00:00:05 → 00:00:25[เพลง]
00:00:25 → 00:00:28ผู้ป่วยมะเร็งเนี่ยเป็นอะไรที่เแสวงหา
00:00:28 → 00:00:30อยู่แล้วอ่ะอะไรที่มันเป็นยาวิเศษที่จะทำ
00:00:30 → 00:00:39ให้เขาหายได้เนี่ยก็จะเชื่อต่อๆ
00:00:39 → 00:00:42กันยิ่งเดี๋ยวนี้สังคมมันออนไลน์โซเชียล
00:00:42 → 00:00:45เนี่ยมันค่อนข้างเยอะพอมีใครส่งข้อมูล
00:00:45 → 00:00:47อะไรมาเนี่ยถ้ามันตรงกับโลกของตัวเอง
00:00:47 → 00:00:50เนี่ยก็จะเชื่อเอาตัวเองเป็นหนูทดลองเลย
00:00:50 → 00:00:52อ่ะก็คือเขาไม่มีทางเลือกแล้วเพราะเขามอง
00:00:52 → 00:00:56ว่ามันอาจจะเป็นทางนี้แหละที่มันจะจะช่วย
00:00:56 → 00:00:58ทำให้โรคของเขาหายแต่ในความเป็นจริงแล้ว
00:00:58 → 00:01:03เนี่ยมันเป็นความเสี่ยงมาก
00:01:03 → 00:01:06กว่าแล้วจริงๆเนี่ยไอ้พวกผิดพันธุ์เสริม
00:01:06 → 00:01:08อาหารหรือพืชผักสมุนไพรบางตัวมันมีผลใน
00:01:08 → 00:01:11เชิงป้องกันแต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันมีผลใน
00:01:11 → 00:01:14การรักษานะคะบางครั้งมันจะทำให้ภาวะความ
00:01:14 → 00:01:16รุนแรงของโรคมันเพิ่มขึ้นด้วยโดยเฉพาะ
00:01:16 → 00:01:20เรื่องของมะเร็งเนี่ย
00:01:20 → 00:01:24ค่ะก็เนื่องจากว่าเวลาเรากินแคปซูลอะไรก็
00:01:24 → 00:01:26ตามเนี่ยต่อครั้งเนี่ยพอเรามาทำเป็นผง
00:01:26 → 00:01:30แห้งเนี่ยปริมาณที่ได้รับมันจะค่อนข้างส
00:01:30 → 00:01:32[เพลง]
00:01:32 → 00:01:35สูงสมมุติว่าเราจะกินเมล็ดมะลุมอย่าง
00:01:35 → 00:01:38เงี้ยมันอาจจะขมถูกมั้ยคะเราก็อาจจะกิน
00:01:38 → 00:01:41ได้สักแค่ทีละเม็ดเดียวเราอมเม็ดมะรุมแค่
00:01:41 → 00:01:43เม็ดเดียวแค่เยค่ะมันหายเจ็บคออย่างเงี้ย
00:01:43 → 00:01:46แต่ถ้าพอเอามาใส่ในแคปซูลมันอาจจะรวมจาก
00:01:46 → 00:01:47เมล็ดหลายๆเมล็ดเพื่อให้มันมาอยู่ใน
00:01:47 → 00:01:49แคปซูลเดียว
00:01:49 → 00:01:54[เพลง]
00:01:54 → 00:01:58กันกินเป็นแคปซูลก็ไม่ขมก็กินได้ 2 เม็ด 3
00:01:58 → 00:02:01เม็ด 4 เม็ดก็ได้ยิ่งคนขายบอกให้กินเยอะๆ
00:02:01 → 00:02:03ก็ยิ่งกินเยอะอันนี้คือเริ่มเป็นความ
00:02:03 → 00:02:05เสี่ยงละเพราะว่ามันไม่ได้ถูกลิมิตด้วย
00:02:05 → 00:02:08ความ
00:02:08 → 00:02:10[เพลง]
00:02:10 → 00:02:13อิ่มเพราะฉนั้นบาคนบอกว่าเอ้ยมะรุมมันดี
