00:00:00 → 00:00:05สวัสดีครับผมคิดว่าหลายคนนะครับน่าจะได้ เห็นข่าวเรื่องของนักสื่อสารทาง
00:00:05 → 00:00:13วิทยาศาสตร์นะครับแน่นอนเรื่องนี้ก็เป็น เรื่องใหญ่ทำให้รายการของใดๆในโลกล้วน
00:00:13 → 00:00:18ฟิสิกส์ของ The Standard เนี่ยต้องปิด ตัวลงนะครับผมก็จะไม่วิจารณ์เรื่องของ
00:00:18 → 00:00:24เหตุการณ์เหล่านี้นะครับแต่ว่ามันมีคำ ศัพท์คำนึงซึ่งเอ่อหลายๆคนก็ถามแล้วก็
00:00:24 → 00:00:29สงสัยว่ามันคืออะไรนะครับก็คือคำว่า Gas Light นั่นเองนะครับวันนี้ผมก็เลยอยากจะ
00:00:29 → 00:00:35เอาคำๆนี้เนี่ยมาอธิบายว่ามันคืออะไรนะ ครับแล้วก็เอ่อมันอันตรายอย่างไรบ้างนะ
00:00:35 → 00:00:39ครับให้ทุกคนฟังนะครับพบกับผมนะครับนาย แพทย์ธนีย์ ธนียวันเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่
00:00:39 → 00:00:45ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอด การ ปลูกถ่ายปอด และวิกฤตบำบัดนะครับ สำหรับ
00:00:45 → 00:00:51ดราม่าเรื่องของนักศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เนี่ยนะครับก็มีการเปิดเผยมาหลายๆอย่างนะ
00:00:51 → 00:00:57ครับแล้วก็แน่นอนว่ามันคงต้องมีเหตุ เบื้องหลังที่เราไม่รู้อีกหลายอย่างนะ
00:00:57 → 00:01:02ครับซึ่งพอผมไม่รู้เหตุการณ์เบื้องหลัง เนี่ยผมก็จะไม่วิจารณ์ใดๆทั้งสิ้นนะครับ
00:01:02 → 00:01:07มันอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือว่าไม่ก็ ได้นะครับหรือบางกรณีอาจจะมีส่วนที่จริง
00:01:07 → 00:01:11แล้วก็มีบางกรณีที่มันไม่จริงปนๆกันไปแต่ เนื่องจากว่าผมเป็นคนอยู่นอกเหตุการณ์นะ
00:01:11 → 00:01:19ครับก็จะไม่สามารถที่จะอธิบายอะไรลงลึกไป ได้นะครับหรือว่าบอกว่าคนนั้นผิดคนนี้ถูก
00:01:19 → 00:01:26หรือยังไงนะครับอย่างไรก็ตามวันเนี้ยผม อยากจะแนะนำว่าเอ่อให้ทุกคนมารู้จักคำคำ
00:01:26 → 00:01:34หนึ่งก็คือคำว่าแสลทนะครับแกสเนี่ยจริงๆ มันเป็นพฤติกรรมการควบคุมนะครับการปั่น
00:01:34 → 00:01:40ประสาทคนๆหนึ่งเพื่อที่จะให้เขารู้สึก สงสัยในความเป็นจริงนะครับแล้วก็อยู่ภาย
00:01:40 → 00:01:48ใต้อิทธิพลของคนที่ทำการปั่นประสาทเขานะ ครับแกสไลเนี่ยจริงๆมันเป็นพฤติกรรมของคน
00:01:48 → 00:01:55กลุ่มหนึ่งนะครับผมเคยได้กล่าวเรื่องคำๆ นี้ไปแล้วในกรณีของคลิปที่ผมทำเรื่องของ
00:01:55 → 00:02:02เอ่อน้องปิ่นปิ้นน่ะนะครับที่มีคนออกมา ดราม่านะครับเป็นเกรียนคีย์บอร์ดไปว่า
00:02:02 → 00:02:10น้องเขานะครับคำๆเนี้ยก็คือ mar venis นะครับ mar valis เนี่ยมันเป็น
