- คำถาม:
- เราสามารถหาโปรไบโอติกได้จากอาหารประเภทใดบ้างในชีวิตประจำวัน?
- คำตอบ:
- โปรไบโอติกสามารถพบได้ในอาหารที่หมักหรือแปรรูปหลายชนิด เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ยาคู กิมจิ เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น มิโซะ แตงกวาดอง คอมบูชะ (ชาหมัก) ถั่วเน่า (ทน่า) ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองภาคเหนือของไทย และเม้ (tempeh) ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของอินโดนีเซียที่ทำจากถั่วเหลืองหมักกับเชื้อราจนกลายเป็นก้อน อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งโปรไบโอติกธรรมชาติที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาดหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป
MED CMU ฟัง for health EP. 184 "โพรไบโอติก” มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ?
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:03:34ตามธรรมชาติหรือเปล่าคะคุณเคนก็จริงๆแล้ว
00:03:38ครับมันอยู่ในอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง
00:03:41ครับค่ะอาหารที่เรารับประทานในทุกวันทุก
00:03:44มื้อนี่มีเหรอคะถ้าให้ยกตัวอย่างนะครับ
00:03:47กลุ่มแรกเลยนะครับก็จะมีในตัวของนม
00:03:50เปรี้ยวครับโยเกิร์ตหรือว่ายาคูครับคุ้น
00:03:54เคยดีนะคุ้นเคยดีนะครับถัดมาครับก็จะเป็น
00:03:57กลุ่มของอาหารที่เป็นอาหารหมักดองแปรรูป
00:04:00ครับอ่ายกตัวอย่างเช่นเนาะเ่อทุกคนอาจจะ
00:04:04เคยทานกันมาบ้างแล้วก็จะเป็นพวกกิมจิครับ
00:04:07เต้าเจี้ยวญี่ปุ่นนะครับหรือว่ามิโซะนะ
00:04:10ครับแล้วก็พวกแตงกวาดองครับถัดมาครับก็จะ
00:04:13เป็นพวกคอมบูชะครับอันนี้เป็นชาหมักครับ
00:04:17ที่เราเห็นขายเป็นขวดๆเหมือนเป็นน้ำชาเนะ
00:04:19ใช่ครับใช่ครับปัจจุบันมีักออกมาวางขาย
00:04:22ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปแล้วเรียบร้อยครับ
00:04:25ถัดมาครับฟุนฟ้าก็จะมีพวกของทน่าครับซึ่ง
00:04:28เป็นอาหารของล้านนาภาคเหนือของเราครับอคน
00:04:31เหนือคุ้นเคยดีเลยนะคในวน่านี่เองมี
00:04:33โปรไบโอติกสูงใช่ครับใช่ครับในรน่าครับก็
00:04:37จะเป็นกลุ่มของพวกบาซิลัสครับบาซิลัสคือ
00:04:41เชื้อโปรไบโอติกครับที่มีชีวิตอยู่ที่
00:04:43อยู่ในทน่าครับค่ะซึ่งจริงๆแล้วอ่ะครับ
00:04:46ถั่วเน่าของบ้านเราอ่ะครับก็จะเทียบเท่า
00:04:49กับนัตโตะครับของญี่ปุ่นใช่เป็นถั่วเน่า
