- คำถาม:
- ทำไมบางคนถึงกังวลเรื่องสุขภาพมากเกินไป แม้ไม่มีโรคจริง ๆ?
- คำตอบ:
- อาการวิตกกังวลเรื่องสุขภาพหรือ Heth anxiety เกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็นโรคนี้ลูกมีความเสี่ยงสูงขึ้น การเลี้ยงดูที่ให้ความสำคัญกับอาการเจ็บปวดของลูกบ่อยครั้งจนเด็กเรียนรู้ที่จะตอบคำถามหมอได้แม่นยำ ทำให้มีความไวต่ออาการร่างกาย ส่วนการเลี้ยงดูแบบ overprotective หรือควบคุมทุกอย่างให้ลูก ทำให้ลูกขาดความมั่นใจและกังวลง่าย เมื่อไม่ได้รับการสอนให้รู้จักอารมณ์ตัวเอง ความเครียดอาจแสดงออกเป็นอาการทางร่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดเมื่อย หน้ามืด ซึ่งทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคจริง รวมถึงโซเชียลมีเดียที่แนะนำคลิปเรื่องโรคร้ายแรงเมื่อค้นหาอาการเล็กน้อย ทำให้กังวลเพิ่ม และช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น ครอบครัวคงที่ ความกดดันในการเป็นเสาหลัก หรือเห็นเพื่อนหรือพ่อแม่เสียชีวิต ทำให้กลัวโรคหรือความตายมากขึ้น
ปัจจัยของโรควิตกกังวลเรื่องสุขภาพ
จากช่อง:หมอเปรมใส่ไข่
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:00ปวดหัวนิดเดียวคิดไปว่าตัวเองจะเส้นเลือก
00:00:02สมองแตกเหงื่อออกคิดว่าตัวเองความดันสูง
00:00:05นะครับอันนี้เป็นอาการอันนึงที่เป็น
00:00:07ลักษณะของอาการเราเรียกว่าโรควิตกกังวล
00:00:09เรื่องสุขภาพหรือ Heth anxiety นะครับ
00:00:12ซึ่งมันเกิดได้จากปัจจัยหลายๆอย่างนะครับ
00:00:14ใครตรงกับปัจจัยข้อไหนก็ลองคอมเมนต์บอกก็
00:00:16ได้ว่าข้อ 1 ข้อ 2 อะไรเงี้ยนะครับปัจจัย
00:00:18แรกนะครับคือพันธุกรรมเราพบปล่อยในคนไข้
00:00:21ที่มีปัญหาเรื่องของคนพ่อหรือแม่ที่เป็น
00:00:23โรควิตกกังวลหรือเป็นโรควิตกกระบวนเรื่อง
00:00:25สุขภาพลูกโตมาปั๊บจะมีความเสี่ยงจะเป็น
00:00:29โรคต้องวิตกตเรื่องสุขภาพอันนี้ยคือ
00:00:31พันธุกรรมอย่างที่ 2 คือการเลี้ยงดูนะ
00:00:34ครับการเลี้ยงดูถ้าตอนเด็กๆเนี่ยสมมุติ
00:00:36เราป่วยออดแอดๆออดนิดนึงนะครับแม่พาไปหา
00:00:39หมอเลยนะการพาไปหาหมอเลยทันทีตอนเด็กนะจะ
00:00:42เกิดอะไรขึ้นหมอก็จะถามว่าสมมุติเราปวด
00:00:44ท้องหนูปวดตรงไหนหนูปวดคะแนนเท่าไหร่หนู
00:00:48ปวดลักษณะยังไงหนูปวดตั้งแต่เมื่อไหร่นะ
00:00:51ครับการถูกถามซ้ำๆซ้ำๆอย่างเงี้นะครับ
00:00:54แล้วถ้าพ่อแม่ความกังวลสูงใช่มั้ยพ่อแม่
