00:00:00 → 00:00:03เคยมั้คะที่เวลาเราปอกสับปะรดแล้วส่วนแรก
00:00:03 → 00:00:06ที่เรามักจะตัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดีก็คือ
00:00:06 → 00:00:09แกนแข็งๆตรงกลางใช่เลยครับคุณผู้ฟังผม
00:00:09 → 00:00:12เชื่อว่าหลายท่านที่กำลังฟังอยู่ตอนนี้ก็
00:00:12 → 00:00:14คงเป็นเหมือนกันเพราะรู้สึกว่ามันแข็ง
00:00:14 → 00:00:17เคี้ยวยากไม่น่าอร่อยเลยทิ้งไปโดยไม่คิด
00:00:17 → 00:00:20อะไรเลยแต่ถ้าผมบอกว่าส่วนที่เราทิ้งไป
00:00:20 → 00:00:23นั้นจริงๆแล้วมันคือขุมทรัพย์ทางสุขภาพ
00:00:23 → 00:00:26ที่มีประโยชน์มหาศาลและเป็นเหมือนยา
00:00:26 → 00:00:28อายุวัฒนะใกล้ตัวที่ช่วยแก้ปัญหาเรื้อรัง
00:00:28 → 00:00:31ที่คุณผู้ฟังโดยเฉพาะคุณแม่บ้านหรือผู้
00:00:31 → 00:00:34สูงวัยกำลังเผชิญอยู่คุณจะยังทิ้งมันลง
00:00:34 → 00:00:35ถังขยะอีกไหครับ
00:00:35 → 00:00:38>> วันนี้เราจะมาสร้างสุขภาพดีเริ่มต้นจาก
00:00:38 → 00:00:42ความเข้าใจกับหัวข้อที่ว่าอย่าทิ้งแกน
00:00:42 → 00:00:46สับปะรดยาอายุวัฒนะใกล้ตัวแก้ท้องผูกลด
00:00:46 → 00:00:47อักเสบในวัยคุณแม่บ้านค่ะ
00:00:48 → 00:00:50>> หากคุณไม่อยากพลาดเคล็ดลับสุขภาพดีๆที่
00:00:50 → 00:00:53เข้าใจง่ายกดติดตามช่องสุขภาพสนทนาของเรา
00:00:53 → 00:00:56ไว้ได้เลยนะครับเพราะวันนี้เราจะมาเปิด
00:00:56 → 00:00:59โปงความลับของแกนสับปะรดที่หลายคนไม่เคย
00:00:59 → 00:01:01รู้พร้อมบอกวิธีนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
00:01:01 → 00:01:02สูงสุดกันครับ
00:01:02 → 00:01:05>> เตรียมตัวจดเตรียมตัวทำตามกันได้เลยนะคะ
00:01:05 → 00:01:08รับรองว่าได้ประโยชน์กลับไปเต็มๆค่ะ
00:01:08 → 00:01:11>> แกนสับปะรดก็คือส่วนแข็งๆที่อยู่ตรงกลาง
00:01:11 → 00:01:14ของผลสับปะรดนั่นเองครับเป็นส่วนที่เรา
00:01:14 → 00:01:17มักจะเฉือนทิ้งไปหลังจากการปอกเปลือกและ
00:01:17 → 00:01:19หั่นเอาเนื้อสับปะรดออกมาแล้วเพราะด้วย
00:01:19 → 00:01:21ความที่มันมีเนื้อสัมผัสที่แข็งกว่าส่วน
00:01:21 → 00:01:24เนื้อผลไม้ทำให้หลายคนรู้สึกว่ากินยาก
00:01:24 → 00:01:27เขียวลำบากก็เลยมองข้ามและโยนทิ้งไปอย่าง
00:01:27 → 00:01:30น่าเสียดายจริงค่ะถ้าพูดถึงสับปะรดเราก็
00:01:31 → 00:01:33จะนึกถึงแต่เนื้อเหลืองๆฉ่ำๆหวานอม
00:01:33 → 00:01:36เปรี้ยวแต่ไม่เคยนึกถึงแกนมันเลยแล้วทำไม
00:01:36 → 00:01:39เราถึงบอกว่าการทิ้งแกนสับปะรดไปคือการ
00:01:39 → 00:01:42พลาดโอกาสดีๆทางสุขภาพไปคะ
00:01:42 → 00:01:44>> เพราะในแกนสับปะรดแม้จะดูเป็นแค่ส่วนที่
00:01:44 → 00:01:47แข็งแต่จริงๆแล้วมันอุดมไปด้วยสารอาหาร
00:01:47 → 00:01:51สำคัญมากมายครับที่เด่นๆเลยก็คือไฟเบอร์
00:01:51 → 00:01:54ทั้งชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำซึ่ง
00:01:54 → 00:01:56จำเป็นต่อระบบขับถ่ายของเรามากๆและอีก
00:01:57 → 00:01:59หนึ่งพระเอกของงานนี้ที่กำลังเป็นที่พูด
00:01:59 → 00:02:02ถึงในวงการสุขภาพก็คือเอนไซม์โบรมิเลน
00:02:02 → 00:02:02ครับ
00:02:02 → 00:02:05>> โบรมิเลนนี่ชื่อไม่คุ้นหูเลยค่ะมันคือ
