00:00:48 → 00:00:49สวัสดีค่ะ
00:00:49 → 00:00:52กลับมาพบกันอีกครั้ง กับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:52 → 00:00:56สัปดาห์นี้เนี่ยใครที่เป็นแฟนรายการ โดยเฉพาะแฟนคุณหมอนะ
00:00:56 → 00:00:58รู้เลยว่าเป็นคนรักสุขภาพ
00:00:58 → 00:01:02วันนี้เราจะดูแลเป็นพิเศษในเรื่องไหนดีคะคุณหมอคะ
00:01:02 → 00:01:06อาทิตย์นี้เราดูแลของคนที่มีปัญหาแผลเป็น
00:01:06 → 00:01:10แผลเป็นที่ว่าเนี่ย เป็นแผลเป็นที่ใจรึเปล่าคะคุณหมอ
00:01:10 → 00:01:12คุณแนนบางทีแค่เป็นทางกายเนี่ยนะ
00:01:12 → 00:01:14จริงๆแล้วมันส่งผลให้เกิดแผลเป็นทางใจนะคุณแนน
00:01:14 → 00:01:18ที่สุดค่ะคุณหมอ มันขาดความมั่นใจ
00:01:18 → 00:01:22โอ้โห วันนี้ปรัชญามาคม ตั้งแต่ต้นรายการเลยนะคะ
00:01:22 → 00:01:24ถ้าวันนี้ใครที่เป็นแผลเป็น
00:01:24 → 00:01:28โดยเฉพาะแผลเป็นที่มันเห็นชัด และรักษายาก
00:01:28 → 00:01:30ก็คือแผลเป็นคีลอยด์
00:01:30 → 00:01:32ต้องติดตามเลยนะคะ
00:01:32 → 00:01:34มันเกิดขึ้นได้ยังไง ลักษณะเป็นแบบไหน
00:01:34 → 00:01:36รวมถึงเราจะรักษาและป้องกันมันยังไง
00:01:36 → 00:01:39มาค่ะคุณผู้ชมขา กลับมาอย่างรวดเร็ว
00:01:39 → 00:01:41และช่วงนี้คือหมอชวนคุยนะคะ
00:01:41 → 00:01:45วันนี้คุณหมอจะชวนพวกเราคุยเกี่ยวกับเรื่องของคีลอยด์
00:01:45 → 00:01:49ตั้งชื่อตอนน่ารักมากเลย นั่นก็คือ “ลาแล้ว คีลอยด์”
00:01:49 → 00:01:51โบกมือลากันดีกว่า
00:01:51 → 00:01:53จริงๆไม่มีใครอยากเป็นแผลเป็นนะคะคุณหมอขา
00:01:53 → 00:01:57จะเป็นแผลเป็นเล็ก เป็นใหญ่ หรือแผลเป็นนูน แบบคีลอยด์
00:01:58 → 00:02:01ยิ่งทุกข์ทรมานใจ
00:02:01 → 00:02:06เพราะว่าเปิดเสื้อก็ไม่ได้ เปิดให้ใครเห็นก็ไม่ได้
00:02:06 → 00:02:09บางทีใส่แขนกุดก็ไม่ได้
00:02:09 → 00:02:12เพราะว่าคีลอยด์ ก็มักจะเป็นที่ต้นแขน
00:02:12 → 00:02:15เวลาปลูกฝี หรือเป็นที่หน้าอก
00:02:15 → 00:02:19เวลาเป็นสิว หรือบางทีใส่สร้อย ถูไป ถูมา
00:02:19 → 00:02:21ก็ทำให้เกิดเป็นคีลอยด์ได้
00:02:21 → 00:02:23หรือบางทีเป็นสิวที่หลัง ก็ขึ้นเป็นคีลอยด์
00:02:23 → 00:02:26มันอายอ่ะคุณแนน เพราะว่าคนมันเห็นเนี่ย
00:02:26 → 00:02:29บางคนไม่รู้จักว่า คีลอยด์มันคืออะไร
00:02:29 → 00:02:32ติดต่อไหม ติดต่อฉันไหมอะไรอย่างงี้
00:02:32 → 00:02:35แต่จริงๆแล้วคนที่เป็นเนี่ย หมอว่าน่าสงสารมาก
00:02:35 → 00:02:38เพราะว่าคุณจะต้องระวังตลอดเวลา
00:02:38 → 00:02:40คือนอกจากมันจะมีอาการเจ็บ อาการคัน
00:02:40 → 00:02:42และมันก็ค่อยๆโตได้
00:02:42 → 00:02:45หมอมีคนไข้ที่แบบ เขาบอกว่าเขาเสียบุคลิกมาก
00:02:45 → 00:02:49และก็ทั้งวันเนี่ย ในช่วงที่มันมีอาการอักเสบมากๆ
00:02:49 → 00:02:53เขาจะต้องเกามันตลอดเวลา แล้วมันทำให้เสียบุคลิกในการทำงาน
00:02:53 → 00:02:55บางคนก็เป็นผู้บริหาร
00:02:55 → 00:02:58แต่เขาก็ต้องมีท่าของเขา ในการแบบเกาตลอดเวลา
