00:00:00 → 00:00:03ไม่อยากเป็นโรคเก๊าทต้องทำยัง
00:00:03 → 00:00:11[เพลง]
00:00:11 → 00:00:15ไงก่อนจะเข้าไปชมคลิปอย่าลืมกดไลค์กดแชร์
00:00:15 → 00:00:18ให้ด้วยนะคะถ้าพร้อมกันแล้วไปชมกันเลย
00:00:18 → 00:00:22ค่ะสวัสดีค่ะกลับมาพบกับรายการ 5 นาทีดี
00:00:22 → 00:00:25ต่อสุขภาพจะเห็นได้ว่าคนรอบๆตัวเราใน
00:00:25 → 00:00:28ปัจจุบันเป็นโรคเก๊าทกันมากเลยใช่ไหมยคะ
00:00:28 → 00:00:31ซึ่งอาการของโรคเก๊าทก็คือการที่มีคอบปวด
00:00:31 → 00:00:34บ้วมแดงอักเสบนะคะและตอนที่เป็นตอนที่
00:00:34 → 00:00:37กำเริบนี่จะมีอาการค่อนข้างรุนแรงในที
00:00:37 → 00:00:40เดียวบางคนบอกว่าเดินเหมือนเดินบนหนาม
00:00:40 → 00:00:42หรือว่ารู้สึกเหมือนเข็มทิ่มเลยทีเดียว
00:00:42 → 00:00:45ใช่ค่ะเพราะโรคนี้นะคะเมื่อเป็นแล้วส่วน
00:00:45 → 00:00:49ใหญ่มักจะไปที่ข้อเล็กๆเช่นที่บริเวณท่อ
00:00:49 → 00:00:52เท้านะคะทำให้การเดินเหินเนี่ยลำบากมาก
00:00:52 → 00:00:55ค่ะหลายๆคนถามมาว่าถ้าเราไม่อยากเป็นโรก
00:00:55 → 00:00:58เก๊าต้องทำยังไงบ้างนะคะมีวิธีป้องกัน
00:00:58 → 00:01:01อย่างไรเดี๋ยวมาชมในคลิปนี้เลยค่ะก่อนที่
00:01:01 → 00:01:03จะรู้วิธีป้องกันนะคะต้องรู้สาเหตุก่อน
00:01:03 → 00:01:07ว่าโรคเก๊าเกิดจากอะไรนะคะโรคเก๊าเกิดจาก
00:01:07 → 00:01:09การที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงๆนะคะแล้วก็ไป
00:01:09 → 00:01:13ตกตะกอนที่ข้อทำให้เกิดข้ออักเสบกรดยูริก
00:01:13 → 00:01:16มาจากไหนนะคะก็มาจากการที่ร่างกายเกิด
00:01:16 → 00:01:19กระบวนในการสร้างแล้วก็การสลายกรดยูริก
00:01:19 → 00:01:21รวมไปถึงการสลายเซลล์ต่างๆในร่างกายออกมา
00:01:22 → 00:01:25ก็จะมีของเสียเป็นกรดยูริกและควรที่จะขับ
00:01:25 → 00:01:29ออกทางไตนะคะซึ่งในปัจจุบันเชื่อว่า 20%
00:01:29 → 00:01:32นะคะของกรดยูริกที่อยู่ในร่างกายมาจากการ
00:01:32 → 00:01:35ทานอาหารค่ะส่วนอีก 80% มาจากการที่ร่าง
00:01:35 → 00:01:39กายสร้างแล้วก็สลายกดยูริกออกมาค่ะโรคนี้
00:01:39 → 00:01:42นะคะเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดพันธุกรรมได้
00:01:42 → 00:01:44ส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึก็เกิดจากพฤติกรรม
00:01:44 → 00:01:47ของเราเองค่ะซึ่งปัจจัยเสี่ยงในการที่
00:01:47 → 00:01:50ร่างกายเราจะสร้างกดยูริกออกมาเยอะๆหรือ
00:01:50 → 00:01:52ทำให้กดยูริกในเลือดสูงนะคะมีดังต่อไปนี้
