00:00:31 → 00:00:32สวัสดีค่า
00:00:32 → 00:00:36กลับมาพบกับเราสองคนและรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:36 → 00:00:39ช่วงเวลาพิเศษสำหรับคนรักสุขภาพ
00:00:39 → 00:00:42คนที่ดูแลตัวเองทั้งจากภายในมาสู่ภายนอก
00:00:42 → 00:00:45เราต้องทั้งสวยและเเข็งแรงใช่ไหมคุณหมอขา / ใช่
00:00:45 → 00:00:49จะไม่ยอมแก่ ไม่ยอมเจ็บ ไม่ยอมตายเลยคุณหมอคะ
00:00:49 → 00:00:50แต่ต้องดูรายการเรา
00:00:50 → 00:00:54ใช่ เพราะว่าจริงๆแล้วตอนวันเนี้ยได้ทั้งสุขภาพและทั้งความงามด้วย
00:00:54 → 00:00:58วันนี้คุณหมอจะชวนพวกเราคุยเรื่องอะไรดีคะเนี่ย
00:00:58 → 00:01:01อาทิตย์นี้เราคุยกันถึงเรื่องของเมลาโทนิน
00:01:01 → 00:01:03อาจจะคุ้นๆเคยได้ยิน
00:01:03 → 00:01:06แต่บางคนอาจจะอะไรคือเมลาโทนินคะคุณหมอขา
00:01:06 → 00:01:07วันนี้ต้องดูแล้วละ
00:01:07 → 00:01:08ใช่แล้ว
00:01:08 → 00:01:11ถ้าไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย ต้องดูรายการวันนี้
00:01:11 → 00:01:15ห้ามลุกไปไหนตอนนี้ให้โอกาสเข้าห้องน้ำได้ 2 วินาที
00:01:15 → 00:01:17มาดูนะคะ วันนี้รับรองสนุกแน่นอนนะคะ
00:01:27 → 00:01:32หมอชวนคุยช่วงที่หนึ่งค่ะวันนี้เป็นเรื่องราวที่ทุกคนต้องดู
00:01:32 → 00:01:34ถ้าคุณไม่อยากแก่
00:01:34 → 00:01:38เพราะวันนี้คุณหมอมีตัวช่วยดีๆมาช่วย นั่นก็คือ
00:01:38 → 00:01:39เมลาโทนิน
00:01:39 → 00:01:41บางคนอาจจะเคยได้ยินแต่ไม่รู้จักมันดี
00:01:41 → 00:01:44เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกันเลย
00:01:44 → 00:01:47ว่าจริงๆแล้วเจ้าเมลาโทนินมันคืออะไรคะคุณหมอคะ
00:01:47 → 00:01:48มันก็คือฮอร์โมนตัวนึง
00:01:48 → 00:01:49ฮอร์โมนตัวนึง
00:01:49 → 00:01:54ใช่ มันคือฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตมีต่อมชนิดนึงเป็นต่อมเล็กๆเท่ากับเม็ดข้าว
00:01:54 → 00:01:56เรียกว่าต่อมไพเนียล
00:01:56 → 00:01:59อยู่ที่บริเวณกึ่งกลางของสมอง
00:01:59 → 00:02:03ต่อมเล็กนิดเดียวแต่ว่ามันผลิตฮอร์โมนที่สำคัญก็คือฮอร์โมนเมลาโทนิน
00:02:04 → 00:02:08ซึ่งฮอร์โมนตัวเนี้ยบางคนเขาก็จะเรียกว่า อ๋อ นี่มันเป็นแดร็กคูล่าฮอร์โมน
00:02:08 → 00:02:09คืออะไรอะคะ
00:02:09 → 00:02:11คือกลางวันไม่มี มีแต่กลางคืน
00:02:11 → 00:02:14ปริมาณที่มันมีการผลิตสูงสุดของวันเนี่ย