00:02:10 → 00:02:16ปรากฏการณ์เป็นบุคลิกภาพของคนประเภทหนึ่ง ซึ่งหลงในอำนาจของตัวเองนะครับต้องการ
00:02:16 → 00:02:22หลอกใช้คนแล้วก็หนึ่งในพฤติกรรมของเขาก็ คือ Gas Lighting นะครับ Gas Light
00:02:22 → 00:02:29เนี่ยมันมีที่มาจากบทละครอันนึนะครับชื่อ บทละครแสไทนี่แหละครับตอนแรกมันเป็นบท
00:02:29 → 00:02:35ละครเวทีออกมาเมื่อปี 1938 นะครับแล้ว หลังจากนั้นก็โด่งดังเลยทำมาเป็นบทละคร
00:02:35 → 00:02:43ทางทีวีนะครับออกอากาศเมื่อปี 1944 นะครับโดยในเรื่องเนี่ยจริงๆก็คือ
00:02:43 → 00:02:49มีนักร้องโอเปร่าชื่อดังเลยครับชื่อคุณ อิสนะครับโดนฆาตกรรมนะฮะแล้วพอโดนฆาตกรรม
00:02:49 → 00:02:55แล้วหลานสาวคนเดียวของเขาก็เป็นกำพร้า ชื่อคุณพอล่านะครับพอล่านี่ก็ส่งไปถูกส่ง
00:02:55 → 00:03:02ไปอยู่ที่อิตาลีเพื่อที่จะเดินตามรอยเท้า นักโอเปร่าที่เอ่อคุณอลิสก็เป็นนะครับก็
00:03:02 → 00:03:09โด่งดังขึ้นมานะครับแล้วคุณพอ่าเนี่ยก็ แต่งงานนะครับแต่งงานไปนะครับตอนแต่งงาน
00:03:09 → 00:03:14เนี่ยนะครับก็ดูหวานชื่นอยู่แล้วแล้วก็ สุดท้ายนะครับแต่งงานกับผู่รักของเขาแล้ว
00:03:14 → 00:03:20ก็กลับมาอยู่ที่บ้านของคุณพอล่านี่แหละนะ ครับโดยหารู้ไม่ว่าคนที่เขาแต่งงานด้วย
00:03:20 → 00:03:27คือคนที่ฆ่าคุณพอล่านะครับแล้วเพื่อที่จะ ฮุบสมบัตินะครับตัวร้ายเนี่ยเขาก็พยายาม
00:03:27 → 00:03:33เพื่อจะกลับมาอยู่ในบ้านของคุณพอล่านะ ครับอ่าอยู่บ้านของคุณอลิสเนี่ยเออขอโทษ
00:03:33 → 00:03:37บ้านคุณอลิสนะครับเพราะว่ามันมีสมบัติ ชิ้นนึงซึ่งตอนที่เขาฆ่าแล้วเนี่ยเขายัง
00:03:37 → 00:03:42ไม่สามารถเอาไปได้แล้วสุดท้ายก็ไปเจอว่า อ้าวอยู่ที่ชุดของคุณอลิสนี่แหละนะครับก็
00:03:42 → 00:03:47เลยพยายามทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะฮุบ สมบัติชิ้นนี้แล้วก็ฮุบทุกอย่างที่เป็น
00:03:47 → 00:03:55ของอิสแล้วก็ของพอล่าทั้งหมดนะครับโดยตอน นั้นน่ะพอล่าเขากลับไปอยู่บ้านของอ่าคุณ
00:03:55 → 00:04:01อลิสและนะครับเาก็รู้สึกว่าเสียใจยังจำ ภาพทรงจำกับเก่าๆได้อยู่นะครับตัวร้าย
00:04:01 → 00:04:07เนี่ยก็บอกว่าเฮ้ยเอาของทุกอย่างที่ เกี่ยวข้องกับอ่าคุณอิสเนี่ยไปเก็บไว้ใน
00:04:07 → 00:04:12ห้องใต้หลังคาแล้วก็ปิดไปเลยนะครับแล้วที นี้พอปิดไปเลยเนี่ยนะครับก็เริ่มสร้าง
00:04:12 → 00:04:20เรื่องต่างๆให้มีความเข้าใจเริ่มผิดละนะ ครับเช่นในตอนที่เอ่อเขาเอาของไปเก็บบนบน
