00:00:32 → 00:00:33สวัสดีค่ะ
00:00:33 → 00:00:36กลับมาพบกันอีกครั้ง กับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:36 → 00:00:40วันนี้เราก็กับเรื่องราวที่น่าสนใจกันอีกแล้ว
00:00:40 → 00:00:42ทุกๆสัปดาห์เนี่ย คุณหมอจะมีเรื่องเล่า
00:00:42 → 00:00:48มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ที่ทำให้เราได้ใส่ใจในการดูแลสุขภาพและความงามมากยิ่งขึ้น
00:00:48 → 00:00:51อาทิตย์นี้เนี่ย พิเศษมากเลยใช่ไหมครับคุณหมอ
00:00:51 → 00:00:53คุณแนนเคยสังเกตไหม
00:00:53 → 00:00:59วันไหนที่เราแบบว่า เราตื่นมาจิตใจเราไม่ค่อยดี
00:00:59 → 00:01:04วันนั้นมันจะเป็นวันที่บางที เราอาจจะมีอาการปวดศีรษะไปด้สย
00:01:04 → 00:01:05เป็น
00:01:05 → 00:01:06หรือบางทีแบบนั่งประชุมอยู่แบบนี้
00:01:06 → 00:01:08แล้วถูกแบบโดนจี้โดนจิก
00:01:08 → 00:01:10เอาแหละ ปวดหัวเลย
00:01:11 → 00:01:17เพราะว่าอะไร เพราะว่าสุขภาพกายกับสุขภาพจิตมัน Connect กันมันเชื่อมกัน
00:01:20 → 00:01:22คือเหมือนที่คำพระท่านว่าไว้
00:01:22 → 00:01:24จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
00:01:24 → 00:01:26ประมาณนั้นเลยคุณแนน
00:01:26 → 00:01:29วันนี้คุณหมอก็จะนำเสนอตอน
00:01:29 → 00:01:31Body and Mind connection
00:01:31 → 00:01:33นี่แหละค่ะ ร่างกายและใจมันสัมพันธ์กัน
00:01:33 → 00:01:36แต่มันจะสัมพันธ์กันยังไง ส่งผลกันในรูปแบบไหน
00:01:36 → 00:01:38โอ้โห วันนี้ต้องดูนะคะ
00:01:38 → 00:01:41งั้นก็อดใจรอสักครู่นึงนะคะ
00:01:41 → 00:01:45เพราะว่าช่วงแรกของเรา มารอพร้อมอยู่แล้วในช่วงหมอคุยข่าวค่ะ
00:01:55 → 00:01:57คุณผู้ชมขา ช่วงหมอชวนคุยสัปดาห์นี้
00:01:57 → 00:02:02คุณหมออัจจิมาชวนพวกเรา คุยกันถึงเรื่องของร่างกายและจิตใจ
00:02:02 → 00:02:04คุณหมอตั้งชื่อตอนเป็นภาษาอังกฤษไว้ดีมากๆ
00:02:04 → 00:02:09แนนบอกว่าไม่ต้องเปลี่ยนค่ะ ตอนนี้ชอบมาก Body and Mind connection
00:02:09 → 00:02:14คุณหมอบอกว่าร่างกายเราเนี่ย กายและใจมันทำงานด้วยกัน ควบคู่กัน
00:02:14 → 00:02:15แยกจากกันไม่ได้เลย
00:02:15 → 00:02:18คนที่จิตใจดี สุขภาพไม่ดี
00:02:19 → 00:02:21ก็จะไปได้
00:02:21 → 00:02:24บางคนเป็นนิดเดียว แต่จิตใจห่อเหี่ยว หดหู่
00:02:24 → 00:02:26โอ้โห อันนี้เห็นหนักกว่าเดิม
00:02:26 → 00:02:29อันนี้เห็นเป็นตัวอย่างเยอะมาก
00:02:29 → 00:02:32เหมือนเอากำลังใจ สร้างกำลังใจ
00:02:32 → 00:02:35ใช้มุมมองความคิด ในการชีวิตสู้โรคนั้นไปได้
00:02:35 → 00:02:38หมอถามว่า ใครไม่มีความเครียดคุณแนน
00:02:38 → 00:02:40ใครไม่มีความทุกข์ ไม่มีความเครียดชีวิตนี้
