ทำไมอุจจาระถึงมีสีขาวซีด และเกิดจากสาเหตุใดบ้าง

อุจจาระ ลอยหรือจมดีกว่ากัน? ถ้าสีผิดปกติล่ะ บอกอะไรเราบ้าง? ขับถ่ายยาก? อาหารการกิน ยา โรคแอบแฝง

จากช่อง : หมออ๊อก Dr.OCT24


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:05ไส้กรอก แต่เป็นไส้กรอกที่ใหญ่กว่า แล้วก็ ผิวอาจจะไม่ค่อยเรียบ จะเป็นประเภท
00:00:0500:00:10ที่ดีคล้ายๆกับแบบที่ 4 อาจจะมีการทาน อาหารที่มีกากใยน้อยกว่า ภาวะบางอย่างที่
00:00:1000:00:16ทำให้น้ำดีไม่ออกมา เช่นมีการอุดตันท่อน้ำ ดี เช่นมินิ่วในถุงน้ำดี หรือว่าเป็นมะเร็ง
00:00:1600:00:23ตับอ่อน แบบนี้ก็จะทำให้ไม่มีสีน้ำ ตาลของ stercobillin อุจจาระก็จะมีสีขาวซีดๆ
00:00:2300:00:28ทำไมทานไฟเบอร์แล้วยังจม ตามสามัญ สำนึกแล้ว มันน่าจะลอยหรือเปล่า
00:00:2800:00:33สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่หมออ๊อกบอกเล่า คลิปนี้ผมจะบอกเล่าเรื่องอุจจาระครับ
00:00:3300:00:39พอพูดถึงอุจจาระ ทุกคนอาจจะไม่อยากพูด ถึงมัน แต่ผมว่าถ้ารู้จักมันไว้ก็ดี เพราะ
00:00:3900:00:44ถ้าลักษณะมันเหมือนเดิมทุกวัน เราอาจ จะเฉยๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันเปลี่ยนไป
00:00:4400:00:50แล้วเรามีความรู้ เราก็จะอาจจะพอตอบตัว เองได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คลิปนี้ผมก็จะ
00:00:5000:00:55คุยให้ฟังว่าการที่อุจจาระมันมีลักษณะ แล้วก็สีที่แตกต่างกัน มันบอกอะไรเราบ้าง
00:00:5500:01:01ก่อนไปเรื่องลักษณะรูปร่าง ผมขอ พูดถึงการเกิดอุจจระที่ลำไส้ใหญ่ก่อนนะครับ
00:01:0100:01:06อันนี้สำคัญนะครับ ไม่งั้นไปต่อแล้ว อาจจะฟังไม่ค่อยเข้าใจ ลำไส้ใหญ่ของเรา
00:01:0600:01:12นั้นจะมีหน้าที่ในการดูดซึมน้ำกับ เกลือแร่แร่ธาตุต่างๆ ตอนอาหารเข้ามาที่
00:01:1200:01:19ลำไส้ใหญ่ น้ำก็จะค่อยๆถูกดูดซึมไป ร่าง กายเราก็จะดูดซึมน้ำไปเรื่อยๆ อาหาร
00:01:1900:01:24ก็จะแข็งขึ้นเรื่อยๆ พอถึงลำไส้ตำแหน่ง ใกล้ทวารหนักก็จะกลายเป็นก้อนที่
00:01:2400:01:31แข็งมากขึ้น เพราะงั้นถ้าลำไส้ดูดซึม น้ำได้ไม่ดี อุจจาระก็จะเหลว แต่ถ้าลำไส้
00:01:3100:01:36เคลื่อนตัวเร็วไป ก็คือส่งอาหารไปถึง ทวารหนักเร็วไป คือลำไส้ไม่ทันได้ดูด
00:01:3600:01:42น้ำกลับ อุจจาระก็จะเหลวเหมือนกัน ในทางตรงกันข้ามครับ ถ้าลำไส้เคลื่อนตัวช้าไป
00:01:4200:01:48ในระหว่างทางร่างกายมีการดูดน้ำกลับ เรื่อยๆ แบบนี้อุจจาระก็จะแข็งมากกว่าปกติ
00:01:4800:01:54อันนี้พอเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ คราวนี้เรา มาดูรูปร่างลักษณะกัน ผมจะแบ่งลักษณะตาม
00:01:5400:01:59Bristol stool scale ซึ่งแบ่งได้เป็น 7 แบบนะครับ เรามาดูแบบปกติกันก่อนคือแบบที่ 3
00:01:5900:02:05กับแบบที่ 4 แบบที่ 4 ลักษณะ เหมือนไส้กรอกเรียบๆ คือเป็นแบบที่ดีเลย
