00:00:00 → 00:00:03หลายคนคิดว่าเดินเยอะๆก็พอเลือดจะได้ไหล
00:00:03 → 00:00:06เวียนดีแต่ในความเป็นจริงอาการเท้าเย็น
00:00:06 → 00:00:09ปลายมือชาที่คุณหรือคนในบ้านรู้สึกอยู่
00:00:09 → 00:00:12บ่อยๆมันอาจเป็นสัญญาณเงียบว่าเลือดไปไม่
00:00:12 → 00:00:16ถึงปลายทางและที่หลายคนไม่เคยรู้เลยคือ
00:00:16 → 00:00:19อาหารบางอย่างที่อยู่ในครัวใกล้ตัวกลับมี
00:00:19 → 00:00:21ผลต่อหลอดเลือดมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ
00:00:21 → 00:00:25มากบางคนแค่เริ่มจากอาหารธรรมดา 1 อย่าง
00:00:25 → 00:00:28สุขภาพหลอดเลือดก็ค่อยๆกลับมาดีขึ้นแบบ
00:00:28 → 00:00:29ชัดเจน
00:00:29 → 00:00:33วันนี้เราจะพาคุณไปดู 5 อาหารธรรมชาติ
00:00:33 → 00:00:36เรียงจากที่คนมักมองข้ามไปจนถึงตัวที่
00:00:36 → 00:00:38สามารถเปลี่ยนระบบไหลเวียนของคุณได้แม้
00:00:38 → 00:00:42อายุมากขึ้นทุกปีแต่ร่างกายคุณยังฟื้นตัว
00:00:42 → 00:00:46ได้ถ้าเริ่มให้ถูกจุดตั้งแต่ตอนนี้
00:00:46 → 00:00:48กระเทียมสดเป็นของที่คนไทยแทบทุกบ้านมี
00:00:48 → 00:00:51ติดกลัวแต่คุณอาจจะไม่เคยรู้เลยว่าแค่
00:00:52 → 00:00:54กระเทียมเล็กๆนี้กลับมีผลกับหลอดเลือดของ
00:00:54 → 00:00:57เรามากกว่าที่คิดไว้เยอะมากในกลุ่มผู้สูง
00:00:57 → 00:01:00อายุที่เริ่มมีอาการการเท้าชามือเย็นหรือ
00:01:00 → 00:01:03แม้แต่ความดันขึ้นๆลงๆโดยไม่ทราบสาเหตุ
00:01:03 → 00:01:06หลายคนไม่รู้ว่านี่อาจเกี่ยวข้องกับการ
00:01:06 → 00:01:09ที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปถึงปลายทาง
00:01:09 → 00:01:12ได้ดีพอสิ่งที่ทำให้กระเทียมโดดเด่นคือ
00:01:12 → 00:01:15สารชื่อว่าอลิซินซึ่งจะออกฤทธิ์ได้จริงก็
00:01:15 → 00:01:18ต่อเมื่อเรับหรือปลดกระเทียมแล้วปล่อยให้
00:01:18 → 00:01:21มันสัมผัสอากาศอย่างน้อย 10 นาทีกระบวน
00:01:21 → 00:01:24การนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไนเตรริก
00:01:24 → 00:01:26ออกไซด์สารที่ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่น
00:01:26 → 00:01:29และขยายตัวดีขึ้นเมื่อหลอดเลือดเปิดกว้าง
00:01:29 → 00:01:32การไหลเวียนเลือดก็จะลื่นความดันก็จะ
00:01:32 → 00:01:35เริ่มนิ่งลงและอาการปลายมือปลายเท้าที่
00:01:35 → 00:01:39เคยเย็นหรือชาก็ค่อยๆหายไปลองนึกภาพหลอด
00:01:39 → 00:01:42เลือดเหมือนท่อน้ำในบ้านถ้าตะกรัเกาะเยอะ
00:01:42 → 00:01:45น้ำก็ไหลไม่สะดวกกระเทียมสดนี่แหละเปรียบ
00:01:45 → 00:01:47เหมือนการล้างท่อให้เลือดในร่างกายกลับมา
00:01:47 → 00:01:50ไหลได้เต็มที่อีกครั้ง
00:01:50 → 00:01:53มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่ศึกษาผู้สูง
00:01:53 → 00:01:55อายุโดยให้กลุ่มทดลองกินสารสกัดจาก
00:01:55 → 00:01:58กระเทียมในขณะเทียบเท่ากระเทียมสดวันละ 2
00:01:58 → 00:02:01กลีบพบว่าความดันลดลงเฉลี่ยประมาณ 10-15
00:02:02 → 00:02:06มม.ปลอดภายในเวลาแค่ 8 สัปดาห์ในสังคมไทย
00:02:06 → 00:02:08เองก็มีการใช้กระเทียมในแพทย์แผนไทยมานาน
00:02:08 → 00:02:11โดยเชื่อว่าช่วยขับลมแก้หนาวในปลายมือ
00:02:12 → 00:02:14ปลายเท้าแต่สิ่งที่เรารู้เพิ่มเติมในวัน
00:02:14 → 00:02:17นี้คือมันไม่ได้แค่ช่วยแก้หนาวแต่มันช่วย