00:04:20 → 00:04:24นั้นแล้วปิดเข้าไปเนี่ยมันมีบ้านหลังนึง ซึ่งอยู่ข้างๆสามารถปีนเข้ามาได้เก็ปีน
00:04:24 → 00:04:29เข้าไปในบ้านนั้นนะครับเข้าไปในห้องใต้ หลังคาแล้วพอเข้าให้ห้องใต้หลังคาเค้า
00:04:29 → 00:04:34เข้าไปทำอะไรเาเข้าไปเพื่อจะค้นสมบัติ เพื่อว่ามีชิ้นไหนที่สำคัญเขาจะได้เอาไป
00:04:34 → 00:04:39นะครับแต่เขาคค้นแล้วคนอีกก็หาไม่เจอใน ช่วงที่เขาเข้าไปในนั้นเนี่ยนะครับการที่
00:04:39 → 00:04:46เขาจุดไฟตะเกียงข้างบนเนี่ยนะครับมันทำ ให้บ้านข้างล่างเนี่ยไฟมันหรี่ลงนะครับ
00:04:46 → 00:04:54เรียกแก๊สไลทเนี่ยไฟมันหรี่ลงนะครับแล้ว ทุกๆครั้งตอนที่ตัวร้ายเนี่ยออกไปจากบ้าน
00:04:54 → 00:04:58นะครับไฟก็จะหรี่ลงซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ออก ไปจากบ้านหรอกครับออกไปแล้วก็แอบเข้ามาใน
00:04:58 → 00:05:04ห้องใต้หลังคาเพื่อที่จะค้นสมนะครับทีนี้ ก็เริ่มสงสัยเอ๊ะทำไมมันมีเสียงกุกักๆกัก
00:05:04 → 00:05:10ข้างบนนะครับหรือว่าเสียงเอ่อเสียตัวไฟ แก๊สม์เนี่ยมันแก๊สไลท์เนี่ยมันทำไมหรี่
00:05:10 → 00:05:16ลงนะครับ ก็คุณพอ่าเขาคก็ถามเอ๊ะทำไมเป็นอย่างงั้น
00:05:16 → 00:05:20นะครับปรากฏว่าเขาคโยนความผิดว่าคุณคิดไป เองหรือเปล่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกนะ
00:05:20 → 00:05:27ครับก็ทำให้สงสัยในหลายๆอย่างขึ้นมานะ ครับทีนี้พอทำให้สงสัยในเรื่องพวกนี้แล้ว
00:05:27 → 00:05:34เนี่ยมันก็ทำให้เึรู้สึกว่าเฮ้ยเรา ประหลาดหรือเปล่าเค้าก็คนเหล่าเนี้ยที่ทำ
00:05:34 → 00:05:41แกส Ling เค้าพยายามจะกันอ่าคนที่เขาทำแไ นี้ออกจากสังคมนะครับพยายามโดดเดี่ยวเค้า
00:05:41 → 00:05:47อ่ะนะครับงั้นเวลาออกงานสังคมเนี่ยก็คน ผู้ยเนี่ยเาจะบอกว่าเอ้คุณพอล่าเนี่ยจริง
00:05:47 → 00:05:51ๆเขาเป็นนักขี้ขโมยนะแต่เห็นมั้ยออกมา ข้างนอกแล้วเดี๋ยวจะสร้างปัญหาเราต้อง
00:05:51 → 00:05:57เก็บเขาไว้นะครับแล้วจะพยายามเอาเค้าเข้า ไปอยู่โรงพยาบาลบ้านะครับแต่ปรากฏว่าก็
00:05:57 → 00:06:02ได้พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนะครับพระเอก เนี่ยก็คือเป็นคนที่ชอบคุณพราชตั้งแต่แรก
00:06:02 → 00:06:08ๆละตั้งแต่เด็กะแล้วไม่เห็นพฤติกรรมว่า เอ๊ะทำไมเค้าถึงดูแปลกๆทำไมถึงดูอ่ามี
00:06:08 → 00:06:12ความวิตกกังวลสูงกว่าปกตินะครับก็ไปสืบจน กระทั่งเจอว่าอ๋อเป็นเพราะไอ้นี่นั่นเอง
00:06:12 → 00:06:19นะครับสุดท้ายเค้าก็จับได้นะครับหนัง เรื่องนี้ก็เลยเป็นที่มาของพฤติกรรมแสลท
00:06:19 → 00:06:25นะครับทีนี้แส Light นะครับหรือว่าคนที่ เขาทำการแก๊สไลทคนเนี่ยนะครับมันจะมี
