- คำถาม:
- แพทย์แผนไทยแนะนำให้ดูแลน้ำเหลืองอย่างไร?
- คำตอบ:
- แพทย์แผนไทยแนะนำให้ดูแลน้ำเหลืองโดยการลดการบริโภคอาหารที่จัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหากมีอาการควรปรึกษาแพทย์แผนไทยเพื่อรับยาขับน้ำเหลืองหรือยาชำระน้ำเหลือง แต่ไม่ควรใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพราะอาจมีผลข้างเคียง
น้ำเหลืองเสีย คืออะไร? | วันใหม่ไกลโรค EP.20
จากช่อง:Healthy Daisy สุขภาพดีไปด้วยกัน
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:16:10อาการด้วยในตัวนะคะนี่ก็คือหลักการของ
00:16:14เขาค้าแต่นี้ถ้าเป็นเราถ้าเกิดเราเป็นนิด
00:16:17ๆหน่อยๆอย่าเพิ่งไปกินยาขับน้ำเหลืองเนาะ
00:16:20หรือว่ายาชำระน้ำเหลืองอะไรพวกเนี้ยมัน
00:16:23เพราะว่าอันเนี้ยไม่ได้อยู่ในการปฏิบัติ
00:16:25ของคนปกติธรรมดานะคะถ้าถ้าเป็นอย่างนี้
00:16:28แล้วเราสงสัยก็ไปหาหมอแผนไทยนะคะถ้าเรา
00:16:31มองว่าเราเชื่อถือตรงนี้ก็ลองไปหาดูแต่
00:16:36ถ้าสมมุติว่าไม่เชื่อถือเลยเราก็ไปหาแผน
00:16:38ปัจจุบันก็รักษาตามอาการแต่ทีนี้พวกนี้
00:16:41เนี่ยให้สังเกต
00:16:43รักษาอาการหายแล้วเดี๋มันกลับมาใหม่
00:16:46>> อื
00:16:46>> เกิดขึ้นเนื่องจากว่าเรากินอะไรบางอย่าง
00:16:50หรือเราทำอะไรบางอย่างที่มันให้ทำให้เกิด
00:16:52การสะสมนะมันมี 2 ประเด็นก็คือ 1 ประเด็น
00:16:56กินเข้าไปแล้วสะสมกับประเด็นที่ 2 เราไม่
00:16:59ค่อยได้เอามันออกมานะฮะเพราะว่าทุกๆอย่าง
00:17:03เนี่ยมันต้องมีเข้าแล้วมันมีออกมีเข้า
00:17:05แล้วมันมีออกถ้าเราเข้ามากกว่าออกมันก็
00:17:08ไม่ดูและนะส่วนใหญ่เราก็จะเข้ามากกว่าออก
00:17:11อ่ะเข้าน้อยกว่าออกนี่ไม่ค่อยมีนะสังเกต
00:17:15ว่าถ้าเข้าน้อยกว่าออกเราก็จะมีปัญหาอีก
00:17:16อันนึงคือไปขาดสารอาหารขาดอะไรไปนะคะซึ่ง
00:17:20ไม่ค่อยเจอทีนี้จะกินยังไงให้สมดุลประเภท
00:17:23ของอาหารที่เราต้องดูแหล่มากๆก็คือมันมี
00:17:27กลุ่มอาหารอยู่กลุ่มนึงอ่ะถ้ามันจะมีผล
00:17:29ต่อน้ำเหลืองแน่นอนเลยก็คือตัวแรกคือ
00:17:32อาหารหมักดองนะฮะก็อย่างเช่นพวกปลาร้านะ
00:17:36ฮะหรือว่าจะเป็นพวกผักดองทั้งหลายเนี่ยก็
00:17:40จะมีผลอย่างเพื่อนพี่บางคนก็ชอบผักน้ำผัก
00:17:43น้ำดองอะไรเงี้ยนะคะพวกนี้เนี่ยอันที่ 1
00:17:46ก็คือพีก็คือเรื่องของความเป็นกรดด่างของ
00:17:49มันมันค่อนข้างจะเป็นกรดพอสมควรเพราะ
00:17:51ฉะนั้นเวลากินเข้าไปเนี่ยมันก็จะมีการ