00:02:40 → 00:02:45ความเครียดถือเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นเป็นปกติของชีวิตมนุษย์
00:02:45 → 00:02:48เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
00:02:48 → 00:02:49รถติดก็เครียดแล้วคุณหมอ // ใช่
00:02:49 → 00:02:51คือความเครียดจริงๆแล้วมันมีเยอะมาก
00:02:51 → 00:02:54มันเป็นปฏิกิริยาที่มันเกิดขึ้น ทั้งทางด้านร่างกาย
00:02:54 → 00:02:56หรือเป็นปฏิกิริยาทางด้านจิตใจ
00:02:56 → 00:02:59จริงๆแล้วความเครียดมีประโยชน์นะ // หรอคะ
00:02:59 → 00:03:01เพราะจริงๆแล้วความเครียด ที่ควบคุมได้
00:03:01 → 00:03:03ความเครียดที่มีไม่เยอะมาก
00:03:03 → 00:03:08ความเครียดมันกำลังเป็นตัวนึง ที่ไปกระตุ้นการทำงานของร่างกาย
00:03:08 → 00:03:10อาจจะทำให้เรามีเอนเนอร์จี
00:03:10 → 00:03:14ทำให้เรามีเอนเนอร์จี ทำให้เรามีพลัง
00:03:14 → 00:03:18เพราะจริงๆแล้วความเครียดที่ดี มันจะเป็นอะไรที่ทำให้เราสนุก
00:03:18 → 00:03:21ทำให้เราตื่นเต้น ทำให้เรามีพลังงานอย่างที่คุณแนนพูด
00:03:21 → 00:03:23เหมือนเวลาออกกำลังกายใช้ไหมคะ
00:03:23 → 00:03:25ใช่ // แต่ต้องพอเหมาะ พอควร
00:03:25 → 00:03:27อันนี้คือเป็นความเครียดที่ดี
00:03:27 → 00:03:32เพราะว่าเราต้องใช้ Stress ในการช่วยร่างกายให้มีการกระตุ้นการทำงาน
00:03:32 → 00:03:37แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าความเครียดนี้มันแรงมาก
00:03:37 → 00:03:40ไม่สามารถที่จะจัดการกับมันได้
00:03:40 → 00:03:44กลายเป็นความเครียดที่เรื้อรัง
00:03:44 → 00:03:46อันนี้เริ่มไม่ดีแล้ว
00:03:46 → 00:03:52มันจะส่งผลต่อการทำงานของร่างกายเรา
00:03:52 → 00:03:54หลายระบบมากๆ
00:03:54 → 00:03:59ทั้งในเรื่องของสุขภาพร่างกาย ทั้งในเรื่องของอารมณ์
00:03:59 → 00:04:02ทั้งในเรื่องของพฤติกรรม
00:04:02 → 00:04:10และมันส่งผลไปกระทบถึงการทำงาน ของร่างกายทั้งระบบประสาทส่วนกลาง
00:04:10 → 00:04:12ระบบประสาทอัตโนมัติ
00:04:12 → 00:04:16ภูมิต้านทาน กล้ามเนื้อ ระบบย่อย
00:04:16 → 00:04:20ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือดไปหมดเลย
00:04:20 → 00:04:23พังเป็นแถบหมดเลย // ใช่
00:04:23 → 00:04:26มันก็แล้วแต่ว่ามันไปที่ระบบไหน
00:04:26 → 00:04:29เด่นมากที่สุด
00:04:29 → 00:04:31เพราะมันไประบบภูมิต้านทาน
00:04:31 → 00:04:34เราอาจจะกลายเป็นคนที่มีภาวะภูมิเพี้ยน
00:04:34 → 00:04:35อย่างเช่น อาจจะเป็นโรคพุ่มพวง
00:04:35 → 00:04:37อาจจะเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
00:04:37 → 00:04:39อะไรอย่างงี้มันก็ไปได้เยอะมาก
00:04:39 → 00:04:45หรือบางทีเวลาที่เราเครียด กลายเป็นปวดหัว
