เหตุใดบางคนจึงร้องไห้ไม่ออกแม้รู้สึกเศร้าภายใน

ความรักของคุณเป็นแบบไหน จากทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งรัก | โรงหมอ

จากช่อง : Thai PBS Podcast


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:03This is Thai PBS Podcast. Vi the
00:00:0300:00:06world by the voice
00:00:0600:00:08แล้วก็จะเห็นว่าคำว่า love คำเดียวเนี่ย
00:00:0800:00:11ก็คือความรักแต่ความรักมันมีรูปแบบเดียว
00:00:1100:00:13กันมั้คะเพราะฉะนั้นเนี่ยค่ะมันคือความ
00:00:1300:00:16หลากหลายของความรักจนกระทั่งทำให้คนเนี่ย
00:00:1600:00:20ไม่เข้าใจระหว่างความชอบความรักความความ
00:00:2000:00:23เสน่หา 3 ตัวนี้ก็ต่างกันและคนเราเนี่ย
00:00:2300:00:26แต่งงานกับคนที่เริ่มต้นจากคำว่าเพื่อน
00:00:2600:00:28กันมาก่อนเนี่ยมันจะยืนยาวมากที่สุดวัย
00:00:2800:00:31เนี่ยมันจะทำให้เรารับรู้พันธะความผูกพัน
00:00:3100:00:32ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นไป
00:00:3200:00:35เรื่อยๆเมื่อมีความสนิทสนมกันมากขึ้นมัน
00:00:3500:00:37ก็อาจจะเปลี่ยนระดับของความสุขความพอใจใน
00:00:3700:00:41แต่ละช่วงของเวลาไม่ได้อยู่นิรัน
00:00:4200:00:46การฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟัง
00:00:4600:00:49รายการโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:4900:00:53This is Thai PBS Podcast
00:00:5300:00:55วันนี้ค่ะคุณผู้ฟังคะเป็นอีกเรื่องนึงที่
00:00:5500:00:58น่าสนใจมากเลยทีเดียวนะคะวันนี้เราจะคุย
00:00:5800:01:01กันถึงเรื่องของทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความ
00:01:0100:01:05รักเออไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าความรักเนี่ย
00:01:0500:01:08มันต้องมีทฤษฎีมีมีแนวทางมีแนวคิดมีอะไร
00:01:0800:01:10ต่างๆเหล่านี้ด้วยนะคะอ้าเดี๋วันนี้เรามา
00:01:1100:01:13ทำความเข้าใจกันคุยกับผู้ช่วยศาสตราจารย์
00:01:1300:01:16ดร.จันทร์วิภาดีลกสัมพันธ์ผู้ทรงคุณวุฒิ
00:01:1600:01:18มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาผู้
00:01:1800:01:21เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์และครอบครัวค่ะ
00:01:2100:01:23สวัสดีค่ะอาจารย์คะสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ
00:01:2300:01:26ท่านผู้ฟังทุกท่านค่ะวันนี้เราจะเป็นแนว
00:01:2600:01:29แบบว่าวิชาการต้องเลคเชอร์มั้ยคะค่ะก็อาจ
00:01:2900:01:32จะต้องให้ท่านผู้ฟังหลับตานึกภาพเนาะ
00:01:3200:01:36เพราะเราไม่มีเราไม่มี PowerPoint ขึ้น
00:01:3600:01:38จะไม่ได้ปิ้งแผ่นใสแล้วเหมือนสมัยก่อน
00:01:3800:01:41เนาะเออแต่ว่าทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก
00:01:4100:01:43เอ้ยเป็นอะไรที่แบบว่าไม่เคยรู้เลยว่า
00:01:4300:01:46ความรักเนี่ยมันเหมือนทฤษฎีมันมีทฤษฎี
00:01:4600:01:49ด้วยเอ่อมีคนพูดถึงทฤษฎีเกี่ยวกับความรัก
00:01:4900:01:53ไว้เยอะนะคะมากเลยแต่ว่าคนที่มีชื่อเสียง
00:01:5300:01:56ที่สุดและคนเชื่อถือในทฤษฎีของเขามากที่
00:01:5600:02:01สุดตั้งแต่ปี 1986 มาค.ศ.
00:02:0100:02:05นะคะก็เป็นของนักจิตวิทยาคนนึงนะฮะเป็น
00:02:0500:02:09ชาวอเมริกันชื่อว่าโรเบิร์ตสเตนเบิแล้ว
00:02:0900:02:12เราก็จะรู้จักคำว่าเลค่ะแต่เราก็จะเห็น
00:02:1200:02:15ว่าคำว่าเลคำเดียวเนี่ยนะฮะถ้าแปลเป็น
00:02:1500:02:18ภาษาไทยเนี่ยก็คือความรักแต่ความรักมันมี
00:02:1800:02:22รูปแบบเดียวกันมั้ยคะไม่ไม่นะเช่นเรารัก
00:02:2200:02:26พ่อรักแม่รักพี่รักน้องคนนี้รักแบบนี้คน
00:02:2600:02:29นี้รักแบบหวานชื่นคนนี้รักแบบอือซาบซึ้ง
00:02:2900:02:32ดื่มด่ำอะไรก็แล้วแต่นะคะเพราะฉะนั้น
00:02:3200:02:34เนี่ยค่ะมันคือความหลากหลายของความรักจน
00:02:3400:02:37กระทั่งทำให้คนเนี่ยไม่เข้าใจระหว่างความ
00:02:3700:02:41รักเอาง่ายๆนะคะความชอบความรักความความ
00:02:4100:02:43เสน่หา
00:02:4300:02:473 ตัวนี้ก็ต่างกันและใช่ถูกมั้คะว่ารัก
00:02:4700:02:50ระดับไหนล่ะอ๋อมักจะมีคนบอกว่าขอนิยาม
00:02:5000:02:54ความรักหน่อยอ่าฮนะฮะอันนี้ของโรเบิร์ต
00:02:5400:02:56สเตนเบิร์กเนี่ยนะคะที่บอกว่าทฤษฎีสาม
00:02:5700:02:58เหลี่ยมแห่งความรักของเค้ามีชื่อเสียง
00:02:5800:03:02เนี่ยก็เพราะว่ามันคล้ายๆจะจับต้องได้คน
00:03:0200:03:05มองเห็นได้ชัดเจนแล้วก็มาเทียบตัวเองว่า
00:03:0500:03:10เฮ้ยขณะเนี้ยชั้นความรักแบบไหนอืนะคะ
00:03:1000:03:13อย่างเช่นวันก่อนเนี้ยดูทีวีมีละครที่พ่อ
00:03:1300:03:16เขาเป็นคนหัวเก่ามากแล้วก็จับลูกสาวแต่ง
