00:00:02 → 00:00:07ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโรครำคาญคันจนนอนไม่
00:00:07 → 00:00:10ได้รับมือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไม่ให้
00:00:10 → 00:00:13กำเริบ
00:00:13 → 00:00:16สูงวัยใส่ใจสุขภาพไปกับ tn and Health
00:00:16 → 00:00:19ในงาน eat Healthy be wealthy ติดตาม
00:00:19 → 00:00:22เรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ T and
00:00:22 → 00:00:24Health วัน
00:00:24 → 00:00:28นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:29 → 00:00:31Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:31 → 00:00:34คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ tean and Health
00:00:34 → 00:00:37ค่ะและดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงชัดดาวจัง
00:00:37 → 00:00:41วังกรแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
00:00:41 → 00:00:44พร้อมที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
00:00:44 → 00:00:49พาคุณผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:49 → 00:00:53[เพลง]
00:00:53 → 00:00:58ค่ะสำหรับสัปดาห์นี้นะคะเราจะมาพูดถึงโรค
00:00:58 → 00:01:01ผืนภูมิแพ้ผิวหนังหรือ atopic dermatitis
00:01:01 → 00:01:05ค่ะภาวะโรคนี้นะคะพบได้ในเด็กนะคะแต่
00:01:05 → 00:01:08อย่างไรก็ตามนะคะสามารถพบได้ในคุณผู้ใหญ่
00:01:08 → 00:01:10เช่นเดียวกันค่ะเพราะว่าเป็นเรื่องของการ
00:01:10 → 00:01:14อักเสบที่ผิวเป็นๆหายๆเป็นเนื้อรังได้
00:01:14 → 00:01:17ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือ atopic
00:01:17 → 00:01:19dermatitis เป็นอาการของผิวหนังอักเสบ
00:01:19 → 00:01:23เรื้อรังจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติด
00:01:23 → 00:01:26ต่อหรือเกิดจากความสกปรกแต่เกิดจากการที่
00:01:26 → 00:01:30ร่างกายของผู้ป่วยมีภูมิที่ไวต่อต่อการ
00:01:30 → 00:01:33ตอบสนองต่อปัจจัยกระตุ้นต่างๆมากเกินไป
00:01:33 → 00:01:36ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุ
00:01:36 → 00:01:39ของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้อย่างแน่ชัด
00:01:39 → 00:01:42แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน
00:01:42 → 00:01:46อาทิปัจจัยทางพันธุกรรมที่มีในตัวผู้ป่วย
00:01:46 → 00:01:49เองหรือคนในครอบครัวที่มีโรคภูมิแพ้เช่น
00:01:50 → 00:01:53โรคหืดและอาการแพ้อากาศร่วมกับภาวะทาง
00:01:53 → 00:01:56ภูมิต้านทานโรคในร่างกายผู้ป่วยหรือร่าง
00:01:56 → 00:02:00กายอาจขาดโปรตีนที่ช่วยให้ผิวหนังกเก็บ
00:02:00 → 00:02:04น้ำได้น้อยจนทำให้ผิวหนังแห้งแดงคันระคาย
00:02:04 → 00:02:07เคื่องและก่อให้เกิดโรคได้โรคผื่นภูมิแพ้
00:02:08 → 00:02:11ผิวหนังเกิดจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ
00:02:11 → 00:02:13พันธุกรรมที่ก่อให้เกิดการสร้างเซลล์ผิด
00:02:13 → 00:02:17ปกติทำให้ปราการป้องกันไม่ให้น้ำระเหยจาก
00:02:17 → 00:02:20ร่างกายเสียไปผิวหนังจึงแห้งง่ายสิ่งแปลก
00:02:20 → 00:02:23ปลอมซึมเข้าผิวหนังได้ง่ายจนเกิดการ
00:02:23 → 00:02:27อักเสบและการระคายเคืองภูมิต้านทานของ
00:02:27 → 00:02:30ร่างกายทำงานมากกว่าปกติทำให้ร่างกายมี
00:02:30 → 00:02:33ความไวต่อสิ่งแปลกปลอมภายนอกอย่างเช่นการ
00:02:33 → 00:02:37สัมผัสกับซ้านเคมีในชีวิตประจำวันเช่นผง
00:02:37 → 00:02:40ซักฟอกสบู่น้ำหอมเครื่องสำอางเมื่อสัมผัส
00:02:40 → 00:02:43กับสิ่งแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดการแพ้ก็จะ
00:02:43 → 00:02:47เกิดการระคายเคืองมีอาการคันและมีผืนขึ้น
00:02:47 → 00:02:50ได้ซึ่งถ้าหากหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกที่
00:02:50 → 00:02:54ทำให้การแพ้เหล่านี้ได้อาการก็จะหายไปนอก
00:02:54 → 00:02:57จากนี้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม
00:02:57 → 00:02:59ในการดำเนินชีวิตก็มีส่วนที่กระตุ้นให้
00:02:59 → 00:03:02เกิดเกิดโรคผืนภูมิแพ้ผิวหนังได้เช่นกัน
00:03:02 → 00:03:05อาทิการอาบน้ำอุ่นและการอยู่ในห้องแอร์
00:03:05 → 00:03:08ต่อเนื่องและนานเกินไปซึ่งเป็นเหตุที่ทำ
00:03:08 → 00:03:11ให้ผิวแห้งและความเครียดที่ส่งผลต่อภูมิ
00:03:11 → 00:03:15ต้านทานในร่างกายอะไรที่เป็นปัจจัยเสี่ยง