00:02:05 → 00:02:08อะไรคะมีคุณสมบัติเด่นอะไรถึงได้เป็นพระ
00:02:08 → 00:02:09เอกของวันนี้
00:02:09 → 00:02:12>> โบรมิเลนเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่พบได้ใน
00:02:12 → 00:02:15สับปะรดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแกนสับปะรดนี่
00:02:15 → 00:02:17แหละครับคุณสมบัติเด่นของมันคือความ
00:02:17 → 00:02:20สามารถในการย่อยโปรตีนและที่สำคัญคือมี
00:02:20 → 00:02:23ฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดอาการบวมได้อย่าง
00:02:23 → 00:02:26น่าทึ่งครับลอมนึกภาพโบรมิเลนเป็นเหมือน
00:02:26 → 00:02:28หน่วยกู้ไ้ตัวจิ๋วที่เข้าไปจัดการกับ
00:02:28 → 00:02:30ปัญหาการอักเสบในร่างกายของเรา
00:02:30 → 00:02:33>> ฟังดูน่าสนใจมากเลยค่ะแล้วถ้าเทียบกับ
00:02:33 → 00:02:36เนื้อสับปะรดที่เรากินกันทั่วไปล่ะคะ
00:02:36 → 00:02:38เนื้อกับแกนมีประโยชน์เหมือนกันมยหรือ
00:02:38 → 00:02:40ต่างกันยังไงบ้าง
00:02:40 → 00:02:42>> เป็นคำถามที่ดีมากครับเพราะหลายคนอาจจะ
00:02:42 → 00:02:45สงสัยตรงจุดนี้เนื้อสับปะรดก็มีประโยชน์
00:02:45 → 00:02:48มากเช่นกันครับโดยเฉพาะเรื่องของวิตามิน
00:02:48 → 00:02:51ซีที่มีสูงมากซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
00:02:51 → 00:02:54ชั้นเยี่ยมช่วยเสริมภูมิคุ้มกันบำรุงผิว
00:02:54 → 00:02:57พรรณและยังมีแมงกานีสรวมถึงวิตามินบีบาง
00:02:57 → 00:02:58ชนิดด้วยครับ
00:02:58 → 00:03:01>> แสดงว่าเนื้อจะเด่นเรื่องวิตามินแต่แกนจะ
00:03:01 → 00:03:03เด่นเรื่องอื่นใช่ไหมคะ
00:03:03 → 00:03:05>> ใช่ครับในขณะที่เนื้อสับปะรดเด่นเรื่อง
00:03:05 → 00:03:08วิตามินแกนสับปะรดจะโดดเด่นเป็นพิเศษใน
00:03:08 → 00:03:11เรื่องของเอนไซม์โบมิที่เข้มข้นกว่าครับ
00:03:11 → 00:03:14และยังมีไฟเบอร์ในปริมาณสูงโดยเฉพาะ
00:03:14 → 00:03:16ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำซึ่งช่วยเรื่อง
00:03:16 → 00:03:19ระบบขับถ่ายได้ดีเยี่ยมดังนั้นหากเป้า
00:03:19 → 00:03:21หมายคือการต้านการอักเสบและช่วยย่อย
00:03:21 → 00:03:24โปรตีนแกนสับปะรดคือส่วนที่ตอบโจทย์ได้ดี
00:03:24 → 00:03:27กว่าแต่ถ้าต้องการวิตามินซีและสารตั้ด้าน
00:03:27 → 00:03:30อนุมูลอิสระเนื้อสับปะรดก็คือคำตอบครับ
00:03:30 → 00:03:32การทานทั้ง 2 ส่วนร่วมกันจึงจะได้รับ
00:03:32 → 00:03:34ประโยชน์อย่างครบถ้วนที่สุดครับ
00:03:34 → 00:03:37>> อูแสดงว่าไอ้เจ้าแกนสับปะรดแข็งๆที่เรา
00:03:38 → 00:03:40ทิ้งไปตลอดเนี่ยมันมีประโยชน์ซ่อนอยู่มาก
00:03:40 → 00:03:41มายเลยใช่มั้คะ
00:03:41 → 00:03:44>> ถูกต้องเลยครับไฟเบอร์ในแกนสับปะรดไม่ได้
00:03:44 → 00:03:46แค่ช่วยเรื่องการขับถ่ายเท่านั้นแต่ยัง
00:03:46 → 00:03:49ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลด
00:03:49 → 00:03:52คอเลสเตอรอลได้อีกด้วยส่วนเจ้าโบรมิเลนก็
00:03:52 → 00:03:54ไม่ใช่แค่ต้านการอักเสบแต่ยังช่วยเสริม
00:03:54 → 00:03:57ภูมิคุ้มกันและมีงานวิจัยบางชิ้นที่บอก
00:03:57 → 00:04:00ว่าอาจมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพอื่นๆได้