00:04:45 → 00:04:47กลายเป็นคนวิตกกังวล
00:04:47 → 00:04:49กลายเป็นคนย้ำคิด ย้ำทำ
00:04:49 → 00:04:51แก้ปัญหาโดยอะไร กิน
00:04:51 → 00:04:54ใช่ค่ะ ของหวานเยียวยาทุกสิ่ง
00:04:54 → 00:04:59มันเป็นข้ออ้างไหมคะคุณหมอ หรือว่ามันร่างกายมันต้องการของหวาน
00:04:59 → 00:05:02จริงๆมันอยู่ที่จิตใจ แล้วนำไปสู่อะไร
00:05:02 → 00:05:04นำไปสู่โรคอ้วน นำไปสู่เบาหวาน
00:05:04 → 00:05:07นำไปสู่โรคหัวใจ นำไปสู่โรคความดัน
00:05:07 → 00:05:10นำไปสู่นู่นนี่นั่น แบบเยอะแยะมากมาย
00:05:10 → 00:05:12ปวดหลัง
00:05:12 → 00:05:14อาการปวดเรื้อรังเนี่ย
00:05:14 → 00:05:17การปวดหนักๆ หรือไม่ก็ปวดหัว หรือปวดหลังอะไรทั้งหลายแหล่
00:05:17 → 00:05:19ก็มาจากความเครียด
00:05:19 → 00:05:24แล้วก็ทำให้เกิดอะไรขึ้น อารมณ์เสีย
00:05:24 → 00:05:26ใครพูดอะไรไม่เข้าหูหน่อย
00:05:26 → 00:05:29แทนที่จะแบบว่าปล่อยๆไป หรือนิดหน่อย
00:05:29 → 00:05:31กลายเป็นขึ้น ของขึ้น
00:05:31 → 00:05:35หัวร้อน สมัยนี้ใช้คำว่าหัวร้อน
00:05:36 → 00:05:38เพราะเราขจัดความเครียดออกไปไม่ได้
00:05:38 → 00:05:44ถูก หรือบางคนอาจจะมีอาการเหนื่อยอ่อนล้า
00:05:44 → 00:05:46เพลีย
00:05:46 → 00:05:48คือจริงๆแล้วร่างกายฉันอาจจะไม่ได้เป็นอะไรมาก
00:05:48 → 00:05:52แต่ว่าจิตใจฉันไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจะดึงร่างขึ้นมา
00:05:52 → 00:05:56เหนื่อย ไม่อยากทำไรและก็หงุดหงิด
00:05:56 → 00:06:02ก็ทำให้กลายเป็นว่าใครพูดอะไรไม่เข้าหู ไม่อยากจะไปเข้าร่วมสังคมกับใคร
00:06:02 → 00:06:06อันนี้ก็กลายเป็นพวก Anti Social
00:06:06 → 00:06:08กลายเป็นซึมเศร้าตามมา
00:06:08 → 00:06:11คนซึมเศร้าเนี่ย ดูง่ายๆ
00:06:11 → 00:06:16จะเริ่มจากแยกตัว ไม่อยากอยู่กับใคร
00:06:16 → 00:06:18หรือบางคนก็อาจจะไปถึงนู่นเลย
00:06:18 → 00:06:20ติดเหล้า ติดบุหรี่ไป
00:06:21 → 00:06:24ไปหาทางออกแบบนั้นซะ
00:06:24 → 00:06:28หรือบางคนเวลาเครียดแล้วเกิดอะไรขึ้น ปวดท้อง
00:06:28 → 00:06:30เครียดลงกระเพาะ อันนี้แหละ
00:06:30 → 00:06:33หรือบางคนก็อาจจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลง
00:06:33 → 00:06:36หรือบางทีแบบในครอบครัวมีปัญหาอยู่และ
00:06:36 → 00:06:38หรือบางคนอยากมีลูก
00:06:38 → 00:06:41พอเครียดปุ๊ปเนี่ยคุณแนน พอเครียดเรื้อรังปุ๊ป
00:06:41 → 00:06:45การทำงานของฮอร์โมนหรือการทำงานของรังไข่
00:06:45 → 00:06:47หรือแม้กระทั่งการสร้างสเปิร์มของผู้ชายเอง
00:06:48 → 00:06:49มีปัญหา
00:06:49 → 00:06:52จาก Strain จากความเครียดเรื้อรัง ที่ควบคุมไม่ได้
00:06:52 → 00:06:57มันก็เลยเป็นผลต่อเนื่อง ทำให้อยากมีลูกก็ไม่ได้มี