00:02:58 → 00:03:00มันเป็นอะไรที่มันเสียบุคลิก
00:03:01 → 00:03:05เราอย่างงี้เราจะมีวิธีการสังเกต หน้าตาแบบไหน
00:03:05 → 00:03:07มันถึงจะเรียกว่าเป็นแผลเป็นคีลอย์อ่ะคะคุณหมอขา
00:03:07 → 00:03:11คือแผลเป็นคีลอยด์ มันจะเป็นแผลเป็นที่มันนูนขึ้นมาจากแผลของเรา
00:03:11 → 00:03:13โดยปกติเวลาเรามีแผลเนี่ย
00:03:13 → 00:03:15บางมีมันอาจจะนูนได้ตอนแรก
00:03:15 → 00:03:17และค่อยๆราบลง
00:03:17 → 00:03:22ลักษณะของผิวที่มันมีการปรับตัวในการเกิดแผลเป็น
00:03:22 → 00:03:25แต่พอคนที่มันเป็นคีลอยด์ ก็จะมีลักษณะสำคัญ
00:03:25 → 00:03:28ก็คือลักษณะของก้อนเนื้อ ที่มันนูนขึ้นมา
00:03:28 → 00:03:30มันจะนูนมากกว่าแผลเดิม
00:03:30 → 00:03:32และมันไม่ได้เกิดขึ้นทันทีคุณแนน
00:03:32 → 00:03:36มันสามารถจะเกิดขึ้นได้หลังจากนั้นแบบเป็นเดือน
00:03:36 → 00:03:40บางคนมันเกิดคีลอยด์หลังจาก 3 เดือน หรือปีนึงก็มี
00:03:40 → 00:03:42ในคนที่เขามีแนวโน้มที่จะเป็นอยู่แล้ว
00:03:42 → 00:03:44อย่างเช่น มีประวัติในครอบครัว
00:03:44 → 00:03:47หรือเราเคยมีแผลเป็นตรงไหน
00:03:47 → 00:03:49ที่มีลักษณะเป็นแผลนูน
00:03:49 → 00:03:51ก็ให้เราระมัดระวังไว้
00:03:51 → 00:03:54เพราะเรามีโอกาสที่จะเกิดเป็นแผลนูนคีลอยด์ได้
00:03:54 → 00:03:56ซึ่งมันจะมีลักษณะเป็นแผลที่นูนขึ้นมา
00:03:56 → 00:03:58และก็มีสี อาจจะเป็นสีชมพู
00:03:58 → 00:04:01หรือจะเป็นสีแดง หรือจะเป็นสีแดงเข้ม
00:04:01 → 00:04:04หรือบางคนจะออกเป็นสีม่วงๆได้เลย
00:04:04 → 00:04:06มีลักษณะเหมือนกับเป็นตัวหนอน
00:04:06 → 00:04:11อยู่ตามหน้าอก ตามหัวไหล่
00:04:11 → 00:04:15เพราะเป็นตำแหน่งที่ได้ง่าย เนื่องจากมันมีความตึงค่อนข้างเยอะ
00:04:15 → 00:04:19บางคนเป็นสิวนิดเดียว แต่คีลอยด์แบบเป็นนิ้วเลยก็มี
00:04:19 → 00:04:21บางคนเป็นแค่ตุ่มสิวนิดเดียว
00:04:21 → 00:04:25แต่ว่าพอเป็นคีลอยด์ปุ๊ป มันสามารถจะกว้างได้เป็นนิ้ว
00:04:25 → 00:04:27แล้วด้วยความที่มันมีอาการคัน อาการเจ็บ
00:04:27 → 00:04:30บางคนพอเกาปุ๊ปก็นู่นเลย ลามไปเลย
00:04:30 → 00:04:32หรือบางคนเจาะหู
00:04:32 → 00:04:35เจาะหูนิดเดียวคุณแนน รูนิดเดียว
00:04:35 → 00:04:39แต่กลายเป็นคีลอยด์ก้อนเบ้อเร่อเลย
00:04:39 → 00:04:42เพราะฉะนั้นเนี่ยบางทีเราก็ต้องใช้ความระมัดระวัง
00:04:42 → 00:04:44ในการที่จะไม่ให้เกิดแผล
00:04:44 → 00:04:47ถ้าเกิดสมมุติเราสงสัยว่าเราเป็นคีลอยด์รึเปล่า
00:04:47 → 00:04:49เจอได้บ่อยกลุ่มคนเอเชีย
00:04:49 → 00:04:51หรือกลุ่มคนผิวคล้ำ
00:04:51 → 00:04:56เชื้อชาติของเรามีโอกาสที่จะพบกลุ่มของคีลอยด์ได้ง่าย
00:04:56 → 00:05:00หรือถ้าเราอยู่ในช่วงที่มีการเจริญเติบโตเยอะ
00:05:00 → 00:05:04อย่างเช่น เรามีฮอร์โมนที่เร่งให้มีการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเยอะ
00:05:04 → 00:05:06พวกนี้ก็มีโอกาสที่จะเป็นได้ง่าย
00:05:06 → 00:05:09หรือบางทีพบมาขึ้นในกลุ่มคนท้องก็ได้
00:05:09 → 00:05:12ถ้าสมมุติว่าเรามีความเสี่ยง
00:05:12 → 00:05:16เราก็ต้องมีความระมัดระวัง ป้องกันไม่ให้เกิด
00:05:16 → 00:05:19คราวนี่ถามว่าเราจะไปป้องกันได้ไง
00:05:19 → 00:05:22เราต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุ สาเหตุของการเกิดคีลอยด์เนี่ย
00:05:22 → 00:05:24เกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง
00:05:24 → 00:05:26เพราะจริงๆแล้ว แผลเป็นคีลอยด์
00:05:26 → 00:05:29มันก็เป็นความไม่สมดุลของการซ่อมแผล
00:05:29 → 00:05:31เพราะเวลาเราเกิดแผลขึ้นมา
00:05:32 → 00:05:36คือร่างกายจะมีการตอบสนองต่อการเกิดแผล เป็นระยะๆ
00:05:36 → 00:05:39ระยะแรกเนี่ย เขาก็จะเป็นระยะที่เกิดการอักเสบขึ้นมาก่อน
00:05:39 → 00:05:42การอักเสบที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ระยะแรกของการเป็นแผล
00:05:42 → 00:05:44เพื่อจะให้มีการซ่อม
00:05:44 → 00:05:48คือร่างกายเวลาเกิดแผลปุ๊ป ร่างกายจะส่งสัญญาณไปก่อน
00:05:48 → 00:05:50คือสัญญาณการอักเสบ เกิดขึ้นที่แผล
00:05:50 → 00:05:53มีการปิดของเส้นเลือด เพื่อให้เลือดมันหยุดไหล
00:05:53 → 00:05:56มีเกล็ดเลือดไปอยู่บริเวณนั้นเยอะ
00:05:56 → 00:05:59เพื่อจะทำให้มันมีการหยุดไหลของเลือดนะคะ
00:05:59 → 00:06:02และก็เส้นเลือดก็จะมีการหดตัว
00:06:02 → 00:06:04และก็มีสารอักเสบ มีเซลล์อักเสบ
00:06:04 → 00:06:07เพื่อจะกระตุ้น ทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นว่า
00:06:07 → 00:06:12เอ้ย มันเกิดปัญหาขึ้นมานะตรงนี้ ต้องส่งมาซ่อม
00:06:12 → 00:06:14เพราะนั้นพอตอนร่างกายมาซ่อม
00:06:14 → 00:06:19ร่างกายก็จะสร้างสารที่ต้าน สิ่งที่เกิดมาเมื่อสักครู่
00:06:19 → 00:06:21ต้านการแข็งตัวของเลือด
00:06:21 → 00:06:23ให้มีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น
00:06:23 → 00:06:25มีสารที่ลดการอักเสบเข้ามา
00:06:25 → 00:06:28ก็คือเริ่มมีการมาซ่อม มาซ่อมแซม
00:06:28 → 00:06:30อันนี้เป็นเฟดที่ 2
00:06:30 → 00:06:33เฟดที่ 3 ก็คือเฟดซ่อม
00:06:33 → 00:06:36เฟดซ่อมก็จะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่
00:06:36 → 00:06:39ทดแทนคอลลาเจนที่ไม่ดี ที่สร้างขึ้นมาตอนแรก
00:06:39 → 00:06:41เพราะงั้นมันจะต้องเกิดความสมดุล
00:06:41 → 00:06:44ของการสร้างและการทำลาย
00:06:44 → 00:06:46เพื่อจะทำให้แผลเป็นเรียบ
00:06:46 → 00:06:50เพราะงั้นไอ้เฟดตรงนี้ มันก็จะการสร้างสารเคมีของร่างกาย
00:06:50 → 00:06:52ร่างกายจะผลิตสารเคมีขึ้นมา
00:06:52 → 00:06:57เพื่อจะทำให้มันเกิดความสมดุลของการเกิดแผล
00:06:57 → 00:06:59ความสมดุลตรงนี้ มันคือความสำคัญ
00:06:59 → 00:07:01เพราะถ้าเราไม่สมดุล
00:07:01 → 00:07:04ไอ้การสร้างมันมาก