00:17:54เปลี่ยนแปลงความเป็นกรดด่างในเลือดแล้วก็
00:17:56เอฟเฟคไปถึงน้ำเหลืองด้วยถ้าแผนบันจะบอก
00:17:59ว่ามันไม่น่าจะเอฟเฟคอะไรมากนะเพราะว่า
00:18:02อ่าพี่มันค่อนข้างที่ stable ค่อนข้างคง
00:18:06ที่พอสมควรแต่ว่าทุกครั้งที่มันเปลี่ยน
00:18:09แค่เลขจุดนิดเดียวอ่ะมันก็น่าจะมีผลต่อ
00:18:13การทำงานของเอนไซมหรืออะไรตั้งหลายอย่าง
00:18:15นะคะถึงแม้มันจะไม่มีวิทยาศาสตร์พิสูจน์
00:18:18เนี่ยแต่มันก็มีเรื่องของการดูผลจากอาการ
00:18:22ทางคลินิกได้นะคะก็เท่าที่เราเคยเจอมา
00:18:26แล้วนอกจากเรื่องของกรดด่างแล้วเนี่ยอีก
00:18:29เรื่องนึงคืออาหารหมากดองก็มักจะมีเชื้อ
00:18:31โรคแม้จะไปเอาไปให้ความร้อนแล้วดูดีขึ้น
00:18:35ดูว่ามันไม่ได้มีเชื้อโรคที่เป็นแล้วแต่
00:18:38มันยังมีเศษซากเฉือซึ่งอย่างที่เราบอก
00:18:42ตั้งแต่ต้นน่ะค่ะว่าเศษซากเชื้อพวกเนี้ย
00:18:44มันคือภาระของน้ำเหลืองพอเวลาเข้าไปเนี่ย
00:18:47ยังไงก็ตามเนี่ยน้ำเหลืองมันจะถูกกรองมัน
00:18:51รับภาระทั้งหมดในของเสียที่อยู่ตรงไอ้
00:18:53ช่องว่างระหว่างเสียออกมา
00:18:55>> หมากดองแล้ว 1 แล้วมีกลุ่มไหนอีกคะที่ถ้า
00:18:58เกิดตะหงิดตะงิดควรจะเลี่ยง
00:18:59>> อ่ากลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่โซเดียมสูงนะคะ
00:19:02กลุ่มโซเดียมสูงเนี่ยเราก็เข้าใจว่าเป็น
00:19:04อาหารเข็มแต่จริงๆแล้วเนี่ยพวกไอ้ผงฟูผง
00:19:09อะไรนะที่มันเกี่ยวข้องกับผงปรุงรสทั้ง
00:19:12หลายเนี่ยนะมันก็จะมีโซเดียมอยู่ด้วย
00:19:14>> ขนมปังก็มีผงฟูนะอาจารย์ก็ด้วย
00:19:16>> ใช่ใช่ด้วยค่ะเพราะพวกนี้มันมีโซเดียม
00:19:19อยู่ในรูปของโซเดียมใบขาบนะคะพอเวลาอบ
00:19:23อะไรเสร็จเนี่ยดูเหมือนไอ้
00:19:24คาร์บอนไดออกไซด์มันออกหมดะพวกนั้นน่ะออก
00:19:27แต่โซเดียมยังอยู่มันไม่ได้ไปไหนนะคะมัน
00:19:30ไม่ได้แสดงรสเค็มที่ชัดเจนก็จริงแต่ตัว
00:19:32ปริมาณโซเดียมมันยังอยู่พวกนี้ก็สร้าง
00:19:34ภาระให้กับไตนะฮะเพราะว่าไตเนี่ยมันต้อง
00:19:38แลกเปลี่ยนพวกเกลือแร่พวกนี้อยู่แล้วพอ
00:19:40โซเดียมเยอะเกินไปมันก็ต้องขยันแลก
00:19:43เปลี่ยนเยอะอ่ะแล้วกระบวนการแลกเปลี่ยน
00:19:45ของมันเนี่ยก็ไปทำให้หน้าที่ตรงอื่นของ
00:19:47มันเนี่ยลดลงนะคะก็เป็นการเพิ่มภาระอ
00:19:50>> นอกจากนี้ก็คือพวกรสอาหารรสจัดรสจัดเนี่ย
00:19:55ตัวแรกคือเผ็ดเผ็ดเนี่ยเป็นตัวที่แผน
00:19:59ปัจจุบันก็ไม่มองเหมือนกันแต่จริงๆแล้ว