00:03:15 → 00:03:20ทำให้เกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอายุโรค
00:03:20 → 00:03:23ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสามารถพบได้ในทุกช่วง
00:03:23 → 00:03:27อายุแต่มักพบบ่อยในวัยทารกมีประวัติเป็น
00:03:27 → 00:03:30ภูมิแพ้ผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือ
00:03:30 → 00:03:32ครอบครัวเป็นโรคผิวหนังภูมิแพ้ไครละออง
00:03:33 → 00:03:36ฟางหรือหอบหืดมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคผื่น
00:03:36 → 00:03:40ภูมิแพ้ผิวหนังได้มากกว่าอาชีพงานที่ต้อง
00:03:40 → 00:03:43มีการสัมผัสกับโลหะตัวทำละลายหรือสารทำ
00:03:43 → 00:03:46ความสะอาดบางชนิดจะเพิ่มความเสี่ยงในการ
00:03:46 → 00:03:50เกิดโรคผืนภูมิแพ้ผิวหนังผิวของคนปกติที่
00:03:50 → 00:03:54ไร้ซึ่งภาวะภูมิแพ้จะประกอบด้วย 1 เซลล์
00:03:54 → 00:03:58ผิวหนังสิ่งนี้เปรียบได้ดังประการด่านแรก
00:03:58 → 00:04:00ที่ปกป้องผิวจากสิ่งเราและสิ่งแปลกปลอม
00:04:00 → 00:04:05ต่างๆ 2 ชั้นไขมันจะทำหน้าที่โอบอุ้มความ
00:04:05 → 00:04:08ชุ่มชื้นในผิวหนังทำให้เซลล์ผิวหนัง
00:04:08 → 00:04:11สามารถปกป้องร่างกายอย่างเต็ม
00:04:11 → 00:04:14ประสิทธิภาพแต่เมื่อโรคผื่นภูมิแพ้ผิว
00:04:14 → 00:04:18หนังเกิดขึ้นสิ่งที่เรียกว่าเซลที่มีหน้า
00:04:18 → 00:04:22ที่สำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นในชั้นไข
00:04:22 → 00:04:25มันจะมีการลดจำนวนลงรวมทั้งปริมาณของ
00:04:25 → 00:04:29ฟิลินหรือสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ
00:04:29 → 00:04:33ที่อยู่ในเซลล์ผิวหนังก็จะลดลงด้วยเมื่อ
00:04:33 → 00:04:35ทั้ง 2 อย่างนี้ลดลงผิวจึงสูญเสียความ
00:04:35 → 00:04:39ชุ่มชื้นจนเกิดอาการแห้งและคันยิ่งเก่าก็
00:04:39 → 00:04:44จะเกิดการอักเสบได้ในเวลาต่อมาถ้าอธิบาย
00:04:44 → 00:04:47ให้เข้าใจง่ายในชั้นผิวหนังของเรามีเซลล์
00:04:47 → 00:04:51ผิวหนังเรียงตัวคล้ายกำแพงอิฐอยู่โดยมีไข
00:04:51 → 00:04:54มันที่เปรียบเสมือนปูนที่ทำให้กำแพงเกาะ
00:04:54 → 00:04:58ตัวกันโดยผิวจะมีการผลัดเซลล์ผิวและสร้าง
00:04:58 → 00:05:01ใหม่อยู่เสมอถ้าชั้นผิวหนังมีความแข็งแรง
00:05:01 → 00:05:04สิ่งแปลกปลอมจะเข้าสู่ผิวได้ยากผิวจึงไม่
00:05:04 → 00:05:08เกิดการอักเสบหรือระคายเคืองแต่หากชั้น
00:05:08 → 00:05:11ผิวเราขาดความชุ่มชื้นผิวจะมีความบอบบาง
00:05:11 → 00:05:14สิ่งแปลกปลอมสามารถเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่าย
00:05:14 → 00:05:18จึงเกิดอาการแตกลอกแห้งคันและผื่นแดงใน
00:05:18 → 00:05:22เวลาต่อมาได้อาการหลักทั่วไปของผื่นภูมิ
00:05:22 → 00:05:26แพ้ผิวหนังได้แก่มีผื่นแดงผิวแห้งเป็นขุย
00:05:27 → 00:05:31คันยุบยิบเป็นๆหายๆหากเป็นเรื้อรังผิว
00:05:31 → 00:05:34หนังจะหนาและมีรอยคล้ำคันมากขึ้นเมื่อ
00:05:34 → 00:05:38เหงื่อออกและยิ่งเก่ายิ่งคันนอกจากนี้ใน
00:05:38 → 00:05:41ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแสดงเหล่านี้ร่วม
00:05:41 → 00:05:44ด้วยได้แก่สีผิวเปลี่ยนแปลงอาจมีสีเข้ม
00:05:44 → 00:05:48ขึ้นหรืออ่อนลงกว่าปกติผิวบอบบางและบวม
00:05:48 → 00:05:51เมื่อถูกเกาผิวแห้งหรือเป็นสะเก็ดตาม
00:05:52 → 00:05:55บริเวณต่างๆของร่างกายคันตามผิวหนังโดย
00:05:55 → 00:05:58เฉพาะเวลากลางคืนผิวเป็นปื้นสีแดงหรือสี
00:05:58 → 00:06:02น้ำตาลออกอ่อนปนเทาที่มักปรากฏบริเวณมือ
00:06:02 → 00:06:07เท้าข้อเท้าข้อมือคออกช่วงบนข้อพับปลือก
00:06:07 → 00:06:11ตาใบหน้าและศีรษะผิวหนังมีตุ่มพองหรือมี
00:06:11 → 00:06:15แผลพุพองขนาดเล็กที่มีรอยแดงและการติด
00:06:15 → 00:06:19เชื้อรอบแผลซึ่งอาจแตกและมีของเหลวไหลออก
00:06:19 → 00:06:23มาได้เมื่อถูกเกามีของเหลวไหลออกจากหู
00:06:23 → 00:06:27หรือมีเลือดไหลออกจากหูบริเวณหรือตำแหน่ง
00:06:27 → 00:06:30ที่มีการเกิดรอยโรคจะมีความแตกต่างตามวัย
00:06:30 → 00:06:33ของผู้ป่วยเช่นในวัยทารกมักจะเกิดผืนขึ้น
00:06:33 → 00:06:37บริเวณแก้มและด้านนอกของแขนขาข้อมือข้อ
00:06:37 → 00:06:41เท้าขณะที่วัยเด็กโตและผู้ใหญ่มักพบผืน
00:06:41 → 00:06:44ที่มีความหนาขึ้นที่บริเวณข้อพับต่างๆ
00:06:44 → 00:06:48เช่นข้อพับแขนขาบริเวณลำคอหรือหากมีการ
00:06:48 → 00:06:52เกาอาจเป็นปื้นลามไปทั่วร่างกายได้ซึ่ง
00:06:52 → 00:06:55การวินิจฉัยโรคนอกจากอาศัยประวัติอาการ