00:06:25 → 00:06:31พฤติกรรมแบบไหนบ้างนะครับข้อแรกก็คือเค้า พยายามที่จะจะบิดเบือนความจริงไม่ยอมรับ
00:06:31 → 00:06:37ความจริงนะครับเช่นเา้าอาจจะทำอะไรซัก อย่างแล้วคุณไปบอกเอ่อคุณไปพูดกับเข้าว่า
00:06:37 → 00:06:42เอ๊ยตอนนั้นที่คุณพูดอย่างเงี้มันหมาย ความว่าอะไรเค้าอาจจะบอกว่าเค้าไม่ได้พูด
00:06:42 → 00:06:48ไม่ได้ทำคุณคิดของคุณไปเองหรือเปล่านะ ครับเข้าใจไปเองมั้งนะครับคือบิดเบือนทำ
00:06:48 → 00:06:53ให้เรารู้สึกแปลกๆเอ๊ะมันไม่ใช่แล้วทำ บ่อยๆจนกระทั่งเราเริ่มสงสัยว่าเอ๊ะตกลง
00:06:53 → 00:07:00คนที่คนที่เข้าใจผิดนี่คือเราเองหรือ เปล่านะครับแล้วทุกๆครั้งที่เราพยายามเอา
00:07:00 → 00:07:05เรื่องอะไรสำคัญมาพูดอ่ะเค้าก็จะลดทอน ความสำคัญนั้นนะครับภาษาอังกฤษเราเรียก
00:07:05 → 00:07:11ว่า be Little นะครับอ่าหรือ trivial zation นะครับ trivial นะครับคือเล็กๆ
00:07:11 → 00:07:18น้อยๆเราทำให้มันเล็กน้อยพวกนี้ลงนะครับ ก็เป็นการที่จะทำให้เหมือนกับทุกๆอย่าง
00:07:18 → 00:07:23มันแย่ลงนะครับทำให้ทุกอย่างที่เราพูดมา มันดูไม่มีความสำคัญหมดนะครับเราคิดของ
00:07:23 → 00:07:28เราไปเองเราคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่นะ ครับอ่าหรือเขาคก็จะพูดอย่าทำให้มันเป็น
00:07:28 → 00:07:33เรื่องใหญ่โตสิเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่เห็นจะ มีปัญหาอะไรเลยนะครับทุกๆอย่างที่มันดู
00:07:33 → 00:07:37เป็นเรื่องใหญ่เ้าจะทำให้มันเป็นเรื่อง เล็กนะครับเสมอไม่ว่าเราจะว่ามาสำคัญยัง
00:07:37 → 00:07:41ไงเค้าก็บอกว่าไม่เห็นมันสำคัญคนอื่นเค ยังไม่เป็นอะไรทำไมคุณถึงโวยวายแลนักหนา
00:07:41 → 00:07:47นะครับจะใช้คำพูดทำนองเนี้ยนะครับเอ่ออีก อย่างนึงคือโยนความผิดบางทีเค้านั่นแหละ
00:07:47 → 00:07:54ครับเป็นคนผิดนะครับแต่เขาคจะโยนมาว่าคุณ นั่นแหละเป็นคนทำนะครับเกิดเรื่องอะไร
00:07:54 → 00:07:58ขึ้นมาสักเรื่องนึงไม่ว่าเรื่องอะไรก็ แล้วแต่เขาจะโยนให้คุณเป็นคนทำหมดนะครับ
00:07:58 → 00:08:03จริงๆคือเค้าเป็นคนทำอันเนี้ยมันมีภาษา อังกฤษเราเรียกว่า projecting นะครับจค
00:08:03 → 00:08:08ความรู้สึกของหรือการกระทำของเราไปให้คน อื่นสมมุติว่าผมเป็นคนทำแก๊สไลนเนี่ยผมก็
00:08:08 → 00:08:14จะคิดว่าคุณนี่แหละเป็นคนทำในสิ่งที่ผมทำ จริงๆผมเป็นคนทำนะแต่ผมจะโยนให้คุณโยน
00:08:14 → 00:08:21ความผิดชัดๆเลยนะครับแบบนี้ก็จะรู้สึก เอ๊ะฉันมีปัญหาขึ้นมานะครับแล้วก็จะ