00:02:13 → 00:02:16นะก็พยายามหามากินในรูปของ
00:02:16 → 00:02:19อาหารถ้ากินในรูปของอาหารเราไม่ค่อยห่วง
00:02:19 → 00:02:21อ่ะค่ะเราไม่ค่อยห่วงผู้บริโภคเพราะ
00:02:21 → 00:02:23เนื่องจากว่าพอในรูปของอาหารเราคงไม่
00:02:23 → 00:02:26สามารถทานแกงส้มรุมทุกๆวันซ้ำๆๆๆมันมี
00:02:26 → 00:02:28ความเบื่อเกิดขึ้นค่ะแต่ถ้ากินเป็นแคปซูล
00:02:28 → 00:02:30เรากินได้ทุกวันอ่ะค่ะนั้นนี่คือความต่าง
00:02:30 → 00:02:32ของการกินในรูปแคปซูลกับกินในรูปของ
00:02:32 → 00:02:36[เพลง]
00:02:36 → 00:02:39อาหารตอนที่เราทำการศึกษาวิจัยเรื่อง
00:02:39 → 00:02:42เรื่องมรุมเนี่ยนะคะเนื่องจากว่าเอ่อ
00:02:42 → 00:02:45สถาบันโภชนาการเนี่ยเรามองในเรื่องของพวก
00:02:45 → 00:02:48อาหารที่จะมีศักยภาพในแง่ของการที่มัน
00:02:48 → 00:02:50ช่วยป้องกันมะเร็งหรือว่าถ้าเออคนที่เป็น
00:02:50 → 00:02:53มะเร็งแล้วเนี่ยก็จะกินอาหารอะไรที่มันจะ
00:02:53 → 00:02:56ช่วยทำให้บรรเทาอาการหรือทำให้การแพร่
00:02:56 → 00:02:58กระจายเนี่ยมันลดลงเราก็เลยต้องพยายามมา
00:02:59 → 00:03:01มองค่ะว่าผักอะไรที่มันน่าจะมีศักยภาพอ่ะ
00:03:01 → 00:03:04ค่ะเราก็ใช้หลายตัวนะคะไม่ว่าจะเป็นมรุม
00:03:04 → 00:03:07เป็นผักชี้ฝรั่งเป็นสะตอเป็นมะระเป็นัก
00:03:07 → 00:03:09ทองเป็นอะไรเยอะแยะมากมาย
00:03:09 → 00:03:12เนี่ยผลตอนที่เราคัดกรองเบื้องต้นเนี่ย
00:03:12 → 00:03:15เราเจอว่ามรูมเป็นตัวที่น่าสนใจว่ามันน่า
00:03:15 → 00:03:18จะมีศักยภาพเพราะว่ามันสามารถลดการอักเสบ
00:03:18 → 00:03:20ได้สาเหตุนึงของมะเร็งลำไส้มันเรื่องของ
00:03:20 → 00:03:26การอักเสบด้วยเราก็เลยเริ่มจากมะรุม
00:03:26 → 00:03:30ก่อนเวลาเราศึกษาเรืื่องของมะเร็งเนี่ยนะ
00:03:30 → 00:03:32คะมันเป็นการยากนะคะที่อยู่ดีๆเราจะเอา
00:03:32 → 00:03:34อาหารที่เรายังไม่รู้ศักยภาพเลยหรือพืช
00:03:34 → 00:03:37ผักอะไรก็ตามหรือสารอะไรก็ตามไปให้ผู้
00:03:37 → 00:03:39ป่วยมะเร็งกินเราไม่สามารถที่จะเอาเขา
00:03:39 → 00:03:41เนี่ยมาอยู่ในการทดลองเราได้เพราะเนื่อง
00:03:41 → 00:03:44จากว่าเเขเป็นผู้ป่วยอยู่แล้วอยู่ดีๆจะไป
00:03:44 → 00:03:46บอกว่าคุณหยุดรักษาคุณมากินมะลุมที่เราจะ