00:20:01แผนไทยบอกว่าถ้ากินเผ็ดเนี่ยมันจะทำให้ดี
00:20:04มีปัญหาตับมีปัญหานะเพราะฉะนั้นการกิน
00:20:08เผ็ดนี่คือการเพิ่มภาระของตับ
00:20:10>> ค่ะ
00:20:10>> นะฮะตับก็จะร้อนขึ้นแล้วก็ทำให้ไอ้ตัว
00:20:14เมบอลิหรือการเผาผลานทั้งหลายมันก็มีการ
00:20:17เปลี่ยนแปลงไปถ้ามันเพิ่มการเผาผลาญไอ้
00:20:20ตัวอนุมูลอิสระหรือตัวออกมันก็เพิ่มขึ้น
00:20:24พอมันเพิ่มขึ้นนั่นก็คือภาระก็อยู่ที่น้ำ
00:20:26เหลืองอีกละ
00:20:27>> อื
00:20:27>> นะเพราะว่ามันอยู่มันมันเวียนอยู่ในร่าง
00:20:30กายไม่ได้ไปไหนอ่ะเวียนแล้วมันไปที่เซลล์
00:20:32ไปเซลล์เซลล์น้ำเหลืองก็เป็นตัวเก็บกลับ
00:20:34คือส่วนนึงเลือดเก็บกลับส่วนใหญ่เลือด
00:20:37เก็บกลับอย่างที่บอก 17 ลิตรใน 20 ลิตร
00:20:39เนี่ยเก็บกลับแต่ 3 ลิตรเนี่ยยังอยู่ที่
00:20:41ตรงนั้นอยู่นะคะ 3 ลิตรนี่เท่าไหร่ 15%
00:20:45ไม่น้อยนะ
00:20:45>> อื
00:20:46>> นะคะก็พอสมควรทีเดียวเพราะงั้นตัวรสเผ็ด
00:20:49จัดก็ไม่ควรแล้วก็รสเปรี้ยวอันนี้เป็นรส
00:20:53ที่สำคัญเลยแผนไทยจะบอกว่ารสเปรี้ยวเนี่ย
00:20:56เป็นรสที่ทำให้เลือดเนี่ยมันไหลเวียนได้
00:20:59แบบเร็วขึ้นเพราะว่ามันทำให้เลือดเหลวพอ
00:21:02เลือดเหลวเนี่ยพอไหลเวียนเร็วขึ้นการไหล
00:21:04เวียนมันก็วิ่งผ่านเร็วอ่ะมันยิ่งผ่าน
00:21:06เร็วเท่าไหร่การแลกเปลี่ยนก็ยิ่ง
00:21:08น้อยลงนะคะเพราะมันไม่ทันได้แลกเป็ดไป
00:21:11แล้วเลือกเลือดไปแล้ว
00:21:13>> เพราะฉะนั้นมันก็ยังคงของเสียมันก็ยังคง
00:21:15ค้างอยู่มากนะคะ
00:21:16>> อื
00:21:17>> รสเปรี้ยวเนี่ยไม่ได้เอฟเฟคแค่เลือดเหลว
00:21:19อย่างเดียวมันก็เอฟเฟคเรื่องพเช่นเดียว
00:21:22กันเราก็เคยเจอเหมือนกันว่าคนที่เป็นลม
00:21:25พิษเยอะๆแล้วกินเปรี้ยวเนี่ยมันมีปัญหาทำ
00:21:29ให้เห่อมากขึ้น
00:21:30>> อื
00:21:30>> นะซึ่งเราเข้าใจว่าน่าจะเป็นด้วยเรื่อง
00:21:33ของไอ้ความเป็นกรดด่างส่วนนึงก็เป็นอะไร
00:21:36ที่เรายังต้องหาคำอธิบายจ่อนะคะแต่ยังไง
00:21:39ตอนเนี้ยถ้าเราเห็นความสัมพันธ์จ่อเชื่อม
00:21:41กันแล้วก็พยายามงดอันที่ 3 ก็คือรสหวานรส
00:21:45หวานก็เกิดทางตรงกันข้ามกับรสเปรี้ยวก็
00:21:48คือว่าหนืดความหนืดอ่ะเราคิดภาพนะเราเอา
00:21:51น้ำเชื่อมเไปไหลเวียนผ่านน่ะมันหนืดมาก
00:21:53เลยมันไหลช้าก็จริงแต่อัตราแลกเปลี่ยนมัน
00:21:56แลกเปลี่ยนไม่ได้เพราะว่าไอ้น้ำตาลเี่มัน
00:21:58คลองพื้นที่อยู่ในน้ำเลือดหมดละเพราะ