00:00:56ก็จะพาลูกไปหาหมอบ่อยๆการถูกถามซ้ำๆทำให้
00:00:59เด็กเนี่ยต้อง 1 ก็คือต้องทำตัวให้ตอบคำ
00:01:03ถามเอาให้ได้นะครับเด็กก็จะมีความไวกับ
00:01:05ความปวดของร่างกายอย่างเช่นเด็กปกติต้อง
00:01:08ปวดท้องสซัก 7 เต็ม 10 8 เต็ม 10 ถึงจะ
00:01:11ปวดเด็กคนนี้ 5 เต็ม 10 ก็ปวดแล้วนะครับ
00:01:15เพราะว่าต้องบอกหมอให้ได้ว่าฉันปวดตรงไหน
00:01:18ปวดยังไงปวดลักษณะประมาณไหนนะครับอันนี้
00:01:21คือการเลี้ยงดูที่พาไปหาหมอบ่อยๆพอโตมา
00:01:23ปั๊บก็จะมีความวิตกอุบลเรื่องสุขภาพได้
00:01:25เพราะคุณมีความไวกับอาการของร่างกายของ
00:01:28ความปวดของตัวเองนะครับอย่างที่ 3 นะครับ
00:01:30ก็เป็นการเลี้ยงดูลักษณะเราเรียกว่า over
00:01:32over protect การที่เลี้ยงดูลูกแบบ
00:01:35overteคคือแบบประคบประหงมไม่ให้ตัดสินใจ
00:01:37ด้วยตัวเองเลยเดี๋ยวแม่เลือกทางเดินให้
00:01:39ลูกนะครับเดี๋ยวเอ่อลูกจะไม่ได้ลูกห้าม
00:01:43ห้ามโดนอะไรร้ายแรงเลยนะครับทำให้ลูก
00:01:45เนี่ยไม่ได้ตัดสินใจอะไรด้วยด้วยตัวเอง
00:01:48ถึงจุดนึงเด็กเด็กก็จะไม่มีความมั่นใจใน
00:01:50ตัวเองพอไม่มั่นใจมันก็มีความกังวลพอมี
00:01:53อาการเข้ามาด้วยความขี้กังวลมันก็จะเกิด
00:01:55ความกังวลง่ายกว่าปกตินะครับอย่างที่ 4
00:01:58ก็เป็นการเลี้ยงดูเหมือนกันนะครับจะเป็น
00:02:00การเลี้ยงดูที่เอ่อไม่ได้ถูกสอนให้จัดการ
00:02:04เรื่องของความกังวลหรือความเครียดแล้วก็
00:02:06รับรู้ว่าตัวเองกังวลเกิดอะไรขึ้นนะครับ
00:02:09ก็คืออย่างเช่นเวลาที่คนเราเครียดกังวล
00:02:11เนี่ยถ้าเรารับรู้ว่าตัวเองเครียดหรือ
00:02:13กังวลเรื่องอะไรเพราะเรามี emotional
00:02:15awareness ที่ดีเราก็จะรู้ว่าเอออาการ
00:02:18ทางกายที่เกิดขึ้นเนี่ยน่าจะเป็นจากความ
00:02:19กังวลความเครียดนะครับแต่เด็กบางคนเนี่ย
00:02:21ไม่ได้ถูกสอนเรื่องอารมณ์มากโดยเฉพาะใน
00:02:23ผู้ชายอารมณ์ไม่สำคัญดูต้องเข้มแข็งสินะ
00:02:27ทำให้อะไรนะครับเวลาเครียดเพศกังวลเนี่ย
00:02:28เราไม่รู้ว่าเราเพศกังวลแต่ออกมาเป็น
00:02:30อาการทางร่างกายปวดหัวปวดเมื่อยตามตัวปวด
00:02:33ต้นคอเวียนหัวนะครับหน้ามืดง่ายอะไรเงี้
00:02:37นะครับซึ่งมันทำให้อ่าเราคิดแปลความไปว่า
00:02:40เออมันน่าจะเป็นโรคทางสุขภาพหรือเปล่าแต่
00:02:42จริงๆมันอาจจะเป็นอาการของความเครียดหรือ
00:02:44ความกังวลก็ได้โดยที่เราไม่รู้ตัวนะครับ
