มีแนวทางใดบ้างที่ช่วยลดการเกิดพฤติกรรมเลียนแบบการก่อเหตุรุนแรง

คำถาม:
มีแนวทางใดบ้างที่ช่วยลดการเกิดพฤติกรรมเลียนแบบการก่อเหตุรุนแรง?
คำตอบ:
มี 7 เทคนิคหลักที่นักจิตวิทยาแนะนำเพื่อลดพฤติกรรมเลียนแบบการก่อเหตุรุนแรง ได้แก่ 1) โพสต์ข้อมูลอย่างเป็นกลาง 2) ลดการให้รายละเอียดของเหตุการณ์รุนแรง 3) หยุดแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์รุนแรง 4) ไม่เผยแพร่ชื่อผู้ก่อเหตุ 5) สร้างค่านิยมว่าพฤติกรรมนี้ไม่ดีและไม่ควรทำ 6) แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับบทลงโทษที่ผู้ก่อเหตุได้รับ เพื่อสร้างภาพสะท้อนของความร้ายแรง 7) ไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุ เพราะอาจทำให้คนที่มีชะตากรรมคล้ายกันรู้สึกเข้ากับผู้ก่อเหตุและเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ

ป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบก่อเหตุรุนแรง ทำอย่างไร l TNN HEALTH l 11 11 66

จากช่อง:TNN
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:01:26แบบการก่อเหตุความรุนแรงนะคะ Who มีคำแนะ
00:01:30นำในการป้องกันดังนี้ค่ะ 7 เทคนิคทาง
00:01:34จิตวิทยาในการป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบก็
00:01:36เห็ดรุนแรง 1 ลดการใช้อารมณ์ในการโพสต์
00:01:40ถึงเหตุการณ์รุนแรงเป็นเรื่องปกติธรรมดา
00:01:43นะคะที่เมื่อเรารู้สึกสะเทือนใจกับเหตุ
00:01:45การณ์อะไรเป็นพิเศษก็อดไม่ได้ที่จะใส่
00:01:48อารมณ์ลงไปในเนื้อหาของข้อความที่เรา
00:01:50โพสต์ซึ่งนักจิตวิทยาให้ข้อแนะนำว่าการ
00:01:54โพสต์ด้วยอารมณ์ที่รุนแรงนั้นให้ผล 2
00:01:57อย่างคือสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนที่อ่าน
00:02:00เช่นถ้าเราใส่อารมณ์โกรธแค้นผู้ก่อเหตุใน
00:02:03การโพสต์คนที่เข้ามาอ่านโพสต์เราก็จะรู้
00:02:06สึกทางลบต่อผู้ก่อเหตุแต่ในทางกลับกันค่ะ
00:02:09บุคคลที่มีบุคลิกแบบต่อต้านสังคมหรือแนท
00:02:13โซเชียลหรือคนที่นิยมความรุนแรงเมื่อได้
00:02:16อ่านโพสต์ของเราแล้วเขาจะรู้สึกปลื้มผู้
00:02:19ก่อเหตุที่สามารถสร้างอารมณ์โกรธให้คน
00:02:22อื่นได้ขนาดนี้แล้วก็มีพฤติกรรมเลียนแบบ
00:02:25Copy Cat ไปก่อเหตุในลักษณะคล้ายกันตาม
00:02:28มาอีกดังนั้นเพื่อลดการก่อเหตุซ้ำนัก
00:02:31จิตวิทยาจึงแนะนำว่าขอให้โพสต์ถึงเหตุ
00:02:34การณ์อย่างเป็นกลางที่สุดหรือหากอดที่จะ
00:02:36ใส่อารมณ์ลงไปไม่ได้ขออย่าโพสต์เลยดีกว่า
00:02:40ค่ะ 2 ลดการให้รายละเอียดของเหตุการณ์รุน
00:02:43แรงบางครั้งบางเหตุการณ์เราก็อาจอยู่ใน