00:08:21 → 00:08:27พยายามโดดเดี่ยวคุณออกจากสังคมให้คุณรู้ สึกไม่มั่นใจนะครับทั้งหมดเนี่ยมันจะทำ
00:08:27 → 00:08:33ให้คุณสงสัยในความเป็นจริสงสัยในความถูก ต้องสงสัยในสิ่งที่คุณคิดว่าเฮ้ยจริงหรือ
00:08:33 → 00:08:41เปล่านะครับหรือจริงๆคนที่ผิดคือเราเราอด ทนไม่พอคนอื่นเอดทนแต่เราอดทนไม่พอนะครับ
00:08:41 → 00:08:46เราเริ่มสงสัยเราเริ่มรู้สึกว่าเฮ้ยจริงๆ เราต้องขอโทษไปซักทุกเรื่องอ่ะเรื่องนี้
00:08:46 → 00:08:51เราไม่ผิดแต่ก็รู้สึกว่าเราผิดเราต้องขอ โทษเราไม่มั่นใจในตัวเองเรารู้สึกว่าเรา
00:08:51 → 00:08:57สูญเสียตัวตนนะครับเรากลัวว่าเราทำอะไรก็ จะผิดนะครับกลัวว่าจะทำให้คนอื่นผิดหวัง
00:08:57 → 00:09:02เรายังผิดหวังในตัวเองเลยนะครับมันจะ เริ่มมีความรู้สึกอย่างเงี้ยใสเข้าไปใน
00:09:02 → 00:09:07หัวเราเรื่อยๆเรืยๆๆจนกระทั่งเรารู้สึก ว่าเราทำอะไรไม่ได้เลยนะครับสูญเสียความ
00:09:07 → 00:09:12เป็นตัวตนแล้วคนคนเดียวที่จะช่วยเราได้ก็ คือคนที่ทำแก๊สไลทเรานั่นแหละนะครับเราจะ
00:09:12 → 00:09:18มีเค้าอยู่คนเดียวในชีวิตเรากลัวที่เวลา เราจะเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นมันมันกลัว
00:09:18 → 00:09:23ว่าคนอื่นเขาจะไม่คิดเหมือนเราเรากลัวว่า เฮ้ยคนอื่นเขาจะว่าเราบ้านะครับเราคิดไป
00:09:23 → 00:09:28เองหรือเปล่าเพราะว่าไอ้คนแก๊สไลท์เนี่ย มันจะใส่หัวเราเรื่อยๆว่าเฮ้ยเราคิดไปเอง
00:09:28 → 00:09:33คุณคิดไปเองนะคิดมากไปคนอื่นก็ไม่เห็นคิด อย่างงั้นเลยเราก็โดนเนี่ยล้างสมองไป
00:09:33 → 00:09:38เรื่อยๆทำให้เวลาที่เราจะไปบอกคนอื่นจะไป ถามพ่อถามแม่ถามเพื่อนถามคนที่เราเชื่อ
00:09:38 → 00:09:46ถือได้เราก็ไม่กล้ามันโดดเดยวเราอย่าง เงี้ยนะครับนี่คือปัญหาของแกสไลททีนี้คน
00:09:46 → 00:09:50ที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบเนี้ยจะรู้ได้ ยังไงว่าตัวเองเฮ้ยอยู่ในความสัมพันธ์แบบ
00:09:50 → 00:09:57นี้นะครับอันแรกก็คือคุณต้องเริ่มสงสัย แล้วว่าเอ๊ะทำไมเรารู้สึกว่าทุกๆครั้งที่
00:09:57 → 00:10:03เราไปคุยกับคนๆเนี้ยทำไมเค้าถึงคิดว่าเรา ไม่ได้เอ่อไม่ได้มีเรื่องสละสำคัญนะครับ
00:10:03 → 00:10:08ทุกๆอย่างที่เราพูดเราดูเหมือนเป็นคนผิด หมดเลยบางอย่างที่เราเชื่อว่ามันเป็น
00:10:08 → 00:10:14อย่างนนั้นจริงๆทำให้เค้าคิดว่าเราเชื่อ ไม่ถูกต้องในสิ่งที่เอ่อที่เราเชื่อนะ
00:10:14 → 00:10:19ครับต่อมาสิ่งที่คุณควรจะต้องทำก็คือ พยายามเชื่อสัญชาติตัวเองไว้ก่อน