00:04:00 → 00:04:02อีกด้วยครับนี่แหละครับคือเหตุผลว่าทำไม
00:04:02 → 00:04:05เราถึงไม่ควรมองข้ามขุมทรัพย์ที่อยู่ใกล้
00:04:05 → 00:04:06ตัวอย่างแกนสับปะรด
00:04:06 → 00:04:09>> น่าทึ่งมากเลยค่ะงั้นเรามาเจาะลึกถึง
00:04:09 → 00:04:12ประโยชน์แรกที่สำคัญและน่าจะเป็นปัญหาของ
00:04:12 → 00:04:14คุณผู้ฟังหลายท่านในวันนี้กันเลยดีกว่า
00:04:14 → 00:04:17ค่ะนั่นก็คือเรื่องของปัญหาท้องผูกค่ะคุณ
00:04:17 → 00:04:20ผู้ฟังคะปัญหาท้องผูกเนี่ยเรียกได้ว่า
00:04:20 → 00:04:23เป็นปัญหาสุดคลาสสิคที่วนเวียนอยู่ใน
00:04:23 → 00:04:26ชีวิตของใครหลายคนโดยเฉพาะเมื่อเราก้าว
00:04:26 → 00:04:28เข้าสู่สู่วัยผู้ใหญ่หรือคุณแม่บ้านที่
00:04:28 → 00:04:31ต้องรับผิดชอบหลายๆอย่างจนบางทีก็ละเลย
00:04:31 → 00:04:34การดูแลตัวเองไปบ้างบางคนอาจจะคิดว่ามัน
00:04:34 → 00:04:37เป็นเรื่องปกติในวัยนี้แต่จริงๆแล้วมัน
00:04:37 → 00:04:40ไม่ใช่เรื่องปกติเลยนะคะแล้วทำไมวัยผู้
00:04:40 → 00:04:43ใหญ่ถึงมักมีปัญหาท้องผูกบ่อยขึ้นคะ
00:04:43 → 00:04:46>> เป็นคำถามที่ดีมากครับจริงครับปัญหาท้อง
00:04:46 → 00:04:49ผูกมักจะมาเยือนเมื่อเราอายุมากขึ้นด้วย
00:04:49 → 00:04:52หลายสาเหตุร่วมกันครับ 1 เลยคือระบบย่อย
00:04:52 → 00:04:55อาหารของเราทำงานช้าลงการเคลื่อนไหวของลำ
00:04:55 → 00:04:59ไส้ก็ลดลงตามวัย 2 คือพฤติกรรมการกินที่
00:04:59 → 00:05:02อาจจะไม่ได้เน้นไฟเบอร์มากพอหรือดื่มน้ำ
00:05:02 → 00:05:05น้อยลง 3 คือเรื่องของการเคลื่อนไหวร่าง
00:05:05 → 00:05:08กายที่ลดลงทำให้การกระตุ้นลำไส้ไม่เพียง
00:05:08 → 00:05:12พอและสุดท้ายคือยาบางชนิดที่เราอาจจะต้อง
00:05:12 → 00:05:15ทานเป็นประจำก็อาจมีผลข้างเคียงทำให้ท้อง
00:05:15 → 00:05:16ผูกได้ครับ
00:05:16 → 00:05:18>> แล้วถ้าท้องผูกเรื้อรังนี่ส่งผลเสียยังไง
00:05:18 → 00:05:19บ้างคะ
00:05:19 → 00:05:22>> ผลกระทบมันไม่ใช่แค่เรื่องอึดอัดไม่สบาย
00:05:22 → 00:05:24ตัวอย่างเดียวนะครับแต่ยังส่งผลต่อคุณภาพ
00:05:24 → 00:05:27ชีวิตโดยรวมด้วยครับตั้งแต่การสะสมของ
00:05:27 → 00:05:31เสียในร่างกายทำให้ผิวพรรณสดใสรู้สึกอ่อน
00:05:31 → 00:05:33เพลียหรือแม้กระทั่งเพิ่มความเสี่ยงของ
00:05:33 → 00:05:36โรคฤทธิ์สีดวงทวารหรือปัญหาลำไส้อื่นๆได้
00:05:36 → 00:05:37เลยครับ
00:05:37 → 00:05:40>> ฟังดูน่ากลัวเลยนะคะแต่ข่าวดีก็คือแกน
00:05:40 → 00:05:43สับปะรดนี่แหละค่ะคือยาอายุวัฒนะใกล้ตัว
00:05:43 → 00:05:46ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้เรามาดูกัน
00:05:46 → 00:05:49ว่าไฟเบอร์ในแกนสับปะรดช่วยระบบขับถ่าย
00:05:49 → 00:05:50ได้อย่างไรบ้างคะ
00:05:50 → 00:05:53>> อย่างที่บอกไปแล้วครับว่าในแกนสับปะรด
00:05:53 → 00:05:55อุดมไปทั่วไฟเบอร์ทั้งชนิดชนิดที่ละลาย
00:05:55 → 00:05:58น้ำและไม่ละลายน้ำไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำ
00:05:59 → 00:06:01จะทำหน้าที่เหมือนไม้กวาดครับช่วยเพิ่ม
00:06:01 → 00:06:04กากใยในอุจจาระทำให้มีมวลมากขึ้นกระตุ้น
00:06:04 → 00:06:07การเคลื่อนไหวของลำไส้และช่วยให้อุจจาระ
