อาการของโรคกระเพาะมีอะไรบ้าง และควรไปพบแพทย์เมื่อไร

[PODCAST] Food Choice | EP.24 - รู้ทันโรคกระเพาะอาหาร และอาหารที่เหมาะสมสำหรับโรคกระเพาะอาหาร

จากช่อง : Mahidol Channel มหิดล แชนแนล


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:0300:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:0600:00:08Listen for a better life.
00:00:0800:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:1100:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ของช่อง Mahidol Channel
00:00:1400:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:1600:00:20[เสียงดนตรี]
00:00:2000:00:22วันนี้คุณกินอะไร
00:00:2200:00:27อาหารที่คุณกินจะส่งผลดี ส่งผลเสีย กับสุขภาพของคุณอย่างไร
00:00:2700:00:29วันนี้หมอจะชวนทุกคนมาพูดคุย
00:00:2900:00:33เกี่ยวกับรูปแบบของการกินอาหาร ที่ปลอดภัยกับสุขภาพของเรา
00:00:3300:00:38กับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้ กับหมอเอ๋
00:00:3800:00:40แพทย์หญิงดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร
00:00:4000:00:44คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:4400:00:47[เสียงดนตรี]
00:00:4700:00:51สำหรับโรคกระเพาะเป็นโรคยอดฮิต ของคนเมืองในปัจจุบันนี้เลยทีเดียว
00:00:5100:00:54หลาย ๆ คนก็บอกว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะ
00:00:5400:00:57หลาย ๆ คนก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ฉันน่าจะเป็นนะคะ
00:00:5700:00:59จริง ๆ โรคกระเพาะนี่ บางคนก็เป็นอยู่นานแล้ว
00:00:5900:01:00หรือว่าบางคนก็อาจจะบอกว่า
00:01:0100:01:03เฮ้ย มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น่ะ ไม่ต้องไปหาหมอหรอก
00:01:0300:01:04เดี๋ยวไปซื้อยากินเองก็ได้
00:01:0400:01:06โรคกระเพาะเป็นเรื่องเล็กจริงหรือเปล่า
00:01:0600:01:11วันนี้เราจะมาคุยกันว่า โรคกระเพาะมันคืออะไร
00:01:1100:01:13แล้วมันเป็นโรคเล็ก ๆ จริงไหม
00:01:1300:01:15มันไม่เกิดอันตรายอะไรเลยหรือ
00:01:1600:01:21หรือว่าโรคกระเพาะสามารถจะนำไปสู่ โรคใหญ่ ๆ หลาย ๆ อย่างที่น่าอันตรายได้
00:01:2100:01:24โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีคนถามว่า โรคกระเพาะจะเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งไหม
00:01:2400:01:28หรือโรคกระเพาะนี่ จะทำให้เราถึงกับชีวิตได้หรือเปล่า
00:01:2800:01:31วันนี้เราจะมาคุยกัน ว่าด้วยเรื่องของโรคกระเพาะ
00:01:3100:01:33ว่าเป็นโรคเล็ก ๆ จริงหรือเปล่า
00:01:3300:01:37แล้วมาดูกันว่าโรคกระเพาะนี่ มันมีอาการเป็นอย่างไร
00:01:3700:01:39มีภาวะแทรกซ้อนอะไรหรือเปล่า
00:01:3900:01:42จะเปลี่ยนไปเป็นโรคอื่น ที่มันมีอันตรายถึงชีวิตไหม
00:01:4200:01:45มีการปรับเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพฤติกรรม
00:01:4500:01:49การเลือกอาหารอย่างไรเพื่อจะให้เหมาะสม กับคนที่เป็นโรคกระเพาะ
00:01:4900:01:51และทำให้อาการของโรคดีขึ้นค่ะ
00:01:5100:01:57[เสียงดนตรี]
00:01:5700:02:00วันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของอาหาร
00:02:0000:02:04ที่ผู้ป่วยโรคกระเพาะควรจะกิน และควรจะหลีกเลี่ยง
00:02:0400:02:07ตอนแรกเราก็คงจะต้องมาคุยกันก่อน ในเรื่องของโรคกระเพาะ
00:02:0700:02:08ถามว่าโรคกระเพาะเจอบ่อยไหม
00:02:0800:02:10หลาย ๆ คนก็บอกว่า เป็น
00:02:1000:02:11ถามว่าโรคกระเพาะคืออะไร
00:02:1100:02:17จริง ๆ นี่อาการทั้งหมด มันก็จะเกิดขึ้นที่กระเพาะอาหาร
00:02:1700:02:18กระเพาะอาหารเราจะเป็นเหมือนถุงค่ะ
00:02:1800:02:21จะมีหูรูดด้านบนที่ต่อกับหลอดอาหาร
00:02:2100:02:24แล้วก็หูรูดด้านล่าง ซึ่งต่อกับลำไส้เล็กส่วนต้น
00:02:2400:02:29เอาง่าย ๆ เลยก็คือ กระเพาะมีหน้าที่ของ การรับอาหารและเก็บเอาไว้
00:02:2900:02:32เพราะฉะนั้น ส่วนใหญ่เวลาที่เราพูดกัน ในเรื่องของโรคกระเพาะ
00:02:3200:02:35ก็คือมันมีการอักเสบนะคะ
00:02:3500:02:36หรือจะเป็นแผลก็ได้
00:02:3600:02:40ของบริเวณกระเพาะอาหาร แล้วก็ลำไส้เล็กส่วนต้น
