00:00:01 → 00:00:04รู้จัก brow Out Syndrome ภาวะหมดใจที่
00:00:04 → 00:00:07มากกว่าหมดไฟในการทำ
00:00:07 → 00:00:11งานเปิดวิธีแก้ไขเพื่อปลุกไฟปลุกฝันให้มี
00:00:11 → 00:00:13ความสุขอีกครั้งกับการทำ
00:00:13 → 00:00:17งาน 6 เคล็ดไม่ลับช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
00:00:17 → 00:00:20ต้านความเศร้าติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้
00:00:20 → 00:00:30ในรายการ TNN Health วันนี้
00:00:30 → 00:00:33สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:33 → 00:00:35Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:36 → 00:00:39คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ TNN Health ค่ะ
00:00:39 → 00:00:42และดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงฉัดาวจังวังกร
00:00:42 → 00:00:45แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อม
00:00:45 → 00:00:47ที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณ
00:00:48 → 00:00:56ผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:56 → 00:00:58[เพลง]
00:00:58 → 00:01:02ค่ะและในสัปดาห์นี้นะคะเราจะมารู้จักกับ
00:01:02 → 00:01:06ภาวะ brow Out Syndrome ภาวะหมดใจที่
00:01:06 → 00:01:10มากกว่าหมดไฟในการทำงานหลายท่านนะคะจะเคย
00:01:10 → 00:01:12ได้ยินภาวะ burn Out Syndrome ค่ะภาวะ
00:01:13 → 00:01:15นั้นแค่หมดไฟค่ะแต่ภาวะ brow Out
00:01:15 → 00:01:18Syndrome ที่ถึงกับหมดใจเป็นอย่างไรไป
00:01:18 → 00:01:21ฟังกันค่ะ brow Out Syndrome คือภาวะ
00:01:22 → 00:01:24หมดใจจในการทำงานที่รุนแรงกว่า burnout
00:01:24 → 00:01:27Syndrome เป็นอาการระยะยาวที่สะสมมาเป็น
00:01:27 → 00:01:31ระยะเวลานานจากประสบการณ์ในการทำงานที่
00:01:31 → 00:01:34ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานกับสภาพแวดล้อม
00:01:34 → 00:01:37ผู้คนหรือเงื่อนไขในองค์กรนั้นๆจนเหนื่อย
00:01:37 → 00:01:41ใจหมดความภักดีไม่อยากจะทุ่มเทไม่อยาก
00:01:41 → 00:01:44เป็นส่วนหนึ่งของทีมอีกต่อไปคนเหล่านี้จะ
00:01:44 → 00:01:47ไม่ค่อยแสดงออกให้เห็นภายนอกเพราะเขายัง
00:01:47 → 00:01:50บังคับตนเองให้ทำงานตามหน้าที่ได้อัด
00:01:50 → 00:01:52เนื่องจากนิสัยที่คนเหล่านี้ทำงานหนัก
00:01:52 → 00:01:56เป็นปกติทำงานนอกเวลาไม่เว้นแม้กระทั่ง
00:01:56 → 00:02:00วันหยุดลาป่วยหรือลาพักร้อนแต่เมื่อฟัง
00:02:00 → 00:02:04เส้นสุดท้ายขาดลงก็จะลุกขึ้นมาขอลาออกทัน
00:02:04 → 00:02:07ทีนั่นก็เป็นเหตุผลที่พนักงานบางคนที่ไม่
00:02:07 → 00:02:11มีวี่แววว่าลาออกจู่ๆเก็บของเดินออกจาก
00:02:11 → 00:02:14ที่ทำงานที่เขาเคยคาดหวังจะเติบโตเพราะ
00:02:14 → 00:02:18การหมดใจนั่นเองสาเหตุที่ทำให้คนหมดใจ
00:02:18 → 00:02:21อาการหมดใจในการทำงานหรือ brow Out
00:02:21 → 00:02:24Syndrome มักเกิดขึ้นกับคนที่มีความ
00:02:24 → 00:02:27สามารถมากกว่าคนอื่นสาเหตุอาจมาจากเพื่อน
00:02:27 → 00:02:31ร่วมงานกฎขององค์กรการได้รับผลตอบรับไม่
00:02:31 → 00:02:34ดีในการทำงานซึ่งคนที่มีอาการ ow Out
00:02:34 → 00:02:37นั้นยังสามารถทำงานได้อย่างปกติเพียงแต่
00:02:37 → 00:02:41ความผูกพันของพนักงานกับองค์กรลดลงโดยมี
00:02:41 → 00:02:45สาเหตุดังนี้ 1 มีความเครียดสะสมในการทำ
00:02:45 → 00:02:49งานเก็บไว้นานพร้อมจะระเบิด 2 กฎระเบียบ
00:02:49 → 00:02:52ในองค์กรที่จุกจิกและไม่เป็นธรรมกฎที่
00:02:52 → 00:02:54จุกจิกและไม่มีความยืดหยุ่นจะทำให้
00:02:54 → 00:02:58พนักงานกดดันและเกิดความอึดอัดใจได้รวม
00:02:58 → 00:03:01ถึงความไม่เป็นธรรมเช่นการยืดหยุ่นกด
00:03:01 → 00:03:03ระเบียบให้กับคนบางกลุ่มซึ่งความไม่
00:03:03 → 00:03:06ยุติธรรมนี้เป็นตัวสร้างอคติและความบาด
00:03:06 → 00:03:11หมางในองค์กร 3 ทำได้มากกว่าแต่ผลตอบแทน
00:03:11 → 00:03:14เสมอกันสาเหตุหลักที่ทำให้คนเก่งๆทยอยออก
00:03:14 → 00:03:18จากองค์กรคือการไม่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้ม
