00:00:02 → 00:00:10[เพลง]
00:00:10 → 00:00:13ขอบคุณผู้เข้าร่วมฟังกับบรรยายทุกท่านนะ
00:00:13 → 00:00:16ครับแล้วก็ขอบคุณวิทยากรนะครับผมมาบรรยาย
00:00:16 → 00:00:18ที่นี่รู้สึกตื่นเต้นมากเลยครับครั้งนี้
00:00:18 → 00:00:21เป็นครั้งแรกที่มาบรรยายเหมือนกับเหมือน
00:00:21 → 00:00:24เวทีคอนเสิร์ตนะฮะปกติเวลาไปบรรยายที่
00:00:24 → 00:00:26อื่นมันจะเป็นพื้นลาภใช่มั้ยครับอันนี้
00:00:26 → 00:00:29เหมือนเดี๋ยวเผลอร้องเพลงให้ฟังขอโทษทีนะ
00:00:29 → 00:00:32เผลอแต่นึกว่าตัวเองเป็นนักร้อง
00:00:32 → 00:00:36เอ่อวันนี้หัวข้อที่ผมได้รับมาก็คือไขมัน
00:00:36 → 00:00:40พอกตับคืออะไรชื่อมันมีชื่อภาษาไทยเยอะ
00:00:40 → 00:00:43มากเลยฮะทั้งไขมันข้างตับตับข้างไขมันไข
00:00:43 → 00:00:46มันพอกตับตับคอกไขมันคงต้องปรึกษาท่าน
00:00:46 → 00:00:48นายกนะครับให้ไปปรึกษาราชบัณฑิตสภาว่าตก
00:00:48 → 00:00:51ลงใช้คำไหนแน่งั้นเวลาผมพูดไปบางทีแบบ
00:00:51 → 00:00:54เดี๋ยวไขมันข้างตับไขมันพอกตับก็โรคเดียว
00:00:54 → 00:00:57กันนะครับไม่ไม่ต้องนั่นขึ้นมาคำว่าโรคไข
00:00:57 → 00:01:00มันพอกตับเนี่ยนะครับคนไข้บางทีมาหาผมบอก
00:01:00 → 00:01:02ว่าเนี่ยเค้าไม่เป็นหรอกพอบอกว่าเป็นไข
00:01:03 → 00:01:05มันพอกตับเ้าเจาะเลือดเนี่ยเนี่ยอาจารย์
00:01:05 → 00:01:09ดูสิคอเลสเตอรอลเค้าเนี่ย 170 180 เอง
00:01:09 → 00:01:13เนี่ยกินยาไขมันตลอดมันคนละตัวกันนะครับ
00:01:13 → 00:01:17ไขมันพอกตับไม่ได้เกิดจากคอเลสเตอรอลแต่
00:01:17 → 00:01:20เกิดจากไขมันที่ชื่อว่าไตกีเซรายและไม่
00:01:20 → 00:01:23ได้เกิดจากไขมันด้วยเกิดจากการที่เรากิน
00:01:23 → 00:01:27แป้งและน้ำตาลกินเข้าไปเยอะๆเกินกว่าที่
00:01:27 → 00:01:30เราจะใช้ร่างกายเราก็ปรับเปลี่ยนแป้งน้ำ
00:01:30 → 00:01:33ตาลตัวเนี้ยให้มาเป็นไขมันที่ชื่อไตรคีซร
00:01:33 → 00:01:36แล้วก็สะสมอยู่ในตับสะสมเข้าปุ๊บก็จะมี
00:01:37 → 00:01:39เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดอักเสบมีพังผืดและ
00:01:40 → 00:01:43เป็นตับแข็งขึ้นมาคราวนี้เป็นเยอะมั้ย
00:01:43 → 00:01:47ห้องนี้นะครับ 1 ใน 4 มีคนมาเข้าประชาน
00:01:47 → 00:01:51สัก 100 คนก็ 25 คนแล้วครับที่เป็นโรคไข
00:01:51 → 00:01:55มันพอกตับแต่ว่าถ้าเป็นกลุ่มคนอ้วนหรือ
00:01:55 → 00:01:57ว่าเป็นคนเป็นเบาหวานเนี่ยความชุกของโรค
00:01:57 → 00:02:00นี้ก็จะเพิ่มมากขึ้นนะครับถ้าเป็นคนอ้วน
00:02:00 → 00:02:02เนี่ยก็เกือบถึง 90% เลยพูดง่ายๆว่าถ้า
00:02:02 → 00:02:06เกิดคุณอ้วนเนี่ยคุณมีไขมันพอกตับแทรกไป
00:02:06 → 00:02:09ด้วยแน่นอนถ้าเป็นเบาหวานก็ประมาณอย่าง
00:02:09 → 00:02:11น้อยก็ 70% แล้วครับที่คุณจะมีโรคไขมัน
00:02:11 → 00:02:14พอกตับแถมไปด้วยนะครับ
00:02:14 → 00:02:17สาเหตุคำว่าไขมันพอกตับจริงๆแล้วเนี่ยนะ
00:02:17 → 00:02:20ครับมันมีหลายสาเหตุนะครับสาเหตุอันดับ
00:02:20 → 00:02:21แรกก่อนคือดื่มแอลกอฮอล์อย่างที่เมื่อกี้
00:02:21 → 00:02:24อาจารย์ศิพพรพูดไปแล้วนะครับคือดื่มมาก
00:02:24 → 00:02:27กว่า 50 กรัมในผู้หญิง 60 กรัมในผู้ชายไป
00:02:27 → 00:02:30เดี๋เราไปคำนวณกันเองนะครับเพราะว่าเอ่อ
00:02:30 → 00:02:33บางคนกินเหล้าบางคนกินบิกินบิสกกี้กิน
00:02:33 → 00:02:35เหมาไถบางคนกินเบียร์อย่างเงี้ยปริมาณ
00:02:35 → 00:02:38แอลกอฮอล์มันก็ไม่เท่ากันนะครับแต่ว่าถ้า
00:02:38 → 00:02:41เกิดกินมากกว่าเนี้ยเ้าไม่มีไขมันพอกตับ
00:02:41 → 00:02:43เหมือนกันแต่ว่าเราจะไม่เรียกว่าโรคไขมัน
00:02:43 → 00:02:46พอกตับนะครับเราจะโรคเรียกว่าโรคตับจาก
00:02:46 → 00:02:48การดื่มแอลกอฮอล์นะครับซึ่งวันนี้เราจะ
00:02:49 → 00:02:51ไม่พูดเรื่องนี้นะครับหรือบางคนนะครับไป
00:02:51 → 00:02:56กินยาพวกยาสเตอรอยด์ยาต้านไวรัสหรือยาหัว
00:02:56 → 00:02:59ใจบางตัวที่กินนานๆเข้าสะสมนานๆเข้าก็อาจ
00:02:59 → 00:03:01จะทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับเช่นเดียวกันนะ
00:03:01 → 00:03:04ครับกลุ่มนี้ผมก็จะไม่พูดถึงผมจะพูดถึง
00:03:04 → 00:03:08โรคไขมันพอกตับที่เกิดจากการที่กระบวนการ
00:03:08 → 00:03:12เผาผ่านอาหารในร่างกายเราผิดปกตินะครับ
00:03:12 → 00:03:14โรคไขมันพอกตับเนี่ยเราแบ่งได้เป็นทั้ง
00:03:14 → 00:03:17หมด 4 ระยะนะครับอย่างแรกก็คือมีไขมันพอก
00:03:17 → 00:03:20ตับอย่างเดียวยังไม่มีการอักเสบพอเป็นราก
00:03:20 → 00:03:23ที่ 2 ปุ๊บมันจะมีการอักเสบพออักเสบเข้า
00:03:23 → 00:03:27นานเข้านานเข้ามันก็จะเริ่มมีพังผืดผืด
00:03:27 → 00:03:28ใช่มั้ครับเหมือนเราเป็นแผลอย่างเงี้ยพอ
00:03:28 → 00:03:32เรามีแผลปุ๊บเราก็พอเป็นแผลเป็นปุ๊บมันก็
00:03:32 → 00:03:34จะเป็นพังผืดใช่มั้ครับตับก็เหมือนกันพอ
00:03:34 → 00:03:37เป็นพังผืดสะสมเข้าสะสมเข้ามันก็แข็งแล้ว
00:03:37 → 00:03:40ก็กลายเป็นตับแข็งพอเป็นตับแข็งปุ๊บมันก็