00:07:04 → 00:07:07มันก็คือเกิดแผลเป็นนูนขึ้นมา
00:07:07 → 00:07:11กลุ่มคนที่เป็นคีลอยด์ สารเคมีในผิวเนี่ยมันผิดปกติ
00:07:11 → 00:07:13มันถูกสร้างมากเกินไป
00:07:13 → 00:07:17มันก็เลยทำให้เกิดปัญหาคีลอยด์ขึ้นมา
00:07:17 → 00:07:18คือมันผิดปกติไปหมด
00:07:18 → 00:07:21ความสมดุลของการซ่อมแซมแผลมันเสีย
00:07:21 → 00:07:25เพราะจริงๆแล้วเนี่ย การสร้างกับการทำลาย มันจะต้องใกล้ๆกัน
00:07:25 → 00:07:27แล้วมันทำให้เกิความเรียบเนียน
00:07:27 → 00:07:30เพื่อให้มีการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่ให้เป็นระเบียบ
00:07:30 → 00:07:34ให้คอลลาเจนที่มาสร้างใหม่ มันเป็นระเบียบมันสวยงาม
00:07:34 → 00:07:37คอลลาเจนก็เกิดการพัฒนา จนกระทั่งมันเป็นแผล
00:07:37 → 00:07:40ที่มันมีการพัฒนาเจริญเต็มที่
00:07:40 → 00:07:42แต่ถ้าภาวะตรงนี้มันผิดปกติ
00:07:42 → 00:07:45มันก็เลยทำให้เกิดภาวะของคีลอยด์
00:07:45 → 00:07:46พอคุณหมออธิบายแบบนี้
00:07:46 → 00:07:49เราเลยเข้าใจเลยว่าบางทีเนี่ย
00:07:49 → 00:07:52แผลเล็กนิดเดียวแต่กลายเป็นคีลอยด์ใหญ่โต
00:07:52 → 00:07:54ก็เพราะสมดุลในร่างกายเราผิดปกติ
00:07:54 → 00:07:58ก็เลยรู้เลยว่าทำไมบางคนเป็น บางคนไม่เป็น
00:07:58 → 00:08:00หรือบางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อยนะคะ
00:08:00 → 00:08:03แต่ขึ้นชื่อว่าแผลเป็น ไม่มีใครอยากเป็นแน่นอนนะคะ
00:08:03 → 00:08:06งั้นเดี๋ยวช่วงหน้าเรามาดูวิธีการรักษาคีลอยด์
00:08:06 → 00:08:10รวมถึงวิธีการปฏิบัติตัว ว่าเราจะป้องกันยังไงนะคะ
00:08:10 → 00:08:12เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาคุยกันต่อ พักสักครู่ค่ะ
00:08:13 → 00:08:16กลับมาคุยกันต่อในช่วงที่ 2 ของหมอชวนคุยนะคะ
00:08:16 → 00:08:21ช่วงนี้สนับสนุนโดย Ortisine ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:08:21 → 00:08:25ถ้าเกิดว่ารูปร่างดีหุ่นดีแล้ว แต่ว่าเรามีคีลอยด์อยู่ตามจุดต่างๆ
00:08:25 → 00:08:28เราก็ไม่สามารถโชว์เรือนร่างเราได้นะคะคุณหมอ
00:08:28 → 00:08:31เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาดูแล และก็รักษา
00:08:31 → 00:08:33สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องของคีลอยด์
00:08:33 → 00:08:37ทางการแพทย์เขาจะรักษาคีลอยด์ได้ด้วยวิธีอะไรบ้างคะคุณหมอ
00:08:37 → 00:08:41ต้องบอกว่าคีลอยด์เป็นอีกโรคหนึ่งที่ปราบเซียน
00:08:41 → 00:08:43รักษายาก
00:08:44 → 00:08:47คือเราจะเคยได้ยินว่า พอเป็นคีลอยด์ขึ้นมา
00:08:47 → 00:08:50เวลามีแผลปุ๊บเขาจะฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไป
00:08:50 → 00:08:53เพื่อจะให้มันหยุดการเจริญเติบโต
00:08:53 → 00:08:58มันจะไปทำให้ตัวสร้างเนื้อเยื่อ สร้างคอลลาเจนเนี่ย มันหยุดการสร้างคอลลาเจน
00:08:58 → 00:09:02แต่ว่ากลุ่มยาสเตียรอยด์ คือมันไม่ได้ทำลายเฉพาะเซลล์คีลอยด์