00:02:14 → 00:02:20มันก็จะเริ่มประมาณสักเที่ยงคืน ตี 2 ตี 2 เป็นช่วงพีค
00:02:20 → 00:02:23ที่มันจะเริ่มมีการผลิตออกมาได้สูงสุด
00:02:23 → 00:02:267 - 8 โมงเช้าเริ่มหมดละ
00:02:26 → 00:02:28ผลิตลดลงเรื่อยๆๆ
00:02:28 → 00:02:32ฮอร์โมนตัวเนี้ยผลิตมากเวลาที่เราอายุน้อย
00:02:32 → 00:02:36จริงๆแล้วมันคล้ายๆ Growth Hormone ใช่
00:02:36 → 00:02:38คนเด็กๆเนี่ยหลับง่าย
00:02:38 → 00:02:41แต่พออายุมากขึ้นหลับยาก
00:02:41 → 00:02:43ไม่ค่อยผลิตแล้ว / ใช่
00:02:43 → 00:02:47เพราะฉะนั้นผู้สูงอายุทั้งหลายก็จะหลับยาก
00:02:47 → 00:02:50ชั่วโมงการนอนเขาก็จะสั้นลง แล้วหลับยากหลับไม่สนิท
00:02:51 → 00:02:55ถ้าเป็นเด็กเนี่ย เอาตั้งแต่ในท้องแม่เลยเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์
00:02:55 → 00:02:58เขาจะได้ฮอร์โมนตัวนี้จากแม่
00:02:58 → 00:03:05แล้วก็เขาผลิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ จนอายุประมาณสัก 1 - 3 ขวบ เขาก็ผลิตได้เยอะ
00:03:05 → 00:03:08หลังจากนั้นก็ค่อยๆลดเมื่ออายุมากขึ้น
00:03:08 → 00:03:15คือเหตุผลทำไมเขาถึงคิดว่าฮอร์โมนตัวนี้มันอาจจะเป็นฮอร์โมนต้านความชราก็ได้เหมือน Growth Hormone
00:03:17 → 00:03:19เพราะว่าเวลาคนแก่ฮอร์โมนตัวนี้น้อยลง
00:03:19 → 00:03:24นั่นแสดงว่าฮอร์โมนตัวนี้มันมีเยอะในเด็ก
00:03:24 → 00:03:28ถ้าเรามีฮอร์โมนตัวนี้เยอะก็ทำให้เรายังเด็ก
00:03:28 → 00:03:31จริงๆแล้วเนี่ยมันเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญในร่างกาย
00:03:31 → 00:03:35เพราะว่ามันเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เราหลับ ทำให้เราผ่อนคลาย
00:03:35 → 00:03:38ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายลงแล้วหลับสบายขึ้น
00:03:38 → 00:03:42คือมันจะค่อยๆลดการทำงานในร่างกายลดพลังงานลง
00:03:42 → 00:03:46ลด Metabolism เพราะฉะนั้นก็จะทำให้คนนอนหลับได้ดี
00:03:46 → 00:03:47อันนั้นเลยคือลิสต์ของมัน
00:03:47 → 00:03:48ดีจังเลยอะ / ใช่
00:03:48 → 00:03:54นั่นก็คือมันก็เลยทำให้เขามีการนำเมลาโทนินเนี่ยมารักษาคนไข้ที่มีอาการนอนไม่หลับ
00:03:54 → 00:03:56หรือเป็นกลุ่มคนที่เรียกว่านอนผิดเวลา
00:03:56 → 00:04:02อย่างเช่น ถ้าไม่เลยเที่ยงคืน ตีสองฉันจะไม่ง่วง ฉันจะไม่นอน
00:04:02 → 00:04:03จะไม่หลับ
00:04:03 → 00:04:06กลุ่มคนนี้เขามีความผิดปกติ
