00:00:00 → 00:00:01โน้ท
00:00:01 → 00:00:16[เพลง]
00:00:16 → 00:00:20ผู้สนับสนุนโดย to help บริการส่งสุขภาพ
00:00:20 → 00:00:23ดีถึงที่ให้คุณปรึกษาหมอออนไลน์และบริการ
00:00:23 → 00:00:26ส่งย่าถึงบ้านเข้า
00:00:26 → 00:00:30สู่หน้าหนาวนอกจากโควิชสิบเก้าแล้วต้อง
00:00:30 → 00:00:32ระวังโรคที่มากับหน้าหนาว
00:00:32 → 00:00:37ทั้งโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจภูมิ PM
00:00:37 → 00:00:392.5 ก็ต้องระวัง
00:00:39 → 00:00:43อาการเป็นอย่างไรใครคือกลุ่มเสี่ยงป้อง
00:00:43 → 00:00:46กันได้อย่างไร
00:00:46 → 00:00:50สวัสดีครับกลับมาพบกับรายการที่เอ็นเฮลธ
00:00:50 → 00:00:54รายการที่จะชวนคุณผู้ชมมาใส่ใจดูแลสุขภาพ
00:00:54 → 00:00:57อัปเดตเทรนและนวัตกรรมใหม่ๆจากทั่วโลก
00:00:57 → 00:01:01พร้อมหาคำตอบไข่ข้อสงสัยทุกปัญหาสุขภาพ
00:01:01 → 00:01:04กับผมขอก้างในแพทย์อริย์ธัชตั้งสง่าครับ
00:01:04 → 00:01:07มีไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้าย
00:01:07 → 00:01:10ของปีนี้แล้วนะครับถึงแม้ว่าทีหลังมา
00:01:10 → 00:01:13เนี่ยอากาศในฤดูหนาวจะไม่น้ำมันมาก่อนแต่
00:01:13 → 00:01:16โรคประจำฤดูหนาวก็อยากเป็นสิ่งที่เราไม่
00:01:16 → 00:01:19สามารถจะสอบถามได้ในวันนี้นะครับหมอเลยจะ
00:01:19 → 00:01:23มาชวนคุยถึงโรคที่มากับฤดูหนาวรวมไปถึง
00:01:23 → 00:01:26วิธีการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคฤดูหนาว
00:01:26 → 00:01:29กันครับ
00:01:29 → 00:01:31[เพลง]
00:01:31 → 00:01:35ก่อนอื่นนะครับเรามาดูกันว่าโรคที่มากับ
00:01:35 → 00:01:38ฤดูหนาวเนี่ยมีโรคอะไรกันบ้างหมอจะขอแบ่ง
00:01:38 → 00:01:42ง่ายๆเป็น 3 กลุ่มโลกนะครับกลุ่มแรกก็คือ
00:01:42 → 00:01:44คือโรคที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจและก็
00:01:44 → 00:01:48โรคภูมิแพ้กลุ่มที่ 2 ก็คือโรคที่มากับ
00:01:48 → 00:01:52ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 และก็กลุ่มที่สามก็คือ
00:01:52 → 00:01:54โรคที่มาจะเกิดในเด็กเล็กนั่นเองครับ
00:01:54 → 00:01:57กลุ่มหน้านะครับก็คือกลุ่มโรคที่เกิดกับ
00:01:57 → 00:02:00ระบบทางเดินหายใจอย่างที่เราทราบก็ดีนะ
00:02:00 → 00:02:03ครับว่าเมื่อไหร่ที่รู้หนาวมาเนี่ยเราจะ
00:02:03 → 00:02:06เริ่มมีอาการทางจมูกแล้วก็มีการทางระบบ
00:02:06 → 00:02:09ทางเดินหายใจซึ่งในปีนี้นอกจากจะตัวผู้
00:02:09 → 00:02:12with 19 ที่เราต้องระวังแล้วยังมีโรค
00:02:12 → 00:02:16ที่มากับฤดูหนาวนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นโรคช่า
00:02:16 → 00:02:20ผู้ใหญ่โรคปอดอักเสบติดเชื้อโรคปอดอุด
00:02:20 → 00:02:23กั้นเรื้อรังอื่นๆเช่นโรคหอบคือรวมไปถึง
00:02:23 → 00:02:26โรคภูมิแพ้โรคกลุ่มนี้ก็เป็นสิ่งที่เรา
00:02:26 → 00:02:31มองข้ามไม่ได้เลยครับไข้หวัดใหญ่ปีนี้มี
00:02:31 → 00:02:33การเจ็บป่วยน้อยลงเมื่อเทียบกับปี
00:02:33 → 00:02:362562 ที่มีจำนวนผู้ป่วยจากโรคไข้หวัด