00:02:46อ่าอย่างที่ 5 นะครับก็คือโซเชียล media
00:02:49โซเชียล Media ตัวดีเลยฮะเวลาเราเรา
00:02:51เสิร์ชปวดหัวเข้าไปในแอปบางแอปเสิร์ชปั๊บ
00:02:57เส้นเลือดสมองแตกแตกนะเพราะว่าเวลาเรา
00:02:59เวลาคนทำคลิปที่ได้ engagement ที่ดีก็จะ
00:03:01บอกว่า 7 สัญญาณเตือนซะเรือสมองอะไรเงี้
00:03:04นะครับพอพอเซปวดหัวมันก็ขึ้นในนั้นแล้ว
00:03:07มันก็ทำให้ไอ้ไอ้แอปนั้นน่ะรู้ว่าคุณชอบ
00:03:11แอปคลิปประมาณนี้มันก็ยิ่งยิงคลิปนี้มา
00:03:13เรื่อยๆจนทำให้คุณน่ะเป็นสักโรคนึงในพวก
00:03:16นั้นที่มันน่ากลัวแล้วทำให้คุณกังวลแล้ว
00:03:18ต้องไปตรวจนะฮะอันนี้คือปัจจัยที่ 6 คือ
00:03:20โซเชียล Media ปัจจัยที่ 7 ก็คือช่วงอายุ
00:03:22นะครับช่วงอายุส่วนใหญ่ที่คนไข้จะมาก็
00:03:25ประมาณช่วงประมาณ 40 อัพ 40 อัพเนี่ยเป็น
00:03:27ช่วงที่มี transition ในชีวิตหลายๆอย่าง
00:03:30ตั้งแต่เออครอบครัวมันเริ่มคงที่และถ้า
00:03:34เราเป็นเสาหลักของครอบครัวถ้าเป็นผู้ชาย
00:03:36ทำงานหาเงินหรือผู้หญิงทำงานหาเงินก็ตาม
00:03:39ถ้าเราเป็นเสาหลักปั๊บถ้าเราล้มล่ะถ้าเรา
00:03:41ล้มครอบครัวเราจะเป็นยังไงเมียลูกจะอยู่
00:03:45ยังไงนะฮะก็ทำให้เราเกิดความกังวลสุขภาพ
00:03:47ได้ง่ายว่าถ้าเราเป็นอะไรไปแล้วคนอื่นจะ
00:03:49ทำยังไงแล้วนอกจากนั้นช่วงอายุ 40 เป็น
00:03:51ช่วงที่เพื่อนๆเนี่ยเริ่มอยู่ดีก็เป็นคน
00:03:53นึงก็เป็นมะเร็งคนนึงก็เป็นเสื้อเรื่อง
00:03:55สมองแตกอยู่พ่อแม่เราก็เสียชีวิตพ่อแม่
00:03:58เพื่อนก็เสียชีวิตมันก็จะทำให้เกิดความ
00:04:00กังวลว่าเราจะเสียชีวิตหรือเปล่านะโรค
00:04:02วิตากรสุขภาพก็เลยเริ่มมานอกจากนั้นอายุ
00:04:0540 ก็เป็นช่วงที่ร่างกายไม่เหมือนเดิม
00:04:07แล้วนะครับเอ่อทำงานนิดหน่อยหรือนอนขาด
00:04:10นอนนิดนึงมันมึนะเอ่อปวดต้นคอและออฟฟิศ
00:04:13syนrมและเอ่อกดไย้อนมาและลำไส้แป้ปวดมา
00:04:17แล้วคือร่างกายเราไม่เหมือนเดิมอายุ 40
00:04:19นะมันก็ยิ่งทำให้เกิดความกังวลเรื่อง
00:04:21สุขภาพเพิ่มขึ้นไปอีกนะครับอันนี้ก็เป็น 6
00:04:23ปัจจัยนะครับที่อาจจะทำให้เกิดความวิตก
00:04:25กังวลเรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้นในคนไข้ในหลาย
00:04:29ๆคนนะครับใครตรงๆกับปัจจัยไหนลองคอมเมนต์
00:04:31บอกกันได้นะครับแล้วลองshรingกันได้ว่า
00:04:33เรื่องราวคุณเป็นยังไงนะฮะ