00:02:0500:02:11คนที่มีลักษณะแบบนี้แสดงว่ามีการทาน อาหารที่สมดุล คือมีการทานผักผลไม้พวกถั่ว
00:02:1100:02:17แล้วก็อาหารที่มีกากใยที่เหมาะสม แบบนี้ เป็นแบบที่จัดว่าคุณภาพดีครับ แสดงว่าระบบ
00:02:1700:02:22ย่อยอาหารระบบขับถ่ายยังดีอยู่ อาจจะบอก ว่าเป็นคนที่ดื่มน้ำได้โอเคไม่ดื่มน้ำ
00:02:2200:02:28น้อยไป ต่อมาคือแบบที่ 3 ครับ แบบที่ 3 จะคล้ายๆแบบที่ 4 คือจะเป็นลักษณะ
00:02:2800:02:34ของไส้กรอกแต่เป็นไส้กรอกที่ใหญ่กว่าและ ก็ผิวอาจจะไม่ค่อยเรียบ คือจะเห็น
00:02:3400:02:40เป็นลักษณะของรอยแตกๆบนผิว ประเภทนี้ จะเป็นประเภทที่ดีคล้ายๆกับแบบที่ 4
00:02:4000:02:45แต่ถ้าเทียบกับแบบที่ 4 แล้วล่ะก็ แบบที่ 3 จะเป็นแบบที่อาจจะมีการทานอาหารที่
00:02:4500:02:51มีกากใยน้อยกว่า เช่นไม่ค่อยทานผักผลไม้ คนที่มีอุจจาระประเภทนี้อาจจะทานอาหารที่
00:02:5100:02:56มีกากใยมากขึ้นนิดหน่อยนะครับ แต่ถ้าใครที่ ดื่มน้ำน้อยเน้นอาหารที่มีเนื้อสัตว์หรือ
00:02:5600:03:02ไขมัน แต่ไม่เน้นอาหารที่มีกากใยก็ อาจจะเป็นแบบ 1 กับ 2 คือลักษณะเป็นก้อนแข็ง
00:03:0200:03:08มากขึ้น ถ่ายยาก ถ้าเป็นแบบ 1 นี้ก็ จะแข็งมากขึ้น ถ่ายออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ
00:03:0800:03:15แบบนี้แหละครับ ซึ่งแบบนี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดโรคได้นะครับ เช่นโรคริดสีดวงทวาร
00:03:1500:03:20หรือว่าหนักกว่านั้นหน่อยก็อาจ จะเกิดแผลที่ทวาร หรืออาจจะทำให้เกิดภาวะ
00:03:2000:03:25ลำไส้อุดตันได้ ลักษณะอุจจาระที่แข็งแบบ ที่ 1 กับ 2 นอกจากเรื่องไลฟ์สไตล์แล้ว
00:03:2500:03:32ก็มีโรคบางอย่างที่ทำให้เกิดได้ ยกตัว อย่างเช่นโรคมะเร็งลำไส้ ภาวะไธรอยด์ต่ำ
00:03:3200:03:39หรือการใช้ยาบางอย่าง เช่นยาแก้ปวดบางตัว ยาแก้ปวดที่เข้าฝิ่น ยาคลายเครียด หรือว่ายา
00:03:3900:03:43ลดความดันบางตัวก็อาจจะทำให้อุจจาระแข็ง ได้ เพราะงั้นถ้าใครที่เป็นแบบนี้คือแบบ
00:03:4300:03:49ที่ 1 และ 2 ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดู นะครับ โดยการทานอาหารที่มีเส้นใยมากขึ้น
00:03:4900:03:56ทานผักผลไม้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และลองจัดเวลาขับถ่ายเป็นช่วงเวลาเดิมๆ
00:03:5600:04:01การขับถ่ายเป็นประจำในช่วงเวลาเดิมๆเพื่อ ให้ร่างกายเราคุ้นชินกับการขับถ่าย
00:04:0100:04:06ก็จะไม่เกิดอุจจาระแข็งแบบนี้ครับ หรือถ้า บางคนจำเป็นก็คงอาจจะต้องใช้ยาช่วยล่ะครับ
00:04:0600:04:11คราวนี้เรามาดูกลุ่มที่เป็นเหลวๆกัน บ้างนะครับ แบบที่ 5 แบบนี้จะเป็น
00:04:1100:04:18ลักษณะแบบไส้กรอกที่ถูกตัดออกมาเป็นท่อนเล็กๆ มีความลื่น ขอบยังชัดเจนอยู่ แบบนี้
00:04:1800:04:23เจอในคนที่ไม่ค่อยทานเส้นใยหรือคน ที่ทานเส้นใยสูงก็เจอแบบนี้ได้นะครับ