00:04:06 → 00:04:08ของขบวนการเฟดของการนอน
00:04:08 → 00:04:10เขาจะถูกเลื่อนออกไปผิดเวลา
00:04:10 → 00:04:13เนี่ยกลุ่มคนพวกเนี้ยก็รักษาได้ดี
00:04:13 → 00:04:15หรือกลุ่มคนที่เดินทางบ่อยๆ
00:04:15 → 00:04:18พวกนักเดินทางทั้งหลาย
00:04:18 → 00:04:20นอนไม่เป็นเวล่ำเวลา
00:04:20 → 00:04:22อาการเจ็ตแล็กเนี่ยใช้ฮอร์โมนตัวนี้รักษาได้
00:04:22 → 00:04:26หรือกลุ่มคนที่อย่างเช่นแพทย์ พยาบาล
00:04:26 → 00:04:30หรือคนที่ทำงานเป็นกะ กลุ่มคนพวกนี้ก็จะมีปัญหาเรื่องของการนอน
00:04:30 → 00:04:34งั้นก็เอาเมลาโทนินเนี่ยเอามาใช้รักษาได้
00:04:34 → 00:04:38แล้วนอกจากนี้เนี่ยก็ยังช่วยในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับอารมณ์ทั้งหลาย
00:04:38 → 00:04:40รวมถึงมันเป็นตัวที่สำคัญมากๆ
00:04:40 → 00:04:45คือเป็นตัวไปลดสารอนุมูลอิสระ ลดปฏิกิริยาออกซิเดชัน
00:04:45 → 00:04:47ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดเซลล์เสื่อม
00:04:47 → 00:04:51แล้วก็ไปลดปฏิกิริยาที่ไปทำลายพวกเยื่อหุ้มเซลล์
00:04:51 → 00:04:55เพราะเยื่อหุ้มเซลล์สำคัญมากคุณแนน ถ้าเยื่อหุ้มเซลล์มันมีปัญหาเนี่ย
00:04:55 → 00:04:57เซลล์ของระบบนั้นๆก็มีปัญหา
00:04:57 → 00:05:01เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยเมลาโทนินมันก็เป็นฮอร์โมนตัวนึงที่ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์
00:05:01 → 00:05:03ลดการอักเสบของเซลล์
00:05:04 → 00:05:07เนี่ยคือตัวกลไกที่มันชะลอแก่
00:05:07 → 00:05:10อย่างงี้เมลาโทนินมันมีกี่ชนิดคะคุณหมอขา
00:05:10 → 00:05:14คือถ้าในส่วนผลิตเองมันก็จะมีใช้รับประทาน
00:05:14 → 00:05:16ใช้อม
00:05:16 → 00:05:17อมก็มี
00:05:17 → 00:05:19อมใต้ลิ้น ใช้ทา
00:05:19 → 00:05:20ทาก็ได้
00:05:20 → 00:05:21ใช่ ใช้ฉีด
00:05:21 → 00:05:22ฉีดก็มี
00:05:22 → 00:05:23ใช่
00:05:23 → 00:05:24ว๊าย ทำไมมันเยอะอย่างนี้
00:05:24 → 00:05:27คือเขาจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มาจากธรรมชาติ
00:05:27 → 00:05:31พวกนี้นี่เอามาจากต่อมไพเนียลคือตัวสร้างของวัว
00:05:31 → 00:05:34อันนี้เขาถือว่าเป็น Natural คือมาจากธรรมชาติ
00:05:34 → 00:05:36กับอีกกลุ่มนึงก็คือกลุ่มที่สังเคราะห์
00:05:36 → 00:05:41แต่เขาพบว่าในกลุ่มที่เป็น Natural หรือมาจากธรรมชาติ บางทีบางคนแพ้ได้
00:05:41 → 00:05:45บางทีเนี่ยในช่วงนี้ที่มันมีปัญหาว่า