00:03:1600:03:19งานกับลูกของเพื่อนแบบคลุมถุงชนค่ะแล้วก็
00:03:1900:03:22บอกแต่งแล้วเดี๋ยวรักกันไปเองออะไรอย่าง
00:03:2200:03:24เงี้ยนะฮะแล้วลูกสาวก็เป็นคนที่เชื่อฟัง
00:03:2400:03:27พ่อแม่ก็แต่งนะคะเสร็จแล้วก็ไม่ไม่แฮ
00:03:2700:03:29แฮปปี้กับชีวิตครอบครัวในที่สุดก็อย่า
00:03:2900:03:32ร้างกันอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะอเพราะ
00:03:3200:03:36ฉะนั้นตรงเนี้ยมันคือความรักแบบไหนแต่ง
00:03:3600:03:42รักมั้ยรักอ่ารักแบบไหนอือ่าเริ่มคิดและ
00:03:4200:03:44ใช่มั้ยคะเพราะฉะนั้นทฤษฎีสามเหลี่ยมของ
00:03:4400:03:47สเตนเบิเนี่ยเค้าจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า
00:03:4700:03:50เอ๊ะคนๆเนี้ยที่คุณสุรีพรกำลังไปชอบเ้า
00:03:5000:03:53อยู่เนี่ยคุณรักเ้าแบบไหนเออถึงขั้นไหน
00:03:5400:03:57และทำไมเราถึงมีคำว่าคนเนี้ยเมียนะคนนี้
00:03:5700:04:02แฟนคนนี้กิ๊กคนนี้คนรักอะไรทำไมมันมีหลาย
00:04:0200:04:06คำงงสถานะนะคะก็พอมันมีเสนอมาว่าให้พูด
00:04:0600:04:08เรื่องเนี้ยนะคะเรื่องทฤษฎีสามเหลี่ยม
00:04:0800:04:11แห่งความรักนี่ก็เลยเออดีเหมือนกันค่ะ
00:04:1100:04:14ท่านผู้ฟังจะได้พอเข้าใจว่าหลายคนคิดอะไร
00:04:1400:04:16อยู่เพราะว่าตอนที่จันวิภายังเป็นอาจารย์
00:04:1600:04:18สอนหนังสืออยู่เนี่ยนะคะมีลูกศิษย์มา
00:04:1900:04:22ปรึกษาเรื่องความรักมากมายนะคะเราก็จะถาม
00:04:2200:04:25ว่าที่หนูรู้สึกอยู่เนี่ยมันเป็นความรัก
00:04:2500:04:29หรือมันเป็นความหลงนะคะมันเหมือนกันยัง
00:04:2900:04:31กระูกฝาแฝดระหว่างความรักกับความลุ่มหลง
00:04:3100:04:35เนี่ยถูกมั้ฮะตอบบางทีตอบไม่ได้ด้วยนะ
00:04:3500:04:37แล้วเพราะว่าถ้าเราหามันไม่เจอหรือเราจับ
00:04:3700:04:40ต้องมันไม่ได้แยกมันออกจากกันไม่ได้มัน
00:04:4000:04:42เหมือนแฝดเหมือนน่ะนึกออกมั้ฮะแต่ถ้าเรา
00:04:4200:04:45แยกมันออกจากกันไม่ได้ชีวิตเราอ่ะจะช้ำ
00:04:4500:04:49ชอบอืนึกออกมั้ยคะเพราะว่ามันไปด้วยความ
00:04:4900:04:52ลุ่มหลงค่ะแต่มันไม่ใช่เป็นความรักพื้น
00:04:5200:04:55ฐานเพราะฉะนั้นความลุ่มหลงมันจางหายไปค่ะ
00:04:5500:04:58มันก็หมดไม่เหลือเลยเหลือแต่ซากปลักหัก
00:04:5800:05:01พังของหัวใจเราอค่ะนึกออกมั้คะโกรธกันไป
00:05:0100:05:04อ่าเพราะเรารักเค้าแต่เค้าลุ่มหลงเราค่ะ
00:05:0400:05:07นะฮะอย่างนี้เป็นต้นอุ๊ยน่าสนใจมากค่ะคุณ
00:05:0700:05:10ผู้ฟังอนะคะทีนี้อ่าอินโทแล้วนะให้ท่าน
00:05:1000:05:13ผู้ฟังลองดูว่าวันนี้เราคุยกันทฤษฎีแต่
00:05:1300:05:15ว่าท่านสามารถที่จะเอาไปเทียบเคียงว่า
00:05:1600:05:18ท่านกำลังรักหรือกำลังหลงหรือกำลังแค่ชอบ
00:05:1800:05:21เค้าอือนะฮะอะไรอย่างนี้เป็นต้นอ่ะเรามา
00:05:2100:05:24ลองดูนะคะอย่างแรกเลยอยากให้ท่านผู้ฟัง
00:05:2400:05:28หลับตานะฮะนึกภาพสามเหลี่ยมด้านเท่ามุม
00:05:2800:05:32เท่ากันทั้ง 3 มุมแหทฤษฎีเลขาเลยนะคะ
00:05:3200:05:35เพื่อจะพูดถึงองค์ประกอบของความรักในสาม
00:05:3500:05:38เหลี่ยมนี้ก่อนองค์ประกอบนี้จะอยู่ที่ไหน
00:05:3800:05:42อยู่ที่มุม 3 มุมของสามเหลี่ยมนะคะมุมที่
00:05:4200:05:451 นั้นเป็นองค์ประกอบที่เราเรียกกันว่า
00:05:4500:05:48ความใกล้ชิดสนิทสนมมันเป็นองค์ประกอบด้าน
00:05:4800:05:52อารมณ์ค่ะนะฮะตัวนี้จะเป็นแกนหลักที่
00:05:5200:05:54สามารถจะทำให้เป็นเริ่มต้นของความ
00:05:5400:05:58สัมพันธ์ทุกรูปแบบค่อนข้างจะคงทนนะฮะแล้ว
00:05:5800:06:02ก็มีความมั่นคงค่อนข้างสูงนะคะแล้วก็มีบท
00:06:0200:06:05บาทสำคัญในการที่จะมีความสัมพันธ์ในระยะ
00:06:0500:06:08ยาวต่อไปนั่นคือความใกล้ชิดสนิทสนมอจุด
00:06:0800:06:13เริ่มต้นจุดเริ่มต้นนะคะเ้าถึงได้บอกว่า
00:06:1300:06:16คนเราเนี่ยแต่งงานกับคนที่เป็นเริ่มต้น
00:06:1600:06:18จากคำว่าเพื่อนกันมาก่อนเนี่ยมันจะยืนยาว
00:06:1800:06:21มากที่สุดอืก็เพราะมันเป็นองค์ประกอบตัว
00:06:2100:06:24นี้แหละค่ะนะฮะออรักแท้มันจะเป็นความรู้
00:06:2400:06:27สึกดีอ่ะเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันนะคะ
00:06:2700:06:30อยากจะให้อีกฝ่ายนึงมีความสุขเราจะรู้สึก
00:06:3000:06:33ว่าเราพึ่งพากันได้นะฮะเข้าใจกันและกัน
00:06:3300:06:38ได้รู้สึกคุ้นเคยใกล้ชิดนะคะเข้าใจกันและ
00:06:3800:06:41กันอย่างลึกซึ้งนะคะเอื้ออาทรต่อกันสื่อ
00:06:4100:06:45สารกันได้ดีไว้ใจกันมันแล้วมันก็ค่อยๆ
00:06:4500:06:48เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการคบหาอุ๊ยสาม
00:06:4800:06:51เหลี่ยมมุมนี้ดีมุมนี้ดีมั้ยนะฮะเพราะ
00:06:5100:06:54ฉะนั้นเอ่อไปไหนอันตรายก็วิ่งเข้ามุมนี้