00:04:2300:04:28สำหรับคนที่ทานอาหารเส้นใยสูงแต่ว่ามี ลักษณะเป็นแบบนี้ ก็อาจจะเกิดจากการ
00:04:2800:04:34รับประทานเส้นใยประเภทที่ละลายน้ำ เช่นพวกเบต้ากลูแคนในข้าวโอ๊ต เบต้ากลูแคนพวกนี้จะมีความลื่น
00:04:3400:04:40แล้วก็มีความนิ่ม ทำให้อุจจาระ นิ่มลง หรือแม้แต่พวกเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ
00:04:4000:04:46พวกนี้ก็ทำให้ลำไส้มีการเคลื่อนตัวเร็ว ขึ้น ก็อาจจะทำให้อุจจาระไม่ทันแข็งก็
00:04:4600:04:51ออกมานิ่มๆแบบนี้ก็ได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือ พวกกรดไขมันสายสั้นที่อยู่ในอาหารเส้นใย
00:04:5100:04:56เช่นข้าวโอ๊ต ก็มีส่วนที่จะทำให้ อุจจาระนิ่มแล้วก็เหลวแบบนี้ได้ ก่อนไปต่อ
00:04:5600:05:01ผมฝากช่วยกดถูกใจ Subscribe แล้วถ้าเห็น ว่าคลิปนี้มีประโยชน์กับคนอื่น รบกวน
00:05:0100:05:05ช่วยแชร์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ขอย้อนนิดนึงนะครับคิ ดว่าอาหารที่มีเส้นใยสูง
00:05:0500:05:10ทำให้ท้องผูกได้ไหม ท้องผูกได้นะครับ อาหารที่มีเส้นใยสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทาน
00:05:1000:05:16อาหารแบบมีเส้นใยเยอะมากๆ อาจจะทำให้เกิดแบบ 1, 2 ได้เพราะพวกเส้นใยบางอย่าง
00:05:1600:05:21จะดุดน้ำเข้าตัวเอง ทำให้ตัวเองพองตัว ทำ ให้อุจจาระแข็งขึ้นได้ เพราะฉะนั้นถ้าทาน
00:05:2100:05:26อาหารที่มีเส้นใยมากๆ อาจจะต้องดื่ม น้ำตามเยอะๆด้วยนะครับ ต่อมาก็คือถ้า
00:05:2600:05:31นิ่มกว่านี้เนี่ยก็จะเป็นแบบที่ 6 ซึ่งอาจจะ เรียกว่าแทบไม่เป็นก้อนละ คือลักษณะเป็น
00:05:3100:05:37เหลวๆฟูๆ ขอบไม่เรียบ ลักษณะแบบนี้ เกิดจากการทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือว่า
00:05:3700:05:42มีเครื่องเทศหนักๆ หรือว่าอะไรที่ทำให้ เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารลำไส้
00:05:4200:05:47มากเกินไป ถ้าเจอแบบนี้ ต้องดูแล้วครับว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ แล้วก็อาจจะลองลดอาหารดู
00:05:4700:05:53หรือลดอาหารที่มีไขมันสูงดู และทานอาหาร ที่มีเส้นใยมากขึ้น และแบบสุดท้ายคือ
00:05:5300:05:58แบบที่ 7 แบบนี้คือเป็นน้ำเหลวๆไม่มีชิ้นไม่ มีก้อนอะไรทั้งสิ้น แบบนี้อาจจะเกิดจากคน
00:05:5800:06:05ทานอาหารที่มีไขมันสูงมาก หรือคนที่มีภาวะขาดแลคเตสก็ได้ สำหรับแบบที่ 5,6,7
00:06:0500:06:10นอกจากเกิดจากอาหารที่เล่าให้ฟังแล้วนะครับ อาจจะเกิดจากโรคบางอย่างได้เช่น มะเร็งลำไส้
00:06:1000:06:16ลำไส้อักเสบ หรือภาวะลำไส้อักเสบติดเชื้อ ภาวะลำไส้แปรปรวน หรืออาจจะเกิดจากยาเช่น
00:06:1600:06:22การรับประทานยาลดกรดบางอย่าง หรือการใช้ยาปฏิชีวนะบางตัวมากเกินไปจนกระทั่งทำให้