00:02:4000:02:43เวลาที่มันเกิดแผลขึ้นมานี่ มันก็จะทำให้มีอาการ
00:02:4300:02:46ก็หลังจากนั้นนี่ แผลก็อาจจะหายเองก็ได้ค่ะ
00:02:4600:02:48หรือว่าอาจจะต้องการการรักษา
00:02:4800:02:52ทีนี้บางคนก็อาจจะมีการอักเสบเรื้อรัง
00:02:5200:02:56ถ้าไม่รักษา ก็อาจจะมีเรื่องของ ภาวะแทรกซ้อนอะไรตามมาได้
00:02:5600:02:58ถามว่าหายขาดไหม
00:02:5800:03:02จริง ๆ แล้วถ้าได้รับการรักษานี่ เรื่องของกระเพาะอาหารก็จะหายขาดได้ค่ะ
00:03:0200:03:05แต่ถ้าสมมุติว่าไม่ได้รับการรักษาที่ดีนะคะ
00:03:0500:03:07หรือว่าปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง
00:03:0700:03:09ก็จะทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง
00:03:0900:03:12หรือว่ามีการปวดหรือเจ็บป่วยเรื้อรังได้
00:03:1200:03:15ทีนี้เวลาที่มันมีปัญหาขึ้นมา
00:03:1500:03:16สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ
00:03:1600:03:19กระเพาะมันทำงานไม่ได้ใช่ไหมคะ มีอืด แน่นท้องได้
00:03:1900:03:21อาจจะมีปวดท้องได้
00:03:2100:03:24โดยเฉพาะส่วนใหญ่มักจะสัมพันธ์กับการกิน เช่น
00:03:2400:03:27พอกินอาหารเข้าไปแล้ว มีอาการปวดนะคะ
00:03:2700:03:31อาจจะมีอาการแสบร้อนได้ เพราะว่ากระเพาะสร้างกรด
00:03:3100:03:34แล้วถ้าสมมุติว่า มันทำให้เกิดการอักเสบหรือมีแผล
00:03:3400:03:36ก็จะทำให้เลือดออกได้
00:03:3600:03:39เวลาที่เลือดออก ถ้าไหลลงไปข้างล่าง
00:03:3900:03:43มันก็จะทำให้มีการถ่ายเป็นเลือด หรือว่าถ่ายเป็นสีดำได้
00:03:4300:03:45ทำไมถึงเป็นสีดำ
00:03:4500:03:51เพราะว่าเลือดที่ออกนี่ มันไหล กว่าจะไปจนถึงลำไส้ใหญ่หรือว่าถ่ายออกมานี่
00:03:5100:03:53มันก็อาจจะโดนกรด โดนน้ำย่อย
00:03:5300:03:54แล้วก็เลยทำให้กลายเป็นสีดำ
00:03:5400:03:56แต่ถ้าเลือดมันออกมาสด ๆ เลยนี่
00:03:5600:03:58มีได้ 2 อย่างค่ะ
00:03:5800:04:02มันควรจะออกจากลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้เล็กก็ได้
00:04:0200:04:03แต่ว่าเลือดมันต้องออกปริมาณมาก
00:04:0300:04:05แล้วทำให้มันไหลอย่างรวดเร็ว
00:04:0500:04:08จนกระทั่งกลายเป็นสีออก เป็นสีแดง ๆ ได้ค่ะ
00:04:0800:04:11สำหรับสาเหตุของการที่จะทำให้เกิด โรคกระเพาะอาหาร
00:04:1100:04:14ซึ่งในที่นี้เราจะหมายถึง พวกกระเพาะอักเสบนะคะ
00:04:1400:04:15สาเหตุของโรคกระเพาะนะคะ
00:04:1500:04:19อันแรกเลยก็จะเป็นเรื่องของ การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง
00:04:1900:04:23ซึ่งมีชื่อเพราะ ๆ ว่า เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไล
00:04:2300:04:25หรือว่าบางคนจะเรียกว่าเป็น เอช ไพโรไล
00:04:2600:04:30แบคทีเรียนี่ทำไมมันยังอยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่กระเพาะเรามีกรดอยู่
00:04:3000:04:32ซึ่งความเป็นกรดเยอะ ๆ อันนี้ค่ะ
00:04:3200:04:35มันไม่ควรที่จะมีแบคทีเรียอะไรเจริญเติบโตได้
00:04:3500:04:38แต่แบคทีเรียชนิดนี้ เป็นแบคทีเรียที่ทนกรดได้
00:04:3800:04:40แล้วการที่มันอยู่ตรงนั้น
00:04:4000:04:43มันทำให้เกิดการอักเสบขึ้นที่บริเวณ เยื่อบุกระเพาะอาหาร
00:04:4400:04:45แล้วทำให้เกิดอาการได้
00:04:4500:04:49ถ้าเราไม่กำจัดเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ออกไป
00:04:4900:04:52มันอาจจะทำให้เกิดอาการของโรคกระเพาะเรื้อรัง
00:04:5200:04:55เป็น ๆ หาย ๆ อยู่นั่นได้นะคะ
00:04:5500:04:57เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นสาเหตุหลักอันหนึ่งเลย
00:04:5700:05:00ที่จะเจอว่า ทำให้เกิดเรื่องของโรคกระเพาะอาหาร
00:05:0000:05:02แล้วแบคทีเรียชนิดนี้มันมาจากไหน
00:05:0200:05:05มันก็อาจจะมีการปนเปื้อนมากับ ในเรื่องของอาหาร
00:05:0500:05:07แล้วก็น้ำดื่มที่เรากินเข้าไปนะคะ
00:05:0700:05:11เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นอันหนึ่งที่ คุณหมอส่วนใหญ่จะมีการตรวจหา
00:05:1100:05:14ถ้าสมมุติว่าคนไข้มีอาการของโรคกระเพาะ
00:05:1400:05:17หรือว่าส่องกล้องเข้าไปแล้ว เจอแผลในกระเพาะ
00:05:1700:05:19เดี๋ยวเราจะไปคุยในรายละเอียดกันอีกทีหนึ่ง