00:06:55 → 00:06:58แล้วแพทย์ผิวหนังอาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม
00:06:58 → 00:07:02ได้แก่ตรวจร่างกายทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง
00:07:02 → 00:07:06โดยการใช้สารเ่ออาการแพ้บริเวณท้องแขน
00:07:06 → 00:07:09หรือตัดชิ้นเนื้อตรวจทราบข้อมูลกันใน
00:07:09 → 00:07:12เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคพืนภูมิแพ้ผิวหนัง
00:07:12 → 00:07:16แล้วนะคะและในช่วงนี้นะคะเราจะไปรู้จัก
00:07:16 → 00:07:19โรคผืนภูมิแพ้ผิวหนังกันให้มากขึ้นค่ะโดย
00:07:20 → 00:07:22ที่เราจะมาคุยกับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยว
00:07:22 → 00:07:25ชาญค่ะท่านก็คืออาจารย์แพทย์หญิงดวงกมล
00:07:25 → 00:07:28ทัศนะพงสากุลแพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและ
00:07:29 → 00:07:33ความงามโรงพยาบาลเวชธานี
00:07:33 → 00:07:36สวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มต้นที่คำถามแรก
00:07:36 → 00:07:38เลยนะ
00:07:38 → 00:07:43[เพลง]
00:07:43 → 00:07:47คะรูกผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีอุบัติการณ์
00:07:47 → 00:07:49อย่างไรบ้างคะอาจารย์ค่ะโรคผื่นภูมิแพ้
00:07:49 → 00:07:52ผิวหนังเนี่ยสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัยนะคะ
00:07:52 → 00:07:55แต่ว่าวัยที่พบบ่อยที่สุดก็จะเป็นวัยทารก
00:07:55 → 00:07:58มากกว่าผู้ใหญ่พบได้เยอะค่ะโดยเฉพาะในใน
00:07:58 → 00:08:01เด็กที่เป็นทารโรควัยรุ่นนะคะพอพอเป็นผู้
00:08:01 → 00:08:03ใหญ่ปุ๊บอุบัติการณ์มันก็จะลดลงแล้วจริงๆ
00:08:03 → 00:08:06แล้วโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเนี่ยคืออะไรคะ
00:08:06 → 00:08:08โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนะคะคือลักษณะของ
00:08:08 → 00:08:11ผื่นก็จะเป็นผื่นแดงแห้งรอกนะคะแล้วก็อาจ
00:08:11 → 00:08:14จะมีขุยๆหรือมีตุ่มน้ำใสๆด้วยในบางคนที่
00:08:14 → 00:08:17เกาเยอะเยอะก็จะเป็นผื่นหนาๆค่ะแล้วก็คน
00:08:17 → 00:08:20ไข้ก็จะมีอาการคันมากโดยเฉพาะเวลากลลาง
00:08:20 → 00:08:23คืนอะไรคือสาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ผิว
00:08:23 → 00:08:26หนังปัจจุบันเนี่ยเรายังไม่ทราบสาเหตุที่
00:08:26 → 00:08:29แน่ชัดในการเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังแต่
00:08:29 → 00:08:31เชื่อว่าว่าอันที่ 1 ก็คือเกิดจากการที่
00:08:31 → 00:08:33เรามีประวัติเป็นภูมิแพ้ในครอบครัวนะคะ
00:08:33 → 00:08:35หรือว่าญาติที่ใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นเ่อ
00:08:35 → 00:08:39ภูมิแพ้ในลักษณะของหอบผืดหรือว่าเยืบุพง
00:08:39 → 00:08:42จมูกอักเสบจากการที่เราเป็นภูมิแพ้หรือ
00:08:42 → 00:08:45ว่าผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเองอันที่ 2 ก็คือ
00:08:45 → 00:08:47เกิดจากการที่ร่างกายเราอ่ะมีภูมิคุ้มกัน
00:08:47 → 00:08:50ที่เปลี่ยนไปต่อผิวหนังอันที่ 3 ก็คือมัน
00:08:50 → 00:08:53มีสิ่งที่มากระตุ้นเช่นสิ่งแวดล้อมต่างๆ
00:08:53 → 00:08:56ทำให้เรามีอาการมากขึ้นผื่นภูมแพ้ผิวหนัง
00:08:56 → 00:08:58อ่ะค่ะเป็นผิวหนังอักเสบชนิดนึงนะคะจริงๆ
00:08:58 → 00:08:59แล้วสาเหตุที่ชัดเจนว่าเกิดจากจากอะไรเรา
00:09:00 → 00:09:02ยังไม่ทราบแต่เขาคิดว่าน่าจะเกิดจากการ
00:09:02 → 00:09:04ที่เราอ่ะเอ่ออาจจะมีประวัติเป็นภูมิแพ้
00:09:04 → 00:09:06ในครอบครัวนะคะแล้วก็อาจจะมีสิ่งมา
00:09:06 → 00:09:08กระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นใน
00:09:08 → 00:09:11เรื่องของฝุ่นต่างๆนะคะหรือว่าพวกละออง
00:09:11 → 00:09:14เกสรดอกไม้หรือสภาวะอากาศไม่ว่าจะร้อน
00:09:14 → 00:09:17หรือหนาวนะคะหรือการใช้ยาสารเคมีบางชนิด
00:09:18 → 00:09:20ก็ทำให้ผิวหนังเราระคายเคืองง่ายแล้วก็ทำ
00:09:20 → 00:09:24กระตุ้นให้เกิดผืนได้ฝุ่น PM 2.5 เนี่ย
00:09:24 → 00:09:27นับว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการกระตุ้น
00:09:27 → 00:09:31ทำให้โรคของผืภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบใช่
00:09:31 → 00:09:35หรือไม่คะ PM 2.5 นะคะก็คือตัวฝุ่นจิ๋ว
00:09:35 → 00:09:38เนาะซึ่งมีขนาดประมาณ 2.5 ไมครอนนะคะมัน
00:09:38 → 00:09:41สามารถที่จะผ่านไปทางรูหุมขนของเรานะคะ
00:09:41 → 00:09:44แล้วเข้าไปในผิวหนังแล้วก็นอกจากนี้มัน
