00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับทุกคนเคยไหมครับที่รู้สึกว่า
00:00:03 → 00:00:06อาหารบางอย่างเนี่ยมันอร่อยจนหยุดไม่ได้
00:00:06 → 00:00:08ทั้งที่จริงๆแล้วเนี่ยมันอาจไม่ได้ดีต่อ
00:00:08 → 00:00:11สุขภาพเลยหรือบางครั้งเนี่ยเราหยิบขนม
00:00:11 → 00:00:14หรืออาหารที่มีพลังงานสูงมากินโดยแทบที่
00:00:14 → 00:00:16จะไม่ได้คิดเลยเรื่องนี้เนี่ยอาจไม่ได้
00:00:16 → 00:00:19เกี่ยวข้องกับความหิวหรือแม้แต่ความอร่อย
00:00:19 → 00:00:22ด้วยซ้ำแต่สมองของเรานี่แหละครับที่มีบท
00:00:22 → 00:00:25บาทสำคัญในเบื้องหลังพฤติกรรมการกินของ
00:00:25 → 00:00:29เรามีงานวิจัยที่น่าสนใจจากประเทศโปตุเกส
00:00:29 → 00:00:31ทีมนักวิจัยเนี่ยได้ทำการทดลองที่ดู
00:00:31 → 00:00:34เหมือนเรียบง่ายแต่กลับแสดงให้เห็นถึงข้อ
00:00:34 → 00:00:37มูลที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง
00:00:37 → 00:00:40โดยพวกเขาเนี่ยให้กลุ่มอสาสมัคร 3 กลุ่ม
00:00:40 → 00:00:43ซึ่งได้แก่กลุ่มผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนกลุ่ม
00:00:43 → 00:00:46ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดลดน้ำหนักและกลุ่มผู้
00:00:46 → 00:00:49ที่ไม่มีภาวะโรคอ้วนให้ทั้งหมดทดลองกิน
00:00:49 → 00:00:52โยเกิร์ต 2 ชนิดนะครับแบบแรกคือโยเกิร์ต
00:00:52 → 00:00:56ธรรมดาที่ไขมันต่ำส่วนอีกแบบคือโยเกิร์ต
00:00:56 → 00:00:59ที่เติมดกิซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เพิ่ม
00:00:59 → 00:01:02พลังงานเข้าไปแต่ไม่ได้เปลี่ยนรสชาติหรือ
00:01:02 → 00:01:05เนื้อสัมผัสเลยนะครับผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ
00:01:05 → 00:01:08ทุกกลุ่มเลือกกินโยเกิร์ตที่ให้พลังงาน
00:01:08 → 00:01:11สูงกว่าทั้งที่พวกเขาเนี่ยให้คะแนนความ
00:01:11 → 00:01:15อร่อยของทั้ง 2 แบบเท่ากันนะครับแล้วทำไม
00:01:15 → 00:01:17ถึงเป็นแบบนั้นคำตอบเนี่ยอยู่ที่สมองของ
00:01:17 → 00:01:20เรานะครับสมองเนี่ยมีระบบที่เรียกว่าระบบ
00:01:20 → 00:01:24รางวัลหรือ reward System ซึ่งทำงานผ่าน
00:01:24 → 00:01:27สารเคมีที่ชื่อว่าโดพามีนตัวลับโดพามีนใน
00:01:27 → 00:01:30สมองเนี่ยมีหน้าที่ส่งสัญญาณเกี่ยวกกับ
00:01:30 → 00:01:33ความพึงพอใจในคนที่มีภวะโรคอ้วนเนี่ยนัก
00:01:33 → 00:01:37วิจัยพบว่าตัวลับโดพามีนจะทำงานลดลงซึ่ง
00:01:37 → 00:01:40อาจไปทำให้พวกเขาเนี่ยรู้สึกพึงพอใจจาก
00:01:40 → 00:01:43อาหารได้น้อยกว่าคนทั่วไปนะครับและส่งผล
00:01:43 → 00:01:46ให้พวกเขาเนี่ยหาอาหารที่ให้พลังงานสูง
00:01:46 → 00:01:49ขึ้นเพื่อชดเชยความรู้สึกนั้นแต่ข่าวดีก็
00:01:49 → 00:01:52คือสมองของเราเนี่ยมีความยืดหยุ่นและ
00:01:52 → 00:01:55สามารถปรับเปลี่ยนได้นะครับในผู้ที่ผ่าน
00:01:55 → 00:01:58การผ่าต่าลดน้ำหนักทีมนักวิจัยพบว่าตัว
00:01:58 → 00:02:01ลับโดพามีในสมองของพวกเขาเนี่ยกลับมาทำ
00:02:01 → 00:02:04งานได้ใกล้เคียงกับคนปกตินั่นหมายความว่า
00:02:04 → 00:02:08แม้สมองจะเคยเปลี่ยนไปจากปลาวาโลกอ้วนแต่
00:02:08 → 00:02:11มันเนี่ยสามารถปรับกลับมาได้นะครับและนี่
00:02:11 → 00:02:14เนี่ยอาจช่วยให้พวกเขาเนี่ยควบคุมการกิน
00:02:14 → 00:02:18ได้ดีขึ้นแต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือถึง
00:02:18 → 00:02:21แม้สมองจะเปลี่ยนแปลงแต่ความชอบในอาหาร
00:02:21 → 00:02:24ที่ให้พลังงานสูงก็ยังคงอยู่ในระดับหนึ่ง
00:02:24 → 00:02:27นะครับเรื่องนี้เนี่ยแสดงให้เห็นว่าการ
00:02:27 → 00:02:30เปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือการตัดสินใจใน
00:02:30 → 00:02:33แต่ละวันอาจมีผลต่อสมองมากกว่าที่เราคิด
00:02:33 → 00:02:34นะ
00:02:34 → 00:02:37ครับและนี่คือสิ่งที่เราควรจะตระหนักอยู่
00:02:37 → 00:02:41เสมอนั่นก็คืออาหารที่เราหยิบใส่จานในวัน
00:02:41 → 00:02:43นี้เนี่ยมันคือผลลัพธ์ของการเลือกด้วยตัว
00:02:43 → 00:02:47เราจริงๆหรือมันคือผลของการที่สมองเนี่ย
00:02:47 → 00:02:49กำลังชี้นำเราโดยที่เราไม่รู้ตัวกัน
00:02:49 → 00:02:53แน่มาถึงจุดนี้เนี่ยผมไม่ได้พยายามจะบอก
00:02:53 → 00:02:56ให้ทุกคนเนี่ยหยุดกินอาหารที่เราชอบแต่
00:02:56 → 00:02:59อยากให้ทุกคนลองคิดดูว่าในมื้อถัดไปเนี่ย
00:02:59 → 00:03:02เราจะเลือกอะไรและเลือกเพราะเหตุผลอะไรนะ
00:03:02 → 00:03:06ครับแล้วเจอกันใหม่ใน Episode ต่อไป
00:03:06 → 00:03:10สำหรับวันนี้ขอบคุณครับ