00:05:1900:05:23อันที่ 2 ก็จะเป็นเรื่องของ การที่มีกรดในกระเพาะมากจนเกินไป
00:05:2300:05:27อันที่หนึ่ง อาจจะเป็นตัวโรคจริง ๆ นะคะ
00:05:2800:05:31ซึ่งจะมีการสร้างกรดมากเกินไปนะคะ
00:05:3100:05:35ในส่วนของปัจจัยภายนอก ที่ทำให้มีการสร้างกรดเยอะ ๆ
00:05:3500:05:37ก็อย่างเช่นว่า ความเครียด
00:05:3700:05:40อันนี้ก็พยายามลดความเครียดลงหน่อยนะคะ
00:05:4000:05:42พวกชา กาแฟ แอลกอฮอล์ทั้งหลาย
00:05:4200:05:45พวกนี้ก็จะทำให้มีการสร้างกรดมากขึ้นนะคะ
00:05:4500:05:49การสูบบุหรี่ หรือแม้กระทั่ง การรับประทานอาหารที่ไม่เป็นเวลา
00:05:4900:05:52เพราะว่าเวลาที่เรากินอาหารนี่ ร่างกายเราก็จะจำเอาไว้
00:05:5200:05:55พอถึงเวลาที่เราควรจะกินแล้ว กรดก็จะเริ่มสร้างแล้ว
00:05:5500:05:58ทีนี้ถ้าสมมุติว่ากินไม่เป็นเวลาเลย
00:05:5800:06:00หรือว่าห่างมื้ออาหารจนเกินไป
00:06:0000:06:02บางทีช่วงเวลานั้น มันมีการสร้างกรดแล้ว
00:06:0200:06:07ก็อาจจะทำให้มีอาการปวดแสบ หรือว่ามีอาการเรื่องของแน่นท้องได้
00:06:0700:06:12อันที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องของการที่เยื่อบุผิว หรือว่าเยื่อบุกระเพาะนี่
00:06:1200:06:15มันมีการบาดเจ็บ มีการทำลายไปนะคะ
00:06:1500:06:17อันนี้ก็อาจจะเป็นจากยาค่ะ
00:06:1700:06:20หรือว่าอาจจะเป็นจากเรื่องของสารเคมีบางอย่าง
00:06:2000:06:22ยกตัวอย่างเช่น คนบางคนอาจจะกินอะไรบางอย่าง
00:06:2200:06:25ที่ทำให้มีฤทธิ์ในแง่ของการกัดกร่อน
00:06:2500:06:27แล้วทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุ
00:06:2800:06:32อันที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มที่ใช้ยา ยกตัวอย่างเช่น
00:06:3200:06:37ยาที่มีฤทธิ์ในแง่ของการที่จะทำให้เกิด การระคายเคืองที่กระเพาะอาหาร
00:06:3700:06:39ซึ่งยากลุ่มนี้นี่ เวลาที่เราจะได้ยินบ่อย ๆ
00:06:3900:06:43เขาก็จะบอกว่าให้เรากินหลังอาหารทันที กินน้ำตามเยอะ ๆ
00:06:4300:06:44เพราะว่าด้วยฤทธิ์ของยาเองนี่
00:06:4400:06:48จะมีคุณสมบัติที่อาจจะไประคายเคือง เรื่องของกระเพาะอาหารได้
00:06:4800:06:51แล้วก็กลุ่มของอาหารบางอย่าง ที่เป็นอาหารรสจัด
00:06:5100:06:53มีความเผ็ดจัด อะไรอย่างนี้ค่ะ
00:06:5300:06:57ก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องของการระคายเคือง ของเยื่อบุกระเพาะอาหารได้
00:06:5700:06:59โดยหลัก ๆ ก็จะเป็น 3 อย่างนี้
00:06:5900:07:02ที่จะอยู่รวมกัน แล้วทำให้เกิดปัญหา
00:07:0200:07:05หรือว่าทำให้เกิดเรื่องของกระเพาะอาหารอักเสบ
00:07:0500:07:06หรือว่าเป็นแผลได้ค่ะ
00:07:0600:07:12[เสียงดนตรี]
00:07:1200:07:17ถัดมาเราก็จะมาดูว่า ภาวะแทรกซ้อน ที่จะเกิดขึ้นจากกระเพาะอาหารคืออะไร
00:07:1700:07:19เอาง่าย ๆ เลย เขามีการอักเสบใช่ไหมคะ
00:07:1900:07:21ถ้าอักเสบ มันเป็นแผล
00:07:2100:07:23แล้วแผลมันเป็นมากขึ้นนี่
00:07:2300:07:24มันก็จะทำให้เกิดเลือดออก
00:07:2400:07:25พอเลือดออกเสร็จแล้วนี่
00:07:2500:07:28สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ อาจจะมีอาเจียนเป็นเลือดก็ได้
00:07:2800:07:32หรือว่าจะมีถ่ายออกมาเป็นสีดำ หรือว่าถ่ายเป็นเลือดได้
00:07:3200:07:34ส่วนใหญ่ถ้าเกิดเป็นแผลในกระเพาะนี่
00:07:3400:07:36มักจะถ่ายออกมาเป็นสีดำค่ะ
00:07:3600:07:38เพราะว่าเลือดมันจะออกน้อย ๆ
00:07:3800:07:42กว่าที่เลือดจะออกไปจนกระทั่งถึงลำไส้ใหญ่ แล้วถ่ายออกมานี่
00:07:4200:07:46อันนี้ก็จะทำให้มีลักษณะที่เป็นสีดำ ไปเรียบร้อยแล้ว
00:07:4600:07:48แต่ถ้าเกิดออกมาเป็นสีแดงนี่
00:07:4800:07:52ส่วนใหญ่ต้องบอกว่าแผลหรือร่องรอย มันน่าจะเกิดที่ลำไส้ใหญ่
00:07:5200:07:57แต่ถ้ามันจะเกิดที่กระเพาะ แสดงว่าเลือดมันต้องออกเยอะมาก
00:07:5700:07:59นอกเหนือจากการถ่ายดำ
00:07:5900:08:00เราเสียเลือดไปเรื่อย ๆ
00:08:0000:08:03ภาวะแทรกซ้อนอันหนึ่ง ของคนที่มีแผลในกระเพาะ
00:08:0300:08:05ก็คืออาจจะทำให้ซีดได้
00:08:0500:08:08อันที่ 2 เวลาที่มันเป็นแผลอยู่เรื้อรังนี่
00:08:0800:08:12ถามว่าแผลอันนี้ มันจะเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้ไหม