00:22:01ฉะนั้นมันไม่สามารถที่จะถ่ายออกแล้วก็รับ
00:22:04ของเสียเข้ามาและที่สำคัญคือน้ำตาลน่ะ
00:22:08เป็นตัวที่เกิดออกซิเดชัได้เยอะเพราะน้ำ
00:22:10ตาลนี่คือตัวหายนะแหละถ้าเรามีเยอะๆนะ
00:22:14เพราะฉะนั้นคนพวกนี้ก็ไม่ควรกินรสหวานนะ
00:22:18คะ
00:22:20>> หนูหนูเริ่มตกสา
00:22:22>> คือมีเผ็ดมีเค็มหน่อยตรงเกลือเมื่อกี้
00:22:26แล้วก็มีหวานแล้วก็มีเปรี้ยวเกือบได้ทุก
00:22:29รสแล้วกินไม่ได้
00:22:30>> เกทุกรสแล้วก็ก็คือเหมือนกับว่าอ่ะถ้าเรา
00:22:32เริ่มมีอาการเราอาจจะเบาลงหน่อยแล้วกัน
00:22:34เม้นว่าเป็นกลมกล่อมไม่ใช่ว่าจื๊ดจืดแต่
00:22:36ว่าไอ้จัดขนาดนั้นน่ะเราก็เบ้าลงแล้วกัน
00:22:38>> จืดได้ก็ดีค่ะอ่ะไม่ดีจืดได้ก็ดีค่ะนะ
00:22:41เพราะว่าจริงๆมันก็ไม่ได้ค่ะกินมันมากก็
00:22:44ไม่ได้เพราะมันก็ทำให้เลือดหนืดแล้วเอ่อ
00:22:46น้ำเหลืองเนี่ยมันมีภาระของมันคือเป็นตัว
00:22:50แครี่น้ำมันมันเป็นตัวนำพวกเอ่อไขมันทั้ง
00:22:53หลายเนี่ยออกจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้เรา
00:22:56อ่ะเข้ามาสู่ตัวเลือดแล้วขณะเดียวกันมัน
00:22:59ก็ยังขนส่งอะไรต่างๆในเซลล์อะไรออกมาด้วย
00:23:03เพราะฉะนั้นมันมากก็ไม่ได้
00:23:05>> อ
00:23:06>> ก็จะเห็นว่าที่ที่เน้นก็คือไม่ให้รถจัด
00:23:09>> อื
00:23:10>> นะคะไม่ให้รถจัดแต่ถามว่ารถจืดดีมั้ดีค่ะ
00:23:13ทีนี้จะทนได้ไม่ได้ไม่รู้แต่ถ้าทนไม่ได้
00:23:16นะก็เอาว่าน้อยๆหน่อยเหมือนที่หมอแดงว่า
00:23:19>> แต่ถ้าทนได้ก็จืดเลยก็ดียิ่งจืดเท่าไหร่
00:23:23ยิ่งดีแต่สุขภาพ
00:23:24>> ถึงบอกนะคะเอาจริงๆยิ่งโตขึ้นโตขึ้นนะ
00:23:26อาจารย์เวลาจะไปสั่งอะไรนะหวานนี่คือแทบ
00:23:29จะแบบ 15%
00:23:31>> เราพยายามลดการปรุงทุกอย่างเลยอ่ะเพราะ
00:23:33เรารู้ว่าเออพออายุมากขึ้นแล้วไอ้สิ่งที่
00:23:36สะสมมามันอาจจะออกไม่หมดจริงๆแต่อย่างที่
00:23:38อาจารย์บอกอ่ะถ้าเกิดว่ามันมีอาการแล้ว
00:23:39อ่ะมันก็ต้องอดทนจริงๆนะคะจืดมันก็ดีที่
00:23:42สุดจริงๆแหละอ
00:23:43>> คราวนี้มีอะไรอย่างอื่นมั้คะ
00:23:45>> ก็มันมีบางคนที่แพ้อาหารอย่างเช่นพวก
00:23:48อาหารเถลอันนี้ก็เลี่ยงเลยนะคะซึ่งจริงๆ
00:23:50ก็ต้องแพ้อยู่แล้วแหละแต่บางคนเนี้ย
00:23:53>> เอ่อไม่รู้ตัวว่าแพ้แต่พอมีอาการทางน้ำ
00:23:55เหลืองเสียมากๆเนี่ยพอกินอาหารทะเลเข้าไป
00:23:58มันก็จะเริ่มเห่อ
00:23:59>> อื
00:23:59>> นะเริ่มเห่อมากขึ้นอันนี้มันมันคล้ายๆกับ