00:05:45 → 00:05:47วัวมีการติดเชื้อไวรัสทั้งหลาย
00:05:47 → 00:05:51มันก็เลยทำให้ตัวที่เป็น Natural หรือว่าอันเนี้ยนิยมน้อย
00:05:51 → 00:05:52เขาก็นิยมเป็นแบบสังเคราะห์
00:05:52 → 00:05:56กับอีกกลุ่มนึงคือกลุ่มที่ กลุ่มอมใต้ลิ้น
00:05:56 → 00:05:59เพราะการอมใต้ลิ้นมันจะทำให้ยาออกฤทธิ์ดี
00:05:59 → 00:06:02จริงๆพวกนี้เป็นอาหารเสริม ก็ถือว่าเป็นตัวที่ออกฤทธิ์ได้ดี
00:06:02 → 00:06:04อีกฟอร์มนึงก็คือมีการฉีด
00:06:04 → 00:06:09เพราะเขาพบว่าตัวมันเนี่ยสามารถจะเอามาใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งได้
00:06:09 → 00:06:12แล้วสามารถจะฉีดในปริมาณสูง
00:06:12 → 00:06:16ระยะนึงควบคู่กับการรักษามะเร็งที่เป็นคีโมหรือการฉายแสงปกติ
00:06:17 → 00:06:19ตอนหลังๆนี่เขามีการพูดถึงเยอะ
00:06:19 → 00:06:24เพราะเขาพบว่าเมลาโทนิน ฮอร์โมนตัวเนี้ยมันช่วย anti aging
00:06:24 → 00:06:28ช่วยลดความแก่ความเหี่ยวของผิวหนัง
00:06:28 → 00:06:31เขาก็เลยเอามาในฟอร์มทา
00:06:31 → 00:06:34เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าที่ทาได้เนี่ย
00:06:34 → 00:06:37ทำไมคนจะสงสัย ทำไมฮอร์โมนเอามาทา
00:06:37 → 00:06:39แล้วมันจะไปทำงานได้ยังไง
00:06:39 → 00:06:43เพราะว่าในผิวหนังของมนุษย์เนี่ยมีตัวรับฮอร์โมนตัวนี้
00:06:43 → 00:06:46เพราะฉะนั้นเวลาทาไปแล้วมันถึงได้ผล
00:06:46 → 00:06:49ไม่ว่าจะเป็นที่ผิวหนังหรือเป็นรูขุมขน
00:06:49 → 00:06:52มีตัวรับฮอร์โมนเมลาโทนิน
00:06:52 → 00:06:56นี่คุณผู้ชมคือวิทยาการมันล้ำหน้ามาขนาดนี้
00:06:56 → 00:07:00ไปศึกษามาจนรู้ว่าเรามีตัวรับฮอร์โมนตัวนี้
00:07:00 → 00:07:02สามารถทาเข้าไปได้
00:07:02 → 00:07:05ช่วยเรื่องความสวยความงามอีก
00:07:05 → 00:07:08โอ้โห นี่แค่สั้นๆก็น่าสนใจแล้ว
00:07:08 → 00:07:12คุณหมอเกริ่นมาคือจริงๆแล้วประโชน์ของเมลาโทนินเยอะเหลือเกินนะคะ
00:07:12 → 00:07:14เดี๋ยวช่วงหน้าเรากลับมาคุยกันต่อว่า
00:07:14 → 00:07:17ในเรื่องของการนำมาดูแลสุขภาพและความงาม
00:07:17 → 00:07:20เขานำมาใช้ยังไงและมีประโยชน์ด้านใดอีกบ้างนะคะ
00:07:20 → 00:07:21ตอนนี้พักสักครู่ก่อนค่า
00:07:36 → 00:07:39กลับมาคุยกันต่อในช่วงที่สองของหมอชวนคุยค่ะ
00:07:39 → 00:07:44ช่วงนี้ของเราสนับสนุนโดย Ortisine ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:07:44 → 00:07:46มากลับเข้ามาเรื่องของเราดีกว่า
