18:30เรื่องของอ่าการออกกำลังกายการกินดื่มการ
00:18:30 → 00:18:33สูบบุหรี่การใช้ยาต่างๆเวลาเราเป็นมะเร็ง
00:18:33 → 00:18:35ชนิดใดชนิดนึงขึ้นมาแล้วอ่ะ
00:18:35 → 00:18:35อือ
00:18:35 → 00:18:37เราก็เจาะค่ามะเร็งค่านั้นขึ้นมา
00:18:38 → 00:18:38ครับ
00:18:38 → 00:18:41ถ้าสมมุติว่ามันสูงขึ้นด้วยมันสูงขึ้น
00:18:41 → 00:18:44ด้วยให้อนุมานว่ามะเร็งนั้นน่ะเป็นตัว
00:18:44 → 00:18:45สร้าง
00:18:45 → 00:18:46อื
00:18:46 → 00:18:48เป็นตัวสร้างสารนี้ขึ้นมาเพราะฉะนั้นถ้า
00:18:48 → 00:18:51เราผ่าตัดมะเร็งตัวนี้ออกไปตัดแล้วมัน
00:18:51 → 00:18:51ต้องลดลง
00:18:51 → 00:18:52อ
00:18:52 → 00:18:53ถูกมย
00:18:53 → 00:18:53ครับ
00:18:53 → 00:18:56เราก็มาติดตามกันเรารักษาให้เคมีนั่นนู่น
00:18:56 → 00:18:58นี่ไปติดตามกันรักษาแล้วเจาะค่ามะเร็งนี้
00:18:58 → 00:19:01ด้วยถ้าสมมุติว่ามันขึ้นเนี่ยประโยชน์ของ
00:19:01 → 00:19:04มันก็คือเฮ้ยนายกำลังเป็นซ้ำหรือเปล่า
00:19:04 → 00:19:05อื
00:19:05 → 00:19:07ถ้าค่ามะเร็งขึ้นนายจะเป็นซ้ำหรือเปล่า
00:19:07 → 00:19:09เราก็ต้องตามหาที่อื่น
00:19:09 → 00:19:11ตามหาที่เดิมส่วนใหญ่เจะเป็นที่เดิมว่า
00:19:11 → 00:19:12มัน
00:19:12 → 00:19:14มันมีกลับเป็นซ้ำมั้ยอะไรเงี้ยครับ
00:19:14 → 00:19:18เพราะฉะนั้นในการสreeningดีกว่า
00:19:18 → 00:19:19ในการคัดกรองมะเร็ง
00:19:19 → 00:19:21เราไม่ใช้ค่ามะเร็งนะ
00:19:21 → 00:19:23ปัจจุบันไม่ไม่ใช้เลยเหรอหรือว่าไม่
00:19:23 → 00:19:27ใช้ค่ากองไม่มีอ่ามีแค่มะเร็งต่อมลูกหมาก
00:19:27 → 00:19:30ครับที่เจาะค่ามะเร็งขึ้นก็คือมีมะเร็ง
00:19:30 → 00:19:31ชนิดเดียวก็คือมะเร็งต่อมลูกหมาก
00:19:32 → 00:19:32อื
00:19:32 → 00:19:33คือค่า PCA ครับ
00:19:33 → 00:19:36ใช่ที่แบบที่เราจะวินิจฉัยได้อ่ะก็คือ
00:19:36 → 00:19:39เจาะค่า PSA มะเร็งต่อมาแต่ว่ามะเร็งอื่น
00:19:39 → 00:19:42ไม่ใช้ค่ามะเร็งในการคัดกรองด้วยนะและไม่
00:19:42 → 00:19:44ใช้ค่ามะเร็งในการวินิจฉัยด้วยอ
00:19:44 → 00:19:47อืเป้งกำลังจะบอกว่า
00:19:47 → 00:19:50ผลเลือดที่เราใช้ในการคัดกรองมะเร็งจริงๆ
00:19:50 → 00:19:52แล้วในเชิงหมอศัลยกรรมเนี่ยมันแทบจะไม่มี
00:19:52 → 00:19:55ประโยชน์ถ้ามันมีก็มีแค่ตัวเดียวคือ
00:19:55 → 00:19:56มะเร็งตอบลูกปาก
00:19:56 → 00:19:57ใช่ครับ
00:19:57 → 00:19:59ค่านั้นน่ะจริงๆแล้วมันเป็นค่าที่เอาไว้
00:19:59 → 00:20:02ติดตามมากกว่าหลังจากการรักษาใช่มั้รักษา
00:20:02 → 00:20:05ถูกทีนี้ถ้าประชาชนเอยากจะคัดกรองมะเร็ง
00:20:06 → 00:20:07ล่ะแล้วเาจะใช้อะไร
00:20:07 → 00:20:10อยู่ที่ว่าบัdจetของแต่ละคนเป็นยังไง
00:20:10 → 00:20:10อื
00:20:10 → 00:20:12แล้วก็อาการของแต่ละคนเป็นยังไงโดยปกติ
00:20:12 → 00:20:16เนี่ยในทางศัลยกรรมเนี่ยก็เ้าจะมีของ
00:20:16 → 00:20:18รัฐบาลอะไรเงี้ยก็จะมีรอบอยู่แล้ว
00:20:18 → 00:20:19อื
00:20:19 → 00:20:21กองมะเร็งลำไส้ใหญ่ 500 คนอะไรเงี้ยมา 2
00:20:21 → 00:20:23กล้องไปเลยถ้าจะตรวจจะคัดกรองมะเร็งไส้
00:20:23 → 00:20:25ใหญ่ก็ 2 กล้องก็ส่องไปเลย
00:20:25 → 00:20:25อื
00:20:25 → 00:20:29อ่า 2 กล้องข้อส่องเลยหรือจากสกรีนิ่งจาก
00:20:29 → 00:20:31การตรวจเม็ดเลือดแฝงและอุจาระก็ตรวจเลย
00:20:31 → 00:20:32อื
00:20:32 → 00:20:33ไม่ต้องจอคเอง
00:20:33 → 00:20:34อืม
00:20:34 → 00:20:38ก็คืออยากตรวจตรวจเลยหรือคนบางคนที่มีอ่า
00:20:38 → 00:20:41budัจเค้าก็อาจจะส่ง Xray คอมพิวเตอร์ที่
00:20:41 → 00:20:43ทำเป็นหมื่นๆน่ะนะก็ส่ง X คอมพิวเตอร์เลย
00:20:43 → 00:20:44หรือจะ 2 กล้องเลย
00:20:45 → 00:20:45อื
00:20:45 → 00:20:47ก็จะเจอเลยถ้ามีก็คือมี
00:20:47 → 00:20:48ตัดมาตรวจเลย
00:20:48 → 00:20:49ใช่ตัดเนื้อมาตรวจเลยอันนี้ก็จะได้
00:20:49 → 00:20:50วินิจฉัย
00:20:50 → 00:20:53โอเคงั้นหมอเป้งกำลังบอกว่าถ้าต้องการคัด
00:20:53 → 00:20:56กรองมรดกาเพิ่งไปเสียเวลาและอย่าไปตกใจ
00:20:56 → 00:20:58กับค่าเลือดถ้า
00:20:58 → 00:21:01ถ้ามีเงินหรือมีสวัสดิการก็ไปส่องกล้อง
00:21:01 → 00:21:03หรือ CT เลยจบจบ
00:21:03 → 00:21:04โอเคเข้าใจ
00:21:04 → 00:21:07ก็คือสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งไหนก็ตรวจ
00:21:07 → 00:21:10อวัยวะนั้นเลยอวัยวะนั้นเลยเพราะว่า
00:21:10 → 00:21:13บางทีอ่ะเราต้องทำใจนิดนึงว่าคนเราอ่ะไม่
00:21:13 → 00:21:17จะตรวจทั้งตัวเลยอ่ะมันไม่ได้ตรวจทั้งตัว
00:21:17 → 00:21:19นะบางคนตรวจทั้งหัวจดเท้า
00:21:19 → 00:21:21มันมันมีแต่ว่า
00:21:21 → 00:21:22อ่ะมันไม่ได้
00:21:22 → 00:21:24เพราะว่ามะเร็งเราอ่ะ
00:21:24 → 00:21:25มันเป็นได้ตั้งแต่เล็บนะพี่
00:21:25 → 00:21:27เล็บเป็นมะเร็งได้
00:21:27 → 00:21:27อือ
00:21:27 → 00:21:30เออจนถึงแบบจนถึงมะเร็งสมองอะไรเงี้ยต่อ
00:21:30 → 00:21:32ให้เราตรวจมะเร็ง
00:21:32 → 00:21:34มะเร็งปอดไป
00:21:34 → 00:21:37ตรวจมะเร็งเต้านมไปตรวจมะเร็งลับไส้ไปก็
00:21:37 → 00:21:39ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เป็นมะเร็งที่อื่น
00:21:39 → 00:21:39ที่อื่น
00:21:39 → 00:21:41โอเคเข้าใจเข้าใจป
00:21:41 → 00:21:42เพราะฉะนั้น
00:21:42 → 00:21:45ทางที่ดีที่สุดน่ะเราก็กลับมากลับมาดูแล
00:21:45 → 00:21:47ตัวเองแล้วก็ลดปัจจัยเสี่ยง
00:21:47 → 00:21:48อื
00:21:48 → 00:21:51ลดปัจจัยเสี่ยงที่ที่มันจะทำให้เกิด
00:21:51 → 00:21:53มะเร็งอยู่แล้วอ่ะเช่นสมมุติคุณไม่ดูแล
00:21:53 → 00:21:56ตัวเองเลยไม่ดูแลตัวเองเลยนะไม่ต้องออก
00:21:56 → 00:21:59กำลังกายไม่ต้องกินดีไม่ต้องอยู่ประเด็น
00:21:59 → 00:22:03คือคุณเลิกบุหรี่ก็เลิกเล่าชีวิตคุณก็ยืน
00:22:03 → 00:22:04ยาวขึ้นนะ
00:22:04 → 00:22:04อือ
00:22:04 → 00:22:05ถูกมั้ยพี่
00:22:05 → 00:22:07คราวนี้มันย้อนแย้งอย่างงี้เช่นคุณดูแล
00:22:07 → 00:22:09ตัวทุกอย่างแต่ไอ้พวกเนี้ย
00:22:09 → 00:22:10คุณไม่เลิกมัน
00:22:10 → 00:22:11อื
00:22:11 → 00:22:13มันก็ย้อนแย้งกันไงพวกนี้ทำลาย
00:22:13 → 00:22:15กับเราต้องการจะออกกำลังกายเพื่อเสริม
00:22:15 → 00:22:16สร้างอย่างเงี้ย
00:22:16 → 00:22:17อ
00:22:17 → 00:22:19มันก็ขัดแย้งกันเพราะฉะนั้น
00:22:19 → 00:22:21ผมมองว่าถ้าสมมุติไม่ทำอะไรเลยไม่ต้อง
00:22:22 → 00:22:25ตรวจไม่ต้องระวังมันแต่คุณแค่ไม่เทคความ
00:22:25 → 00:22:25เสี่ยงไป
00:22:25 → 00:22:26อื
00:22:26 → 00:22:30ไม่ถูกบุหรี่ไม่ดื่มเหล้าไม่ไม่ไม่ทำที่
00:22:30 → 00:22:32มันเป็นความเสี่ยงอ่ะพูดง่ายๆอ
00:22:32 → 00:22:34ตรงนี้มันก็ช่วยลดแล้วนะ
00:22:34 → 00:22:34ครับ
00:22:34 → 00:22:37เออแต่ถ้าคุณลดเลอรตรงนี้ได้บวกกับคุณไป
00:22:37 → 00:22:39สreening
00:22:39 → 00:22:42ในที่มีประโยชน์ที่สุดก็คือเราก็ต้อง
00:22:42 → 00:22:46สกreีนในที่มันพบเจอบ่อยในในคนไทย
00:22:46 → 00:22:49อืในคนไทยก็มีพวกมะเร็งลำไส้มะเร็งเต้านม
00:22:50 → 00:22:51มะเร็งปอดแล้วแต่เพศด้วยนะ
00:22:51 → 00:22:54พวกเนี้ยเราก็ตรวจเช็คไปถ้าเกิดสมมุติว่า
00:22:54 → 00:22:56บังเอิญ
00:22:56 → 00:23:00จะเรียกโชคดีโชคร้ายเด็กถ้าโชคโชคร้าย
00:23:00 → 00:23:02เจอเจอมะเร็งคุณโชคร้ายจริงแต่โชคดีถ้า
00:23:02 → 00:23:05สมมุติว่ามันเจอเล็กๆคุณรักษาได้หายขาด
00:23:05 → 00:23:07อ่ะคุณก็จะมีชีวิตยืนยาวขึ้นน่ะอ
00:23:07 → 00:23:08อือ
00:23:08 → 00:23:12เออเพราะฉะนั้นพวกนี้เนี่ยก็ลดล้าเลิกบวก
00:23:12 → 00:23:15ตรวจเท่าที่เราเจอบ่อยแค่นี้ก็น่าจะเพียง
00:23:15 → 00:23:16พออ
00:23:16 → 00:23:19อืมเห็นภาพเพราะงั้นหมอเป้งกำลังไขข้อ
00:23:20 → 00:23:22ความวุ่นวายในสังคมก็คือตรวจค่าเลือด
00:23:22 → 00:23:24มะเร็งโดยเฉพาะอันในบริบทนี้เราคุยเรื่อง
00:23:24 → 00:23:28มะเร็งลำไส้ก่อนนะครับถ้า
00:23:28 → 00:23:31ตรวจได้ก็ตรวจการส่องกล้องหรือ CT ไปเลย
00:23:31 → 00:23:34นะครับชัวร์กว่าแต่เหนือกว่านั้นคือการ
00:23:35 → 00:23:37ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงมีชัยไปกว่า
00:23:37 → 00:23:40ครึ่งใช่มั้ครับนี่คือปัญหาความเข้าใจผิด
00:23:40 → 00:23:42อันที่ 1
00:23:42 → 00:23:45แล้วก็หมอเวกำลังจะบอกว่าตรวจไม่เจอไม่
00:23:45 → 00:23:47ได้หมายถึงว่าคุณจะไม่เป็นมะเร็ง
00:23:47 → 00:23:50อย่าลืมนะไม่ใช่ว่าคุณไปตรวจเลือดหา
00:23:50 → 00:23:53มะเร็งลำไส้เลือดไม่เจอไม่ได้แปลว่าคุณ
00:23:53 → 00:23:55ไม่เป็นนะก็อย่างที่บอกเลือดมันไม่ได้
00:23:55 → 00:23:59สามารถจะบ่งบอกได้อันที่ 3 ถึงแม้ว่าคุณ
00:23:59 → 00:24:02ตรวจมะเร็งลำไส้ไม่เจอมันก็ไม่ได้การันตี
00:24:02 → 00:24:05ว่าคุณจะไม่เป็นมะเร็งอวัยวะอื่น