00:24:01ว่ามันมาช่วยเร่ง
00:24:03>> ปฏิกิริยาตรงนั้นซึ่งตรงนี้เพื่อยิ่งทำ
00:24:06ให้ไอ้ค่าปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ o
00:24:10ออกซิดtive stress มันก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ
00:24:12>> เหมือนอาหารทะเลมันมีพวก
00:24:14>> มันมีโปรตีนเยอะ
00:24:15>> โปรตีนเยอะ
00:24:15>> อ่าสำคัญก็คือโปรตีนมันเป็นโปรตีนพิเศษ
00:24:18ของมันแล้วก็บางคนก็แพ้แล้วเปอร์เซ็นต์
00:24:21ของคนแพ้เนี่ยมีเยอะกว่า
00:24:23>> แล้วอีกประเภทนึงก็คือมันชอบร่วมด้วยช่วย
00:24:25กันคือเดิมอาจจะไม่ได้แพ้หรอกพอมาถึงตรง
00:24:28นี้ปั๊บปฏิกิริยามันเริ่มมาแล้วเริ่มไว
00:24:30แล้วก็แพ้มากขึ้นอะไรเงี้ย
00:24:31>> อค่ะ
00:24:32>> อีกอย่างหลายๆสายก็จะมีเหมือนกันว่าอ่ะมี
00:24:34อะไรที่มันอาหารยิ่งแยกอันนั้นก็ยิ่งแยก
00:24:37เข้าไปอีกถ้าสมมุติว่ามีสารแปลกปลอมซึ่ง
00:24:40จริงๆมันไม่ได้รับอนุญาตนะคะแต่กลุ่มสาร
00:24:42พวกเนี้ยก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในขณะที่
00:24:46เราพรีเสิร์veไอ้พวกอาหารทะเลนะคะ
00:24:49>> ที่จริงเนี่ยมันก็ยังมีอีกอย่างนึงก็คือ
00:24:51เอ่อสายแอลกอฮอล์นะคะถ้าพวกสายแอลกอฮอล์
00:24:54ก็ต้องงดค่ะเพราะว่าดูเหมือนแอลกอฮอล์มัน
00:24:57ทำให้เลือดไหลเร็วขึ้นนะน่าจะดูดีเนาะแต่
00:25:00จริงๆแล้วแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดภาวะบวมนะ
00:25:03คะเ
00:25:04>> เพราะมันมีภาวะว่านึงเค้าเรียกว่าบวม
00:25:05เบียร์นะฮะก็คือกินไปนานๆคือกินไม่เยอะ
00:25:09หรอกแต่กินนานๆบ่อยๆเข้าเนี่ยมันก็เกิด
00:25:11อาการที่การแลกเปลี่ยนมันลดลงแล้วก็
00:25:14พลาสมาเนี่ยเวลาเข้าไปอยู่ในช่องว่าง
00:25:17ระหว่างเซลล์แล้วเนี่ยมันไม่กลับออกมา
00:25:19>> อื
00:25:20>> อ่าก็เลยทำให้ตัวบวมเราสังเกตได้นะคะคน
00:25:23ที่กินเยอะๆก็จะเห็นว่าตัวบวมทั้งๆที่ตอน
00:25:26นี้ยังไม่ถึงอาการตับแข็งหรือตับโตหรือ
00:25:28อะไรยังไม่มีแต่ก็ยังมีอาการตัวบวม
00:25:30>> ซึ่งอันเนี้ยมันก็บอกว่าปะน้ำเหลืองอ่า
00:25:34เริ่มเริ่ข้าสร้างแล้วเป็นภาระของน้ำ
00:25:35เหลืองแหละต้องส่งออกทางท่อน้ำเหลืองแล้ว
00:25:39พอกินเข้าไปมันยิ่งบวมน้ำเหลืองก็ยิ่ง
00:25:42แครี่ไม่ได้อีก
00:25:43>> เออก็จะยิ่งแย่เข้าไปอีก
00:25:45>> นะคะเพราะจะเป็นภาระหนักค่ะ
00:25:48>> กำลังมองน้ำเหลืองเหมือนเป็นคนหนึ่งอ่ะ