00:02:46ฐานะของคนวงในของบุคคลในข่าวถึงแม้ว่าการ
00:02:50นำข้อมูลเชิงลึกของการก่อเหตุมาเผยแพร่ใน
00:02:53สังคมออนไลน์ทำให้เราดูเจ๋งดูเท่ก็จริง
00:02:56แต่ก็ทำให้คนที่มีพฤติกรรมเลียนแบบหรือ
00:02:59ว่า Copy Cat นั้นได้เก็บรายละเอียดของ
00:03:02ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นชุดที่ใส่วิธีการก่อ
00:03:05เหตุอาวุธในการก่อเหตุและนำไปใช้ก่อเหตุ
00:03:08ซ้ำเพื่อให้ตัวเองเป็นข่าวในเวลาต่อมาได้
00:03:12ค่ะข้อที่ 3 หยุดการเผยแพร่หยุดการแชร์
00:03:16คลิปวิดีโอที่ก่อเหตุรุนแรงตามโซเชียล
00:03:19Network ถึงแม้ว่าการแชร์คลิปวิดีโอเหตุ
00:03:23การณ์รุนแรงใน Facebook ใน LINE จะทำให้
00:03:25เราได้ยอดไลฟก็ตามแต่นั่นไม่คุ้มเลยค่ะ
00:03:28กับการที่เรากลายเป็นขยายความรุนแรงไม่
00:03:31ว่าจะในแง่การเผยแพร่วิธีการก่อเหตุ
00:03:33รุนแรงแบบถึงลูกถึงคนให้คนที่มีพฤติกรรม
00:03:37เลียนแบบ copycat ได้เรียนรู้เรายังทำ
00:03:39ร้ายเหยื่อที่รอดชีวิตหรือผู้ที่สูญเสีย
00:03:42คนที่เขารักจากเหตุการณ์รุนแรงซ้ำๆค่ะ
00:03:45เวลาที่เขาได้มาเห็นวดีโอคิดถึงใจเขาใจ
00:03:48เรานะคะแค่เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่
00:03:51เห็นคลิปวดีโออย่างสะเทือนใจเลยค่ะแล้วคน
00:03:54ที่เขาผ่านเหตุการณ์นั้นมาหรือสูญเสียคน
00:03:56รักเพราะเหตุการณ์นั้นใจจะสลายแค่ไหน
00:04:004 ไม่เผยแพร่ชื่อของผู้ก่อเหตุซึ่งสอด
00:04:04คล้องกับแนวทางของนักจิตวิทยาที่ว่าถ้า
00:04:06เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมวิธีการลด
00:04:09พฤติกรรมนั้นก็คือการไม่ให้แรงเสริมไม่
00:04:12ให้รางวัลกับพฤติกรรมนั้นๆซึ่งในกรณีนี้
00:04:15รางวัลก็คือการให้ชื่อเสียงการประคมข่าว
00:04:19การพูดถึงผู้ก่อเหตุทำให้คนที่มีความคิด
00:04:23บุคลิกสภาพจิตแบบเดียวกับผู้ก่อเหตุทำ
00:04:26พฤติกรรมเลียนแบบ Copy Cat เพื่อให้ได้
00:04:29ชื่อเสียงมาแต่ถ้าเราไม่แม้แต่จะเอ่ยชื่อ
00:04:32ผู้ก่อเหตุพฤติกรรมเลียนแบบ cy Cat ก็มี
00:04:35แนวโน้มที่จะลดลงค่ะ 5 สร้างค่านิยมค่ะ
00:04:39ว่าพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุนั้นเป็นสิ่งที่
00:04:41แย่เป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่เหมาะไม่ควรค่ะและ
00:04:44เป็นการไม่ให้คุณค่ากับผู้ก่อเหตุค่ะ
00:04:47สำหรับคนที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่และมี
00:04:49วุฒิภาวะสมวัยคงไม่ต้องเน้นย้ำกันเลยค่ะ
00:04:52ว่าสิ่งที่ผู้ก่อเหตุได้ทำลงไปนั้นเลว
00:04:55ร้ายเกินจะบรรยายได้แต่กับเด็กเล็กและวัย