00:03:46 → 00:03:49ศึกษาเนี่ยมันเป็นไปไม่ได้เราก็จะมีสัตว์
00:03:49 → 00:03:54ทดลองคือหนูอ่ะนะ
00:03:54 → 00:03:57คะคือเราออกแบบงานวิจัยให้เทียบเคียงกับ
00:03:57 → 00:04:00ที่ว่ามันจะมีคน 2 กลุ่มกลุ่มนึงกินเพื่อ
00:04:00 → 00:04:02ป้องกันกับอีกกลุ่มนึงเนี่ยเป็นในเชิงของ
00:04:02 → 00:04:06การรักษาใช่มยคะเราก็เอาหนูทดลองมากลุ่ม
00:04:06 → 00:04:09นึงนะคะกินฝักมะรุมต้มในเชิงของการป้อง
00:04:09 → 00:04:12กันโรคให้กินมะรุมไปก่อนสัก 2
00:04:12 → 00:04:15อาทิตย์แล้วหลังจากกินไปแล้ว 2 อาทิตย์
00:04:15 → 00:04:18เราก็จะให้สารกอบมะเร็งลำไส้เนี่ยให้เขา
00:04:18 → 00:04:21เพื่อให้กระตุ้นให้เขาเกิดก้อนมะเร็งเกิด
00:04:21 → 00:04:27ขึ้นแล้วเราก็เลี้ยงหนูไปประมาณซัก 15-16
00:04:27 → 00:04:30สัปดาห์ก็นานประมาณ 4 เดือน
00:04:30 → 00:04:32[เพลง]
00:04:32 → 00:04:35อีกกลุ่มนึงที่เราศึกษาก็คือเป็นหนูที่
00:04:35 → 00:04:39เรามองว่าเทียบกับผู้ป่วย
00:04:39 → 00:04:43มะเร็งนั่นคือเป็นมะเร็งแล้วแล้วก็อยากจะ
00:04:43 → 00:04:46มากินเพื่อที่แบบเออจะรักษานะแล้วก็
00:04:46 → 00:04:49กระตุ้นให้หนูทดลองเนี่ยเป็นมะเร็ง
00:04:49 → 00:04:54ก่อนแล้วหลังจากนั้นเนี่ยถึงจะเอาอาหาร
00:04:54 → 00:04:56ที่ผสมกับฝักมะรุมต้มเนี่ยให้หนูเขากินก็
00:04:56 → 00:04:59นานประมาณ 4 เดือน
00:04:59 → 00:05:02เราก็จะมีการปรับความเข้มข้นที่ผสมใน
00:05:02 → 00:05:05อาหารด้วยนะคะเทียบ
00:05:05 → 00:05:09กันเราก็จะเจอว่าในหนูกลุ่มที่ได้รับฝัก
00:05:09 → 00:05:12มะรุมต้มในเชิงป้องกันเนี่ยจำนวนก้อน
00:05:12 → 00:05:15มะเร็งเนี่ยค่ะพบว่ามันเปลี่ยนแปลงตาม
00:05:15 → 00:05:17ปริมาณเปอร์เซ็นต์ของมะรุมที่ผสมในอาหาร
00:05:17 → 00:05:20ด้วยแปลว่าถ้าเปอร์เซ็นต์ของมะรุมเพิ่ม
00:05:20 → 00:05:23ขึ้นในอาหารเนี่ยจำนวนก้อนมะเร็งเนี่ยมัน
00:05:23 → 00:05:30ลดลงอันนี้คือในเชิงป้องกันนะคะ
00:05:30 → 00:05:33แล้วก็ทีนี้พอในเชิงของการรักษาหนูกลุ่ม
00:05:33 → 00:05:36ที่เป็นมะเร็งแล้วเราก็จะเจอว่าใน 3
00:05:36 → 00:05:39กลุ่มที่เราให้ขนาดโดสต่างกันที่ผสมใน
00:05:39 → 00:05:41อาหารเนี่ยจำนวนก้อนมะเร็งเนี่ยค่ะมันก็
00:05:41 → 00:05:46ลดลงทั้งโดสต่ำโดสกลางโดสสูงเนี่ยปรากฏ