00:03:18 → 00:03:22ค่าสิ่งนี้จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าจะทำดี
00:03:22 → 00:03:25ไปทำไมหากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆพนักงาน
00:03:25 → 00:03:29ที่ตั้งใจทำงานอาจเริ่มหมดใจและเริ่มมอง
00:03:29 → 00:03:33หารใหม่ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงแรง
00:03:33 → 00:03:37มากกว่า 4 หัวหน้างานเอาแต่ใจไม่เข้าใจ
00:03:37 → 00:03:39ความเป็นมนุษย์ความเอาแต่ใจไม่เปิดรับ
00:03:40 → 00:03:43ความเห็นต่างของหัวหน้าไม่ฟังเหตุผลขาด
00:03:43 → 00:03:46ความเห็นใจไม่ยอมรับผิดพนักงานหลายคนจึง
00:03:46 → 00:03:50ไม่อยากรองรับอารมณ์และพลังงานลบๆอีกต่อ
00:03:50 → 00:03:54ไป 5 เป้าหมายในการทำงานไม่ชัดเจนเมื่อ
00:03:54 → 00:03:57ไม่เห็นเป้าหมายของงานที่ทำพนักงานหลายคน
00:03:57 → 00:04:00จึงเริ่มหมดใจเพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัว
00:04:00 → 00:04:03เองทำนั้นมีประโยชน์หรือมีคุณค่ากับองค์
00:04:03 → 00:04:06กรมากน้อยแค่ไหนก่อนอื่นมาเช็คอาการกัน
00:04:06 → 00:04:09สักนิดว่าคุณเข้าข่ายภาวะ brow Out
00:04:09 → 00:04:14Syndrome หมดใจอยู่หรือเปล่า 1 หมดแชใน
00:04:14 → 00:04:18การทำงานความกระตือรือร้นในการทำงานลดลง 2
00:04:18 → 00:04:21ไม่อยากทำงานนอกเหนือเวลางานเช่นทำงาน
00:04:21 → 00:04:24ล่วงเวลาหรือทำงานเสารอาทิตย์จากที่เมื่อ
00:04:24 → 00:04:29ก่อนเคยทำได้ 3 มีอาการพักผ่อนไม่เพียงพอ
00:04:29 → 00:04:33ปวยบ่อๆซึมลงใส่ใจตัวเองนอยล 4 ไม่ให้
00:04:33 → 00:04:38ความรมมกับกิจกรรมต่างๆร 5 ปลกตัวจสังคม
00:04:38 → 00:04:42เพื่อนร่วมงาน 6 ขาดความสนใจในเรื่องทั่ว
00:04:42 → 00:04:46ยกเว้นเรื่งาน 7 รู้สึกกดดันจากการทำงาน
00:04:46 → 00:04:50เหมือนองค์กรคอยเพ่งเล็งจับผิด 8
00:04:50 → 00:04:53หงุดหงิดง่ายอารม์เสียกับเรื่องเล็กๆทั้ง
00:04:53 → 00:04:56ที่ไม่เคยเป็นหรือในบางคอาจมีปัญหาสุขภาพ
00:04:56 → 00:05:00เชภูมิคุ้มกันต่ำลงเป็นหัดง่ายเป็นภูมิ
00:05:00 → 00:05:02แพ้ปวดเมื่อยตามตัวเป็น
00:05:02 → 00:05:06อินมภาวะหมดใจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนลาออก
00:05:06 → 00:05:09จากงานจำนวนมากจากผลสำรวจของ Corporate
00:05:09 → 00:05:12Balance Concept ระบุว่าพนักงานระดับ
00:05:12 → 00:05:16สูงที่เผชิญกับภาวะหมดไฟมีจำนวนรละ 5 แต่
00:05:16 → 00:05:20ผู้เผชิญกับภาวะหมดใจมีถึงร้อยละ 40 นั่น
00:05:20 → 00:05:24ทำให้ภาวะหมดใจนับเป็นภัยเงียบที่องค์กร
00:05:24 → 00:05:27ต้องหันมาให้ความสำคัญอย่างไรก็ตามยังมี
00:05:27 → 00:05:30อีกหนอาการที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันที่อยาก
00:05:30 → 00:05:33พูดถึงคือ Out Syndrome ซึ่งเป็นอาการ
00:05:33 → 00:05:36ที่พนักงานเบื่องานเนื่องจากไม่ได้แสดง
00:05:36 → 00:05:40ศักยภาพของตนเองถูกให้ทำงานเดิมๆโดยไม่
00:05:40 → 00:05:43ให้โอกาสในการทำงานที่ท้าทายหรืองานใหม่
00:05:43 → 00:05:46จนในที่สุดเบื่องานและต้องเดินจากไปสู่
00:05:46 → 00:05:49ที่ทำงานใหม่ที่ให้โอกาสได้แสดงศักยภาพ
00:05:49 → 00:05:52เหล่านั้นได้รู้จักกับภาวะ brow Out
00:05:52 → 00:05:55Syndrome แล้วและในช่วงนี้นะคะเรายัง
00:05:55 → 00:05:58อยู่ที่ภาวะ brow Out Syndrome ภาวะหมด
00:05:58 → 00:06:02ใจที่มามากกว่าหมดไฟในการทำงานและในช่วง
00:06:02 → 00:06:04นี้ค่ะเราจะไปคุยกับอาจารย์จิตแพทย์ผู้
00:06:04 → 00:06:09เชี่ยวชาญกันอาจารย์คะสวัสดีค่ะครับ
00:06:09 → 00:06:15สวัสดีครับขอเริ่มที่คำถามแรกเลยนะ
00:06:15 → 00:06:19[เพลง]
00:06:19 → 00:06:24คะอาจารย์คะภาวะ brow Out Syndrome กับ
00:06:24 → 00:06:26ภาวะ burn Out Syndrome ค่ะอาจารย์มี
00:06:26 → 00:06:29ความเหมือนหรือว่าแตกต่างกันอย่างไรคะตัว
00:06:29 → 00:06:31burn Out กับ brow Out เนี่ยก็มีคำ
00:06:31 → 00:06:34นิยามที่อาจจะแตกต่างกันบางส่วนอาจจะแตก