00:08:1200:08:14ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ที่เราเจอก็คือ
00:08:1400:08:15มันเป็นมะเร็ง
00:08:1600:08:19แล้วมะเร็งอันนั้นทำให้เกิดแผล แล้วทำให้เกิดเลือดออก
00:08:1900:08:23โดยทั่วไป แผลที่เกิดขึ้นของกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นโรคกระเพาะนะคะ
00:08:2300:08:24มักจะหายได้
00:08:2400:08:27แต่ว่าถ้าสมมุติว่ามันเป็นซ้ำ ๆ
00:08:2700:08:29แล้วมานึกถึงว่าเป็นแผลเป็น
00:08:2900:08:30เป็นแล้วเป็นอีก เป็นแล้วเป็นอีก
00:08:3100:08:35หรือว่ามันเป็นในตำแหน่งที่ทางออกของลำไส้
00:08:3500:08:37จากกระเพาะไปเป็นลำไส้เล็ก
00:08:3700:08:39ซึ่งมันมีช่องทางเล็กนิดเดียว
00:08:3900:08:42อันนี้มันอาจจะทำให้เกิดลำไส้อุดตันได้
00:08:4200:08:43เวลาที่ทำให้เกิดลำไส้อุดตันนี่
00:08:4300:08:47หรือว่ากระเพาะตรงส่วนปลายอุดตัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
00:08:4700:08:50กินอาหารเข้าไปแล้วมันก็จะอืดแน่นท้อง เพราะมันไหลไม่ได้
00:08:5000:08:52ก็จะมีคลื่นไส้อาเจียนได้
00:08:5200:08:54มีเรื่องของน้ำหนักลดได้
00:08:5400:08:57เวลาคลื่นไส้อาเจียน ส่วนใหญ่พวกนี้จะเป็นหลังกินไม่นานค่ะ
00:08:5700:09:00กินเข้าไปไม่เกินครึ่งชั่วโมง อาเจียนเลยนะคะ
00:09:0000:09:01แล้วเวลาอาเจียนนี่
00:09:0100:09:06ก็อาจจะรู้สึกว่ามันมีเหมือนความเป็นกรด เปรี้ยว ๆ เรอเปรี้ยวออกมาอะไรอย่างนี้ได้เลย
00:09:0700:09:08ส่วนใหญ่พวกนี้จะมีน้ำหนักลดได้ด้วย
00:09:0800:09:11อีกอันหนึ่ง ถ้าสมมุติว่ามันเป็นแผลเนอะ
00:09:1100:09:12แผลตอนแรกมีเลือดออก
00:09:1200:09:16ถ้าแผลมันลึกเข้าไปอีก ทะลุลึกเข้าไป ก็จะทำให้เกิดกระเพาะทะลุ
00:09:1700:09:18กระเพาะทะลุคราวนี้ค่ะ
00:09:1800:09:21จะทำให้เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบนะคะ
00:09:2100:09:23อันนี้เป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตราย
00:09:2300:09:25จะปวดท้องอย่างรุนแรงนะคะ
00:09:2500:09:26อันนี้ก็เจอได้นะคะ
00:09:2700:09:30ที่จะเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เราเจอ สำหรับในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะค่ะ
00:09:3000:09:36[เสียงดนตรี]
00:09:3600:09:40ถ้าเราจะถามว่ามันมีอาการอะไรหรือ ที่ทำให้เราต้องรีบไปหาหมอแล้ว
00:09:4000:09:42จากที่เราคิดว่าเราเป็นโรคกระเพาะ
00:09:4200:09:45บางคนก็บอกฉันเป็นมา 5 ปีแล้ว ฉันเป็นมา 2 ปีแล้ว
00:09:4500:09:46ฉันยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย
00:09:4600:09:51กรณีที่เราจะดูว่า อาการอันนี้นะ ควรจะต้องไปเจอคุณหมอแล้ว
00:09:5100:09:52ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
00:09:5300:09:54กินยาแล้วมันไม่ดีขึ้น
00:09:5400:09:57ไม่ดีขึ้นในที่นี้ โดยทั่วไปก็ดูประมาณ 1-2 อาทิตย์
00:09:5700:10:00เพราะว่าอาการมันจะเป็น ๆ หาย ๆ หลาย ๆ คนก็รู้เวลาที่เป็นกระเพาะ
00:10:0000:10:03บางทีวันนี้เป็นอยู่วันสองวันแล้วมันก็หายไป อะไรแบบนี้
00:10:0400:10:06ถ้ามันปวด แล้วต่อเนื่องกันยาวนาน
00:10:0600:10:09กินยาแล้วก็ไม่ดีขึ้น อันนี้มาพบแพทย์ได้เลยนะคะ
00:10:0900:10:14อันที่สอง ปกติมันจะสัมพันธ์กับ เรื่องของมื้ออาหาร
00:10:1400:10:17แต่ถ้าสมมุติว่ากลางคืนเรานอนหลับไปแล้ว
00:10:1700:10:20แล้วประเภทแบบว่าปวดมาก ต้องลุกขึ้นมาอย่างนี้
00:10:2000:10:21อันนี้เริ่มไม่โอเคแล้ว
00:10:2100:10:24สมมุติเรานอนหลับไปแล้ว แล้วอยู่ ๆ เรารู้สึกปวดท้องจังเลย
00:10:2400:10:26แล้วจนกระทั่งปลุกให้เราตื่นมาอย่างนี้ค่ะ
00:10:2600:10:30อันนี้มันไม่ค่อยสมเหตุสมผล กับการที่จะเป็นกระเพาะธรรมดาแล้ว
00:10:3100:10:32อันนี้ก็ควรจะมาพบแพทย์
00:10:3200:10:35อันที่สาม เราเสียเลือดไป
00:10:3500:10:38เริ่มต้นเราอาจจะยังไม่ทันเห็นถ่ายดำ เพราะมันค่อย ๆ เสียไปทีละนิด
00:10:3800:10:41เราอาจจะมีอาการของภาวะที่เราเรียกว่าซีด
00:10:4100:10:43อาจจะมีคนทักว่าเราซีดลง
00:10:4300:10:45หรือว่าซีดไปนะคะ