00:05:46 → 00:05:48ว่าโดสต่ำกลับให้ผลดีกว่าโดสสูงในแง่ของ
00:05:49 → 00:05:49การ
00:05:49 → 00:05:51[เพลง]
00:05:51 → 00:05:54ลดเพราะฉะนั้นที่บอกกันว่าต้องกินเยอะๆ
00:05:54 → 00:06:09มันถึงจะดีเนี่ยมันไม่เสมอไป
00:06:09 → 00:06:12ถ้าอยู่ในเมนูอาหารเนี่ยเรามองว่าเรายัง
00:06:12 → 00:06:15ติดกับรสชาติของความอร่อยเรายังติดกับรส
00:06:15 → 00:06:18ชาติของความหลากหลายไอ้ด้วยความที่เมนู
00:06:18 → 00:06:20ที่มันหลากหลายเนี่ยคะเขาจะได้สารอาหาร
00:06:20 → 00:06:22ที่มันหลากหลายไปด้วยมันจะมีผักอย่างอื่น
00:06:22 → 00:06:23ที่มันมีองค์ประกอบอื่นอยู่ด้วยมันมี
00:06:24 → 00:06:25เนื้อสัตว์มันมีอะไรเข้ามาอย่างเงี้ยค่ะ
00:06:25 → 00:06:28เพราะฉะนั้นมันเริ่มมีสารอะไรต่างๆที่มัน
00:06:28 → 00:06:30เพิ่มขึ้นไม่ใช่เดี่ยวๆของมะรุมแล้วเพราะ
00:06:30 → 00:06:33ฉะนั้นอันตรายหรือความเสี่ยงเนี่ยมันจะ
00:06:33 → 00:06:41ไม่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับไปกินในรูปของ
00:06:41 → 00:06:45แคปซูลคนที่มักจะกินไอ้พวกผิดพันธุอาหาร
00:06:45 → 00:06:47เสริมเนี่ยมักจะมองว่าตัวเองอาจจะขาดตัว
00:06:47 → 00:06:50นั้นตัวนี้หรือมองว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ
00:06:50 → 00:06:53แล้วแล้วพยายามแสวงหาเหมือนยาวิเศษอ่ะ
00:06:53 → 00:06:55สิ่งที่เรากลัวก็คือว่ามันจะทำให้เขา
00:06:55 → 00:06:59เนี่ยละเลยการรักษาทางการแพทย์ที่ที่ควร
00:06:59 → 00:07:02จะได้รับเพราะมาหลงเชื่อกับสื่อพวกนี้
00:07:02 → 00:07:04เพราะในความเป็นจริงเนี่ยบางครั้งมันอาจ
00:07:04 → 00:07:07จะได้ผลกับคน 1 คนแล้วก็ส่งข้อมูลต่อๆกัน
00:07:07 → 00:07:10ไปเพราะฉะนั้นการรับฟังสื่อพวกเค่ะบาง
00:07:10 → 00:07:13ครั้งเนี่ยเราต้องรอบคลอบหรือเราต้อง
00:07:13 → 00:07:15พิจารณาดีๆว่ามันมีข้อมูลที่มันมีการ
00:07:15 → 00:07:18ศึกษาวิจัยรองรับไมแล้วตัวเราใช่ไหคือคน
00:07:18 → 00:07:21ที่มีสภาวะแบบนั้นมันไม่ใช่มันมารุมมันจะ
00:07:21 → 00:07:23โอ้โหสารพัดหรือผักอะไรที่มันจะรักษาได้
00:07:23 → 00:07:26ทุกโรคมันจะไม่ใช่ก็ต้องดูว่ามันเป็น
00:07:26 → 00:07:28ปัญหาของเราด้วยหรือเปล่าแล้วเราถึงจะ
00:07:28 → 00:07:39เลือกในสิ่งที่เหมาะอ
00:07:40 → 00:07:43[เพลง]