00:06:57 → 00:06:58มีไม่ได้
00:06:58 → 00:07:02สุขภาพร่างกายก็ไม่แข็งแรง อยากมีก็เครียดเข้าไปอีก
00:07:03 → 00:07:07แล้วก็กลายเป็นอาจจะเป็นคนที่มีปัญหา ในเรื่องของการนอนไปเลย
00:07:07 → 00:07:09นอนไม่หลับอีก
00:07:10 → 00:07:13คือไม่แปลกใจที่คุณหมอควรคุยเรื่องนี้
00:07:13 → 00:07:17เพราะความเครียดมันส่งผลกับทุกระบบจริงๆ
00:07:17 → 00:07:21คือที่พูดมาอาจจะเป็นปัญหาเบาบาง แต่จริงๆแล้วเนี่ยพอมันมีปัญหาเหล่านั้น
00:07:21 → 00:07:23มันก็ส่งผลก่อให้เกิดโรค
00:07:23 → 00:07:25ไม่ได้การแล้วคุณผู้ชมขา
00:07:25 → 00:07:28ช่วงหน้าเนี่ย เราต้องมาขอเคล็ดลับคุณหมออัจจิมาแล้ว
00:07:28 → 00:07:32เราจะมีวิธีขจัดความเครียด ให้มันออกไปจากร่างกายเราได้ยังไง
00:07:32 → 00:07:34มันพูดง่ายแต่มันทำยากนะคะคุณหมอ
00:07:34 → 00:07:37แต่ช่วงหน้าคุณหมอก็ต้องมีวิธีมาฝากเราแน่นอน
00:07:37 → 00:07:41เชื่อมั่นนะคะ ตอนนี้พักสักครู่เดี๋ยวกลับมาชมกันต่อค่ะ
00:07:50 → 00:07:53กลับมาคุยกันต่อค่ะ กับช่วงที่ 2 ของหมอชวนคุย
00:07:53 → 00:07:58ช่วงนี้สนัยสนุนโดย Ortisine ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:07:58 → 00:08:02กลับมาวันนี้ก็ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจเลย
00:08:02 → 00:08:05Body and Mind connection เมื่อสักครู่นี้คุณหมอพูดไปแล้วว่า
00:08:05 → 00:08:09ถ้าจิตใจเราไม่ดี จิตใจเราเครียด ความเครียดสะสมเรื้อรัง
00:08:09 → 00:08:11มันส่งผลยังไงต่อร่างกายเราบ้าง
00:08:11 → 00:08:13เราต้องรีบมาขจัดความเครียดกันแล้ว
00:08:13 → 00:08:16ซึ่งคุณหมอขา พูดเหมือนง่าย
00:08:16 → 00:08:18เอาความเครียดออกจากร่างกาย หรือจิตใจเนี่ย
00:08:18 → 00:08:21ยากมากนะคะคุณหมอ
00:08:21 → 00:08:23เวลาพูดถึงว่าความเครียดเนี่ย
00:08:23 → 00:08:26มันก็ไม่ใช่อะไรที่แบบ // มันจับต้องไม่ได้
00:08:26 → 00:08:28เหมือเรามีเนื้องอกอ่ะ
00:08:28 → 00:08:30เราจะไปตอบเขาได้ยังไง
00:08:30 → 00:08:32ความเครียดมันวัดยาก
00:08:32 → 00:08:36แต่เรารู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีสิ่งเหล่านี้
00:08:36 → 00:08:40ก็คือคุณไม่สามารถจะจัดการอะไรในชีวิต
00:08:40 → 00:08:43นั้นแสดงว่าคุณเริ่มมีสัญญาณความเครียดและ
00:08:45 → 00:08:47ที่มันอยู่กับร่างกายเราเรื่อยๆ
00:08:47 → 00:08:49มันเป็นตัวเหมือนกับเป็น Silent Killer
00:08:49 → 00:08:52เพื่อที่ทำให้เราเกิดโรคขึ้นมา
00:08:52 → 00:08:55ทีละเล็กทีละน้อย โดยที่เราไม่รู้ตัว
00:08:55 → 00:09:00เพราะฉะนั้นเครียดเนี่ยหมอว่า ถ้าเป็นหมอนะ ยอมรับไปเถอะ
00:09:00 → 00:09:03ว่าตัวเองเครียด และจะได้หาวิธีแก้ปัญหา