00:02:17 → 00:02:20เปิดทางเลือดให้กลับมาทำงานได้เต็มที่
00:02:20 → 00:02:22ยิ่งถ้าคุณเริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่แสดง
00:02:22 → 00:02:25อาการกระเทียมสดก็ถือเป็นทางป้องกันที่
00:02:25 → 00:02:28เรียบง่ายแต่ได้ผลสิ่งที่ต้องรู้คือต้อง
00:02:28 → 00:02:31เป็นกระเทียมสดเท่านั้นกระเทียมที่ผ่าน
00:02:31 → 00:02:34การทอดผัดหรือผ่านความร้อนสูงจะทำให้สาร
00:02:34 → 00:02:37อลีซินถูกทำลายไปเกือบหมดวิธีที่ดีที่สุด
00:02:37 → 00:02:40คือสับกระเทียมสดทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
00:02:40 → 00:02:43แล้วตักมากินพร้อมข้าวหรือน้ำพริกก็ได้
00:02:43 → 00:02:46เริ่มจากวันเว้นวันก็พอไม่ต้องกินทุกวัน
00:02:46 → 00:02:49แต่ต้องทำให้สม่ำเสมอถ้าคุณไม่ชอบกลิ่น
00:02:49 → 00:02:52กระเทียมดิบอาจกินคู่กับโยเกิร์ตหรือดื่ม
00:02:52 → 00:02:54น้ำมะนาวตามหลังช่วยลดกลิ่นและช่วยการดูด
00:02:54 → 00:02:58ซึมด้วยถ้ากระเทียมทำได้ขนาดนี้คุณอาจจะ
00:02:58 → 00:03:00เริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่าสิ่งที่อยู่ใน
00:03:00 → 00:03:04ลำดับที่ 4 จะมีพลังขนาดไหน
00:03:04 → 00:03:07ขิงเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวไทยมานานไม่
00:03:07 → 00:03:11ว่าจะใส่แกงต้มยำหรือต้มน้ำดื่มแต่หลายคน
00:03:11 → 00:03:14อาจจะไม่เคยรู้เลยว่าขิงมีผลโดยตรงต่อ
00:03:14 → 00:03:17ระบบการไหลเวียนเลือดของเราโดยเฉพาะในผู้
00:03:17 → 00:03:19สูงวัยที่เริ่มมีอาการปลายมือปลายเท้า
00:03:19 → 00:03:23เย็นหรือบางคนรู้สึกว่าลุกขึ้นแล้วหน้า
00:03:23 → 00:03:26มืดง่ายเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันสิ่งเหล่า
00:03:26 → 00:03:29นี้คือสัญญาณของการไหลเวียนที่เริ่มถดถอย
00:03:29 → 00:03:32สารสำคัญในขิงที่ทำงานหลักๆคือจินเจerอล
00:03:32 → 00:03:36และโชกอสารเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
00:03:36 → 00:03:38และช่วยขยายหลอดเลือดทำให้เลือดเคลื่อน
00:03:38 → 00:03:42ไหวได้สะดวกมากขึ้นงานวิจัยบางชิ้นในต่าง
00:03:42 → 00:03:45ประเทศพบว่าการเสริมขิงในกลุ่มอาสาสมัคร
00:03:45 → 00:03:48สูงวัยทำให้การไหลเวียนที่ปลายเท้าดีขึ้น
00:03:48 → 00:03:51ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้อมูลนี้ยืนยันสิ่ง
00:03:52 → 00:03:55ที่คนไทยโบราณใช้กันอยู่แล้วเช่นการต้ม
00:03:55 → 00:03:58ขิงดื่มเพื่อแก้หนาวแก้มือเท้าเย็นมันไม่
00:03:58 → 00:04:01ใช่แค่ภูมิปัญญาพื้นบ้านแต่มีรากฐานทาง
00:04:01 → 00:04:05วิทยาศาสตร์รองรับลองจินตนาการว่าหลอด
00:04:05 → 00:04:08เลือดของคุณเป็นเหมือนถนนในเมืองถ้ารถติด
00:04:08 → 00:04:11หรือถนนแคบเลือดก็ไปไม่ถึงปลายทางขิง
00:04:11 → 00:04:14เปรียบเหมือนเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเปิดถนน
00:04:14 → 00:04:17ตัดสิ่งกีดขวางทำให้การจราจรกลับมาไหล
00:04:17 → 00:04:20ลื่นอีกครั้งโดยเฉพาะบริเวณเส้นเลือดฝอย
00:04:20 → 00:04:23ที่ปลายมือปลายเท้าที่มักเป็นจุดแรกๆที่
00:04:23 → 00:04:27เริ่มแสดงอาการเมื่อระบบไหลเวียนมีปัญหา
00:04:27 → 00:04:31มีการศึกษาในปี 19 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร
00:04:31 → 00:04:34ด้านโภชนาการพบว่าผู้ที่บริโภคขิงต่อ
00:04:34 → 00:04:37เนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์มีการลดลงของ
00:04:37 → 00:04:39เครื่องหมายการอักเสบในเลือดและมีการปรับ
00:04:39 → 00:04:41ปรุงความยืดหยุ่นของหลอดเลือดอย่างมี
00:04:41 → 00:04:44นัยยะสำคัญสิ่งนี้แปลว่าไม่ใช่แค่ทำให้
00:04:44 → 00:04:47เลือดไหลเวียนดีขึ้นในช่วงสั้นๆแต่ยัง
00:04:47 → 00:04:50ช่วยชะลอการเสื่อมของหลอดเลือดในระยะยาว
00:04:50 → 00:04:53ในชีวิตจริงคนจำนวนมากที่ลองดื่มน้ำขิง
00:04:53 → 00:04:57อุ่นก่อนนอนพบว่าหลับสบายขึ้นเท้าไม่เย็น
00:04:57 → 00:04:59จนรบกวนการนอนเหมือนก่อนและยังรู้สึกว่า
00:05:00 → 00:05:03ตื่นเช้ามีแรงมากขึ้นเรื่องเล่าจากผู้ช
00:05:03 → 00:05:06หนึ่งอายุ 70 ต้นๆเล่าว่าเดิมเคยตื่นกลาง
00:05:06 → 00:05:10ดึกเพราะเท้าชาและเย็นจัดหลังจากเริ่มต้ม
00:05:10 → 00:05:13ขิงสดดื่มสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งอาการนั้น
00:05:13 → 00:05:16แทบหายไปภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือนการใช้
00:05:16 → 00:05:20ขิงให้ได้ผลสูงสุดคือใช้ขิงสดฝานเป็นแว่น
00:05:20 → 00:05:23แล้วต้มในน้ำร้อนสัก 15 นาทีเติมน้ำผึ้ง
00:05:23 → 00:05:26เล็กน้อยเพื่อลดรสเผ็ดร้อนวิธีนี้ทำง่าย
00:05:26 → 00:05:28ดื่มได้ทุกวันโดยไม่ต้องกังวล
00:05:28 → 00:05:30แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับคนที่เป็นโรค
00:05:31 → 00:05:33นิ่วหรือผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดอยู่
00:05:33 → 00:05:36ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพราะขิงมีฤทธิ์ทำให้
00:05:36 → 00:05:39เลือดบางลงซึ่งอาจซ้ำกับฤทธิ์ยาที่ใช้
00:05:39 → 00:05:40อยู่
00:05:40 → 00:05:44ถ้าคุณไม่ชอบดื่มน้ำขิงจะใส่ในอาหารก็ได้
00:05:44 → 00:05:48เช่นต้มยำข้าวต้มปลาหรือผัดผักใส่ขิงทุก
00:05:48 → 00:05:50เมนูเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้รสชาติกลม
00:05:50 → 00:05:53กล่อมแต่ยังเสริมฤทธิ์ให้ระบบไหลเวียนทำ
00:05:53 → 00:05:57งานดีขึ้นแบบแนบเนียนในชีวิตประจำวันขิง
00:05:57 → 00:05:59ไม่ใช่แค่เครื่องเทศน์แต่มันคือยา
00:06:00 → 00:06:02ธรรมชาติที่ทั้งการแพทย์แผนไทยและการ
00:06:02 → 00:06:05แพทย์สมัยใหม่เห็นพ้องกันว่ามีประโยชน์
00:06:05 → 00:06:08ต่อระบบหลอดเลือดถ้าคุณเริ่มต้นเพียงการ
00:06:08 → 00:06:11ต้มขิงสดดื่มสัปดาห์ละไม่กี่ครั้งคุณอาจ
00:06:11 → 00:06:14สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
00:06:14 → 00:06:17ทั้งความอุ่นที่ปลายเท้าและพลังงานที่
00:06:17 → 00:06:20เพิ่มขึ้นและถ้าขิงซึ่งเป็นเพียงเครื่อง
00:06:20 → 00:06:23เทศน์ธรรมดาในครัวไทยยังให้ผลชัดเจนขนาด
00:06:23 → 00:06:26นี้มาต่อกันเลยกับอันดับที่ 3 กับของหวาน
00:06:26 → 00:06:28ที่มีประโยชน์
00:06:28 → 00:06:32Dark หลายคนอาจจะนึกถึงขนมหวานที่อ้วน
00:06:32 → 00:06:34กินแล้วเสี่ยงเบาหวานแต่ความจริงแล้ว
00:06:34 → 00:06:37Darช็อกโกแลตที่มีโกโก้เข้มข้นตั้งแต่ 70%
00:06:37 → 00:06:40ขึ้นไปกลับเป็นหนึ่งในอาหารที่ช่วยให้