00:06:2200:06:28เกิดลำไส้อักเสบติดเชื้อขึ้นมา บางคนอาจจะ งงว่ามะเร็งลำไส้ทำให้ทั้งท้องผูก
00:06:2800:06:33แล้วก็ท้องเสียได้เหรอ ก็ใช่ครับ มะเร็งลำ ไส้สามารถเป็นได้ทั้งแบบอุจจาระแข็ง
00:06:3300:06:38หรือเหลวได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและก็ลักษณะของมะเร็งด้วย ซึ่งถ้ามีโอกาสผมจะ
00:06:3800:06:42ค่อยเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ ต่อมาเรามาดู เรื่องสีกันครับ ว่าสีแต่ละแบบบอก
00:06:4200:06:49อะไรเราได้บ้าง ก่อนไปที่สีแปลกๆนะครับเราควรรู้ก่อนว่าสีปกตินี้คืออะไร อันนี้
00:06:4900:06:55ทุกคนตอบได้ใช่มั้ยครับสีปกติก็คือสีน้ำตาล สีน้ำตาลเป็นสีของสารที่ชื่อว่า stercobilin
00:06:5500:07:00เป็นสารที่ถูกเปลี่ยนมาจากน้ำดีอีกทีนึง ผมจะไม่ขออธิบายนะครับว่าน้ำดีเนี่ยมัน
00:07:0000:07:05เปลี่ยนมาเป็น stercobilin ได้ยังไง มันจะ วิชาการมากเกินไปแล้วอาจจะงง เอาเป็นว่า
00:07:0500:07:10สีน้ำตาลของอุจจาระเป็นสีของ stercobilin ที่เปลี่ยนมาจากน้ำดีอีกทีนึง เพราะงั้น
00:07:1000:07:16ถ้ามีภาวะบางอย่างที่ทำให้น้ำดีไม่ออกมา เช่นมีการอุดตันท่อน้ำดี เช่นมีนิ้วในถุงน้ำดี
00:07:1600:07:22หรือว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน แบบนี้ก็ จะทำให้ไม่มีสีน้ำตาลของ stercobilin
00:07:2200:07:28อุจจาระก็จะมีสีขาวซีดๆ ในทางกลับกันถ้า น้ำดีถูกส่งออกมาเร็วเกินไปไม่ทันจะ
00:07:2800:07:34เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เช่นในภาวะลำไส้แปร ปวน หรือว่าการติดเชื้อปรสิตในลำไส้บางอย่าง
00:07:3400:07:39เราก็จะเห็นอุจจาระอาจจะมีสี เขียวหรือว่าสีเหลืองเขียวๆได้ สำหรับคน
00:07:3900:07:45ที่ทานอาหารที่มีไขมันสูงมากๆอ่ะนะครับ หรือมีภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง
00:07:4500:07:50คนพวกนี้ก็อาจจะถ่ายออกมาเป็นสีเหลือง ส่วนสีแดงเดาได้ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ
00:07:5000:07:57นอกจากเกิดจากอาหาร เช่นทานมะเขือเทศ เยอะๆหรือว่าทานพวก beets แล้ว สีแดงนี้ก็
00:07:5700:08:03อาจจะเกิดจากเลือด ซึ่งจะเจอในภาวะริดสีดวง มีแผลที่ทวารหนัก มะเร็งลำไส้ หรือว่า
00:08:0300:08:08ภาวะลำไส้อักเสบเป็นต้น ส่วนสีดำก็ มักจะเกิดจากเลือดออกในทางเดินอาหาร
00:08:0800:08:14กระเพาะอาหาร หรือว่ามะเร็งลำไส้ที่อยู่ ด้านขวาก็ได้ หรือว่ายาธาตุเหล็กก็อาจจะทำ
00:08:1400:08:20ให้มีสีดำเขียวๆได้ ส่วนสีฟ้าหรือสี น้ำเงินอาจจะเกิดจากการทานพวก
00:08:2000:08:26บลูเบอร์รี่ หรือการใช้สารเมทิลีนบลูในการ รักษาหรือการวินิจฉัยโรคบางอย่าง ไหนๆเรา
00:08:2600:08:31สังเกตเรื่องอุจจาระกันแล้วนะครับ ผมขอแถมนิดนึงแล้วกันเรื่องลอยกับจม แบบไหนคือแบบ