00:03:40 → 00:03:43จะมีโรคแทรกต่างๆเป็นภาวะแทรกซ้อนเช่น
00:03:43 → 00:03:45ท้องมารตาเหลืองตัวเหลืองเคยเห็นมั้ครับ
00:03:45 → 00:03:48คนไข้ที่โรคตับอ่ะใช่มั้ครับแล้วก็อีกอัน
00:03:48 → 00:03:50ที่เรากลัวก็คือมะเร็งตับก็จะแทรกเข้ามา
00:03:50 → 00:03:52นะครับ
00:03:52 → 00:03:56อันตรายมยไขมันพอกตับนะครับอันดับแรกก่อน
00:03:56 → 00:03:59ขึ้นอยู่ว่าตอนนั้นคุณเป็นระยะไหนนะครับ
00:03:59 → 00:04:01ถ้าเป็นระยะถึงขั้นมีตับแข็งแล้วเนี่ย
00:04:01 → 00:04:04อันตรายแน่นอนนะครับแล้วก็โรคเนี้ยข้อดี
00:04:04 → 00:04:06อันนึงก็คือว่าอย่างงี้นะฮะไม่ใช่ว่าคุณ
00:04:06 → 00:04:09เป็นไขมันพอกตับวันนี้เดือนหน้าคุณเป็น
00:04:09 → 00:04:12ตับแข็งเลยไม่ใช่ครับมันใช้ระยะเวลา
00:04:12 → 00:04:15ประมาณ 10 ปีอ่ะอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไปนะ
00:04:15 → 00:04:18ครับแล้วก็ไม่ใช่ทุกคนนะครับที่เป็นไขมัน
00:04:18 → 00:04:21พอกตับและจะกลายเป็นตับอักเสบเป็นตับแข็ง
00:04:21 → 00:04:25นะครับมันก็จะมีอยู่ประมาณเอ่อ 20-28%
00:04:25 → 00:04:29นะครับที่มีการพัฒนาเจริญหมายว่าปรับ
00:04:29 → 00:04:32เปลี่ยนมีการเปลี่ยนขึ้นมามีตับอักเสบ
00:04:32 → 00:04:34แล้วก็มีตับแข็งเกิดขึ้นนะครับแล้วก็
00:04:34 → 00:04:36เมื่อไหร่ก็ตามคุณมีตับแข็งเนี่ยเอ้ยขอ
00:04:36 → 00:04:39โทษคุณมีพังผืดขึ้นมาปุ๊บเนี่ยคุณมีความ
00:04:39 → 00:04:41เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้นะครับภายใน 10
00:04:42 → 00:04:45ปีเนี่ย 13% แต่อันนี้ไม่ใช่อันตรายจาก
00:04:45 → 00:04:48ตับอย่างเดียวนะครับคุณเป็นไขมันพอกตับ
00:04:48 → 00:04:51เนี่ยคุณจะมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค
00:04:51 → 00:04:55หัวใจได้นะครับเพราะฉะนั้นเวลาคุณเป็นไข
00:04:55 → 00:04:58มันพอกตัตับเนี่ยคุณก็ต้องไปตรวจเช็คหัว
00:04:58 → 00:05:01ใจด้วยเพราะความเสี่ยงที่จะเกิดเสียชีวิต
00:05:01 → 00:05:03จากโรคหัวใจเนี่ยสูงถึง 25% เลยนะครับและ
00:05:03 → 00:05:06อีกอันนึงก็คือมะเร็งนะครับพบว่าคนที่
00:05:06 → 00:05:09เป็นไขมันพอกตับเนี่ยจะมีความเสี่ยงที่จะ
00:05:09 → 00:05:11เกิดเป็นโรคมะเร็งสูงถึง 18% เลยนะครับ
00:05:11 → 00:05:14เพราะฉะนั้นไม่ใช่เอ้ยรักษาตับอย่างเดียว
00:05:14 → 00:05:17ต้องดูอย่างอื่นร่วมด้วยครับ
00:05:17 → 00:05:19อย่างที่ผมบอกแล้วนะครับการดำเนินของโรค
00:05:19 → 00:05:22ตับนะครับเห็นมั้ยครับถ้าเกิดเราดูจาก
00:05:22 → 00:05:25เนี้ย
00:05:25 → 00:05:30ตอถ้าเกิดดูดูนะครับตับปกติขึ้นมาปุ๊บ
00:05:30 → 00:05:33เนี่ยจะมีอยู่ประมาณ 20% นะครับที่มันมี
00:05:33 → 00:05:36อักเสบนะครับและอีก 20% ที่มันจะเริ่มมี
00:05:36 → 00:05:38พังผืดและเกิดเป็นตับแข็งนะครับแล้วก็
00:05:38 → 00:05:40หลังจากนั้นก็จะเริ่มเป็นตับแข็งเต็มตัว
00:05:40 → 00:05:43แล้วก็มีมะเร็งตับขึ้นมาแต่คุณเห็นมั้
00:05:43 → 00:05:46ครับว่ามันมีเส้นสีแดงกับสีสีน้ำเงินความ
00:05:46 → 00:05:50หมายคืออะไรคือหมายความว่ามันสามารถปรับ
00:05:50 → 00:05:52เปลี่ยนได้เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราตรวจเจอ
00:05:52 → 00:05:55ตั้งแต่ตอนที่เริ่มเริ่มมีอักเสบเนี่ยถ้า
00:05:55 → 00:05:58เราแก้ไขรักษามันก็สามารถกลับมาเป็นตับ
00:05:58 → 00:06:01ปกติได้ไปกระทั่งถึงเริ่มมีพังผืดนะครับ
00:06:01 → 00:06:03ถ้าพังผืดไม่เยอะมากเนี่ยเราตรวจเจอเนี่ย
00:06:04 → 00:06:06เราก็สามารถย้อนกลับมาให้เป็นปกติได้
00:06:06 → 00:06:09เพราะฉะนั้นตรงจุดเนี้ยเป็นความสำคัญว่า
00:06:09 → 00:06:12ถ้าเราตรวจเจอปุ๊บเรารีบรักษาเสียเราหาย
00:06:12 → 00:06:14ขาดแน่นอนนะครับ
00:06:15 → 00:06:17แล้วก็อย่างที่บอกนะครับว่าเมื่อกี้บอก
00:06:17 → 00:06:21ว่าความชุกของโลกเนี้ย 1 ใน 4 แต่แค่มี 1
00:06:21 → 00:06:24ใน 100 ของคนที่เป็นไขมันพอกตับนะครับที่
00:06:24 → 00:06:27มันมีโอกาสที่จะเป็นตับอักเสบหรือตับแข็ง
00:06:27 → 00:06:30คือมันไม่ได้เยอะมากอย่างที่น่ากังวล
00:06:30 → 00:06:33เพราะงั้นเวลาบอกว่าคุณหมอบอกคุณเป็นไข
00:06:33 → 00:06:35มันพอกตับเนี่ยอย่าเพิ่งตกใจอย่าเพิ่งขน
00:06:35 → 00:06:38เสียนะครับรีบรักษารีบอะไรเสียทุกอย่างก็
00:06:38 → 00:06:42จะกลับมาสู่ปกติได้นะครับ
00:06:42 → 00:06:45คราวนี้ใครเป็นคนกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดไข
00:06:45 → 00:06:48มันพอกตับตอนนี้นะครับทุกคนนะครับสามารถ
00:06:48 → 00:06:53เป็นหมอได้เลยครับเอาเอาง่ายๆเลยนะครับ
00:06:53 → 00:06:58ใครใส่กางเกงไซส์ 36 บ้างครับมีไหครับ
00:06:58 → 00:07:01ถ้าเกิดใส่ 36 เนี่ยไม่ต้องไม่ต้องไปหา
00:07:01 → 00:07:03หมอตรวจแล้วครับวิฉัยตัวเองได้เลยครับคุณ
00:07:03 → 00:07:07เป็นคุณน่าจะมีไขมันพอกตับนะครับผู้ชาย 36
00:07:07 → 00:07:11ผู้หญิง 32 นะครับถ้าเอาประเมินละเอียดก