00:24:05 → 00:24:08ครับขอบคุณมากอันนี้คือโจทย์ที่ 1 โจทย์
00:24:08 → 00:24:12ที่ 2 คืออ่าอันนี้ที่ผมเห็นเยอะๆกับหมอ
00:24:12 → 00:24:13ศัลยกรรม
00:24:13 → 00:24:17คือคนไข้ชอบมาเรื่องฤษีดวง
00:24:17 → 00:24:17อ่าอ่า
00:24:18 → 00:24:18ครับ
00:24:18 → 00:24:20ขอไปที่ข้ามไปที่ฤิษีดวงก่อนตะกี้เราคุย
00:24:20 → 00:24:23เรื่องลำไส้ใหญ่นะเดี๋ผมขอข้ามไปที่ฤิสี
00:24:23 → 00:24:26ดวงก่อนอ่าอันนี้ก็เป็นอีกโจทย์นึงคือ
00:24:26 → 00:24:28เรื่องฤิสีดวงมีความเชื่อผิดๆอันดับแรก
00:24:28 → 00:24:32เลยกินเผ็ดเป็นฤทธิ์สีดวงจริงๆแล้วทุกคน
00:24:32 → 00:24:35น่ะมีฤิสีดวงหมดเลยคือฤทธิ์สีดวงเนี่ยมัน
00:24:35 → 00:24:38หมายถึงว่าเป็น normal cusion นี่คือ
00:24:38 → 00:24:41เขียนในหนังสือเลยนะที่มีเส้นเลือดอยู่
00:24:41 → 00:24:43ข้างในทุกคนมีหมด
00:24:43 → 00:24:45อ๋อเปพูดเป็นภาษาไทยหน่อย Analion แปลว่า
00:24:45 → 00:24:46อะไร
00:24:46 → 00:24:47เป็นขอบอ่ะ
00:24:47 → 00:24:49นูนๆหน่อยที่มีเส้นเลือดอยู่ข้างในนึกถึง
00:24:49 → 00:24:52ภูเขาอ่ะแล้วก็ข้างในก็จะมีกลุ่มของเส้น
00:24:52 → 00:24:52เลือดอยู่
00:24:52 → 00:24:53อ่าฮะ
00:24:53 → 00:24:56พวกนี้เนี่ยมีฟังก์ชันในการ
00:24:56 → 00:25:02อ่ากลั้นเวลาเราต้องการจะกลั้นเช่นสมมุติ
00:25:02 → 00:25:05ว่าเป็นน้ำเป็นลมเป็นอะไรเงี้ยถ้าเรา
00:25:05 → 00:25:07ต้องการจะให้เนื้อมันชิดกันเนี่ยเราไม่
00:25:07 → 00:25:10สามารถจะเอากระดาษไปเอามาชิดกันให้มันแนบ
00:25:10 → 00:25:13ได้แต่เนื้อเรามันเช่นเราเอามือไปตักน้ำ
00:25:13 → 00:25:14อ่ะถ้าเราเอาเนื้อเราแนบกันพอ
00:25:14 → 00:25:15เออ
00:25:15 → 00:25:17น้ำไม่สามารถตึมได้
00:25:17 → 00:25:17เข้าใจ
00:25:17 → 00:25:18อ่ะถูกมั้ย
00:25:18 → 00:25:18เข้าใจ
00:25:18 → 00:25:20เพราะฉะนั้นหูรูดก็เหมือนกัน
00:25:20 → 00:25:21มันต้องกลั้นอุจจระ
00:25:21 → 00:25:22อ่า
00:25:22 → 00:25:24เพราะฉะนั้นการมีcusชionัพวกเนี้ยการมี
00:25:24 → 00:25:27ขอบพวกเนี้ยมันทำให้เนื้อเรากอดได้สนิท
00:25:27 → 00:25:29อออึโอเคเข้าใจ
00:25:29 → 00:25:32อ่าเพราะฉะนั้นิสิทดวงเรามีอยู่แล้วมันทำ
00:25:32 → 00:25:34หน้าที่เกี่ยวกับพวกนี้แหละมันทำหน้าที่
00:25:34 → 00:25:35เกี่ยวกับการกลั้นนี่แหละ
00:25:35 → 00:25:36อ
00:25:36 → 00:25:38แต่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มันสร้างความ
00:25:38 → 00:25:40เดือดร้อนให้เรา
00:25:40 → 00:25:43เราจะเติมคำว่าโรคไปหน้าฤิขิดวง
00:25:43 → 00:25:43ออ
00:25:43 → 00:25:46ก็กลายเป็นโรคฤิสีดวงอ่าั้นความเชื่ออัน
00:25:46 → 00:25:48ที่ 1 ก็คือว่าเมื่อไหร่เขาพูดเรื่องฤิษี
00:25:49 → 00:25:50ดวงไม่ได้หมายความว่าเป็นโรค
00:25:50 → 00:25:52มนุษย์ต้องมีฤิษีดวง
00:25:52 → 00:25:52มันมีอยู่แล้ว
00:25:52 → 00:25:55เพราะมันช่วยในการกลั้นใช่มั้ครับแต่
00:25:55 → 00:25:58เมื่อไหร่มันสร้างปัญหาหาเราถึงจะเรียก
00:25:58 → 00:26:01ว่าโรคฤทธิดวงอ้าโอเค
00:26:01 → 00:26:02แล้วกินเผ็ดอ่ะครับ
00:26:02 → 00:26:06กินเผ็ดเนี่ยเนื่องจากว่ารสชาติเผ็ดเนี่ย
00:26:06 → 00:26:08มันเค้าเรียกว่าอะไรมันไม่ใช่รสชาตินะมัน
00:26:08 → 00:26:10เป็นการระคายเคือง
00:26:10 → 00:26:11อ่า
00:26:11 → 00:26:13เพราะฉะนั้นพี่กินมันก็ต้องเผ็ดตั้งแต่
00:26:13 → 00:26:13ปาก
00:26:13 → 00:26:14เออ
00:26:14 → 00:26:15ลงไปลำไส้
00:26:15 → 00:26:15ครับ
00:26:15 → 00:26:18ลำไส้อยู่ที่เราที่เราไม่รู้สึกเผ็ดเพราะ
00:26:18 → 00:26:22ว่าการรับประสาทสัมผัสของลำไส้อ่ะมันไม่
00:26:22 → 00:26:24มีความรู้สึกตรงนั้นอ
00:26:24 → 00:26:24ออ
00:26:24 → 00:26:27แต่มันจะแสดงออกมาในการท้องเสีย
00:26:27 → 00:26:29บีบตัวเร็วให้มันผ่านไป
00:26:30 → 00:26:33ถูกมอ่าให้มันผ่านไปพอมันมาถึงที่ขอบก้น
00:26:33 → 00:26:37ขอบทวารแล้วมันก็จะตรงขอบก้นเนี่ยมันก็จะ
00:26:37 → 00:26:39มีส่วนแบ่งอยู่ระหว่าง
00:26:39 → 00:26:41ระหว่างภายในกับภายนอก
00:26:41 → 00:26:43ภายในจะไม่รู้สึกภายนอกจะรู้สึก
00:26:43 → 00:26:46พอมันผ่านมาถึงภายนอกปุ๊บมันก็แสบแสบอ
00:26:46 → 00:26:47เออมันก็แสบดิ
00:26:47 → 00:26:50ออหมอเป็นบอกว่ามันเผ็ดที่ปากพอพอไปถึงลำ
00:26:50 → 00:26:52ไส้ใหญ่มันไม่มีอาการเผ็ดละแต่มันท้อง
00:26:52 → 00:26:54เดินท้องร่วงแทน
00:26:54 → 00:26:56มันจะไปรู้สึกแสบร้อนอีกทีก็คือตอนปลาย
00:26:56 → 00:26:57ทวาร
00:26:57 → 00:26:59ถูกต้องเพราะพวกนี้เนี่ยมันก็คือสารระคาย
00:26:59 → 00:27:01เคืองนั่นเองพริกเป็นสารระคายเคืองอ
00:27:01 → 00:27:01โอเค
00:27:02 → 00:27:03แคปไซซินเนี่ย
00:27:03 → 00:27:05สารแคปไซซินเนี่ยมันก็จะมีฤทธิ์เป็นพวกยา
00:27:05 → 00:27:06ระบายอ่อนๆด้วย
00:27:06 → 00:27:09เพราะฉะนั้นเวลากินเผ็ดบางคนก็ท้องเสีย
00:27:09 → 00:27:09อื
00:27:09 → 00:27:13เออท้องเดินท้องอะไรเงี้ยแต่ว่าพอลงไปถึง
00:27:13 → 00:27:17ลำไส้ใหญ่มันก็แค่แสบแต่ตัวมันเองอ่ะมัน
00:27:17 → 00:27:18ไม่ได้ทำให้เกิดริสีดวงนะครับ
00:27:18 → 00:27:19โรคฤทธิ์สีดวง
00:27:19 → 00:27:21ใช่ครับโรคฤษีดวง
00:27:21 → 00:27:23มันจะทำให้การระคายเคืองเกิดขึ้นนั่นเอง
00:27:23 → 00:27:25บางคนน่ะมีฤทธิ์สีดวงอยู่แล้วเป็นโรคฤษี
00:27:25 → 00:27:27ดวงแล้วก็เหมือนเอาพริกไปทามันน่ะ
00:27:27 → 00:27:27อ่าเข้าใจ
00:27:27 → 00:27:30เริ่มทรมานความทรมานมันก็เลย
00:27:30 → 00:27:32โดนระคายเคืองไปด้วย
00:27:32 → 00:27:33โอเคเห็นภาพ
00:27:33 → 00:27:33เห็นภาพ
00:27:33 → 00:27:36เห็นภาพพอมาเป็นสรุปว่า
00:27:36 → 00:27:40ฤิสีดวงโรคฤิษีดวงไม่ได้เกิดจากพริกแต่คน
00:27:40 → 00:27:42ที่เป็นโรคอยู่แล้วพริกอาจจะเป็นตัว
00:27:42 → 00:27:45กระตุ้นอาจจะเป็นตัวที่ระคายเคืองทำให้
00:27:45 → 00:27:46เรา
00:27:46 → 00:27:50ฉุดคิดได้ว่าออโอเคเห็นภาพความเชื่อ
00:27:50 → 00:27:56ผิดอันที่ 2 คือท้องผูกสลับท้องเสียเขา
00:27:56 → 00:27:59มักจะคิดว่าเป็นมะเร็งแล้วยิ่งบางคนน่ะไป
00:27:59 → 00:28:02ตรวจเลือดเจอค่าผลมะเร็งโอก็มาเลยบอกหมอ
00:28:02 → 00:28:05เนี่ยดิฉันเป็นมะเร็งแน่เพราะว่าชั้นท้อง
00:28:05 → 00:28:08ผูกสลับท้องเสียแล้วฆ่าเลือดคัดกรอง
00:28:08 → 00:28:11มะเร็งชั้นสูงหมอศัลยกรรมว่าไงครับ
00:28:11 → 00:28:14อ่าอย่างงี้ครับคือทุกวันเนี้ยอ่าพวกท้อง
00:28:14 → 00:28:16ผูกสลับท้องเสียเนี่ยมันเป็นคีย์เวิร์ด
00:28:16 → 00:28:18ที่คุณเสิร์ชเลย
00:28:18 → 00:28:19เออ
00:28:19 → 00:28:20เสิร์ชจาก Google นี่แหละ
00:28:20 → 00:28:20เออ
00:28:20 → 00:28:22เลิชปึ๊บ
00:28:22 → 00:28:25อาการของมะเร็งขึ้นเลยทุกคน
00:28:25 → 00:28:28อ่าตั้งแต่ 3 ล้อเลยยันนู่นนี่คิดว่า
00:28:28 → 00:28:31อาการท้องผูกสลับท้องเสียนี่เป็นมะเร็ง
00:28:31 → 00:28:33ชัวร์เนื่องของเนื่องจากมะเร็งเนี่ยมันจะ
00:28:33 → 00:28:36เกิดก้อนในลำไส้มันก็ค่อยๆโตขึ้นโตขึ้นโต
00:28:36 → 00:28:39ขึ้นจนมันมีการอุดอุดอุดตันแล้ว
00:28:39 → 00:28:40อือ
00:28:40 → 00:28:42อุจจาระใหญ่ๆมันจะผ่านไม่ได้
00:28:42 → 00:28:43อือ
00:28:43 → 00:28:45มันก็เริ่มจากอะไรมันก็จะเริ่มจากถ่ายช้า
00:28:45 → 00:28:49ก่อนไม่ถ่ายไม่ถ่ายจนมันหมักกันจนเป็นน้ำ
00:28:49 → 00:28:51มันสามารถเริ่มผ่านได้มันก็เริ่มผ่านออก
00:28:51 → 00:28:52มา
00:28:52 → 00:28:52อือ
00:28:52 → 00:28:54เพราะฉะนั้นคนเราเนี่ยในชีวิตเราเนี่ยก็
00:28:54 → 00:28:57มีท้องผูกได้มีท้องเสียได้ก็ขึ้นอยู่กับ
00:28:57 → 00:29:00อาหารที่เรากินแต่ประเด็นคือท้องผูกสาบ
00:29:00 → 00:29:03ท้องเสียในแนวของเป็นโรคมะเร็งเนี่ยมัน
00:29:03 → 00:29:08ต้องผูกแล้วก็กลั้นอุจจาระไม่ได้ไหลออกมา
00:29:08 → 00:29:11เป็นเหลวซึ่งระยะเวลาลักษณะของอาหารเนี่ย
00:29:11 → 00:29:14ต้องเป็นลักษณะอาหารที่ถูกย่อยมานานๆน่ะ
00:29:14 → 00:29:17ก็คือมันอุดกั้นจนมันย่อยเป็นของเหลวแล้ว
00:29:17 → 00:29:19มันถึงจะผ่านในรูแคบๆนั้นได้
00:29:19 → 00:29:19อ
00:29:19 → 00:29:21มันก็เริ่มจากท้องผูกไม่ถ่ายมาหลายวัน
00:29:21 → 00:29:24เสร็จแล้วมันก็เริ่มไหลเป็นเร็วเหลวแล้ว
00:29:24 → 00:29:27ก็กั้นไม่ได้อะไรเงี้ยครับเหลวๆล่ะอาจจะ
00:29:27 → 00:29:29มีมูกเลือดอะไรออกมาตามมาด้วย
00:29:29 → 00:29:30อ
00:29:30 → 00:29:32อันเนี้ยก็คือท้องผุแล้วจากนั้นพอน้ำมัน
00:29:32 → 00:29:34ออกหมดมันก็เหลือแต่ส่วนที่มันเป็นของ
00:29:34 → 00:29:36แข็งมันก็กลับไปผุอีก
00:29:36 → 00:29:36อือ
00:29:36 → 00:29:38พอมันหมักกันได้ที่มันก็ไหลออกมาอีกพี่
00:29:38 → 00:29:39อือ
00:29:39 → 00:29:41อ่ะอย่างเงี้ยเรียกภาพเห็นนี่คือท้องผูก