00:06:07 → 00:06:10นุ่มขึ้นทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้นไม่ต้องออก
00:06:10 → 00:06:13แรงเบ่งมากซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูง
00:06:13 → 00:06:16อายุและผู้ที่มีปัญหาริบสีดวงทวารครับ
00:06:16 → 00:06:18>> เหมือนกับว่าไฟเบอร์ช่วยให้อุจจาระมีขนาด
00:06:18 → 00:06:21พอเหมาะและเคลื่อนตัวได้สะดวกขึ้นในลำไส้
00:06:21 → 00:06:22ใช่มั้ยคะ
00:06:22 → 00:06:24>> ถูกต้องเลยครับและนอกจากไฟเบอร์ที่ไม่
00:06:24 → 00:06:27ละลายน้ำแล้วไฟเบอร์ที่ละลายน้ำเองก็มี
00:06:27 → 00:06:29ความสำคัญไม่แพ้กันครับเพราะเมื่อมัน
00:06:30 → 00:06:32ละลายในน้ำมันจะกลายเป็นเจลหนืดๆที่ช่วย
00:06:32 → 00:06:35ชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดทำ
00:06:35 → 00:06:38ให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเร็วเกิน
00:06:38 → 00:06:41ไปและยังเป็นอาหารกับจุลินทรีย์ดีในลำไส้
00:06:41 → 00:06:42ของเราอีกด้วยครับ
00:06:42 → 00:06:45>> โอแสดงว่าแกนสับปะรดนี่ไม่ได้แค่ช่วยให้
00:06:45 → 00:06:48เราขับถ่ายคล่องขึ้นอย่างเดียวนะคะแต่ยัง
00:06:48 → 00:06:50ช่วยบำรุงลำไส้ไปในตัวด้วยแล้วเจ้า
00:06:50 → 00:06:53เอนไซม์โบรมิเลนที่เราพูดถึงไปก่อนหน้า
00:06:53 → 00:06:55นี้มีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการ
00:06:55 → 00:06:56ย่อยด้วยมั้ยคะ
00:06:56 → 00:06:59>> มีส่วนช่วยแน่นอนครับแม้โบรมิเลนจะขึ้น
00:06:59 → 00:07:01ชื่อเรื่องการต้านการอักเสบเป็นหลักแต่
00:07:01 → 00:07:04ด้วยคุณสมบัติในการย่อยโปรตีนของมันก็มี
00:07:04 → 00:07:07ส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้
00:07:07 → 00:07:09ดีขึ้นเมื่ออาหารถูกย่อยอย่างมี
00:07:09 → 00:07:12ประสิทธิภาพมากขึ้นก็จะลดภาระของลำไส้และ
00:07:12 → 00:07:15อาจช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วย
00:07:15 → 00:07:18ครับนอกจากนี้การที่โบรมิเลนมีฤทธิ์ต้าน
00:07:18 → 00:07:21การอักเสบก็อาจส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของ
00:07:21 → 00:07:24ลำไส้ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นด้วยครับ
00:07:24 → 00:07:27>> สรุปแล้วเนี่ยคุณผู้ฟังคะทำไมแกนสับปะรด
00:07:27 → 00:07:30ถึงเป็นยาอายุวัฒนะสำหรับปัญหาท้องผูกได้
00:07:30 → 00:07:31จริงค่ะ
00:07:31 → 00:07:33>> เพราะมันเป็นการผสมผสานของสารอาหารที่ลง
00:07:33 → 00:07:37ตัวครับทั้งไฟเบอร์ที่ช่วยเพิ่มกากใยและ
00:07:37 → 00:07:39กระตุ้นการขับถ่ายและเอนไซม์โบรมิเลนที่
00:07:39 → 00:07:42ช่วยเรื่องการย่อยและอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ
00:07:42 → 00:07:45ลำไส้โดยรวมทำให้แกนสับปะรดเป็นทางเลือก
00:07:45 → 00:07:49ธรรมชาติที่ครบวงจรในการดูแลปัญหานี้ครับ
00:07:49 → 00:07:52เป็นวิธีที่ง่ายหาได้ใกล้ตัวและปลอดภัย
00:07:52 → 00:07:54สำหรับผู้ใหญ่และคุณแม่บ้านครับ
00:07:54 → 00:07:57>> ดีงามมากเลยค่ะปัญหาท้องผูกที่ค้างคาใจ
00:07:57 → 00:08:00หลายคนคงจะเริ่มเห็นแสงสว่างแล้วนะคะแต่