00:07:11 → 00:07:14นั้นก็คือเราเรียกว่าวัดดัชนีมวลกายนะ
00:07:14 → 00:07:18ครับดัชีชนีมวลกายก็คือว่าเอาน้ำหนักตั้ง
00:07:18 → 00:07:22นะครับเป็นกิโลหารด้วยส่วนสูงยกยกกำลัง 2
00:07:22 → 00:07:25เช่นคุณหนัก 80 ก็ 80 ตั้งแล้วก็สูตรสูง
00:07:25 → 00:07:29เท่าไหร่สูอ่ะสมมุติ 170 ก็หารด้วย 1.7
00:07:29 → 00:07:331.7 7 นะครับถ้าออกมาเนี่ยถ้าเกิดเกิน
00:07:33 → 00:07:3625 แสดงว่าคุณเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกินละ
00:07:36 → 00:07:40หรือโรคอ้วนละถ้าเกิด 30 เนี่ยโรคอ้วนละ
00:07:40 → 00:07:42เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่นี่อยู่ที่
00:07:42 → 00:07:45บ้านคุณวินิจฉัยได้เลยถ้าเกิดคุณทำอย่าง
00:07:45 → 00:07:48ที่ผมว่าแล้วเนี่ย BMI คุณมากกว่า 25
00:07:48 → 00:07:52เนี่ยน่าจะมีเรื่องไขมันพอกตับละหรือครับ
00:07:52 → 00:07:55หรือว่าใส่กางเกงเกิน 36 เนี่ยมาตรวจมา
00:07:55 → 00:07:57รักษาได้เลยนะครับอย่างที่ 2 ก็คือกลุ่ม
00:07:57 → 00:08:00ที่เป็นเบาหวานกับที่เป็นเบาหวานนะครับ
00:08:00 → 00:08:02เบาหวานนี่ก็มีความเสี่ยงสูงนะครับโดย
00:08:02 → 00:08:05เฉพาะเบาหวานที่คุณคุมน้ำตาลได้ไม่ดีนะ
00:08:05 → 00:08:07ครับแล้วก็มีอ้วนด้วยอันเนี้ความเสี่ยง
00:08:07 → 00:08:12ที่จะเป็นไขมันพอกตับสูงชัดเจนเลยนะครับ
00:08:12 → 00:08:15อีกกลุ่มนึงก็คือว่าบางคนบางท่านเนี่ยอาจ
00:08:15 → 00:08:18จะไปทำเช็คอัพสุขภาพใช่มั้ครับทำ
00:08:18 → 00:08:20underซoundขึ้นมาเนี่ยแล้วก็คุณหมอเบอก
00:08:20 → 00:08:24เอ๊ะทำไมตับตับมันขาวๆเห็นมั้ยฮะ
00:08:24 → 00:08:26ตับ
00:08:26 → 00:08:29ตรงเนี้ยครับตรงที่ลูกศรข้างบนนะฮะเป็น
00:08:30 → 00:08:32ตับสีขาวแล้วก็เราจะเทียบกับไตเนื้อไต
00:08:32 → 00:08:35เนื้อไตปกติสี 2 สีต้องใกล้เคียงกันนะ
00:08:35 → 00:08:37ครับเป็นดำๆเหมือนกันถ้ามันสีมันต่างกัน
00:08:37 → 00:08:40ชัดเจนอย่างเงี้ยอันนี้บอกได้ละว่าคุณมี
00:08:40 → 00:08:42ไขมันพอกตับแน่นอนอย่างน้อยก็จะมีไขมัน
00:08:42 → 00:08:46สะสมเกิน 20% ละนะครับแต่คราวนี้มีวิธี
00:08:46 → 00:08:48ละเอียดมากกว่านั้นนะครับคือทำไฟโบสแกน
00:08:48 → 00:08:51ซึ่งจะได้บอกได้กรณีที่ไขมันอาจจะพอกไม่
00:08:51 → 00:08:54ถึง 20% ซึ่งทุกท่านคงไปทำมาเรียบร้อย
00:08:54 → 00:08:57แล้ววันนี้ใช่มั้ครับตรงนี้จะบอกได้ออกมา
00:08:57 → 00:08:59เป็นค่าด้วยนะครับบอกว่าตอนนี้คุณมีไขมัน
00:08:59 → 00:09:02สะสมอยู่ประมาณเท่าไหร่แล้วก็อีกอันนึง
00:09:02 → 00:09:05กลุ่มที่อาจจะต้องเช็คไปเช็คว่าเอ๊ะเป็น
00:09:05 → 00:09:07ไขมันพอกตับมั้ยก็คือว่าไปเช็คสุขภาพ
00:09:07 → 00:09:10ประจำปีแล้วมีค่าเอมไซ์ตับตรงเนี้ยฮะเรา
00:09:10 → 00:09:14เรียกว่าค่าเอไซ์ตับเนี่ยครับ
00:09:14 → 00:09:17AS alt ตัวเนี้ยถ้ามันสูงขึ้นนะครับ
00:09:17 → 00:09:20แสดงว่ามันมีตับอักเสบเกิดขึ้นนะแต่อย่าง
00:09:20 → 00:09:23ไรก็ตามเนี่ยไอ้ค่าตับอักเสบตรงเนี้ยเรา
00:09:23 → 00:09:25ต้องไปหาสาเหตุอื่นก่อนในบ้านเราโดยเฉพาะ
00:09:25 → 00:09:27ไวรัส B ไวรัส C นะครับตรวจหมดทุกอย่าง
00:09:28 → 00:09:31แล้วหาอะไรไม่เจอแล้วก็มีภาวะอ้วนเนี่ย
00:09:31 → 00:09:34เราก็สันนิษฐานว่าคุณน่าจะมีไขมันพอกตับ
00:09:34 → 00:09:37นะครับ
00:09:37 → 00:09:40ไขมันพอกตับมีอาการมย
00:09:40 → 00:09:44ไม่มีอาการนะครับยกเว้นว่าคุณเป็นตับแข็ง
00:09:44 → 00:09:46แล้วเนี่ยถึงตอนนั้นน่ะอาการตับแข็งชัด
00:09:46 → 00:09:48เจนถึงค่อยว่ากันซึ่งตอนนั้นน่ะผมไม่อยาก
00:09:48 → 00:09:51ให้ทางพวกคุณมีอาการอย่างั้นนะเพราะว่า
00:09:51 → 00:09:54มันรักษายากนะครับรักษามีวิธีอย่างเดียว
00:09:54 → 00:09:57อาจต้องเปลี่ยนตับอย่างงั้นน่ะแต่ถ้าก่อน
00:09:57 → 00:10:01ที่ไปถึงขั้นนั้นเนี่ยถ้าเกิดว่าไปตรวจ
00:10:01 → 00:10:03อย่างที่ผมว่าเนี่ยอย่าให้มีอาการน่ะจะดี
00:10:03 → 00:10:05ที่สุดนะครับแต่บางท่านอาจจะบอกว่ามีอืด
00:10:05 → 00:10:07เสียดใต้ชายโคงบ้างแต่พบพบน้อยอ่ะครับ
00:10:07 → 00:10:10หรือตับโตนะครับก็พบน้อยไม่ไม่เท่าไหร่
00:10:10 → 00:10:13งั้นโดยสรุปแล้วนะครับไม่มีอาการใดทั้ง
00:10:13 → 00:10:16สิ้นเลยนะครับไขมันพอกตับนะครับน้อยมาก
00:10:16 → 00:10:17ครับ
00:10:17 → 00:10:20คราวนี้อันนี้คือเป็นตัวอย่างที่ผมพูดให้
00:10:20 → 00:10:23ฟังว่าเวลาเราเจอไขมันพอกตับเนี่ย 1 ก็
00:10:23 → 00:10:27คือทำอัตราซาวด์ใช่ไหมครับเห็นตับขาวขึ้น
00:10:27 → 00:10:29ใช้เครื่องตัวเนี้ยเ้าเรียกว่า Transcient
00:10:29 → 00:10:32elustog หรือfibrosนนะครับมันก็จะบอกว่า
00:10:32 → 00:10:36ตับคุณเนี่ยตอนเนี้ยมีไขมันพอกมากน้อยแค่
00:10:36 → 00:10:39ไหนนะครับแล้วก็มีพังผืดมากน้อยแค่ไหน
00:10:39 → 00:10:41เครื่องตัวนี้มันจะดีในกรณีที่มีพังผืด