00:09:03 → 00:09:07อันดับแรกเราต้องยอมรับก่อนว่าเราเครียด เราถึงจะจัดการกับมันได้
00:09:07 → 00:09:10คุณหมอพูดถูก มุมนี้เราไม่เคยคิดเลย
00:09:10 → 00:09:13ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ยอมนรับว่าเราเครียด
00:09:13 → 00:09:16ยอมรับเสร็จปุ๊ป การรักษาก็มีตั้งแต่
00:09:16 → 00:09:18รักษาโดยการพูดคุย
00:09:18 → 00:09:23คุยเพื่อที่จะปรับระบบ ปรับพฤติกรรม
00:09:23 → 00:09:25เหมือนที่เราไปพบจิตแพทย์อย่างงี้หรอคะคุณหมอ
00:09:25 → 00:09:28ใช่ ในต่างประเทศเขาก็มีกลุ่ม ที่เป็นกลุ่มเหมือนกับ
00:09:28 → 00:09:32เป็นคล้ายๆกับละลายพฤติกรรม พูดง่ายๆ
00:09:32 → 00:09:37เพื่อที่จะช่วยให้คนเข้าใจตัวเองมากขึ้น
00:09:37 → 00:09:39หาจุดที่เป็นจุดบวก
00:09:39 → 00:09:41ที่ให้เขาเนี่ยแอคชั่น ในสิ่งที่เป็นบวก
00:09:41 → 00:09:45อย่างเช่น ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น คุณคิดลบ
00:09:45 → 00:09:47ก็ต้องหาวิธีคิดใหม่ให้เขา
00:09:47 → 00:09:49ให้เป็นความคิดบวก
00:09:49 → 00:09:51แล้วก็อีกอันที่หมอจะแนะนำให้คนไข้อยู่ตลอด
00:09:51 → 00:09:53ก็คือสมาธิ
00:09:53 → 00:09:55นั่งสมาธิ
00:09:55 → 00:09:58โยคะ กำหนดลมหายใจ
00:09:58 → 00:10:01หรือทำงานอะไรที่มันต้องใช้ความละเอียด จดจ่อ
00:10:01 → 00:10:03งานอดิเรกก็ได้
00:10:03 → 00:10:06เอาเป็นงานอดิเรกที่ทำให้เรามีสมาธิ
00:10:06 → 00:10:08วาดรูป ร้องเพลง
00:10:08 → 00:10:11อันนี้ได้ คาราโอเกะ อะไรก็ว่าไป
00:10:11 → 00:10:16พยายามอย่าไปใช้ยานอนหลับ ไม่ใช้ได้ดีที่สุด
00:10:16 → 00:10:22คือกลุ่มยาพวกนี้เวลาใช่แล้ว 1.ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องของการต้องติดยา ต้องเพิ่มขนาดยา
00:10:22 → 00:10:26ก็คือต้องช่วยตัวเองก่อน ด้วยวิธีที่คุณหมอแนะนำไป
00:10:26 → 00:10:31แต่ถ้าเราลองแล้วคุณหมอขา ความเครียดไม่ทุเลา ฉันยังคงนอนไม่หลับ
00:10:31 → 00:10:34อาหารไม่ย่อยเหมือนเดิม อย่างนี้มันมีอย่างอื่นช่วยไหมคะ
00:10:34 → 00:10:36มันต้องไปอาศัยการแพทย์ทางเลือกและ
00:10:36 → 00:10:39มันจะมีอยู่หลายตัวที่ช่วยได้
00:10:39 → 00:10:43อย่างเช่นฝังเข็มอโรม่า
00:10:44 → 00:10:47ก็คือเป็นการคลายเครียดแบบนึง
00:10:47 → 00:10:51โยคะที่เราพูดไปเมื่อกี้ ก็จัดอยู่ใน 1 ของการแพทย์ทางเลือก
00:10:51 → 00:10:54อันอื่นที่แพทย์ช่วยได้
00:10:54 → 00:10:56ก็จะมี Flower Therapy
00:10:56 → 00:11:00เอาดอกไม้มารักษา
00:11:00 → 00:11:03ใช่คือจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับพวก Homoeopathy
00:11:03 → 00:11:05คือการปรับสมดุลร่างกาย
00:11:05 → 00:11:09ดอกไม้มันจะมีคุณสมบัติ ที่รักษาโรคทางจิตใจ