00:08:00 → 00:08:02ประโยชน์ของแกนสับปะรสยังไม่หมดแค่นั้น
00:08:02 → 00:08:06ค่ะยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจคนวัย 45
00:08:06 → 00:08:09ไม่แพ้กันนั่นคือเรื่องของการอักเสบค่ะ
00:08:09 → 00:08:12>> คุณผู้ฟังครับนอกจากปัญหาท้องผูกแล้วสิ่ง
00:08:12 → 00:08:15ที่มักจะมาพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้นก็คือ
00:08:15 → 00:08:19การอักเสบเรื้อรังครับหลายคนอาจจะไม่รู้
00:08:19 → 00:08:21ตัวว่ากำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ช่วย
00:08:21 → 00:08:24อธิบายหน่อยได้ไหมครับว่าการอักเสบเรื้อ
00:08:24 → 00:08:27รังคืออะไรและส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร
00:08:27 → 00:08:28บ้าง
00:08:28 → 00:08:31>> ได้เลยค่ะการอักเสบเนี่ยปกติแล้วมันคือ
00:08:31 → 00:08:34กลไกธรรมชาติของร่างกายในการตอบสนองต่อ
00:08:34 → 00:08:37การบาดเจ็บหรือการติดเชื้อเหมือนเป็นระบบ
00:08:37 → 00:08:40ป้องกันภัยตัวเองค่ะแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่
00:08:40 → 00:08:43การอักเสบนั้นมันเรื้อรังคือเกิดขึ้นต่อ
00:08:43 → 00:08:46เนื่องยาวนานโดยไม่มีสาเหตุชัดเจนมันก็จะ
00:08:46 → 00:08:49กลายเป็นภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพเราค่ะ
00:08:49 → 00:08:52>> แล้วมันส่งผลต่อโรคอะไรได้บ้างครับในผู้
00:08:52 → 00:08:53สูง
00:08:53 → 00:08:55การอักเสบเรื้อรังนี่แหละค่ะคือต้นตอของ
00:08:55 → 00:08:59โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCD หลายชนิดที่พบ
00:08:59 → 00:09:03บ่อยในผู้สูงวัยเช่นโรคหัวใจและหลอดเลือด
00:09:03 → 00:09:06เบาหวานบางชนิดไปจนถึงโรคข้อเสื่อมหรือ
00:09:06 → 00:09:09แม้แต่โรคอัลไซเมอร์บางประเภทก็มีการ
00:09:09 → 00:09:11อักเสบเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะคะหรือที่
00:09:11 → 00:09:14ชัดเจนที่สุดเลยก็คืออาการปวดเมื่อยตาม
00:09:14 → 00:09:18ร่างกายปวดข้อปวดเข่าที่คุณแม่บ้านต้อง
00:09:18 → 00:09:21เผชิญจากการทำงานบ้านหรือการใช้ร่างกายมา
00:09:21 → 00:09:22นานค่ะ
00:09:22 → 00:09:25>> ฟังดูแล้วน่ากังวลนะครับแต่โชคดีที่เรามี
00:09:25 → 00:09:28โบรมิเลนในแกนสับปะรดนี่แหละครับที่เป็น
00:09:28 → 00:09:30เหมือนฮีโร่ตัวจริงในการต่อสู้กับการ
00:09:30 → 00:09:33อักเสบช่วยเล่ากลไกการทำงานของมันหน่อย
00:09:33 → 00:09:36ได้ไหมครับว่าโบรมิเลนมีฤทธิ์ต้านการ
00:09:36 → 00:09:38อักเสบและลดบวมได้อย่างไร
00:09:38 → 00:09:42>> แน่นอนค่ะโบรมิเลนมีคุณสมบัติพิเศษในการ
00:09:42 → 00:09:44เข้าไปยับยั้งกระบวนการอักเสบในร่างกาย
00:09:45 → 00:09:48ค่ะมันจะไปลดการผลิตสารบางชนิดที่กระตุ้น
00:09:48 → 00:09:51ให้เกิดการอักเสบและยังช่วยสลายโปรตีนที่
00:09:51 → 00:09:54ก่อให้เกิดการบวมและปวดทำให้ลดอาการบวม
00:09:54 → 00:09:57และลดความรู้สึกปวดได้ค่ะเหมือนกับว่ามัน
00:09:57 → 00:10:00ไปหยุดต้นตอของปัญหาการอักเสบได้เลยค่ะมี
00:10:00 → 00:10:03งานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนคุณสมบัตินี้
