- คำถาม:
- ใครมีความเสี่ยงต่อภาวะเมาน้ำตาลบ้าง และจะป้องกันได้อย่างไร?
- คำตอบ:
- คนที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเมาน้ำตาลได้แก่ ผู้ที่ชอบกินน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตปริมาณมาก เช่น ผู้หญิงช่วงใกล้ประจำเดือน ผู้ที่ชอบกินบุฟเฟ่ต์หรืออาหารจานเดียวเยอะๆ รวมถึงผู้ที่ทำกิน-หยุด (IF) โดยเฉพาะการกินอาหารหนักในช่วงที่กิน แล้วหยุดนาน วิธีป้องกันคือ กินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวกล้อง ผักผลไม้ ขนมปังโฮลเกร인 หรือกินผักผลไม้ก่อนอาหาร เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล และควรล้างปากหรือแปรงฟันก่อนรับประทานอาหาร เพื่อลดความอยากหวาน
รู้จัก “ภาวะเมาน้ำตาล” | รู้สู้โรค | คนสู้โรค
จากช่อง:Thai PBS
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:03:20>> แบบนี้ใครที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงบ้างคะที่
00:03:22จะเกิดภาวะเมาน้ำตาลได้
00:03:24>> ทุกคนที่เป็นมนุษย์โฮโมซี้นเพราะทุกคน
00:03:27ต้องกินน้ำตาลต้องกินคาร์โบไฮเดรตหมดแต่
00:03:28ทีนี้ต้องถามว่าใครเสี่ยงมากหรือเสี่ยง
00:03:31น้อยคนที่เสี่ยงมากก็คือคนที่ชอบกินแบบ
00:03:34น้ำตาลทีละเยอะๆคนจะนึกออกมั้ยลองเดาสิ
00:03:37ใครที่จะชอบกินแบบคาร์โบไฮเดรตในปริมาณ
00:03:39ที่ massive เลยเยอะๆเลยเหมือนกับมีแบบ
00:03:42หวานบอมเข้ามาเลยสวิตบอมเข้ามา
00:03:44>> ผู้หญิงทุกคนเลยค่ะ
00:03:45>> อ่ะผู้หญิงทุกคนตอนช่วงใกล้มีประจำเดือน
00:03:47ก็จะอยากหวานมีอีกครับคนที่ชอบเป็นสาย
00:03:50บุฟเฟ่ต์สายชาบูสายที่แบบกินไม่ยั้งอะไร
00:03:54อย่างเงี้ยคนกลุ่มเนี้ยจะได้รับ
00:03:56คาร์โบไฮเดรตสูงเพราะฉะนั้นเขาจะเกิดภาวะ
00:03:58ที่เรียกว่าเมาน้ำตาลตามหลังได้โดยที่ไม่
00:04:01รู้ตัว
00:04:01>> เมาน้ำตาลนี้ลมง่วงด้วยมั้คะคุณ
00:04:03>> ง่วงด้วยถูกต้อง
00:04:04>> ง่วงมากๆแบบนี้ก็ถือว่าเมาน้ำตาล
00:04:07>> อ่าใช่ๆคุณตั๊กเคยเป็นมั้ล่ะหรือคุณผู้ชม
00:04:09อาจจะเคยเป็นนะ
00:04:10>> ใช่
00:04:11>> หลังจากที่อิ่มมื้อเที่ยงแล้วเนี่ยที่เรา
00:04:12ชอบล้อกันน่ะเพราะว่าตอนบ่ายก็กลับมานอน
00:04:14น่ะนั่นก็คืออาการส่วนนึงของเมาน้ำตาล
00:04:17หรือ sugar crครชมันตกลงมา
00:04:19>> ค่ะก็ทำให้เรารู้สึกง่วงซึมไม่อยากจะทำ
00:04:21อะไรก็นอนใช่มั้คะแล้วมีความอันตรายมั้คะ
00:04:25>> ใช่ถอย่างที่บอกไปว่าอะไรที่เยอะไปก็ไม่