00:06:5400:06:58ก่อนเลยนะคะค่ะมามุมที่ 2 ค่ะจะมุมไหนก็
00:06:5800:07:01ได้นะฮะซ้ายหรือขวาก็ได้นะคะด้านเท่าอ่ะ
00:07:0100:07:04มุมที่ 2 เนี่ยนะคะเป็นความ
00:07:0400:07:08เสน่หานะฮะเป็นความสิเน่หาตรงกับภาษา
00:07:0800:07:11อังกฤษที่เรียกว่าแชionนี่เบอก passion
00:07:1100:07:14ต้องทำเสียงงี้ได้นะทำเสียงให้เซ็กซี่บูๆ
00:07:1400:07:16หน่อยนะคะไม่ใช่ไม่ใช่ให้ด้วยความเสน่หา
00:07:1600:07:20ใช่มั้คะอ้าอะไรทำนองนั้นนะคะตัวเนี้เป็น
00:07:2000:07:23องค์ประกอบด้านแรงจูงใจนะฮะเมื่อกี้นี้
00:07:2300:07:25เป็นองค์ประกอบด้านอารมณ์ใช่มั้ยคะอันนี้
00:07:2500:07:28ด้านแรงจูงใจซึ่งมักพบในความสัมพันธ์ใน
00:07:2900:07:32เชิงคู่รักเท่านั้นนะฮะมันจะเด่นชัดใน
00:07:3200:07:35ความทรงจำแล้วก็มีบทบาทสำคัญในความ
00:07:3500:07:40สัมพันธ์ระยะสั้นอืนึกถึงอะไรคะ one
00:07:4100:07:45night stand อ่าอ่าเจอปุ๊บแลกเบอร์ปั๊บ
00:07:4500:07:46ขึ้นเตียง
00:07:4600:07:51ปึ๊บนะคะเป็นความต้องการทางเพศค่ะอยาก
00:07:5100:07:54สัมผัสอยากสัมผัสทางกายเอ่อมันจะมีความ
00:07:5400:07:58รู้สึกลุ่มหลงในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนะ
00:07:5800:08:00คะหรือบุคลิกของอีกฝ่ายนึงนะฮะที่ทำให้
00:08:0000:08:04เกิดความรู้สึกเร่าร้อนนะฮะในความ
00:08:0400:08:07สัมพันธ์นั้นๆนะฮะมันก็เกิดจากแรงขับภาย
00:08:0800:08:10ในของเราในระบบของร่างกายเราเนี่ยแหละค่ะ
00:08:1000:08:14เป็นความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทางสรีระนะคะ
00:08:1400:08:17ทำให้เกิดความรู้สึกดึงดูดทางเพศนะฮะเช่น
00:08:1700:08:20มีความพึงพอใจในรูปลักษณ์รูปรสกลิ่นเสียง
00:08:2000:08:23ของของเค้าเนี่ยนะคะหรือก็จริตกิริยาของ
00:08:2300:08:26อีกฝ่ายนึงนะคะหรือเสน่ห์อื่นๆเช่นบางคน
00:08:2600:08:30เนี่ยเสียงมีเสน่ห์หรือท่าช้ยชายตาหรือ
00:08:3000:08:33ท่าเดินเยื้องย่างนัสโบกยักคิ้วขึ้นยัก
00:08:3300:08:37คิ้วลงอะไรอย่างเงี้ยนะคะก็ทำให้กับมันก็
00:08:3700:08:40จะมีบวกกับความรู้สึกโรแมนติกไปด้วยคือมี
00:08:4000:08:43จริตนั่นเองใช่แล้วเาค้าก็จะเรียกไอ้ตัว
00:08:4300:08:48ความรู้สึกนี้ว่ารักแรกพบศพตาอืจริงๆมัน
00:08:4800:08:52เป็นความเสน่หานะฮะหรือเป็นความเค้าเรียก
00:08:5200:08:55อะไรภาษาง่ายๆคือความใคร่นั่นแหละแตะตัว
00:08:5500:08:59ไม่ได้พาเ้าห้องตลอดอ่าอะไรอย่างเงี้ยนะ
00:08:5900:09:02ฮะแต่ตรงเนี้ยมันก็เป็นจุดที่ทำให้คนอยาก
00:09:0200:09:04จะแต่งงานกันถูกมั้ยคะเพราะมันเร่าร้อน
00:09:0400:09:07มันมันดึงดูดมันแบบแล้วก็แล้วก็สมัยก่อน
00:09:0700:09:10เนี่ยเราไม่ได้ขึ้นเตียงกันง่ายๆนะฮจะ
00:09:1000:09:13ต้องไปสู่ขอต่อพ่อแม่อะไรอย่างเงี้ยอ่า
00:09:1300:09:15เพราะฉะนั้นมันก็เลยมันก็เลยเป็นเรื่อง
00:09:1500:09:17ของการที่เราจะนำไปสู่การแต่งงานได้
00:09:1800:09:22เหมือนกันถูกมั้อ๋อค่ะอมุมที่ 3 ค่ะมุม
00:09:2200:09:24ที่ 3 เนี่ยเราเรียกว่าความผูกมัดเป็น
00:09:2400:09:27องค์ประกอบด้านความคิดเป็นความผันแปรใน
00:09:2700:09:30แต่ละช่วงของอายุแล้วก็มีผลต่อความรู้สึก
00:09:3000:09:33เจ็บปวดหรือเอ่อการควบคุมตัวเองของคนแต่
00:09:3300:09:37ละคนด้วยนั่นก็คืออะไรคะมันเป็นความรู้
00:09:3700:09:40สึกตกลงปลงใจแล้วว่าคนๆเนี้ยฉันอยากจะ
00:09:4000:09:44ตื่นมาแล้วเห็นหน้าคนๆเนี้ยเป็นคนแรกนะฮะ
00:09:4400:09:47อยากจะอยู่เคียงข้างกับคนๆนี้ไปตลอดอะไร
00:09:4700:09:49เงี้ยนะฮะแต่ไม่ได้แคร์นะคะว่าอยู่ด้วย
00:09:4900:09:52กันแล้วจะมีความสุขมั้ยนึกออกมั้ยคะเพียง
00:09:5200:09:54แต่ว่าอยากจะรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้
00:09:5400:09:57มากๆนี่คือความผูกมัดเพราะฉะนั้นบางคน
00:09:5700:10:01เนี่ยจึงตัดสินใจที่จะมั่นหมายตัดสินใจ
00:10:0100:10:04ที่จะแต่งงานตัดสินใจที่จะให้สังคมรับรู้
00:10:0400:10:07ว่าฉันเป็นแฟนกันเหมือนกับอยากประกาศตัว
00:10:0700:10:10ว่านี่แฟนฉันนะอะไรอย่างเงี้ยนะฮะมันเป็น
00:10:1000:10:12ข้อผูกมัดทางสังคมค่ะตามยุคตามสมัยเนาะ
00:10:1300:10:15อย่างที่บอกว่าถ้าเป็นสมัยจันทร์วิภา
00:10:1500:10:18เนี่ยก็จะต้องสู่ขอต่อพ่อแม่แต่งงานมีการ
00:10:1800:10:19มั่น
00:10:1900:10:22แต่ณบัดนาวมันไม่ใช่แค่บอกโซเชียลว่านี่
00:10:2200:10:27แฟนฉันนะนี่คนของฉันนะนี่ขอโทษนะคะขอใช้
00:10:2700:10:29คำว่านี่ผัวฉันนะนี่เมียฉันนะอะไรอย่าง
00:10:2900:10:31เงี้ยแสดงความเป็นเจ้าของใช่เป็นเจ้าของ
00:10:3100:10:34นะฮะแล้วก็วัยเนี่ยมันจะทำให้เรารับรู้