00:10:4500:10:49เรามองแล้ว เอ๊ะ ทำไมปลายมือปลายเท้าเรา ก็ดูแบบว่าซีด ๆ ไป
00:10:4900:10:53มีอาการวิงเวียน หรือว่ามีอาการที่จะเหนื่อยง่าย
00:10:5300:10:55อ่อนเพลียง่าย
00:10:5500:10:58พวกนี้ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่า อาจจะเกี่ยวข้องกัน
00:10:5800:11:02หรือถ้าใครเจาะเลือด แล้วพบว่า ความเข้มข้นในเลือดต่ำลง
00:11:0200:11:04หรือคนบางคน สมมุตินะคะ
00:11:0400:11:06บริจาคเลือดมาสม่ำเสมอเลย
00:11:0600:11:08ถึงเวลาจะต้องไปบริจาคเลือดแล้ว
00:11:0800:11:09ปรากฏว่าเลือดมันลอย
00:11:0900:11:11เพราะว่าความเข้มข้นในเลือดไม่พอ
00:11:1100:11:13อันนี้ก็อาจจะต้องไปเช็กดูด้วย
00:11:1300:11:17สุดท้ายค่ะ ถ้าถ่ายเป็นสีดำ หรือว่าถ่ายเป็นเลือด
00:11:1700:11:19อันนี้ก็ควรจะต้องมาตรวจด้วย
00:11:1900:11:21เบื้องต้นก็จะประมาณนี้
00:11:2100:11:26[เสียงดนตรี]
00:11:2600:11:30ต่อไปก็คือ สมมุติว่าสงสัยแล้ว หรือว่าไม่แน่ใจก็ตาม
00:11:3000:11:31ไปหาหมอดีไหม
00:11:3100:11:33ถ้าไปหาหมอแล้วหมอจะทำอย่างไร
00:11:3300:11:35โดยทั่วไปเราก็จะตรวจอย่างนี้เหมือนกันค่ะ
00:11:3500:11:37อันที่ 1 ก็คือเราจะตรวจร่างกาย
00:11:3700:11:39อันแรกเลยสมมุติว่าเราดูว่าซีดหรือเปล่า
00:11:3900:11:42อันที่ 2 ถ้าเรากดท้องหรือว่าตรวจท้องนี่
00:11:4200:11:45เราจะดูว่า มันมีตำแหน่งที่เขาเจ็บไหม
00:11:4500:11:48หรือว่าเราคลำก้อนอะไรได้หรือเปล่า
00:11:4800:11:50ซึ่งมันอาจจะเกี่ยวข้องกับ มีลำไส้อุดตันหรือเปล่า
00:11:5000:11:51หรือว่ามีก้อนอะไรอย่างอื่นเกิดขึ้น
00:11:5200:11:54เช่น เราสงสัยมะเร็ง หรืออะไรก็แล้วแต่
00:11:5400:11:56พอตรวจเสร็จแล้วปุ๊บ เราก็จะซักถามอาการ
00:11:5600:12:00แล้วดูว่าคนไข้มีอาการอะไร ที่ทำให้เราสงสัยว่า
00:12:0000:12:03เขาจะไม่ได้เป็นโรคกระเพาะธรรมดาหรือเปล่า
00:12:0300:12:04ถ้ามีพวกนั้น
00:12:0400:12:08สิ่งที่เราจะทำต่อ ก็อาจจะมีการเจาะเลือด หรือว่ามีการส่องกล้องเพื่อเข้าไปดู
00:12:0800:12:10แต่ว่าเบื้องต้น ถ้าคนไข้ไม่มีอาการอะไรเลย
00:12:1000:12:13ส่วนใหญ่คุณหมอก็มักจะสั่งยาให้นะคะ
00:12:1300:12:15ก็มักจะเป็นเรื่องของยาลดกรด
00:12:1500:12:19หรือว่าจะเป็นยาที่จะช่วยเรื่องของ การบีบตัวของกระเพาะลำไส้
00:12:1900:12:21ให้ปรับพฤติกรรมก่อน แล้วนัดมาดูอาการ
00:12:2100:12:24อันที่ 2 ถ้าสมมุติว่าเราสงสัยจริง ๆ
00:12:2400:12:26เราตรวจเลือดแล้วมีซีดด้วย
00:12:2600:12:29หรือว่ามีประวัติการกินยาบางอย่าง ที่ทำให้เราสงสัย
00:12:2900:12:31คุณหมอเขาก็จะนัดมาส่องกล้อง
00:12:3100:12:34ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ก็ต้องงดน้ำงดอาหารก่อน
00:12:3500:12:37แล้วหลังจากนั้น คุณหมอก็จะส่องกล้องเข้าไป
00:12:3700:12:39ส่องกล้องแล้วดูว่ามีแผลไหม
00:12:3900:12:40หรืออาจจะตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
00:12:4000:12:44เพื่อจะดูว่ามีเชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อ เอช ไพโลไร หรือเปล่า
00:12:4400:12:47หรือบางคนก็จะให้มีการทดสอบ โดยการที่ให้หายใจ
00:12:4700:12:52เพื่อจะดูว่ามันจะมีสารบางอย่าง ที่สร้างจากตัวแบคทีเรียออกมาหรือเปล่า
00:12:5200:12:53ถ้าสร้างจากแบคทีเรียปุ๊บ
00:12:5300:12:54เวลาที่เราหายใจปุ๊บนี่
00:12:5400:12:59สารตัวนั้นมันก็จะทำให้ มีการเปลี่ยนสีของชุดทดสอบ
00:12:5900:13:02ก็จะทำให้เราสงสัยว่าอันนี้ คนไข้น่าจะมีเรื่องของการติดเชื้อ
00:13:0200:13:06ในเรื่องของตัวเอช ไพโลไรหรือเปล่า
00:13:0600:13:07ถ้าสมมุติเราเจอสาเหตุแล้ว
00:13:0700:13:10ก็จะมีการรักษาให้ตรงกับสาเหตุ เช่น
00:13:1000:13:12ถ้ามันมี เอช ไพโลไร หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรีย
00:13:1200:13:16เขาก็จะมียาฆ่าเชื้อให้กิน 7-14 วันแล้วแต่
00:13:1600:13:18แล้วทีนี้พอถ้าเกิดรักษาแล้ว หายแล้ว
00:13:1800:13:20อันนี้ก็จะได้ไม่ต้องเป็นซ้ำอีกค่ะ
00:13:2100:13:27[เสียงดนตรี]
00:13:2700:13:29ต่อกันที่เรื่องของการรักษา
00:13:2900:13:32ก็เหมือนเดิมค่ะ ถ้าเราเจอสาเหตุ เราก็รักษาสาเหตุ