00:09:02 → 00:09:04แต่มันทำลายผิวปกติไปด้วย
00:09:04 → 00:09:08เพราะฉะนั้นคนไข้ที่ถูกฉีดคีลอยด์ ในความเข้มข้นสูงๆ
00:09:08 → 00:09:11หรือฉีดในปริมาณมาก หรือฉีดบ่อยๆ
00:09:11 → 00:09:15ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือผิวรอบๆ มันก็จะมีปัญหาไปด้วย
00:09:15 → 00:09:17ผิวรอบๆก็จะเป็นหลุมลงไป
00:09:17 → 00:09:20เกิดรอยด่าง เกิดรอยขาว
00:09:20 → 00:09:22หรือบางทีเกิดเป็นเส้นที่เป็นรอยแตก
00:09:22 → 00:09:26ซึ่งมันเป็นผลข้างเคียง ของการใช้กลุ่มพวกสเตียรอยด์
00:09:26 → 00:09:30แต่ว่าจริงๆแล้วการใช้ยาฉีดสเตียรอยด์ ในการรักษาคีลอยด์
00:09:30 → 00:09:32เป็นการรักษานะคะ
00:09:32 → 00:09:35เราอย่าคิดว่ามันเป็นผลข้างเคียงแสดงว่าไม่ดีอะไรอย่างนี้ ไม่ใช่
00:09:35 → 00:09:37แต่จริงๆแล้วมันเป็นการรักษาเบื้องต้นอันนึงเลย
00:09:37 → 00:09:39ซึ่งตอบสนองต่อการรักษาที่ดี
00:09:39 → 00:09:42ในต่างประเทศเขาจะมีเทป ที่เป็นเทปสเตียรอยด์
00:09:42 → 00:09:44ก็คือแปะลงไปเลย
00:09:44 → 00:09:46โทร 3-4 วันหรือพอ 7 วันก็เปลี่ยน
00:09:46 → 00:09:49แต่เป็นเทปที่มีการส่งผ่านสารสเตียรอยด์เข้าไป
00:09:49 → 00:09:51ซึ่งใช้ในกลุ่มคนไข้ที่เป็นคีลอยด์
00:09:51 → 00:09:55แต่บ้านเราเนี่ยบังเอิญไม่มี ต้องแบบประยุกต์เอา
00:09:55 → 00:09:58แต่ว่าจริงๆแล้วการฉีดสเตียรอยด์เข้าไป
00:09:58 → 00:10:01ซึ่งการฉีดจะมีความเข้มข้นที่แตกต่างกัน
00:10:01 → 00:10:06ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยการ Start การใช้ ควรจะใช้จากต่ำๆก่อน
00:10:06 → 00:10:08แล้วก็ค่อยๆดูว่าการตอบสนองเป็นไง
00:10:08 → 00:10:11ต้องระวังมากๆคือในกลุ่มคนไข้เด็ก
00:10:11 → 00:10:16การใช้สเตียรอยด์มันอาจจะส่งผลถึงปัญหาสุขภาพได้
00:10:16 → 00:10:18ส่งผลถึงการกดการทำงานของต่อมหมวกไต
00:10:18 → 00:10:20ทำให้เกิดภาวะติดสเตียรอยด์ได้ อย่างนี้เป็นต้น
00:10:20 → 00:10:24ทำให้เกิดปัญหาผื่น หรือปัญหาอื่นๆตามมาทีหลังได้
00:10:24 → 00:10:26ถ้าเกิดสมมุติว่าเราใช้ในปริมาณที่สูงเกินไป
00:10:26 → 00:10:28และก็ใช้ฉีดบ่อยเกินไป
00:10:28 → 00:10:30คราวนี้มันก็จะมีการรักษาอื่นๆเข้ามา
00:10:30 → 00:10:34อย่างเช่น เขาอาจจะบวกการรักษายาเคมีบางอย่างเข้ามา
00:10:34 → 00:10:38อย่างบางทีมีบำบัดบางตัว เขาก็เอามาใช้รวมกับสเตียรอยด์ด้วย
00:10:38 → 00:10:41อยู่ที่จอดรถผลข้างเคียงของสเตียรอยด์
00:10:41 → 00:10:44ลดการเกิดปัญหาของผิวบาง ผิวแตก ผิวติดสเตียรอยด์
00:10:44 → 00:10:46แม้กระทั่งสิวที่เกิดจากสเตียรอยด์ได้
00:10:46 → 00:10:49แต่ว่าอย่างไรก็ดีพวกนี้ก็อาจจะเกิดปัญหาอย่างอื่นได้
00:10:49 → 00:10:51อย่างเช่นก็อาจจะมีผิวเนื้อตาย ทำให้เกิดแผลได้
00:10:51 → 00:10:54ในกลุ่มของการใช้เคมีบำบัดพวกนี้
00:10:54 → 00:10:59แต่ว่าก็เป็นตัวที่ใช้เพิ่มเข้าไป แล้วทำให้เกิดการรักษาที่ดี