00:06:40 → 00:06:42หลอดเลือดยืดหยุ่นและทำให้เลือดไหลเวียน
00:06:42 → 00:06:45ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจสิ่งที่ทำให้ Dark
00:06:45 → 00:06:48ช็อกโกแลตแตกต่างจากช็อกโกแลตนมหรือขนม
00:06:48 → 00:06:51หวานทั่วไปก็คือสารflาวนอลในเมล็ดโกโก้
00:06:51 → 00:06:54ฟลาโวนอลมีฤทธิ์โดยตรงต่อผนังหลอดเลือดทำ
00:06:54 → 00:06:57ให้ร่างกายสร้างไนตรริกออกไซด์เพิ่มขึ้น
00:06:57 → 00:06:59ผลลัพธ์คือหลอดเลือดที่เคยแข็งหรือหด
00:06:59 → 00:07:02เกร็งกลับคลายตัวและขยายออกเลือดจึงไหลไป
00:07:02 → 00:07:05ยังปลายมือปลายเท้าได้สะดวกขึ้นมีงาน
00:07:05 → 00:07:08วิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการระดับ
00:07:08 → 00:07:12นานาชาติพบว่ากลุ่มอาสาสมัครวัย 60 ขึ้น
00:07:12 → 00:07:14ไปที่กินdarดาร์ช็อกโกแลตวันละ 40 กรัม
00:07:14 → 00:07:17ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์มีค่าความยืดหยุ่นของ
00:07:17 → 00:07:20หลอดเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญและ
00:07:20 → 00:07:23ค่าความดันเฉลี่ยลดลงการค้นพบนี้ยืนยัน
00:07:23 → 00:07:26ว่าของที่เราคิดว่าเป็นเพียงขนมหวานถ้า
00:07:26 → 00:07:29เลือกให้ถูกชนิดมันก็กลายเป็นอาหารฟื้นฟู
00:07:29 → 00:07:32หลอดเลือดได้เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆลองนึก
00:07:32 → 00:07:35ว่าหลอดเลือดเป็นยางรสที่แข็งกรอบเมื่อ
00:07:35 → 00:07:38โดนแรงกดหรือกระแทกก็แตกง่าย flowal ใน
00:07:38 → 00:07:40darkช็อกโกแลตทำหน้าที่เหมือนสารที่คืน
00:07:40 → 00:07:43ความยืดหยุ่นให้ยางทำให้ทนแรงกดได้มาก
00:07:43 → 00:07:46ขึ้นไม่เปราะบางเหมือนเดิม
00:07:46 → 00:07:49แน่นอนว่า dark ช็อกโกแลตไม่ได้มีแต่ข้อ
00:07:49 → 00:07:52ดีอย่างเดียวสิ่งที่ต้องระวังคือปริมาณ
00:07:52 → 00:07:55การบริโภคเพราะแม้จะเต็มไปด้วยสารที่มี
00:07:55 → 00:07:58ประโยชน์แต่ก็ยังมีแคลอรี่สูงถ้ากินมาก
00:07:58 → 00:08:01เกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ง่ายดัง
00:08:01 → 00:08:04นั้นปริมาณที่แนะนำคือวันละ 1-2 ชิ้นเล็ก
00:08:04 → 00:08:08ๆหรือประมาณ 20-30 กรัมเท่านั้นวิธีเลือก
00:08:08 → 00:08:11ก็สำคัญdarช็อกโกแลตที่ดีควรมีโกโก้เข้ม
00:08:11 → 00:08:15ข้น 70% ขึ้นไปยิ่งเข้มข้นยิ่งมีฟลาออล
00:08:15 → 00:08:18สูงและควรหลีกเลี่ยงชนิดที่ใส่น้ำตาลมาก
00:08:18 → 00:08:21หรือมีส่วนผสมของนมมากเกินไปเพราะจะลดคุณ
00:08:21 → 00:08:25ค่าลงสำหรับคนที่ไม่ชอบรสขมจัดอาจลองนำ
00:08:25 → 00:08:28Darดช็อกโกแลตมาผสมกับผลไม้เช่นกล้วยหรือ
00:08:28 → 00:08:30สตรอเบอร์รี่จะช่วยตัดรสและเพิ่มคุณค่า
00:08:30 → 00:08:34ทางโภชนาการไปพร้อมกันอีกทางเลือกคือการ
00:08:34 → 00:08:37ละลายช็อกโกแลตลงในนมถั่วเหลืองอุ่นๆก็จะ
00:08:37 → 00:08:39ได้เครื่องดื่มที่ทั้งอร่อยและดีต่อหลอด
00:08:39 → 00:08:41เลือด
00:08:41 → 00:08:44สิ่งที่น่าสนใจคือชาวโบราณในอเมริกากลาง
00:08:44 → 00:08:47อย่างชาวมายาและแอสคก็ดื่มเครื่องดื่ม
00:08:47 → 00:08:51โกโก้มาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนโดยเชื่อว่า