00:06:34 → 00:06:36ต่างกันบางส่วนอาจจะมีการทับซ้อนกันอยู่
00:06:36 → 00:06:39บ้างนะครับก่อนหน้านี้เราพูดถึงเรื่อง
00:06:39 → 00:06:41burn Out เยอะ burn Out เนี่ยภาษาไทย
00:06:41 → 00:06:43เราเรียกว่าหมดไฟรู้สึกไม่มีพลังในการทำ
00:06:43 → 00:06:47สิ่งต่างๆใจมันอยากทำนะแต่ว่าพลังมันไม่
00:06:47 → 00:06:50มีมันยังมีความรู้สึกว่าเออฉันก็พอทำได้
00:06:50 → 00:06:53แต่แต่ฉันไม่สามารถขยับออกไปทำได้มันอาจ
00:06:53 → 00:06:55จะเป็นเพราะว่าภาระงานที่หนักมากเกินไป
00:06:56 → 00:06:58การแบกรับงานที่หนักมากเกินไปทีนี้บางคน
00:06:59 → 00:07:03ไม่ได้หมดไฟแต่หมดใจไฟยังมีอยู่ยังมีพลัง
00:07:03 → 00:07:05งานฉันยังทำเรื่องอื่นได้อยู่แต่พอมาถึง
00:07:05 → 00:07:08เรื่องงานทีไรเนี่ยใจมันหายไปทุกทีเลยมัน
00:07:08 → 00:07:11ไม่มีความรู้สึกถูกดึงดูดแล้วว่าฉันอยาก
00:07:11 → 00:07:15จะไปทำเรื่องนี้ฉันอยากจะอยู่ในบริษัทนี้
00:07:15 → 00:07:17ต่อฉันอยากจะไปคุยพูดคุยกับเพื่อนฝูงตรงเ
00:07:17 → 00:07:20ก็เรียกว่า Brown Out Brown Out เนี่ย
00:07:20 → 00:07:24เหมือนไฟตกเหมือนแบบมันเกิดความขุ่นมัวใน
00:07:24 → 00:07:28ใจนะครับซึ่งก็พอใจเนี่ยมันไม่มาแล้วเรา
00:07:28 → 00:07:30มองไม่เห็น
00:07:30 → 00:07:32ตัวตนของเราที่อยู่ในองค์กรนั้นมันก็เลย
00:07:32 → 00:07:36เกิดภาวะหมดใจถ้าเกิดใจไม่กลับมานานๆข้าว
00:07:36 → 00:07:39ไฟมันก็หมดไปด้วยหรือบางครั้งไฟมันหมดไป
00:07:39 → 00:07:43นานๆมันก็ส่งผลจนใจของเรามันหมดไปด้วยนะ
00:07:43 → 00:07:45ครับเพราะงั้น 2 เรื่องเยเป็นเรื่องที่มี
00:07:45 → 00:07:47ความเกี่ยวข้องแล้วก็ทับซ้อนรวมถึงบาง
00:07:47 → 00:07:50ครั้งมันก็ไปทับซ้อนกับปัญหาด้านสุขภาพ
00:07:50 → 00:07:53จิตที่แพทย์วินิจฉัยด้วยเช่นถ้าเกิด
00:07:53 → 00:07:56สมมุติว่าหมดใจอาการหมดใจอาจจะเป็นอาการ
00:07:56 → 00:07:58เบื้องต้นแต่พอผ่านไปสักระยะนึงมันมีการ
00:07:59 → 00:08:02เบือท้อแท้อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจนพ่าน
00:08:02 → 00:08:05ไปเอ่อกินข้าวไม่ได้นอนไม่หลับเราก็อาจจะ
00:08:05 → 00:08:08ต้องไปดูโรคทางจิตเวทอื่นๆนะเช่นโรคซึม
00:08:08 → 00:08:10เศร้าหรือเปล่าหรือโรควิตกกังวลหรือเปล่า
00:08:10 → 00:08:13หรือโรคการปรับตัวที่ผิดปกติหรือเปล่า
00:08:13 → 00:08:16ภาวะ brow Out Syndrome พบมากในคนวัย
00:08:16 → 00:08:19ไหนคะก็วัยทำงานนี่แหละครับในวัยเด็กๆก็
00:08:19 → 00:08:22อาจจะมีหมดใจหมดไฟบ้างในช่วงการเรียนเนาะ
00:08:22 → 00:08:25แต่เราเน้นนิยามของคนที่ทำงานเรามองย้อน
00:08:25 → 00:08:28กลับไปในตัวเราเองเนี่ยสำหรับวัยทำงานที่
00:08:28 → 00:08:31ฟังอยู่นะครับเราทำงานในปีแรก 2 ปีแรก
00:08:31 → 00:08:33เนี่ยเรามักมีความตื่นเต้นเราเพิ่งจบจาก
00:08:33 → 00:08:36การเป็นนิสิตนักศึกษามาเป็นวัยทำงานเรา
00:08:36 → 00:08:39อุ๊ยเราทุกอย่างเราดูสนใจไปหมดเลยมันดูมี
00:08:39 → 00:08:42พลังแต่พอถึงจุดๆหนึเมื่อเรารู้สึกว่า
00:08:42 → 00:08:46องค์กรนั้นไม่เหมาะสมไม่ได้ตอบโจทย์ของ
00:08:46 → 00:08:49ชีวิตของเราจริงๆใจที่มันมีอยู่มันก็อาจะ
00:08:49 → 00:08:52ค่อยๆลดน้อยไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้นเราจะ
00:08:52 → 00:08:54เห็นพวก burn Out า Out เนี่ยมากขึ้นใน
00:08:54 → 00:08:58วัยช่วงประมาณวัยผู้ใหญ่ตอนต้นขยับมา
00:08:58 → 00:09:00หน่อยไม่ถึงต้นมากมากนะครับอาจจะช่วง
00:09:00 → 00:09:04ประมาณสัก 30 20 ไปลๆถึง 30 จนไปถึง 30
00:09:04 → 00:09:08ต้นๆจนถึงวัยกลางคนด้วยนะครับและภาวะ brow
00:09:08 → 00:09:10Out Syndrome ค่ะอาจารย์เกิดขึ้นเฉพาะ
00:09:11 → 00:09:13กับเรื่องงานหรือไม่คะ brow Out เนี่ยคำ
00:09:13 → 00:09:16นิยามก็ต้องบอกว่ามีมีหลายคนให้คำนิยามนะ
00:09:16 → 00:09:19ครับแต่เราก็เป็นคำที่มันต่อยอดมาจาก burn
00:09:19 → 00:09:22Out เราก็โฟกัสเรื่องงานแต่อาการจริงๆ
00:09:22 → 00:09:24ของการ brow Out เนี่ยมันสามารถ ow Out
00:09:24 → 00:09:27ได้หลายอย่างเพื่อนร่วมงานก็ดีหัวหน้างาน