00:13:3200:13:35เจอว่ามีเอช ไพโลไร เราก็ให้ยาฆ่าเชื้อ
00:13:3500:13:37ถ้าสมมุติเราไม่เจอสาเหตุ เราก็มาดูก่อน
00:13:3700:13:39ความเครียด ปรับพฤติกรรมอะไรทั้งหมด
00:13:3900:13:40ในแง่ของยาค่ะ
00:13:4100:13:41ลดกรดค่ะ
00:13:4100:13:44เพราะว่าปัจจัยหลัก ๆ ก็คือกรดใช่ไหมคะ
00:13:4400:13:47ถ้าสมมุติว่ากระเพาะอาหาร มันบีบตัวไม่ดี มีท้องอืด มีแน่นท้อง
00:13:4700:13:51ก็อาจจะมีเรื่องของยาที่จะช่วยในเรื่องของ การบีบตัวของกระเพาะลำไส้
00:13:5100:13:53หรือว่าจะมียาขับลม
00:13:5300:13:56อันนี้ก็จะมีที่คุณหมอจะสั่งให้
00:13:5600:13:58อันนี้คือส่วนใหญ่จะเป็นยามาตรฐาน
00:13:5800:14:02แต่ในบางรายก็อาจจะมียาพิเศษ ยาเฉพาะไป อันนี้เป็นราย ๆ ไป
00:14:0200:14:05แล้วก็ต้องดูเรื่องยาตัวอื่นที่ใช้ด้วยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น
00:14:0500:14:08ถ้าคน ๆ นี้กินยาแก้ปวดนะคะ
00:14:0800:14:09มีแอสไพรินอยู่
00:14:0900:14:11หรือว่ามีพวกสเตียรอยด์อะไรหลาย ๆ อย่าง
00:14:1100:14:15ที่จะทำให้เกิดเรื่องของกระเพาะอาหาร หรือว่ากระเพาะเป็นแผล
00:14:1500:14:16หรือกระเพาะอักเสบใด ๆ
00:14:1600:14:18ถ้าไม่จำเป็น ยาบางตัวเราจะให้เลี่ยง
00:14:1800:14:22ยกตัวอย่างเช่น ยาแก้ปวด เราก็จะใช้ตัวอื่นที่มันไม่กัดกระเพาะ
00:14:2200:14:24หรือว่าไม่ระคายเคืองกระเพาะ
00:14:2400:14:27แต่ถ้าในกรณีของแอสไพริน แล้วคนไข้คนนั้นจำเป็น
00:14:2700:14:28เราก็ต้องมาดูอีกว่า
00:14:2800:14:31อันที่หนึ่ง โดสนี่จะใช้เป็น แอสไพรินโดสต่ำได้ไหม
00:14:3100:14:34หรือว่าจำเป็นจะต้องมียาตัวอื่น ที่เข้าไปควบคู่ด้วย
00:14:3400:14:37เพื่อลดโอกาสในการที่จะเกิด เรื่องของกระเพาะอักเสบ
00:14:3700:14:40การรักษาอื่น ๆ ก็จะดูตามรายไป เช่น
00:14:4000:14:42ถ้ามีภาวะแทรกซ้อน
00:14:4200:14:44ถ้าสมมุติว่าเลือดออก เลือดออกไม่มาก
00:14:4400:14:45ก็จะรักษากระเพาะ
00:14:4500:14:47หรือถ้าสมมุติว่าเลือดออกในตอนนั้น
00:14:4700:14:49ส่องกล้องเข้าไปแล้วเจอจุดเลือดออก
00:14:4900:14:52คุณหมอก็อาจจะจี้นะคะ หรืออาจจะคลิป
00:14:5200:14:55ด้วยวิธีใด หรือฉีดยาก็แล้วแต่ ที่ทำให้เลือดมันหยุด
00:14:5500:14:58ถ้าสมมุติว่ามันออกเยอะมาก ๆ นะคะ
00:14:5800:14:59มันก็จะมี 2 ทาง
00:14:5900:15:03อันที่ 1 ก็คือฉีดสีเข้าไปที่เส้นเลือด แล้วก็ไปอุดเส้นเลือดที่มันไหลเลย
00:15:0300:15:04มันก็จะได้หยุด
00:15:0400:15:08หรือถ้าเกิดทำไม่ได้ แล้วอยู่ในโรงพยาบาลที่มีคุณหมอศัลยกรรม
00:15:0800:15:12ถ้าเลือดมันออกมากจริง ๆ ก็อาจจะต้องมีการผ่าตัดนะคะ
00:15:1200:15:13ผ่าตัด 2 อย่างเลยค่ะ
00:15:1300:15:17ผ่าตัดกระเพาะ หรือว่าอาจจะเป็นเรื่องของ การเย็บหรืออะไรก็แล้วแต่
00:15:1700:15:18อันนี้ก็จะเป็นเรื่องของการผ่าตัดไป
00:15:1800:15:21เดี๋ยวนี้ก็ทำน้อยลงนะคะ ในเรื่องของกระเพาะอาหาร
00:15:2100:15:25ถ้าสมมุติว่ามันเป็นเรื่องของลำไส้อุดตัน
00:15:2500:15:26อันนี้ก็ต้องเข้าไปดู
00:15:2600:15:28ส่วนใหญ่ก็จะเป็น เรื่องของการผ่าตัดเป็นหลักแหละ
00:15:2800:15:29ถ้าเกิดมันอุดตัน
00:15:2900:15:32โดยสรุปก็คือ ในแง่ของการรักษาด้วยยา
00:15:3200:15:33ก็จะมีเรื่องของยา เรื่องของการผ่าตัด
00:15:3400:15:38เรื่องของการอุดเส้นเลือด ถ้าสมมุติว่า ในกรณีที่เลือดออกค่อนข้างรุนแรง
00:15:3800:15:40แล้วที่เหลือ ก็จะเป็นเรื่องของการปรับพฤติกรรม
00:15:4000:15:44ต้องบอกว่าภาพรวมโดยส่วนใหญ่ ของคนที่พูดว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะ
00:15:4400:15:46หรือสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะนี่
00:15:4600:15:50การปรับพฤติกรรมและการปรับเรื่องอาหาร จะช่วยได้มากเลยค่ะ
00:15:5000:15:56[เสียงดนตรี]
00:15:5600:15:58สุดท้ายเราก็จะมาคุยกันว่า
00:15:5800:16:01ตอนนี้เราน่าจะยังไม่ถึงจุดที่จะต้องไปผ่าตัด
00:16:0100:16:04เราน่าจะถึงจุดที่อาจจะยังไม่ต้องไปเจอคุณหมอ
00:16:0400:16:06เราจะปรับชีวิตเราอย่างไรดี
00:16:0600:16:11เราก็มาดูตั้งแต่ตอนแรกถ้าจำได้ว่า เราพูดถึงเรื่องของความเสี่ยงมีอะไรบ้าง
00:16:1100:16:12ยาค่ะ