00:29:41 → 00:29:44สลับท้องเสียในเพราะฉะนั้นคนที่มาด้วย
00:29:44 → 00:29:46อาการท้องผูกสลับท้องเสียเนี่ย
00:29:46 → 00:29:49มะเร็งส่วนใหญ่ต้องมีขนาดใหญ่ประมาณนึง
00:29:49 → 00:29:52ที่มันจะทำให้เกิดลำไส้เกิดใกล้ๆจะอุดตัน
00:29:52 → 00:29:56อ่าออลำดับถัดไปของคนไข้ที่ท้องผูกสาท้อง
00:29:56 → 00:29:59เสียเนี่ยก็มักจะเป็นลำไส้อุตตันก็จะมา
00:29:59 → 00:30:00ด้วยเรื่องไม่ทายไม่ผายลม
00:30:00 → 00:30:01อือ
00:30:01 → 00:30:03คลื่นไส้อาเจียนอะไรแบบเนี้ยซึ่งเป็นระยะ
00:30:03 → 00:30:07ที่มันเต็มเต็มลำไส้แล้วมันไม่ใช่ระยะแรก
00:30:07 → 00:30:08อภาพ
00:30:08 → 00:30:11เพราะฉะนั้นมะเร็งเนี่ยมันเป็นมันเป็นท่า
00:30:11 → 00:30:14ไม้ตายที่ธรรมชาติส่งมาจำกัดจำนวนมนุษย์
00:30:14 → 00:30:17เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าเราอ่ะก็เป็น
00:30:17 → 00:30:19สิ่งมีชีวิตเหมือนกันเพราะฉะนั้นเมื่อ
00:30:19 → 00:30:22ไหร่ก็ตามที่คนเราอายุยืนมากๆมันก็ต้องมี
00:30:22 → 00:30:24ตัวที่มาควบคุมจำนวนของเรา
00:30:24 → 00:30:25อือ
00:30:25 → 00:30:27นึกภาพเราก็โควิดแล้วกัน
00:30:27 → 00:30:27อือ
00:30:27 → 00:30:30พอลดลงโควิดดีขึ้นคนเราก็ปรับสมดุลใหม่
00:30:30 → 00:30:32พี่ในในสังคมในประชากร
00:30:32 → 00:30:33เพราะฉะนั้น
00:30:33 → 00:30:36มะเร็งเป็นท่าไม้ตายของธรรมชาติเพราะ
00:30:36 → 00:30:38ฉะนั้นเวลามันมามันจะไม่บอกล่วงหน้านะ
00:30:38 → 00:30:39ครับ
00:30:39 → 00:30:39อื
00:30:39 → 00:30:42มันต้องค่อยๆมาเป็นลำดับเล็กๆ
00:30:42 → 00:30:45รูลำไส้รูขนาดนี้มะเร็งโตขึ้นเม็ดเงี้ย
00:30:45 → 00:30:45เป็นมะเร็งละ
00:30:46 → 00:30:46อือ
00:30:46 → 00:30:48พี่คิดว่าจะมีอาการขี้ก็ผ่านไปดิ
00:30:48 → 00:30:50ไอ้ติ่งเนี้ยไม่มีอาการเพราะฉะนั้นเราจะ
00:30:50 → 00:30:53เจอพวกนี้ได้ในกรณีเดียวก็คือเรา
00:30:53 → 00:30:54screening
00:30:54 → 00:30:55อื
00:30:55 → 00:30:57เราส่องเข้าไป
00:30:57 → 00:30:57อือ
00:30:57 → 00:31:01ตรวจเลือดบางทียังไม่ต่อให้มันสร้าง
00:31:01 → 00:31:02นะมันอาจจะสร้างได้น้อยไม่ขึ้นอะไรก็ด้วย
00:31:02 → 00:31:03ซ้ำ
00:31:03 → 00:31:05อืเห็นภาพ
00:31:05 → 00:31:08เพราะฉะนั้นท้องผูกสับท้องเสียอย่าเพิ่ง
00:31:08 → 00:31:12เพราะว่าเราอ่ะบางทีก็ท้องผูกจากอาหารได้
00:31:13 → 00:31:15จากกากอาหารจากนู่นจากนี่ท้องเสียแล้วก็
00:31:15 → 00:31:18มาส่วนใหญ่ท้องเสียเนี่ย
00:31:18 → 00:31:20ไม่ใช่ว่าท้องเสียไปวันแรกเขาจะรักษาพู้
00:31:20 → 00:31:21โรคมะเร็งนี่แหละ
00:31:21 → 00:31:24อืออเก็รักษาท้องเสียอะไรที่เราเจอบ่อย
00:31:24 → 00:31:26ก่อนไม่นึกถึงมะเร็งนะแต่คนที่ท้อง
00:31:26 → 00:31:29ตรวจประวัติให้มีกับท้องเสียสักพักกับ
00:31:29 → 00:31:32ท้องเสียอีกท้องเสียอีกอ้ากลายเป็นระยะ
00:31:32 → 00:31:35เวลามาจับมีข้อบ่งชี้ก็ 2 กลองสักที
00:31:35 → 00:31:35อื
00:31:35 → 00:31:38ก็น่าจะถ้ามีข้อบ่งชี้อ่ะเราก็ส่อง
00:31:38 → 00:31:38อื
00:31:38 → 00:31:40เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แค่ท้องผูกสลับท้อง
00:31:40 → 00:31:41เสียแค่ครั้งเดียวอ่ะ
00:31:41 → 00:31:42อือ
00:31:42 → 00:31:44แล้วเราจะเป็นมะเร็งเลยเราจะ
00:31:44 → 00:31:46เราจะตื่นตระหนกไปเลยอะไรเงี้ยซึ่งมันไม่
00:31:46 → 00:31:46ใช่อ
00:31:46 → 00:31:47อื
00:31:47 → 00:31:49เออมันไม่ใช่เพราะฉะนั้นท้องผูกท้องทเสีย
00:31:49 → 00:31:51ต้องเป็นมาระยะเวลานึง
00:31:51 → 00:31:53แล้วก็อาการอื่นร่วมด้วยอาการอื่นร่วม
00:31:53 → 00:31:55ด้วยอเช่น
00:31:55 → 00:31:57เช่นมูกเลือดอันเนี้ยสำคัญมากอ
00:31:57 → 00:31:58อือ
00:31:58 → 00:32:01ถ้ามีมูกเลือดบวกชิ้นเนื้อหลุดออกมาเนี่ย
00:32:01 → 00:32:05หรือว่าอุจจาระที่มันปนที่มันเป็นสีอื่น
00:32:05 → 00:32:08ที่ไม่ใช่สีแดงสดแต่สีแดงสดเนี่ยก็คือ
00:32:08 → 00:32:10ถ่ายเป็นเลือดอ่ะอันตรายหมด
00:32:10 → 00:32:11อื
00:32:11 → 00:32:16แต่สีเนี่ยเช่นสีดำอะไรเงี้ยมันมักจะมี
00:32:16 → 00:32:18อะไรซ่อนอยู่สูงๆ
00:32:18 → 00:32:18อื
00:32:18 → 00:32:20โดยที่บางทีมันปนอุจรเรามามันจะไม่เห็น
00:32:20 → 00:32:21อื
00:32:21 → 00:32:22เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ก็ตามสีอุจจาระ
00:32:22 → 00:32:25มันเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เราไม่ได้ไปกินพวก
00:32:25 → 00:32:27ลู่ลาบน้ำตกอะไรเงี้ที่มีเลือดบนน้ำดงน้ำ
00:32:28 → 00:32:31แดงเงี้ยนั่นแหละอันนั้นน่ะอาจจะจำเป็น
00:32:31 → 00:32:36ว่าเราต้องมาตรวจว่ามันมีเม็ดเลือดปนใน
00:32:36 → 00:32:36อุจาระหรือเปล่า
00:32:36 → 00:32:37อือ
00:32:37 → 00:32:39ถ้ามันมีหรือว่ามีถ่ายเป็นเลือดอะไรเงี้ย
00:32:39 → 00:32:42แล้วก็ร่วมกับท้องผูกสับท้องเสียน้ำหนัก
00:32:42 → 00:32:45ลดโดยไม่ทราบสาเหตุมีภาวะซีดเปิดตาแล้ว
00:32:45 → 00:32:48มันซีดหรือเจาะเลือดมาแล้วมันซีดกินธาตุ
00:32:48 → 00:32:50เหล็กก็ไม่ขึ้นอะไรแบบเนี้ย
00:32:50 → 00:32:53หรือว่าอายุมากอายุมากเนี่ยก็มีข้อผงชี้
00:32:53 → 00:32:55เหมือนกันมีประวาซีนอาจจะต้องส่องกล้อง
00:32:55 → 00:32:56ขึ้นไปหาสาเหตุ
00:32:56 → 00:32:58ดูว่าเฮ้ย
00:32:58 → 00:33:01มันซีดจากอะไรเพราะเวลาเราเป็นมะเร็งลำ
00:33:01 → 00:33:05ไส้เนี่ยมันมักจะมีการหลุดลอกของมะเร็งทำ
00:33:05 → 00:33:06ให้เราเสียเลือดแบบเรื้อหลักไม่เห็นด้วย
00:33:06 → 00:33:07ตาเปล่า
00:33:07 → 00:33:07อือ
00:33:07 → 00:33:09เสียทีละนิดอนิดนิดอ
00:33:09 → 00:33:11จนเราซีดได้
00:33:11 → 00:33:14อืเห็นภาพเห็นภาพงั้นสรุปหมอเปี้งกำลังจะ
00:33:14 → 00:33:17บอกว่าท้องผูกสลับท้องเสียอย่าเพิ่งไป
00:33:17 → 00:33:19กระโดดคิดว่าเราเป็นมะเร็ง
00:33:19 → 00:33:21มันจะต้องมีข้อมูลประกอบนะฮะอย่างที่หมอ
00:33:21 → 00:33:25กำลังอธิบายกลไกว่าทำไมคนที่เป็นมะเร็ง
00:33:25 → 00:33:28มันเกิดปรากฏการณ์ท้องเสียแล้วก็ท้องปลูก
00:33:28 → 00:33:31สลับกันนะฮะแล้วก็อาการอื่นที่ประกอบก็
00:33:31 → 00:33:33คือตัวสีตัวเนื้ออุจจาระเองนะครับอาการ
00:33:34 → 00:33:36อื่นเช่นน้ำหนักลดมีซีดมีอะไรนะฮะมีอีก
00:33:37 → 00:33:40อันนึงพี่ก็คือคนไข้ที่มีประวัติเรื่อง
00:33:40 → 00:33:44ของครอบครัวที่มีมะเร็งในสายตรงที่เป็น
00:33:44 → 00:33:45มะเร็งลำไส้ในสายตรง
00:33:45 → 00:33:46อื
00:33:46 → 00:33:48แล้วก็อายุ
00:33:48 → 00:33:50น้อยกว่า 40 ปีก็คือเป็นมะเร็งโดน
00:33:50 → 00:33:52วินิจฉัยอายุน้อยกว่า 40 ปีหรือตัวเองอ่ะ
00:33:52 → 00:33:55อายุมากกว่า 50 แล้วมีอาการดังกล่าวเนี่ย
00:33:55 → 00:33:55อือ
00:33:55 → 00:33:58ก็มีแมีโอกาสที่มันจะเจอมะเร็งได้สูง
00:33:58 → 00:34:00แต่พวกอายุแบบ
00:34:00 → 00:34:02ถ้าน้อยๆนะ 20 25 30 ไม่ใช่ไม่เคยเจอ
00:34:02 → 00:34:04มะเร็งเจอแต่พวกนี้ส่วนใหญ่จะต้องมี
00:34:04 → 00:34:06ประวัติคนในครอบครัวก่อน
00:34:06 → 00:34:06เข้าใจ
00:34:06 → 00:34:09พวกนี้ต้องมาสกรีeningเพราะบางทีมะเร็งนำ
00:34:09 → 00:34:12ไส้ใหญ่เนี่ยมันถ่ายทอดทางพันธุกรรมเราก็
00:34:12 → 00:34:15จะเจอประวัติของคนที่เป็นมาก่อนหน้าน้อง
00:34:15 → 00:34:18คนเนี้ยที่จะเป็นเราถึงจะมีการตรวจเพิ่ม
00:34:18 → 00:34:19เติม
00:34:19 → 00:34:22ครับงั้นท้องผูกสลับท้องเสียดูบริบทไม่
00:34:22 → 00:34:24สบายใจปรึกษาแพทย์แต่อย่าเพิ่งไปคิดว่า
00:34:24 → 00:34:28ตัวเองเป็นมะเร็งชาิไปที่มะเร็งความเชื่อ
00:34:28 → 00:34:31อันต่อไปคือการล้างลำไส้การทำดีท็อกซ์
00:34:31 → 00:34:34ช่วยลดมะเร็งลำไส้ใหญ่
00:34:34 → 00:34:36คืออย่างที่ผมเกริ่นไปเมื่อกี้นะพูดไป
00:34:36 → 00:34:38เมื่อกี้นะครับคือมะเร็งเนี่ยลำไส้ใหญ่
00:34:38 → 00:34:41เนี่ยมันเกิดได้จากหลายปัจจัยส่วนใหญ่
00:34:41 → 00:34:44เนี่ยเป็นการเรื่องของสารกอมะเร็งพวก
00:34:44 → 00:34:46อาหารปิ้งย่างพวกเนื้อสัตว์เนื้อแดงล้วน
00:34:46 → 00:34:50อะไรเงี้ยครับแล้วก็ประวัติของพันธุกรรม
00:34:50 → 00:34:54เนาะการสวนล้างเนี่ยมักไม่ไม่ช่วยลดด้วย
00:34:54 → 00:34:57นะไม่ช่วยลดแล้วนะแถมยังอาจจะเกิดอันตราย
00:34:57 → 00:35:00ได้ 1 ก็คือการสวนล้างเนี่ยเนื่องจากว่า
00:35:00 → 00:35:04เขาจะต้องมีการใส่สายเข้าไปเสร็จแล้วมี
00:35:04 → 00:35:05การใช้น้ำ
00:35:05 → 00:35:07เข้าไปเพราะฉะนั้นพวกนี้เนี่ยอาจจะเกิด
00:35:07 → 00:35:11การบาดเจ็บต่อหูรูดหรือการบาดเจ็บต่อผนัง
00:35:11 → 00:35:15ลำไส้เช่นสวนแรงไปทำให้เกิดฉีกขาดทะลุ
00:35:15 → 00:35:16อะไรงี้ก็ได้
00:35:16 → 00:35:16อือื