00:09:27 → 00:09:31ก็ดีลูกค้าก็ดีแต่แต่องค์กรโครงสร้างของ
00:09:31 → 00:09:34องค์กรกฎระเบียบกฎเกณฑ์ขององค์กรไม่ได้แช
00:09:34 → 00:09:37กับตัวเราเราก็อาจจะหมดใจกับการอยู่ใน
00:09:37 → 00:09:39องค์กรนี้องค์กรนี้ไม่ได้สร้างความก้าว
00:09:39 → 00:09:42หน้าแล้วเพื่อนดีหัวหน้าดีแต่องค์กรนี้
00:09:42 → 00:09:44ไม่ไม่ได้ทำให้ฉันเติบโตอีกต่อไปมันเล็ก
00:09:44 → 00:09:47เกินไปกับเมื่อเทียบกับความสามารถของฉัน
00:09:47 → 00:09:50เราก็มีโอกาสหมดใจกับสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว
00:09:50 → 00:09:53สังคมการทำงานแบบไหนคะอาจารย์ที่กระตุ้น
00:09:53 → 00:09:56ให้พนักงานเกิดภาวะ brow of Syndrome
00:09:56 → 00:10:00ได้คะสังคมที่ไม่ให้ความสำคัญกับจิตใจ
00:10:00 → 00:10:03มีงานวิจัยงานสำรวจในต่างประเทศในช่วงปี 2
00:10:03 → 00:10:07ปีที่ผ่านมาสำรวจเกี่ยวกับองค์กรที่ให้
00:10:07 → 00:10:10ความสำคัญกับด้านสุขภาพจิตนะครับเชื่อ
00:10:10 → 00:10:13หรือไม่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยมีพนักงานเพียง 1
00:10:13 → 00:10:16ใน 3 เท่านั้นเองที่รู้สึกว่าฉันกล้าที่
00:10:16 → 00:10:20จะพูดกับเอ่อเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน
00:10:20 → 00:10:23อีกหนใน 3 เนี่ยบอกเลยว่าฉันไม่สามารถพูด
00:10:23 → 00:10:26เรื่องนี้กับใครได้เลยแม้แต่หัวหน้างาน
00:10:26 → 00:10:29หรือเพื่อร่วมงานนะครับกว่าครึ่งรู้สึก
00:10:29 → 00:10:32ว่าที่ทำงานเนี่ยไม่ได้มีระบบหรือว่า
00:10:32 → 00:10:35วัฒนธรรมที่จะตอบรับโอบรับกับปัญหาด้าน
00:10:35 → 00:10:38สุขภาพจิตหรือรับฟังกันในองค์กรครึ่งนึง
00:10:38 → 00:10:41เลยขององค์กรที่มีอยู่ในปัจจุบันเนี่ยไม่
00:10:41 → 00:10:43ได้ให้ความสำคัญด้านสุขภาพจิตมากนักองค์
00:10:43 → 00:10:46กรที่ไม่พูดถึงเรื่องจิตใจแน่นอนว่าพอจิต
00:10:46 → 00:10:49ใจของคนที่ทำงานเนี่ยมันค่อยๆแย่ลงค่อยๆ
00:10:49 → 00:10:52ถอยลงเนี่ยเค้าก็ไม่รู้จะไปพึ่งพาใคร
00:10:52 → 00:10:55เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้มันพูดไม่ได้ 2
00:10:55 → 00:10:59องค์กรที่ขาดการพูดคุยสนทนาซึ่งกันและกัน
00:10:59 → 00:11:03ใจของคนเนี่ยจะดีขึ้นได้ฟูขึ้นได้ก็ต่อ
00:11:03 → 00:11:06เมื่อมันมีการที่คุยด้วยกันแม้องค์กรจะ
00:11:06 → 00:11:08อยู่ด้วยความยากลำบากแต่ถ้าเพื่อนร่วมงาน
00:11:08 → 00:11:12ดีหัวหน้างานดีส่วนมากเราก็จะสามารถคุย
00:11:12 → 00:11:14กันได้แล้วก็ช่วยทำให้ไอ้ใจที่มันแย่อยู่
00:11:14 → 00:11:17มันกลับมาฟื้นฟูได้ตอนนี้ทำงานอยู่บ้าน
00:11:17 → 00:11:20เราจะเห็นปัญหามากเลยครับว่าคนที่ทำงาน
00:11:20 → 00:11:22อยู่บ้านตอนนี้ทำงานออนไลน์อยู่บ้านตอน
00:11:22 → 00:11:25นี้ไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนร่วมงานไม่ได้
00:11:25 → 00:11:28มีกิจกรรมร่วมกันโอกาสที่จะ ow Out แล้ว
00:11:28 → 00:11:31หมดใจก็มีโอกาสสูงมากขึ้นรวมถึงองค์กรที่
00:11:31 → 00:11:34อาจจะมีความเข้มงวดมีความรุนแรงอยู่ใน
00:11:35 → 00:11:39องค์กรเช่นบรรยากาศที่หูดูมีแต่คนตะโกน
00:11:39 → 00:11:44ถึงการมีการต่อว่ากันมีการเบลมกันแรงๆนะ
00:11:44 → 00:11:47ครับองค์กรแบบนี้ก็อาจจะทำให้คนรู้สึกว่า
00:11:47 → 00:11:50นี่ไม่ใช่ที่ของฉันแล้วก็เกิดรา Out ได้
00:11:50 → 00:11:54เหมือนกันผลกระทบที่เกิดจากภาวะ brow Out
00:11:54 → 00:11:57Syndrome หรือว่าภาวะหมดใจในการทำงานค่ะ
00:11:57 → 00:12:00อาจารย์มีอะไรบ้างคะเอาผลกระทบของจิตใจ
00:12:00 → 00:12:02ตัวเองก่อนแล้วกันนะครับ brow Out เนี่ย
00:12:02 → 00:12:04ถ้าเป็นนานๆลองคิดสภาพที่เราอยู่ในพื้น
00:12:04 → 00:12:08ที่ที่มันไม่มีความสุขซะเลยอ่ะอยู่ไปก็
00:12:08 → 00:12:11งั้นๆตอนเช้าก็คงไม่อยากตื่นมาทำงานหลาย
00:12:11 → 00:12:14คนก็เริ่มพัฒนาเป็นอาการทางกายนอนไม่หลับ
00:12:14 → 00:12:16บ้างทานข้าวไม่ได้บ้างบางคนอาจจะมีอาการ
00:12:16 → 00:12:20ทางจิตใจบางอย่างเช่นเครียดสะสมไม่รู้จะ