00:10:41 → 00:10:44เยอะๆมันเชื่อได้นะฮะมันก็จะทำให้เราแบบ
00:10:44 → 00:10:47อ๋อเฮ้ยตอนนี้เรามีไขมันพอกตับนะเริ่มมี
00:10:47 → 00:10:51พังผืดละเราจะต้องรีบรักษาอย่างเต็มที่นะ
00:10:51 → 00:10:53ครับเพราะอย่างที่บอกนะครับเรารักษาก่อน
00:10:53 → 00:10:55ที่มันจะมีพันธผืดเยอะๆเนี่ยมันสามารถ
00:10:55 → 00:11:02กลับมาเกือบเป็นปกติได้
00:11:02 → 00:11:05การรักษานะครับโรคไขมันพอกตับเนี่ยนะครับ
00:11:05 → 00:11:08ผมบอกเลยนะครับ
00:11:08 → 00:11:12ไม่ต้องพูดง่ายๆรักษาด้วยตนเองครับ
00:11:12 → 00:11:14ตอนนี้ทุกคนเป็นอาจารย์เป็นคนให้อาจารย์
00:11:14 → 00:11:17ทวีศักดิ์อาจารย์พูนชัยอาจารย์ศิวพรกัน
00:11:17 → 00:11:19ทั้งนั้นใช่มั้ครับในเนี้ยในห้องเนี้ย
00:11:19 → 00:11:22ส่วนใหญ่ใช่มั้ครับถ้าเป็นไขมันพอกตับนะ
00:11:22 → 00:11:24ครับรักษาเองแหละครับไม่ต้องมาหาอาจารย์
00:11:24 → 00:11:27เดี๋ยวผมจะบอกวิธีรักษารักษาให้
00:11:27 → 00:11:30รับรองรักษาตามที่ผมได้ปุ๊บนะครับอีก 3
00:11:30 → 00:11:32เดือนนัดเจออาจารย์นะอาจารย์งงว่าเอ๊ะไป
00:11:32 → 00:11:34รักษาวิธีไหนมาอันนั้นเดี๋เป็นความลับนะ
00:11:34 → 00:11:37ครับเดี๋จะบอกให้เริ่มต้นเราเรียกว่าการ
00:11:38 → 00:11:40รักษาเบื้องต้นอันนี้ทุกคนต้องทำหมดนะ
00:11:40 → 00:11:43ครับการรักษาโดยที่ไม่ใช่การใช้ยาแล้วก็
00:11:43 → 00:11:45การใช้ยาซึ่งการใช้ยาผมจะไม่พูดนะครับผม
00:11:45 → 00:11:49จะเน้นแค่ 2 ข้อแรกนะครับเรามาดูกันนะ
00:11:49 → 00:11:51ครับ
00:11:51 → 00:11:56การรักษาเบื้องต้นคืออะไรฮะ 2 ง3อ
00:11:56 → 00:12:00งแรกคืออะไรครับงแรกคืองดแอลกอฮอล์นะครับ
00:12:00 → 00:12:03งดงดๆเลยนะครับผมไม่ใช้คำว่ารถนะครับบาง
00:12:03 → 00:12:06ทีบางทีจะมีอะไรนะครับที่บอกว่ามีวิจัย
00:12:07 → 00:12:10ว่าดื่มวายวันละ 1 แก้วช่วยทำให้หัวใจ
00:12:10 → 00:12:13แข็งแรงเคยได้ยินมั้ครับอ่าอันนี้อันนี้
00:12:13 → 00:12:17เป็นอาจจะของหมอโรคหัวใจนะครับแต่ถ้าหมอ
00:12:17 → 00:12:21โรคตับนะครับหมอโรคตับถ้าคุณเป็นโรคตับ
00:12:21 → 00:12:25เป็นโรคตับก่อนนะฮะถ้าเป็นโรคตับอยู่แล้ว
00:12:25 → 00:12:29แอลกอแอลกอฮอล์ 1 แก้วไว 1 แก้วก็มีผลกับ
00:12:29 → 00:12:32โรคตับคือคือไม่มีระดับปลอดภัยในคนไข้ที่
00:12:32 → 00:12:35เป็นโรคตับ
00:12:35 → 00:12:38นึกภาพออกมั้ฮะเดี๋ยวคุณจะบอกเอ๊ะทำไมบาง
00:12:38 → 00:12:40ทียังเห็นอาจารย์ดื่มวงดื่มวายอันอันนั้น
00:12:40 → 00:12:43เพราะผมไม่ได้เป็นโรคตับ
00:12:43 → 00:12:46แต่ว่าถ้าเกิดเป็นโรคตับนะครับถ้าคุณมี
00:12:46 → 00:12:49ตัวคุณเป็นโรคตับแล้วมีญาติพี่น้องหรือมี
00:12:49 → 00:12:52เพื่อนบอกว่าวาย 1 แก้วก็ไม่ได้นะครับ
00:12:52 → 00:12:56ต้องงดเลยนะครับงดเด็ดขาดนะครับอย่างที่ 2
00:12:57 → 00:13:01นะครับงดอาหารเสริม
00:13:01 → 00:13:05สมุนไพรยาที่ไม่จำเป็นนะครับผมพใช้ใช้คำ
00:13:05 → 00:13:08ว่าไม่จำเป็นนะครับไม่ใช่บอกว่าเอ๊ะ
00:13:08 → 00:13:10อาจารย์ชินวัตรเป็นพวกแอนตี้สมุนไพรมั้ย
00:13:10 → 00:13:12ไม่ใช่นะครับสมุนไพรเนี่เขามาว่าถ้า
00:13:12 → 00:13:15จำเป็นต้องกินก็กินเช่นก่อนหน้าช่วงโควิด
00:13:15 → 00:13:17ฮะกินฟ้าไทยโจรผมก็ไม่ได้ว่าแต่ว่าจะมีคน
00:13:17 → 00:13:20ไข้บางบอกคนบอกว่าอุ๊ยเค้ากินฟ้าทลายโจร
00:13:21 → 00:13:23กันโควิดได้มั้ยหมายความว่าช่วงนี่แบบโ
00:13:23 → 00:13:26กลัวจังเลยกินฟ้าทะเลโจรกันไว้ก่อนอันนี้
00:13:26 → 00:13:28ไม่ใช่นะครับมันไม่มีข้อบ่งชี้อย่างนั้น
00:13:28 → 00:13:29แต่ถ้าเกิดคุณเป็นไข้หวัดเป็นอะไรเนี่ย
00:13:29 → 00:13:33คุณกินตามโดสตามระยะเวลาที่ให้เนี่ยโอเค
00:13:33 → 00:13:36ไม่มีปัญหาอะไรนะครับอาหารเสริมเช่นเดียว
00:13:36 → 00:13:39กันนะครับผมว่าทุกคนตอนนี้ร่างกายก็อุดม
00:13:39 → 00:13:41สมบูรณ์อยู่แล้วครับไม่ต้องไปซื้ออะไรให้
00:13:41 → 00:13:43มันเสริมตัวเองให้มันเสียตังค์เปล่าๆไม่
00:13:43 → 00:13:46จำเป็นนะครับผมว่าอาหารเสริมบางอย่าง
00:13:46 → 00:13:51เนี่ยบางทีเราเจอคนไข้บางคนนะครับมาตรวจ
00:13:51 → 00:13:53เพราะว่ามีปัญหาเรื่องค่าตับมีตับักษาเสพ
00:13:53 → 00:13:55เอ๊ะก็ตรวจหาอะไรตั้งเยอะแยะหาอะไรไม่เจอ
00:13:55 → 00:13:58เลยไวรัส B ก็ไม่มีไวรัส C อะไรก็ไม่มีหา
00:13:58 → 00:14:02อะไรไม่เจอซักไปซักมาไปกินอาหารเสริม
00:14:02 → 00:14:04ผมก็บอกผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันคุณลองหยุด
00:14:04 → 00:14:06ดูมั้ล่ะลองหยุดแล้วมันแล้วอีกสักเดือน
00:14:06 → 00:14:08นึงเรามาเจาะเลือดดูเ้าหยุดแล้วมาเจาะ
00:14:08 → 00:14:11เลือดใหม่ค่าเอไซด์ตับก็ปกติก็มีเพราะ
00:14:11 → 00:14:13ฉะนั้นคือแต่ละคนมันก็อาจจะมีการแพ้หรือ
00:14:14 → 00:14:16อะไรขึ้นมาอันนี้เราไม่เราไม่แน่ใจอย่าง
00:14:16 → 00:14:18ที่บอกแล้วครับว่ามันถ้ามันไม่จำเป็นเรา
00:14:18 → 00:14:21ก็อย่าไปกินเลยนะครับ