00:25:50เหมือนเพื่อนเราอ่ะเหนื่อยอ่ะเหนื่อยคือ
00:25:53หน้าที่ก็หนักอยู่แล้วแล้วแบบก็ยังไม่
00:25:55ซัพพอร์ตฉันอีกหรอจะส่งอะไรมาให้อีกเนี่ย
00:25:57อะไรเงี้ย
00:25:58>> เหมือนเเหมือนรถขยะ
00:25:59>> อ๋อ
00:25:59>> ใช่มั้เค้าเหมือนรถขยะเคนขยะให้เราอ่ะ
00:26:02แล้วแต่ทำความสะอาดให้ด้วยนะที่เสร็จแล้ว
00:26:04มาทำความสะอาดให้ด้วยแยกขยะให้ด้วยนะเออ
00:26:09เช้ามามามากกว่าเดิมอีกอะไรอย่างเงี้ยนะ
00:26:12คะเรายังขนส่งไม่หมดเลยก็มาอีกแล้วนะคะ
00:26:15เพราะฉะนั้นก็ให้คิดว่าอย่างเงี้ยมันต้อง
00:26:17ช่วยกันนะฮเพราะฉะนั้นอย่าเอาเข้าเยอะอ
00:26:20>> อันการเอาเข้าน้อยเนี่ยมันก็เป็นการช่วย
00:26:22ร่างกายเราทางนึงละ
00:26:23>> อืโอเคก็คร่าวๆเนี่ยเข้าใจว่าโรคเกี่ยว
00:26:27กับน้ำเหลืองเสียมันเกี่ยวข้องกับระบบไหล
00:26:29เวียนโดยตรงเลยแล้วระบบไหลเวียนมันก็มี
00:26:31อยู่กระบวนการไม่กี่อย่างก็คือการรับเข้า
00:26:33การขับเคลื่อนการนำออกเมื่อกี้อาจารย์พูด
00:26:36ถึงพาร์ทของการรับเข้าว่าเอ้ยก็ดูแลหน่อย
00:26:38อย่าให้มันมีขยะเยอะแล้วก็เรื่องของการ
00:26:41ขับเคลื่อนกับการนำออกอาจารย์แนะนำยังไง
00:26:43มั้คะ
00:26:43>> เวลาเราพูดถึงเรื่องของการเอาออกเนี่ยนะ
00:26:46คะมันมีได้ 3 ทางก็คือทางอุจจาระทาง
00:26:49ปัสสาวะและเหงื่ออุจจาระหนักสุดปัสสาวะ
00:26:53ลองลงมาเหงื่อน้อยสุดค่ะแต่ยังไงก็ตาม
00:26:56เนี่ยเหงื่อเนี่ยดูเหมือนจะน้อยดูเหมือน
00:26:59คล้ายไม่มีประโยชน์แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรา
00:27:02ได้เอาออกทางเหงื่อนั้นคือแปลว่าขยะเรา
00:27:04ออกไปเยอะขึ้น
00:27:05>> อื
00:27:06>> นะคะเราออกไปเยอะขึ้นจริงๆเหงื่อจะออกได้
00:27:08ยังไงก็คือการออกกำลังกายออกกำลังกายปั๊ม
00:27:13หัวใจเพิ่มขึ้นพอปั๊มหัวใจเพิ่มขึ้นเนี่ย
00:27:15เลิศมันก็เริ่มสูบฉีดไปตามร่างกายมากขึ้น
00:27:18พอสูบฉีดมากขึ้นมันก็ดันมันมีแรงดันให้
00:27:21น้ำเหลืองออกมากขึ้นน้ำเหลืองก็พุ่งเข้า
00:27:24ทั่วตัวแล้วสุดท้ายก็ไปที่ไตเป็นหลักก็
00:27:27จริงแต่มันออกที่ทางนั่งด้วย
00:27:30>> ทิวนางด้วยนะเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็ช่วย
00:27:33แทนที่จะออกแค่ 10 มันก็ออกไป 12 มันก็ดี
00:27:36กว่าเดิมตั้งเยอะนะฮะอย่างน้อยก็เป็นการ
00:27:39ช่วยกันกำจัดหลายๆทางแล้วทางนี้เนี่ยมัน
00:27:42นอกจากกำจัดของเสียในน้ำเหลืองที่ไม่ค่อย
00:27:45ดีไปแล้วเนี่ยมันยังทำให้ร่างกายเราแข็ง