00:02:36 → 00:02:42ใหญ่ราว 4 แสนรายโดยปี 2563 มีผู้ป่วยราว
00:02:42 → 00:02:47113000 รายลดลงถึง 3 เท่าแสดงว่าการสวม
00:02:47 → 00:02:50หน้ากากอนามัยล้างมือเป็นประจำและการเว้น
00:02:50 → 00:02:53ระยะห่างทางสังคมไม่เพียงป้องกันเชื้อโค
00:02:53 → 00:02:56วิช 19 เท่านั้นแต่สามารถป้องกันโรคติด
00:02:56 → 00:03:00เชื้อระบบทางเดินหายใจอื่นๆได้อีกด้วยโรค
00:03:00 → 00:03:05ปอดอักเสบติดเชื้ออื่นๆปี 2563 มีผู้ป่วย
00:03:05 → 00:03:08ราว 1 แสน 5 หมื่นคนเสียชีวิตประมาณ 100
00:03:08 → 00:03:11รายนะว่าเป็นอาจารย์เสียชีวิตที่สูงมาก
00:03:11 → 00:03:14ครับสาเหตุมาจากการติดเชื้อคง v19 เป็น
00:03:15 → 00:03:17ส่วนใหญ่แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีเชื้อ
00:03:17 → 00:03:20ไวรัสและแบคทีเรียอีกหลายชนิดที่ยัง
00:03:20 → 00:03:22สามารถทำให้เกิดโรคปอดอักเสบติดเชื้อได้
00:03:22 → 00:03:24เช่นเดียวกัน
00:03:24 → 00:03:27โรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจอุดกั้น
00:03:27 → 00:03:31เรื้อรังอื่นๆเช่นโรคถุงลมโป่งพองหรือโรค
00:03:31 → 00:03:35หอบหืดกลุ่มที่ 2 ก็คือโรคที่เกิดจากคุณ
00:03:35 → 00:03:39จิ๋ว PM 2.5 ทุกคนคงสังเกตเห็นนะครับว่า
00:03:39 → 00:03:42ช่วงหลังมาเนี่ยในประเทศไทยพอเข้าฤดูหนาว
00:03:42 → 00:03:46ก็จะมีจะตัวฝุ่น PM 2.5 ที่กลับมาเป็น
00:03:46 → 00:03:50ระลอกทุกปีฝุ่น PM 2.5 ก็คือฝุ่นขนาด
00:03:50 → 00:03:54เล็กที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนและนับ
00:03:54 → 00:03:57เป็นหนึ่งในแปดตัวชี้วัดมาตรฐานคุณภาพของ
00:03:57 → 00:04:01อากาศครับคุณพี่ M 2.5 เป็นสารที่ทำให้
00:04:01 → 00:04:04เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจมัน
00:04:04 → 00:04:08ยังสามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางภาษาอื่นๆ
00:04:08 → 00:04:11เช่นโลหะหนักเข้าสู่ปอดด้วยการให้สาร
00:04:11 → 00:04:14เหล่านั้นมาเคลือบบนผิวของมันซึ่งนี่เป็น
00:04:14 → 00:04:17สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งอามา
00:04:17 → 00:04:21หุ้นจิ๋ว PM 2.5 อาจจะไม่ได้เป็นอันตราย
00:04:21 → 00:04:24ต่อร่างกายแบบเฉียบพลันต้องใช้เวลาสะสม
00:04:24 → 00:04:28นับสิบปีถึงจะแสดงผลด้วยขนาดที่เล็กมากนะ
00:04:28 → 00:04:32ครับทำให้ฝุ่นละออง PM 2.5 เวลาสูดหายใจ
00:04:32 → 00:04:35เข้าไปเนี่ยจะเข้าไปลึกถึงระดับถุงลงแล้ว
00:04:35 → 00:04:38ก็ยังเข้าไปสู่ระบบไหลเวียนโลหิตของร่าง
00:04:38 → 00:04:41กายและเมื่อสะสมเป็นเวลานานๆเนี่ยก็จะทำ
00:04:41 → 00:04:43ให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังตามมาอีกเยอะ
00:04:43 → 00:04:46แยะเลยครับทั้งนี้นะครับองค์การอนามัยโลก
00:04:46 → 00:04:51ได้กำหนดให้ฝุ่น PM 2.5 เป็นสารก่อ
00:04:51 → 00:04:55มะเร็งกลุ่มที่ 1 ตั้งแต่ปี 2556 และนับ
00:04:55 → 00:04:58เป็น 1 ใน 8 ของสาเหตุที่ทำให้ประชากรโลก
00:04:58 → 00:05:01เกี่ยวชีวิตก่อนวัยอันควรและยังเป็นต้น
00:05:01 → 00:05:05เหตุของโรคเรื้อรังอื่นๆอีกมากมายเช่นโรค
00:05:05 → 00:05:09หลอดเลือดในสมองโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโรค
00:05:09 → 00:05:12มะเร็งปอดโรคหัวใจขาดเลือดโรคติดเชื้อ
00:05:12 → 00:05:15เฉียบพลันและโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง
00:05:15 → 00:05:18พรุ่งนี้นี้นะครับก็คือโรคที่พบในเด็ก
00:05:18 → 00:05:22เล็กอย่างเช่นโรคอุจจาระร่วงในประเทศไทย
00:05:22 → 00:05:25เนี่ยในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง
00:05:25 → 00:05:31จำนวนมากในปี 2563 พบผู้ป่วยมากถึง 6 แสน
00:05:31 → 00:05:358 หมื่นรายแต่วิธีป้องกันก็ทำได้ง่ายนะ
00:05:35 → 00:05:38ครับก็คือมันล้างมือเป็นประจำกินอาหารที่
00:05:38 → 00:05:41ปรุงสุกแล้วก็ร้อนและก็สะอาดอยู่เสมอรวม
00:05:42 → 00:05:45ถึงใช้วัตถุดิบสดใหม่ในการปรุงอาหารส่วน
00:05:45 → 00:05:47ใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่าโลต้า
00:05:47 → 00:05:50virus มักเกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
00:05:50 → 00:05:53ติดต่อโดยการดื่มน้ำหรือกินอาหารที่มี
00:05:54 → 00:05:56เชื้อไวรัสบนเพื่อนอีกโรคหนึ่งที่พบบ่อย
00:05:56 → 00:06:00ในเด็กเล็กก็คือโรคมือเท้าปากนะครับในปี
00:06:00 → 00:06:042563 พบผู้ป่วยมือเท้าปากในประเทศไทย
00:06:04 → 00:06:08อยู่ที่ 15,000 คนแต่ข่าวดีก็คือไม่มีผู้
00:06:08 → 00:06:11เสียชีวิตนะครับโรคมือเท้าปากเนี่ยเกิด
00:06:11 → 00:06:15จากเชื้อไวรัสและมักจะพบในเด็กทารกและ
00:06:15 → 00:06:18เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีรู้จักเรื่องพบ
00:06:18 → 00:06:20เด็กโตได้ป่าตายโดยเฉพาะเด็กที่อยู่ใน
00:06:20 → 00:06:23สถานที่อาจไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาล
00:06:23 → 00:06:26หรือว่าสถานที่เลี้ยงเด็กครับในช่วงนี้
00:06:26 → 00:06:29เราก็ได้มาทำความรู้จักกับโรคฤดูหนาวกัน
00:06:29 → 00:06:33ไปแล้วในช่วงหน้าหมอจะพาไปสังเกตอาการของ
00:06:33 → 00:06:36โรคในกลุ่มนี้รวมไปถึงวิธีการดูแลสุขภาพ
00:06:36 → 00:06:39เพื่อรักษาและป้องกันโรคในกลุ่มนี้กัน
00:06:39 → 00:06:44ครับติดตามชมเลยครับอ่า
00:06:44 → 00:06:51[เพลง]
00:06:51 → 00:06:52สี
00:06:52 → 00:06:55เขียวกับสี
00:06:55 → 00:07:02[เพลง]
00:07:02 → 00:07:03เหมาะ
00:07:03 → 00:07:07สมโดย UK คู่สู้ Call it ให้คนไทยชนะไป
00:07:07 → 00:07:10ด้วยกันกับทรู 5 จีและบริการที่ตอบโจทย์
00:07:10 → 00:07:14ทุกละทรายกับพ่อสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ T
00:07:14 → 00:07:17N Health กับผมหมอก้างในแพทย์อริย์ธัช
00:07:17 → 00:07:20ตั้งสง่านะครับในช่วงนี้หมอจะพามาคุย
00:07:20 → 00:07:24เกี่ยวกับอาการของโรคที่มากับฤดูหนาวเรา
00:07:24 → 00:07:26มาเริ่มต้นกันที่โรคไข้หวัดใหญ่กันก่อนนะ
00:07:26 → 00:07:28ครับโรคไข้หวัดใหญ่เนี่ยเกิดจากเชื้อ
00:07:28 → 00:07:31ไวรัส influenza ซึ่งมีหลักๆอยู่ซีสาย
00:07:31 → 00:07:35พันธุ์ย่อยได้แก่สายพันธุ์ a a b c
00:07:35 → 00:07:38และก็ดีครับในประเทศไทยเนี่ยพบการระบาด
00:07:38 → 00:07:41หลักๆอยู่กับ 2 สายพันธุ์ก็คือสายพันธุ์ a
00:07:41 → 00:07:44และก็มีตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่เนี่ยจะมีระยะ
00:07:44 → 00:07:48ฟักตัวอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 4 วันบางคนอาจ
00:07:48 → 00:07:50จะเริ่มด้วยมีอาการเหมือนไข้หวัดธรรมดา
00:07:50 → 00:07:54และการจะหายได้เองภายใน 5-7 วันแต่สำหรับ
00:07:54 → 00:07:57บางคนนะครับชื่ออาจจะลงปอดทำให้มีปอด
00:07:57 → 00:07:59อักเสบและก็ถึงกับเสียชีวิตได้เลยครับ
00:07:59 → 00:08:02อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ได้แก่มีไข้สูงไม่
00:08:02 → 00:08:06เกิน 38 องศาเซลเซียสปวดเมื้อยกล้ามเนื้อ
00:08:06 → 00:08:10มากปวดศีรษะอ่อนเพลียหนาวสั่นเบื่ออาหาร
00:08:10 → 00:08:16คัดจมูกมีน้ำมูกใสๆๆแห้งๆหรือบางรายอาจมี
00:08:16 → 00:08:19อาการลงปอดได้ซึ่งเราสามารถป้องกันอาการ
00:08:19 → 00:08:22รุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายครับด้วย
00:08:22 → 00:08:24การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
00:08:24 → 00:08:28และวัดสิ่งไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญอย่างไร
00:08:28 → 00:08:31กับช่วงฤดูหนาวอย่างที่หมอได้บอกไปแล้วนะ
00:08:31 → 00:08:34ครับว่ามาตรการล็อคดาวในช่วงโควิชเนี่ยทำ
00:08:34 → 00:08:37ให้จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ลดลงถึง 3
00:08:37 → 00:08:41เท่าซึ่งแน่นอนจำนวนคนที่มีภูมิคุ้มกัน
00:08:41 → 00:08:44ตามธรรมชาติต่อเชียร์แค่หวัดใหญ่ย่อมลดลง
00:08:44 → 00:08:48ไปด้วยจะมีการคาดการณ์นะครับว่าในปลายปี
00:08:48 → 00:08:51นี้จนถึงต้นปีหน้าเนี่ยการระบาดของไข้
00:08:51 → 00:08:54หวัดใหญ่จะหนักขึ้นมากกว่าเดิมทำให้การ
00:08:54 → 00:08:56ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนช่วงฤดูหนาวปี
00:08:56 → 00:08:59นี้มีความจำเป็นมากกว่าทุกปีเลยครับ
00:08:59 → 00:09:01เนื่องจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ใน
00:09:01 → 00:09:05ประเทศไทยก็จะมีไข้หวัดใหญ่ uc สายพันธุ์
00:09:05 → 00:09:08ย่อยที่หมุนเวียนกลับมาเป็นว่าล่อทุกปี
00:09:08 → 00:09:11การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดจึงเป็น
00:09:11 → 00:09:14การเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4
00:09:14 → 00:09:18สายพันธุ์พร้อมกับการปฏิบัติตัวตามแนวทาง
00:09:18 → 00:09:20เบื้องต้นเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสติดเชื้อ
00:09:20 → 00:09:24ช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นเข้า
00:09:24 → 00:09:27รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถเริ่ม
00:09:27 → 00:09:30ฉีดได้ตั้งแต่คนที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป
00:09:30 → 00:09:34และจำเป็นต้องได้รับวัคซีนทุกปีปีละ 1
00:09:34 → 00:09:35ครั้ง
00:09:35 → 00:09:39แต่สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 8 ปีให้ฉีด 2
00:09:39 → 00:09:42เข็มในปีแรกเว้น koch อีกครั้งละ 1 เดือน
00:09:42 → 00:09:47หากปีแรกฉีดเพียงแค่ 1 เข็มให้ฉีด 2 เข็ม
00:09:47 → 00:09:50ในปีถัดมาครับหลังจากนั้นก็ชีปีละครั้ง
00:09:50 → 00:09:53ได้ตามปกติเนื่องจากวัคซีนจะมีการเปลี่ยน
00:09:53 → 00:09:56ชนิดสายพันธุ์ย่อยไปทุกปีตามที่ w h o
00:09:56 → 00:10:00คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆจึงมีความจำเป็น
00:10:00 → 00:10:03ที่จะต้องฉีดวัคซีนทุกปีก็คือเป็นการ
00:10:03 → 00:10:06กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรจน์ให้ร่างกายมี
00:10:06 → 00:10:08ภูมิคุ้มกันพร้อมกับเชื้อที่จะเข้ามาใน
00:10:08 → 00:10:12ร่างกายแล้วครับจากคำแนะนำของ CDC หรือ
00:10:12 → 00:10:14ว่า Center of the sis Con โทรของ
00:10:14 → 00:10:17ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศแล้วนะ
00:10:17 → 00:10:20ครับว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับวัคซีนคอหวิด
00:10:20 → 00:10:23สามารถฉีดในวันเดียวกันได้ไม่มีความ
00:10:23 → 00:10:25จำเป็นต้องเว้นระยะห่างระหว่างวรรคสี่
00:10:25 → 00:10:28ครับว่าต่อไปขี้อาการที่เกิดจากโรคจาก
00:10:28 → 00:10:32ฝุ่น PM 2.5 เราสามารถสังเกตอาการเตือน
00:10:32 → 00:10:35ของร่างกายเราเพราะเราเริ่มมีสัญญาณว่า
00:10:35 → 00:10:38เราแพ้ฝุ่น PM 2.5 ได้ดังนี้ครับเริ่ม
00:10:38 → 00:10:41กันที่ผิวหนังของเราอาจจะเริ่มมีตุ่มแดง
00:10:41 → 00:10:46มีผื่นคันขึ้นตามผิวหนังบริเวณตาจะมีการ
00:10:46 → 00:10:49ตาแดงน้ำตาไหลตลอดเวลาบางคนอาจจะมีขอบใต้
00:10:49 → 00:10:54ตาเนี่ยคำมากขึ้นอาการของทางเดินหายใจโดย
00:10:54 → 00:10:58มีการคันแน่นจมูกตอนคนมีน้ำมูกไหลพอน้ำ
00:10:58 → 00:11:01มูกไหลไปหลังคอเนี่ยก็จะได้มีการเจ็บคอมี
00:11:01 → 00:11:05เสมหะในคอก็มีไอหรือมีจากได้ในขณะที่
00:11:05 → 00:11:08อาการอื่นๆอย่างเช่นหูอื้ออื้อเวียนหัว
00:11:08 → 00:11:12ปวดหัวในเด็กบางคนอาจจะพบว่าเรียนได้แย่
00:11:12 → 00:11:15ลงมาคนอาจจะรู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดฉุน
00:11:15 → 00:11:18เฉียวง่ายอาการนี้จะพบได้ในผู้ป่วยต่าง
00:11:18 → 00:11:20ได้ครับนอกจากอาการเฉียบพลันที่หมอพึ่ง
00:11:20 → 00:11:24ได้เล่าให้ฟังไปนะครับเมื่อฝุ่น TM สะสม
00:11:24 → 00:11:26ในร่างกายเนี่ยก็จะทำให้เกิดโรคเรื้อรัง
00:11:26 → 00:11:29ได้ดังต่อไปนี้ครับไทยร้ายต่อระบบทางเดิน
00:11:29 → 00:11:33หายใจและปอดแน่นอนว่ามลพิษในอากาศส่งผล
00:11:33 → 00:11:36โดยตรงกับระบบทางเดินหายใจและปอดฝุ่น
00:11:36 → 00:11:39ละอองขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วย
00:11:39 → 00:11:42ตาเปล่าจะสามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจได้
00:11:42 → 00:11:46ง่ายแล้วก็รวดเร็วส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นโรค
00:11:46 → 00:11:49ขอบคือกำเริบหรือเป็นสาเหตุให้คนปกติเป็น
00:11:49 → 00:11:53โรคคอคือได้เช่นกันเมื่อสะสมเป็นเวลานาน
00:11:53 → 00:11:55ก็อาจจะทำให้เกิดเป็นมะเร็งปอดได้ในที่
00:11:55 → 00:11:59สุดท้ายร้ายต่อหัวใจการสูดหายใจเอาฝุ่น PM
00:11:59 → 00:12:022.5 ติดต่อกันในระยะหนึ่งส่งผลให้เกิด
00:12:02 → 00:12:05น้ำตกตะกอนภายในหลอดเลือดจนทำให้เกิดหัว
00:12:05 → 00:12:09ใจวายหรือหลอดเลือดสมองตีบได้ทั้งนี้การ
00:12:09 → 00:12:12สัมผัสมลพิษทางอากาศยังมีผลต่อเซลล์กล้าม
00:12:12 → 00:12:16เนื้อหัวใจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและอาจ
00:12:16 → 00:12:19จะรุนแรงจนส่งผลให้หัวใจวายเฉียบพลันภัย
00:12:19 → 00:12:23ร้ายต่อสมองบูรณ์พงศ์ขนาดเล็กสามารถผ่าน
00:12:23 → 00:12:26เข้าสู่กระแสเลือดและเกิดการสะสมทำให้
00:12:26 → 00:12:29ความดันโลหิตสูงและเลือดมีความหนืดซึ่ง
00:12:29 → 00:12:32เพิ่มความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดในสมอง
00:12:32 → 00:12:35รวมถึงหลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัวทำให้
00:12:35 → 00:12:38เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกเป็นสาเหตุของ
00:12:38 → 00:12:41โรคอัมพฤกษ์อัมพาตและเสียชีวิตได้ครับ
00:12:41 → 00:12:45เด็กอาจกล่าวได้ว่ายิ่งอายุน้อยยิ่งเพิ่ม
00:12:45 → 00:12:48ความเสี่ยงมากขึ้นเนื่องจากเด็กเล็กมี
00:12:48 → 00:12:51ภูมิคุ้มกันโรคน้อยกว่าผู้ใหญ่อวัยวะต่าง
00:12:51 → 00:12:54ๆในร่างกายยังอยู่ในระยะที่กำลังพัฒนา
00:12:54 → 00:12:57ทั้งนี้ฝุ่นคิดในอากาศสามารถเข้าสู่ระบบ
00:12:57 → 00:13:00ทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ก็จะไปขัด
00:13:00 → 00:13:03ขวางการเจริญเติบโตของระบบต่างดีแล้วทำ
00:13:03 → 00:13:06ให้เกิดโรคร้ายแรงในที่สุดหญิงมีครรภ์นวด
00:13:06 → 00:13:09จากภัยร้ายจะส่งผลต่อตัวคุณแม่ที่ตั้ง
00:13:09 → 00:13:12ครรภ์แล้วยังส่งผลต่อทารกในครรภ์ด้วยเช่น
00:13:12 → 00:13:17กันมีการศึกษาพบว่ามลพิษในอากาศมีผลต่อ
00:13:17 → 00:13:21การคลอดก่อนกำหนดเสี่ยงแท้งบุตรและเพิ่ม
00:13:21 → 00:13:24อัตราการตายของทารกในครรภ์ได้ผู้สูงอายุ
00:13:24 → 00:13:27เมื่ออยู่มากขึ้นอวัยวะต่างๆเริ่มเสื่อม
00:13:27 → 00:13:31ถอยระบบการทำงานต่างๆในร่างกายก็จะลดลง
00:13:31 → 00:13:34ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลงมีความเสี่ยงที่
00:13:34 → 00:13:37จะเป็นโรคหัวใจและก็หอบหืดโดยเฉพาะผู้สูง
00:13:37 → 00:13:40อายุที่มีโรคประจำตัวควรหลีกเลี่ยงการ
00:13:40 → 00:13:43เผชิญฝุ่นพิษให้มากที่สุด
00:13:43 → 00:13:46โอ๊ยแล้วใครคือกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับ
00:13:46 → 00:13:50อันตรายจากฝุ่น PM 2.5 คนไทยทุกคนนะครับ
00:13:50 → 00:13:53ที่เผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 และได้ป้อง
00:13:53 → 00:13:57กันเนี่ยมีโอกาสที่จะเกิดโรคมากหรือน้อย
00:13:57 → 00:14:00ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงและก็สภาพร่าง
00:14:00 → 00:14:04กายของแต่ละบุคคลซึ่งแน่นอนครับกลุ่มคน
00:14:04 → 00:14:07ที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่เด็กสตรีมีครรภ์
00:14:07 → 00:14:12ผู้สูงอายุเล็กลงสุดท้ายนะครับก็คือกลุ่ม
00:14:12 → 00:14:15ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวผู้ป่วยที่มีโรค
00:14:15 → 00:14:19ทางเดินหายใจแล้วก็โรคหัวใจเมื่อมีการสูด
00:14:19 → 00:14:22ฝุ่น PM 2.5 เข้าไปโดยตรงอาจจะมีผลทำให้
00:14:22 → 00:14:25โรคกำเริบแล้วก็มีผลถึงชีวิตได้ครับอีก
00:14:25 → 00:14:28กลุ่มนึงก็คือผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้
00:14:28 → 00:14:31เมื่อมีการสูดฝุ่นเข้าไปว่าจะทำให้โรค
00:14:31 → 00:14:33กำเริบเพราะฉะนั้นก็เป็นกลุ่มที่เราจะ
00:14:33 → 00:14:36ต้องเฝ้าระวังเช่นเดียวกันครับคนไข้ก็
00:14:36 → 00:14:38จริงๆส่วนใหญ่ก็จะมีอาการที่เรียกว่าเค้า
00:14:38 → 00:14:41รู้แล้วว่าภูมิแพ้อาการแพ้เริ่มกลับมา
00:14:41 → 00:14:42แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นคนแพ้อะไร
00:14:42 → 00:14:45อย่างเช่นที่เป็นภูมิแพ้จมูกเนี่ยเขาจะ
00:14:45 → 00:14:48เริ่มหายใจไม่ออกละรู้สึกแสบจมูกแสบตานะ
00:14:48 → 00:14:50คะหรือว่าน้ำมูกไหลตลอดเวลาเนี่ยก็คือ
00:14:50 → 00:14:53เป็นอาการธุกรรมเริ่มของภูมิแพ้ทางเดิน
00:14:53 → 00:14:56หายใจส่วนคนที่เป็นหอกอะไรคนก็จะบอกว่า
00:14:56 → 00:14:58รู้สึกหายใจไม่สะดวกนะทำอะไรแล้วเหนื่อย
00:14:58 → 00:15:01มากขึ้นหรือว่าเขาเองก็จะบอกว่าต้องที่
00:15:01 → 00:15:03ให้ใช้และได้ยินเสียงวิธีข้างในข้างในปอด
00:15:03 → 00:15:05อย่างนี้ค่ะก็เป็นอาการที่จะบอกว่ากับ
00:15:05 → 00:15:07ภูมิแพ้เริ่มกลับมาแล้วถูกกระตุ้นจากตัว
00:15:07 → 00:15:12เพียง 2.5 ค่ะก็ต้องบอกว่าเออมันอาจจะแตก
00:15:12 → 00:15:14ต่างกันไปกับความรุนแรงของโรคภูมิแพ้แต่
00:15:14 → 00:15:17ละคนข้างบอกว่าอาจจะน่ากลัวค่อนข้างจะมาก
00:15:17 → 00:15:20ในคนที่คุมแถวยังควบคุมได้ไม่ดีค่ะพนะ
00:15:20 → 00:15:23เนี่ยจริงในช่วงนี้แนะนำให้คนที่เป็น
00:15:23 → 00:15:25กรุงไทยนะพยายามใช้ยาที่คุณหมอคุมแทนแนะ
00:15:25 → 00:15:28นำหน้าที่เป็นยาประจำให้สม่ำเสมอเพื่อทำ
00:15:28 → 00:15:31ให้ตัวรถภูมิใช้เองแล้วก็คงได้ดีอย่างนี้
00:15:31 → 00:15:33ก็จะทำให้ตัวเพียง 35 เนี่ยมันส่งผลต่อ
00:15:33 → 00:15:38อาการน้อยลงมาต่อกันที่โลกที่มาจะพบใน
00:15:38 → 00:15:42เด็กเล็กนะครับโรคได้ก็คือโรคอุจจาระร่วง
00:15:42 → 00:15:45เด็กที่มีโรคอุจผมร่วงเนี่ยจะมีอาการ
00:15:45 → 00:15:49อุจจาระบ่อยมีคลื่นไส้อาเจียนบางคนอาจจะ
00:15:49 → 00:15:53มีไข้สูงปวดเมื่อยตามตัวไม่สามารถที่จะ
00:15:53 → 00:15:56กินข้าวได้ส่วนมาอาการจะหายได้เองนะครับ
00:15:56 → 00:15:59แต่ถ้าอาการเป็นมากกว่า 1-2 วันเริ่มกิน
00:15:59 → 00:16:03ไม่ได้มีอาการปวดท้องร่วมด้วยให้รีบพาไป
00:16:03 → 00:16:05พบแพทย์เพราะอาจจะมีอาการแทรกซ้อนเช่น