00:11:09 → 00:11:13อย่างเช่นกลัว กลัวความไม่แน่นอน
00:11:13 → 00:11:15กลัวการอยู่โดนเดี่ยว
00:11:15 → 00:11:18กลัวอ้วน ช่วยได้
00:11:18 → 00:11:21ความเครียดตั้งแต่สมัยเด็ก ที่มันฝังอยู่ในจิตใจตลอดเวลา
00:11:21 → 00:11:25ซึ่งพวกนี้มันเป็นตัวที่นำไปสู่บุคลิกของเรา
00:11:25 → 00:11:27ทำไมฉันถึงเป็นคนคิดลบตลอดเวลา
00:11:27 → 00:11:31อะไรอย่างนี้ บางทีมันเป็นจากสิ่งที่มันเกิดขึ้นในอดีต
00:11:31 → 00:11:34แล้วก็มาใช้การรักษาทางธรรมชาติช่วย
00:11:34 → 00:11:36แล้วก็มีอีกกลุ่มนึงคือ
00:11:36 → 00:11:39เรียกว่า TBM Total body Modification
00:11:40 → 00:11:42ถูกคิดมาจากแพทย์ชาวอเมริกัน
00:11:42 → 00:11:47เริ่มมาจากตัวเขาป่วย ไม่มีใครรักษาเขาได้
00:11:47 → 00:11:51เขาก็ไปตะเวนไปอินเดีย ไปไทย ไปจีน
00:11:51 → 00:11:56ไปฝังร่างกาย เพื่อศึกษาศาสตร์การแพทย์ทางตะวันออก
00:11:56 → 00:12:00ใช้ทุกอย่างนั่งสมาธิ ฝังเข็ม ใช้ทุกอย่างเลย
00:12:00 → 00:12:06กระทั่งออกมาเป็นศาสตร์ของเขา ที่อาศัยการถามร่างกาย
00:12:06 → 00:12:09ถามร่างกายเป็นยังไง อาศัยการสมดุลของร่างกาย
00:12:09 → 00:12:13และให้ร่างกายเป็นคนรักษาร่างกายเอง
00:12:14 → 00:12:17ก็ใช้การกระตุ้นตรงจุดต่างๆ
00:12:17 → 00:12:20ให้เหมือนกับเป็นจุดพลังงานของร่างกาย หรือเป็นจุดฝังเข็ม
00:12:20 → 00:12:21โดยใช้การเคาะ
00:12:21 → 00:12:23บางอันก็เอามือเคาะ เอามือแตะ
00:12:23 → 00:12:25บางอันก้ใช้เครื่องมือ
00:12:25 → 00:12:26ดูแปลกดีนะคะ
00:12:26 → 00:12:28ซึ่งบางทีมหัศจรรย์มากคุณแนน
00:12:28 → 00:12:30ปวดเรื้อรังอยู่นาน
00:12:30 → 00:12:34แต่ความปวดเรื้องรังของเราเนี่ย บางทีมันฝังมาจากจิตใจ
00:12:34 → 00:12:36แต่มันตอบโจทย์อย่างที่คุณหมอพูดนะคะ
00:12:36 → 00:12:40อย่างช่วงแรกที่คุณหมอบอกว่า ถ้าจิตใจเราแบบเอาชนะโรคนั้นได้
00:12:40 → 00:12:42มันก็หายไปเอองได้เหมือนกัน
00:12:42 → 00:12:45พอคลิกตรงนี้ปุ๊ป หายเลย
00:12:45 → 00:12:47เหมือนปลดล็อคด้วยใจเรา
00:12:47 → 00:12:50และก็อีกกลุ่มนึง การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
00:12:50 → 00:12:52อันนี้เป็นเทคโนโลยีแล้ว
00:12:52 → 00:12:54อันนี้เป็นของเยอรมัน
00:12:54 → 00:12:58รักษาอาการปวดเป็นหลัก แต่นอกจากรักษาอาการปวด เป็นหลักเนี่ย
00:12:58 → 00:13:02เขาพบว่าร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์ต่างๆมากมาย
00:13:02 → 00:13:06พวกนี้ทำงานโดยการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
00:13:06 → 00:13:09เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าเราใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