00:27:48แรงขึ้นเพราะว่ามันก็เสริมสร้างทุกๆอย่าง
00:27:51เลยเสริมสร้างกล้ามเนื้อเสริมสร้างอะไร
00:27:53ทั้งหลายเนี่ยเพราะฉะนั้นไอ้กระบวนการที่
00:27:56เกิดจากไอ้ของเสียที่จากการนอนการนั่งเฉย
00:27:59ๆหรือการอ่านหนังสือพวกนี้โดยที่ไม่ขยับ
00:28:02อยากเยนเคลื่อนไหวเนี่ยมันก็ลดลงด้วยอ่ะ
00:28:05>> ออันนี้สำคัญค่ะถ้าเกิดว่าเราดูกันมาใน
00:28:08ทุกคลิปเนาะเรื่องของการออกกำลังกายก็
00:28:10เป็นอันที่มันขาดไม่ได้อ่ะ
00:28:12>> เออมันพูดกันอยู่เรื่อยเลยนะ
00:28:14>> ใช่นะคะแล้วก็
00:28:15>> คนก็บอกว่าเอ๊ะแล้วจะทำยังไงไม่รู้จะเป็น
00:28:17ยังไงเนาะอ
00:28:19>> ทำเถอะค่ะเรายังไม่เป็นอะไรเราก็เราก็ทำ
00:28:21นะคะเพิ่มอีกอย่างนึงก็คืออิริยาบท 4
00:28:24เนี่ยให้ให้สมดุลด้วยนะคะใครที่ต้องนั่ง
00:28:26ในออฟฟิศทำงานเราก็อย่าลืมมาแบบยืดเหยียด
00:28:29ขยับนะคะหรือก่อนนอนก็แล้วแต่อันนี้มันก็
00:28:31จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนใน
00:28:33ร่างกายที่ดีขึ้นนะคะ
00:28:34>> ค่ะเสริมการขับอีกอันนึงค่ะก็คือเรื่อง
00:28:37ของการอุจจาระถ่ายอุจาระนะฮะถ้าคนที่น้ำ
00:28:41เหลืองเสียคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้ม
00:28:43กันอะไรทั้งหลายเนี่ยหรือโรคที่สงสัยว่า
00:28:47จะเกี่ยวข้องกับน้ำเหลืองให้ดูเรื่องของ
00:28:50การขับถ่ายนะฮะต้องขับถ่ายเป็นประจำขับ
00:28:53ถ่ายทุกวันแล้วก็ขับถ่ายให้ได้ปริมาณที่
00:28:56พอสมควรคือหมายความว่ากินเข้าไปเท่าไหร่
00:28:59มีกากเหลือเท่าไหร่ขับหมดนะคะไม่ใช่สะสม
00:29:02นะกินเข้าไป 10 ดูดซึมไปแค่ 2 ไอ้เหลือ 8
00:29:05ออกมาแค่ 3 เหลือค้างไว้ร่างกาย 5 วันถัด
00:29:09ไปก็เป็นเช่นนี้อีกไม่ได้เพราะฉะนั้นบาง
00:29:11ครั้งเนี่ยอาจจะต้องใช้ยาระบายเป็นระยะๆะ
00:29:14>> อื
00:29:15>> แต่ถ้าสมมุติว่าต้องการยาที่ขับน้ำเหลือง
00:29:18เลยอันไม่แนะนำนะคะก็ให้ไปปรึกษาคนที่มี
00:29:22ความรู้ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนไทยอันนี้
00:29:24ต้องเป็นแพทย์แผนไทยนะคะเพราะว่าน้ำ
00:29:26เหลืองเสียเนี่ยแผนปัจจุบันไม่ได้มองใน
00:29:28มุมนี้ก็ให้รู้ว่ายาพวกเนี้ยมันก็มี
00:29:32อันตรายเหมือนกันมันมีประโยชน์แล้วมีทั้ง
00:29:35โทษก็ต้องไปปรึกษาเ้าเพื่อจะได้เลือกใช้
00:29:38ให้ถูกต้องแต่ถ้าจะเลือกใช้ยาระบายเองคิด
00:29:42ว่าเอ๊ะฉันไม่เป็นไรนะนานๆฉันเป็นทีแล้ว