00:07:46 → 00:07:48เรามาดูแลตัวเองกันต่อด้วยเมลาโทนิน
00:07:48 → 00:07:53จริงๆเนี่ยมันก็มีส่วนช่วยในการดูแลเรื่องของสุขภาพด้วย
00:07:53 → 00:07:57ใช่ๆ เพราะตอนต้นรายการเราคุยกันถึงเรื่องช่วยเรื่องของการนอนหลับ
00:07:57 → 00:08:00ทำให้ Sleep Cycle ของเราเนี่ยมันดีขึ้นกว่าเดิม
00:08:00 → 00:08:04การศึกษาที่เขามีมาเรื่อยๆ
00:08:04 → 00:08:08เขาก็มีการศึกษาในกลุ่มคนไข้ที่โรคมะเร็ง
00:08:08 → 00:08:13เนื่องจากว่าเรารู้ว่าตัวเมลาโทนินเนี่ยมันช่วยในเรื่องของการลดการอักเสบในร่างกาย
00:08:13 → 00:08:17มีฤทธิ์ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ
00:08:17 → 00:08:21ซึ่งเรารู้ว่าสองตัวนี้คือสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็ง
00:08:22 → 00:08:30มันก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมเขาถึงคิดว่าเมลาโทนินเนี่ยมันน่าจะเอามาใช้ในการรักษาในกลุ่มคนไข้มะเร็งได้
00:08:30 → 00:08:33ถามว่าเอามาใช้ในมะเร็งอะไรบ้าง มีตั้งแต่มะเร็งลำไส้
00:08:33 → 00:08:35มะเร็งเต้านม
00:08:35 → 00:08:38มะเร็งของไต มะเร็งของสมอง
00:08:38 → 00:08:40เยอะมากคุณแนน
00:08:40 → 00:08:43มันสามารถที่จะเอามาใช้คู่กับการรักษาปกติ
00:08:43 → 00:08:46ที่เราให้คีโมหรือที่เราให้ฉายแสง
00:08:46 → 00:08:52ไม่ได้ช่วยให้ตัวมะเร็งนั้นหายไป แต่มันช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนไข้ดีขึ้นกว่าเดิม
00:08:52 → 00:08:54ทำให้การตอบสนองดีขึ้นกว่าเดิม
00:08:54 → 00:08:57นอกเหนือจากกลุ่มของมะเร็งที่มีการศึกษาเนี่ย
00:08:57 → 00:09:00เขายังพบว่าโรคที่สำคัญที่ช่วยได้อีกอันนึง
00:09:00 → 00:09:02คือ / อัลไซเมอร์
00:09:02 → 00:09:03อ่อ ช่วยอัลไซเมอร์ด้วย
00:09:03 → 00:09:11ใช่ คือเขาพบว่าเมลาโทนินเนี่ยมันเป็นตัวที่ทำให้ช่วยในการชะลอความเสื่อมเรื่องของความจำ
00:09:11 → 00:09:14นอกจากนี้ยังมีอะไรอีก โรคของถุงน้ำดี
00:09:14 → 00:09:17มีเรื่องโรคหูดับ หูเสื่อม
00:09:17 → 00:09:19คือแบบว่าเป็นเพราะว่าโรคกลุ่มพวกนี้
00:09:19 → 00:09:22มันเป็นโรคที่เกี่ยวกับสารอนุมูลอิสระด้วย
00:09:22 → 00:09:30เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยเวลาที่เราไปทำให้การทำลายเซลล์มันน้อยลง
00:09:30 → 00:09:32มันก็จะเป็นตัวนึงที่ช่วยทำให้