00:10:19 → 00:10:25สัญชาตญาณตัวเองนะครับหลังจากนั้นเนี่ย พยายามเก็บรูปรวมหลักฐานต่างๆเวลาที่เค้า
00:10:25 → 00:10:30พูดอะไรมาเราเก็บรูปรวมหลักฐานเราเคยทำ อะไรเก็บรูปรวมหลักฐานเอาไว้ทำอะไรครับ
00:10:30 → 00:10:35เอาไว้ตรวจสอบว่าสิ่งที่เค้าพูดอ่ะกับ สิ่งที่เราคิดอ่ะมันเป็นยังไงถ้าคิดถ้า
00:10:35 → 00:10:39เกิดเราตรวจสอบแล้วเอ๊ะสิ่งที่เค้าพูดมัน ไม่ตรงเรื่อยๆเว้ยอย่างเงี้คุณต้องสงสัย
00:10:39 → 00:10:46แล้วว่าคุณโดนละนะครับโดนล้างสมองละทีนี้ เวลาที่คุณโดนล้างสมองแบบนี้เนี่ยนะครับ
00:10:46 → 00:10:53เราก็ต้องกังวลแล้วว่าวเราจะทำยังไงดีนะ ฮะทีนี้พอเราเข้าใจแล้วว่าเราโดนล้างสมอง
00:10:53 → 00:10:59แล้วคุณต้องหาทางปรึกษาคนที่คุณไว้ใจได้ เลยอ่ะนะครับการยืนยันความจริงที่มันโดน
00:10:59 → 00:11:04บิดเบือนเนี่ยมันจะยืนยันได้ด้วย 2 อย่าง 1 หลักฐานนะครับหลักฐานที่คุณเก็บมานี่
00:11:04 → 00:11:11แหละอันที่ 2 คือบุคคลที่ 3 ที่อยู่นอกวง สนทนานะครับดูว่าเค้าคิดยังไงนะฮะแล้วถ้า
00:11:11 → 00:11:17เรารู้ตัวเมื่อไหร่แล้วเราว่าเราอยู่ใน อ่อความสัมพันธ์แบบแก๊สไลทเนี่ยสิ่งที่
00:11:17 → 00:11:22คุณต้องทำเลยนะครับมีอย่างเดียวคือออกมา จากความสัมพันธ์นั้นให้เร็วที่สุดมันไม่
00:11:22 → 00:11:26มีทางที่คุณจะอยู่กับความสัมพันธ์นั้นได้ เพราะว่ามันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ทกิมากๆ
00:11:26 → 00:11:30แล้วจะเป็นอย่างเงี้ยตลอดมันจะเหนื่อยกัน เหนื่อยใจเหนื่อยทุกอย่างคุณต้องพยายามทำ
00:11:30 → 00:11:35ทุกอย่างนะครับคุณจะต่อสู้กับแก๊สไลได้ มันมีวิธีเดียวคือคุณต้องเป็นคนที่เข้ม
00:11:35 → 00:11:40แข็งทางจิตใจมากๆซึ่งถ้าคุณเข้มแข็งทาง จิตใจมากๆคุณก็ไม่โดนแก๊สไตั้งแต่แรกมัน
00:11:40 → 00:11:46หมายความว่าอะไรครับมันหมายความว่าถ้าคุณ รู้สึกเครียดรู้สึกว่าความสัมพันธ์มันไม่
00:11:46 → 00:11:51ดีรู้สึกว่าตัวเองโดนใช้รู้สึกว่าความ จริงเนี่ยมันบิดเบือนไปแล้วก็รู้สึกคุณทำ
00:11:51 → 00:11:58อะไรก็ผิดนะครับคุณทำแล้วกลัวผิดหวังกลัว คนอื่นเขาไม่เห็นด้วยนะครับถ้าคุณมีความ
00:11:58 → 00:12:02รู้สึกแบบเนี้ยก็ก็แปลว่าคุณไม่สามารถ ช่วยตัวเองออกมาจากเหตุการณ์ได้คุณต้องไป
00:12:02 → 00:12:07ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้วดึงตัวเอง ออกมาให้เร็วที่สุดนะครับมันเคยมีคนบอก
00:12:07 → 00:12:14ว่าให้พยายามเซตขอบเขตบอกว่าเฮ้ยถ้าเขาค พูดอะไรมาเนี่ยเราก็บอกเค้าโต้ตอบกับเลย