00:08:3100:08:37ที่ดีกว่ากัน คือแค่ลอยกับจมนะครับ อาจจะ บอกยากเลยว่าแบบไหนคือแบบที่ดี แบบไหนคือ
00:08:3700:08:43แบบที่ไม่ดี คนที่ทานเนื้อมากๆอาจจะ จมหรือลอยก็ได้แต่ส่วนใหญ่จะจม ส่วนคนที่
00:08:4300:08:49ทานอาหารที่มีไฟเบอร์มากๆก็เช่นกัน อาจจะลอยหรือว่าจะจมก็ได้ บางคนสงสัยใช่ไหมครับ
00:08:4900:08:54ผมก็เคยสงสัยว่าทำไมทานไฟเบอร์แล้วเนี่ย ยังจม ตามสามัญสำนึกแล้วเนี่ยมันน่าจะลอย
00:08:5400:08:59หรือเปล่า ผมขออธิบายแบบนี้ครับ สำหรับ ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำ มันมักจะจมเพราะ
00:08:5900:09:04ว่าไฟเบอร์ที่ละลายน้ำมักจะรวมเอา อาหารเส้นใยทำให้เกิดเป็นก้อน มีความเหนียว
00:09:0400:09:10มีความแน่น มีความหนาแน่นสูงกว่า ก็ เลยจมน้ำ ส่วนไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำเนี่ย
00:09:1000:09:15สามารถเป็นได้ทั้งลอยและจม ขึ้นอยู่กับ ความหนาแน่นของไฟเบอร์แล้วก็แก๊สของ
00:09:1500:09:20แบคทีเรียที่ผลิตขึ้นมา สรุปก็คือทานอาหาร ที่มีไฟเบอร์เนี่ยจะจมหรือว่าจะลอยก็ได้ครับ
00:09:2000:09:27ผมขอสรุปเรื่องลอยกับจมอีกทีนะครับ ลอยเนี่ยอาจจะเกิดจากการที่มีความหนาแน่น
00:09:2700:09:33เพิ่มขึ้น มีไขมันหรือว่ามีแก๊สเกิดขึ้น ก็ ได้แก่การทานอาหารที่มีไฟเบอร์มาก การใช้
00:09:3300:09:39ยาดักไขมันหรือว่ายาถ่าย การทานนมในคนที่มีภาวะขาดเอนไซม์แลคเตส หรือโรค
00:09:3900:09:45การติดเชื้อในลำไส้ หรือภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ส่วนจมเนี่ยก็อาจจะเจอในคนที่มีภาวะ
00:09:4500:09:51ท้องผูก หรือใช้ยาบางอย่างที่ทำให้ลำไส้ เคลื่อนตัวช้า เช่นยาแก้ปวดบางตัวหรือว่า
00:09:5100:09:56ยาคลายเครียด หรือว่าการทานอาหารที่มีไฟเบอร์น้อย แต่อันนี้ก็ไม่แน่เสมอไปนะครับ
00:09:5600:10:02เพราะว่าทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงมากๆเนี่ยบางทีก็จมก็ได้ ขอจบคลิปนี้นะครับ สำหรับคลิปนี้
00:10:0200:10:07เราก็รู้ว่าอุจจาระแบบไหนเนี่ย เป็นแบบที่ปกติแ ละแต่ละแบบเกิดจาก
00:10:0700:10:13การรับประทาน เกิดจากโรค หรือเกิดจากยาบางอย่าง อะไรที่เป็นสาเหตุ ถ้ารู้แล้วก็
00:10:1300:10:18อย่าลืมนะครับ ก่อนราดห้องน้ำหรือก่อนกดชักโคก อาจจะลองสังเกตดูนิดนึง บางทีการ
00:10:1800:10:23สังเกตทุกวันอาจทำให้เรารู้โรคบาง อย่างได้เร็ว และพอรู้โรคบางอย่างได้เร็ว
00:10:2300:10:29ก็ทำให้เรารักษาหรือแก้ไขสิ่งที่ผิด ปกติได้ทันท่วงทีครับ ขอบคุณที่ติดตาม
00:10:2900:10:35นะครับ ฝากกดไลค์ และถ้ามีคำถามหรือว่ามี ความเห็นเนี่ยเม้นต์มาได้เลยนะครับ และถ้า
00:10:3500:10:39เห็นว่าคลิปนี้มีประโยชน์ รบกวนฝาก แชร์ด้วยนะครับ ถ้าใครมีเรื่องที่อยากให้
00:10:3900:10:46ผมเล่าให้ฟังก็ลองบอกมาได้เลย พบกันใหม่ คลิปหน้านะครับ สวัสดีครับ
00:10:4600:10:49[เพลง]