00:00:02 → 00:00:03หมอคุยข่าว
00:00:03 → 00:00:07สนับสนุนโดย Allvite นวัตกรรมเพื่อความกระจ่างใส
00:00:07 → 00:00:10ที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาด้วยเทคโนโลยี
00:00:10 → 00:00:13ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศเกาหลี
00:00:35 → 00:00:38มาค่ะเริ่มต้นรายการวันนี้ด้วยช่วงหมอคุยข่าวนะคะ
00:00:38 → 00:00:41และช่วงของเราสนับสนุนโดย Allvite นวัตกรรมเพื่อความกระจ่างใส
00:00:41 → 00:00:43จากประเทศเกาหลี
00:00:43 → 00:00:46Allvite ดูแลก็แล้วกันนะคะสำหรับทุกคน
00:00:46 → 00:00:50ข่าวที่ชวนคุณหมอคุยเนี่ยเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เราจะคุยกันในวันนี้
00:00:50 → 00:00:53เป็นเรื่องราวของแม่ค้าออนไลน์ท่านนึงนะคะ
00:00:54 → 00:00:55อายุ 31 ปีเองค่ะคุณหมอ
00:00:57 → 00:00:59ไปจอดรถอยู่หน้าองค์พระปฐมเจดีย์นะคะ
00:00:59 → 00:01:04ทิ้งไว้แล้วก็จุดเตาอังโล่รมควันตัวเองแล้วเสียชีวิตอยู่ภายในรถ
00:01:04 → 00:01:06ซึ่งคนบริเวณนั้นก็ไม่ได้สังเกตอะไรค่ะ
00:01:06 → 00:01:08ก็เห็นรถคันนี้มาจอดทิ้งข้ามคืนไว้สามคืน
00:01:10 → 00:01:14จนที่ผิดสังเกตก็คือมันเริ่มมีกลิ่นเหม็นๆออกมาจากรถ
00:01:14 → 00:01:16แล้วก็มีแมลงวันไปตอมก็เลยเรียกตำรวจมาตรวจสอบ
00:01:16 → 00:01:20ก็เลยพบว่าแม่ค้าท่านเนี่ยเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย
00:01:21 → 00:01:25พอไปตรวจสอบย้อนหลังก็พบว่าใน Facebook เป็นโพสต์สุดท้ายคุณหมอ
00:01:25 → 00:01:27พูดตัดพ้อเกี่ยวกับชีวิตรักที่ไม่สมหวัง
00:01:27 → 00:01:30แล้วก็การป่วยเป็นโรคซึมเศร้าของตัวเอง
00:01:30 → 00:01:34ก็เลยคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้
00:01:34 → 00:01:37ฟังแล้วแบบมันไม่ใช่ครั้งแรกนะคะคุณหมอที่เราได้ยินแบบนี้เนอะ
00:01:37 → 00:01:42แล้วก็มันไม่ใช่ครั้งแรกที่คนมักจะโพสต์ข้อความอะไรก็ตามใน Facebook
00:01:42 → 00:01:46แล้วก็บอกถึงความเบื่อหน่ายในชีวิต
00:01:46 → 00:01:46ค่ะ
00:01:46 → 00:01:50แล้วก็จริงๆแล้วเนี่ยคนใกล้เคียงพอเห็นโพสต์ปุ๊บเนี่ย
00:01:50 → 00:01:51จริงค่ะ
00:01:51 → 00:01:54ต้องรีบเลยอย่าเพิกเฉยกับสิ่งเหล่านั้น
00:01:54 → 00:01:56เพิกเฉยไม่ได้เลยเพราะจริงๆแล้วเนี่ย
00:01:57 → 00:02:01คนที่จะฆ่าตัวตายเนี่ยเขามักจะมีอารมณ์แบบนี้ก่อน
00:02:01 → 00:02:01ค่ะ
00:02:01 → 00:02:05อยากอยู่คนเดียวไม่สนใจคนรอบข้างเบื่อไปหมด
00:02:05 → 00:02:05ค่ะ
00:02:05 → 00:02:06ท้อแท้
00:02:06 → 00:02:07ค่ะ
00:02:07 → 00:02:09หรือบางคนก็เบื่ออาหาร
00:02:09 → 00:02:10ผอม
00:02:10 → 00:02:13นอนไม่หลับเนี่ยก็เป็นอาการนึง
00:02:13 → 00:02:14ค่ะ
00:02:14 → 00:02:16หรือบางทีถ้าเป็นเด็กเนี่ยบางทีเขาเรียนเก่งอยู่
00:02:17 → 00:02:20อยู่ดีๆทำไมเขาแบบว่าเรียนแบบว่าเรียนได้แย่ลง
00:02:21 → 00:02:22หรือว่าเรียนรู้อะไรได้ช้า
00:02:23 → 00:02:28คนที่เป็นซึมเศร้าเขาอาจจะบ่นว่าเขาไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไม
00:02:28 → 00:02:28ค่ะ
00:02:28 → 00:02:32รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าอยากตายอย่างเงี้ย
00:02:32 → 00:02:33นี่คือสัญญาณเตือน
00:02:33 → 00:02:34ใช่สัญญาณเตือน
00:02:34 → 00:02:37ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะมีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย
00:02:37 → 00:02:38ถูกค่ะ
00:02:38 → 00:02:41อย่างเงี้ยเวลาเราที่เป็นคนใกล้ชิดเนี่ย
00:02:41 → 00:02:45หรือว่าคนรอบๆข้างที่เราเห็นอาการที่ไม่ปกติของเขาแบบเนี่ย