00:04:58รุ่นที่เขากำลังค้นหาตัวตนของตัวเองเขาา
00:05:01อาจไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ผู้ก่อเห็ดทำนั้น
00:05:04เป็นเรื่องไม่ดีแล้วยิ่งมีคนพูดถึงผู้ก่อ
00:05:07เหดุมากสำนักข่าวทุกสำนักประโคมข่าวติด
00:05:10ต่อกันยาวนานเด็กๆและวัยรุ่นที่ขาดผู้
00:05:12ใหญ่ให้คำแนะนำก็อาจเข้าใจไปว่านี่คือ
00:05:15ไอดอลเราต้องทำพฤติกรรมเลียนแบบเขาเพื่อ
00:05:18ให้มีชื่อเสียงมีคนพูดถึงเขาเพราะฉะนั้น
00:05:21แล้วเพื่อป้องกันการสร้างอสูรร้ายขึ้นมา
00:05:23เพิ่มนะคะเราที่เป็นผู้ใหญ่ต้องอธิบายให้
00:05:26เด็กๆและวัยรุ่นเข้าใจว่าเหตุการ์เช่นนี้
00:05:30ไม่ดีอย่างไรและไม่ควรเลียนแบบเพราะอะไร
00:05:33ค่ะ 6 แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการลงโทษซ้ำๆ
00:05:38หากการแชร์ข้อมูลของผู้ก่อเหตุเป็นการให้
00:05:41รางวัลนักจิตวิทยาเลยแนะนำว่าเราต้องแชร์
00:05:44ข้อมูลตรงข้ามเพื่อเป็นการลงโทษผู้ก่อ
00:05:47เหตุและเป็นการป้องกันการเกิดพฤติกรรม
00:05:50เลียนแบบข้อมูลที่ว่านั่นก็คือการแช์บทลง
00:05:52โทษที่ผู้กระทำความผิดจะได้รับค่ะและข้อ
00:05:55มูลที่แชร์นั้นจะต้องเป็นรูปธรรมเพื่อ
00:05:58สิ่งที่คนอื่นเห็นภาพก็กลัวที่จะทำตาม
00:06:01ด้วย 7 การไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแรงจูงใจ
00:06:05ในการก่อเหตุเวลาเกิดเหตุการรุนแรงขึ้นมา
00:06:08หนสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการจะรู้ก็คือทำ
00:06:11ไปเพื่ออะไรซึ่งคนที่ตอบได้ดีที่สุดก็คือ
00:06:14ผู้ก่อเห็ดนั่นเองและโดยส่วนมากแล้วมักจะ
00:06:17ไม่รอดชีวิตมาให้คำตอบนี้ค่ะดังนั้นจึงทำ
00:06:20ให้มีคนมากมายที่พยายามอธิบายมูลเหตุจูง
00:06:23ใจของผู้กเหตุทั้งอ้างอิงทฤษฎีจิตวิทยา
00:06:26บ้างอ้างอิงทฤษฎีอาชยาบ้างหรือคนวงในผู้
00:06:31ใกล้ชิดออกมาให้ข่าวเองว่าเคยได้ยินผู้
00:06:34ก่อเหตุบนเรื่องนี้บ่อยๆเรื่องนั้นบ่อยๆ
00:06:37เลยคาดการณ์ว่าเหตุจูงใจมาจากเรื่องนี้
00:06:40แน่ๆซึ่งการที่เราพยายามเผยแพร่แนวคิด
00:06:43เรื่องเหตุจูงใจนี้ก็อาจทำให้เกิด
00:06:46พฤติกรรมเลียนแบบตามมาได้ค่ะเพราะบางแนว
00:06:49คิดอาจจะไปโดนใจกับคนที่มีชะตากรรมแบบ
00:06:52เดียวกันเช่นถูกปดดันจากนายจ้างเหมือนกัน
00:06:56ถูกโกงเหมือนกันมีโรคทางจิตเวทเหมือนกัน
00:06:58ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบออกมาก่อเห็น
00:07:01เหมือนกันและแน่นอนว่าทำให้เกิดความสูญ
00:07:04เสียขึ้นมาเช่นเดียวกันขอบคุณนะคะสำหรับ
00:07:08การรับชมรายการ TNN Health ค่ะและอย่า