00:01:52 → 00:01:56ค่ะข้อแรกนะคะก็จะเป็นโรคแล้วก็ภาวะต่างๆ
00:01:56 → 00:02:00ของร่างกายในตอนนั้นนะคะเช่นเป็นมะเร็งนะ
00:02:00 → 00:02:03คะทำให้เกิดการสร้างแล้วก็การสลายทำให้
00:02:03 → 00:02:06เกิดกรดยูริกออกมามากนะคะหรือว่ามีความ
00:02:06 → 00:02:09ผิดปกติในการสร้างเซลล์ต่างๆเช่นโรค
00:02:09 → 00:02:13สะเก็ดเงินค่ะรวมไปถึงภาวะอ้วนโรคเบาหวาน
00:02:13 → 00:02:16แล้วก็โรคไตนะคะภาวะอ้วนโรคเบาหวานเนี่ย
00:02:16 → 00:02:20เกิดจากการที่ร่างกายมีการสร้างแล้วก็เผา
00:02:20 → 00:02:23ผลาญสิ่งต่างๆในร่างกายที่ผิดปกติไปนะคะ
00:02:23 → 00:02:27ก็เลยมีการกระตุ้นให้สร้างกรดยูริกให้มาก
00:02:27 → 00:02:30ขึ้นค่ะส่วนโรคไตนะคะก็จะทำให้ให้การขับ
00:02:30 → 00:02:33กรดยูริกนั้นน้อยลงค่ะก็เลยทำให้มีกรด
00:02:33 → 00:02:36ยูริกในเลือดสูงโอกาสที่จะตกตะกอนที่ข้อ
00:02:36 → 00:02:39ก็มีมากขึ้นค่ะต่อมานะคะนั่นก็คือการใช้
00:02:39 → 00:02:43ยาบางชนิดค่ะเช่นยารักษาวัณโรคที่ชื่อว่า
00:02:43 → 00:02:47ไพราสินานะคะหรือการใช้ยาลดความดันบางตัว
00:02:47 → 00:02:50นะคะเช่นเป็นยาขับปัสวะนั่นก็คือ
00:02:50 → 00:02:53ไฮโดรคลอโรไทค่ะหรือแม้แต่ฟาวิพิราเวีย
00:02:53 → 00:02:57ที่เราใช้ในการรักษาโรคโควิดก็ทำให้กรด
00:02:57 → 00:03:00ยูริกเพิ่มขึ้นได้ค่ะและข้อสุดท้ายนะคะ
00:03:00 → 00:03:02นั่นก็คือการรับประทานอาหารที่มีพิวรีน
00:03:02 → 00:03:06สูงค่ะพิวรีนที่สูงก็จะไปทำให้เกิดกระบวน
00:03:06 → 00:03:09การสร้างกรดยูริกได้มากขึ้นนะคะรวมไปถึง
00:03:09 → 00:03:11การดื่มเครื่องดื่มบางอย่างนะคะเช่นพวก
00:03:11 → 00:03:14เหล้าเบียร์นะคะก็จะไปยับยั้งการขับออก
00:03:14 → 00:03:18ของกรดยูริกก็เลยทำให้ยูริกในร่างกายนั้น
00:03:18 → 00:03:21เพิ่มขึ้นได้ค่ะดังนั้นคนที่มีปัจจัย
00:03:21 → 00:03:24เสี่ยงต่างๆเหล่านี้นะคะรวมไปถึงสิ่งที่
00:03:24 → 00:03:28เป็นภาวะของเราเช่นในเพศชายนะคะมักจะมี
00:03:28 → 00:03:31กรดยูริกในเลือดสุสงในวัยกลางคนค่ะส่วนใน
00:03:31 → 00:03:34เพศหญิงการที่จะเป็นโรคเก๋าหรือมีกดยูริก
00:03:34 → 00:03:37สูงนะคะก็จะเป็นหลังที่หมดประจำเดือนไป
00:03:37 → 00:03:40แล้วค่ะและอย่างที่บอกนะคะคนที่มีญาติสาย
00:03:40 → 00:03:43ตรงพ่อแม่นะคะเป็นโรคเกาอยู่แล้วอันนี้ก็
00:03:43 → 00:03:46อาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะดังนั้น