00:10:59 → 00:11:02กลุ่มหนึ่งที่มีการรักษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
00:11:02 → 00:11:03แล้วพบว่ามันดี
00:11:03 → 00:11:06ก็คือเนื่องจากว่ามันมีการศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ
00:11:06 → 00:11:10ถ้าสมมุติว่าเราเอาสาร Botulinum toxin หรือ Botox
00:11:10 → 00:11:14เอามาใช้ร่วมกับการรักษาพวกนี้ มันดี
00:11:14 → 00:11:16เอามาใช้ร่วมกับคีลอยด์ ดี
00:11:16 → 00:11:21เพราะว่าอะไร เพราะว่ามันเป็นตัวที่ช่วยทำให้การขยับของกล้ามเนื้อ
00:11:21 → 00:11:24หรือขยับของผิวหนังบริเวณนั้นลดลง
00:11:24 → 00:11:26และตัวสารโบทูลินั่มท็อกซินเอง
00:11:26 → 00:11:28มันมีคุณสมบัติที่ช่วยในการลดการอักเสบ
00:11:28 → 00:11:32ส่วนใหญ่แล้วการรักษาคีลอยด์ ต้องประกอบไปด้วยการรักษาหลายๆอย่าง
00:11:32 → 00:11:35ต้องเอามาช่วยร่วมกัน เนื่องจากว่ามันยาก
00:11:35 → 00:11:38ในการที่จะทำให้คีลอยด์มันหาย
00:11:38 → 00:11:40งั้นหมอเนี่ย แพทย์เขาก็จะพยายามเต็มที่
00:11:40 → 00:11:43ในการที่จะทำให้ทำการรักษามันดีขึ้น
00:11:43 → 00:11:45แต่บางทีมันไม่ได้ทำง่ายๆ
00:11:45 → 00:11:47ตอนนี้มันก็จะมีการรักษาอื่นๆที่เข้ามาช่วย
00:11:47 → 00:11:50อย่างเช่น การใช้ความเย็นเข้ามาทำลายเนื้อเยื่อ
00:11:50 → 00:11:54พวกนี้ก็พบว่าได้ผลประมาณสัก 50-60 เปอร์เซ็นต์
00:11:54 → 00:11:56ก็ช่วยในการลดขนาดลดอาการข้างเคียง
00:11:56 → 00:11:58ของการรักษาได้
00:11:58 → 00:12:02ต่อมาเขาก็จะมีการใช้สาร เพื่อที่ไปช่วยปรับเรื่องภูมิต้านทาน
00:12:02 → 00:12:07ก็มีหลายตัวที่เอามาใช้ สารปรับที่ภูมิต้านทานมีทั้งแบบที่เอามาทา
00:12:07 → 00:12:11ก็จะมีการศึกษาว่า โอเคร มันได้ผลระดับนึง
00:12:11 → 00:12:14หรือบางทีเอามาฉีดก็ได้ เป็นขาคู่กับตัว
00:12:14 → 00:12:17แต่ว่าก็อาจจะเอามาใช้ฉีดร่วมด้วย
00:12:17 → 00:12:20แต่ตัวที่ฉัดมักจะมีผลข้างเคียง
00:12:20 → 00:12:24บางทีทำให้มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว
00:12:24 → 00:12:26บางทีฉีดแล้วมีอาการบวมแดงมากขึ้น บริเวณที่ฉีด
00:12:26 → 00:12:32อันนี้ก็เป็นสารที่ไปช่วยเรื่องของการกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน
00:12:32 → 00:12:33ให้มันทำงานปกติ
00:12:33 → 00:12:35นอกจากนี้แล้ว มันก็จะมีการผ่าตัด
00:12:35 → 00:12:38แต่การผ่าตัดคีลอยด์เนี่ย
00:12:38 → 00:12:40ต้องใช้ความระมัดระวัง
00:12:40 → 00:12:42ต้องแพทย์ที่มีประสบณ์การ
00:12:42 → 00:12:46เนื่องจากว่าถ้าไม่ระมัดระวัง
00:12:46 → 00:12:51หรือในบางรายเนี่ย อาจจะเกิดการกลับเป็นซ้ำได้ใหม่ และก็สูง
00:12:51 → 00:12:56และสามารถที่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิมได้
00:12:56 → 00:12:59เพราะฉะนั้นมันจะมีเทคนิคของการตัด