00:12:14 → 00:12:21ว่าเราจะไม่รับผิดชอบในสิ่งที่เราไม่ได้ ทำนะนะครับบอกไปตรงๆแต่ว่าแน่นอนคนที่เขา
00:12:21 → 00:12:27เป็นแกสเตอร์เจะบอกว่าเฮ้ยก็คุณทำนี่จะมา พูดอย่างนี้ไม่รับผิดชอบได้ยังไงนะครับ
00:12:27 → 00:12:33แล้วคุณจะสู้เกลับไปยังไงนะครับก็สู้ไม่ ได้ดังนั้นคนที่รู้ตัวะเริ่มรู้ตัวว่า
00:12:33 → 00:12:38เฮ้ยเราอยู่กับคนคนเเราเริ่มไม่สบายใจแต่ ก็รู้สึกว่าเราไม่ปลอดภัยเอ่อเราไปคุยกับ
00:12:38 → 00:12:43ใครก็ไม่ได้เเดี๋ยวเคหาว่าเราบ้าเรา เพี้ยนเราไม่อดทนเราอะไรซักอย่างหรือ
00:12:43 → 00:12:48เปล่าถ้าแค่คุณมีความรู้สึกแค่นี้เลยนะ ครับแปลว่าคุณโดนแล้วครับคุณควรจะต้องรีบ
00:12:48 → 00:12:52หาคนอื่นเป็นที่พึ่งแล้วออกมาจากความ สัมพันธ์นั้นให้เร็วที่สุดคนที่ยิ่งอยู่
00:12:52 → 00:12:59ในแส Lighting นานๆนะครับสิ่งที่เกิดขึ้น กับคุณนะก็คือ 1 คุณจะมีความเครียดระยะ
00:12:59 → 00:13:05ยาวเลยนะครับมีความวิตกกังวลนะครับว่า เขาคจะว่าอะไรเราอีกหรือเปล่าวันนี้เคจะ
00:13:05 → 00:13:09สั่งให้เราทำอะไรเราก็ต้องทำนะครับแล้ว มันจะสูญเสียความเป็นตัวตนไปเรื่อยๆยิ่ง
00:13:09 → 00:13:15อยู่นานก็ยิ่งมีปัญหานานนะครับยิ่งโดน ล้างสมองนานนะครับพวกเนี้ยเราจะเห็นเขา
00:13:15 → 00:13:20ใช้ทางการเมืองเรื่อยๆนะครับอ่าทางการ เมืองเช่นอะไรบ้างก็อาจจะมีบางคนที่โดน
00:13:20 → 00:13:27ล้างสมองให้ทำตามนะครับอยู่เรื่อยๆเนี่ย ข่าวก็ช่วงที่ผ่านๆมานะครับก็มันมันมีบาง
00:13:27 → 00:13:31คนนะครับที่โดนแบบเนี้ยแต่ผมก็ไม่ยกตัว อย่างแล้วกันเดี๋ยวมันจะเข้าการเมืองเกิน
00:13:31 → 00:13:37ไปนะครับบางกรณีก็อย่างกรณีของไซนนะครับ อ้าเป็นยังไงโดนล้างสมองกันสนุกเลยใช่
00:13:37 → 00:13:42มั้ยครับนั่นแหละทำให้เรารู้สึกว่าเรา ต้องพึ่งเค้านะครับทุกๆอย่างที่เค้าทำมัน
00:13:42 → 00:13:48ไม่ผิดแต่คนที่ผิดน่ะมันเราเองนะครับนี่ แหละความเครียดพวกนี้ก็จะทำมีปัญหาทำให้
00:13:48 → 00:13:54นอนไม่หลับนะครับทำอะไรก็ทำไม่ได้นะครับ เกิดภาวะวิตกกังวลเกิด ptsd นะครับ Post
00:13:54 → 00:13:59traumatic stress disorder ตามมานะ ครับมีผลต่อร่างกายร่างกายก็จะจะเจ็บป่วย
00:13:59 → 00:14:06เรื้อรังต่างๆนะครับตามมาเยอะแยะไปหมดเลย นะครับสุดท้ายมันก็วนอย่างเงี้ยจนกระทั่ง
00:14:06 → 00:14:12ต้องโชคดีจริงๆที่คนสามารถออกมาจากความ สัมพันธ์แบบนี้ได้นะครับดังนั้นถ้าคุณรู้
00:14:12 → 00:14:18ตัวรีบออกมาครับหาคนช่วยส่วนคนที่อยู่ภาย นอกถ้าเห็นควรจะต้องเตือนไม่ต้องสนใจนะ