00:12:20 → 00:12:23ระบายกับใครยิ่งถ้าเกิดบางคนนะกลับมาบ้าน
00:12:23 → 00:12:25แล้วไม่ค่อยได้คุยกับคนที่บ้านด้วยเพื่อน
00:12:25 → 00:12:28ร่วมงานก็ไม่คุยปัญหาด้านสุขภาพจิตมันก็
00:12:28 → 00:12:30สะสมอยู่ในจิตใจได้ก็รู้สึกแย่ลงไปแล้วก็
00:12:30 → 00:12:33พัฒนาเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตรูปแบบอื่นๆ
00:12:33 → 00:12:36อาจจะเป็นโรคเครียดโรควิตกกังวลโรคซึม
00:12:36 → 00:12:39เศร้าหรือปัญหาที่รุนแรงอื่นๆบางคนอาจจะ
00:12:39 → 00:12:42หนีไปเลยครับหมดใจตรงนี้เครียดกลับบ้านไป
00:12:43 → 00:12:45ดื่มสุราสารเสพติดใช้สารเสพติดก็อาจจะ
00:12:46 → 00:12:48พัฒนาไปเป็นโรคทางจิตเวทที่เกิดจากสารเสพ
00:12:48 → 00:12:52ติดได้คนอีกจำนวนนึงเนี่ยอาจจะไม่ได้มีผล
00:12:52 → 00:12:55กระทบทางกายทางใจมากแต่มีผลกระทบทางการทำ
00:12:55 → 00:12:59งานเมื่อเกิดการา Out brow Out ขึ้นมา
00:12:59 → 00:13:02ปุ๊บใจไม่มีผลงานไม่ได้ผลงานไม่ได้ก็ไม่
00:13:02 → 00:13:05ก้าวหน้าพออาชีพไม่ก้าวหน้ามองไม่เห็นตัว
00:13:05 → 00:13:07เองว่าอยู่ในที่ทำงานนี้ก็โอกาสเกิด brow
00:13:07 → 00:13:10Out ก็สูงขึ้นการงานก็อาจจะต้องถูก
00:13:10 → 00:13:12เปลี่ยนเพราะว่าใจมันไม่ทำทำไม่ได้แล้ว
00:13:12 → 00:13:15อ่ะครับเจ้านายก็อาจจะโยกย้ายคุณไปทำ
00:13:15 → 00:13:17อย่างอื่นหรือบางคนอาจจะโชคร้ายกว่านั้น
00:13:17 → 00:13:20ก็คืออาจจะจบการทำงานเลยยกเลิกสัญญาในการ
00:13:20 → 00:13:23ทำงานกับบริษัทก็ทำให้เกิดปัญหาตกงานได้
00:13:24 → 00:13:29นะครับเราเซตองค์กรดีๆทำองค์กรให้มีการ
00:13:29 → 00:13:31ตอบรับมีการช่วยเหลือสนับส่วนด้านสุขภาพ
00:13:31 → 00:13:33จิตเนี่ย ow Out มันก็จะโอกาสเกิดน้อยลง
00:13:33 → 00:13:38มากๆอาจารย์คะแล้วคนที่มีภาวะนี้ค่ะอาการ
00:13:38 → 00:13:41หนักสุดเป็นอย่างไรคะ ow Out อาจจะเป็น
00:13:41 → 00:13:43แค่สัญญาณเริ่มต้นของปัญหาด้านสุขภาพจิต
00:13:43 → 00:13:47ที่รุแรงกว่าก็ได้ครับคือบางคนที่เป็นโรค
00:13:47 → 00:13:49ผู้ป่วยโรคซึมเศร้านะครับหรือแม้กระทั่ง
00:13:49 → 00:13:51คนที่อาจจะมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือ
00:13:51 → 00:13:54ฆ่าตัวตายหลายครั้งเกิดจากอาการเบื้องต้น
00:13:54 → 00:13:57ที่รู้สึกหมดใจกับอะไรบางอย่างไม่มีที่
00:13:57 → 00:14:00ยึดเหนี่ยวบางคนรู้สึกท้อแท้กับตัวเองรู้
00:14:00 → 00:14:04สึกว่าฉันไม่มีคุณค่าหมดความมั่นใจในตัว
00:14:04 → 00:14:06เองหมดรู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่ากับโลกใบ
00:14:06 → 00:14:09นี้เพราะว่าใจมันหมดไปแล้วการทำงานนอกจาก
00:14:09 → 00:14:11งานแล้วฉันก็ไม่ได้มีคุณค่าอะไรกับโลกใบ
00:14:11 → 00:14:13นี้อีกก็จะพัฒนาไปเป็นการทำร้ายตัวเอง
00:14:13 → 00:14:17อาจารย์คะแล้วสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกจ้าง
00:14:17 → 00:14:19นั้นมีภาวะ brow Out Syndrome ค่ะที่
00:14:19 → 00:14:22ทางนายจ้างเองเนี่ยจะต้องสังเกตมีอะไร
00:14:22 → 00:14:25บ้างคะนายจ้างต้องเปิดใจก่อนนะอันเรื่อง
00:14:25 → 00:14:28นี้สำคัญนะครับนายจ้างเริ่มมองลูกจ้าง
00:14:28 → 00:14:31เป็นคนๆนึงเป็นเพื่อนร่วมงานเป็นคนที่
00:14:31 → 00:14:34อยู่ในบริษัทคนที่อยู่ในครอบครัวที่เรา
00:14:34 → 00:14:37ต้องดูแลเราถึงจะเริ่มเห็นะว่าเขาอาจจะมี
00:14:37 → 00:14:39อาการที่หมดใจบางอย่างนะครับเราก็จะ
00:14:39 → 00:14:42สังเกตได้ง่ายๆครับจากเดิมคนเนี้ยพื้นฐาน
00:14:42 → 00:14:44เดิมแล้วในช่วงแรกเนี่ยเมื่อเปรียบเทียบ
00:14:44 → 00:14:45กับช่วงแรกเนี่ยเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
00:14:45 → 00:14:50บ้างเคดูพูดคุยกับคนอื่นน้อยลงเาดูรู้สึก
00:14:50 → 00:14:53เศร้าสีหน้าเศร้าไม่ค่อยทักทายคนอื่นมี
00:14:53 → 00:14:56การหลบเลี่ยงมีการไม่อยากมาเอ่อรวมตัวกัน
00:14:56 → 00:14:58สมมุติว่าเ้ามีจัดกินเลี้ยงบริษัทคนนี้
00:14:58 → 00:15:00หนีไม่ยยอมมาก็อาจจะเป็นสัญญานึงที่เขา