00:09:32 → 00:09:34ตัวโรคหรือการควบคุมโรคเราง่ายขึ้น
00:09:34 → 00:09:38โดยเฉพาะถ้าการศึกษาใหม่ๆเนี่ย
00:09:38 → 00:09:41ช่วง 2018 2019 ปีสองปีเนี่ย
00:09:41 → 00:09:44เขาพูดถึงเมลาโทนินกับ Skin Aging
00:09:44 → 00:09:46ก็คือความเสื่อมของเซลล์ผิว
00:09:46 → 00:09:51คุณแนนรู้ไหมว่าเมลาโทนินเนี่ยสามารถเอามาใช้รักษาอาการผิวไหม้ได้
00:09:51 → 00:09:54นั้นหมายความว่าเวลาที่เซลล์มีการบาทเจ็บ
00:09:54 → 00:09:56หรือแม้กระทั่งเซลล์มีการอักเสบ
00:09:56 → 00:09:58แล้วก็จะมีตัวเข้าไปซ่อม
00:09:58 → 00:10:00เพราะมันมีพลังงานที่ดี
00:10:00 → 00:10:07ฉะนั้นเมลาโทนินเองเนี่ยเป็นส่วนประกอบอันนึงที่ช่วยในเรื่องของการซ่อมเซลล์ลดการอักเสบของเซลล์
00:10:07 → 00:10:09หรือต้านสารอนุมูลอิสระ
00:10:09 → 00:10:11ตัวที่มันไปเพิ่มมันไปซับพอร์ต
00:10:12 → 00:10:13ตัว Mitochondrion
00:10:13 → 00:10:17แล้วนอกจากนี้เนี่ยเขาพบว่าการทาแบบทานะคุณแนน
00:10:17 → 00:10:19มันมีข้อดีคือมันมีตัวรับ
00:10:19 → 00:10:24แล้วก็ตัวผิวหนังของเราเนี่ยมันสามารถที่จะรับเมลาโทนินได้ดีจากการทา
00:10:24 → 00:10:28แต่อีกคำถามนึงก็จะถามว่า เอ้ย ทำไมกินไม่ช่วยหรอ
00:10:28 → 00:10:32กินก็ช่วยแต่กว่าจะไปถึงที่ผิวเนี่ยคุณแนนเหมือนกินวิตามินซีอะ
00:10:32 → 00:10:35กว่าจะไปถึงที่ผิวเนี่ยมันก็จะเหลือน้อยนิดนึง
00:10:35 → 00:10:38การดูดซึมการไรเนี่ยมันสู้แบบ Direct
00:10:38 → 00:10:41สมมุติเราต้องการ Effect ของผิวเราก็ Direct ไปที่ผิว
00:10:41 → 00:10:43ก็จะได้ผลดีกว่า
00:10:43 → 00:10:48แล้วก็ยังพบว่ามันยังช่วยลดการระคายเคืองหรือลดผื่น
00:10:48 → 00:10:53หรือลดการอักเสบที่เป็นผิวที่เกิดจากการทำลายของแสงแดดได้ดี
00:10:53 → 00:10:57คือประโยชน์ของเมลาโทนินทั้งทางด้านสุขภาพแล้วก็ต่อผิวพรรณ
00:10:57 → 00:11:02ทีนี้ก่อนที่เราจะทั้งเลือกรับประทานหรือว่าเลือกทาเมลาโทนินเนี่ย
00:11:02 → 00:11:04มันจะต้องมีข้อควรระวังหรือว่าข้อที่เราควรรู้
00:11:04 → 00:11:06เหรียญมีสองด้าน
00:11:06 → 00:11:08มันมีข้อเสียด้วย / มีด้วยหรอคะ
00:11:08 → 00:11:10ใช่ มันมีผลข้างเคียง
00:11:10 → 00:11:14ถ้ารับประทานเนี่ยคุณแนนสามารถอาจจะมีอาการปวดศรีษะได้
00:11:14 → 00:11:18หรือบางทีเขาจะแนะนำว่าเวลาที่คุณจะต้องขับรถ
00:11:18 → 00:11:22ไม่ควรจะแบบว่าทานเสร็จแล้วไปขับรถ