00:14:18 → 00:14:23ครับว่ามันจะมีปัญหาอะไรกลับมาหรือเปล่า เพราะถ้าคุณไม่เตือนเค้าก็จะไม่มีทางออก
00:14:23 → 00:14:29มาได้คุณช่วยเคเขาจะออกมาได้เร็วมากขึ้น นะครับดังนั้นตรงนี้ผมก็ต้องขอกำลังใจให้
00:14:29 → 00:14:35หลายๆคนที่ถูกความสัมพันธ์แบบนี้ครอบงำ อยู่ให้ออกมาแล้วออกมาให้ได้นะครับแล้วก็
00:14:35 → 00:14:41แน่นอนว่ามีคนคอยช่วยเหลือคุณเยอะแยะไป หมดในยุคนี้นะครับถ้าเกิดว่าความสัมพันธ์
00:14:41 → 00:14:46ในเรื่องเนี้ยนะครับในกรณีของนักสื่อสาร ทางวิทยาศาสตร์นั้นอ่าจริงบ้างไม่จริง
00:14:46 → 00:14:52บ้างหรืออะไรพวกเนี้ยผมก็ต้องรอให้เอ่อมี การสืบสวนอะไรพวกนี้มากกว่าปกตินะครับ
00:14:52 → 00:14:58แล้วก็ลงลึกนะครับซึ่งแน่นอนว่าผมก็คงจะ ไม่ทราบเรื่องเพราะว่าไม่ได้โดนด้วยตัว
00:14:58 → 00:15:04เองนะครับนะดังนั้นเราไม่สามารถพูดอะไร ได้แต่ก็แน่นอนนะครับรายการที่โดนระงับไป
00:15:04 → 00:15:09ก็เป็นรายการที่ดีนะครับสิ่งที่สิ่งที่ เราได้ฟังมันก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับก็เสีย
00:15:09 → 00:15:14ใจที่มันหายไปนะครับแต่แน่นอนว่าคงจะต้อง มีอย่างอื่นมาทดแทนแล้วถ้าเกิดว่า
00:15:14 → 00:15:20พฤติกรรมของคนที่ทำรายการนี้เป็นแบบนั้น จริงๆเนี่ยก็แน่นอนว่าเราก็ไม่สามารถยอม
00:15:20 → 00:15:25รับได้เนาะเราควรจะต้องให้เค้าเข้าใจใน ส่วนนี้แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขตัวเองก่อนที่
00:15:25 → 00:15:31จะสามารถกลับเข้าสู่สังคมเพราะว่าถ้ายัง คงเป็นแบบนี้ต่อไปแน่นอนก็มีปัญหาเรื่อยๆ
00:15:31 → 00:15:37นะครับแล้วเท่าที่ลองอ่านดูก็มีหลากหลาย คนที่เคยประสบนะครับปัญหาจากคนๆนี้มาแล้ว
00:15:37 → 00:15:43นะครับในหลายรูปแบบซึ่งผมก็ไม่ได้เป็น หนึ่งในคนพวกนั้นดังนั้นผมก็จะไม่สามารถ
00:15:43 → 00:15:47บอกได้ว่าเอ๊ะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือ ว่าคนๆนั้นรู้สึกเป็นแบบนั้นหรือว่าเป็น
00:15:47 → 00:15:53เพราะอะไรกันแน่ดังนั้นเรื่องนี้เนี่ยก็ ต้องรอให้มีการสืบสวนสอบสวนมากกว่าตอนนี้
00:15:53 → 00:15:59นะครับยังไงตอนนี้ก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้ ทุกๆคนที่อยู่ในเอ่อการครอบกลุ่มของแก๊ส
00:15:59 → 00:16:04ไลทถ้าใครรู้ตัวรีบออกมาครับนะครับทุกคน กำลังรอคอยช่วยเหลือคุณอยู่แล้วก็ให้
00:16:04 → 00:16:11กำลังใจนะครับโอเควันนี้เท่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับสวัสดีครับ