ทำไมคนไข้ที่มีอาการปวดหลังแล้วไม่ดีขึ้นแม้จะกินยาหรือฉีดยา ถึงต้องไปตรวจ MRI

คำถาม:
ทำไมคนไข้ที่มีอาการปวดหลังแล้วไม่ดีขึ้นแม้จะกินยาหรือฉีดยา ถึงต้องไปตรวจ MRI?
คำตอบ:
เพราะ MRI สามารถประเมินได้ว่ามีการกดทับประสาทหรือมีภาวะติดเชื้อ เช่น มีน้ำหรือหนองในโพรงกระดูก ซึ่งอาจทำให้อาการปวดหลังแย่ลงและมีอาการชาลงขา โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของหมอนรองกระดูกหรือกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ

ปวดหลังรุนแรงต้องระวัง!! #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลัง #MRI #ติดเชื้อ #มะเร็งลำไส้ใหญ่

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:00คนไข้นะที่มีอาการปวดหลังนะครับแล้วก็เส
00:00:02ฉีดยาทานยาและอาการไม่ดีขึ้นเนี่ยส่วน
00:00:05ใหญ่เนี่ยส่วนใหญ่ถ้าเกิดจะต้องไปตรวจต่อ
00:00:07ก็คือไปตรวจ MRI เนาะเพื่อประเมินว่า 1
00:00:09เนี่ยมันมีการกดมากน้อยยังไงบ้างนะครับ
00:00:11อันที่ 2 คือต้องแยกว่าเอ๊ะมันจะมีการติด
00:00:14เชื้อได้หรือเปล่าเนาะคไข้ลายเนี่ยนะครับ
00:00:16ก็คือฉีดยาทานยาไปแล้วอาการปวดหลังดีขึ้น
00:00:19แต่ว่ามีการปวดชา้าลงขามากกว่าเดิมนะครับ
00:00:22จึงส่งคนไข้เนี่ยไปตรวจ MRI เนี่ยเพราะ
00:00:24MRI เนี่ยเวลาไปตรวจปุ๊บเนี่ยก็จะเจอเลย
00:00:27นะว่าเนี่ยคนไข้เนี่ยถ้าเกิดสมติว่าอัน
00:00:29นี้กระดูกเดีอันนี้ตัวกระดูกอันนี้คือ
00:00:31หมอนรองกระดูกอันนี้กระดูกตัวเเห็นมั้ย
00:00:33กระดูกมันสีขาวเลยเนี่ยไม่ดีถ้าสรับมัน
00:00:35เหมือนกับมีน้ำเนี่ยอยู่ในโพรงกระดูกตงเ
00:00:37เนี่ยยนะฮะตงนี้ถ้ามีน้ำส่วนใหญ่เนี่ยมัน
00:00:40มักจะเป็นเรื่องของอาจจะมีการติดเชื้อ้า
00:00:42เป็นหนองได้เนาะเพราะฉะนั้นคนไข้เนี่ยนะ
00:00:45ฮะสำหรับคนไข้ที่มีอาการปวดหลังนะแล้วก็
00:00:47ถ้าเกิดกินยาฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้นปวดหนัก
00:00:49มากกว่าเดิมอาการแย่ลงก็จำเป็นจะต้องไป
00:00:51ตรวจ MRI นะครับ