00:13:09 → 00:13:13เอาไปทำให้การสื่อสาร การติดต่อระหว่างเซลล์มันทำงานดีขึ้น
00:13:13 → 00:13:15ร่างกายมันจะต้องทำงานดีขึ้น
00:13:16 → 00:13:19นั่นคือหลักการที่ทำให้ร่างกายมันสมดุล
00:13:19 → 00:13:23พอร่างกายสมดุล โรคต่างๆมันก็จะหายไป
00:13:23 → 00:13:27เพราะร่างกายไม่มีอะไรที่ Powerful หรือมีอำนาจ
00:13:27 → 00:13:30มากไปกว่าร่างกายมนุษย์ ที่ซ่อมร่างกายตัวเอง
00:13:30 → 00:13:32ถ้าสมดุลดี ร่างกายก็แข็งแรง
00:13:32 → 00:13:38วันนี้ฟังคุณหมอคุยแล้วก็รู้เลยนะคะ ว่าคนที่จะตรวจตัวเองให้ดีที่สุด
00:13:38 → 00:13:40ก็คือตัวเราเองคุณหมอคะ
00:13:40 → 00:13:44แล้วก็สิ่งที่จำนำพาร่างกายให้แข็งแรง ก็คือจิตใจของเรานั่นแหละ
00:13:44 → 00:13:47วันนี้ดูแล้วรีบขจัดความเครียดไปให้ไว
00:13:47 → 00:13:50วิธีการที่คุณหมอแนะนำไม่ว่าจะด้วยตัวคุณเอง
00:13:50 → 00:13:52แพทย์ทางเลือก หรือเทคโนโลยี
00:13:52 → 00:13:54อย่าใหมันอยู่กับเรานานค่ะ ความเครียดไม่ดีนะคะ
00:13:54 → 00:13:56ง่ายๆก่อนนั่งสมาธิก่อน
00:13:58 → 00:14:02กระเจิดกระเจิงค่ะ เพราะว่าพระเอกซีรีย์เกาหลีลอยหน้ามาตอนกลางคืนตลอดเลย
00:14:02 → 00:14:04อีกอันทำได้นะคุณแนน สวดมนต์
00:14:04 → 00:14:07สวดมนต์ก็จะช่วยทำให้เราสามารถเข้าสมาธิได้ดีขึ้น
00:14:07 → 00:14:09อันนี้ช่วยได้จริง แล้วนอนเป็นโรคนอนไม่หลับ
00:14:09 → 00:14:12หลังๆมาเดินจงกลม สวดมนต์ นั่งสมาธิ
00:14:12 → 00:14:14คุณหมอคะหลับดี๊ดี
00:14:14 → 00:14:16อ่านหนังสือธรรมะไม่เกิน 2 หน้า
00:14:17 → 00:14:21เป็นคนที่แบบว่าเข้าถึงพระพทธศาสนาจริงๆนะคะ
00:14:21 → 00:14:23วันนี้ดูแล้วหวังว่าจะไม่เครียดนะคะ
00:14:23 → 00:14:27เพราะถ้าคุณไม่เครียด ร่างกายมันก็จะแข็งแรงนั้นเองนะคะ
00:14:27 → 00:14:29สัปดาห์นี้หมดเวลาแล้วค่ะ
00:14:29 → 00:14:32ใครอยากติดตามรายการย้อนหลังอย่าลืม Subscribe นะคะ
00:14:32 → 00:14:33กับ YouTube Channel ของพวกเรา
00:14:33 → 00:14:38เสิร์ชชื่อรายการคุยกับหมออัจจิมา จะเห็นสารพัดตอนเลย เป็นร้อยๆตอน
00:14:38 → 00:14:41แล้วมีประโยชน์ทุกๆตอนนะคะ ไปดูกันได้
00:14:41 → 00:14:46ก่อนจากกันวันนี้ขอบคุณสำหรับดอกไม้ ในทุกๆสัปดาห์ของเรา
00:14:46 → 00:14:48จาก Kapsule Florist นะคะ
00:14:48 → 00:14:51ใครอยากจจะจัดแจกัน จัดกระเช้า จัดช่อ หรือว่าจัดงาน Event
00:14:51 → 00:14:53ติดต่อไปได้ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
00:14:53 → 00:14:55ขึ้น Contact ให้เรียบร้อยแล้ว
00:14:55 → 00:14:57สัปดาห์หน้าจะมาเจอกันใหม่นะคะ
00:14:57 → 00:14:58คุณหมอและแนนลาไปก่อน
00:14:58 → 00:15:00สวัสดีค่ะ