00:14:21 → 00:14:23ต่อไปก็คือออกออกกำลังกายซึ่งเดี๋ยวผมจะ
00:14:23 → 00:14:25บอกวิธีการออกกำลังกายให้นะครับว่าออก
00:14:25 → 00:14:28กำลังกายแบบไหนอาหารแล้วก็สุดท้ายอันคือ
00:14:28 → 00:14:32ออคืออารมณ์อันนี้จริงๆเลยนะครับถ้าเกิด
00:14:32 → 00:14:34คุณเครียดคุณเป็นโรคซึมเศร้าเนี่ยบางที
00:14:34 → 00:14:37พฤติกรรมการกินคุณจะปิดปกตินะฮะบางคนซึม
00:14:37 → 00:14:40เศร้านี่ยิ่งกินมากกว่าคนไม่ซึมเศร้าก็มี
00:14:40 → 00:14:43รู้สึกเหมือนกับ enjoy eating คล้ายๆ
00:14:43 → 00:14:45อย่างนั้นนะฮะเพราะฉะนั้นก็คืออารมณ์เรา
00:14:45 → 00:14:49ก็ต้องดีด้วยนะครับ
00:14:49 → 00:14:51อ่าเริ่มต้นนะครับอย่างที่ผมบอกคุณเป็นไข
00:14:51 → 00:14:54มันพอกตับครับวิธีการรักษาข้อแรกคืออะไร
00:14:54 → 00:14:59ข้อที่ 1 ลดน้ำหนักครับลดน้ำหนักนี่คือ
00:14:59 → 00:15:03ไม่มีการใช้ยาใดทั้งสิ้นนะครับรักด้วยตน
00:15:03 → 00:15:08เองลดคือการกินให้เป็นกินให้ถูกต้องคือผม
00:15:08 → 00:15:10ไม่ได้ห้ามไม่ให้กินนะครับไม่ได้ห้ามให้
00:15:10 → 00:15:12กินอย่างเมื่อกี้บางคนเมื่อกี้เราเห็น
00:15:12 → 00:15:14สไลด์ใช่มั้หรือว่าบางครั้งบางครั้งผมมี
00:15:14 → 00:15:16คนไข้บางคนเหมือนกันเบอกโอหน้าทุเรียนมา
00:15:16 → 00:15:21ละอาจารย์กินได้มั้ยจริงๆมันก็คไม่ควรกิน
00:15:21 → 00:15:23นะทุเรียนมันก็แบบใช่มั้แต่ผมก็เข้าใจผม
00:15:23 → 00:15:27ก็บอกแลกกันฮะแลกกันทุเรียนมันก็คือแล้ว
00:15:27 → 00:15:30แต่สายพันธุ์นะฮะว่าชนีมันก็ให้แคตรีเท่า
00:15:30 → 00:15:32นี้เท่านี้ไปเปิดดูในอินเทอร์เน็ตดีผมว่า
00:15:32 → 00:15:34เปิด Google ดูแล้วจะกินอะไรจะกินก้านยาว
00:15:34 → 00:15:36กินหมอนทองแล้วดูว่า 1 เม็ดเนี่ยมันให้
00:15:36 → 00:15:39แคลี่เท่าไหร่ใช่มั้ครับแล้วก็แลกกันเช่น
00:15:39 → 00:15:41กินทุเรียนปุ๊บวันนี้ไม่กินข้าวเลยอย่าง
00:15:41 → 00:15:44เงี้ยอ่าหรือว่าอย่างเมื่อกี้อย่างของ
00:15:44 → 00:15:47อาจารย์ศิวพรก็ได้ครับก็เดือนละครั้งอะไร
00:15:47 → 00:15:49อย่างเงี้ยให้รางวัลตัวเองนะครับกินให้
00:15:49 → 00:15:52เป็นคราวนี้มาดูถึงเรื่องลดน้ำหนักก่อนลด
00:15:52 → 00:15:56น้ำหนักเนี่ยผมแนะนำใช้วิธีการคุมอาหาร
00:15:56 → 00:16:00เรียกว่าการดูแคลอรี่คือดูพลังงานดูพลัง
00:16:00 → 00:16:04งานหมายความว่าไงหมายความว่าตอนเนี้ยของ
00:16:05 → 00:16:06อันนี้ส่วนใหญ่ผมเห็นที่นี้คือสูงวัยทั้ง
00:16:06 → 00:16:09นั้นนะครับแคลอรี่ก็ประมาณ 1,600 แคลอรี่
00:16:09 → 00:16:13ต่อวันนะครับ 1,600 ถ้าทำงานบ้างมีอะไร
00:16:13 → 00:16:15มากขึ้นก็อาจจะเพิ่มเป็น 2,000 นะครับก็
00:16:15 → 00:16:18คือหมายความว่าวันนึงเฉลี่ยแล้วเนี่ย
00:16:18 → 00:16:20อย่างน้อยต้องกินประมาณสัก 1,600
00:16:20 → 00:16:23600-2,000 แคลอรี่นะครับเริ่มต้นตรงนี้
00:16:23 → 00:16:28ก่อนนะเสร็จแล้วเราก็จะลดอาหารลดอาหารก็
00:16:28 → 00:16:31คือว่าลดยังไงคืออาหารถ้าเราลดไปเนี่ยเขา
00:16:31 → 00:16:35บอกว่าลดไป 3,500 แคลอรี่เนี่ยจะทำให้ลด
00:16:35 → 00:16:38น้ำหนักได้ 1 กก.
00:16:38 → 00:16:423,500 แคลอรี่ลดน้ำหนัก 1 กก.อัตราการลด
00:16:42 → 00:16:46น้ำหนักของผมเนี่ยผมขอ 1 ก.ต่อสัปดาห์
00:16:46 → 00:16:48เพราะฉะนั้นผมเอา 7 วันหาร 3,500 ก็คือผม
00:16:48 → 00:16:52ลดแคลอรี่เท่ากับ 500 แคลอรี่ต่อวันก็คือ
00:16:52 → 00:16:55หมายความว่าเรากินน้อยลง 500 แคลอรี่ต่อ
00:16:55 → 00:16:57วัน
00:16:57 → 00:16:59อ่าแล้วเดี๋ยวผมจะบอกว่าแคลอรี่มีอะไร
00:16:59 → 00:17:03อยู่ที่ไหนบ้างเอาตรงนี้ก่อนนะ 1 ลดอาหาร
00:17:03 → 00:17:08ที่ให้กินนับจำนวนแคลอรี่ให้ลดลงลดลงจาก
00:17:08 → 00:17:12เดิมเนี่ย 500 อ่ะประมาณนะฮะสมมุติว่าผม
00:17:12 → 00:17:14เฉลี่ยว่าทุกคนเนี่ยตอนเนี้ยควรจะกินวัน
00:17:14 → 00:17:16นึงได้รับอาหารประมาณสัก 2,000 แคลอรี่ก็
00:17:17 → 00:17:20แล้วกันเราลดให้เหลือว่าเรากินแค่ 1,500
00:17:20 → 00:17:24แคลอรี่ต่อวันที่ 1 นะอันที่ 2 ลดน้ำหนัก
00:17:24 → 00:17:28เนี่ยลดลดกี่เปอร์เซ็นต์ดีนะครับก็มีตัว
00:17:28 → 00:17:32เลขนะครับลด 5% ของน้ำหนักตัวเดิมเนี่ยจะ
00:17:32 → 00:17:35สามารถทำให้ไขมันในตับเนี่ยมันลดน้อยลง
00:17:35 → 00:17:39ได้ 7% เนี่ยทำให้การอักเสบที่มันอักเสบ
00:17:39 → 00:17:43เนี่ยมันลดลงได้แล้วก็ถ้า 10% เนี่ยก็ทำ
00:17:43 → 00:17:45ให้พังผืดที่มันมีอยู่เนี่ยมันสามารถ
00:17:45 → 00:17:48reรีverseหรือว่าหายไปได้นะครับตัวเลขก็
00:17:48 → 00:17:52คือ 5-10% ที่ผมขอ
00:17:52 → 00:17:56สรุปนะครับถ้าคุณมีไขมันพอกตับคุณหนัก 80
00:17:56 → 00:18:01กก.ผมขอลดน้ำหนัก 4 ก.ถึง 8 กก.ขอลดแค่
00:18:01 → 00:18:08เนี้ยเอนะครับ 4-8 กก.แล้วก็ลดใช้เวลาลด 1
00:18:08 → 00:18:11กก.ต่อสัปดาห์หรือถ้าเกิดยังช่วงแรกๆมัน
00:18:11 → 00:18:15จะลดได้ไวนะครับแต่ถ้าหลังๆเจะลดได้ช้าก็