00:04:27ดีเพราะฉะนั้นเนี่ยว่าเมาน้ำตาลเนี่ยมัน
00:04:29เกิดจากน้ำตาลที่บอมเข้ามาเยอะเกินไป
00:04:32เพราะฉะนั้นเนี่ยครับอาจจะต้องคอยระวัง
00:04:34นิดนึงตรงที่ว่าบางทีภาวะเนี้ยมันอาจจะมี
00:04:37ผลทำให้เราเสี่ยงนะฮะไม่ว่าจะเสี่ยง
00:04:40เรื่องของดื้อต่ออินซูลินเ้าเรียก
00:04:42อินซูลิน resistance หรือ IR ไปจนถึงทำ
00:04:44ให้เกิดความเสี่ยงเรื่องของโรคหัวใจก็ได้
00:04:47หรือในคนที่ติดหวานมากๆนะฮะมันจะอยากกิน
00:04:50หวานเรื่อยๆก็ทำให้เกิดโรคอ้วนหรือที่
00:04:52เรียกว่าโรคเมตโบอลิคตามมา
00:04:55>> คุณหมอคะยังมีอีกกลุ่มกลุ่มนึงที่คุณหมอ
00:04:57บอกว่าอาจจะเกิดภาวะเมาน้ำตาลได้อ่ะทั้งๆ
00:05:00ที่เป็นกลุ่มที่รักสุขภาพด้วยนะเหมือน
00:05:02เป็นการดูแลสุขภาพคือการอดอาหาร
00:05:06>> IF
00:05:07>> IF อ่าแต่กลุ่มนี้ก็เกิดภาวะเมาน้ำตาล
00:05:10ได้เหมือนกัน
00:05:10>> ได้สิครับคุณทั๊กคุณทักลองสังเกตนะกลุ่ม
00:05:12IF เนี่ยหรือคนที่ทำ AF เนี่ยคือปกติ
00:05:15เนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยบางช่วงผมก็ทำ AF นะ
00:05:18แต่ว่ามันจะต้องมีหลักก็คือคนที่ทำ AF
00:05:20บางทีก็ 16 8 ใช่มั้ยฮะหรือบางคนก็ 24
00:05:24หรือบางคนอะไรนะ 240
00:05:25>> โอ้โหอ 1 1 วันกิน 1 วันหยุด
00:05:30>> อาจจะอย่างงั้นอาจจะอย่างงั้น
00:05:31>> ค่ะ
00:05:31>> ทีนี้เนี่ยครับไอ้ช่วงที่กินเนี่ยไอ้พีด
00:05:33ที่กินเนี่ยบางทีเนี่ยเจะกินแบบที่เรียก
00:05:36ว่ากินค่อนข้างเยอะพอกินเยอะนะครับมันก็
00:05:39จะเกิดภาวะน้ำตาลตกหรือว่าreีctive
00:05:42hyฮปกรซemiaอันเนี้ยตามมาได้
00:05:45>> ก็คือช่วงที่กินเยอะเนี่ยน้ำตาลสูงมาก
00:05:47>> ใช่
00:05:48>> ใช่มั้คะพอเราหยุดกินปึ๊บตกมา
00:05:51>> ช่วงที่ตกคือช่วงที่เราเมา
00:05:53>> ใช่ช่วงที่ตกคือช่วงที่เราง่วงเมาเงามึน
00:05:56นอยหงุดหงิดนั่นแหละช่วงที่น้ำตาลตกละ
00:05:59>> แล้วคนปกติทั่วไปที่ไม่ได้เอ่อมีภาวะอ้วน
00:06:04หรือว่ากินน้ำตาลเยอะมากสามารถเกิดภาวะ
00:06:08นี้ได้มั้คะ
00:06:08>> สามารถเกิดได้ครับสามารถเกิดได้ในคนที่มี
00:06:12ภาวะทางด้านเาเรียกว่าสรีระวิทยาบางอย่าง
00:06:14อ่ะอย่างคุณแม่ตั้งครรภอย่างเงี้ยท่าน
00:06:15ต้องใช้พลังงานเยอะก็อาจจะเกิดภาวะนี้ได้
00:06:18หรือคนที่อดนอนนะครับมันมีการที่เรียก
00:06:20ว่าซอลหลั่งออกมานะเพราะฉะนั้นพวกนี้
00:06:24เนี่ยมันก็จะมีการที่เรียกว่าร่างกายเข้า
00:06:25สู่โหมดที่จะต้องใช้พลังงานสูงและมันก็