00:10:3400:10:37ความพันธะความผูกพันที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น
00:10:3700:10:39เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆนะคะเมื่อมี
00:10:3900:10:41ความสนิทสนมกันมากขึ้นมันก็อาจจะเปลี่ยน
00:10:4100:10:44ระดับของความสุขความพอใจในแต่ละช่วงของ
00:10:4400:10:48เวลาไม่ได้อยู่นิรันดร์การค่ะไม่ใช่ไม่
00:10:4800:10:50ว่าตอนนี้อยากจะมีความสัมพันธที่ดีแล้ว
00:10:5000:10:52มันจะดีไปตลอดกาลเหมือนกับที่พูดตอนแรก
00:10:5200:10:54อ่ะไม่ได้เกี่ยวกับการที่จะอยู่ด้วยกัน
00:10:5400:10:57อย่างมีความสุขมั้ยแต่ตอนเมันอยากได้อ่ะ
00:10:5700:11:00ออนึกออกมั้ฮะมันอยากได้อยากเป็นเจ้าของ
00:11:0000:11:04อยากจับจองนะฮะนี่คือ 3 มุมของสามเหลี่ยม
00:11:0400:11:08ซึ่งนั่นคือองค์ประกอบนะคะจากองค์ประกอบ 3
00:11:0800:11:10มุมเนี่ยค่ะมันนำมาสู่ความรักได้ถึง 8
00:11:1000:11:14รูปแบบด้วยกันอ่าทีนี้ล่ะท่านผู้ฟังต้อง
00:11:1400:11:18ค่อยๆแยกแยะนะคะอ่าพร้อมแล้วนึกทราบต่อไป
00:11:1900:11:22ว่าความรักแบบที่ 1 เนี่ยค่ะคือความรัก
00:11:2200:11:25ที่อยู่นอกสามเหลี่ยมนี้เลยอืนะคะไม่มี
00:11:2500:11:28องค์ประกอบทั้ง 3 ตัวเลยค่ะนะฮะเป็นความ
00:11:2800:11:31รักแบบที่เราเรียกว่ามันไม่มีความรักเกิด
00:11:3100:11:34ขึ้นเลยอ่ะนะฮะคือไม่มีองค์ประกอบทั้ง 3
00:11:3400:11:36ตัวนี่ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลใน
00:11:3600:11:39ชั่วระยะเวลาใดเวลาหนึ่งก็คือบุคคลที่ไม่
00:11:3900:11:43มีความรักอ่ะนี่คือแบบที่ 1 ไม่มีความรัก
00:11:4300:11:46ไม่มีความรักเลย No love เลยแบบนั้น
00:11:4600:11:50นะอยู่นอกสามเหลี่ยมไปเลยแบบที่ 1 อ่ะพอ
00:11:5000:11:53แบบที่ 2 นั้นเริ่มเข้ามาในสามเหลี่ยมและ
00:11:5300:11:58นะคะก็คือความรักแบบที่อยู่ตรงกับองค์
00:11:5800:12:01ประกอบที่ 1 เลยก็คือความรักที่มีแต่ความ
00:12:0100:12:05ใกล้ชิดเท่านั้นนะคะนั่นก็คือเกิดเป็น
00:12:0500:12:08ความรู้สึกสนิทสนมที่เราเรียกว่าความชอบ
00:12:0800:12:12ค่ะเช่นรู้สึกรักเพื่อนนะฮะเอ่อหรือคนรู้
00:12:1200:12:15จักคนข้างบ้านชอบอ่ะคนเนี้ย
00:12:1500:12:20ดูดีอ่ะนะฮะนิสัยดีอ่ะนะฮะอันเนี้ยก็คือ
00:12:2000:12:22ความรักรูปแบบที่อยู่ตรงกับองค์ประกอบที่
00:12:2200:12:251 เลยก็คือเป็นเรื่องของความชอบที่ตรง
00:12:2500:12:28กับองค์ประกอบในเรื่องของความใกล้ชิดถูก
00:12:2800:12:31มั้ยคะค่ะความรักแบบที่ 3 นะคะเป็นความ
00:12:3200:12:35รักแบบหลงใหลความรักแบบหลงใหลเนี่ยนะคะก็
00:12:3500:12:41จะตรงกับองค์ประกอบที่เสิเนหาเลยออ่าที่ 2
00:12:4100:12:44เลยก็คือความรักแบบแพชชั่นเนี่ยมันก็เป็น
00:12:4400:12:47ความหลงไหลนะฮะประกอบด้วยเสน่หาอย่าง
00:12:4700:12:51เดียวเลยซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อยมากนะคะแล้ว
00:12:5100:12:54ก็เป็นเอ่อทำนองที่พูดอ่ะค่ะคือรักแรกพบ
00:12:5400:12:57เจอคนนี้ปั๊บรักเลยนะฮะเอ่อจารวิภาอยู่
00:12:5700:13:00กับลูกศิษย์หนุ่มๆผู้ชายเนี่ยเวลาเราไปดู
00:13:0000:13:03งานขนาดนั่งอยู่บนรถบาสเ่ะเห็นสาวเดิน
00:13:0300:13:06อยู่ข้างถนนแม่ๆคนเนี้ยจองเลยแม่ไปมั่น
00:13:0600:13:09ให้หนูเลยอะไรอย่างเงี้ยนะคะมันก็เป็น
00:13:0900:13:12ความอะไรของเด็กหนุ่มอ่ะนะที่เขาเห็นปั๊บ
00:13:1200:13:14เก็รักปุ๊บอะไรอย่างเงี้ยนี่คือความรู้
00:13:1400:13:18สึกแบบนี้แบบหลงนะคะอความรักแบบต่อไปค่ะ
00:13:1800:13:21เป็นความรักที่มีองค์ประกอบอยู่ที่ความ
00:13:2100:13:23ผูกมัดเพียงอย่างเดียวเราเรียกว่าเป็น
00:13:2300:13:28ความรักแบบใช้คำว่าอะไรดีอ่ะว่างเปล่านะ
00:13:2800:13:31ฮะนั่นก็หมายความว่ายังไงเช่นถูกจับแต่ง
00:13:3100:13:34งานแบบคลุมถุงชนนึกออกมั้ยคะอืเอ่อ
00:13:3400:13:37อันเนี้ยจะตรงกับความผูกมัดเลยองค์ประกอบ
00:13:3700:13:40ของความผูกมัดเลยค่ะก็คือว่าไม่ได้รู้จัก
00:13:4100:13:43กันมาก่อนไม่ได้มีความสัมพันธ์กันมาก่อน
00:13:4300:13:46แต่ว่าพ่อแม่เห็นว่าดีเอาเลยนะฮะจับคู่
00:13:4600:13:49กันให้เลยนะคะก็เพียงแต่คน 2 คนมาอยู่
00:13:4900:13:52ด้วยกันด้วยอะไรอ่ะคะด้วยความผูกมัดใน
00:13:5200:13:56คอนitionต่างๆนะฮะเช่นอันนี้อาจจะตกลงกัน
00:13:5600:13:58ไว้พ่อแม่ตกลงเอาลูกมาขัดดอกอะไรอย่าง
00:13:5800:14:01เงี้ก็แล้วแต่นะก็ไม่รู้สินะคะสมัยนี้ยัง
00:14:0200:14:05มีมั้ยอ่ะขัดดอกอ่ะนะคะอะไรทำนองนั้นน่ะ
00:14:0500:14:07ค่ะความรักต่อไปอันนี้เป็นแบบผสมและเมื่อ
00:14:0800:14:11กี้นี้ตรงอุตรงกับองค์ประกอบถูกมั้ยคะตอน
00:14:1100:14:13นี้เป็นแบบผสมและความรักแบบต่อไปก็คือ