00:09:44 → 00:09:47ยังสามารถรวมกับโลหะแล้วก็สามารถเข้าไปใน
00:09:47 → 00:09:49ผิวหนังเราได้ซึ่งพอมันเข้าไปในผิวหนัง
00:09:49 → 00:09:51เราเนี่ยมันก็กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของ
00:09:51 → 00:09:54ผิวแล้วก็เกิดไปกระตุ้นในคนที่เป็นผื่น
00:09:54 → 00:09:57ภูมิแพ้ผิวหนังทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น
00:09:57 → 00:10:01ค่ะอาจารย์ขาแล้วใครคะที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
00:10:01 → 00:10:04ที่จะทำให้เกิดโรคผืนภูมิแพ้ผิวหนัง 1 ก็
00:10:04 → 00:10:06คือคนที่มีประวัติครอบครัวอยู่แล้วนะคะ
00:10:06 → 00:10:09ที่เป็นภูมิแพ้ไม่ว่าจะเป็นห่อผืดภูมภูมิ
00:10:09 → 00:10:13แพ้ผิวหนังหรือว่าเอ่อจมูกอักเสบจากภูมิ
00:10:13 → 00:10:15แพ้นะคะแล้วก็อันที่ 2 คือในเด็กนะคะ
00:10:15 → 00:10:18เพราะว่ามีอุบัติการณ์นี้ที่เกิดขึ้นใน
00:10:18 → 00:10:20เด็กมากกว่าผู้ใหญ่อันที่ 3 ก็คือคนที่ทำ
00:10:20 → 00:10:23งานสัมผัสกับพวกโลหะต่างๆหรือว่าตัวทำ
00:10:23 → 00:10:26ละลายหรือว่าเ่อล้างมือบ่อยๆอย่างเงี้ย
00:10:26 → 00:10:28ค่ะก็มีโอกาสที่จะไปกระตุ้นให้เกิดผื่น
00:10:28 → 00:10:31ภูมิแพทอยู่ผหนังรุนแรงมากขึ้นค่ะการที่
00:10:31 → 00:10:33เราล้างมือบ่อยๆมันทำให้ผิวผิวมือเราแห้ง
00:10:33 → 00:10:36นะคะแล้วก็ทำให้ขาดตัวน้ำมันที่มาหล่อ
00:10:36 → 00:10:39เลี้ยงผิวทำให้ sensitive นะคะหรือมีความ
00:10:39 → 00:10:42ไวต่อสิ่งที่มากระตุ้นได้ง่ายแล้วทำไม
00:10:43 → 00:10:46เด็กจึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคผื่นภูม
00:10:46 → 00:10:49แพ้ผิวหนังมากกว่าผู้ใหญ่ล่ะคะในเด็กบาง
00:10:49 → 00:10:52คนเนี่ยก็คือมีการแพ้อาหารร่วมด้วยก็อาจ
00:10:52 → 00:10:54จะไปกระตุ้นทำให้เกิดื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
00:10:54 → 00:10:56ที่รุนแรงมากขึ้นก็คือคนไข้ส่วนใหญ่จะ
00:10:56 → 00:10:58เป็นเด็กเกิดในช่วงอายุประมาณตั้ง 2
00:10:58 → 00:11:01เดือนถึง 2 ปีนะคะหลังจากนั้นเขาก็จะบาง
00:11:01 → 00:11:04คนก็หายไปนะคะแต่บางคนก็สามารถที่จะ
00:11:04 → 00:11:06ดำเนินในเรื่องของผืนภูมิแพ้ผิวหนังไปจน
00:11:06 → 00:11:09ถึงผู้ใหญ่ได้เลยอาการของโรคผื่นภูมิแพ้
00:11:09 → 00:11:12ผิวหนังเป็นอย่างไรคะแบ่งได้เป็น 3 ระยะ
00:11:12 → 00:11:14นะคะอันที่ 1 ก็คือระยะเฉียบพันธุนะคะ
00:11:14 → 00:11:17หรือแคิ้วก็คือเป็นระยะที่อาจจะเป็นตุ่ม
00:11:18 → 00:11:20แดงผืนแดงแล้วก็มีตุ่มน้ำใสๆนะคะแล้วก็มี
00:11:20 → 00:11:23น้ำเหลืองไหลเยิ้มระยะที่ 2 เราเรียกว่า
00:11:23 → 00:11:26ระยะสับ acute คือระยะระยะปานกลางอันนี้
00:11:26 → 00:11:28ก็จะมีผื่นลักษณะเป็นผื่นแดงมีขุยเล็ก
00:11:28 → 00:11:30น้อยหรือว่าอาจจะมีน้ำเหลืองบ้างแต่ไม่
00:11:31 → 00:11:34มากนะคะแล้วก็จะมีสะเก็ดได้นะคะแล้วระยะ
00:11:34 → 00:11:36สุดท้ายเาเรียกว่าระยะเรื้อรังหรือว่า
00:11:36 → 00:11:38โคนิกซึ่งอันนี้ผื่นจะลักษณะเป็นสีแดง
00:11:38 → 00:11:41เข้มๆหนาๆหรือบางคนก็เป็นสีน้ำตาลนะคะ
00:11:41 → 00:11:45แล้วก็มีรอยแกะรอยเกาค่ะโรคผื่นภูมิแพ้
00:11:45 → 00:11:48ผิวหนังสามารถวินิจฉัยได้อย่างไรคะ
00:11:48 → 00:11:50อาจารย์คนไข้จะต้องมีลักษณะอันที่ 1 คือ
00:11:50 → 00:11:53คันนะคะอันที่ 2 คือลักษณะของผืนเนี่ย
00:11:53 → 00:11:55เป็นๆหายๆอันที่ 3 ทีนี้ผื่นมันจะมี
00:11:55 → 00:11:58ลักษณะเฉพาะเจาะจงของมันถ้าเป็นในวัยเด็ก
00:11:58 → 00:12:00นะคะหรือว่าทารอย่างเงี้ยผื่นก็มักจะเกิด
00:12:00 → 00:12:04ที่หน้าหรือบริเวณแขนขาด้านนอกแต่ว่าถ้า
00:12:04 → 00:12:06เป็นในวัยรุ่นหรือว่าผู้ใหญ่เนี่ยก็มักจะ
00:12:06 → 00:12:09เป็นที่คอบพับแขนขาแล้วลักษณะผื่นจะเป็น
00:12:09 → 00:12:13หนาๆค่ะอาจารย์ขาทำไมโรคผื่นภูมิแพ้ผิว
00:12:13 → 00:12:16หนังถึงมีความโดดเด่นในเรื่องของอาการคัน
00:12:16 → 00:12:19คะโดยเฉพาะอาการคันในช่วงก่อนเข้านอนอ่ะ
00:12:19 → 00:12:21ค่ะก่อนเข้านอนอ่ะค่ะมันจะมีความชื้นใน
00:12:21 → 00:12:24อากาศต่ำแล้วก็อากาศจะแห้งแล้วก็เย็นก็
00:12:24 → 00:12:26เลยทำให้เราเนี่ยมีอาการคันมากขึ้นซึ่ง
00:12:26 → 00:12:29มันก็จะแตกต่างกับฤดูร้อนเนาะถ้าฤดูร้อน
00:12:29 → 00:12:31เนี่ยเราจะเมีียเหงื่อออกเยอะก็เป็นจุด
00:12:31 → 00:12:34นึงที่ไปกระตุ้นผืนภูมิแพ้ผิวหนังได้