00:18:15 → 00:18:17อย่างน้อยก็ขอเป็นครึ่งกิโลต่อสัปดาห์ก็
00:18:17 → 00:18:22ดีโอเคมั้ครับอ่าคราวนี้เราลดยังไงต่อ
00:18:23 → 00:18:28อาหารเอาง่ายๆก่อน 1 ลดแป้งนะครับให้แป้ง
00:18:28 → 00:18:31เนี่ยแป้งข้าวทั้งหมดเนี่ยให้เหลืออยู่
00:18:31 → 00:18:34ประมาณ 65% ของอาหารของพลังงานทั้งหมดที่
00:18:34 → 00:18:37เราได้รับในทั้งวันนะครับไขมันเหลืออยู่
00:18:37 → 00:18:4135% นะครับแล้วก็เป็นควรเป็นไขมันที่ไม่
00:18:41 → 00:18:44อิ่มตัวนะครับเช่นน้ำมันลำข้าวน้ำมันถั่ว
00:18:44 → 00:18:47เหลืองน้ำมันมะกอกน้ำมันข้าวโพดน้ำมัน
00:18:47 → 00:18:49เม็ดดอกทานตะวันนะครับก็ใช้น้ำมันพวก
00:18:49 → 00:18:54เนี้ยในการปรุงอาหารโปรตีนห้ามห้ามรดห้าม
00:18:54 → 00:18:57งดนะครับจำเป็นมากทานได้เลยนะครับโปรตีน
00:18:57 → 00:19:03โปรตีนคืออะไรปลาเนื้อไก่นะครับแล้วก็ไข่
00:19:03 → 00:19:06ขาวหมูกับวัวก็ทานได้นะครับแต่ว่าไอ้ส่วน
00:19:06 → 00:19:07ที่แบบอะไรหมู 3 ช้ง 3 ชั้นอะไรอย่าง
00:19:07 → 00:19:10เงี้ยหมูที่แบบหรือเนื้อวัวที่แบบนะมีไข
00:19:10 → 00:19:14มันแทรกเนี่ยก็อย่าไปกินที่แบบมันน้อยๆ
00:19:14 → 00:19:17ไอ้ตัวเนี้ยทานได้นะครับสรุปนะครับแป้ง
00:19:17 → 00:19:1965%
00:19:19 → 00:19:23ไขมัน 35% แล้วก็โปรตีนเนี่ยทานได้แล้ว
00:19:23 → 00:19:26ควรต้องทานด้วยนะครับ
00:19:26 → 00:19:31เอาง่ายๆเห็นมั้ครับข้าว 2 ทัพ p 200
00:19:32 → 00:19:34กิลแคลอรี่ถ้าเมื่อกี้ผมคำนวณว่าวันนึง
00:19:34 → 00:19:38เนี่ยเราควรกิน 1,500 แคลอรี่ใช่มั้ครับ
00:19:38 → 00:19:42ข้าววันนึงก็ไม่ควรเกินเท่าไหร่ 200
00:19:42 → 00:19:45ก็ประมาณสัก 7 ไม่ควรเกิน
00:19:45 → 00:19:49อ๋อข้าวอย่างเดียวเนี่ยไม่ควรเกิน 10 14
00:19:49 → 00:19:50ทัพพีซึ่งมันก็เยอะอยู่แล้วนะผมว่าใครยัง
00:19:50 → 00:19:52คงไม่แต่คราวนี้อย่าลืมนะครับมันเราเวลา
00:19:52 → 00:19:54เรากินเราไม่ได้กินข้าวอย่างเดียวนะครับ
00:19:54 → 00:19:56เอาประมาณข้าวคร่าวๆก็แล้วกันเพราะฉะนั้น
00:19:56 → 00:19:59ข้าวเนี่ยเราลดลงก็แล้วกันมื้อนึงเนี่ย
00:19:59 → 00:20:02ควรกินไม่เกิน 1 ทัพอ่ะเริ่มต้นนะฮะ 1
00:20:02 → 00:20:05ทัพ p ก็เท่ากับ 100 แคลอรี่ละหรือถ้า
00:20:05 → 00:20:08เกิดใครกินข้าวเหนียวก็ข้าวเหนียวก็ 8
00:20:09 → 00:20:12ช้อนโต๊ะ 8 ช้อนโต๊ะเอามารวมๆกันก็ประมาณ
00:20:12 → 00:20:16ที่เขาขายตามเป็นถุงพลาสติกอ่ะผมว่าก็ก็
00:20:16 → 00:20:19ประมาณเกือบ 100 แคลอรี่ละเพราะฉะนั้น
00:20:19 → 00:20:221 ก็คือเรื่องข้าวนะครับกินน้อยๆลงนิด
00:20:22 → 00:20:25นึงโปรตีนกินได้เยอะนะครับไม่เป็นไรแล้ว
00:20:25 → 00:20:28ก็วิธีที่ผมว่ามันจะสะดวกกว่านั้นก็คือ
00:20:28 → 00:20:30อย่างี้นะครับเปิดเข้าไปใน Google มี
00:20:30 → 00:20:31Google มั้ครับมีโทรศัพท์ทุกคนใช้อยู่
00:20:31 → 00:20:34แล้วใช่มั้ยครับจะกินอะไรสมมุติว่าวันนี้
00:20:34 → 00:20:37อยากกินข้าวมันไก่อย่างเงี้ยกดเข้าไปใน
00:20:37 → 00:20:40Google นะครับข้าวมันไก่กี่แคลอรี่มันจะ
00:20:40 → 00:20:42บอกมาให้เห็นเลยข้าวมันไก่เนี่ยอย่างน้อย
00:20:42 → 00:20:44ก็เกือบ 5-600 แคลอรี่แหละเพราะฉะนั้นเรา
00:20:44 → 00:20:46จะรู้ว่าเฮ้ยวันนี้เรากินข้าวมันไก่มื้อ
00:20:46 → 00:20:48นี้แล้วนะเหลืออีก 1000 แคลอรี่ละแล้ว
00:20:48 → 00:20:51ค่อยไปนับอีกทีว่าจะกินอะไรต่อนึกภาพออก
00:20:51 → 00:20:54มั้ครับเค้าเรียกว่านับแคลอรี่อาจจะลำบาก
00:20:54 → 00:20:56นิดนึงแต่ถ้าเกิดงงสับสนมากๆเอาง่ายๆ
00:20:56 → 00:21:01อย่างี้แหละครับนี่
00:21:01 → 00:21:05นะครับแบ่งแบ่งเอาเอาไว้ในจานจานนึงอครับ
00:21:05 → 00:21:06ครึ่งนึง
00:21:06 → 00:21:11เป็นผัดเห็นมครับครึ่งนึงเป็นผัด 1 ใน 4
00:21:11 → 00:21:15เป็นข้าวแล้วก็อีก 1 ใน 4 ก็เป็นปลาเป็น
00:21:15 → 00:21:19ปลาเป็นหมูอะไรอย่างเงี้ยไข่ขาวอันเนี้
00:21:19 → 00:21:23ง่ายๆถ้าเกิดขี้เกียจไปกดเสิร์ชใน Google
00:21:23 → 00:21:26ดูว่าเอ๊ะวันนี้อยากกินผัดไทยอย่างเงี้ย
00:21:26 → 00:21:29มีกี่แคลอรี่อย่างเงี้ยนะครับเอาง่ายๆ
00:21:29 → 00:21:34อย่างี้ผักเยอะหน่อยครึ่งจานปลา 1 ใน 4
00:21:34 → 00:21:38ใน 4 แค่นี้โอเคครับแต่อันนึงที่เมื่อกี้
00:21:38 → 00:21:40สไลด์เมื่อกี้อาจารย์เสียวพรก็เห็นแล้วนะ
00:21:40 → 00:21:43ครับเพราะว่าบางอย่างเราคิดว่ามันไม่น่า
00:21:43 → 00:21:46จะเยอะมันเยอะจริงๆเลยนะครับดูสิเนี่ยฮะ
00:21:47 → 00:21:49เห็นมะขนมครก
00:21:49 → 00:21:52ขนมครก 3 คู่ 300 แคลอรี่ละแล้วปกติเวลา
00:21:52 → 00:21:55ไปซื้อขนมครกเมันซื้อเป็นไงฮะซื้อเป็น
00:21:55 → 00:21:59กระทงมั้งใช่มั้อ้าวแล้วเวลากินเวลากิน
00:21:59 → 00:22:02นี่เรากินคำนึงนี่เราเอ้ยกิน 2-3 คำมัน
00:22:02 → 00:22:04เสียดายเนาะทิ้งก็เสียดายตังค์ใช่มั้ย
00:22:04 → 00:22:07ครับกินหมดเลยดูสิเนี่ย 3 คู่ 300