00:35:16 → 00:35:19เออหรือว่าลักษณะของน้ำที่ใส่เข้าไปเพราะ
00:35:19 → 00:35:24ว่าหลายๆคนน่ะก็หลายๆเค้าเรียกว่าสูตรอ่ะ
00:35:24 → 00:35:26มันก็ไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นบางคนโดนน้ำ
00:35:26 → 00:35:29ร้อนบางคนโดนอะไรเงี้ยที่คิดว่ามันจะดี
00:35:29 → 00:35:29อ่ะ
00:35:29 → 00:35:29อือ
00:35:30 → 00:35:32มันจะทำให้เกิดการบาดเจ็บของลำไส้แต่ไม่
00:35:32 → 00:35:33ช่วยลดเพิ่มความเสี่ยง
00:35:33 → 00:35:37นี่คือ 1 นะ 2 คือการสวนล้างลำไส้อ่ะทำ
00:35:37 → 00:35:40ให้แบคทีเรียที่มีอยู่ที่เราอ่ะ
00:35:40 → 00:35:41มันหายไป
00:35:41 → 00:35:42อื
00:35:42 → 00:35:44คือเอาล้างเอาแบคทีเรียที่มันเป็นฟอเค้า
00:35:44 → 00:35:46เรียกว่าแบคทีเรียประจำถี่นน่ะอ่า
00:35:46 → 00:35:49มันอยู่มันล้างออกไปก็บางทีอาจจะทำให้
00:35:49 → 00:35:52เกิดการติดเชื้อภาวะแทรกซ้อนขึ้นจาก
00:35:52 → 00:35:55มะเร็งเอ้อจากเค้าเรียกว่าเชื้อโรคที่
00:35:55 → 00:35:58เป็นเชื้อโรครุนแรง่ะพูดง่ายๆก็มัน
00:35:58 → 00:36:01เหมือนกับเดิมเราอยู่แถวนี้อยู่แล้ว
00:36:01 → 00:36:04แล้วเกิดมีต่างชาติเข้ามาคนไทยหายหมดเอา
00:36:04 → 00:36:06ต่างชาติเข้ามาอยู่แทนอย่างเงี้ยอ
00:36:06 → 00:36:06เข้าใจ
00:36:06 → 00:36:10เออมันก็เลยทำให้ก่อโลกได้เพราะฉะนั้น
00:36:10 → 00:36:14การสวนล้างเนี่ยก็มักจะไม่จำเป็นแล้วบาง
00:36:14 → 00:36:18ทีแตกเช่นมีมะเร็งซ่อนอยู่ท้องผูกมี
00:36:18 → 00:36:23มะเร็งซ่อนอยู่เราสเป็นส่วนมันทำให้เกิด
00:36:23 → 00:36:26ที่มันมะเร็งที่มันหยุดกั้นอยู่มันไปไม่
00:36:26 → 00:36:28ได้ใช่มั้ยความดันเนี่ยมันก็เพิ่มมันก็
00:36:28 → 00:36:28แตก
00:36:28 → 00:36:29อเหมือนท่อแตก
00:36:29 → 00:36:31ถูกต้องเพราะว่าเดิมมันมีอุดกั้นอยู่แล้ว
00:36:31 → 00:36:33แทนที่คนนี้จะต้องมาส่องกล้อง
00:36:33 → 00:36:34อ่า
00:36:34 → 00:36:37รักษาต่อกลายเป็นว่าไปสวนอะไรเงี้ยมันก็
00:36:37 → 00:36:41อโอเคเห็นภาพมันก็แตกอะไรตามเรื่องหลัก
00:36:41 → 00:36:46งั้นสรุปหมอเป้งบอก 1 การล้างไม่ได้จะลด
00:36:46 → 00:36:49การเกิดมะเร็งลำไส้เผลอๆไปเพิ่มผลแทรก
00:36:49 → 00:36:51ซ้อนอันดับแรกเลยถ้ามีมะเร็งอยู่
00:36:51 → 00:36:52ใช่ครับ
00:36:52 → 00:36:54อัดน้ำเข้าไปอาจจะทำให้ลำไส้เราแตกได้ 2
00:36:54 → 00:36:57คือเชื้อโรคท้องถิ่นที่สูญเสียไปอันที่ 3
00:36:57 → 00:36:59การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ
00:36:59 → 00:36:59ถูกต้อง
00:36:59 → 00:37:01เลือดออกกระเพาะทะลุ
00:37:01 → 00:37:03สารพัดปัญหาอย่าทำ
00:37:03 → 00:37:06ใช่บางคนอายุมากมีความปราอบบางนะครับพี่
00:37:07 → 00:37:09เวลาสวนล้างลำไส้มันจะมีการเสียแร่นะพี่
00:37:09 → 00:37:12ออครับอ่าเค้าเรียกว่าอะไรเสียเกลือแร่
00:37:12 → 00:37:15ของร่างกายมันจะอิบาanceซไปไม่เหมาะสมทำ
00:37:15 → 00:37:16ให้เกิดอ
00:37:16 → 00:37:18โรคต่างๆตามมา
00:37:18 → 00:37:24อื
00:37:24 → 00:37:27คำถามต่อไปที่เจอก็คือมีการโฆษณาขาย
00:37:27 → 00:37:28ไฟเบอร์
00:37:28 → 00:37:29อื
00:37:29 → 00:37:30ในท้องตลาด
00:37:30 → 00:37:31ครับ
00:37:31 → 00:37:36ไฟเบอร์รถดีอะไรนะผมเห็นไฟเบอร์ล้างพิษ
00:37:36 → 00:37:41ไฟเบอร์ล้างลำไส้ลดโอกาสเกิดมะเร็งอ่าใน
00:37:41 → 00:37:44ฐานะหมอศัลยกรรมที่ผ่าตัดลำไส้มะเร็ง
00:37:44 → 00:37:49ไเบอร์พวกนี้ได้ประโยชน์หรือเพิ่มโทษ
00:37:49 → 00:37:52จริงๆแล้วอ่ะเรื่องการขับถ่ายเนี่ย
00:37:52 → 00:37:55ไฟเบอร์เนี่ยยังมีความจำเป็นแต่ว่า
00:37:55 → 00:38:00ไฟเบอร์เนี่ยจะช่วยลดการเกิดมะเร็งมก็ไม่
00:38:00 → 00:38:03ใช่แต่จริงๆแล้วผมอยากจะให้ดูตรงนี้ครับ
00:38:03 → 00:38:07เวลาเราพูดถึงการขับถ่ายเนี่ยเรา
00:38:08 → 00:38:11มักจะให้ความสำคัญกับไฟเบอร์มากเกินไป
00:38:11 → 00:38:12อืม
00:38:12 → 00:38:13เอกะอะก็พูดไฟเบอร์
00:38:13 → 00:38:15คุณใช้ fber a
00:38:15 → 00:38:17จริงๆแล้วคือ
00:38:17 → 00:38:20เรามาดูส่วนประกอบของอุจาระเลยเราเสิร์ช
00:38:20 → 00:38:21ปึ๊บถูกต้อง
00:38:21 → 00:38:24ส่วนประกอบอุจาระเนี่ย 75% เป็นน้ำนี่มี
00:38:24 → 00:38:28ส่วนอย่างอื่นเนี่ยอีกแค่ 25%
00:38:28 → 00:38:31ไฟเบอร์เนี่ยอยู่ใน 25% นั้นเป็นส่วนหนึ
00:38:32 → 00:38:34เป็นส่วนหนึ่งของ 25% นั้นด้วยถูกต้อง
00:38:34 → 00:38:36พี่คิดดูว่า
00:38:36 → 00:38:39คนน่ะตกม้าตายกันเยอะแล้วบางคนในช่วงแรก
00:38:39 → 00:38:40อ่ะ
00:38:40 → 00:38:45มาด้วยท้องผูกจริงๆผมชอบให้คนไข้กับเฮ้ย
00:38:45 → 00:38:49น้องปลูกแล้วนายกลับไปกินน้ำก่อนเลยบางที
00:38:49 → 00:38:51เราไม่มีความรู้ไงคนไข้ก็ไม่ได้รู้ว่า
00:38:51 → 00:38:55จริงๆแล้วอ่ะการขับถ่ายของเราอ่ะน้ำเนี่ย
00:38:55 → 00:38:59มันเป็นปัจจัยที่สำคัญนะเป็นส่วนประกอบ
00:38:59 → 00:39:02สำคัญของอุจาระคืออุจาระที่ดีต้องเกิดจาก
00:39:02 → 00:39:03การกินที่ดี
00:39:03 → 00:39:03อื
00:39:03 → 00:39:06เอ้อสัดส่วนอยู่ที่ดีมันต้องเกิดจากทุก
00:39:06 → 00:39:08อย่างมันผ่านปากเราไงจะไม่พูดถึงการกิน
00:39:08 → 00:39:09ได้ไงหรอก
00:39:09 → 00:39:10เออผมชอบคำนี้นะ
00:39:10 → 00:39:12เพราะฉะนั้นอุจาระที่ดีต้องเกิดจากการกิน
00:39:12 → 00:39:14ที่ดีเลยส่วนประกอบที่ดีเราต้องเลือกกิน
00:39:15 → 00:39:17ที่ดีให้สัดส่วนมันอยู่ในธรรมชาติให้มัน
00:39:17 → 00:39:20เป็นธรรมชาติที่มันขับถ่ายได้ง่ายลำไส้
00:39:20 → 00:39:24บีบตัวได้ง่ายมันก็จะขับถ่ายได้ง่าย
00:39:24 → 00:39:24อื
00:39:24 → 00:39:29แล้วไอ้ไฟเบอร์เนี่ยอยู่ใน 25% ของส่วน
00:39:29 → 00:39:34หนึ่งเพราะฉะนั้นถ้าคนไหนที่มี def มีการ
00:39:34 → 00:39:37ขาดของไฟเบอร์คนนั้นกินไฟเบอร์มันก็เติม
00:39:37 → 00:39:41ใน 25% ตรงนั้นมันก็จะดีแต่ส่วนมาก 75%
00:39:41 → 00:39:45น่ะก็ก็คือเรื่องน้ำยิ่งเวลาผ่านไปผ่านไป
00:39:45 → 00:39:48ในน้ำไส้น้ำจะถูกดูดซึมกลับไปเรื่อยถ้า
00:39:48 → 00:39:53ตั้งต้นน้ำน้อยผ่านไป
00:39:53 → 00:39:56อุจาระก็แข็งบีบตัวเหมือนดินน้ำมัน
00:39:56 → 00:40:00ยากเออเพราะฉะนั้นถ้าเราเติมน้ำไปเยอะลำ
00:40:00 → 00:40:03ไส้ผ่านไปก็ยังมีตั้งต้นมันก็จะไปแข่ง
00:40:03 → 00:40:04นุ่มพอดี
00:40:04 → 00:40:05ตรงปลายไปอีก
00:40:05 → 00:40:06อื
00:40:06 → 00:40:07มันก็อาจจะขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
00:40:07 → 00:40:07อ
00:40:07 → 00:40:08เพราะฉะนั้น
00:40:09 → 00:40:12บางคนเนี่ยถ้ากินน้ำไม่พอผมแนะแนะนำให้
00:40:12 → 00:40:15ตั้งขวดน้ำเลยปกติเราใช้น้ำอ่ะในการ
00:40:15 → 00:40:17metabolism แล้วกันการเผาผ่านทำนู่นทำ
00:40:17 → 00:40:20นี่เนี่ยอย่างน้อยๆต้องมี 2,000 อ่ะพี่ 2
00:40:20 → 00:40:22ขวด 2 ขลิตรอ่ะอือ
00:40:22 → 00:40:24อืเพราะฉะนั้นถ้าเกิดอยากขับถ่ายดีมัน
00:40:24 → 00:40:25ต้องกินเยอะกว่านั้นไง
00:40:25 → 00:40:26อื
00:40:26 → 00:40:29เออเพราะฉะนั้นเรื่องของน้ำเนี่ยเป็น
00:40:29 → 00:40:31เรื่องที่คนตกมาตายกันเยอะเลยแล้วก็ชอบ
00:40:31 → 00:40:34บอกเฮ้ยหมอไม่ไม่รักษาอะไรเพิ่มเติมเลย
00:40:34 → 00:40:37ไล่ไปกินน้ำแต่จริงๆมีหลักการอยู่นะครับ
00:40:37 → 00:40:37อ
00:40:37 → 00:40:39มันกระจอกมากเลยก็คือ
00:40:39 → 00:40:42ไม่ให้ยานู่นนั่นนี่เลยไปกินน้ำท้องผูก
00:40:42 → 00:40:44จริงๆแล้วคือเวลารักษาท้องผูกเนี่ย
00:40:44 → 00:40:45เออ
00:40:45 → 00:40:47มันเป็นเค้าเรียกว่าอะไรเป็นมหากราบแล้ว
00:40:47 → 00:40:47กันพี่
00:40:47 → 00:40:49ไม่ใช่ว่าอ
00:40:49 → 00:40:52พี่มาหาผมด้วยเฮ้ยท้องผูกมาผมจะเจอพี่แค่
00:40:52 → 00:40:53ครั้งเดียวนะ
00:40:53 → 00:40:53อ
00:40:53 → 00:40:55แล้วไม่ใช่คุยกับพี่แค่ว่าพี่ต้องผูกกี่
00:40:55 → 00:40:57วันละ 3 วัน 5 วันไม่ใช่
00:40:57 → 00:41:01มันต้องคุยไปถึงเรื่องการกินพฤติกรรมอะไร
00:41:01 → 00:41:02งี้เลยเพราะฉะนั้นไม่ได้คุยไม่ได้เจอกัน
00:41:02 → 00:41:03แค่ครั้งเดียวหรอก
00:41:03 → 00:41:05การรักษาท้องผูกอาจจะเจอกันหลายครั้ง
00:41:05 → 00:41:05อือ
00:41:05 → 00:41:08อาจจะต้องลองปรับเรื่องน้ำอาจจะต้องลอง
00:41:08 → 00:41:11ให้ไฟเบอร์อาจจะต้องลองปรับพฤติกรรมกรรม
00:41:11 → 00:41:13อาจจะต้องชวนมาคุยเรื่องอาหารหรือว่าคุณ
00:41:14 → 00:41:15วันๆเนี่ยคุณกินอะไรบ้าง
00:41:15 → 00:41:15อือ
00:41:15 → 00:41:18ยาอะไรที่คุณกินบ้างที่ทำให้เกิดลำไส้มัน
00:41:18 → 00:41:21บีบตัวช้ามั้ยมันต้องแบ่งเป็นหลายปัจจัย
00:41:21 → 00:41:24เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่คนไข้มาท้องผูกเขา
00:41:24 → 00:41:25ให้ยาระบายมันจบ
00:41:25 → 00:41:26อื