00:12:34 → 00:12:37เหมือนกันถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่าง
00:12:37 → 00:12:39ไรคะอย่างที่บอกิ่นภูมแพ้ผิวหนังจะมี
00:12:39 → 00:12:42อาการคันมากถ้าเราไม่สามารถยับยั้งขบวน
00:12:42 → 00:12:44การคันได้เขาจะไปเกาเรื่อยๆซึ่งการที่ไป
00:12:44 → 00:12:47เกาเนี่ยมันจะมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้
00:12:47 → 00:12:49ง่ายแล้วก็กระตุ้นให้เกิดผื่นลุกลามมาก
00:12:49 → 00:12:51ขึ้นได้ง่ายคือต้องระวังในเรื่องของการ
00:12:51 → 00:12:55ติดเชื้อแล้วโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังรักษา
00:12:55 → 00:12:58ได้อย่างไรคะการรักษาก็มีตั้งแต่รักษา
00:12:58 → 00:13:01เบื้องต้นคือดูแลผิวด้วยตัวเองก่อนว่าเรา
00:13:01 → 00:13:03จะทำยังไงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผื่น
00:13:03 → 00:13:05ภูมิแพ้ผิวหนังก็เริ่มตั้งแต่การอาบน้ำ
00:13:05 → 00:13:08แล้วก็เลือกการอาบน้ำที่อุณหภูมิห้องไม่
00:13:08 → 00:13:11ร้อนหรือเย็นจนเกินไปนะคะแล้วก็เลือกสบู่
00:13:11 → 00:13:13ที่มีความเป็นกดเป็นด่างใกล้เคียงกับผิว
00:13:13 → 00:13:16ของเราก็จะประมาณพีก็จะประมาณ 4-6 ไม่มี
00:13:16 → 00:13:19น้ำหอมไม่มีสารที่ทำให้เกิดอาการระคาย
00:13:19 → 00:13:22เคืองหรือแพ้ง่าย 3 หลังอาบน้ำทันทีอ่ะ
00:13:22 → 00:13:24ค่ะเราควรทาคิมชุ่มชื้นเพราะว่าช่วงที่
00:13:24 → 00:13:27หลังอาบน้ำเนี่ยผิวเราเนี่ยจะมีความ
00:13:27 → 00:13:29สามารถในการเก็บความชุ่มชื้นได้ดีที่สุดอ
00:13:29 → 00:13:31นั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดอย่างน้อย
00:13:31 → 00:13:34ทาครีมชุ่มชื้นวันละ 2 ครั้งค่ะแล้วก็ที
00:13:34 → 00:13:36นี้ถ้าเป็นผื่นเกิดขึ้นแล้วทำยังไงอย่า
00:13:36 → 00:13:39นี้ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องรักษาก็
00:13:39 → 00:13:42อาจจะไปพบแพทย์นะคะซึ่งการรักษาแล้วคง
00:13:42 → 00:13:45ต้องให้ยาที่ลดอาการอักเสบของผิวซึ่งมัน
00:13:45 → 00:13:47ก็จะมียากลุ่มสเตียรอยด์แล้วก็ที่ไม่ใช่
00:13:47 → 00:13:49สเตียรอยด์คงต้องอยู่ภายใต้ความควบคุมของ
00:13:49 → 00:13:52แพทย์แต่กรณีที่อาการเยอะมากหรือว่ามี
00:13:52 → 00:13:55อาการคันมากๆร่วมด้วยหรืออาจจะให้ยากุด
00:13:55 → 00:13:58แก้แพ้โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสามารถป้อง
00:13:58 → 00:14:01กันได้อย่างอะไรบ้างคะการป้องกันง่ายๆเลย
00:14:01 → 00:14:03ค่ะก็คือดูแลผิวค่ะทำยังไงก็ได้ให้ผิวเรา
00:14:03 → 00:14:05เนี่ยมีความแข็งแรงซึ่งก็คืออย่างที่หมอ
00:14:06 → 00:14:09บอกอาบน้ำอุณหภูมิห้องทาครีมชุ่มชื้นหลัง
00:14:09 → 00:14:11อาบน้ำเลือกผลิตภัณฑ์พวกสบู่อ่ะค่ะที่มี
00:14:12 → 00:14:14ความใกล้เคียงเอ่อค่าความเป็นกดเป็นด่าน
00:14:14 → 00:14:17ใกล้เคียงกกับผิวเรามากที่สุดแล้วก็ไม่มี
00:14:17 → 00:14:20น้ำหอมไม่มีสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้นะคะ
00:14:20 → 00:14:22แล้วก็หลีกเลี่ยงปัจจัยที่มาจะมากระตุ้น
00:14:22 → 00:14:25ได้นะคะไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการไปโดน
00:14:25 → 00:14:29สัมผัสมลพิษทางอากาศการโดน PM 2.5 วัน
00:14:29 → 00:14:30ไหนจะต้องออกไปอยู่ที่กลางแจ้งก็อาจจะ
00:14:30 → 00:14:33ต้องใส่แว่นตาดำใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขาย
00:14:33 → 00:14:35ยาวแล้วก็พยายามอยู่ในตัวอาคารให้มากที่
00:14:35 → 00:14:38สุดหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารในกลุ่มที่
00:14:38 → 00:14:41แพ้ง่ายนะคะอยากให้อาจารย์ค่ะฝากถึงคนทาง
00:14:41 → 00:14:45บ้านว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้ห่างไกลจาก
00:14:45 → 00:14:47โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังค่ะจริงๆแล้วไม่ยาก
00:14:47 → 00:14:50เลยก็คือดูแลผิวให้ผิวเราแข็งแรงที่สุด
00:14:50 → 00:14:52คือถ้าผิวเราแข็งแรงที่สุดมันก็จะเหมือน
00:14:52 → 00:14:55เกาะป้องกันนะคะไม่ให้เกิดให้สารที่เข้า
00:14:55 → 00:14:56มาเนี่ยมันระคายเคืองหรือไปกระตุ้นให้
00:14:57 → 00:14:59เกิดผืนได้ง่ายค่ะช่วงหน้าร้อนนี้นะนะคะ
00:14:59 → 00:15:02ือมันก็จะมีความแรงของแสกแดดนะคะก็อยาก
00:15:02 → 00:15:04ให้การดูแลผิวง่ายๆเลยค่ะเบื้องต้นก็คือ
00:15:04 → 00:15:08ทาครีมกันแดดค่ะวิธีการทาครีมง่ายๆก็คือ
00:15:08 → 00:15:10ถ้าเราทาที่หน้าเนี่ยเราก็ใช้ประมาณ 1