00:08:51 → 00:08:54ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีพลังเราเพิ่ง
00:08:54 → 00:08:57มาพบในภายหลังว่าความเชื่อนั้นมีรากฐาน
00:08:57 → 00:09:00ทางวิทยาศาสตร์จริงๆเพราะโกโก้มีผลต่อ
00:09:00 → 00:09:04หลอดเลือดโดยตรงดังนั้นถ้าคุณกำลังมองหา
00:09:04 → 00:09:07อาหารธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูหลอดเลือดและ
00:09:07 → 00:09:10ยังทำให้ชีวิตมีรสชาติขึ้นอีกนิด dark
00:09:10 → 00:09:13choตคือคำตอบที่น่าสนใจมันอาจจะเป็นของ
00:09:13 → 00:09:17หวานที่ไม่ใช่แค่สร้างความสุขทางใจแต่ยัง
00:09:17 → 00:09:19สร้างความสุขให้กับหลอดเลือดในร่างกายคุณ
00:09:19 → 00:09:23ด้วยและถ้าของหวานยังช่วยได้ขนาดนี้ลอง
00:09:23 → 00:09:26คิดดูว่าอาหารสีสันสดใสจากธรรมชาติที่คน
00:09:26 → 00:09:29มักจะมองว่าเป็นเพียงผักธรรมดาจะให้พลัง
00:09:29 → 00:09:32กับระบบไหลเวียนได้มากแค่ไหนต่อกันที่
00:09:32 → 00:09:34อันดับที่ 2
00:09:34 → 00:09:37ถ้าให้พูดถึงผักที่คนไทยเห็นกันจนชินตา
00:09:37 → 00:09:40หลายคนอาจนึกถึงแครอทในแกงจืดฟักทองในแกง
00:09:40 → 00:09:44บวชหรือมันเทศต้มที่ขายตามตลาดเย็นสิ่ง
00:09:44 → 00:09:46ที่คนไม่ค่อยรู้ก็คือผักเหล่านี้ไม่ได้
00:09:46 → 00:09:49เป็นเพียงอาหารเพิ่มรสชาติหรือทำให้อิ่ม
00:09:49 → 00:09:51ท้องเท่านั้นแต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำ
00:09:51 → 00:09:54ให้หลอดเลือดแข็งแรงและช่วยให้การไหลไหล
00:09:54 → 00:09:57เวียนของเลือดดีขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ทำ
00:09:57 → 00:10:00ให้ผักเหล่านี้โดดเด่นคือสารเบต้าแคโรทีน
00:10:00 → 00:10:03และวิตามินเอรวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ
00:10:03 → 00:10:06หลายชนิดเบต้าแคโรทีนมีบทบาทในการลดการ
00:10:06 → 00:10:09อักเสบที่ผนังหลอดเลือดเมื่อผนังหลอด
00:10:09 → 00:10:11เลือดอักเสบและแข็งตัวเลือดจะไหลเวียนได้
00:10:11 → 00:10:15ยากขึ้นเสี่ยงต่อการตีบหรืออุดตันแต่การ
00:10:15 → 00:10:18กินผักอย่างแครอทฟักทองและมันเทศบ่อยๆจะ
00:10:18 → 00:10:20ช่วยป้องกันไม่ให้ผนังหลอดเลือดเสื่อง
00:10:20 → 00:10:24เร็วมีงานวิจัยในปี 2018 ที่ติดตามผู้สูง
00:10:24 → 00:10:27วัยกว่า 2,000 คนพบว่ากลุ่มที่บริโภค
00:10:27 → 00:10:31อาหารที่มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูงมี
00:10:31 → 00:10:33โอกาสเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบน้อย
00:10:33 → 00:10:36กว่ากลุ่มที่กินน้อยอย่างชัดเจนผลวิจัย
00:10:36 → 00:10:39นี้ทำให้เราเห็นว่าการกินผักที่เรามองว่า
00:10:39 → 00:10:43เป็นของพื้นๆจริงๆแล้วคือการลงทุนระยะยาว
00:10:43 → 00:10:46กับระบบหลอดเลือดลองนึกภาพง่ายๆว่าผนัง
00:10:46 → 00:10:49หลอดเลือดของเราคือกำแพงบ้านที่ค่อยๆเก่า
00:10:49 → 00:10:52และผุถ้าไม่มีสีหรือเคลียบป้องกันสุดท้าย
00:10:52 → 00:10:56ก็แตกร่างง่ายเบต้าแคโรทีนกับสารต้าน
00:10:56 → 00:10:59อนุมูลอิสระจากผักเหล่านี้ก็เหมือนการทา
00:10:59 → 00:11:02สีใหม่ให้กำแพงคงทนแข็งแรงและอยู่ได้นาน
00:11:02 → 00:11:04ขึ้น
00:11:04 → 00:11:08ในชีวิตประจำวันผักพวกนี้ก็หากินง่ายมาก
00:11:08 → 00:11:11แครอทเจอได้ทุกตลาดฟักทองมีทั้งแบบแกงบวช