00:41:26 → 00:41:31มันไม่จบแล้วก็หมอที่มีเวลาตรวจน้อยๆเช่น
00:41:31 → 00:41:32หมอในโรงพบาลรัฐอ่ะ
00:41:32 → 00:41:32อือ
00:41:32 → 00:41:35ถามว่าเขาจะมีเวลาคุยเรื่องพวกนี้หน่อย
00:41:35 → 00:41:35อือ
00:41:35 → 00:41:38เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำได้ก็บางทีก็อ่ะ
00:41:38 → 00:41:40คุณไข่กินน้ำคุณค่ายาบายไปก่อนแล้วให้
00:41:40 → 00:41:43เค้าปรับตัวแล้วก็แนะนำนิดหน่อยแต่การจะ
00:41:43 → 00:41:46สืบหาค้นสาเหตุจริงๆว่าเขาขาดอะไร
00:41:46 → 00:41:48หรือส่วนประกอบมันใช้เวลามันใช้เวลาคุย
00:41:48 → 00:41:51เพราะฉะนั้นโดยทั่วๆไปอ่ะเราไม่มีเวลามาก
00:41:51 → 00:41:52ขนาดนั้น
00:41:52 → 00:41:52อื
00:41:52 → 00:41:53ในในชีวิตจริง
00:41:53 → 00:41:54อื
00:41:54 → 00:41:56ที่จะคุยกัน
00:41:56 → 00:41:59งั้นคุณหมอแนะนำว่าน้ำเป็นปัจจัยหลัก
00:41:59 → 00:42:00ถูกต้อง
00:42:00 → 00:42:03ผมชอบคำคำพูดที่หมอบอกว่าอุจจาระเราจะ
00:42:03 → 00:42:05เป็นอะไรมันขึ้นอยู่อาหารที่เรากิน
00:42:05 → 00:42:06ถูก
00:42:06 → 00:42:07ใช่มั้ยครับเลือกกินให้ถูก
00:42:08 → 00:42:09อ่ะ
00:42:09 → 00:42:11เลือกกินอะไร
00:42:11 → 00:42:14เลือกกินอะไรจริงๆแล้วคืออย่างที่บอก
00:42:14 → 00:42:16เมื่อกี้ 75% มันเป็นน้ำแล้วคราวนี้เนี่ย
00:42:16 → 00:42:20อาหารในแต่ละมื้อที่เราใช้งานน่ะเช่นอ่า
00:42:20 → 00:42:25แป้งเช่นพวกกากอาหารอะไรเงี้ยครับเราก็
00:42:25 → 00:42:28ต้องเลือกให้ถูกต้องนะคือบางทีอ่ะผมเคย
00:42:28 → 00:42:31เจอคนไข้ที่ท้องผูกเนี่ยมีปัญหาเรื่องการ
00:42:31 → 00:42:32เคี้ยว
00:42:32 → 00:42:32อื
00:42:32 → 00:42:35ไปจับได้ว่าเคี้ยวอาหารได้ไม่ดีเพราะ
00:42:35 → 00:42:39ฉะนั้นกากอาหารที่เราเลือกมามันต้องเป็น
00:42:39 → 00:42:40ที่เป็นชิ้นเล็กๆ
00:42:41 → 00:42:41อื
00:42:41 → 00:42:44ชิ้นเล็กๆแล้วก็เคี้ยวให้มันขาดเมื่อไหร่
00:42:44 → 00:42:47ก็ตามที่มันเป็นกากอาหารที่มันเป็นใบพืช
00:42:47 → 00:42:49ใหญ่ๆเคี้ยวไม่ขาดอะไรเงี้ยครับไอ้พวก
00:42:49 → 00:42:53เนี้ยก็จะอาจจะทำให้ท้องผูกเช่นอ่าอีกอัน
00:42:53 → 00:42:56นึงที่บอกผักผลไม้อ่ะกินเข้าไปผักผักอ่ะ
00:42:56 → 00:42:58กินเข้าไปมันจะได้ท้องไม่ผูกมถ้าคุณเริ่ม
00:42:58 → 00:43:02ต้นจากการเคี้ยวอาหารไม่ดีพวกไฟเบอร์พวก
00:43:02 → 00:43:05นั้นมันจะเป็นไฟเบอร์ที่มันไม่ขาดกันอือ
00:43:05 → 00:43:06มันจะยิ่งอัดกันแน่น
00:43:06 → 00:43:07อืออ
00:43:07 → 00:43:10มันจะยิ่งอัดกันแน่นทำให้เกิดขับถ่ายได้
00:43:10 → 00:43:10ไม่ดี
00:43:10 → 00:43:11อื
00:43:11 → 00:43:14โดยตัวหลักตัวหลักเนี่ยจำเป็นต้องเป็นน้ำ
00:43:14 → 00:43:16เมื่อไหร่ก็ตามเราเราบอกให้เราซื้อ
00:43:16 → 00:43:18ไฟเบอร์มากินนะแล้วไฟเบอร์นั้นเนี่ยเป็น
00:43:18 → 00:43:23ไฟเบอร์ล้วนๆไม่มีไม่มีแบบพวกสารที่
00:43:23 → 00:43:24กระตุ้นให้ลำไส้มันบีบตัวน่ะ
00:43:24 → 00:43:25อือ
00:43:25 → 00:43:27ไฟเบอร์เยอะๆมากเกินไปก็เป็นสาเหตุที่ทำ
00:43:27 → 00:43:28ให้ท้องผูก
00:43:28 → 00:43:28อือ
00:43:28 → 00:43:31เพราะฉะนั้นไฟเบอร์ต้องประกอบด้วยน้ำ
00:43:31 → 00:43:35ไฟเบอร์ต้องเป็นกะอาหารที่เล็กและไม่ถูก
00:43:35 → 00:43:35บุดซึ้ง
00:43:35 → 00:43:35อือ
00:43:35 → 00:43:37ให้เรานึกภาพบอกเม็ดโฟมอ่ะ
00:43:37 → 00:43:38อือือ
00:43:38 → 00:43:41พี่มีเบาะเมดโฟมกับพี่มีเบาะที่เป็นโซฟา
00:43:41 → 00:43:42ผมเลือกนั่งเบาะเม็ดโฟมนะ
00:43:42 → 00:43:43อือ
00:43:43 → 00:43:45เพราะเม็ดโฟมอ่ะเม็ดเล็กๆนั้นน่ะเปรียบ
00:43:45 → 00:43:47เสมือนไฟเบอร์แล้วมันแตกกระจายเข้าไปใน
00:43:47 → 00:43:48เบาะพี่
00:43:48 → 00:43:48อือ
00:43:48 → 00:43:51พี่เป็นอุจาระลงไปนั่ง
00:43:51 → 00:43:51อือ
00:43:51 → 00:43:54หรือลำไส้พี่ว่าอันไหนมันจะเข้าเข้ากับ
00:43:54 → 00:43:55รูปร่าง
00:43:55 → 00:43:56ป
00:43:56 → 00:43:58มันก็จะต้องเป็นบ่อเม็ดโฟมเพราะฉะนั้น
00:43:58 → 00:44:00อุจาระเราที่มันแน่นๆน่ะเรามีไอ้เม็ดพวก
00:44:00 → 00:44:01เนี้ยกระจายเข้าไปอยู่
00:44:02 → 00:44:02อ
00:44:02 → 00:44:03แล้วก็เติมน้ำเข้าไป
00:44:03 → 00:44:06แล้วนึกภาพว่าน้ำไส้มันบีบตัวอ้ามันก็จะ
00:44:06 → 00:44:09เคลื่อนไหวได้ดีขับถ่ายได้ดีหมอเป้งกำลัง
00:44:09 → 00:44:13อธิบายในเชิงศัลยกรรมนะเราจะเห็นภาพนะหมอ
00:44:13 → 00:44:15เพยายามจะยกตัวอย่างให้เห็นนะมันจะไม่
00:44:15 → 00:44:17เหมือนหมออยุรกรรมเวลาเขาอธิบายนะหมอ
00:44:17 → 00:44:19ศัลยกรรมเวลาจะอธิบายเนี่ยเขาจะอธิบาย
00:44:19 → 00:44:22เป็นภาพเป็นอะไรให้เราเห็นนะนี่คือ
00:44:22 → 00:44:25typical สไตล์ของหมอศัลยกรรมเลยโอเค
00:44:25 → 00:44:28ขอบคุณครับอันนี้คือใครก็ความเข้าใจผิด
00:44:28 → 00:44:31เรื่องท้องผูกอ่าทีนี้เรื่องขอแทรกเรื่อง
00:44:31 → 00:44:33ลมอ่า
00:44:33 → 00:44:34ครับ
00:44:34 → 00:44:37ไผลมแบบไหนที่บางคนบอกว่าไผลมลมกลิ่นฉุน
00:44:37 → 00:44:40เนี่ยมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งคนก็เข้าใจ
00:44:40 → 00:44:42ว่า
00:44:42 → 00:44:45เใช้คำว่าไผลมมีกลิ่นฉุนนะอ่าคุณเฮ้ยเป็น
00:44:45 → 00:44:48มะเร็งหรือเปล่าไปดูหน่อยซิเป็นมะเร็ง
00:44:48 → 00:44:50หรือเปล่าทำไมพายลมเยอะ
00:44:50 → 00:44:52พายล้มเยอะลมอิ่มฉุนแก๊สที่อยู่ในลำไส้
00:44:53 → 00:44:56เนี่ยมันจะเกิดขึ้นได้จาก 1 ก็คือเรากลืน
00:44:57 → 00:44:59เข้าไปกลืนเข้าไปติดจากอาหารที่เรากิน
00:44:59 → 00:45:02เข้าไป 2 ก็คือแบคทีเรียมันสร้างขึ้นอ
00:45:02 → 00:45:05ครับพี่กลิ่นที่เกิดขึ้นเนี่ยมันก็เกิด
00:45:05 → 00:45:08จากต้นตอของมันแหละก็คืออาหารที่เรากิน
00:45:08 → 00:45:12แล้วก็แบคทีเรียเนี่ยหมักกันผสมกันเสร็จ
00:45:12 → 00:45:15แล้วก็เค้าเรียกว่าหมักเนี่ยเรียกใช้การ
00:45:15 → 00:45:17หมักถูกต้องเป็นกระบวนการหมัก
00:45:17 → 00:45:20เกิดแก๊สอะไรคุณจะได้กลิ่นตามนั้น
00:45:20 → 00:45:23ถ้ากลิ่นที่มันมาจากอาหารเราแล้วมันไม่
00:45:23 → 00:45:26ถูกหมักมันก็คือเป็นกลิ่นอาหารเราล้วนๆ
00:45:26 → 00:45:26เลย
00:45:26 → 00:45:26อื
00:45:26 → 00:45:29เออเพราะฉะนั้นเรื่องของตดเนี่ยโดยปกติ
00:45:29 → 00:45:31เนี่ยเราต้องตดอยู่แล้วนะ
00:45:31 → 00:45:34เพราะว่า 1 แบคทีเรียมันสร้างอยู่แหละแต่
00:45:34 → 00:45:37ถ้าเรากินอาหารที่มีส่วนประกอบเช่นยอดผัก
00:45:37 → 00:45:40ไนโตรเจนเป็นพวกถั่วอะไรเงี้ยไนโตรเจนมัน
00:45:40 → 00:45:42อยู่ในถั่วเยอะเพราะฉะนั้นเรากินพวกถั่ว
00:45:42 → 00:45:44พวกเนี้ยเราก็จะมีลมอยู่ในท้องเนี่ยเยอะ
00:45:44 → 00:45:47ขึ้นเพราะว่าเราไปให้สารตั้งต้นแบคทีเรีย
00:45:47 → 00:45:47มันไง
00:45:47 → 00:45:50เราให้พวกไนโตรเจนมันไปเพราะฉะนั้นมันก็
00:45:50 → 00:45:53ไปหมักกันแล้วก็เกิดแก๊สขึ้นมาเพราะ
00:45:53 → 00:45:55ฉะนั้นแก๊สไอ้พวกเนี้ยไนโตรเจนเนี่ยมันก็
00:45:55 → 00:45:56จะมีกลิ่นเหม็น
00:45:56 → 00:45:56อื
00:45:56 → 00:45:58เพราะฉะนั้นกลิ่นเหม็นไม่เหม็นเนี่ยมัน
00:45:58 → 00:45:58ไม่เกี่ยว
00:45:59 → 00:45:59อื
00:45:59 → 00:46:01เกี่ยวกับมะเร็งเลยมันขึ้นอยู่กับเรากิน
00:46:01 → 00:46:04อาหารอะไรเข้าไปแล้วแบคทีเรียเราย่อยแล้ว
00:46:04 → 00:46:07แล้วแก๊สอะไรเพราะฉะนั้นอันเนี้ยไม่
00:46:07 → 00:46:10เกี่ยวกับมะเร็งมะเร็งเป็นก้อนนะที่
00:46:10 → 00:46:13อธิบายมะเร็งเป็นก้อนเพราะฉะนั้นมันต้อง
00:46:13 → 00:46:14ไม่ตดดิ
00:46:14 → 00:46:15มันต้องไม่อึดิ
00:46:15 → 00:46:16อื
00:46:16 → 00:46:19มันถึงจะมีความเสี่ยงที่เฮ้ยเป็นมะเร็ง
00:46:19 → 00:46:20หรือเปล่าแก๊สก็ผ่านไม่ได้
00:46:20 → 00:46:21อือ
00:46:21 → 00:46:25ลมก็ผ่านไม่ได้ต่อให้คุณตดได้เนี่ยหมอตัน
00:46:25 → 00:46:27ยังสบายใจนะว่าลำไส้ไม่อุดตันอ
00:46:27 → 00:46:31อืสุดยอดตอบได้ตรงมากถ้าเป็นมะเร็งมะเร็ง
00:46:31 → 00:46:35มันจะตันมันจะไม่ไผายลมมันจะไม่ทายอุจาระ
00:46:35 → 00:46:35ครับ
00:46:35 → 00:46:36ใช่ครับ
00:46:36 → 00:46:40อาหารที่เรากินเป็นตัวกำหนดกลิ่นของลมที่
00:46:40 → 00:46:44เราขายออกมานะครับไม่ใช่แปลว่าเราผายลมมี
00:46:44 → 00:46:46กลิ่นแสดงว่าเราเป็นมะเร็งครับขอบคุณครับ
00:46:46 → 00:46:49อันนี้ก็เป็นอะไรที่เจอเยอะคือเลือดออก
00:46:49 → 00:46:55ทางทวารไปขายยาซื้อยาฤิสีดวงพลาดมาหลาย
00:46:55 → 00:46:58รายม้าตายมาหลายรายเชื่อว่าหมอเป้งเห็น
00:46:59 → 00:46:59เจอเป็นประจำ
00:47:00 → 00:47:01ถูกต้องถูกต้อง
00:47:01 → 00:47:03สิ่งนี้แทบจะเป็นเา้าเรียกว่าอะไรอ่ะเป็น
00:47:03 → 00:47:07ปัญหาของเป็นปัญหาแบบที่เจอเยอะมากเรื่อง