00:15:10 → 00:15:13ข้อนะคะแต่ถ้าทาหน้าแล้วคอก็เป็น 2 ข้อ
00:15:13 → 00:15:16หมายถึงว่า 1 หน้าที่คอแล้วก็ 2 อีกอีก
00:15:16 → 00:15:19ข้อนึงที่หน้าแล้วก็ทาอย่างน้อย 30 นาที
00:15:19 → 00:15:21ก่อนที่จะออกไปโดนแดดเพราะว่าแสงแดดเนี่ย
00:15:21 → 00:15:24เป็นอันตรายต่อผิวเรามากนะคะเพราะว่านอก
00:15:24 → 00:15:27จากจะทำให้เอ่อเราเป็นริ้วรอยก่อนไวแล้ว
00:15:27 → 00:15:30แล้วก็ทำให้เกิดกะฝ้าจุดดั่งดำนะคะบนผิว
00:15:30 → 00:15:32หน้าเราได้ค่ะเราต้องเลือกคีมกันแดดที่
00:15:32 → 00:15:35สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี uva และรังสี
00:15:35 → 00:15:38uvb นะคะ SPF เนี่ยประมาณ 50 ค่ะถ้าเรา
00:15:38 → 00:15:41ต้องไปมีเ่อกิจกรรมกลางแจ้งก็จะประมาณ 50
00:15:41 → 00:15:44แต่ถ้าเราอยู่ในอาคารธรรมดาไม่ได้โดนแดด
00:15:44 → 00:15:47อย่างน้อย 30 ค่ะการทาลีบกันแดดถึงแม้ว่า
00:15:47 → 00:15:49เราจะใช้ SPF สูงนะคะคือไม่แนะนำให้ใช้
00:15:49 → 00:15:52SPF สูงถึง 5 ถึงมากกว่า 50 เพราะว่าจะ
00:15:52 → 00:15:56มีโอกาสแพ้สูงแต่ว่าแนะนำให้ทาซ้ำ 3-4 ชม
00:15:56 → 00:15:59ก็อาจจะทาทีนึงค่ะขอบพระคุณอาจารย์หมอนะ
00:15:59 → 00:16:02คะที่มาให้ความรู้ความเข้าใจในโรคของผืน
00:16:02 → 00:16:06ภูมิแพ้ผิวหนังกันและในช่วงนี้นะคะเราจะ
00:16:06 → 00:16:09มาอยู่กันในงาน eat Healthy be wealthy
00:16:09 → 00:16:12ค่ะซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ของ TNN
00:16:12 → 00:16:14Health แล้วบรรยากาศจะเป็นอย่างไรนั้นไป
00:16:14 → 00:16:31ติดตามชมกันค่ะ
00:16:31 → 00:16:39[เพลง]
00:16:43 → 00:16:46ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับกิจกรรม eat Healthy
00:16:46 → 00:16:49be wealthy step to aging Society
00:16:49 → 00:16:53สูงวัยใส่ใจสุขภาพเตรียมความพร้อมคนไทย
00:16:53 → 00:16:56อยู่ในสังคมผู้สูงอายุที่ TNN Health
00:16:56 → 00:16:59จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ต้องบอกว่าวันนี้นะคะ
00:16:59 → 00:17:02หมอดาวมาสวมบทบาทเป็นบทบาท 2 อย่างเลยบท
00:17:02 → 00:17:04บาทอย่างแรกค่ะก็คือบทบาทการเป็นผู้
00:17:04 → 00:17:07ดำเนินรายการ tn Health นอกจากนี้ค่ะหมอ
00:17:07 → 00:17:10ดาวก็ยังทำหน้าที่เป็นวิทยากรในเรื่องของ
00:17:10 → 00:17:12การบรรยายเคล็ดไม่ลับการดูแลสุขภาพให้กับ
00:17:12 → 00:17:16ผู้สูงอายุด้วยค่ะมีหลายคนถามหมอดาวว่า
00:17:16 → 00:17:18ทำไมถึงไม่เบื่อการเรียนทำไมถึงชอบเรียน
00:17:18 → 00:17:22คือหมอรู้สึกสนุกดังนั้นค่ะหมออยากชวนให้
00:17:22 → 00:17:24พวกเราไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตามเรา
00:17:24 → 00:17:27สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตจริงๆแม้
00:17:27 → 00:17:30กระทั่งนาทีสุดท้ายของชีวิตอันนี้บอกไว้
00:17:30 → 00:17:33เลยแต่จะบอกว่าตราบที่เรายังใช้สมองสมอง
00:17:33 → 00:17:36เา้าก็จะดูแลเรานะคะดังนั้นค่ะอยากให้
00:17:36 → 00:17:38เกิดการเรียนรู้ให้สนุกในทุกเรื่องอย่าง
00:17:38 → 00:17:41วันเนี้ยเราก็มาเรียนรู้เรื่องของการดูแล
00:17:41 → 00:17:45สุขภาพกันหัวเนี่ยนะพี่เราต้องใช้หัวถูก
00:17:45 → 00:17:48มั้ยคะแต่ปัญหาชีวิตคือเราก้มมากกว่าเงย
00:17:48 → 00:17:53พี่ๆคะถ้าวันนี้เราก้มเยอะให้เราเงยเวลา
00:17:53 → 00:17:57เงยนะคะให้นับ 1 2 3 4 แล้วก็หงายไป
00:17:57 → 00:18:00ให้สุดะค้างไว้ 4 วินานาทีเนาะอ่ะเริ่ม
00:18:00 → 00:18:05ค่ะ 1 2 3 4 อ่ะหงายให้สุดแล้วก็ค้าง
00:18:05 → 00:18:08ไว้ค่ะแล้วก็มีเรื่องสาระสุขภาพต่างๆใน
00:18:08 → 00:18:11การรับประทานอาหารนะคะทำอย่างไรที่จะรับ
00:18:11 → 00:18:13ประทานอาหารให้อร่อยด้วยแล้วก็สุขภาพดี
00:18:13 → 00:18:16ต่อร่างกายด้วยค่ะจริงๆแล้วเนี่ยเราอยู่
00:18:16 → 00:18:18เมืองไทยเนี่ยแนะนำว่าอาหารไทยเนี่ยดีมาก
00:18:19 → 00:18:21ในแง่ที่ว่าคุณค่าทางโภชนาการจะมีหลาก
00:18:21 → 00:18:24หลายหมู่แต่ทางนี้ค่ะถ้าอย่างเช่นนะเรา
00:18:24 → 00:18:28เป็นคนชอบกินกาแฟชาเบเกอรี่เราอาจจะจัด
00:18:28 → 00:18:31ฝันว่าเบเกอรี่เนี่ยเราก็เลือกไอ้สิ่งที่
00:18:31 → 00:18:34มันเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนหน่อยเป็นโวด
00:18:34 → 00:18:36แล้วก็กินเป็นอาหารว่างแต่มื้อหลักเนี่ย
00:18:36 → 00:18:39อาจจะเป็นกลุ่มข้าวหรือถ้ากินก๋วยเตี๋ยว