00:11:22 → 00:11:26เพราะมันจะก่งก๊งค่ะคุณหมอ เวลาทานเสร็จแล้วมันจะมึนๆง่วงๆ
00:11:26 → 00:11:30ต้องหลายๆชั่วโมง ต้องเลยแบบ 4 - 6 ชั่วโมงไปแล้ว
00:11:30 → 00:11:32หรือคุณควรจะทานเวลาที่คุณจะนอนเท่านั้น
00:11:32 → 00:11:37ก็คืออาจจะมีอาการมึนงงได้ หรืออาจจะมีอาการง่วงนอนได้
00:11:37 → 00:11:41กับอันอื่นที่มีก็อาจจะมีการคลื่นไส้อาเจียน
00:11:41 → 00:11:43หรือหงุดหงิด
00:11:43 → 00:11:47ก็ได้เหมือนกัน หรืออาจจะไปทำให้อาการซึมเศร้าแย่ลงก็ได้
00:11:48 → 00:11:53นอกจากนี้แล้วเนี่ยคุณแนนเวลาที่เรารับประทานเมลาโทนินต้องดูว่าเราทานยาอะไรอยู่
00:11:53 → 00:11:57เนื่องจากว่ามันสามารถที่จะไปมีปฏิกิริยากับยาที่รับประทาน
00:11:57 → 00:12:01ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราทานยาที่ลดการแข็งตัวของเลือด
00:12:01 → 00:12:04หรือเราอาจจะไปทานสมุนไพรบางอย่าง
00:12:04 → 00:12:08มันอาจจะไปเพิ่มทำให้เรามีเลือดออกง่ายขึ้น
00:12:08 → 00:12:10เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยก็ต้องระวัง
00:12:10 → 00:12:14หรือแม้กระทั่งในกลุ่มคนไข้ที่รับประทานยากันชัก
00:12:14 → 00:12:17ตัวเมลาโทนินเองก็ไปมีผลต่อยากันชัก
00:12:17 → 00:12:19อาจจะทำให้ชักง่ายขึ้น
00:12:19 → 00:12:24หรือถ้าเรามีความดันสูงอยู่ รับประทานยาลดความดันมันอาจจะทำให้ยาลดความดันออกฤทธิ์น้อยลง
00:12:24 → 00:12:26แล้วก็อาจจะมีปัญหาความดันสูงได้
00:12:27 → 00:12:32ยากลุ่มอื่นๆเช่น ยากดระบบประสาท หรือแม้กระทั่งยาเบาหวาน
00:12:32 → 00:12:37ยาเบาหวานก็อาจจะทำให้เรามีปัญหาน้ำตาลสูงขึ้น
00:12:37 → 00:12:42ถ้าอย่างนั้นเนี่ยก่อนที่จะรับประทานเมลาโทนินเราก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนใช่ไหมคะคุณหมอ / ใช่
00:12:42 → 00:12:46เพราะมันต้องดูหลายอย่างคุณแนน ว่าหนึ่งเรารับประทานยาอะไรอยู่หรือเปล่า
00:12:46 → 00:12:49สองเรามีโรคประจำตัวอยู่หรือไม่
00:12:49 → 00:12:51สามควรจะรับประทานขนาดเท่าไหร่
00:12:51 → 00:12:52อ่า อันนี้สำคัญ
00:12:52 → 00:12:56นอกจากนี้แล้วเนี่ยคุณอาจจะเลือกรับประทานอาหาร
00:12:56 → 00:13:02ที่มีสาร amino acid หรือสารตัวสร้างของเมลาโทนินก็ได้
00:13:02 → 00:13:07มันก็เป็นทางเลือกอีกทางนึงถ้าฉันไม่อยากจะรับประทานอันเนี่ย ไม่อยากรับประทานฮอร์โมน
00:13:07 → 00:13:09ฉันจะรับประทานมาจากไหน