00:03:46 → 00:03:48คนที่มีความเสี่ยงอยู่แล้วหรือว่าคนที่สน
00:03:48 → 00:03:51ใจดูแลสุขภาพไม่อยากเป็นโรคเก๋าก็เลยต้อง
00:03:51 → 00:03:54ปฏิบัติตัวตามนี้ค่ะข้อแรกนะคะก็คือ
00:03:55 → 00:03:57พยายามควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์
00:03:57 → 00:04:00ปกตินะคะเพราะว่าอย่างที่บอกก็คือคือถ้า
00:04:00 → 00:04:03อ้วนนะคะมีโอกาสที่จะทำให้กรดิริในร่าง
00:04:03 → 00:04:05กายนั้นเพิ่มมากขึ้นแล้วก็มีโอกาสเป็นโรค
00:04:05 → 00:04:09เก๊ามากขึ้นค่ะข้อ 2 นะคะอาจจะต้องระวัง
00:04:09 → 00:04:12ในคนที่ยังไม่เป็นเบาหวานยังไม่เป็นโรคไต
00:04:12 → 00:04:15นะคะก็คือดูแลสุขภาพพยายามไม่ให้เป็นโรค
00:04:15 → 00:04:17เรานี้ค่ะเพราะว่าโรคเหล่านี้เป็นปัจจัย
00:04:17 → 00:04:20กระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคเก๊าได้เช่นเดียว
00:04:20 → 00:04:23กันค่ะข้อที่ 3 นะคะพยายามทานอาหารให้
00:04:23 → 00:04:25หลากหลายค่ะไม่เน้นอย่างใดอย่างหนึ่ง
00:04:25 → 00:04:27เพราะว่าถ้าเราเน้นอย่างใดอย่างนึงโอกาส
00:04:27 → 00:04:30ที่เราจะได้รับพิวรีนจากอาหารเหล่านั้น
00:04:30 → 00:04:33เข้าไปเยอะๆนะคะมันก็มากขึ้นเช่นกินเนื้อ
00:04:33 → 00:04:36แดงมากๆนะคะกินเครื่องในสัตว์หรือว่าทาน
00:04:36 → 00:04:40ปลาบางชนิดเยอะๆนะคะก็มีโอกาสที่จะทำให้
00:04:40 → 00:04:42เราได้รับพิวรีนเข้าไปค่อนข้างเยอะแต่
00:04:42 → 00:04:45จริงๆแล้วถ้าในคนปกตินะคะมีกระบวนการ
00:04:45 → 00:04:47เมตาบอลิซึมที่ปกติเนี่ยร่างกายก็สามารถ
00:04:47 → 00:04:50ขับออกได้อยู่แล้วค่ะอาจจะไม่ได้ตรงไปตรง
00:04:50 → 00:04:53มามากนะคะแต่ว่าในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงก็
00:04:53 → 00:04:56อาจจะต้องระมัดระวังอาหารที่มีพิวรีนสูง
00:04:56 → 00:05:00ด้วยค่ะรวมไปถึงพวกเครื่องดื่มที่มีุโต๊ด
00:05:00 → 00:05:03เยอะๆนะคะหรือว่าการทานผลไม้ที่มีรสหวาน
00:05:03 → 00:05:06จัดๆเยอะๆนะคะอันนี้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
00:05:06 → 00:05:09ที่กระตุ้นทำให้กรดยูริในเลือดสุกขึ้นได้
00:05:09 → 00:05:12ค่ะข้อต่อมานะคะก็คือพยายามหลีกเลี่ยงการ
00:05:12 → 00:05:15ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ค่ะเพราะ
00:05:15 → 00:05:19ว่าแอลกอฮอลจะไปลดการกำจัดกรรดยูริกออกไป
00:05:19 → 00:05:22จากร่างกายนะคะและข้อสุดท้ายนะคะก็คือ