00:14:1300:14:16ความรักแบบโรแมนติกอืความรักแบบโรแมนติก
00:14:1600:14:20เนี่ยนะคะขาข้างนึงก็คือด้านนึงก็จะเป็น
00:14:2000:14:23ในเรื่องของความรักแบบความใกล้ชิดบวกกับ
00:14:2300:14:27ความรักแบบเสิเน่หาค่ะนึกออกมั้ฮะจะอยู่
00:14:2700:14:29ระหว่าง 2 มุมเนี่ย 2 องค์ประกอบเนี่ยนะ
00:14:2900:14:33คะเมื่อรู้จักกันใกล้ชิดกันจนเกิดความรู้
00:14:3300:14:36สึกตื่นตัวทางร่างกายนะฮะอยากอยู่ใกล้ชิด
00:14:3600:14:39กันอยากสัมผัสอยากแตะเนื้อต้องตัวอยาก
00:14:3900:14:42ถ่ายทอดความรู้สึกระหว่างกันโดยยังไม่มี
00:14:4200:14:47พันธะผูกพันค่ะไม่มีการผูกมัดโอเข้าใจยัง
00:14:4700:14:50เป็นความรักแบบโรแมนติกออเค้าทนได้ด้วย
00:14:5000:14:53หรอที่จะไม่ต้องมีความผูกพันพันธะทางร่าง
00:14:5300:14:57กายไม่Noๆๆๆๆพันธะทางร่างกายสิคะเ้ามี
00:14:5700:15:02แชionไงอ่าเ้ามีความเสิเน่หาไงแต่ไม่ได้
00:15:0200:15:04ผูกมัดคือไม่ต้องมั่นกันไม่ต้องแต่งกัน
00:15:0400:15:08เข้าใจยังได้อ่าๆๆไปอยู่ด้วยกันก่อนอ่า
00:15:0800:15:11แต่ไม่มีพันธะผูกมัดเราใช้คำว่าอย่างนั้น
00:15:1100:15:14แต่ว่ามีความใกล้ชิดที่สนิทสนมอยากมีความ
00:15:1400:15:17สัมพันธ์ทางกายนึกออกมั้ยแต่ไม่มีข้อ
00:15:1700:15:21คitionว่ามีอะไรกันแล้วต้องแต่งเห็นมั้ย
00:15:2100:15:24คะอ่าความรักแบบต่อไปเป็นความรักแบบ
00:15:2400:15:28มิตรภาพนะคะก็เป็นความรักที่อยู่ระหว่าง
00:15:2800:15:31ความใกล้ชิดกับความผูกมัดเห็นได้ยังอัน
00:15:3100:15:33นี้ไม่มีเรื่องเซ็ก์แล้วนะเป็นความใกล้
00:15:3300:15:36ชิดกับความผูกมัดอันเนี้ยจะเป็นความ
00:15:3600:15:39สัมพันธ์ที่มักจะเกิดขึ้นในระยะยาวเช่น
00:15:3900:15:42ความรักแบบเพื่อนเห็นยังคะแต่ไม่เข้ามา
00:15:4200:15:46เกี่ยวนะความรักแบบเอ่อหรือคู่ที่แต่งงาน
00:15:4600:15:49กันนะคะแล้วก็ใช้ชีวิตร่วมกันมานานบางคู่
00:15:4900:15:52ก็จะเป็นแบบนี้นะคะก็คืออยู่กันมาจนไอ้
00:15:5200:15:55ความรักแบบเสิเนหาน่ะมันกลายเป็นความรัก
00:15:5500:15:58แบบผูกพันไปแล้วมิตรภาพไปแล้วอ๋องั้นแสดง
00:15:5800:16:01ว่ามันไม่ได้บอกว่ามันจะตายตัวตามนี้แต่
00:16:0100:16:04เพียงแค่ว่าในระยะเวลาทำให้ใช่ค่ะก็อย่าง
00:16:0400:16:06ที่เราบอกกันเสมอเลยว่าความรักเนี่ยมัน
00:16:0600:16:09ไม่มีจีรังยั่งยืนมันจะเปลี่ยนรูปแบบของ
00:16:0900:16:12มันไปเรื่อยๆนะคะเหมือนที่เราบอกว่าก่อน
00:16:1200:16:15แต่งงานเนี่ยเราก็อาจจะเป็นความรักแบบ
00:16:1500:16:18โรแมนติกเนาะแล้วพอแต่งงานเสร็จแล้วเนี่ย
00:16:1800:16:21มันก็จะความรักแบบหวานชื่นแบบนั้นน่ะมัน
00:16:2100:16:23จะค่อยๆหายไปแต่มันจะเกิดความรักชนิดใหม่
00:16:2300:16:26ขึ้นมาก็คือความรักแบบมิตรภาพหรือplทonic
00:16:2600:16:29love จำได้มั้ยคะที่เราเคยพูดถึงกันค่ะ
00:16:2900:16:32ความรักไม่มีการอยู่กับที่มันจะเปลี่ยน
00:16:3200:16:35รูปแบบไปเรื่อยๆอ๋อแสดงว่าเราก็คงคาดหวัง
00:16:3500:16:37กับเรื่องความรักไม่ได้ใช่มันเป็นไปตาม
00:16:3700:16:41วัยแล้วก็ตามสถานการณ์อย่างเช่นตอนที่
00:16:4100:16:43ความรักมันสุกงอมหอมหวานที่สุดเนี่ยก็คือ
00:16:4300:16:46ก่อนแต่งงานค่ะโดยทั่วไปนะคะพอหลังแต่ง
00:16:4600:16:49งานแล้วเนี่ยความรักแบบหวานชืมจะลดลงไป
00:16:4900:16:52เรื่อยๆมันจะมีความรักแบบใหม่ผุขึ้นมา
00:16:5200:16:56เสมอนะคะเป็นเคิฟที่ขึ้นลงไปตลอดล่ะค่ะ
00:16:5600:17:00ค่ะความรักแบบต่อไปค่ะเราเรียกว่าความรัก
00:17:0000:17:02แบบไร้
00:17:0200:17:05สตินะคะเป็นความรักที่มีองค์ประกอบ 2
00:17:0500:17:08ด้านคือด้านนึงคือความเสน่หากับอีกด้าน
00:17:0800:17:12นึงคือความผูกมัดอ่านะคะโดยที่บุคคลเนี้ย
00:17:1200:17:15มักจะพบรักแล้วก็ผูกพันกันอย่างรวดเร็ว
00:17:1500:17:18แต่มักจบเร็วด้วยอนะฮะอย่างเคยได้ยินมั้ย
00:17:1800:17:22คะเอ่อกฎหมายที่ที่อเมริกาเงี้ยเจอกัน
00:17:2200:17:24ปุ๊บไปแต่งงานกันที่เวกัสเพราะว่าที่
00:17:2400:17:27เวกัสนี่ไม่แคร์ใครจะแต่งกับใครก็ได้เป็น
00:17:2700:17:30อิสระนะคะเพราะฉะนั้นแต่งงานเสร็จแล้ว
00:17:3000:17:33อย่าแล้ววันรุ่งขึ้นนึกออกมั้ยคะเพราะ
00:17:3300:17:35ฉะนั้นเนี่ยมันเป็นความเสน่หาบวกกับอยาก
00:17:3500:17:39จะมีการผูกมัดอ่ะเออไม่อยากให้เธอเป็นของ
00:17:3900:17:41ใครอะไรอย่างเงี้
00:17:4100:17:45ประนะฮะหรือคนที่บ้านเราก็ประเภทเอ่อจะ
00:17:4500:17:48ใช้คำว่าอะไรอ่ะเจอปุ๊บแต่งเลยโดยที่ยัง
00:17:4800:17:51ไม่ได้ศึกษากันและกันเลยว่านิสัยใจคอเป็น
00:17:5100:17:54อย่างไรนะฮะแล้วเราก็จะคล้ายๆแบบนี้ขึ้น
00:17:5500:17:58มาขึ้นเรื่อยๆอ่ะนะฮะบ้านเราอ่ะมีเคสแบบ