00:11:11 → 00:11:15และฟักทองนึ่งมันเทศก็มีทั้งแบบต้มและอบ
00:11:15 → 00:11:18แต่สิ่งที่สำคัญคือวิธีกินถ้าอยากได้
00:11:18 → 00:11:21ประโยชน์สูงสุดแนะนำให้กินแบบนึ่งหรือต้ม
00:11:21 → 00:11:24ให้สุกพอดีพอดีเพราะความร้อนจะช่วยปลด
00:11:24 → 00:11:28ปล่อยเบต้าแคโรทีนออกมาแต่ไม่ควรทอดหรือ
00:11:28 → 00:11:30ใส่น้ำตาลเยอะเพราะจะทำให้ค่าพลังงานเกิน
00:11:30 → 00:11:33ความจำเป็น
00:11:33 → 00:11:36สิ่งที่ควรระวังคือถึงแม้ผักเหล่านี้จะดี
00:11:36 → 00:11:39ต่อหลอดเลือดแต่ถ้ากินมากเกินไปโดยเฉพาะ
00:11:39 → 00:11:41ในรูปแบบน้ำผักคั้นที่เข้มข้นอาจทำให้
00:11:41 → 00:11:45ระดับวิตามินเอสูงเกินไปได้คำแนะนำง่ายๆ
00:11:45 → 00:11:48คือกินผักเหล่านี้สลับกันไปในแต่ละวันละ
00:11:48 → 00:11:511-2 ถ้วยเล็กก็เพียงพอไม่จำเป็นต้องกิน
00:11:51 → 00:11:52ทุกมื้อ
00:11:52 → 00:11:55แครอทฟักทองและมันเทศอาจจะดูเป็นของ
00:11:55 → 00:11:58ธรรมดาแต่สิ่งที่มันทำให้หลอดเลือดคือ
00:11:58 → 00:12:01ช่วยลดการอักเสบเสริมความแข็งแรงและคง
00:12:01 → 00:12:04ความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดในระยะยาว
00:12:04 → 00:12:06และทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องอาศัยอาหาร
00:12:06 → 00:12:09เสริมราคาแพงแค่เลือกกินผักที่คุณหาซื้อ
00:12:09 → 00:12:12ได้ง่ายในตลาดสดและถ้าผักพื้นบ้านเหล่า
00:12:12 → 00:12:16นี้ยังช่วยได้ชัดเจนขนาดนี้ลองนึกดูว่า
00:12:16 → 00:12:18ถ้าเป็นอาหารที่อุดมด้วยไขมันดีจาก
00:12:18 → 00:12:21ธรรมชาติจะช่วยเสริมการไหลเวียนเลือดได้
00:12:21 → 00:12:25มากยิ่งขึ้นมาดูกันเลยกับอันดับที่ 1
00:12:25 → 00:12:27ถ้าจะพูดถึงอาหารที่ได้รับการยืนยันจาก
00:12:27 → 00:12:30ทั้งการแพทย์ตะวันตกและภูมิปัญญาอาหาร
00:12:30 → 00:12:33บ้านเราว่ามีผลอย่างมากต่อระบบหลอดเลือด
00:12:33 → 00:12:36ก็คงหนีไม่พ้นปลาโดยเฉพาะปลาที่มีไขมัน
00:12:36 → 00:12:40สูงเช่นปลาแซลมอนแมเคอเรลและปลาทูไทยที่
00:12:40 → 00:12:43เรากินกันเป็นประจำสิ่งที่ทำให้ปลาเหล่า
00:12:43 → 00:12:46นี้พิเศษคือกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งประกอบ
00:12:46 → 00:12:51ด้วย EPA และ DHA 2 ตัวนี้มีคุณสมบัติ
00:12:51 → 00:12:54ช่วยลดไตรกลิเซอรดลดการอักเสบและเพิ่ม
00:12:54 → 00:12:57ระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีหรือ HDL ทั้งหมด
00:12:57 → 00:13:00นี้ส่งผลโดยตรงต่อการทำให้เลือดไหลเวียน
00:13:00 → 00:13:03ได้ง่ายขึ้นลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่ม
00:13:03 → 00:13:06เลือดและการตีบตันในหลอดเลือดมีการศึกษา
00:13:06 → 00:13:09จำนวนมากยืนยันประโยชน์ของโอเมก้า 3 งาน
00:13:09 → 00:13:13วิจัยในวารสารcir์cคูชที่ติดตามผู้สูงวัย
00:13:13 → 00:13:16หลายหมื่นคนพบว่าการกินปลาที่มีไขมันสูง
00:13:16 → 00:13:19อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์สามารถลดความ
00:13:19 → 00:13:22เสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้
00:13:22 → 00:13:24ประมาณ 20-30%
00:13:24 → 00:13:27ถือเป็นตัวเลขที่ทรงพลังเพราะไม่ใช่แค่ลด