00:10:03 → 00:10:05ของโบรมิเลนนะคะ
00:10:05 → 00:10:07>> ผมเคยเห็นว่าในทางการแพทย์เองก็มีการนำ
00:10:07 → 00:10:10โบรมิเลนมาใช้ประโยชน์ด้วยใช่ไหมั้ครับ
00:10:10 → 00:10:12เช่นในผู้ป่วยหลังผ่าตัดหรือผู้ที่มี
00:10:12 → 00:10:14ปัญหาข้อเข่าเสื่อม
00:10:14 → 00:10:17>> ใช่เลยค่ะในบางกรณีคุณหมอก็อาจจะแนะนำให้
00:10:17 → 00:10:20ใช้สารสกัดจากโบรมิเลนเพื่อช่วยลดอาการ
00:10:20 → 00:10:23บ่วมและอักเสบหลังการผ่าตัดหรือในผู้ป่วย
00:10:23 → 00:10:26ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมเพื่อช่วยลดอาการ
00:10:26 → 00:10:28ปวดและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหว
00:10:28 → 00:10:31ได้ด้วยค่ะซึ่งนี่ก็เป็นเครื่องยืนยันถึง
00:10:31 → 00:10:33ประสิทธิภาพของเจ้าเอนไซม์ตัวนี้ได้เป็น
00:10:33 → 00:10:34อย่างดีเลยค่ะ
00:10:34 → 00:10:38>> แสดงว่าสำหรับคุณแม่บ้านที่ต้องเดินเยอะ
00:10:38 → 00:10:41ยืนนานหรือผู้สูงวัยที่มีอาการปวดข้อปวด
00:10:41 → 00:10:43เข่าปวดเมื่อยตามร่างกายเนี่ยการรับ
00:10:43 → 00:10:46ประทานแกนสับปะรดเป็นประจำก็อาจเป็นทาง
00:10:46 → 00:10:48เลือกธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้
00:10:48 → 00:10:49ได้ใช่ไหมครับ
00:10:49 → 00:10:52>> ถูกต้องเลยค่ะลองคิดดูสิคะว่าถ้าเรา
00:10:53 → 00:10:55สามารถบรรเทาอาการปวดเรื้อรังนี้ได้ด้วย
00:10:55 → 00:10:58วิธีธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆใกล้ตัวอย่าง
00:10:58 → 00:11:01แกนสับปะรดมันจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเรา
00:11:01 → 00:11:04ดีขึ้นแค่ไหนการเคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น
00:11:04 → 00:11:07ไม่ต้องทนทรมานกับอาการปวดเมื่อยอีกต่อไป
00:11:07 → 00:11:10และที่สำคัญคือเป็นการดูแลตัวเองจากภายใน
00:11:10 → 00:11:13สู่ภายนอกด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อร่างกาย
00:11:13 → 00:11:14ค่ะ
00:11:14 → 00:11:17>> สรุปแล้วนะครับคุณผู้ฟันแกนสับปะรดจึงไม่
00:11:17 → 00:11:19ใช่แค่ไฟเบอร์ธรรมดาแต่มันเป็นแหล่งของ
00:11:19 → 00:11:22เอนไซม์ไโบรมิเลนที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
00:11:22 → 00:11:25ได้อย่างทรงพลังซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากใน
00:11:25 → 00:11:28การดูแลสุขภาพในระยะยาวโดยเฉพาะสำหรับวัย
00:11:28 → 00:11:3145 ปีขึ้นไปที่มักเผชิญกับปัญหาการ
00:11:31 → 00:11:34อักเสบและอาการปวดเมื่อยต่างๆครับ
00:11:34 → 00:11:36>> ตอนนี้เราทราบถึงคุณประโยชน์ที่น่าทึ่ง
00:11:36 → 00:11:39ของแกนสับปะรดกันไปแล้วนะคะทั้งเรื่องของ
00:11:39 → 00:11:41ไฟเบอร์ที่ช่วยให้ขับถ่ายคล่องและ
00:11:41 → 00:11:44โบรมิเลนที่ช่วยลดการอักเสบคลายปวดแต่คำ
00:11:44 → 00:11:48ถามสำคัญถัดมาก็คือจะกินแกนสับปะรดยังไง
00:11:48 → 00:11:50ให้อร่อยและได้ประโยชน์โยชน์สูงสุดไม่ใช่
00:11:51 → 00:11:52แค่กัดกินเฉยๆล่ะคะ
00:11:52 → 00:11:55>> เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้แน่นอนครับ