00:18:39 → 00:18:41เราก็เพิ่มก๋วยเตี๋ยวที่มีผักเยอะหน่อย
00:18:41 → 00:18:44อย่างนี้เป็นต้นกิจกรรมในวันนี้ค่ะก็จะมี
00:18:44 → 00:18:46การบรรยายค่ะของอาจารย์ท็อปนะคะท่านเป็น
00:18:46 → 00:18:48จิตแพทย์ชื่อดังเลยความเหงาเนี่ยเป็นสิ่ง
00:18:48 → 00:18:51ที่เกิดขึ้นได้ในคนปกตินะครับแต่ว่าความ
00:18:51 → 00:18:53เหงาเฉียบพลันเนี่ยคือมันเหมือนแบบเราก็
00:18:53 → 00:18:55ใช้ชีวิตอยู่ดีๆของเรามาอยู่ๆความเหงาก็
00:18:55 → 00:18:59บึ้มระเบิดขึ้นมาโจมตีขึ้นมากับทันหันนะ
00:18:59 → 00:19:02ครับเหงาเกิดทรมานเกิดทุกข์ใจเกิดห่อ
00:19:02 → 00:19:05เหี่ยวเกิดน้อยมันทรมานจากความเหงาอ่ะ
00:19:05 → 00:19:07แล้วมันก็อาจจะลามไปหลังจากนั้นได้หรือ
00:19:07 → 00:19:10บางคนลูกหลานกลับมาจริงแต่ว่ากลับมาแล้ว
00:19:10 → 00:19:13ลูกหลานก็อ่ะเล่นมือถือนั่งอยู่ข้างหน้า
00:19:13 → 00:19:16แล้วก็เล่นมือถือไปปล่อยคุณตาคุณยายก็มี
00:19:16 → 00:19:19เหมือนไม่มีอย่างเงี้ยก็เลยเกิดเหงามันมี
00:19:19 → 00:19:21อุบัติกาว่าโอกาสที่จะเกิดโรคซึมเศร้า
00:19:21 → 00:19:24หลังจากที่มีความเหงานานๆเนี่ยสูงนะครับ
00:19:24 → 00:19:26บางคนเขาจะบอกว่าจริงๆไอ้เหงาๆนี่มันอาจ
00:19:26 → 00:19:29จะสงสัยว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของซึมเศร้า
00:19:29 → 00:19:31หมอคิดว่าวันนี้ก็อาจจะทำให้เกิดจุด
00:19:31 → 00:19:34ประกายว่าเ่อเรื่องของอารมณ์เรื่องของ
00:19:34 → 00:19:36สุขภาพจิตเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญนะครับ
00:19:36 → 00:19:38หวังว่าถ้าเกิดท่านผู้ฟังหรือผู้ชมอยู่
00:19:38 → 00:19:41ตอนนี้เนี่ยอาจจะตระหนักแล้วก็ให้ความส
00:19:41 → 00:19:43เรื่องสุขภาพจิตแล้วก็เรื่องของเ่าความ
00:19:43 → 00:19:46เหงาเนี่ยมากขึ้นนะครับสำหรับการร่วมงาน
00:19:46 → 00:19:48กับ TNN help นะครับก็รู้สึกว่าอดีใจมาก
00:19:48 → 00:19:51เพราะว่าจริงๆเป็นรูปแบบวิธีการนำเสนอ
00:19:51 → 00:19:53แล้วก็เข้าถึงคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันแต่
00:19:53 → 00:19:56ต้องบอกก่อนว่าคนรุ่นใหม่ไม่ใช่คนที่อายุ
00:19:56 → 00:19:59น้อยนะครับคนรุ่นใหม่ไม่ว่าคุณจะอายุ 30
00:19:59 → 00:20:0140 50 70 80 เพราะแฟนรายการเรามีถึง
00:20:01 → 00:20:0480 กว่าเลยใช่มั้ครับดังนั้นทุกอายุ
00:20:04 → 00:20:06เนี่ยคือคนรุ่นใหม่หมดนะครับในการสามารถ
00:20:06 → 00:20:09ในการเข้าถึงข้อมูลแล้วก็ให้ความสำคัญ
00:20:09 → 00:20:11เรื่องของสุขภาพโดยเฉพาะปัญหาของหมอคือ
00:20:11 → 00:20:14สุขภาพจิตนะครับดังนั้นถ้าเกิดใครอยากจะ
00:20:14 → 00:20:16ติดตามหรืออะไรเนี่ยดูในช่อง TNN help
00:20:16 → 00:20:18ได้เลยหรือถ้าเกิดสนใจอยากได้ข้อมูลจาก
00:20:18 → 00:20:20ของหมอเพิ่มเติมนะครับสามารถเข้าไปดูได้
00:20:20 → 00:20:23ในเพจของชื่อดรท็อปชวนคุยนะครับเป็นเพจ
00:20:23 → 00:20:26Facebook หรือว่าเป็น tiktok ชื่อ do to
00:20:26 → 00:20:27ก็ได้นะครับทีนี้ถ้าเกิดใครอยากจะถาม
00:20:28 → 00:20:30ปัญหาหือครับให้ข้อมูลเรื่องสุขภาพจิต
00:20:30 → 00:20:32หรืออยากจะหามหมอหรือนักจิตวิชาคลินิกนะ
00:20:32 → 00:20:35สามารถแอดมาได้ที่แอมี Center นะครับแล้ว
00:20:35 → 00:20:38ก็ของมี Center คลินิกนะครับนอกจากนี้นะ
00:20:38 → 00:20:40คะก็ยังมีเรื่องของแพทย์แผนจีนด้วยที่
00:20:40 → 00:20:42ท่านมาให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ
00:20:42 → 00:20:46การฝังเข็มซึ่งทำให้ร่างกายเนี่ยจากที่
00:20:46 → 00:20:48เสียสมดุลกลับเข้าสู่สมดุลและเมื่อเข้า
00:20:48 → 00:20:50สู่สมดุลแล้วค่ะก็จะทำให้สุขภาพร่างกาย
00:20:50 → 00:20:54แข็งแรงด้วยวันนี้นะคะจะแนะนำอยู่จุดๆนึง
00:20:54 → 00:20:57นะคะที่ช่วยทำให้สมองมันตื่นขึ้นมาเลยใน
00:20:57 → 00:21:00ช่วงยามบ่ายๆแบบนี้นะคะเราเรียกว่าจุดป่า
00:21:00 → 00:21:03หุ้ยค่ะจุดนี้นะคะเป็นจุดที่ช่วยทำให้
00:21:03 → 00:21:05เลือดเนี่ยขึ้นไปหล่อเลี้ยงบริเวณสมองได้
00:21:05 → 00:21:09ดีมากยิ่งขึ้นนะคะช่วงบ่ายๆใครรู้สึกง่วง
00:21:09 → 00:21:12หงาวหาวนอนนะคะสามารถกดจุดนี้ได้หรือแม้
00:21:12 → 00:21:15กระทั่งถ้าหากว่าใครนะคะที่เรียกว่าเป็น
00:21:15 → 00:21:18คนขี้หลงขี้ลืมเอ้ออ่ากดจุดนี้ได้เช่น
00:21:18 → 00:21:20เดียวกันค่ะความจำก็จะกลับมาเลยความจำจะ
00:21:20 → 00:21:23กลับมาดีขึ้นเลยค่ะจุดที่ 2 นะคะเกี่ยว