00:13:27 → 00:13:30อาการเฉพาะหน้าแต่ช่วยป้องกันโรคใหญ่ใน
00:13:30 → 00:13:32ระยะยาว
00:13:32 → 00:13:34ลองนึกภาพง่ายๆเลือดที่ข้นเหนียวเหมือน
00:13:35 → 00:13:38น้ำเชื่อมเมื่อผ่านท่อแคบๆย่อมไหลลำบาก
00:13:38 → 00:13:42โอเมก้า 3 ทำให้เลือดใสและลื่นขึ้นคล้าย
00:13:42 → 00:13:45เติมน้ำให้ท่อที่เคยหนืดจึงช่วยให้เลือด
00:13:45 → 00:13:48ไปถึงปลายมือปลายเท้าได้ง่ายขึ้นและลด
00:13:48 → 00:13:51โอกาสเกิดการอุดตั่นที่อันตรายต่อชีวิตใน
00:13:51 → 00:13:54บ้านเราปลาทูไทยคือแหล่งโอเมก้า 3 ที่
00:13:54 → 00:13:58ราคาไม่แพงและหาซื้อง่ายตามตลาดสดเพียง
00:13:58 → 00:14:00แค่เอามานิ่งหรือย่างแบบไม่ใช้น้ำมันไหม้
00:14:00 → 00:14:04เกินไปก็ได้คุณค่าเต็มๆแล้วอีกเรื่องที่
00:14:04 → 00:14:07น่าสนใจคือคนญี่ปุ่นซึ่งเป็นชาติที่มี
00:14:07 → 00:14:10อายุยืนติดอันดับโลกกินปลาที่มีไขมันสูง
00:14:10 → 00:14:13เป็นประจำในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น
00:14:13 → 00:14:17ซาชิมิปลายย่างหรือซุปพวกเขาไม่ได้พึ่ง
00:14:17 → 00:14:20อาหารเสริมโอเมก้า 3 แต่ได้จากปลาโดยตรง
00:14:20 → 00:14:24ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยที่ว่าการกินปลาใน
00:14:24 → 00:14:26รูปแบบอาหารทั้งตัวนั้นดีกว่าการกิน
00:14:26 → 00:14:29แคปซูลเพราะยังได้สารอาหารอื่นๆเช่น
00:14:29 → 00:14:33วิตามินดีและซีลิเนียมที่ช่วยเสริมระบบ
00:14:33 → 00:14:35หลอดเลือดไปพร้อมกัน
00:14:35 → 00:14:39วิธีการกินปลาให้ได้ผลสูงสุดคือเลือกวิธี
00:14:39 → 00:14:42ปรุงที่ไม่ทำลายกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น
00:14:42 → 00:14:45การนึ่งการย่างหรือต้มหลีกเลี่ยงการทอด
00:14:45 → 00:14:48ด้วยน้ำมันที่ร้อนจัดเพราะความร้อนสูงจะ
00:14:48 → 00:14:51ทำลายคุณค่าของไขมันดีได้สำหรับคนที่
00:14:51 → 00:14:54กังวลเรื่องสารปนเปื้อนในปลาเช่นประหรอด
00:14:54 → 00:14:57คำแนะนำคือเลือกปลาขนาดกลางถึงเล็กเช่น
00:14:57 → 00:15:00ปลาทูไทยหรือแมคคาเรลมากกว่าปลาขนาดใหญ่
00:15:00 → 00:15:04ที่อยู่ในทะเลนานและสะสมสารมากกว่าสิ่ง
00:15:04 → 00:15:07ที่ควรระวังคือถ้าคุณมีโรคประจำตัวและใช้
00:15:07 → 00:15:10ยาลดความข้นของเลือดอยู่แล้วเช่นวาฟาริน
00:15:10 → 00:15:12ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเพิ่มปริมาณปลา
00:15:12 → 00:15:15โอเมก้า 3 ในอาหารเพราะอาจทำให้เลือดบาง
00:15:15 → 00:15:19เกินไปแต่สำหรับคนทั่วไปการกินปลา 2 มื้อ
00:15:19 → 00:15:22ต่อสัปดาห์ถือว่าปลอดภัยและได้ประโยชน์
00:15:22 → 00:15:25สูงสุดปลาไม่ใช่แค่แหล่งโปรตีนแต่คือ
00:15:25 → 00:15:28อาหารที่ช่วยให้หลอดเลือดของคุณสะอาดแข็ง
00:15:28 → 00:15:31แรงและยืดหยุ่นขึ้นในทุกๆปีของชีวิตยิ่ง
00:15:31 → 00:15:34อายุมากขึ้นการเลือกกินปลาไขมันสูงอย่าง
00:15:34 → 00:15:37สม่ำเสมอก็คือการลงทุนเพื่อให้หัวใจและ
00:15:37 → 00:15:40สมองยังทำงานเต็มที่และเมื่อเรามาถึง
00:15:40 → 00:15:44อันดับ 1 แล้วคุณคงเห็นภาพชัดว่าตั้งแต่
00:15:44 → 00:15:47กระเทียมขิง dark ช็อกโกแลตผักอย่างแครอท
00:15:47 → 00:15:51ฟักทองมันเทศจนถึงปลาไขมันสูงทุกอย่าง
00:15:51 → 00:15:54ล้วนเป็นของที่หาซื้อได้ง่ายในครัวไทยแต่