00:47:07 → 00:47:09ของถ่ายที่มีเลือดปนเนี่ย
00:47:09 → 00:47:13ซึ่งปัญหาหลักปัญหาหลักของคนทั่วไปที่
00:47:13 → 00:47:16ถ่ายเป็นเลือดเนี่ยก็คืออะไรรู้มั้พี่ก็
00:47:16 → 00:47:19คือเขาไม่มีข้อมูลโลกอื่นในหัวเขา
00:47:19 → 00:47:20อืม
00:47:20 → 00:47:23ทำไมทำไม
00:47:23 → 00:47:27ทำไมเราถึงต้องใช้หมอที่มีความรู้ในการ
00:47:27 → 00:47:31ตรวจในการอธิบายเรื่องพวกนี้เพราะว่าในใน
00:47:32 → 00:47:34เค้าเรียกว่าในความรู้ของหมอเนี่ยมันมี
00:47:34 → 00:47:38โรคอื่นไงโดยคนทั่วไปไม่ว่าจะเป็น 3 ล้อ
00:47:38 → 00:47:41เป็นอย่างอื่นเป็นอาชีพอื่นทุกอย่างเลย
00:47:41 → 00:47:44เวลาผมลองไปถามเขาอ่ะถ่ายเป็นเลือดเดี๋ยว
00:47:44 → 00:47:46เป็นฤิดวงมั้งไปซื้อยาเป็นฤิดวงมั้งไป
00:47:46 → 00:47:51ซื้อยาแต่ 80% น่ะเป็นฤิดวงได้นะครับถ่าย
00:47:51 → 00:47:54เป็นเลือดเนี่ยแต่ถ่ายเป็นเลือดอาจจะเกิด
00:47:54 → 00:47:55จากมะเร็งได้
00:47:55 → 00:47:55อ
00:47:55 → 00:47:57เพราะฉะนั้น
00:47:57 → 00:48:00ผมจะแก้ปัญหาตรงนี้แล้วกันก็คือถ้าสมมุติ
00:48:00 → 00:48:03ว่ามีถ่ายเป็นเลือดเนี่ยควรจะต้องไปตรวจ
00:48:03 → 00:48:05เลยถ้าใครไม่เคยตรวจเนี่ยจะต้องไปตรวจสัก
00:48:05 → 00:48:10ครั้งนึงเพราะว่ามันมีโอกาสที่เลือดมันจะ
00:48:10 → 00:48:11ออกจากมะเร็งไง
00:48:11 → 00:48:11อื
00:48:11 → 00:48:13มะเร็งอ่ะเวลามันหลุดลอกมันก็ออกเป็น
00:48:13 → 00:48:16เลือดนิสีดวงเวลามันแตกหรือว่าขู่ขูดมัน
00:48:16 → 00:48:17ก็ออกเป็นเลือด
00:48:17 → 00:48:17อื
00:48:17 → 00:48:21เพราะฉะนั้นพวกเนี้ยมันไม่สามารถแยกได้
00:48:21 → 00:48:23มันไม่สามารถแยกได้เพราะฉะนั้นเราต้องหา
00:48:23 → 00:48:28คนที่ดูเป็นบางทีก้อนออกเนี่ยมีก้อนออกมา
00:48:28 → 00:48:32แล้วนะในหัวของสารในคนทั่วไปก็จะบอกว่า
00:48:32 → 00:48:35มันเป็นที่ 4 ดวงจริงๆก้อนเนี่ยผมมาหาหมอ
00:48:35 → 00:48:37สันไม่ต้องทำอะไรแดู
00:48:37 → 00:48:37มะเร็ง
00:48:38 → 00:48:40อื
00:48:40 → 00:48:43เพราะฉะนั้นปัญหาเนี่ยมันคือความรู้
00:48:43 → 00:48:44อื
00:48:44 → 00:48:47คือคนส่วนใหญ่เนี่ยความรู้เนี่ยก็จะในหัว
00:48:47 → 00:48:49จะมีแค่สีดวงโรคเดียวไง
00:48:49 → 00:48:50แต่จริงๆแล้วอ่ะ
00:48:50 → 00:48:52ที่ถ่ายเป็นเลือดผมจะเล่าให้ฟังว่ามันมี
00:48:52 → 00:48:55โรคอะไรบ้างที่เจอบ่อยๆก็มี 1 ลิถีดวง
00:48:55 → 00:48:58อันดับ 2 ก็คือแผลฉีกที่ขอบทวาร
00:48:58 → 00:48:58อื
00:48:58 → 00:49:01เออที่ถ่ายเป็นเลือดได้อันดับ 3 ก็คือ
00:49:01 → 00:49:04เป็นพวกอ่าอ่ารอยโลกที่อยู่ในลำไส้ลำไส้
00:49:04 → 00:49:07มันเป็นกระเปาะแล้วก็มีจุดมีเลือดออกสีก็
00:49:07 → 00:49:10เป็นพวกที่เลือดที่ออกจากกระเพาะอาหาร
00:49:10 → 00:49:12แล้วก็ไหลลงมาจนถึงทวาย
00:49:12 → 00:49:13อ่า
00:49:13 → 00:49:14เนี่ย
00:49:14 → 00:49:16มีหลายโรคติ่งเนื้อนี่ก็มีเลือดออกได้
00:49:16 → 00:49:19เพราะฉะนั้นมันมีตั้ง 5-6 โรคแล้วเนี่ย
00:49:19 → 00:49:21ที่เวลาเลือดออกอ่ะคุณต้องมาแยกโรคมา
00:49:21 → 00:49:21รักษา
00:49:21 → 00:49:22อื
00:49:22 → 00:49:26แต่ที่คุณนึกได้เนี่ยมีโรคเย
00:49:26 → 00:49:26อื
00:49:26 → 00:49:29มันก็เลยทำให้โรคมะเร็งเป็นหนึใน 5-6 โรค
00:49:29 → 00:49:30เนี้ย
00:49:30 → 00:49:30อ
00:49:30 → 00:49:31หลุดไป
00:49:31 → 00:49:35อืเห็นภาพเห็นภาพถ่ายเป็นเลือดไม่ได้แปล
00:49:35 → 00:49:37ว่าต้องเป็นฤทธิ์สีดวง 80%
00:49:37 → 00:49:41ยังคิดว่าถ่ายเป็นเลือดคือโรคเดียวที่เขา
00:49:41 → 00:49:44รู้วันนี้หมอเบ้งเพิ่มให้เราอีก 6 โรคไป
00:49:44 → 00:49:47หาหมอให้เขาดูว่าเป็นโรคอะไรได้บ้างอย่า
00:49:47 → 00:49:50เพิ่งรีบไปซื้อยาเพื่อรักษาิสีดวง
00:49:50 → 00:49:50ใช่ครับ
00:49:50 → 00:49:51ครับ
00:49:51 → 00:49:55คำถามต่อไปฮะอันเนี้ยก็คือเข้าห้องน้ำที่
00:49:55 → 00:49:59สาธารณะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหูด
00:49:59 → 00:50:02ในทวารนะบริเวณปากทวารอ่าอ่าแล้วก็ใน
00:50:02 → 00:50:03อวัยวเเพศด้วย
00:50:03 → 00:50:08ปกติเนี่ยเวลาหูดที่ขึ้นตามผิวหนังกับหูด
00:50:08 → 00:50:11ที่ขึ้นจากตรงทวารหนักตรงปากตรงอะไรเงี้ย
00:50:11 → 00:50:13นะมันอาจจะเป็นคนละ
00:50:13 → 00:50:13คนละโรค
00:50:13 → 00:50:14อื
00:50:14 → 00:50:16คนละคนละตัวกันซึ่งหูดเนี่ยมันมีเยอะมาก
00:50:16 → 00:50:16นะ
00:50:16 → 00:50:17อื
00:50:17 → 00:50:19ไวรัสหูดเนี่ยมันแบ่งเป็นหลายสายพันธุ์
00:50:19 → 00:50:22มากไอ้หูดที่เรียกหลอนไก่เนี่ยโดยส่วน
00:50:22 → 00:50:24ใหญ่เนี่ยมัน
00:50:24 → 00:50:26มักจะเกิดจากเพศสัมพันธ์
00:50:26 → 00:50:28เวลาเราไปเข้าห้องน้ำอะไรเงี้ยถ้ามันจะ
00:50:28 → 00:50:29ติดอ่ะ
00:50:29 → 00:50:31มันอาจจะเป็นหูดชนิด
00:50:31 → 00:50:34ที่ที่สัมผัสได้ทางผิวหนังอะไรเงี้ยแต่ใน
00:50:34 → 00:50:37เยื่อเมือกในก้นในปากอะไรเงี้ยส่วนใหญ่
00:50:37 → 00:50:39มักจะเป็นอุดที่ติดต่อนะเพศสัมพันธ์จะ
00:50:39 → 00:50:42ต้องมีการอาจจะมีการเข็ดสีมีแผลมีอะไร
00:50:42 → 00:50:45อย่างเงี้ยที่เราสัมผัสบางทีที่ผมเจอนะ
00:50:45 → 00:50:47ถ้าเราไปเข้าห้องน้ำแล้วมันติดจริงเนี่ย
00:50:47 → 00:50:49ส่วนใหญ่อ่ะมันน่าจะติดจากข้างนอกนะแต่
00:50:49 → 00:50:51เท่าที่ผมดูนี่ก็คือ
00:50:51 → 00:50:53ส่องเข้าไปดูคือมันมีข้างในด้วยอ่ะ
00:50:53 → 00:50:53อือ
00:50:53 → 00:50:55คือหมายถึงว่ามันจะต้องมีการมันขึ้นไป
00:50:55 → 00:50:56ข้างในได้ยังไงอ
00:50:56 → 00:50:57อือ
00:50:57 → 00:51:00อ่าบางทีมันขึ้นในปากบางทีขึ้นอะไรเงี้ย
00:51:00 → 00:51:02ซึ่งพวกเนี้ยส่วนใหญ่มักมันจะไม่ติดจาก
00:51:03 → 00:51:05จากมือจากอย่างอื่นเลยนะ
00:51:05 → 00:51:08พวกพวกติดจากมืออ่ะที่ไปเกาอะไรเงี้ยนะ
00:51:08 → 00:51:11มันก็หน้าตามันจะไม่เหมือน
00:51:11 → 00:51:13หน้าตามันจะไม่เหมือนกับโรคที่ติดยังไม่
00:51:13 → 00:51:14สัมผัส
00:51:14 → 00:51:15ติดสัมผัสโอเคครับเห็น
00:51:15 → 00:51:20เพราะฉะนั้นมันไม่ติดคือผมอยากจะย้ำว่า
00:51:20 → 00:51:22เวลาเราไปใช้ห้องน้ำสาธารณะอะไรเงี้ยเรา
00:51:22 → 00:51:23ก็ทำความสะอาด
00:51:23 → 00:51:23อือ
00:51:23 → 00:51:25เท่าที่เราทำได้แต่ไม่ต้องกลัวขนาดนั้น
00:51:25 → 00:51:26ที่มันจะติด
00:51:26 → 00:51:26อือ
00:51:26 → 00:51:28เออไม่ใช่เราไปสัมผัสปุ๊บมันจะติดไม่พวก
00:51:29 → 00:51:31นี้เนี่ยมันมีโอกาสอยู่เช่นผิวหนังคุณจะ
00:51:31 → 00:51:33ต้องมีแผลอย่างเช่นสัมพันธ์มันมีการเสียด
00:51:33 → 00:51:36สีเกิดแผลเกิดอะไรเงี้ยมันก็มีการฝังตัว
00:51:37 → 00:51:40เข้าไปได้เกิดอ่าโรคเกิดติกันได้อะไร
00:51:40 → 00:51:43เงี้ยแต่ถ้าเราไปจับสัมผัสครั้งเดียวอะไร
00:51:43 → 00:51:45เงี้ยด้วยมือของเรามันมีกลไกของร่างกาย
00:51:45 → 00:51:48ที่ช่วยในการป้องกันโรคอยู่แล้วถ้าเราไม่
00:51:48 → 00:51:50ไป
00:51:50 → 00:51:54เหมือนอ่าอธิบายเช่นตาปาแล้วกันตาปานี่ก็
00:51:54 → 00:51:56เป็นไวรัสชนิดนึงเหมือนกัน
00:51:56 → 00:51:56อื
00:51:56 → 00:52:00มันมักจะเกิดตรงเท้าเพราะว่าเวลาที่เท้า
00:52:00 → 00:52:02เนี่ยใส่รองเท้ามันจะเสียดสี
00:52:02 → 00:52:02อือ
00:52:02 → 00:52:04มันก็ูateเข้าไปติดเข้าไปในบริเวณที่มัน
00:52:04 → 00:52:06โดนเสียดสีนั่นแหละมันก็เลย
00:52:06 → 00:52:09เป็นตาปลาขึ้นมามันไม่ใช่แค่แบบเราไปจับ
00:52:09 → 00:52:10ตาปลาครั้งนึงแล้วมันจะเป็น
00:52:10 → 00:52:12หรือเราไปหรือเราไปใส่รองเท้าแตะคนที่
00:52:12 → 00:52:15คนที่เป็นตาปลาแล้วมันจะเป็นใช่ครับเพราะ
00:52:15 → 00:52:18ฉะนั้นพวกนี้เนี่ยมันมันมีกลไกของมันอยู่
00:52:18 → 00:52:19มันไม่ได้ติดง่ายขนาดนั้น
00:52:19 → 00:52:22อดภาพนั้นห้องน้ำสาธารณะ
00:52:22 → 00:52:25ไม่ต้องระแวงไม่ต้องกลัวว่าทำให้เราเกิด
00:52:25 → 00:52:27หูดมันติดต่อกันไม่ได้่
00:52:27 → 00:52:30นะครับมันส่วนใหญ่จะติดต่อทางเพศสัมพันธ์
00:52:30 → 00:52:34นะต้องเกิดการรับเชื้อโดยตรงผ่านการเสียด
00:52:34 → 00:52:35สี
00:52:35 → 00:52:35สัมผัส
00:52:35 → 00:52:39สัมผัสโอเคครับมันจะเจอเยอะแล้วเข้าใจผิด
00:52:39 → 00:52:44ก็คือพวกปวดท้องทั้งหลายอ่าปวดท้องแบบไหน
00:52:44 → 00:52:47ที่คุณหมออยากจะแนะนำว่าอันเนี้ยเป็นปวด
00:52:47 → 00:52:49ท้องที่ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะ
00:52:49 → 00:52:51เวลาผมตรวจแพ้คนนึงเวลามาด้วยปวดท้อง
00:52:51 → 00:52:54เนี่ยตั้งแต่เดินเลยผมจะดูท่าดงท่าเดิน
00:52:55 → 00:52:56เขาก่อนเลยเพราะบางคนเนี่ยถ้าปวดท้อง
00:52:57 → 00:53:00เนี่ยถ้ามันเดินผิดปกติอะไรเงี้ยแสดงว่า