00:02:45 → 00:02:48เราจะมีวิธีช่วยเหลือหรือดูแลเขายังไงคะคุณหมอ
00:02:49 → 00:02:51จริงๆแล้วเนี่ยต้องหาแพทย์
00:02:51 → 00:02:55ต้องพบแพทย์เพราะว่าจริงๆแล้วกระบวนการการรักษาเรื่องของซึมเศร้า เนี่ย
00:02:55 → 00:02:56เป็นเรื่องที่ซับซ้อน
00:02:56 → 00:02:57ค่ะ
00:02:57 → 00:02:59เพราะว่าบางทีคนที่มีอารมณ์ซึมเศร้าเนี่ย
00:02:59 → 00:03:00เขาไม่ได้คิดว่าเขา
00:03:01 → 00:03:01เป็น
00:03:01 → 00:03:02เป็นใช่
00:03:03 → 00:03:04แล้วบางทีก็ไม่ยอมไปหาแพทย์
00:03:04 → 00:03:05ค่ะ
00:03:05 → 00:03:09วิธีที่เราแก้ไขง่ายๆก็อาจจะเป็นวิธีเข้าไป
00:03:10 → 00:03:11ให้ความอบอุ่นกับเขา
00:03:12 → 00:03:13เข้าไปพูดคุยกับเขา
00:03:14 → 00:03:18หรือบางทีเนี่ยเราให้เขาพยายามถามให้เขาพูด
00:03:18 → 00:03:19ค่ะ
00:03:19 → 00:03:21คนพอได้พูดเนี่ยคุณแนนบางทีอาจจะหลุด
00:03:22 → 00:03:26ความรู้สึกที่มันอัดอั้นหรือความรู้สึกที่มันเครียดอยู่ภายในใจ
00:03:27 → 00:03:29เขาก็จะทำให้ความรู้สึกเขาดีขึ้นได้
00:03:29 → 00:03:32แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยภาวะโรคซึมเศร้าเนี่ย
00:03:32 → 00:03:35มันมีความซับซ้อนของสารสื่อประสาทในสมองที่ไม่ปกติ
00:03:35 → 00:03:36ค่ะ
00:03:36 → 00:03:40นอกเหนือจากการที่เราให้ความห่วงใยหรือให้ความอบอุ่นเขาแล้ว
00:03:40 → 00:03:42เขาไม่โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวในโลกนี้
00:03:42 → 00:03:42ค่ะ
00:03:42 → 00:03:46บางทีไม่พอคุณแนนต้องพาไปหาแพทย์
00:03:46 → 00:03:46ค่ะ
00:03:46 → 00:03:49เพื่อที่จะไปรักษาด้วยอาจจะได้รับยา
00:03:49 → 00:03:52เพื่อที่จะช่วยในการปรับพวกสารเคมีในสมอง
00:03:52 → 00:03:53ค่ะ
00:03:53 → 00:03:56น่าสนใจแล้วก็เอาจริงก็รู้สึกหนักใจเหมือนกันนะคะคุณหมอ
00:03:56 → 00:04:00เพราะว่าคนรอบๆข้างเดี๋ยวเนี่ยมันถูกกดดันไปด้วยความเครียดเนอะคุณหมอ
00:04:00 → 00:04:04แล้วก็อีกอันนึงนะคุณแนนหมอว่าข่าวที่มันออกซ้ำๆ
00:04:04 → 00:04:04จริง
00:04:04 → 00:04:06มันทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
00:04:06 → 00:04:07จริงกำลังจะพูดเลยคุณหมอ
00:04:07 → 00:04:09คุณแนนดูข่าวอันนี้สิกี่รอบแล้วเนี่ย
00:04:09 → 00:04:10ใช่ค่ะ
00:04:10 → 00:04:13แล้วส่วนใหญ่เนี่ยมันจะให้เห็นทางโซเชียลทั้งนั้นเลย
00:04:13 → 00:04:18บางคนหนักกว่านั้นคือไลฟ์สดการฆ่าตัวตายด้วยซ้ำไปนะคะ
00:04:18 → 00:04:20เพราะฉะนั้นเราคอยสังเกตเนอะ
00:04:20 → 00:04:24สภาพจิตใจความรู้สึกการเป็นอยู่ของคนใกล้ๆตัวเราให้ดี
00:04:24 → 00:04:27หมอบอกว่าปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลเนี่ยมันขาดหายไป
00:04:27 → 00:04:29สังคมปัจจุบันมันโซเชียลเยอะมาก
00:04:30 → 00:04:33ซึ่งมันขาดความรักความอบอุ่นการกอดการอะไรอย่างเงี้ย
00:04:33 → 00:04:35ซึ่งบางทีมันช่วยได้
00:04:35 → 00:04:36จริงค่ะ
00:04:37 → 00:04:41ก็ย้ำเลยนะคะเจอกันหน้าจอยังไงก็ไม่อบอุ่นเท่าเจอหน้าจริงนะคะ
00:04:41 → 00:04:42ใช่ค่ะ
00:04:42 → 00:04:44เพราะฉะนั้นวันหลังมาดูเราจัดรายการที่นี่ได้นะคะ
00:04:44 → 00:04:45จะได้เจอหน้าจริงๆเราบ้าง
00:04:46 → 00:04:51ฝากไว้นะคะกับเรื่องราวของภาวะซึมเศร้าที่จะไปสู่การฆ่าตัวตายนะคะ
00:04:51 → 00:04:55แล้วเดี๋ยวช่วงหน้าเราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้กันนะคะ
00:04:55 → 00:04:57จะได้เอาไว้สังเกตทั้งตัวคุณเองและคนที่คุณรัก
00:04:57 → 00:04:59แต่ว่าตอนนี้พักสักครู่ก่อนค่ะ