00:06:29อาจจะเกิดภาวะน้ำตาลตกน้ำตาลตกเป็นช่วงๆ
00:06:31ได้เหมือนกัน
00:06:32>> แล้วเราจะป้องกันภาวะนี้ได้ยังไงบ้างคะ
00:06:34ที่ไม่ทำให้
00:06:35>> น้ำตาลขึ้นสูงไปลงสุดไปแบบเงี้ยค่ะ
00:06:38>> ก็เหมือนอยู่ด้วยกันด้วยความรักน่ะคุณ
00:06:39ตั๊กถ้าเกิดว่ารักตอนแรกสุดไปเนี่ยนะตอน
00:06:42หลังมันหยุดนะจริงๆจริงๆคนที่รักสุดเนี่ย
00:06:45เคยพี่เคยสุดมาก่อนเลยมันหยุดทุกทีเลยนะ
00:06:48แต่ที่มันหยุดไม่ดีนะเอออะไรอย่างเงี้ย
00:06:50แต่ทีนี้น้ำตาลเนี่ยมันจะต้องปรับอย่าง
00:06:52งี้ก็คือทำให้มันsteadyดี้คือคงที่เช่น
00:06:55การกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอ่าอย่างเช่น
00:06:58แทนที่จะกินข้าวขาวก็เป็นข้าวกล้องหรือ
00:07:01ว่าเป็นrสเบอร์รี่หรือว่าเป็นอ่าตัวหรือ
00:07:05ขนมปังก็จะเป็นขนมปังที่เป็นโฮวีไอ้พวก
00:07:08นี้เป็นต้นคือพูดง่ายๆว่าต้องติดเบรกให้
00:07:11กับน้ำตาลถ้าติดเบรกแล้วเนี่ยมันจะทำให้
00:07:14หยุดภาวะการเกิดเมาน้ำตาลได้ลองคิดง่ายๆ
00:07:17คุณตั๊กพอเวลาที่เรากินอ่ะสมมุติว่าเรา
00:07:20กินน้ำหวานแล้วเรากินส้มตำเข้าไปไอ้ตัว
00:07:22ส้มตำหรือมะละกอเนี่ยมันก็จะเป็นไฟเบอร์
00:07:24ที่เป็นเบรกทำให้น้ำตาลที่เรากินเข้าไป
00:07:27เนี่ยมันไม่ดูดซึมเร็วนักเพราะฉะนั้นมัน
00:07:29จะไม่เกิดภาวะ sugar crครชหรือว่าเมาน้ำ
00:07:32ตาลตามมา
00:07:33>> คือพยายามลดการที่ทำให้ร่างกายได้รับน้ำ
00:07:37ตาลดูดซึมน้ำตาลอย่างรวดเร็วแบบคะ
00:07:40>> ใช่ห้ามทำให้ร่างกายเนี่ยรับน้ำตาลทีละ
00:07:42เยอะๆแต่ให้กินอะไรก็ได้ที่ทำให้มันค่อยๆ
00:07:45ปล่อยน้ำตาลออกมาอย่างสม่ำเสมอซึ่งได้แก่
00:07:48พวกไฟเบอร์หรือเส้นใยทั้งหลายเลยผักผลไม้
00:07:50นี่แหละ
00:07:51>> คุณหมอพูดเรื่องนี้มาดีเลยค่ะอยากให้คุณ
00:07:54หมอพูดเค้าบอกว่ามีการจัดลำดับการรับ
00:07:58ประทานอาหาร
00:07:59>> อือ
00:07:59>> เพื่อที่จะลดการที่จะให้ร่างกายเนี่ยดูด
00:08:03ซึมน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป
00:08:05>> อ่า
00:08:05>> โดยมีแบบว่าต้องกินผักผลไม้ก่อนมั้คะมี
00:08:09การจัดยังไงบ้างคะ
00:08:11>> สมมุติเรามีอาหารที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเรานะ
00:08:13ครับคุณตั๊ก
00:08:14>> บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าเลยมีอะไรบ้างอาหารเช้า
00:08:18ไข่ดาว
00:08:18>> มีไข่อ่าไส้กรอกมีบาสลัด