00:17:5800:18:00นี้อ่าเพราะว่าบ้านเราเนี่ยเมื่อก่อน
00:18:0000:18:03เนี้ยมันจะมีอะไรก็ต้องมาให้พ่อแม่ช่วยดู
00:18:0300:18:05ผู้ใหญ่ช่วยดูว่าดีมั้ยอะไรมั้ยแต่เดี๋ยว
00:18:0600:18:08นี้ไม่ไค่ะบางคนเนี่ยลุ่มหลงไปเสียเงิน
00:18:0800:18:11เสียทองไปตั้งเท่าไหร่ล่ะค่ะเสียเป็นแสน
00:18:1100:18:14แขนก็ไม่ได้จับโอ๊ยอันนี้ก็เยอะเลยนะใช่
00:18:1400:18:17มั้คะนะฮะเงี้ยเราเรียกว่าความรักแบบไร้
00:18:1700:18:20สติบางคนเวงเล็บให้ด้วยว่าสติไม่ใช่สติ
00:18:2000:18:24ธรรมดาสติปัญญาเ้าบอกอย่างงี้นะคะก็คือ
00:18:2400:18:27ถูกหลอกถูกอะไรอย่างเงี้ยค่ะนะฮะเพราะว่า
00:18:2700:18:30เค้าหลอกให้เหมือนกับว่าผูกมัดแต่จริงๆ
00:18:3000:18:34แล้วเราไม่ได้เป็นฝ่ายมัดเค้านะเค้าแหละ
00:18:3400:18:37เออหลอกนะคะและความรักแบบที่ 8 ที่เกิด
00:18:3700:18:39จากสามเหลี่ยมนี้ก็คือเเรียกว่าความรัก
00:18:3900:18:43แบบสมบูรณ์แบบนะคะก็คือความรักที่อยู่ตรง
00:18:4300:18:46กลางของสามเหลี่ยมเลยมีทั้งองค์ประกอบ
00:18:4600:18:49ทั้ง 3 ส่วนมีทั้งความใกล้ชิดมีทั้ง
00:18:4900:18:53เสน่หาแล้วก็มีทั้งความผูกมัดอือฮึนะคะ
00:18:5300:18:56เป็นเป็นรักที่ใครๆก็ปรารถนาอยากจะได้แบบ
00:18:5600:18:59นี้แหละนะฮะแต่ก็ยากที่จะเกิดขึ้นแล้วก็
00:18:5900:19:03รักษาให้คงสภาพไว้ได้เนี่ยจะขึ้นอยู่กับ
00:19:0300:19:05อะไรขึ้นอยู่กับรูปแบบของความสัมพันธ์
00:19:0500:19:09แล้วก็สถานการณ์ด้วยนะฮะของคู่นั้นๆเนี่ย
00:19:0900:19:11กับสิ่งแวดล้อมของความสัมพันธ์ระหว่าง
00:19:1100:19:14ทั้ง 2 คนค่ะแต่อย่าลืมว่าไม่มีใครหรอก
00:19:1400:19:18ค่ะที่ความรักจะสมบูรณ์แบบแล้วก็ตลอดกา
00:19:1800:19:21นึกออกมั้ยคะมันอาจจะสมบูรณ์แบบณจุดๆนึง
00:19:2100:19:23เช่นตอนช่วงที่กำลังจะแต่งงานอย่างที่บอก
00:19:2300:19:26แต่เสร็จแล้วเวลามันก็จะเปลี่ยนแปลงไปนะ
00:19:2600:19:29คะซึ่งจันทวิภาอยากจะบอกท่านผู้ฟังว่า
00:19:2900:19:32ความรักทั้ง 8 แบบเนี่ยนะคะแล้วเราจะบอก
00:19:3200:19:35ว่าเราอยากจะมีความรักที่เพเฟคหรือ
00:19:3500:19:38สมบูรณ์แบบที่ 8 เนี่ยไปตลอดเนี่ยนะคะไม่
00:19:3800:19:42จำเป็นค่ะนะฮะเพราะความรักที่ดีในตอน
00:19:4200:19:44เนี้ยไม่ได้จำเป็นจะต้องประกอบด้วยทั้ง 3
00:19:4400:19:47องค์ประกอบนะคะแต่ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งขาด
00:19:4700:19:52บกพร่องไปนะคะเราต้องค่อยๆเติมนะคะค่อยๆ
00:19:5200:19:57แก้ไขก็ยังไม่สายนะฮะการพูดคุยเปิดใจกัน
00:19:5700:20:00ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้เกิดความใกล้ชิด
00:20:0000:20:02เสนมให้มากขึ้นนะฮะมันก็จะช่วยปรับ
00:20:0200:20:06เปลี่ยนในเรื่องที่มันแก้ไขได้เช่นในกรณี
00:20:0600:20:08ของคู่สามีภรรยา
00:20:0800:20:11ที่มีความรักแบบสมบูรณ์แบบในตอนแรกเสร็จ
00:20:1100:20:14แล้วมันก็ค่อยๆกลายบิ่นมั่งขาดมั่งแหว่ง
00:20:1400:20:18มั่งนะคะความใกล้ชิดสนิทสนมมันค่อยๆหายไป
00:20:1800:20:21แล้วก็แก้ไขค่ะนะฮะโดยทำกิจกรรมร่วมกัน
00:20:2100:20:24หรืออะไรร่วมกันหรือมีปัญหาเรื่องบนเตียง
00:20:2400:20:27นะคะด้วยวัยด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่มันทำให้
00:20:2700:20:29เราไม่เหมือนตอนที่เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว
00:20:2900:20:32เราก็มาคุยกันเรามาปรับเปลี่ยนเลือกบน
00:20:3200:20:34เตียงกันว่าทำยังไงจะแก้ไขได้ทำยังไงจะ
00:20:3400:20:39ช่วยเหลือกันได้นะคะแล้วแล้วก็ร่วมมือกัน
00:20:3900:20:41นะคะเพราะฉะนั้นความรักที่ดีกับความรัก
00:20:4100:20:45ที่สมบูรณ์แบบเนี่ยไม่เหมือนกันอืนะคะรัก
00:20:4500:20:49แบบไหนเนี่ยถ้าหากว่าเราทั้ง 2 ฝ่ายพอใจ
00:20:4900:20:52ค่ะไม่ว่าจะเป็นแบบใดแบบหนึ่งนะคะเราก็
00:20:5200:20:54สามารถแล้วเราก็ไม่ไม่ได้ทำให้ใครเดือด
00:20:5400:20:57ร้อนเราก็มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขกับความ
00:20:5700:21:00รักแบบไหนก็ได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้อง
00:21:0000:21:02เปลี่ยนแปลงให้มันเป็นความรักที่สมบูรณ์
00:21:0200:21:05แบบเสมอไปนึกออกมั้ยคะอาจารย์นิภากตัว
00:21:0500:21:06อย่าง
00:21:0600:21:10เช่นสมมุตินะคะว่าสามีเนี่ยมีปัญหาใน
00:21:1000:21:13เรื่องสุขภาพนะคะอ่าเอาเป็นว่าต้องพิการ
00:21:1400:21:16ล่ะต้องอยู่บนรถเข็นนะคะแล้วสามีบางคนก็
00:21:1600:21:19มีความรู้สึกว่าตัวเองผิดอยากจะหย่าขาด
00:21:1900:21:22กับภรรยาเพื่อที่ให้ภรรยาไปมีคนใหม่ที่
00:21:2200:21:26เขาสมบูรณ์กับตัวเองนะคะแต่ปรากฏว่าภรรยา