00:15:00 → 00:15:03รู้สึกว่าเขาไม่ได้มีความสุขกับการอยู่ใน
00:15:03 → 00:15:05องค์กรนี้แล้วสุดท้ายก็อาจจะเป็นการพูด
00:15:05 → 00:15:09คุยกับเพื่อนร่วมงานบางทีเราจะไม่สังเกต
00:15:09 → 00:15:12เจ้าตัวเองไม่รู้ว่าเป็นอะไรลองถามเพื่อน
00:15:12 → 00:15:15ร่วมงานดูมว่าเออเขาเห็นอะไรบางอย่างแต่
00:15:15 → 00:15:17อาจจะไม่ชัดเพื่อนร่วมงานอาจจะเห็นชัด
00:15:17 → 00:15:20กว่าถ้าเพื่อนร่วมงานของเขาเองบอกว่าเออ
00:15:20 → 00:15:23ก็มีสัญญาณบางอย่างนะที่เาดูรู้สึก
00:15:23 → 00:15:26เปลี่ยนแปลงไปนิสัยใจคอความร่าเริง
00:15:26 → 00:15:28เปลี่ยนแปลงไปการทำงานดูไม่มีแพชชั่น
00:15:29 → 00:15:31เหมือนเดิมเดี๋ยวนี้ไม่พูดพวกสัญญาณพวก
00:15:31 → 00:15:33นี้บางทีหัวหน้างานอาจจะจับไม่ได้แต่
00:15:33 → 00:15:35เพื่อนร่วมงานที่อยู่ในระดับเดียวกัน
00:15:35 → 00:15:38เนี่ยอาจจะจับสัญญาณได้ง่ายกว่าเราก็ต้อง
00:15:38 → 00:15:40ถามเพื่อเราจะได้ข้อมูลมาแล้วก็บวกกับข้อ
00:15:41 → 00:15:43มูลของเราเพื่อใช้ในการประเมินแล้วก็ช่วย
00:15:43 → 00:15:47เหลือต่อไปครับอาจารย์คะสุดท้ายค่ะเราจะ
00:15:47 → 00:15:50มีวิธีการในการรักษาแก้ไขภาวะ brow Out
00:15:50 → 00:15:54Syndrome อย่างไรได้บ้างคะไม่ว่าจะ burn
00:15:54 → 00:15:57Out brow Out บอ Out หรืออะไรก็ตามที่
00:15:57 → 00:16:00เป็นปัญหาเรื่องสภาพจิตใจและการทำงานนะ
00:16:00 → 00:16:02ครับการแก้ปัญหาไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา
00:16:02 → 00:16:05ส่วนตัวแต่มันเป็นแก้ปัญหาเชิงระบบระบบ
00:16:05 → 00:16:08ที่ว่าเนี่ยมันคือรวมตัวเรารวมเพื่อนร่วม
00:16:08 → 00:16:13งานรวมหัวหน้างานรวมบรรยากาศในการทำงาน
00:16:13 → 00:16:16รวมกฎระเบียบกฎเกณฑกติกาและช่องทางการ
00:16:16 → 00:16:20เติบโตในบริษัทในองค์กรต่างๆถ้าเกิดเรา
00:16:20 → 00:16:23แก้ทุกอย่างไปพร้อมๆกันด้วยกันในส่วนตัว
00:16:23 → 00:16:26แล้วเรามีกิจกรรมที่คอยดูแลจิตใจของ
00:16:26 → 00:16:30พนักงานพนักงานเองตัวตัวเราเองก็ดูแแลจิต
00:16:30 → 00:16:33ใจเราเองพยายามไปหาความสุขอื่นๆพยายามมอง
00:16:33 → 00:16:36ในแง่บวกมากขึ้นพยายามไปพูดคุยปรึกษากับ
00:16:36 → 00:16:39เพื่อนร่วมงานเพื่อนร่วมงานเองคอยสังเกต
00:16:39 → 00:16:41อาการคอยจับสัญญาณเข้าไปช่วยเหลือคนที่
00:16:41 → 00:16:44กำลังมีปัญหาสภาพแวดล้อมที่ทำงานเหมาะสม
00:16:44 → 00:16:48ไม่เป็นมลภาวะไม่รู้สึกท็อกซิกไม่มีปัญหา
00:16:48 → 00:16:51ทะเลาะบ่อแว้งกันอย่างรุนแรงหัวหน้างาน
00:16:51 → 00:16:56เองคอยเปิดใจรับฟังมีจัด sess จัดให้เขา
00:16:56 → 00:16:58สามารถเข้ามาคุยกับหัวหน้าได้ประตูเปิด
00:16:58 → 00:17:01ไว้ตดหลอดสามารถเดินเข้ามาระบายสิ่งต่างๆ
00:17:01 → 00:17:03แล้วหัวหน้าก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนหัวหน้า
00:17:03 → 00:17:05เข้ามาช่วยซัพพอร์ตทุกคนคอยสอดส่องมองหา
00:17:05 → 00:17:09สอดส่องดูแลรวมถึงองค์กรเองมีการเติบโต
00:17:09 → 00:17:11ก้าวหน้าในหน้าที่มีการสื่อสารระหว่างตัว
00:17:11 → 00:17:15องค์กรกับบุคลากรในองค์กรตลอดเวลาองค์กร
00:17:15 → 00:17:17เองให้การสนับสนุนในการดูแลด้านสุขภาพจิต
00:17:17 → 00:17:20ส่งจิตแพทย์เข้ามาช่วยดูแลให้คำแนะนำเป็น
00:17:20 → 00:17:23ช่วงๆรวมถึงถ้าเกิดใครมีปัญหาด้านสุขภาพ
00:17:23 → 00:17:25จิงจริงๆก็สามารถส่งต่อเข้าสู่กระบวนการ
00:17:25 → 00:17:28รักษาบำบัดถ้าเกิดเราทำงานแบบองค์รวมแบบ
00:17:28 → 00:17:31นี้เนี่ยเนี่ยสุดท้ายปัญหาเบน Out บรา Out
00:17:31 → 00:17:33บอ Out ทุกอย่างก็จะลดลงได้ครับขอบพระคุณ
00:17:33 → 00:17:35อาจารย์จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะที่
00:17:35 → 00:17:37อาจารย์มาให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่อง
00:17:37 → 00:17:41ของ brow Out Syndrome กับพวกเราค่ะและ
00:17:41 → 00:17:44ในช่วงนี้นะคะเราจะมารู้กันว่า 6 เคล็ด
00:17:44 → 00:17:47ไม่ลับในการเสริมภูมิคุ้มกันต้านความ