00:04:52แบบญี่ปุ่นเหมือนกันครับไม่ว่าจะเป็นของ
00:04:54ร้านนาทางเหนือเราหรือว่านัโตะเองเนี่ย
00:04:57ทั้ง 2 ตัวเนี้ยมีคุณค่าพอๆกันใช่ครับก็
00:05:00เป็นเชื้อตัวเดียวกันครับเป็นกลุ่มของ
00:05:02บาซิลัสเช่นกันครับส่วนคุณค่าทางโภชนาการ
00:05:05นะครับจริงๆแล้วเนื่องจากว่าวัตถุดิบเนาะ
00:05:08ตั้งต้นเป็นถั่วเหลืองเหมือนกันครับเอ่อ
00:05:11ดังนั้นคุณค่าทางโภชนาการสารอาหารหลักอ่ะ
00:05:15ครับก็จะมีใกล้เคียงกันอ่ะเราอาจจะไม่
00:05:17คุ้นเคยกับการกินนัตโตะแต่เราคุ้นเคยกับ
00:05:19อ่าถั่วเน่าก็ได้เช่นกันใช่ครับใช่ครับ
00:05:23ถัดมาครับอีกตัวนึงน่าจะเป็นกระแสในเมื่อ
00:05:25เร็วๆนี้เนาะก็จะเป็นตัว tempe ครับเม้
00:05:28ฮิตมากๆในกลุ่มของคนรักสุขภาพนะคะใช่ครับ
00:05:31จริงๆแล้วเม้ครับอันนี้แอบให้ความรู้ไว้
00:05:34นิดนึงเนาะเม้อ่ะครับจริงๆแล้วเป็นอาหาร
00:05:37พื้นเมืองของชาวอินโดนีเซียนะครับอืใช่
00:05:41ซึ่งกรรมวิธีอ่ะครับก็จะใช้ถั่วเหลืองมา
00:05:43หมักกับเชื้อราสายพันธุ์หนึ่งครับจนเกิด
00:05:45เป็นเส้นใยช่วยให้ถั่วยืดติดกันเป็นก้อน
00:05:49ครับค่ะซึ่งเม้อ่ะครับถ้าเป็นชาวพื้น
00:05:52เมืองของอินโดนีเซียครับก็จะมีมานานมาก
00:05:55กว่า 200 ปีแล้วนะครับโอ้โหคือทานกันมา
00:05:58นานแล้วนะคะใช่ครับในกลุ่มของคนไทยเราเอง
00:06:01ก็อาจจะเพิ่งจะคุ้นเคยกับคันนี้คุ้นเคย
00:06:03กันเมื่อไม่นานมานี้เมื่อไม่นานมานี้ใช่
00:06:05ค่ะเมื่อสักครู่เราได้พูดถึงหลายกลุ่มเลย
00:06:08นะคะทั้งผักดองเองก็มีเช่นกันในถั่วเน่า
00:06:11ก็มีนะคะก็ยังมีกลุ่มของเต้าเจี้ยวครับ
00:06:14คุณฟ้าอ่าซึ่งตัวเต้าเจี้ยวอ่ะครับจริงๆ
00:06:18แล้วเนี่ยก็เป็นการหมักครับโดยการใช้ถั่ว
00:06:22เหลืองนะครับไปต้มหรือว่านึ่งจนสุกเสร็จ
00:06:25แล้วก็จะปล่อยทิ้งไว้รอจนเย็นครับแล้วก็
00:06:28จะผสมกับหัวเชื้อและแป้งสาลีครับอ่าแล้ว
00:06:32ก็จะมีการบ่มทิ้งไว้เนาะเป็นระยะเวลา
00:06:36ประมาณ 2-3 เดือนครับอ่าซึ่งตัว
00:06:39เต้าเจี้ยวเนี่ยจริงๆแล้วก็เป็นส่วนที่
00:06:42เหลือของกากถั่วเหลืองจากการกรรมวิธีการ
00:06:45ผลิตซีอิ๊วค่ะที่ได้ยินมาทั้งหมดเนี่ยที่
00:06:49นักชนาการได้พูดเนี่ยมันใกล้ตัวเราเหมือน
00:06:51กันนะคะหลายๆเมนูเนี่ยเราทานกันอยู่แล้ว
00:06:54แต่ไม่ได้รู้ว่าเอ๊ะมีคุณค่าทางสารอาหาร
00:06:57ตัวนี้ด้วยหรอแต่พอได้มาฟังนักโภชนาการ
00:07:00ให้ข้อมูลวันเนี้ยยิ่งชัดเจนว่าในอาหาร