00:53:00 → 00:53:02ในช่องท้องมันมีการอักเสบแล้วอันนี้คือ
00:53:02 → 00:53:04เรื่องปวดท้องนะแต่ถ้าเกิด
00:53:04 → 00:53:08สงสัยว่าตรวจจากโรคกระเพาะเนาะว่าไม่ใช่
00:53:08 → 00:53:10ส่วนใหญ่พวกนี้ก็ต้องมีการรักษาด้วยยา
00:53:10 → 00:53:11ก่อนอ
00:53:11 → 00:53:15ผมจะดูอายุดูท่าทางการตรวจดูเรื่องของสอบ
00:53:15 → 00:53:19ถามเรื่องพฤติกรรมการกินก่อนว่าว่าเค้ามี
00:53:19 → 00:53:22ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะมวก
00:53:23 → 00:53:26ยาแก้ปวดต่างๆมีโรคเข่ามั้ยที่คุณปวด
00:53:26 → 00:53:27เรื้อรังแล้วคุณกินยาแก้ปวดอะไรเงี้ยที่
00:53:27 → 00:53:30มันจะส่งเสริมไปในทางที่มันจะกัดกระเพาะ
00:53:30 → 00:53:31อ่ะเป็นโรคกระเพาะ
00:53:31 → 00:53:31อือ
00:53:31 → 00:53:35แต่ถ้าสมมุติว่าเราทำการรักษาแล้วให้ยาไป
00:53:35 → 00:53:41แล้ว 3 อาทิตย์ไม่ดีขึ้นก็เท่ากับ
00:53:41 → 00:53:43มันก็มีข้อผงชี้แล้วว่าอาจจะจำเป็นต้อง 2
00:53:43 → 00:53:45กล้องถ้าสมมุติว่ารักษาไป 3 อาทิตย์ 4
00:53:45 → 00:53:48อาทิตย์แล้วมันไม่ดีขึ้นทั้งๆที่เราหยุด
00:53:48 → 00:53:49แล้วน่ะ
00:53:49 → 00:53:49อือ
00:53:49 → 00:53:52หยุดพวกความเสี่ยงต่างๆแล้วไม่กินเอเฟส
00:53:52 → 00:53:55กินข้าวตรงเวลาอะไรเงี้ยสาเหตุไม่ได้ถูก
00:53:55 → 00:53:58ต้องถูกต้องก็อาจจำเป็นต้องสอบหรือร่วม
00:53:58 → 00:54:03กับอาการที่เขาเรียกอarm sympom ก็คือ
00:54:03 → 00:54:03ทองแดง
00:54:03 → 00:54:07ทองแดงใช่แดงก็มีพวกอาเจียนเป็นเลือด
00:54:07 → 00:54:08อื
00:54:08 → 00:54:11ถ่ายเป็นเลือดอย่างเงี้ยครับแล้วก็อาจจะ
00:54:11 → 00:54:13มีเบื่ออาหารน้ำหนักลดโดยไม่ได้ลดน้ำหนัก
00:54:13 → 00:54:17อืดแต่ว่าน้ำหนักลดเนี่ยมันไม่ใช่ทุกราย
00:54:17 → 00:54:19นะอย่างที่บอกน้ำหนักลดไม่ใช่ทุกรายว่าคน
00:54:19 → 00:54:20นั้นจะเป็นมะเร็ง
00:54:20 → 00:54:20อ
00:54:20 → 00:54:21เราต้องมี
00:54:21 → 00:54:25เช่นอาจจะน้ำหนักลด 5 กก.ใน 1 เดือนทั้งๆ
00:54:25 → 00:54:27ที่เราไม่ได้ลดน้ำหนักอ่าอย่างเงี้ยเรียก
00:54:27 → 00:54:29คืออ่าให้น้ำหนักลดแบบนี้ในระยะสำคัญ
00:54:29 → 00:54:30อือ
00:54:30 → 00:54:32ที่เฮ้ยเราต้องหาสาเหตุว่าเฮ้ยอยู่ริมลด
00:54:32 → 00:54:34ได้ไงเราเป็นไทรรอยด์หรือเปล่า
00:54:34 → 00:54:38ต้องมาตรวจต้องมาคำทิปจรดูว่ามันเต้นเร็ว
00:54:38 → 00:54:39มั้นั่นนู่นนี่ถ้าเราไม่ได้ลดน้ำหนักนะ
00:54:39 → 00:54:40หรือ
00:54:40 → 00:54:42เราไม่มีตังค์กินข้าว
00:54:42 → 00:54:42อื
00:54:42 → 00:54:44เอออย่างเงี้ยน้ำหนักลดได้แต่ถ้าเกิดเรา
00:54:44 → 00:54:45กินปกติแต่อยู่ดีๆ
00:54:46 → 00:54:48น้ำหนักลดไปเฉยอย่างเงี้ยอันนี้ต้องหาถูก
00:54:48 → 00:54:48ต้อง
00:54:48 → 00:54:51อันนี้ต้องต้องส่องต้องต้องดูเรื่อง
00:54:51 → 00:54:53เรื่องโรคอื่นที่ไม่ใช่โรคกระเพาะโรค
00:54:53 → 00:54:56กระเพาะเพราะเนี่ยส่วนใหญ่เนี่ยถ้าเรา
00:54:56 → 00:54:59รักษาแล้วมันดีขึ้นปกติผมจะไม่ได้ 2
00:54:59 → 00:55:01กล้องทุกร้านนะพี่อยู่ดีๆคนไข้เดินมาเอ้อ
00:55:01 → 00:55:04เอาไปส่องเอาไปส่องเอาไปส่อง 1 งานเยอะ 2
00:55:04 → 00:55:06คือการส่องกล้องเนี่ย
00:55:06 → 00:55:09มันทำให้เกิดการสำลักได้นะพี่คือมันเจ็บ
00:55:09 → 00:55:11ตัวกับคนไข้เพราะฉะนั้นถ้าอายุไม่เข้า
00:55:11 → 00:55:14เกณฑ์อายุน้อยเจอมะเร็งโอกาสที่มันจะเจอ
00:55:14 → 00:55:17น้อยหรือมีประวัติชัดเจนอะไรเงี้ยผมก็
00:55:17 → 00:55:18รักษาเลยนะพี่
00:55:18 → 00:55:18อือ
00:55:18 → 00:55:21รักษาก่อนแล้วก็มาดูอาการทีหลังถ้าสมมุติ
00:55:21 → 00:55:24ดูแล้ว 1 ปรับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วไม่
00:55:24 → 00:55:24ดีขึ้น
00:55:24 → 00:55:25อ
00:55:25 → 00:55:27กินยารดกดแล้วไม่ดีขึ้นอ่าอย่างเงี้ยเรา
00:55:27 → 00:55:28อาจจะต้องส่องดู
00:55:28 → 00:55:29อือๆ
00:55:29 → 00:55:33เพื่อคอนเฟิร์มว่าเฮ้ยเราเป็นเรารักษาโรค
00:55:33 → 00:55:35เพาะจริงแล้วไม่มีมะเร็งซ่อนอยู่จริง
00:55:35 → 00:55:37อือๆ
00:55:37 → 00:55:40เห็นภาพดังนั้นการปวดท้องที่คุณหมอแนะนำ
00:55:40 → 00:55:43มาที่เจอในคลินิกศัลยกรรมนะฮะปวดท้องแบบ
00:55:43 → 00:55:46ไหนที่ไม่ใช่โรคกะเพราโอเคอันนี้ก็เป็น
00:55:46 → 00:55:49อีกโจทย์นึงนะฮะอ่ะอันต่อไปฮะที่มักจะเจอ
00:55:49 → 00:55:54ในคลินิกสัญลกรรมคือความเชื่อว่าลมล้ม
00:55:54 → 00:55:58ล้มหัวฟากหมอไม่เห็น C สแกนสมองเลยอื
00:55:58 → 00:56:02อ่าโอเคอันเนี้เนี่ยมันเป็นเค้าเรียกว่า
00:56:02 → 00:56:06อะไรอ่ะเป็นปัญหาเหมือนกันเพราะว่าคน
00:56:06 → 00:56:08เชื่อตอนเนี้ก็คือคนไข้เชื่อว่ามีการ Xray
00:56:08 → 00:56:11คอมพิวเตอร์อ่ะแล้วมันจะวินิจฉัยได้ทุก
00:56:11 → 00:56:12อย่างจริงๆแล้วเนี่ยอ
00:56:12 → 00:56:14Xray คอมพิวเตอร์เนี่ยวินิจฉัยได้จริง
00:56:14 → 00:56:18ครับแต่ว่า 1 ถ้าสมมุติว่าเรามีเค้าเรียก
00:56:18 → 00:56:22ว่าอะไรมีทรัพยากรจำกัดนะพี่
00:56:22 → 00:56:25อืพวกล้มมาเนี่ยส่วนใหญ่เราดูเป็นอาการ
00:56:25 → 00:56:29เอาว่ามันมีข้อบ่งชี้ในการคอมพิวเตอร์
00:56:29 → 00:56:29มั้ย
00:56:29 → 00:56:33โดยปกติเนี่ยเลือดออกในสมองเนี่ยคนส่วน
00:56:33 → 00:56:35ใหญ่จะคิดว่ามันรวดเร็วมาก
00:56:35 → 00:56:35อื
00:56:35 → 00:56:38แต่จริงๆแล้วเลือดออกในสมองเนี่ยมันมี
00:56:38 → 00:56:41เวลาของมันอยู่นะครับมีเวลาของมันอยู่ก็
00:56:41 → 00:56:45คือเวลาเลือดออกสมองปั๊บคนไข้ก็จะมีอ่า
00:56:45 → 00:56:47เค้าเรียกความดันสมองเพิ่มก่อนก็เริ่มจะ
00:56:47 → 00:56:51มีอ้วกๆๆม่านตาไม่เท่ากันแต่ไม่ใช่ว่าพอ
00:56:51 → 00:56:53เริ่มมีอาการแล้วเราไปผ่าแล้วมันจะไม่รอด
00:56:53 → 00:56:57นะก็คือพวกนี้เป็นอาการเตือนเช่นก็คือถ้า
00:56:57 → 00:57:00มีอาการเตือนเนี่ยส่วนใหญ่อ่ะเราก็จะ
00:57:00 → 00:57:02คอมพิวเตอร์หรือว่าคนไข้คนนั้นน่ะมีความ
00:57:02 → 00:57:05เสี่ยงมีความเสี่ยงก็คือ
00:57:05 → 00:57:09พออุปเหตุมาปุ๊บความรู้สึกตัวมันไม่เต็ม
00:57:09 → 00:57:12ไม่เต็มอย่างเงี้ยไป 4 ทีหรือคนไข้ที่กิน
00:57:12 → 00:57:15ยาลายลิ่มเลือดมาเ้ามีโอกาสที่หัวกระแทก
00:57:15 → 00:57:18แล้วมันจะเลือดออกหรือคนอายุมากอีกอันนึง
00:57:18 → 00:57:21ก็คือเด็ก
00:57:21 → 00:57:24เนี่ยมันกับคนที่อายุมากเนี่ยดูจากคล้าย
00:57:24 → 00:57:27กันเด็กเนี่ยสมองมันเค้าเรียกว่าอะไร
00:57:27 → 00:57:31เนื้อสมองมันเต็มมากเนื้อสมองมันเต็มเ้า
00:57:31 → 00:57:34เรียกว่ามันมันอัดแน่นน่ะเวลามีเลือดออก
00:57:34 → 00:57:38อ่ะมันก็จะเต็มไวเพราะฉะนั้นเด็กเนี่ย
00:57:38 → 00:57:40ส่วนใหญ่เราด้วยความกังวลด้วยเนาะเราจะ
00:57:40 → 00:57:45ใช้ Xray คอมพิวเตอร์ช่วยด้วยในคนไข้ที่
00:57:45 → 00:57:46เด็กที่ไม่สามารถตอบคำถามอะไรเราได้หรือ
00:57:46 → 00:57:48มีประวัติเรื่องสลบอะไรเงี้ยเนาะแต่ถ้า
00:57:48 → 00:57:51เป็นคนอายุมากที่กินยาละลายลิ่มเลือด
00:57:51 → 00:57:54เดี๋ยวนี้ก็กินกันบ่อยก็คือโรคหัวใจโรค
00:57:54 → 00:57:55หัวใจผิดจังหวะโรค
00:57:55 → 00:57:56อ
00:57:56 → 00:57:58โรคเค้าเรียกว่าโรคหลอดเลือดอ่ะ
00:57:58 → 00:57:58อือ
00:57:58 → 00:58:02พวกเนี้ยบางทีคนแก่เนี่ยเค้าเรียกว่าอะไร
00:58:02 → 00:58:05อ่ะสมองมันเหี่ยวลงโดยตามอายุทำให้มีช่อง
00:58:05 → 00:58:08ว่างเพราะฉะนั้นเลือดออกในตอนแรกอ่ะ
00:58:08 → 00:58:10เจะไม่มีอาการเพราะว่าความดันในสมองมัน
00:58:10 → 00:58:11ไม่เพิ่ม
00:58:11 → 00:58:11อื
00:58:11 → 00:58:13เพราะฉะนั้นในคนที่มีความเสี่ยงพวกเนี้ย
00:58:13 → 00:58:17เราก็จะเกิดดูแล้วอุบัติเหตุไม่ได้รุนแรง
00:58:17 → 00:58:19อะไรเงี้ยส่วนใหญ่เราจะไม่ได้ CT นะ
00:58:19 → 00:58:21CT เนี่ยไม่ได้เป็นคำตอบ
00:58:21 → 00:58:26แต่ว่ามันช่วยในรายที่เราไม่สามารถจะอ่า
00:58:26 → 00:58:30สอบถามได้ไม่สามารถจะอ่าคุยรู้ตัวได้หรือ
00:58:30 → 00:58:32offserve อ่าดูอาการไม่ได้อะไรเงี้ยส่วน
00:58:33 → 00:58:34ใหญ่เราก็ตัดติดด้วยที
00:58:34 → 00:58:38ครับดังนั้นล้มอุบัติเหตุกระแทกนะฮะศีรษะ
00:58:39 → 00:58:40กระแทกเนี่ย
00:58:40 → 00:58:44การที่หมอไม่ได้ CT ทุกรายก็มีข้อบงชี้
00:58:44 → 00:58:47ตามที่หมอเป้งแนะนำดูเป็นดูบริบทด้วย
00:58:47 → 00:58:51ทรัพยากรจำกัดแล้วก็ต้องช่างตั้งกับรังสี
00:58:51 → 00:58:52ที่จะโดนได้รับ
00:58:52 → 00:58:54ที่จะได้รับนะอันไหนคุ้มกว่ากันนะครับอัน
00:58:54 → 00:58:55นี้
00:58:55 → 00:58:57คงไม่มีหมอคนไหนไม่อยากตรวจให้เราเต็มที่
00:58:57 → 00:59:01นะแต่ว่าก็ต้องดูตามหลักวิชาการครับอัน
00:59:01 → 00:59:04นี้ที่ผมเห็นนะในชีวิตประจำวันหมอครับถาม