00:17:47 → 00:17:52เศร้ามีอะไรบ้างไปฟังกันค่ะ 1 กินผลไม้รส
00:17:52 → 00:17:55เปรี้ยวหากเราเครียดนะคะให้ลองเปลี่ยนจาก
00:17:55 → 00:17:59การเปิดตู้เย็นหรือกดสั่งเค้กหวานๆมาเป็น
00:17:59 → 00:18:02ผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้มหรือผลไม้ตระกูล
00:18:02 → 00:18:04เบอร์รี่ค่ะเนื่องจากผลไม้รสเปรี้ยวช่วย
00:18:04 → 00:18:07ลดความเครียดและคลายกล้ามเนื้อที่แน่นและ
00:18:07 → 00:18:11ตึงจากความเครียดให้ผ่อนคลายลงได้ 2 ออก
00:18:11 → 00:18:14กำลังกายแบบมีแรงต้านเมื่อรู้สึกเนื่อย
00:18:14 → 00:18:17นายท้อแท้รู้สึกแย่กับเรื่องต่างๆถ้าคุณ
00:18:17 → 00:18:20ยังมีแรงเหลืออยู่บ้างแนะนำให้ลุกขึ้นมา
00:18:20 → 00:18:23คาร์ดิโอแบบต่อเนื่องหรือไม่ก็เทนนิแบบมี
00:18:23 → 00:18:26แรงต้านคือการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์
00:18:26 → 00:18:29อย่างดำบลหรือยงยืดช่วยลดอาการวิตกกังวล
00:18:29 → 00:18:32ได้ในทุกระดับเพราะเราต้องใส่ใจกับท่าทาง
00:18:32 → 00:18:35ในการยกน้ำหนักและความรู้สึกของร่างกาย
00:18:35 → 00:18:39ให้มากจนสมองแทบจะคิดเรื่องอื่นไม่ได้อีก
00:18:39 → 00:18:433 ยิ้มเข้าไว้มีงานวิจัยที่ชื่อว่า The
00:18:43 → 00:18:46hidden Power Of smiling ทำการวิจัย
00:18:46 → 00:18:49ความสุขและความสำเร็จของคนจากรอยยิ้มที่
00:18:49 → 00:18:51ถ่ายในหนังสือรุ่นของมหาวิทยาลัย
00:18:51 → 00:18:55แคลิฟอร์เนียเป็นระยะเวลา 30 ปีพวกเขาพบ
00:18:55 → 00:18:58ว่าคนที่ยิ้มเยอะๆในหนังสือรุ่นจะอายุยืน
00:18:58 → 00:19:01กว่าคนที่ไม่ยิ้มโดยคนที่ยิ้มจะมีอายุยืน
00:19:01 → 00:19:04ยาวถึง 80 ปีในขณะคนที่ยิ้มหน่อยๆจะอยู่
00:19:04 → 00:19:08ที่ 70 กว่าปีการยิ้มจะทำให้เราค่อยๆรู้
00:19:08 → 00:19:11สึกดีขึ้นและยังช่วยกระตุ้นกลไกการให้
00:19:11 → 00:19:14รางวัลของสมองในลักษณะเดียวกับการได้กิน
00:19:14 → 00:19:17ช็อกโกแลต 2,000 แท่งหรือได้เงิน 16,000
00:19:17 → 00:19:20ปอนด์ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดเพิ่มระดับ
00:19:20 → 00:19:23ของฮอร์โมนเอนโดรฟินลดความดันโลหิตทำให้
00:19:23 → 00:19:26เกิดความรู้สึกมั่นใจทำให้บรรกาศมีชีวิต
00:19:26 → 00:19:31ชีวาขึ้นมาได้ 4 ฟังเพลงที่มีเสียงเบสต่
00:19:31 → 00:19:34งานวิจัยของมหาวิทยาลัยนวสินพบว่าเพลงที่
00:19:34 → 00:19:37เน้นเสียงเบสจะทำให้เรามีพลังและมีความ
00:19:37 → 00:19:41มั่นใจเพิ่มขึ้นขณะที่สถาบันดนตรีบำบัด
00:19:41 → 00:19:43British Academy Of Sound therapy
00:19:43 → 00:19:46ทดลองใช้เพลงในการบำบัดและพบว่าการฟัง
00:19:46 → 00:19:50ดนตรีที่มีเสียงเบสต่ำๆจะทำให้เรารู้สึก
00:19:50 → 00:19:53มีพลังส่วนเสียงเบสหนักๆจะช่วยกระตุ้น
00:19:53 → 00:19:55ความคิดสร้างสรรค์แต่อาจจะทำให้เสียสมาธิ
00:19:55 → 00:19:59และทำงานไม่รอบคอบได้เพลงบเพลงที่มี
00:19:59 → 00:20:01เมโลดี้เรียบๆเหมาะกับการฟังเพื่อให้มี
00:20:01 → 00:20:05สมาธิดนตรีคลาสสิคจะช่วยให้เกิดความผ่อน
00:20:05 → 00:20:08คลายดนตรีป๊อที่มีดนตรีสนุกสนานจะช่วย
00:20:08 → 00:20:11กระตุ้นการรับรู้ให้ดียิ่งขึ้นหรือมีความ
00:20:11 → 00:20:15สดใสมากขึ้น 5 ออกไปสร้างประสบการณ์บาง
00:20:15 → 00:20:18อย่างหากเราเป็นคนที่รักการเรียนรู้ให้
00:20:18 → 00:20:21ลองเล่นกีฬาชนิดใหม่และสำหรับคนที่ชอบ
00:20:21 → 00:20:24ปลูกต้นไม้นะคะแทนที่จะปลูกต้นไม้อยู่ใน
00:20:24 → 00:20:26บ้านหรือว่าในห้องนั่งเล่นคนเดียวค่ะแนะ
00:20:26 → 00:20:30นำว่าให้เข้าไปร่วมกับชุมชนนะคะหรือว่า
00:20:30 → 00:20:33เพื่อนๆที่ชอบรักการปลูกต้นไม้เหมือนกัน
00:20:33 → 00:20:35ค่ะหรือว่าคนที่หยุดถ่ายรูปไม่ได้เมื่อ
00:20:35 → 00:20:38เห็นอะไรสวยๆงามงามนะคะแทนที่จะถ่ากัน
00:20:38 → 00:20:41อยู่คนเดียวก็ให้ไปพิพิธภัณฑ์หรือโรง
00:20:41 → 00:20:44เรียนถ่ายภาพเรียนภาษาเพิ่มก็ยิ่งดีค่ะ 6
00:20:44 → 00:20:47เขียนสิ่งที่ทำให้มีความสุขลงกระดาษเติม
00:20:47 → 00:20:49ไฟให้ตัวเองด้วยการเขียนเรื่องที่ทำให้