00:21:2600:21:29เ้าไม่ได้แคร์ตรงนั้นนึกออกมั้ยคะเค้าไม่
00:21:2900:21:31ได้แคร์อย่างที่สามีคิดว่าเขาจะแคร์
00:21:3100:21:34เรื่องเซ็ก์ค่ะแต่เค้าแคร์กับการที่เขา
00:21:3400:21:36ได้อยู่กับใครสักคนที่ที่เค้ารักแล้วก็
00:21:3600:21:40อยากจะทำอะไรให้กับคนที่เค้ารักเค้าก็
00:21:4000:21:42แฮปปี้และอืออือนะฮะเพราะฉะนั้นเป็นความ
00:21:4200:21:44คิดที่ต่างกันทั้ง 2 ฝ่ายถ้าเอาความคิด
00:21:4400:21:48ทั้ง 2 ฝ่ายมาจูนกันนะฮะแล้วให้สามีเข้า
00:21:4800:21:50ใจว่าเค้าไม่ได้บกพร่องในสิ่งที่ภรรยา
00:21:5000:21:53ต้องการเลยค่ะเพราะสิ่งที่เขาคิดว่าภรรยา
00:21:5300:21:56ต้องการนั้นภรรยาไม่ได้ต้องการอืแต่เค้า
00:21:5600:21:59ต้องการความใกล้ชิดสนิทสนมกับสามีมากกว่า
00:21:5900:22:02ค่ะนึกออกมั้ยคะเพราะฉะนั้นตรงเนี้ยค่ะ
00:22:0200:22:05ถึงได้บอกว่าอย่าคิดว่าแหมทำไมฉันฉันจะ
00:22:0500:22:07ต้องมีความรักแบบสมบูรณ์แบบให้ได้มันจะนำ
00:22:0700:22:11ฉันไปสู่ความสำเร็จในชีวิตคู่ไม่จริงค่ะ
00:22:1100:22:13บอกแล้วมันจะแหว่งมันจะวิ่นมันจะเป็นแบบ
00:22:1300:22:16ไหนก็ตามเราต้องแก้ไขและเติมเต็มมันเท่า
00:22:1600:22:20นั้นเองอืค่ะมันดูเหมือนจะเหมือนจะง่ายใน
00:22:2000:22:22การที่จะมาเติมเต็มหรือว่ากลับมาในสูตร
00:22:2200:22:25ของความที่เราจะสมบูรณ์แบบมากที่สุดบางคน
00:22:2500:22:27คาดหวังอย่างเงี้ค่ะอาจารย์ว่าชีวิตคู่
00:22:2700:22:31ของฉันเนี่ยจะต้องเพเฟคค่ะดีที่สุดในสาย
00:22:3100:22:36ตาคนอื่นๆแต่ความพยายามน้ำมันเยอะเกินไป
00:22:3600:22:39มันก็จะเหนื่อยได้เหมือนกันในในบางทีอาจ
00:22:3900:22:42จะไม่ต้องสมบูรณ์แบบ 100% ก็ได้ค่ะซักแบบ
00:22:4200:22:4670 80% มันก็ดีกว่าที่จะไม่มีหรือว่า
00:22:4600:22:48มันมีน้อยกว่า 50% ในความสมมุติแบบนั้น
00:22:4800:22:52ค่ะใช่ค่ะอืแต่ละคนก็มีความสมบูรณ์แล้วพอ
00:22:5300:22:56คุณสุรีพรพูดว่าอยากให้สมบูรณ์แบบในสายตา
00:22:5600:23:00คนอื่นอาจารย์วิภาขอแก้เถอะค่ะว่าอย่าทำ
00:23:0000:23:03เพื่อคนอื่นค่ะทำเพื่อตัวเราเองให้มัน
00:23:0300:23:06สมบูรณ์หรือมีความสุขในสายตาของเราเองและ
00:23:0600:23:08คู่ของเราและครอบครัวของเราไม่ต้องไปแคร์
00:23:0800:23:11คนรอบข้างอินเนอร์มันจะออกมาเลยใช่มั้คะ
00:23:1100:23:13แบบอินเนอร์จะออกเอ้ยฉันครอบครัวเรามี
00:23:1400:23:15ความสุขอ่ะอะไรอย่างี้ใช่ค่ะมันจะออกมา
00:23:1600:23:18จากสายตาเป็นประกายอย่างเด็กๆเงี้ยนะคะ
00:23:1800:23:22เอาง่ายๆเลยถามเด็กด้วยคำถามว่าเออคุณพ่อ
00:23:2200:23:25คุณแม่รักหนูมั้ยคะเนี่ยโอพอเตาเป็น
00:23:2500:23:28ประกายแล้วเตอบมาว่ารักค่ะอะไรอย่างเงี้ย
00:23:2800:23:31นะฮะกับเด็กอีกคนนึงเนี่ยพอจะได้พาถามว่า
00:23:3100:23:34คุณพ่อคุณแม่รักหนูมั้ยลูกตามันมองมองมา
00:23:3400:23:37แบบคิดนานกว่าจะตอบได้ว่ารักไม่รักแล้วตา
00:23:3700:23:41มันก็ไม่เป็นประกายบางคนตาเศร้าตาหมอง
00:23:4100:23:43ด้วยซ้ำไปมันสะท้อนออกมาได้หมดเลยค่ะว่า
00:23:4300:23:46เด็กคนเนี้ยพื้นฐานเป็นไงนะบางคนนี่คิด
00:23:4600:23:49นานมากเลยว่ารักไม่รักแล้วก็มาบอกว่ารัก
00:23:4900:23:51ค่ะ
00:23:5100:23:53แต่จริงๆเก็ยังสงสัยว่าพ่อแม่รักเค้าหรือ
00:23:5300:23:57เปล่าเออเห็นมั้ยคะมันต่างกันเพราะฉะนั้น
00:23:5700:24:00ในแง่ของพฤติกรรมศาสตร์เนี่ยมันจะมองได้
00:24:0000:24:03หมดว่าไม่ว่าสิ่งที่แสดงออกหรือการกระทำ
00:24:0300:24:05หรืออะไรพวกเนี้ยค่ะมันสะท้อนอะไรได้มาก
00:24:0500:24:10มายอืแววตานี่เห็นชัดดีนะคะนะคะก็ลองดู
00:24:1000:24:13แล้วกันค่ะคุณผู้ฟังว่าอยู่ในทฤษฎีความ
00:24:1300:24:16รักในสามเหลี่ยมนี้เนี่ยอยู่ในอันไหนนะคะ
00:24:1600:24:18แล้วก็อ่าทุกอย่างอาจารย์บอกแล้วว่ามัน
00:24:1800:24:21ปรับมันเปลี่ยนมันได้มันทำให้เกิดความ
00:24:2100:24:24สมบูรณ์ได้ทุกอย่างมันก็ยังอยู่ในสาม
00:24:2400:24:25เหลี่ยมนี่แหละมันจะหมุนวนไปทางไหนแค่
00:24:2500:24:28นั้นเองนะคะเอาให้เหมาะสมกับคู่ของเราก็
00:24:2800:24:30แล้วกันขอบคุณอาจารย์ค่ะสวัสดีค่ะยินดี
00:24:3000:24:34ค่ะเอาล่ะค่ะก็หมดเวลาแล้วค่ะคุณผู้ฟังพบ
00:24:3400:24:36กันใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอทาง Thai
00:24:3600:24:39PBS Podcast นะคะวันนี้ลาไปก่อนสวัสดี
00:24:3900:24:43ค่ะ This is Thai PBS Podcast การ
00:24:4300:24:45ร้องไห้เสียน้ำตาช่วยระบายความเศร้าหมอง
00:24:4500:24:47ได้แต่ทำไมบางคนแม้อยู่ในความเศร้าแต่
00:24:4700:24:50ร้องไม่ออกและอธิบายปัญหาไม่ได้ดร.สุวุฒิ
00:24:5100:24:54วงทังงสวัสดิ์นักจิตวิทยาการปรึกษามาเล่า