00:07:03เหล่านี้ที่เรารับประทานเนี่ยมี
00:07:05โปรไบโอติกอยู่นะใช่ครับคุณเคนคะพูดถึง
00:07:09โพรไบโอติกเนี่ยเหมาะกับใครบ้างคะสำหรับ
00:07:12โพรไบโอติกนะครับก็เหมาะสำหรับผู้ที่รัก
00:07:16สุขภาพทั่วไปเลยครับคุณฟ้าแต่อาจจะต้อง
00:07:19จำกัดครับอ่าในกลุ่มที่มีโรคประจำตัวเนาะ
00:07:22ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มที่มีความดันโลหิตสูง
00:07:25ครับอ่าซึ่งอาหารโปรไบโอติกอ่ะครับเป็น
00:07:28process Food เนาะที่อาจจะมีเกลือ
00:07:30โซเดียมแฝงมาได้ครับดังนั้นอาจจะต้องมี
00:07:33การจำกัดปริมาณของการรับประทานครับใน 1
00:07:35วัน 1 หน่วยบริโภคควรจะทานเท่าไหร่ครับ
00:07:38เบื้องต้นนะครับอาจจะต้องมีการอ่านฉลาก
00:07:41โภชนาการของผลิตภัณฑ์ข้างขวดข้างกระป๋อง
00:07:44ครับอ่าว่าสังเกตเนาะว่ามี 1 หน่วยบริโภค
00:07:49เนี่ยมีเกลือโซเดียมหรือว่าปริมาณโซเดียม
00:07:52เนี่ยเกิน 2,000 มิลลิกรัมอืต่อ 1 หน่วย
00:07:55บริโภคหรือไม่ครับหรือง่ายสุดเลยนะครับ
00:07:59อาจจะต้องให้สังเกตว่ามีปริมาณของโซเดียม
00:08:04เนี่ยยิ่งน้อยยิ่งดีครับเรารู้แล้วหล่ะ
00:08:07ว่าของหมากนองในบางชนิดเนี่ยมีโปรไบโอติก
00:08:11แต่ก็ต้องระวังโซเดียมที่มาแสงคู่ด้วย
00:08:14อย่างที่นักโภชนาการได้ย้ำเตือนนะคะผู้
00:08:16ฟังท่านไหนที่ชื่นชอบทานอยู่แล้วในเรื่อง
00:08:19ของพวกของหมักดองหรือว่าชาต่างๆเนี่ยที่
00:08:23ได้พูดถึงมาก็อย่าลืมในเรื่องของการทาน
00:08:26อย่างเหมาะสมในแต่ละวันด้วยไม่ใช่ว่าทาน
00:08:28ทุกมื้อนะมื้อมื้อนึงเยอะๆอย่างงี้ก็มี
00:08:30อันตรายต่อร่างกายได้เช่นกันใช่ครับเพราะ
00:08:33ฉะนั้นนะคะคุณเคนทะเราฟังแบบนี้ก็เหมือน
00:08:36โอติแบบธรรมชาติเองเนี่ยเราก็พบได้ทั่วๆ
00:08:39ไปก็สำหรับโปรไบโอติกอครับธรรมชาติแล้ว
00:08:43เนี่ยสามารถพบเจอได้จากอาหารทั่วไปใน
00:08:47ชีวิตประจำวันครับซึ่งอาหารบางชนิดนั้น
00:08:49น่ะสามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดหรือ
00:08:52ว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไปได้ไม่ว่าจะเป็น
00:08:54โยเกิร์ตกิมจิอะไรที่คุณเคนได้พูดมาหลายๆ
00:08:58อย่างนะคะเต้าจี้เปรี้ยวโยเกิร์ตกับนม
00:09:01เปรี้ยวตรงนี้เชื่อว่าทุกคนเนี่ยคุ้นเคย
00:09:03อย่างมากแล้วอาจจะทานวันนึงเนี่ยในปริมาณ
00:09:06ที่ไม่น้อยเลยมีอะไรที่น่าหัวงมคะครับอาจ
00:09:08จะต้องดูที่ฉลากโภชนาการครับหรือสังเกต