00:20:49 → 00:20:52เรามีความสุขสิ่งซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้
00:20:52 → 00:20:55เราอบอุ่นหัวใจเหตุการณ์ที่เคยทำสำเร็จใน
00:20:55 → 00:20:58อดีตและเมื่อเร็วๆนี้ไม่ว่าจะเป็นภาพเหตุ
00:20:58 → 00:21:01การการจริงหรือสิ่งวาดฝันไว้ที่ยังไม่
00:21:01 → 00:21:04เกิดทั้งหมดถือเป็นหลักฐานว่าเราเคยทำ
00:21:04 → 00:21:07เรื่องยากๆมาแล้วและเราจะผ่าครั้งนี้ไป
00:21:07 → 00:21:10ได้ด้วยดีอีกครั้งแล้วให้เก็บลิสต์นี้ไว้
00:21:10 → 00:21:13ในจุดที่จะมองเห็นบ่อยๆนอกจากนี้นะคะยัง
00:21:13 → 00:21:17มีอาหารที่มีส่วนส่งเสริมในการสร้างสาร
00:21:17 → 00:21:19เซโรโทนินช่วยเรื่องการต้านเศร้าด้วยมี
00:21:19 → 00:21:24อะไรบ้างไปฟังกันค่ะ 1 กล้วยกินกล้วยแล้ว
00:21:24 → 00:21:27ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้เพราะกล้วยนั้น
00:21:27 → 00:21:29โดยเฉพาะกล้วยหอมค่ะจะอุดมไปด้วยกรด
00:21:30 → 00:21:32อะมิโนที่เรียกว่าทิปโทแฟนกรดอะมิโนชนิด
00:21:33 → 00:21:35นี้จะมีส่วนช่วยในการสร้างเซโรโทนินอีก
00:21:35 → 00:21:38ทั้งกล้วยเองยังมีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพ
00:21:38 → 00:21:41การนอนหลับด้วยนอกจากนี้กล้วยยังมี
00:21:41 → 00:21:44โพแทสเซียมวิตามิน b6 และไฟเบอร์ที่ดีต่อ
00:21:44 → 00:21:48สุขภาพอีกด้วย 2 สับปะรดสับปะรดเองนะคะก็
00:21:48 → 00:21:51มีกรดอินทริโฟนเช่นเดียวกับกล้วยค่ะซึ่ง
00:21:51 → 00:21:54มีส่วนช่วยในการสร้างเซโรโทนินในสมองช่วย
00:21:54 → 00:21:57ต้านเครียดลดอาการซึมเศร้าพร้อมด้วยโรมิน
00:21:57 → 00:22:01ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ 3 กีวี่
00:22:01 → 00:22:04ถือเป็นแหล่งของเซโรโทนินที่มีส่วนช่วยลด
00:22:04 → 00:22:06ความเครียดและภาวะซึมเศร้าได้เช่นเดียว
00:22:06 → 00:22:09กันซึ่งนอกจากจะไปมีผลต่อการสร้าง
00:22:09 → 00:22:12เซโรโทนินแล้วกีวี่ยังอุดมไปด้วยสารต้าน
00:22:12 → 00:22:15อนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย
00:22:15 → 00:22:18ใครอยากกระตุ้นการสร้างเซโรโทนินกีวี่ก็
00:22:18 → 00:22:21เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีค่ะ 4 ลูกพลำการ
00:22:21 → 00:22:24กินผลไม้อย่างลูกพลำก็มีส่วนช่วยกระตุ้น
00:22:24 → 00:22:27การสร้างเซโรโทนินได้เช่นกันอีกทั้งพลำก็
00:22:27 → 00:22:30ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งถือเป็น
00:22:30 → 00:22:33วิตามินที่ดีต่อสุขภาพหลายๆประการรวมไป
00:22:33 → 00:22:36ถึงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านทานโรค
00:22:36 → 00:22:39ได้อีกด้วยเป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ
00:22:39 → 00:22:42สาระสุขภาพดีๆที่ tn นำมาฝากคุณผู้ชมกัน
00:22:43 → 00:22:45ในวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะ
00:22:45 → 00:22:48สามารถนำสาระสุขภาพดีๆที่ได้ไปดูแลตัวเอง
00:22:48 → 00:22:51และครอบครัวกันค่ะและขอบคุณคุณผู้ชมนะคะ
00:22:51 → 00:22:54ที่ติดตามรับชมรายการ TNN Health มาโดย
00:22:54 → 00:22:57ตลอดค่ะอย่าลืมติดตามรับชมรายการ tn
00:22:57 → 00:23:01Health เป็นประจำนะคะเวลาดี 15 น- 15:30
00:23:01 → 00:23:04นที่นี่ TNN ช่อง 16 ค่ะอย่าลืมกดไลค์กด
00:23:05 → 00:23:07แชร์กด Subscribe เป็นกำลังใจให้หมอดาว
00:23:07 → 00:23:10และรายการ TNN He นะคะไม่ว่าจะเป็นช่อง
00:23:10 → 00:23:12ทางโซเชียล Network ต่างๆค่ะ YouTube
00:23:12 → 00:23:14Facebook tiktok Instagram และ LINE
00:23:14 → 00:23:17official เพื่อที่จะเข้าถึงทุกสาระ
00:23:17 → 00:23:20สุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปด้วย
00:23:20 → 00:23:22กันและสำหรับวันนี้นะคะหมอดาวและทีมงาน
00:23:22 → 00:23:25TNN Health ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อน
00:23:25 → 00:23:28สวัสดีค่ะ
00:23:28 → 00:23:57[เพลง]
00:23:57 → 00:24:01เอ