00:11:55 → 00:11:58เพราะอย่างที่บอกไปตอนแรกว่าแกนสับปะรด
00:11:58 → 00:12:01มันค่อนข้างแข็งหลายคนเลยไม่กล้ากินตรงๆ
00:12:01 → 00:12:04แต่จริงๆแล้วมันมีวิธีทำให้กินง่ายและ
00:12:04 → 00:12:07อร่อยแถมยังคงคุณค่าสารอาหารไว้ได้ครบ
00:12:07 → 00:12:08ถ้วนด้วยครับ
00:12:08 → 00:12:10>> ขั้นแรกเลยคือเรื่องของการเลือกสับปะรด
00:12:10 → 00:12:13และการเตรียมแกนค่ะควรเลือกสับปะรดที่สด
00:12:13 → 00:12:16ใหม่ไม่ช้ำและมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติใช่
00:12:16 → 00:12:17ไหมคะ
00:12:17 → 00:12:19>> ใช่ครับเลือกสับปะรดที่สด
00:12:19 → 00:12:22เมื่อปอกเปลือกแล้วให้เฉือนเนื้อสับปะรด
00:12:22 → 00:12:24ออกให้ได้มากที่สุดเหลือไว้แต่ส่วนแกน
00:12:24 → 00:12:27กลางที่เป็นทรงกระบอกจากนั้นล้างทำความ
00:12:27 → 00:12:29สะอาดแกนสับปะรดให้เรียบร้อยครับ
00:12:29 → 00:12:32>> แล้วเราจะนำเจ้าแกนแข็งๆนี้ไปทำอะไรกิน
00:12:32 → 00:12:35ได้บ้างคะมีเมนูแนะนำสำหรับคุณแม่บ้านที่
00:12:35 → 00:12:36อยากลองทำตามมั้ยคะ
00:12:36 → 00:12:40>> มีหลากหลายเมนูเลยครับน้ำปั่นสมูทตี้แกน
00:12:40 → 00:12:43สับปะรดเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดครับแค่นำ
00:12:43 → 00:12:45แกนสับปะรดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไป
00:12:45 → 00:12:49ปั่นรวมกับเนื้อสับปะรดนมสอดโยเกิร์ตหรือ
00:12:49 → 00:12:52ผักผลไม้อื่นๆที่ชอบก็จะได้สมูตี้ที่อุดม
00:12:52 → 00:12:55ไปด้วยไฟเบอร์และเอนไซม์โบรมิเลนครับวิธี
00:12:55 → 00:12:59นี้จะช่วยให้แกนสับปะรดไม่แข็งและกินง่าย
00:12:59 → 00:13:00ขึ้นเยอะเลยครับ
00:13:00 → 00:13:03>> ใส่ในสลัดผักลองนำแกนสับปะรดที่หั่นเป็น
00:13:03 → 00:13:06ลูกเต๋าเล็กๆหรือสับละเอียดโรยลงไปในสลัด
00:13:06 → 00:13:08ผักของคุณดูสิคะนอกจากจะเพิ่มความกรุบ
00:13:08 → 00:13:11กรอบแล้วยังเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการอีก
00:13:11 → 00:13:12ด้วย
00:13:12 → 00:13:15>> ต้มซุปหรือใส่ในแกงส้มแกนสับปะรดสามารถนำ
00:13:15 → 00:13:18ไปต้มรวมกับซุปหรือแกงส้มได้ครับมันจะ
00:13:18 → 00:13:21ช่วยเพิ่มรสชาติเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติ
00:13:21 → 00:13:23ให้กับอาหารและทำให้เนื้อสัมผัสของแกน
00:13:23 → 00:13:26สับปะรดนุ่มขึ้นจนเขียวได้ง่ายขึ้นครับ
00:13:26 → 00:13:28แต่ถ้าต้องการประโยชน์จากโบรมิเลนอย่าง
00:13:28 → 00:13:32เต็มที่ควรใส่ในช่วงท้ายๆของการปรุงอาหาร
00:13:32 → 00:13:35หรือหลังยกลงจากเตาเพราะความร้อนสูงอาจ
00:13:35 → 00:13:38ทำลายเอนไซม์ได้ครับกินสดๆถ้าชอบสำหรับ
00:13:39 → 00:13:42บางคนที่ชอบความท้าทายก็สามารถหั่นแกน
00:13:42 → 00:13:45สับปะรดเป็นชิ้นบางๆแล้วลองเคี้ยวสดๆได้
00:13:45 → 00:13:48เลยครับแต่ต้องมั่นใจว่าฟันแข็งแรงแรงพอ
00:13:48 → 00:13:49สมควรนะครับ
00:13:49 → 00:13:52>> โอ้โหมีตั้งหลายเมนูเลยนะคะเนี่ยสะดวกและ
00:13:52 → 00:13:56น่าลองทำตามมากๆค่ะแล้วมีข้อควรระวังหรือ
00:13:56 → 00:13:59ข้อจำแกบริรัคะ
00:13:59 → 00:14:02>> แน่นอนครับแม้แกนสับปะรดจะมีประโยชน์แต่