00:16:1200:16:17ถ้าเลี่ยงได้ ตัวที่มันมีผลกับกระเพาะ กัดกระเพาะ ระคายเคืองกระเพาะ
00:16:1700:16:18ก็พยายามกินให้น้อยลง
00:16:1800:16:20กินเท่าที่จำเป็น
00:16:2000:16:22ยาไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิตขนาดนั้น
00:16:2200:16:24ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องกิน
00:16:2400:16:25เรื่องของแอลกอฮอล์
00:16:2500:16:29อันนี้ก็จะช่วยทำให้ เรื่องของตัวกรดในกระเพาะเยอะขึ้น
00:16:2900:16:30เยื่อบุกระเพาะแย่ลง
00:16:3000:16:32เพราะฉะนั้น ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะคะ
00:16:3200:16:36แล้วก็สูบบุหรี่ค่ะ หยุดเหล้า หยุดบุหรี่ อันนี้ก็จะช่วยได้
00:16:3600:16:38แล้วก็ลดความเครียด
00:16:3800:16:43เพราะว่าทั้งหมดนี้ มันก็จะทำให้เรื่องของ ตัวโรคกระเพาะอาหารนี่มันเป็นมากขึ้น
00:16:4300:16:48[เสียงดนตรี]
00:16:4800:16:52สำหรับพฤติกรรมที่ควรทำ หรือพฤติกรรมที่ควรกิน
00:16:5200:16:53สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะนะคะ
00:16:5300:16:57อันแรกเลยก็คือ กินอาหารปรุงสุก สะอาดใช่ไหมคะ
00:16:5700:16:59กินอาหารที่ย่อยง่าย
00:17:0000:17:01เป็นอาหารที่อาจจะอ่อนนุ่มก็ได้
00:17:0100:17:05ไม่จำเป็นนะคะว่าคำว่าย่อยง่าย ในที่นี้หลายคนจะบอกว่าคือข้าวต้ม
00:17:0500:17:08ไม่ใช่เลย ไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องเป็นข้าวต้มเลย
00:17:0800:17:10ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าก็ถือว่าเป็นอาหารอ่อนนะคะ
00:17:1000:17:13ของที่มันนุ่ม ๆ เคี้ยวง่าย อะไรอย่างนี้
00:17:1300:17:14อันนี้ได้หมดเลย
00:17:1400:17:17ก็จะช่วยทำให้กระเพาะเราไม่ทำงานหนักขึ้น
00:17:1700:17:20เป็นของที่มีไขมันต่ำพวกนี้นะคะ
00:17:2000:17:23เป็นเนื้อสัตว์ เช่น จะเป็นปลา เป็นไก่ เป็นอะไรอย่างนี้ได้นะคะ
00:17:2300:17:25ไม่ใช่ของมัน
00:17:2500:17:26อันถัดมาก็จะเป็นการกิน
00:17:2600:17:28ถ้าเรากินทีเดียวเยอะ ๆ
00:17:2800:17:31กระเพาะเราก็จะต้องรับอาหารทีนึงครั้งละมาก ๆ
00:17:3100:17:34ก็จะเปลี่ยนนิสัยการกินนิดนึง ให้กินน้อย ๆ
00:17:3400:17:36กินบ่อย ๆ ได้นะคะ
00:17:3600:17:39กินแค่พออิ่ม หรือว่าประมาณสัก 80% ก่อนที่จะอิ่ม
00:17:3900:17:41ไม่ต้องกินจนอิ่มแน่นนะคะ
00:17:4100:17:45ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะอืดแน่นท้อง แล้วก็อาจจะมีคลื่นไส้อาเจียนตามมาได้
00:17:4500:17:48แล้วที่สำคัญนะคะ ก็ควรจะต้องกินอาหารให้ตรงเวลา
00:17:4800:17:52ถ้าเกิดหลีกเลี่ยงการกินของจุกจิกได้ก็จะดี
00:17:5200:17:57เพราะไม่งั้นมันจะทำให้กรดหรือน้ำย่อย มันหลั่งมาตลอดที่เรากินค่ะ
00:17:5700:17:59แต่ถ้าเรากินให้มันเป็นเวลาอย่างนี้
00:17:5900:18:00พอถึงเวลาปุ๊บ
00:18:0000:18:03น้ำย่อยมันหลั่งออกมา มันก็จะได้ไม่มีปัญหา
00:18:0300:18:06ในกรณีที่จะเลือกกินพวกผักผลไม้นะคะ
00:18:0600:18:08จริง ๆ ก็ต้องบอกว่ากินได้
00:18:0800:18:11แต่ว่าอาจจะต้องเลือกเป็น ผักผลไม้ที่มันย่อยง่ายนิดนึง
00:18:1100:18:14ถ้าสมมุติว่ามันเป็นพวกของไฟเบอร์ หรือว่าพวกใยอาหาร
00:18:1400:18:15มันจะมี 2 กลุ่ม
00:18:1600:18:18กลุ่มแรกเราเรียกว่า ละลายน้ำได้
00:18:1800:18:20กับกลุ่มที่ 2 เราเรียกว่า ละลายน้ำไม่ได้
00:18:2000:18:24พวกละลายน้ำไม่ได้นี่ ช่วงแรกอาจจะต้องลดและเลี่ยงหน่อย
00:18:2400:18:27เพราะว่าพวกนี้มันจะเป็นกากใย ที่ต้องการการย่อยเยอะ
00:18:2700:18:29แต่ถ้าเป็นพวกที่ละลายน้ำได้
00:18:2900:18:31พวกนี้จะอุ้มน้ำได้ค่อนข้างดี
00:18:3100:18:34นึกภาพง่าย ๆ เลยค่ะ ถ้าเรากินคะน้าแล้วมันเป็นก้าน ๆ
00:18:3400:18:38อันนี้ถือว่าเป็นเส้นใยที่ละลายน้ำไม่ได้นะคะ
00:18:3800:18:39อันนี้อาจจะต้องเลี่ยงนิดนึง
00:18:3900:18:43แต่ถ้าสมมุติเรามานึกถึงแอปเปิล เรานึกถึงกล้วยอย่างนี้ค่ะ
00:18:4300:18:45หรือว่าเรานึกถึงส้มนะคะ
00:18:4500:18:50ซึ่งมันจะมีแบบเป็นลักษณะของ ความนุ่ม ๆ หยุ่น ๆ ของมันอยู่อย่างนี้ค่ะ
00:18:5000:18:52อันนี้มันจะเป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้