00:12:59 → 00:13:01ตัดแล้วเนี่ย มีจุดประสงค์หลายอย่าง
00:13:01 → 00:13:05คือตัดเพื่อทำให้ตัวเนื้อคีลอยด์มันน้อยลง
00:13:05 → 00:13:07เพราะฉะนั้นพอเวลาเขาตัด เขาจะไม่ตัดหมด
00:13:07 → 00:13:10ตัวผิวคีลอยด์ข้างบน ยังถูกใช้ในการปิดผิวหนังอยู่
00:13:10 → 00:13:12หรือเอาออกบางส่วน
00:13:12 → 00:13:17แต่ว่าโดยหลักการ คือการเอาออกจะต้องพยายามไม่ให้มันมีเรืองตึงเยอะ
00:13:17 → 00:13:22เนื่องจากการดึง รั้ง เป็นสาเหตุอันนึงที่ทำให้เกิดคีลอยด์
00:13:22 → 00:13:25นั้นก็คือสาเหตุ ทำไมมันถึงเป็นที่หน้าอก ถึงเป็นที่หัวไหล่
00:13:25 → 00:13:27บริเวณที่มันตึง
00:13:28 → 00:13:31นอกจากนี้วิธีที่เราใช้ร่วมจากการรักษา จากการผ่าตัด
00:13:31 → 00:13:34คือการใส่อะไรรัดเอาไว้
00:13:34 → 00:13:35เขาเรียกว่า Pressure Therapy
00:13:35 → 00:13:37คือการลัดเอาไว้ มันก็จะมีส่วนช่วย
00:13:37 → 00:13:40คือทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์น้อย
00:13:40 → 00:13:43พอออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์น้อยปุ๊ป มันก็เลยทำให้การเจริญมันน้อยลง
00:13:43 → 00:13:48แต่ว่าเวลาใส่ Pressure ต้องใส่ อย่างน้อยคือต้องเกินครึ่งวัน
00:13:48 → 00:13:50นั้นหมายถึงว่าใส่ 24 ชั่วโมงได้ ดีที่สุด
00:13:50 → 00:13:54ต้องใส่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มันถึงจะช่วยได้
00:13:54 → 00:13:56เพราะว่าเฟดของการซ่อมแซมแผล
00:13:56 → 00:13:58เมื่อตอนแรกที่เราบอกมี 3 เฟด
00:13:58 → 00:14:01เฟดนี้มันใช้เวลานาน 6 เดือนถึงปีนึง
00:14:01 → 00:14:03เฟดที่ 3 มันยังทำงานอยู่เลย
00:14:03 → 00:14:07เพราะฉะนั้นเนี่ย เราจะต้อง Pressure ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
00:14:07 → 00:14:11นอกจากนี้แล้วเนี่ย เราก็มีการใช้กลุ่มพวกซิลิโคน
00:14:11 → 00:14:13จะเห็นว่ามีขายสกาเจล มีนู่นนี่ นี่นั้น
00:14:13 → 00:14:15คือเป็นกลุ่มพวกซิลิโคน
00:14:15 → 00:14:19ช่วยทำให้เกิดความชุ่มชื้นของแผลเป็น และก็ลดการอักเสบของแผลเป็น
00:14:19 → 00:14:21มันก็จะช่วยทำให้เกิดของคีลอยด์น้อยลง
00:14:21 → 00:14:24แต่ว่าอย่างที่หมอบอก มันต้องผสมหลายๆอย่าง
00:14:24 → 00:14:28การผ่าตัดเอง บางทีเขาไม่ผ่าอย่างเดียว
00:14:28 → 00:14:31เพราะฉะนั้นเขาก็จะผ่า และเขาก็จะฉายแสง
00:14:31 → 00:14:36หรือผ่าแล้ว ใช้ Growth Factor ที่มาจากเกล็ดเลือดของตัวเอง
00:14:36 → 00:14:38การผ่าและใช้ Growth Factor จากเกล็ดเลือดของตัวเอง
00:14:38 → 00:14:41มันจะทำให้การซ่อมมันดีขึ้น
00:14:41 → 00:14:45ซึ่งของพบว่าการรักษา โดยการใส่เกล็ดเลือกของตัวเองเนี่ยคู่ไปด้วย
00:14:45 → 00:14:47หรือการฉายแสงคู่ไปด้วยเนี่ย
00:14:47 → 00:14:49ทำให้การรักษาดีกว่าการผ่าตัดอย่างเดียว
00:14:50 → 00:14:54แต่ทั้งนี่ทั้งนั้น ทั้งหมดเนี่ย ขึ้นอยู่กับเทคนิคของการทำ