00:22:07 → 00:22:10แคลอรี่ละถ้ากินหมดก็ปาไปแล้ว 1,000
00:22:10 → 00:22:13แคลอรี่ไม่ต้องกินอื่นละใช่มั้ยครับน่า 5
00:22:13 → 00:22:16คู่เพราะฉะนั้นเห็นมั้ดูอย่างนิดๆหน่อยๆ
00:22:16 → 00:22:17ดูอย่างเงี้ยไม่น่าเชื่อแต่โอ้โหมันเยอะ
00:22:17 → 00:22:20นะฮะเนี่ยขนมครก 3 คู่เท่ากับเย็นโฟถ้วย
00:22:20 → 00:22:23เบ้อเริ่มถ้วยนึงเลย
00:22:23 → 00:22:26นะครับพวกนี้ก็เห็นชัดไอ้นั่นพวกชาพวกไอ้
00:22:26 → 00:22:29นั่นมันชัดเจนอยู่แล้วอ่ะครับแต่กาแฟนี่
00:22:29 → 00:22:31เมื่อกี้ลืมบอกนิดนึงนะครับจริงๆแล้ว
00:22:31 → 00:22:35เนี่ยหมอโรคตับเราแนะนำให้ดื่มกาแฟนะนะ
00:22:35 → 00:22:39ครับแต่ต้องเป็นกาแฟดำ
00:22:39 → 00:22:44แล้วก็เป็นกาแฟสดกลัวจะเป็นกาแฟสดดำไม่
00:22:44 → 00:22:47ใส่น้ำตาลนะครับถ้าเกิดทนจริงๆใส่ครึ่ง
00:22:47 → 00:22:49ช้อน
00:22:49 → 00:22:52นะครับอันเนี้ยเราแนะนำนะแต่ว่าอันนี้เรา
00:22:52 → 00:22:54ไม่แนะนำนะฮะอันนี้ไม่ใช่กาแฟแล้วครับอัน
00:22:55 → 00:22:57นี้เป็นครีมเลยเลยเลยไข่มุกทั้งหลายช่วง
00:22:57 → 00:23:01นี้คนต้องงดๆไปก่อนนะเห็นมั้ยครับเราบาง
00:23:01 → 00:23:03ทีเราไม่รู้มาก่อนโอ้โหแค่กินเรากินแค่
00:23:03 → 00:23:052-3 คำอย่างเงี้ยทำไมทำไมมันอ้วนก็เห็น
00:23:05 → 00:23:10มั้ฮะพลังงานมันเยอะจังเลยขนมครกแค่เนี้ย
00:23:10 → 00:23:13คราวนี้มาอีกอันนึงก็คือผลไม้ปกติเราจะมี
00:23:13 → 00:23:17คนบอกว่าอุยลดน้ำหนักกินผลไม้สิใช่มั้
00:23:17 → 00:23:21ครับกินผลไม้เยอะๆเลยผลไม้เนี่ยนะครับอื
00:23:21 → 00:23:24สไลด์มันต่ำนิดนึงผลไม้ 1 ส่วนเใช้คำว่า 1
00:23:24 → 00:23:28ส่วนนะครับก็ให้ประมาณ 70 กิโลแคลอรี่ 1
00:23:28 → 00:23:31ส่วนคืออะไรบ้างคืออย่างองุ่นเนี่ยองุ่น 1
00:23:31 → 00:23:35ผลหรือ 1 เม็ดเนี่ยเอ่อเอ่อ 1 ส่วนเนี่ย
00:23:35 → 00:23:39เท่ากับองุ่นประมาณ 6 เม็ด 6 ลูกคราวนี้
00:23:39 → 00:23:42เวลาเรากินองุ่นเรากินยังไง่ะวงกินเป็น
00:23:42 → 00:23:46พวงใช่ครับนั่นแหละเป็นเพลินติดมือใช่มั้
00:23:46 → 00:23:48ครับอย่างี้แหละเพราะฉะนั้นเห็นมั้ครับ
00:23:48 → 00:23:52ถึงถึงแนะนำว่ากินผลไม้จริงๆแล้วกินมากก็
00:23:52 → 00:23:55ไม่ดีนะครับเนี่ยเนี่ย 1 ส่วนปกติแล้ว
00:23:55 → 00:23:59เนี่ยก็คือองุ่นลองกองลำไยเนี่ยกินได้
00:23:59 → 00:24:03ประมาณ 6-6 เม็ดนะครับกล้วยส้มชมพู่
00:24:03 → 00:24:07ก็ลูกนึงนะครับถ้าเป็นมะละกอแตงโมสับปะรด
00:24:07 → 00:24:10ที่เป็นใหญ่ๆที่เขาหั่นก็เป็นคำก็ประมาณ 6
00:24:10 → 00:24:13คำก็คือแค่กินแค่นี้พอละนะครับแล้วก็กิน
00:24:13 → 00:24:16ผลไม้ก็ควรกินผลไม้สดนะครับอย่าไปกิน
00:24:16 → 00:24:20ผลไม้แช่อิ่มอย่าไปกินอะไรผลไม้กระป๋อง
00:24:20 → 00:24:24ผลไม้จิ้มเกลืออ่าทั้งหลายแหละพวกน้ำปน้ำ
00:24:24 → 00:24:27ปลาหวานเนี่ยอันนี้มันก็ยิ่งทำให้เรา
00:24:27 → 00:24:29เพิ่มความหวานเข้าไปอีกถูกต้องใช่มั้ย
00:24:29 → 00:24:35ครับนะครับผลไม้กินได้แต่กินให้เหมาะสม
00:24:35 → 00:24:39องุ่นนับเป็นเม็ดนะครับอ่านับเป็นเม็ด
00:24:39 → 00:24:42กล้วยลูกนึงพอละส้มลูกนึงพอละเลือกกันนะ
00:24:42 → 00:24:46ครับไม่ใช่บอกโอ้หมอชีให้กินกล้วยส้ม
00:24:46 → 00:24:50ชมพู่กิน 3 อย่างพอดีก็ยิ่งอ้วนใจเลย
00:24:50 → 00:24:53สมมุติอย่างที่บอกอ้าวจะกินกล้วยมื้อนี้
00:24:53 → 00:24:56กินกล้วยก็กินกล้วยไปผลนึงนะครับอีกมื้อ
00:24:56 → 00:25:01นึงกินชมพู่ชมพู่ก็ลูกนึงพอนะครับคราวนี้
00:25:01 → 00:25:06มีคนถามว่าเอ๊ะการคุมอาหารลดน้ำหนักเนี่ย
00:25:06 → 00:25:08เมื่อกี้เราเรียกว่านับแคลอรี่ใช่มั้ครับ
00:25:08 → 00:25:11เรากินแบบพระดีมยพระกินแบบพระรู้จักมั้ย
00:25:11 → 00:25:14ครับกินแบบพระ
00:25:14 → 00:25:16โอพระเดี๋ยวนี้ 2 มื้อนะผมว่าบางทีพระ 2
00:25:16 → 00:25:19มื้อนะฝรั่งเข้ามาเลียนแบบเค้าเทำวิธีการ
00:25:19 → 00:25:22เรียกว่า intermittent fasting ทำ IF ฮะ
00:25:22 → 00:25:24เคยได้ยินใช่มั้ย IF IF ก็คือกินเป็น
00:25:24 → 00:25:27ช่วงเวลากินตั้งแต่เช้าถึง 3:00 น.เย็น
00:25:27 → 00:25:30แล้วหยุดกินอะไรอย่างเงี้ยก็คือทางข้อมูล
00:25:30 → 00:25:33ของทางการแพทย์ปัจจุบันนะครับยังไม่พบว่า
00:25:33 → 00:25:37การกินแบบ IF อย่างที่ว่าเนี่ยดีกว่าวิธี
00:25:37 → 00:25:40การคุมอาหารโดยการคุมแคลอรี่นะฮะเพราะ
00:25:40 → 00:25:42ฉะนั้นก็คือผมว่าวิธีดีที่สุดตอนนี้เราก็
00:25:42 → 00:25:44คงกินแบบอย่างที่ผมว่าแหละกินครบ 3 มื้อ
00:25:44 → 00:25:50แต่ว่าเราเลือกกินให้เป็นนะครับแล้วก็อีก
00:25:50 → 00:25:52อย่างนึงกินแบบพระนี่จริงๆก็น่ากลัวนะฮะ
00:25:52 → 00:25:55เพราะว่าบางทีพระท่านตอนมื้อเย็นนะท่าน
00:25:55 → 00:25:58ฉันน้ำปานะน้ำปานะนี่น้ำตาลทั้งนั้นเลยนะ
00:25:58 → 00:26:01ครับมันหวานน่ะแล้วน้ำตาลพวกนี้มันเป็น
00:26:01 → 00:26:03น้ำตาลกลูโคสพอกินปุ๊บมันไม่ต้องแทบถูก