00:18:5200:18:54พวกนี้สามารถจะกินได้นะคะ
00:18:5400:18:59เพราะว่ามันจะไม่มีปัญหากับเรื่องของ การย่อยและการดูดซึมสักเท่าไหร่
00:18:5900:19:03แล้วเมื่อเราบอกว่า เมื่อกี้เรามีพฤติกรรมที่เราควรจะทำ
00:19:0300:19:05สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคกระเพาะ
00:19:0500:19:08กินตรงเวลา ไม่กินจุกจิกใช่ไหมคะ
00:19:0800:19:11กินน้อย ๆ กินบ่อยๆ ไม่ให้กินให้อิ่มมาก
00:19:1100:19:16กินพวกที่มีกากใย โดยเฉพาะในกลุ่ม ที่มันเป็นเรื่องของใยอาหารที่ละลายน้ำได้
00:19:1700:19:20กินอาหารที่เป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย กินอาหารที่ปรุงสุก
00:19:2000:19:22อันนี้คือฝั่งที่ควรจะทำ
00:19:2200:19:24แล้วมีอะไรที่ควรจะหลีกเลี่ยงบ้าง
00:19:2400:19:26ก็คือฝั่งตรงข้ามของเมื่อสักครู่นี้
00:19:2600:19:29อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคกระเพาะ
00:19:2900:19:31อันแรกก็จะเป็นพวกเครื่องดื่มบางอย่าง
00:19:3100:19:35เช่น เป็นพวกของชา กาแฟ แล้วก็เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
00:19:3500:19:38หรือแม้กระทั่งนมนะคะ หลายคนอาจจะบอกงงนิดนึง
00:19:3800:19:41จริง ๆ บอกว่าถ้าเป็นโรคกระเพาะ ต้องกินนมไม่ใช่หรือ
00:19:4100:19:43ต้องบอกว่าอย่างนี้ค่ะ ถ้าเป็นโรคกระเพาะแล้วนี่
00:19:4300:19:47เวลาที่เรารับประทานนม โดยเฉพาะนมที่เป็นไขมันเต็มส่วน
00:19:4700:19:48มันจะมีไขมันค่อนข้างเยอะนิดนึง
00:19:4800:19:52แล้วเวลาที่เรารับประทานไปนี่ มันอาจจะทำให้มีอาการอืดท้องได้
00:19:5200:19:53เพราะว่าในช่วงต้นนี่
00:19:5300:19:55เวลาที่มีกระเพาะอักเสบค่ะ
00:19:5500:19:57ถ้ากินอาหารที่มันมีไขมันเยอะ
00:19:5700:19:59มันจะยิ่งทำให้การบีบตัวของกระเพาะ ทำงานลดลง
00:19:5900:20:02แล้วเช่นกันค่ะ ของที่มันเป็นพวกของทอด
00:20:0200:20:05ของที่มีไขมันสูง อันนี้เราควรจะต้องหลีกเลี่ยง
00:20:0500:20:09อีกอันหนึ่งที่มันควรจะเลี่ยงก็คือ ของที่ย่อยยากนะคะ
00:20:0900:20:13หรือว่าเป็นของที่มันแข็งมาก ๆ ก็อาจจะเรียกในช่วงต้นเนอะ
00:20:1300:20:15ไม่ได้บอกว่าห้ามกินตลอดไป
00:20:1500:20:20อันถัดไปก็จะเป็นพวกของผลไม้ ที่อาจจะเปรี้ยวจัด ๆ
00:20:2000:20:24หรือว่าอาหารที่มีรสจัดมาก ๆ เผ็ดจัด
00:20:2400:20:27รวมถึงพวกของหมักของดองด้วยค่ะ
00:20:2700:20:30อันนี้เป็นของที่เราควรจะหลีกเลี่ยงนะคะ
00:20:3000:20:32แล้วก็จะเป็นพวกของสูบบุหรี่
00:20:3200:20:35จะเห็นว่าในเรื่องของโรคกระเพาะนะคะ
00:20:3500:20:36จะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็ได้
00:20:3600:20:40เพราะว่าหลายคนก็จะรู้สึกว่าฉันก็เป็น หรือว่ามีคนเป็นเยอะแยะนะคะ
00:20:4100:20:44เพียงแต่ว่าโรคเล็ก ๆ ที่คนเป็นกันเยอะ ๆ นี่
00:20:4400:20:48ถ้าเกิดเราไม่ใส่ใจ เราไม่ดูแลนี่ อาจจะนำไปสู่โรคที่มันใหญ่ขึ้น
00:20:4900:20:50แล้วก็มีอันตรายถึงชีวิตได้
00:20:5000:20:52เพราะฉะนั้น ดูแลตัวเองนะคะ
00:20:5200:20:54ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเบื้องต้น
00:20:5400:20:57แล้วดูซิว่ามันจะดีขึ้นหรือเปล่านะคะ
00:20:5700:20:59ถ้าสมมุติเราทำทุกอย่างแล้วดีแล้ว
00:20:5900:21:00แต่มันยังไม่ดีขึ้น
00:21:0000:21:02ก็ควรจะไปพบแพทย์เพื่อจะดูว่า
00:21:0200:21:06มันมีภาวะแทรกซ้อน หรือจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่โรคกระเพาะ
00:21:0700:21:11พบกับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดีเลือกได้
00:21:1100:21:13ทุกวันจันทร์เวลา 18:00 น.
00:21:1300:21:15ที่ Mahidol Channel Podcast
00:21:1500:21:18ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:21:1800:21:20YouTube Mahidol Channel
00:21:2000:21:21Apple Podcasts
00:21:2100:21:22Spotify
00:21:2200:21:23Anchor
00:21:2300:21:24Joox
00:21:2400:21:30ดำเนินรายการโดยหมอเอ๋ ผศ.พญ.ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร
00:21:3000:21:34[เสียงดนตรี]
00:21:3400:21:37Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้