00:13:09 → 00:13:11อาหาร มันมีอาหารบางประเภท
00:13:11 → 00:13:13คุณแนนเคยได้ยินไหมกินกล้วยแล้วหลับดีขึ้น
00:13:13 → 00:13:14เคยได้ยิน
00:13:14 → 00:13:17ใช่ เพราะกล้วยเนี่ยมี tryptophan
00:13:17 → 00:13:19คือนอกจากจะช่วยเรื่องนี้แล้วนะ
00:13:19 → 00:13:21มันจะไปช่วยเรื่องของฮอร์โมนตัวอื่นๆอีก
00:13:21 → 00:13:24ช่วยเรื่องของการซึมเศร้า ช่วยทำให้ Mood อารมณ์เราดีขึ้น
00:13:24 → 00:13:28กล้วย สัปปะรด
00:13:28 → 00:13:31อันนี้แบบบ้านเรากินอยู่ตลอดเวลา ส้ม
00:13:31 → 00:13:34นะคะ หรือว่ามะเขือเทศ
00:13:34 → 00:13:38หรือกลุ่มพวก Cherry ทั้งหลาย หรือถั่ว
00:13:38 → 00:13:42ในกลุ่มพวกนี้ก็จะเป็นตัวที่ช่วยในเรื่องของการสร้างเมลาโทนินให้เยอะขึ้น
00:13:42 → 00:13:46ก็ถือว่าเป็นอาหารที่มีตัวช่วยในการสร้างเมลาโทนิน
00:13:46 → 00:13:48ทานอาหารเป็นยา
00:13:48 → 00:13:51ต้องศึกษาให้ดีนะคะ
00:13:51 → 00:13:56วันนี้ฟังคุณหมอเล่าเรื่องประโยชน์ของเมลาโทนินไม่ว่าจะต่อสุขภาพหรือว่าความงาม
00:13:56 → 00:13:58คุณผู้ชมหลายคนก็แบบ อุ๊ย สนใจอะ
00:13:58 → 00:14:00แล้วฉันเป็นคนสุขภาพแข็งแรงไม่มีข้อจำกัด
00:14:00 → 00:14:03ฉันอยากกิน ฉันอยากทาบ้าง
00:14:03 → 00:14:05เมืองไทยไม่มีขายนะคะคุณหมอ
00:14:05 → 00:14:08คุณผู้ชมเอาจริงๆเมืองไทยไม่มีขาย
00:14:08 → 00:14:12ต้องไปซื้อเมืองนอกนะ เมืองนอกนี่เดินเข้าไปตามร้านขายยาซื้อได้เลย
00:14:12 → 00:14:14แสดงว่ามันไม่อันตรายสิคะถึงแบบซื้อได้
00:14:14 → 00:14:18จริงๆแล้วเนี่ยเขาก็จะมีขนาดในปริมาณที่น้อยๆ
00:14:18 → 00:14:21คือถ้าคุณจะรับประทานในการรักษาโรคเนี่ยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์
00:14:21 → 00:14:24ค่ะ วันนี้หมดเวลาแล้ว
00:14:24 → 00:14:26ขอบคุณสำหรับการเติมความสดชื่นในทุกสัปดาห์
00:14:26 → 00:14:28กับดอกไม้สวยๆจาก Kapsule Florist ด้วยนะคะ
00:14:28 → 00:14:32สามารถเลือกสั่งได้ในทุกๆโอกาสเลยนะคะ
00:14:32 → 00:14:37แล้วเป็นดอกไม้ที่ทำครั้งเดียวอยู่ได้ตลอดชีวิตคงทนถาวรคุณขา
00:14:37 → 00:14:40ไม่ซีด ไม่เน่า ไม่เหี่ยว มันดีตรงนี้นะคะ
00:14:40 → 00:14:43ติดต่อไปคอนแทคขึ้นให้หน้าจอเรียบร้อยแล้วนะคะ
00:14:43 → 00:14:48วันนี้หมดเวลาแล้วครั้งหน้ากลับมาติดตามกันใหม่กับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:14:48 → 00:14:50คุณหมอและแนนลาไปก่อนสวัสดีค่ะ