00:24:5400:24:57ให้ฟังครับจริงๆเศร้าแต่ร้องไม่ออกเนี่ย
00:24:5700:24:59มันอาจจะเศร้าคนละโทนก็ได้เนาะแต่ต้องบอก
00:24:5900:25:01ว่าการที่ร้องไม่ออกมันอาจจะเป็นไปได้จาก
00:25:0100:25:04การที่ตัวเราอยู่ในบริบทที่ไม่สะดวกที่จะ
00:25:0400:25:08ร้องเช่นตัวเราจะต้องอยู่ในสังคมอยู่ใน
00:25:0800:25:11แวดวงอยู่ในสถานการณ์ที่แบบมีผู้คนมากมาย
00:25:1100:25:13มีสิ่งที่เราต้องจัดการคือแต่ละคนจะเค้า
00:25:1300:25:15เรียกว่าตัดสินการร้องไห้ว่าบวกว่าลบไม่
00:25:1600:25:18เหมือนกันเช่นคนบางคนอาจจะบอกว่าการร้อง
00:25:1800:25:20ไห้ไม่จำเป็นเลยมันคนอ่อนแอเท่านั้นถึงจะ
00:25:2100:25:24ร้องไห้อืหรือร้องไห้ตอนนี้แล้วแม่จะสงบ
00:25:2400:25:26สุขได้ยังไงหรือร้องไห้แบบนี้เฮ้ยมันดู
00:25:2600:25:28น่าอายว่าเป็นคนอ่อนแออันเนี้ต้องบอกว่า
00:25:2800:25:31แต่ละคนจะมีการตีความการตัดสินว่าการร้อง
00:25:3100:25:43ไห้คือ
00:25:4300:25:46อะไรสภาวะในจิตใจที่สะสมไว้มากกว่าเหมือน
00:25:4600:25:48น้ำมันว่ามันเกิดกัดหนองเกิดความอะไรบาง
00:25:4900:25:51อย่างขึ้นมาในจิตใจเนาะแทนที่มันจะได้เอา
00:25:5100:25:54ออกแล้วจะได้ล้างชำระล้างอือมันกลายเป็น
00:25:5400:25:56ว่ามันก็หมกอยู่ข้างในเพราะงั้นเรื่องพวก
00:25:5600:25:59เนี้ยจะร้องหรือไม่ร้องผมว่าขึ้นกับตัว
00:25:5900:26:01บุคคลคนนั้นเขามองว่าวิธีไหนเป็นมิตรกับ
00:26:0100:26:03เขาหรือเป็นประโยชน์กับเขามากกว่ากันซึ่ง
00:26:0300:26:05เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกอย่างเดียวเรา
00:26:0500:26:06สามารถรู้สึกทั้ง 2 อย่างพร้อมกันได้
00:26:0600:26:08เพราะในการรับรู้ของเราอ่ะครับเรามอง
00:26:0900:26:10ชีวิตเป็นหลายมิติอยู่แล้วเราไม่สามารถ
00:26:1000:26:13เลือกรับรู้แค่มิติเดียวได้แต่เรารับรู้
00:26:1300:26:15ทุกๆมิติพร้อมๆกันเพราะงั้นเราสามารถ
00:26:1500:26:17อนุญาตให้ตัวเองเศร้าไปพร้อมกับการยินดี
00:26:1700:26:20ได้แต่การยินดีไม่ใช่การสะใจนะบางครั้ง
00:26:2000:26:22การร้องไห้อาจจะถูกตัดสินว่าเป็นเรื่อง
00:26:2200:26:24ของเด็กเป็นเรื่องของผู้หญิงเป็นเรื่อง
00:26:2400:26:26ของความอ่อนแอเพราะงั้นถ้าเราเป็นบุรุษ
00:26:2600:26:29เพศเราควรจะปฏิบัติตัวให้สมกับเป็นบุรุษ
00:26:2900:26:31เพศห้ามร้องไห้อันนี้อาจจะเป็นเรื่องค่า
00:26:3100:26:33นิยมกับอันที่ 2 แยกต่างหากนะไม่เกี่ยว
00:26:3300:26:36กับค่านิยมและเกี่ยวข้องกับความดิ้นรนบีบ
00:26:3600:26:38คั้นของชีวิตที่บางทีผู้ชายคนเนี้ยอาจจะ
00:26:3800:26:41ต้องเป็นพี่ใหญ่ในบ้านหรือเป็นคนที่ต้อง
00:26:4100:26:43แบกรับอะไรบางอย่างมันเลยเกิดคำพูดที่บอก
00:26:4300:26:46ว่าเป็นผู้ชายห้ามร้องไห้อันเนี้ยจะไม่
00:26:4600:26:48ใช่เรื่องค่านิยมแต่เป็นการพูดเพราะว่า
00:26:4800:26:52ถ้าเอ็งมัวแต่ร้องไห้เอ็งดูแลใครไม่ได้นะ
00:26:5200:26:53เพราะงั้นเอ็งอย่าร้องไห้เพราะมันเสีย
00:26:5300:26:55เวลาแล้วมันไม่จำเป็นมันเลยเป็นคำพูดเชิง
00:26:5500:26:57อ้อมขึ้นมาที่ไม่ตรงไปตรงมาว่าถ้าเอ็งมด
00:26:5700:26:59แต่ร้องไห้เอ็งทำดูแลใครไม่ได้แต่มันกลาย
00:26:5900:27:01เป็นว่าประโยคมันถูกผันเป็นว่าลูกผู้ชาย
00:27:0100:27:03ห้ามร้องไห้มันเป็นภาษาที่แบบไม่ได้ตรงไป
00:27:0300:27:07ตรงมาแต่อาจจะถูกใช้ด้วยวัตถุประสงค์
00:27:0700:27:08อย่างนั้นสุขทุกข์เนาะเป็นเรื่องที่มัน
00:27:0800:27:11ผ่านเวียนวนมาชั่วคราวทั้งนั้นแหละแต่ว่า
00:27:1100:27:14ชั่วคราวเนี้ยจะยาวจะสั้นบางทีขึ้นกับการ
00:27:1400:27:16ทำความเข้าใจปัญหาชีวิตด้วยนะถ้าเราไม่ทำ
00:27:1600:27:18ความเข้าใจปัญหาชีวิตให้ดีบางทีเราจะต้อง
00:27:1800:27:20เจอความเศร้าซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ถ้าเกิดเข้า
00:27:2000:27:22ใจว่าอ๋อสาเหตุต้นเหตุที่ทำให้เกิดความ
00:27:2200:27:25เศร้าความทุกข์นี้เกิดจากอะไรแล้วเรา
00:27:2500:27:26เริ่มรู้วิธีตัดนะครับแพทเทิร์นมันจะไม่
00:27:2700:27:29เกิดซ้ำแล้วเราจะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้
00:27:2900:27:32หรือรู้สึกมานั่งเศร้าร้องไม่ออกอีก
00:27:3200:27:34[เพลง]
00:27:3400:27:38This is Thai PBS Podcast
00:27:3800:27:41ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:27:4100:27:44ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:27:4500:27:47thapodcast.com แอปพลิเคช Thai PBBS
00:27:4700:27:50Podcast รวมถึงฟังผ่าน podcast ช่องทาง
00:27:5000:27:55อื่นๆ Spotify YouTube Apple Podcast
00:27:5500:27:57และ Soundcloud เอ้า
00:27:5700:28:00[เพลง]