00:59:04 → 00:59:07นอกรอบปัจจุบันยังมีไส้ติ่งแตกโบ๊ะพบมาก
00:59:07 → 00:59:09อยู่มั้ยไส้ติ่งแตกยุคปัจจุบัน
00:59:09 → 00:59:13คือไส้ติ่งแตกเนี่ยเราเจอกันบ่อยๆบ่อยเลย
00:59:13 → 00:59:13ทุกวันนี้
00:59:13 → 00:59:17ทุกวันนี้เพราะว่าเพราะว่าเรามี
00:59:18 → 00:59:21เรามีเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะเรามีชาวต่าง
00:59:21 → 00:59:24ชาติเยอะส่วนใหญ่พวกเนี้ยผมจะบอกว่าเรา
00:59:24 → 00:59:27เจอได้ในคนไข้ที่เค้าอดทนมากๆพี่
00:59:27 → 00:59:27อ
00:59:27 → 00:59:29เช่นเค้าอวดท้องแล้วเค้าไม่มีสิทธิ์การ
00:59:29 → 00:59:31รักษาหรือเค้าเดินทางมาไม่ถึงหรือว่าอะไร
00:59:31 → 00:59:36เงี้ยมันก็จะเจอได้แล้วอีกอย่างนึงคือบาง
00:59:36 → 00:59:41ทีพวกอ่าไปกระท่อมพวกกัญชาพวกอะไรเงี้ย
00:59:41 → 00:59:43มันมีฤทธิ์ช่วยทำให้รสปวดตรงนี้นะครับ
00:59:43 → 00:59:44อื
00:59:44 → 00:59:46ถ้าเกิดคนไหนที่เขาใช้อยู่อาการปวดท้อง
00:59:46 → 00:59:48แบบแปลกๆอาการปวดท้องที่เป็นเหมือนไเสก
00:59:48 → 00:59:49ติ่งมันจะแปลกไป
00:59:49 → 00:59:50อื
00:59:50 → 00:59:52ทำให้เกิดการวินิจฉัยไม่ได้ก็มี
00:59:52 → 00:59:52อือ
00:59:52 → 00:59:55แต่ว่าถามว่าไส้ติ่งแตกเนี่ยมันจะแตกโพะ
00:59:55 → 00:59:57แล้วตายมั้ยไม่
00:59:57 → 00:59:59ไส้ติ่งแตกโพะมันยังมีเวลาให้เรา
00:59:59 → 01:00:00อือ
01:00:00 → 01:00:02ให้ผ่าตัดได้เพราะฉะนั้นมันไม่แตกไม่ใช่
01:00:02 → 01:00:04แตกแล้วตายทุกรายเพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว
01:00:04 → 01:00:07ไส้ติ่งแตกมากแต่คือเวลาไส้ติ่งแตกเนี่ย
01:00:07 → 01:00:10มันจะทำให้อัตราการนอนโรงพยาบาลกับแผลติด
01:00:10 → 01:00:11เชื้อมันเพิ่มแค่นั้นเอง
01:00:11 → 01:00:12อือ
01:00:12 → 01:00:14แต่ว่าอัตราการตายเนี่ยก็เพิ่มแต่ว่าไม่
01:00:14 → 01:00:16ได้เยอะมากเพราะว่าเดี๋ยวนี้เนี่ยเราแทบ
01:00:16 → 01:00:19จะผ่าตัดได้ทุกที่แล้วได้อื
01:00:19 → 01:00:21เพราะฉะนั้น
01:00:21 → 01:00:24ในปัจจุบันผมยังเจออยู่นะครับไส้ติ่งแตก
01:00:24 → 01:00:28แต่ไม่ได้ทำให้คนไข้ผมไม่ได้คนไข้จากเสีย
01:00:28 → 01:00:30ไส้ติงอ่าไส้ติงแตกไปมาก
01:00:30 → 01:00:32ครับครับ
01:00:32 → 01:00:35โรงพยาบาลบางโรงพยาบาลปวดท้องมาไป CT
01:00:35 → 01:00:39ช่องท้องอันนี้ง่ายนะปวดท้องปุ๊บ
01:00:39 → 01:00:42CT เลยแล้วก็อ่านว่าไส้ติ่งบวมอ้าวไปผ่า
01:00:42 → 01:00:45ตัดไส้ติ่ง
01:00:45 → 01:00:48มันอย่างงี้ครับคือเวลาอ่านมาไทติติ่งคือ
01:00:48 → 01:00:51ไส้ติ่งเนี่ยมันอาจจะเป็นระยะแรกได้โดย
01:00:51 → 01:00:55ข้อมูลล่าสุดเนี่ยจริงๆแล้วไส้ติ่งอ่ะมัน
01:00:55 → 01:00:58สามารถให้ยาได้นะในระยะแรกเราให้ยาเลยเรา
01:00:58 → 01:01:00งดน้ำอาหารเราให้ยาพวกนี้มันอาจจะดีขึ้น
01:01:00 → 01:01:05ได้ก็มีแต่ในในทางปฏิบัติในปัจจุบันเนี่ย
01:01:05 → 01:01:08เราพบว่าการ
01:01:08 → 01:01:11เปลี่ยนตรงเนี้ยมันก็ยังเปลี่ยนได้ไม่หมด
01:01:11 → 01:01:12อื
01:01:12 → 01:01:15ก็คือในไต้ติ่งระยะแรกเนี่ยจริงๆคือมัน
01:01:15 → 01:01:17สามารถให้ยาได้ให้ยาฆ่าเชื้อได้มันก็จะ
01:01:17 → 01:01:19หายได้โดยที่เราไม่ต้องผ่าตัดแหละแต่คน
01:01:19 → 01:01:21ส่วนใหญ่อ่ะยังคิดว่า
01:01:21 → 01:01:21ออ
01:01:21 → 01:01:24มันจะยังต้องผ่าตัดไส้ติ่งอือ
01:01:24 → 01:01:26มีไส้ติ่งบางรายเนี่ย
01:01:26 → 01:01:30ยังไม่ต้องผ่าตัดก็มีอ่ะเช่น
01:01:30 → 01:01:32อ่าไส้ติ่งที่มันแตกแล้วมันเป็นฝีอยู่ใน
01:01:32 → 01:01:35ช่องท้องอันเนี้ยไม่ต้องผ่าแต่คนทั่วไป
01:01:35 → 01:01:38ยังเข้าใจว่าเฮ้ยเป็นไส้ติ่งทำไมหมอไม่
01:01:38 → 01:01:39ผ่าทำไมหมอไม่ผ่าอะไรเงี้ยครับ
01:01:39 → 01:01:41อ
01:01:41 → 01:01:43จริงๆแล้วมันสามารถให้ยาฆ่าเชื้อได้ในบาง
01:01:43 → 01:01:45กรณีนะในบางกรณีเพราะฉะนั้น
01:01:46 → 01:01:48ผมยังคอนเฟิร์มอยู่ว่าการวินิจฉัยไส้ติ่ง
01:01:48 → 01:01:52เนี่ยยังอาศัยอาการแล้วก็ยังอาศัยอาการ
01:01:52 → 01:01:54แล้วก็การกดทางหน้าท้อง
01:01:54 → 01:01:55อื
01:01:55 → 01:01:59ในปัจจุบันอ่าคนที่กดบ่อยๆถึงจะรู้ว่ากด
01:01:59 → 01:02:01อาการไทติ่งมันเป็นยังไงเพราะฉะนั้น
01:02:01 → 01:02:05อันนี้แหละคือเค้าเรียกว่าอาการของคนไข้
01:02:05 → 01:02:10เวลากดบางทีแน่นอนกว่าที่เราจะดูภาพบางที
01:02:10 → 01:02:13มันเป็นภาพเนาะถ้าเห็นชัดมันโอเคถ้าคน
01:02:13 → 01:02:15อ่านอ่านไม่ผิดมันก็โอเคถ้าสมมุติว่าเห็น
01:02:16 → 01:02:18ไม่ชัดเงี้ยเราอาจจะตัดได้ติ่งฟรีก็ได้มี
01:02:18 → 01:02:21แผลเพราะฉะนั้นพวกนี้เนี่ยบางทีถ้าไม่แน่
01:02:21 → 01:02:24ใจนะการไม่เคอมพิวเตอร์แต่แmิดูอาการทาง
01:02:24 → 01:02:27หน้าท้องเนี่ยก็ค่อนข้างชวนะเพราะว่า Xray
01:02:27 → 01:02:31ไปตอนแรกมันอวมนิดเดียวอ่ะไม่เห็นไม่เห็น
01:02:31 → 01:02:33แต่การ offsve เนี่ยไส้ติ่งเนี่ยถ้ามัน
01:02:33 → 01:02:35เป็นมากขึ้นนะมันจะปวดเยอะขึ้นแล้วมันจะ
01:02:35 → 01:02:40ชัดขึ้นเช่นปวดมากดไม่เหมือนพอกดผ่านไป
01:02:40 → 01:02:43จะย้ายไติงจะย้ายตำแหน่งปวดกดแล้วมี
01:02:43 → 01:02:46หน้าท้องชัดเจนอย่างเงี้ยก็ยังผ่าทันนะ
01:02:46 → 01:02:50ไม่ติดกับแตกส่วนใหญ่เท่าที่ผมเจอมานะถ้า
01:02:50 → 01:02:54สมมุติว่าเค้าปวดท้องแล้วเกิด
01:02:54 → 01:02:57ส่วนอ่าปวดท้องแล้วรักษาเบื้องต้นแล้วไม่
01:02:57 → 01:03:00ดีขึ้นส่วนใหญ่เราจะให้นอนโรงพยาบาลก็ดู
01:03:00 → 01:03:03อาการน่ะบางทีอาจจะไม่ CT แต่ถ้าสมมุติ
01:03:03 → 01:03:06ว่าเรามีบัจพอแล้วก็ไม่กลัวเรื่องรังสีนะ
01:03:06 → 01:03:08ไม่กลัวเรื่องสารทึบแสงที่ฉีดเข้าไปเพราะ
01:03:08 → 01:03:11ว่าโดยปกติอ่ะถ้าเราสุขภาพแข็งแรงดีใครจะ
01:03:11 → 01:03:13ไปเrayคอมพิวเตอร์ถูกมั้ย
01:03:13 → 01:03:13อือ
01:03:13 → 01:03:16ใครจะได้รับสารชีรังสีเพราะฉะนั้นอยู่ดีๆ
01:03:16 → 01:03:18เราเอาคนไข้มาคนนึงที่ปวดท้องอ่ะแล้วเกิด
01:03:18 → 01:03:21คนไข้คนนั้นน่ะแพ้สารทึบรังสีขึ้นมา
01:03:21 → 01:03:22อ
01:03:22 → 01:03:24โดยที่ไส้ติ่งเค้าอาจจะปกติก็ได้ปวดท้อง
01:03:24 → 01:03:26อย่างอื่นน่ะแต่เราไป CT แพ้สารทิพรังสี
01:03:26 → 01:03:27ก็ไม่คุ้มอยู่ดี
01:03:28 → 01:03:32เพราะฉะนั้นการผมยังสนับสนุนเรื่องของการ
01:03:32 → 01:03:35ใช้ Xray คอมพิวเตอร์แบบมีข้อบ่งชี้นะ
01:03:35 → 01:03:36ครับอ
01:03:36 → 01:03:39ก็คือมีข้อบ่งชี้อ่ะไม่แน่ใจหน้าท้องไม่
01:03:39 → 01:03:42ชัดเจนคนไข้ที่มีหน้าท้องหนามากๆตัดสิน
01:03:42 → 01:03:45ไม่ได้หรืออาจจะเป็นของอ่าโรคที่ไม่ต้อง
01:03:45 → 01:03:48ผ่าตัดเช่นของสูติกรรม
01:03:48 → 01:03:51อะไรอย่างเงี้ยครับซึ่งมันจะแบ่งแผนกกัน
01:03:51 → 01:03:53นะครับไม่สามารถตัดสินได้อ่ะอย่างเงี้ยไป
01:03:53 → 01:03:544G ได้
01:03:54 → 01:03:56แต่ต้องแจ้งคนไข้ว่าการเrayเนี่ย
01:03:56 → 01:04:00คอมพิวเตอร์เนี่ยเราได้มาแต่มันไม่ใช่ว่า
01:04:00 → 01:04:01เราไม่เสียอะไรนะครับ
01:04:01 → 01:04:01อื
01:04:01 → 01:04:04เราก็เสียเราก็มีโอกาสเสี่ยงเรื่องสารทึบ
01:04:04 → 01:04:07แพ้สารทึบรังสีหรือรังสีที่เราจะสะสมใน
01:04:07 → 01:04:08อนาคต
01:04:08 → 01:04:08อื
01:04:08 → 01:04:12เพราะฉะนั้นเrayเนี่ยผมยังเน้นอยู่เสมอ
01:04:12 → 01:04:16ว่าตรวจร่างกายก่อนมีข้อบ่งชี้แล้วก็ค่อย
01:04:16 → 01:04:17ไป
01:04:17 → 01:04:21ครับไม่ขอบคุณมากคุณหมอขอบคุณมากหวังว่า
01:04:21 → 01:04:25เราทุกคนคงจะได้ประโยชน์เห็นภาพหวังว่า
01:04:25 → 01:04:29เราทุกคนคงจะเข้าใจในคำถามนะฮะเพราะว่า
01:04:29 → 01:04:31นี่คือปัญหาที่ผมคิดว่าหมอศัลยกรรมหลายๆ
01:04:31 → 01:04:36ท่านกำลังเผชิญก็คือความเชื่อผิดๆนะนำไป
01:04:36 → 01:04:39สู่การตรวจการเจาะเลือดนะฮะการเข้าพบ
01:04:39 → 01:04:43แพทย์แล้วก็การเปลี่ยนหมอไปเรื่อยๆนะครับ
01:04:43 → 01:04:45วันนี้ผมก็ได้เกียรติจากหมอเป้งที่สละ
01:04:45 → 01:04:50เวลามานะช่วยไขข้อความเข้าใจผิดให้กับเรา
01:04:50 → 01:04:52ทุกคนนะครับ
01:04:52 → 01:04:56แขกรับเชิญคนต่อไปจะเป็นใครรอติดตามนะ
01:04:56 → 01:05:00ครับในเวทีหมอชวนคุยกับปัญหาสังคมในภาษา
01:05:00 → 01:05:04บ้านกับแขกรับเชิญที่มีความรู้มีความ
01:05:04 → 01:05:07สามารถมาแลกเปลี่ยนบนเวทีนี้นะครับเพื่อ
01:05:07 → 01:05:10ผลักดันบ้านเมืองเพราะหน้าที่การพัฒนา
01:05:10 → 01:05:14บ้านเมืองไม่ได้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด
01:05:14 → 01:05:17หน่วยงานนึงแต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนขอ
01:05:17 → 01:05:23ให้โชคดีครับสวัสดีครับ
01:05:23 → 01:05:37[เพลง]