00:08:23อือเครื่องดื่มน้ำแป้งก็มีนะโจ๊กก็มีข้าว
00:08:27ต้มก็มี
00:08:27>> แป้งโจ๊กข้าว
00:08:29>> ขนมปัง
00:08:30>> ขนมปังเราเรียงไงคะขนมหวานก็มีด้วยมีครบ
00:08:35เลยค่ะ
00:08:35>> พอฟังคุณตั๊กพูดแล้วเนี่ยมันรู้สึกอยาก
00:08:38กินน่ะเอาให้เรียงจากใจหรือเรียงจากที่
00:08:40ควรจะเป็นถ้าเรียงจากใจนี่วิ่งหาขนมหวาน
00:08:42ก่อนเลยนะ
00:08:43>> เอาเรียงแบบว่าเอ๊ะทำยังไงให้ร่างกายดูด
00:08:45ซ้ำน้ำตาลได้น้อยมากที่สุดเลยค่ะอาจารย์
00:08:48จะทำยังไง
00:08:49>> เคล็ดลับก็คือว่าให้เลือกไฟเบอร์กับ
00:08:51โปรตีนก่อนเพราะฉะนเพราะฉะนั้นสิ่งที่เรา
00:08:53ควรจะวิ่งไปก่อนคือไข่ครับนะฮะหรือว่าพวก
00:08:55อ้าชีสก็ยังได้ชีสก็เป็นโปรตีนเหมือนกัน
00:08:58แล้วพวกแป้งเช่นโจ๊กข้าวต้มเนี่ยเอาไปที
00:09:02หลังก่อนอาจจะทานได้ทานได้ครับไม่ต้อง
00:09:04กังวลแต่ว่าให้ทานพวกนี้ก่อนแล้วตบท้าย
00:09:06ด้วยฝรั่งสดผลไม้สดแตงโมก็ยังได้หรือว่า
00:09:11อาจจะเป็นแก้วมังกรก็ได้เพราะพวกนี้เนี่ย
00:09:13มีดัชนีน้ำตาลตำพูดง่ายๆว่าให้แซนวิชให้
00:09:16มีแบบเบรกต้นและเบรกปลายส่วนตรงกลางเนี่ย
00:09:19อ่ะเป็นของที่เราชอบก็ได้เป็นขนมปังเป็น
00:09:21โจ๊กหรือแยมอะไรสักนิดนึงก็ยังได้
00:09:23>> ค่ะแล้วสลัดล่ะสลัดมาตอน
00:09:25>> อได้ๆสลัดมาระหว่างมื้อยิ่งดีครับคุณทั
00:09:28>> อ่า
00:09:29>> ให้ผสมผสมกันไปเพราะว่าตัวไฟเบอร์จากผัก
00:09:32ผลไม้เนี่ยจะเป็นตัวเบรกใช่ม
00:09:33>> เป็นเบรกเป็นระยะใช่มันจะช่วยปล่อยน้ำตาล
00:09:36ทีละน้อย
00:09:37>> แต่ว่าตื่นเช้ามาเนี่ยแนะนำเลยถ้าใครชอบ
00:09:40>> ที่จะรับประทานผักผลไม้หรือว่าเครื่อง
00:09:42ดื่มที่เป็นเอ่อน้ำผักก็ได้เหมือนกันใช่ป
00:09:47>> น้ำปั่นได้ๆสิครับคุณตั๊กแต่ขอให้ปั่น
00:09:49ทั้งกากนะอย่าทิ้งกากนะครับเพราะกากตัว
00:09:52นี้คือเบรกที่ช่วยทำให้เราไม่เมาน้ำตาล
00:09:54>> อขอเป็นน้ำผักนะคะเพราะว่าน้ำผลไม้นี่น้ำ
00:09:56ตาลสูงเหมือนกัน
00:09:57>> จริงๆคุณทักแต่น้ำผักคนตอนเช้าเขาก็บอก
00:10:00ว่ามันเหม็นเขียวนิดนึงมั้
00:10:02>> อ่า
00:10:02>> มันก็มีวิธีนะ
00:10:04>> ให้ใส่สับปะรดลงไป
00:10:05>> เจะอร่อยขึ้น
00:10:06>> มันจะอร่อยขึ้นระดับกลิ่นเหม็นเคี้ยว
00:10:07อร่อยขึ้นอ่าเดี๋ยววันหลังต้องขอเมนูน้ำ
00:10:11ผักผลไม้จากคุณหมอต้นนะคะ
00:10:13>> เมนูแก้เมาเมาน้ำตาล
00:10:14>> เมนูแก้เมาน้ำตาลคุณหมอคะแล้วอย่างงี้คน
00:10:17ที่ติดน้ำตาลอยู่แล้วจะลดการติดน้ำตาลได้