00:21:23 → 00:21:26กับเรื่องอาการนอนไม่หลับค่ะมีใครนอนไม่
00:21:26 → 00:21:29ค่อยหลับบ้างมั้ยคะนาที่นี้ใครนอนไม่ค่อย
00:21:29 → 00:21:32หลับครับจุดจะอยู่ด้านล่างตรงนี้ค่ะอ่า 3
00:21:32 → 00:21:34นิ้วแบบนี้นะ
00:21:34 → 00:21:39คะแล้วกดลงไปตจุดนี้ค่ะจะอยู่ที่ข้อมือ
00:21:39 → 00:21:42ด้านในจุดนี้เรียกว่าจุดเนกวานเนกวาน
00:21:42 → 00:21:46เนี่ยจะช่วยสงบสติอารมณ์สงบจิตใจได้นะคะ
00:21:46 → 00:21:52สำหรับคนที่จิตใจค่อนข้างว้า
00:21:52 → 00:21:55วุ่นอย่างที่คุณหมอเล่าให้ฟังหน่อยว่าการ
00:21:55 → 00:21:58ไปฝังเข็มจริงๆแล้วเนี่ยมันคืออะไรกันแน่
00:21:58 → 00:22:00ครับผมค่ะการฝังเข็มนะคะเป็นหนึ่งใน
00:22:01 → 00:22:03ศาสตร์การรักษาโรคของทางแพทย์แผนจีนนะคะ
00:22:03 → 00:22:05ที่มีประวัติความเป็นมาเนี่ยยาวนานประมาณ
00:22:05 → 00:22:094,000 ปีแล้วโดยการนำเข็มเล็กๆค่ะประมาณ
00:22:09 → 00:22:11เส้นผมของคนเราเท่านั้นเองปักไปตามจุดฝัง
00:22:12 → 00:22:14เข็มบนร่างกายนะคะซึ่งจุดพวกนี้เนี่ยมัน
00:22:15 → 00:22:18จะมีความเชื่อมโยงไปถึงอวัยวะภายในได้
00:22:18 → 00:22:20สำหรับกิจกรรม eat Healthy be wealthy
00:22:20 → 00:22:23step to aging Society สูงวัยใส่ใจ
00:22:23 → 00:22:26สุขภาพครั้งนี้เียนเ Health จัดขึ้นร่วม
00:22:26 → 00:22:28กับพันธมิตรด้านสุขภาพได้แก่บริษัท
00:22:28 → 00:22:31แลคตาซอยจำกัดบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์
00:22:31 → 00:22:35จำกัดบริษัท CP จำกัดมหาชนผู้บริหาร
00:22:35 → 00:22:397-eleven และเว delivery และบริษัท True
00:22:39 → 00:22:42Corporation จำกัดมหาชนณร้านมีวนาโครง
00:22:42 → 00:22:51การ Corporate Park 1 ซอยศรีนครินทร์
00:22:51 → 00:22:5457 เราก็เป็นร้านกาแฟนะครับที่เราใช้
00:22:54 → 00:22:56กาแฟออแกนิค 100% นะครับเป็นกาแฟไทยนะ
00:22:57 → 00:22:59ครับจากที่เชียงรายกาแฟออร์แกนิคอ่ะครับ
00:22:59 → 00:23:02จะเป็นแค่ 1% ของกาแฟทั่วโลกที่มีอยู่ณ
00:23:02 → 00:23:04ตอนนี้นะครับปกติแล้วอ่ะครับก็คือกาแฟ
00:23:05 → 00:23:07หรือว่าที่เรารู้จักกันกาแฟอินทรียนะครับ
00:23:07 → 00:23:10จะไม่มีสารเคมีเลยนะครับเราจะปลูกโดยอยู่
00:23:10 → 00:23:12ใต้ร่มเงานะครับอยู่เหนือแบบเอ่อ
00:23:12 → 00:23:15ภูมิประเทศที่แบบสูงอยู่ประมาณ 1,000
00:23:15 → 00:23:18ขึ้นที่เชียงรายอย่าเงี้ยครับก็กาแฟรส
00:23:18 → 00:23:21ชาติจะดีอะไรเงี้ยครับแล้วก็อย่างที่บอก
00:23:21 → 00:23:24ครับว่าเทสโนตที่ได้จากการที่อยู่กาแฟที่
00:23:24 → 00:23:26อยู่ใต้ร่วมเงาของป่าไม้อ่ะครับก็จะมี
00:23:26 → 00:23:29คุณค่าทางอาหารมีรสชาติที่พิเศษกว่าอื่นๆ
00:23:29 → 00:23:33อย่าง
00:23:33 → 00:23:45[เพลง]
00:23:45 → 00:23:49เงี้ยอยากบอกแฟนรายการ TNN Health นะคะ
00:23:49 → 00:23:51อย่าลืมติดตามรายการ TNN Health กันต่อ
00:23:51 → 00:23:54ไปและแน่นอนค่ะเราจะมีสาระความรู้รวมถึง
00:23:54 → 00:23:57เราจะมีกิจกรรม workshop อะไรดีๆนะคะใน
00:23:57 → 00:23:59ครั้งต่อไปต้องตามตามมาให้ได้
00:23:59 → 00:24:01[เพลง]
00:24:01 → 00:24:05ค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับสาระสุขภาพ
00:24:05 → 00:24:08ดีๆที่ TNN He นำมาฝากคุณผู้ชมกันในวัน
00:24:08 → 00:24:10นี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะสามารถ
00:24:10 → 00:24:13นำสาระดีๆที่ได้ไปดูแลตัวเองและครอบครัว
00:24:13 → 00:24:16ให้มีความสุขสุขภาพแข็งแรงนะคะและอย่าลืม
00:24:16 → 00:24:19ค่ะติดตามรับชมรายการ TNN H เป็นประจำ
00:24:19 → 00:24:24ทุกวันเสาร์ค่ะเวลาดี 15:00 นถ 15:30 น
00:24:24 → 00:24:28ที่นี่ TNN ช่อง 16 อย่าลืมกดไลก์กดชแชร์
00:24:28 → 00:24:31กด Subscribe เป็นกำลังใจให้หมอดาวและราย
00:24:31 → 00:24:33การ TNN Health นะคะในช่องทางโซเชียล
00:24:33 → 00:24:35Network ต่างๆไม่ว่าจะเป็น LINE
00:24:35 → 00:24:38official นะคะ Instagram YouTube
00:24:38 → 00:24:41tiktok Facebook ค่ะเพื่อที่จะเข้าถึง
00:24:41 → 00:24:44สาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไป
00:24:44 → 00:24:47กับ TNN Health และวันนี้หมอดาวและทีม
00:24:47 → 00:24:49งาน TNN Health ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไป
00:24:49 → 00:24:58ก่อนสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ
00:24:58 → 00:25:00เ
00:25:00 → 00:25:22[เพลง]