00:15:54 → 00:15:58กลับสร้างพลังให้กับระบบหลอดเลือดได้จริง
00:15:58 → 00:16:00สรุปแล้วทั้ง 5 อาหารธรรมชาติที่เราพูด
00:16:01 → 00:16:03ถึงไม่ว่าจะเป็นกระเทียมขิง dark
00:16:03 → 00:16:07ช็อกโกแลตแครอทฟักทองหมั่นเทศรวมไปถึงปลา
00:16:07 → 00:16:10ไขมันสูงล้วนเป็นของใกล้ตัวที่ช่วยฟื้นฟู
00:16:10 → 00:16:13ระบบหลอดเลือดและทำให้การไหลเวียนของ
00:16:13 → 00:16:16เลือดกลับมาทำงานได้ดีขึ้นจริงหลายคนอาจ
00:16:16 → 00:16:19คิดว่าการดูแลหลอดเลือดต้องอาศัยยาแพง
00:16:19 → 00:16:22หรืออาหารเสริมแต่ความจริงคือการเลือกกิน
00:16:22 → 00:16:25อาหารเหล่านี้สม่ำเสมอก็เพียงพอที่จะช่วย
00:16:25 → 00:16:28ลดความเสี่ยงโรคหัวใจความดันสูงและการตีบ
00:16:28 → 00:16:31ตันของเส้นเลือดในระยะยาวสิ่งสำคัญที่
00:16:31 → 00:16:34อยากฝากไว้คือร่างกายของคุณพยายามซ่อมแซม
00:16:34 → 00:16:38ตัวเองอยู่ตลอดเวลาคุณไม่ได้ช่วยไม่ได้
00:16:38 → 00:16:40และไม่ได้สายเกินไปที่เริ่มแม้อายุจะมาก
00:16:40 → 00:16:43ขึ้นแต่ถ้าวันนี้คุณเลือกเพิ่มอาหาร
00:16:43 → 00:16:46ธรรมชาติเพียง 1 อย่างเข้าไปในมื้ออาหาร
00:16:46 → 00:16:49ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ทรงพนังแล้วหลายคน
00:16:49 → 00:16:51ที่ลองเปลี่ยนเห็นความต่างภายในไม่กี่
00:16:51 → 00:16:55สัปดาห์บางคนหายอาการเท้าเย็นมือชาบางคน
00:16:55 → 00:16:58ความดันกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งหมดนี้
00:16:58 → 00:17:00เป็นผลจากการที่หลอดเลือดเริ่มทำงานได้
00:17:01 → 00:17:04อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้งดังนั้นลอง
00:17:04 → 00:17:07เริ่มง่ายๆที่ตัวคุณเองคุณอาจเลือกสับ
00:17:07 → 00:17:10กระเทียมใส่ในน้ำพริกกินมันเทศต้มแทนข้าว
00:17:10 → 00:17:13บางมื้อหรือเพิ่มปลาทูไทยลงไปในสำรับ
00:17:13 → 00:17:16ประจำบ้านแค่นี้ก็คือการดูแลหลอดเลือดที่
00:17:16 → 00:17:20แท้จริงแล้วผมอยากชวนคุณมาลงมือทำทันทีลง
00:17:20 → 00:17:23เลือกอาหาร 1 อย่างจาก 5 ข้อนี้แล้วแชร์
00:17:23 → 00:17:25ประสบการณ์ไว้ในคอมเมนต์ว่าคุณสังเกตเห็น
00:17:25 → 00:17:28การเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างเพราะการเล่า
00:17:28 → 00:17:30เรื่องของคุณอาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น
00:17:30 → 00:17:34ๆเริ่มต้นไปพร้อมกันอย่าลืมกดติดตามช่อง
00:17:34 → 00:17:36นี้เพื่อที่เราจะได้ดูแลสุขภาพด้วยกัน
00:17:36 → 00:17:39อย่างต่อเนื่องและถ้าคุณคิดว่าคลิปนี้มี
00:17:39 → 00:17:42ประโยชน์อย่าลืมส่งต่อให้กับพ่อแม่คนที่
00:17:42 → 00:17:45คุณรักหรือเพื่อนๆที่กำลังมองหาวิธีดูแล
00:17:45 → 00:17:49หลอดเลือดแบบง่ายแต่ได้ผลผมสัญญาว่าเราจะ
00:17:49 → 00:17:51นำข้อมูลวิจัยที่น่าเชื่อถือและ
00:17:51 → 00:17:54ประสบการณ์จากชุมชนของเรามาถ่ายทอดให้คุณ
00:17:54 → 00:17:57ฟังอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เราทุกคนได้
00:17:57 → 00:18:00สร้างร่างกายที่แข็งแรงและมีหลอดเลือดที่
00:18:00 → 00:18:03ดีด้วยกันขอบคุณที่ฟังจนจบดูแลสุขภาพกัน
00:18:03 → 00:18:09ให้ดีแล้วพบกันใหม่ในเนื้อหาต่อไปครับ