00:26:03 → 00:26:06ย่อยเลยมันปุ๊บดูดซึมเข้าร่างกายได้เลย
00:26:06 → 00:26:12สร้างไตรกีซรายได้สบายๆเลยงั้น
00:26:12 → 00:26:13อันนี้สรุปนะครับเหมือนอย่างที่อาจารย์
00:26:13 → 00:26:16ศิพพรว่านะครับน้ำตาลไม่ให้เกินกิน 6
00:26:16 → 00:26:18ช้อนนับด้วยนะครับตื่นเช้ามาวันนี้เติม
00:26:18 → 00:26:20น้ำตาลไปกี่ช้อนล่ะนะครับห้ามเกิน 6 ช้อน
00:26:20 → 00:26:25ชานะครับแป้งลดลงนะครับน้ำปั่นน้ำผลไม้สด
00:26:25 → 00:26:26อะไรพวกเนี้ยก็พยายาม
00:26:26 → 00:26:29งดหรือลดนะครับรวมทั้งผลไม้ในการอาหาร
00:26:29 → 00:26:33ปลอยโรคทุกชนิดก็พยายามลดนะครับก็คือถ้า
00:26:33 → 00:26:35เกิดเป็นไปได้ก็คือกินอาหารตามธรรมชาติจะ
00:26:35 → 00:26:37ดีที่สุดนะครับคราวนี้เมื่อกี้ผมพูดไป
00:26:37 → 00:26:39เรืองถึงเรื่องการกินแล้วนะครับคือการกิน
00:26:39 → 00:26:42หมายความว่าเรากินน้อยลงเราก็ต้องเผามัน
00:26:42 → 00:26:45ให้ออกให้มันช่วยช่วยร่างกายกำจัดใช่มั้
00:26:45 → 00:26:48ครับก็คือการออกกำลังกายผมแนะนำเลยนะครับ
00:26:48 → 00:26:51ว่าเดินครับสำหรับพวกเราสูงวัยทั้งเนี้ย
00:26:51 → 00:26:53ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นแล้วครับเป็น aerobic
00:26:53 → 00:26:56exercise ก็พอนะครับไม่ต้องไปทำ anobic
00:26:56 → 00:26:59ไม่ต้องทำ resistance ไปยกวงยกเวทฮะสวอ
00:26:59 → 00:27:03อย่างพวกเราเนี่ยใช้แค่นี้พอนะครับเดิน
00:27:03 → 00:27:08เท่าไหร่ดีครับก็พูดง่ายๆว่าขอเดินเนี่ย
00:27:08 → 00:27:11เอ่อวันนึง 30 นาทีถ้าได้ก็ดีนะฮะ 30
00:27:11 → 00:27:15นาทีเนี่ยถ้าเดินแล้วเนี่ยมันจะเผาเผา
00:27:15 → 00:27:17พลังงานไปได้เกือบประมาณ 200 กว่า
00:27:17 → 00:27:19กิโลแคลอรี่ละเพราะฉะนั้นเราเดินอย่าง
00:27:19 → 00:27:22เงี้ยเดือนออาทิตย์นึงเนี่ยเราให้เดินให้
00:27:22 → 00:27:25ได้ประมาณนับเวลาทั้งหมดเนี่ย 300 นาทีที
00:27:25 → 00:27:29เนี่ยก็ช่วยในการเผาผลาญอาหารละนะครับนอก
00:27:29 → 00:27:33จากการเดินแล้วมีวิธีอื่นอีกมยในที่นั่ง
00:27:33 → 00:27:36ที่นี่มีพ่อบ้านใครที่ทำงานบ้านมั้ครับมี
00:27:36 → 00:27:38มั้ครับยกมือแล้วครับยกมือมีมั้ครับทำงาน
00:27:38 → 00:27:41บ้านครับซักผ้าถูบ้านอ๋อมีมมีแต่แม่บ้าน
00:27:41 → 00:27:45พ่อบ้านมีมั้ยครับไม่มีเลยโอ้โหนึกว่ามี
00:27:45 → 00:27:49มีฮีโร่ผมจะให้รางวัลเพราะว่าอะไรรู้มั้
00:27:49 → 00:27:52ครับเพราะว่าบอกให้คนไข้ทุกคนไปออกกำลัง
00:27:52 → 00:27:55กายเนี่ยพูดยากพูดเย็นมีข้ออ้างตลอด
00:27:55 → 00:27:59โอ้ย PM ฝุ่นเยอะเข่าไม่ดีปวดโอ้ปวดลงปวด
00:28:00 → 00:28:02หลังเยอะแยะไปหมดเลยก็เลยมีอีกวิธีนึงนะ
00:28:02 → 00:28:07ครับนี่ครับทำงานบ้านขอทำงานบ้านพ่อบ้าน
00:28:07 → 00:28:09คนไหนทำงานบ้านนี่นะครับแม่บ้านบอกให้พ่อ
00:28:09 → 00:28:12บ้านทำเนี่ยถือว่าแม่บ้านนั้นรักพ่อบ้าน
00:28:12 → 00:28:14นะครับอ้าวจริงสิครับเพราะว่าคุณทำงาน
00:28:14 → 00:28:17บ้านเห็นมั้ครับเนี่ยคุณกวาดบ้าน 30 นาที
00:28:17 → 00:28:21เนี่ยคุณเผาไปละ 100 112 แคลอรี่นะครับ
00:28:21 → 00:28:25ซักผ้าเนี่ย 30 นาทีก็ 120 แคลอรี่ล่ะนะ
00:28:25 → 00:28:29ฮะเห็นมั้ครับคนไหนที่มีแม่บ้านให้พ่อ
00:28:29 → 00:28:31บ้านทำงานเนี่ยถือว่าแม่บ้านนี่รักคุณนะ
00:28:31 → 00:28:34ครับเนี่ยงั้นวันนี้กลับไปก็คงไปช่วยไป
00:28:34 → 00:28:37ช่วยแม่บ้านซักผ้านะครับซักผ้าถูบ้านทำสง
00:28:37 → 00:28:40ทำสวนพวกเนี้ยเห็นมั้ครับดีกว่าอยู่เฉยๆ
00:28:40 → 00:28:43อย่างน้อยจะได้ไม่มีข้ออ้างว่าโอ้ยฝุ่น
00:28:43 → 00:28:46เยอะเดินออกไปเดินไม่ได้ทำพวกนี้ก็ยังดี
00:28:46 → 00:28:48นะครับ
00:28:48 → 00:28:51สรุปนะครับโรคไขมันพอกตับของผมเนี่ยนะ
00:28:51 → 00:28:54ครับมันเป็นโรคที่รักษาด้วยตนเองได้อย่าง
00:28:54 → 00:28:57ที่ผมพูดนะครับพอคุณเป็นปุ๊บเนี่ยคุณไปทำ
00:28:57 → 00:29:00อย่างที่ผมบอกคุณคุมอาหารลดน้ำหนักให้ได้
00:29:00 → 00:29:05ในอัตราที่ผมว่านะครับ 5-10% นะครับแล้ว
00:29:05 → 00:29:10ก็ออกกำลังกายคือถึงแม้จะเดินไม่ไหวทำ
00:29:10 → 00:29:12อะไรก็ยังได้ทำงานบ้านเดินไปเดินมาก็ยัง
00:29:12 → 00:29:17ดีนะครับอาหารรสแป้งรสหวานนะครับรสไขมัน
00:29:17 → 00:29:20นะครับอาหารแบบเบตอเนียนเนี่ผมว่าเ่ออาจ
00:29:20 → 00:29:23จะฟังแล้วคงไม่เข้าเดี๋ยวคงจะมีอาจารย์
00:29:23 → 00:29:26ตอนช่วงบ่ายนะจะมีอาจารย์มาพูดแต่ว่าผม
00:29:26 → 00:29:28ว่ากินอาหารแบบบ้านเราก็ได้ครับก็คือเน้น
00:29:28 → 00:29:31ผักแล้วก็อาหารที่ไม่แปรรูปนะครับไม่ขัด
00:29:31 → 00:29:37สีแล้วก็ปลาแค่นี้ก็พอครับ
00:29:37 → 00:29:40แล้วก็การดูแลไขมันพอกตับอย่างที่ผมบอกนะ
00:29:40 → 00:29:42ครับคือเราไม่ใช่ดูแค่ตับอย่างเดียวนะ
00:29:42 → 00:29:44ครับเราต้องดูทั้งหัวใจแล้วก็ตรวจคัดกรอง
00:29:44 → 00:29:47พวกโรคมะเร็งต่างๆนะอ
00:29:47 → 00:29:50[เพลง]