00:14:02 → 00:14:04ก็มีข้อควรระวังเล็กน้อยครับผู้ที่แพ้
00:14:04 → 00:14:07สับปะรดแน่นอนว่าควรหลีกเลี่ยงการบริโภค
00:14:07 → 00:14:09แกนสับปะรดด้วยครับผู้ที่ทานยาละลายลิ่ม
00:14:09 → 00:14:12เลือดโบรมิเลนมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของ
00:14:12 → 00:14:15เลือดอ่อนๆดังนั้นหากคุณกำลังทานยาละลาย
00:14:15 → 00:14:17ลิ่มเลือดอยู่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค
00:14:17 → 00:14:20แกนสับปะรดในปริมาณมากหรือทานในรูปแบบ
00:14:20 → 00:14:23อาหารเสริมนะครับปริมาณที่เหมาะสมการ
00:14:23 → 00:14:25บริโภคทุกอย่างควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ
00:14:25 → 00:14:28ครับไม่มากเกินไปจนทำให้เกิดอาการไม่สบาย
00:14:28 → 00:14:28ท้อง
00:14:28 → 00:14:31>> สรุปคือแกนสับปะรดเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบ
00:14:31 → 00:14:34ธรรมชาติที่เราไม่ควรมองข้ามนะคะสามารถนำ
00:14:35 → 00:14:38มาใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพได้ง่ายๆใน
00:14:38 → 00:14:39ชีวิตประจำวันเลยค่ะ
00:14:39 → 00:14:42>> คุณผู้ฟังครับวันนี้เราได้เรียนรู้ถึงคุณ
00:14:42 → 00:14:45ค่าอันหน้าทึ่งของแกนสับปะรดกันไปแล้วนะ
00:14:45 → 00:14:47ครับมันเป็นมากกว่าแค่ส่วนที่เราต้องทิ้ง
00:14:47 → 00:14:51ไปแต่มันคือยาอายุวัฒนะใกล้ตัวที่อุดมไป
00:14:51 → 00:14:55ด้วยไฟเบอร์และเอนไซม์โบรมิเลนที่ช่วยแก้
00:14:55 → 00:14:58ปัญหาเรื้อรังอย่างท้องผูกและลดการอักเสบ
00:14:59 → 00:15:01ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญสำหรับผู้
00:15:01 → 00:15:05ใหญ่และคุณแม่บ้าน Y 45 Plus ขึ้นไป
00:15:05 → 00:15:08>> ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเวลาที่คุณ
00:15:08 → 00:15:10ผู้ฟังซื้อสับปะรดอย่าเพิ่งทิ้งแกน
00:15:10 → 00:15:13สับปะรดไปนะคะลองนำเคล็ดลับและเมนูที่เรา
00:15:13 → 00:15:16แนะนำไปปรับใช้ดูค่ะเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
00:15:16 → 00:15:20อย่างยั่งยืนและเพื่อสร้างสุขภาพดีเริ่ม
00:15:20 → 00:15:22ต้นจากความเข้าใจอย่างแท้จริงค่ะ
00:15:22 → 00:15:24>> หวังว่าข้อมูลในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับ
00:15:24 → 00:15:27คุณผู้ฟังทุกท่านนะครับหากคุณชอบเนื้อหา
00:15:27 → 00:15:30ของเราอย่าลืมกดไลค์กดแชร์เพื่อส่งต่อ
00:15:30 → 00:15:33สิ่งดีๆให้กับคนที่คุณรักนะครับ
00:15:33 → 00:15:35>> และที่สำคัญที่สุดอย่าลืมกดติดตามช่อง
00:15:35 → 00:15:38สุขภาพสนทนาของเราไว้ด้วยนะคะเพื่อที่คุณ
00:15:38 → 00:15:41จะไม่พลาดทุกเคล็ดลับและข้อมูลสุขภาพดีๆ
00:15:41 → 00:15:44ที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงค่ะ
00:15:44 → 00:15:47>> สำหรับวันนี้ผมและทีมงานต้องขอลาไปก่อนนะ
00:15:47 → 00:15:48ครับ
00:15:48 → 00:15:51>> ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีความ
00:15:51 → 00:15:53สุขกับการดูแลตัวเองนะคะ
00:15:53 → 00:15:54>> สวัสดีครับ
00:15:54 → 00:15:56>> สวัสดี