00:14:54 → 00:14:57เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีการปฏิบัติตัว
00:14:57 → 00:14:59เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เราเกิดคีลอยด์
00:14:59 → 00:15:01เราดูแลตัวเองได้ยังไงบ้างคะคุณหมอ
00:15:01 → 00:15:06คือจริงๆแล้วเนี่ย การรักษาที่เราดูแลตัวเองเนี่ย ในการป้องกันไม่ให้เกิดคีลอยด์
00:15:06 → 00:15:08อย่างเช่น เราอาจจะต้องทำให้
00:15:08 → 00:15:111.แผลจะต้องหายยังดี และไม่ติดเชื้อ
00:15:11 → 00:15:14ไม่มีการขยับบริเวณนั้นมาก
00:15:14 → 00:15:16เพราะว่าถ้าขยับมา มูฟมากๆ มีแรงตึงมากๆ
00:15:16 → 00:15:18มันก็จะทำให้เกิดคีลอยด์ได้ง่าย
00:15:18 → 00:15:20โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นข้อพับ
00:15:20 → 00:15:24แขน ข้อศอก ข้อเข่า อย่างนี้นะคะ
00:15:24 → 00:15:27พยายามปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ
00:15:27 → 00:15:30และก็ถ้าเขาให้ใส่ตัว Pressure
00:15:30 → 00:15:32บางทีมันเป็นปลอกแขนอย่างงี้ เราก็ต้องใส่
00:15:32 → 00:15:37ให้ใส่ 24 ชั่วโมงก็ต้องใส่ 24 ชั่วโมง เพราะมันช่วยนะคะ
00:15:37 → 00:15:39ก็ให้ใส่เกิน 6 เดือน ก็ต้องใส่เกิน 6 เดือน
00:15:39 → 00:15:42มันก็จะช่วยทำให้แผลเป็นอย่างมันดีขึ้นได้
00:15:42 → 00:15:47เราต้องรู้จักปฏิบัติตัวเอง ควบคู่กับคำแนะนำของแพทย์
00:15:47 → 00:15:49เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงภาวะการเป็นคีลอยด์
00:15:49 → 00:15:50ให้ได้มากที่สุดนะคะ
00:15:50 → 00:15:53วันนี้ฟังแล้วได้ความรู้เยอะมาก
00:15:53 → 00:15:56แล้วก็รู้เลยว่า ทำไมมันถึงรักษายากจริงๆนะคะ
00:15:56 → 00:15:58อย่าปล่อยไว้เลยค่ะคุณผู้ชม
00:15:58 → 00:16:01มันจะยิ่งรักษายากเข้าไปใหญ่
00:16:01 → 00:16:03ถ้ารู้ว่าเรามีความเสี่ยง ปรึกษาแพทย์ทันที
00:16:03 → 00:16:05เพื่อป้องกันการเกิดคีลอยด์นะคะ
00:16:05 → 00:16:08เอาล่ะค่ะ หวังว่าวันนี้จะช่วยขจัดคีลอยด์
00:16:08 → 00:16:12ออกจากพื้นที่ตามร่างกายของคุณผู้ชมได้
00:16:12 → 00:16:15บ๊ายบายเลยนะคะ ลาแล้วคีลอยด์นะคะ
00:16:15 → 00:16:17ส่วนใครอยากจะติดตามเรื่องราวอื่นๆ
00:16:17 → 00:16:19ที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพนะคะ
00:16:19 → 00:16:22สามารถที่จะเข้าไปใน YouTube Channel ของรายการได้
00:16:22 → 00:16:25เสิร์ชชื่ออะไรการคุยกับหมออัจจิมาค่ะ
00:16:25 → 00:16:29กด Like และก็กดสั่นกระดิ่งรอตอนใหม่ๆกันไว้ได้เลย
00:16:29 → 00:16:32และก็อีกหนึ่งช่องทางที่เปิดตัวใหม่ล่าสุดเลยคุณหมอ
00:16:32 → 00:16:36เราเข้าไปทะลุทะลวง ทุกช่องทางเลยในตอนนี้
00:16:36 → 00:16:40มีพอดแคสต์ให้คุณได้ฟังความรู้นะคะ ผ่านทางช่องทางต่างๆ
00:16:40 → 00:16:42ก็สามารถไปติดตามกันได้
00:16:42 → 00:16:45เวลาหมดเกลี้ยงแล้วค่ะ วันนี้คุณหมอแล้วแนนลาไปก่อนนะคะ
00:16:45 → 00:16:47สวัสดีค่ะ