00:05:22 → 00:05:25ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆค่ะเพราะว่าการที่เรา
00:05:25 → 00:05:29ดื่มน้ำเปล่าก็จะสามารถทำให้สมดุลร่างกาย
00:05:29 → 00:05:32นั้นดีขึ้นแล้วก็มีการขับออกของของเสีย
00:05:32 → 00:05:35ได้ดียิ่งขึ้นค่ะซึ่งยูริก็เปรียบได้
00:05:35 → 00:05:38เหมือนของเสียในร่างกายแล้วก็มีการขับออก
00:05:38 → 00:05:40ทางปัสสาวะดังนั้นการที่เราดื่มน้ำเข้าไป
00:05:40 → 00:05:43เยอะๆก็สามารถที่จะช่วยละลายหรือว่าขับกด
00:05:43 → 00:05:46ยูริกออกไปได้มากขึ้นค่ะก็จบไปแล้วนะคะ
00:05:46 → 00:05:49สำหรับวิธีในการป้องกันการที่จะเกิดโรค
00:05:49 → 00:05:52เก๊าอาจจะไม่ได้เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา
00:05:52 → 00:05:54เท่าไหร่นะคะเพราะว่าคนที่เป็นโรคเก๊า
00:05:54 → 00:05:57เนี่ยก็คือร่างกายมีความผิดปกติอยู่แล้ว
00:05:57 → 00:05:59แต่ว่าปัจจัยเหล่านี้จะไปกระตุ้นทำให้ให้
00:05:59 → 00:06:03เกิดเพิ่มได้มากขึ้นนะคะโดยเฉพาะในคนที่
00:06:03 → 00:06:05มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆไม่ว่าจะเป็น
00:06:05 → 00:06:08พันธุกรรมโรคที่เป็นอยู่นะคะหรือว่าการ
00:06:08 → 00:06:10ทานยาบางอย่างก็อาจจะทำให้เกิดได้ดังนั้น
00:06:10 → 00:06:12กลุ่มคนเหล่านี้อาจจะต้องระมัดระวังเป็น
00:06:12 → 00:06:15พิเศษค่ะถ้าใครมีวิธีดีๆที่อยากจะแชร์นะ
00:06:15 → 00:06:19คะสามารถคอมเมนต์ใต้คลิปได้เลยนะคะขอบคุณ
00:06:19 → 00:06:22ทุกท่านที่ติดตามจนจบคลิปนะคะนอกเหนือจาก
00:06:22 → 00:06:24ช่องทาง YouTube Channel บัณฑิตกพบัตร
00:06:24 → 00:06:27และจัดกระดูกซึ่งอย่าลืมกด Subscribe
00:06:27 → 00:06:30แล้วก็กดกระดิ่งให้ด้วยนะคะยังมีช่องทาง
00:06:30 → 00:06:34อื่นๆได้แก่ Facebook แฟนเพจบัณฑิตกายภาพ
00:06:34 → 00:06:37สามารถติดตามทั้งคลิปแล้วก็คทนเนื้อหา
00:06:37 → 00:06:40อื่นๆได้เลยค่ะกดถูกใจแล้วก็กด C First
00:06:40 → 00:06:42เพื่อที่จะไม่พลาดคทนใหม่ๆล่าสุดของเรา
00:06:43 → 00:06:45ด้วยนะคะและสำหรับใครที่เล่น line แล้วก็
00:06:45 → 00:06:48tiktok เราก็มีคลิปวีดีโอใหม่ๆอัพขึ้น
00:06:48 → 00:06:59ทั้ง 2 ช่องทางนี้ด้วยค่ะเข้าไปที่
00:06:59 → 00:07:02แล้วก็ทาง Facebook แฟนเพจด้วยนะคะสำหรับ
00:07:02 → 00:07:04วันนี้ขอลาแต่เพียงเท่านี้พบกันใหม่ใน
00:07:04 → 00:07:08ครั้งต่อไปสวัสดี
00:07:08 → 00:07:14[เพลง]
00:07:28 → 00:07:30ค่ะ e
00:07:30 → 00:07:37[เพลง]