00:16:05 → 00:16:09ภาวะขาดน้ำตามาได้ครับควรให้กินอาหาร
00:16:09 → 00:16:13เหลือชดเชยเช่นน้ำข้าวต้มน้ำแกงจืดนมแม่
00:16:13 → 00:16:17หรือผสมนมผงให้เจือจางลงครึ่งหนึ่งจนกว่า
00:16:17 → 00:16:20อาการจะดีขึ้นส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 8
00:16:20 → 00:16:23ถึง 12 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบ
00:16:23 → 00:16:27พาไปพบแพทย์ครับโรคมือเท้าปากเด็กที่มี
00:16:27 → 00:16:31โรคมือเท้าปากอาจจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-7
00:16:31 → 00:16:35วันและสามารถตรวจพบเชื้อในร่างกายได้ 2
00:16:35 → 00:16:38ถึง 4 วันก่อนที่จะมีอาการไปจนถึง 1-2
00:16:38 → 00:16:42สัปดาห์หลังที่มีอาการแล้วอาการที่พบบ่อย
00:16:42 → 00:16:46นะครับอาจจะถ้ามีไข้ต่างๆไปจนถึงมีไข้สูง
00:16:46 → 00:16:50เริ่มอ่อนเคลียร์ต่อมา in 1 ถึง 2 วันจะ
00:16:50 → 00:16:53เริ่มมีอาการเจ็บปากไม่ยอมกินกินไม่ได้
00:16:53 → 00:16:56เนื่องจากว่ามีตุ่มแดงขึ้นในบริเวณปาก
00:16:56 → 00:17:00ลิ้นและกระพุ้งแก้มซึ่งนี่นี่อาจจะเป็น
00:17:00 → 00:17:03สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นภาวะ
00:17:03 → 00:17:07ขาดน้ำตามมาได้ครับนอกจากนี้จะพบตุ่มหรือ
00:17:07 → 00:17:11ผื่นนูนสีแดงเล็กมากไม่คันที่บริเวณฝ่า
00:17:11 → 00:17:15มือนิ้วมือฝ่าเท้าและอาจจะพบที่ก้นด้วย
00:17:15 → 00:17:18สุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสบริเวณรอบๆจะ
00:17:18 → 00:17:21อักเสบแล้วก็แดงต่อมาตุ่มจะแตกเป็นแผล
00:17:21 → 00:17:25หลุมตื้นๆอาการจะทุเลาแล้วก็หายเป็นปกติ
00:17:25 → 00:17:29ภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์แต่บางรายจะมีการ
00:17:29 → 00:17:31รุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสที่ติด
00:17:31 → 00:17:35เชื้อข้อควรระวังก็คือต้องมันเช็ดตัวลด
00:17:35 → 00:17:39ไข้อยากให้เด็กมีไข้สูตรเกินไปเพราะจะทำ
00:17:39 → 00:17:42ให้เกิดการชักได้ครับช่วงนี้คุณผู้ชมก็
00:17:42 → 00:17:44ทราบกันแล้วนะครับว่าอาการก็ต่างของโรคใน
00:17:44 → 00:17:48หน้าหนาวในมีอะไรกันบ้างในช่วงหน้าหมอจะ
00:17:48 → 00:17:51พาไปคุยถึงการปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกัน
00:17:51 → 00:17:54การเกิดโรคในหน้าหนาวไปติดตามชมในช่วง
00:17:54 → 00:17:57หน้าเลยนะครับอ่ะ
00:17:57 → 00:18:05[เพลง]
00:18:05 → 00:18:06รถ
00:18:06 → 00:18:10เกี่ยวข้าวหนีน้ำ
00:18:10 → 00:18:17[เพลง]
00:18:17 → 00:18:17จะ
00:18:17 → 00:18:20กลับเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรายการที่เอ็น
00:18:20 → 00:18:23เอ็นเฮลธในช่วงนี้นะครับหมอจะพาไปคุยถึง
00:18:23 → 00:18:26เรื่องการปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันการ
00:18:26 → 00:18:29เกิดโรคในหน้าหนาวกันครับเรามาเริ่มต้น
00:18:29 → 00:18:32กันที่เรื่องของอาหารเลยนะครับอาหารที่
00:18:32 → 00:18:34เราควรจะรับประทานในช่วงฤดูหนาวเนี่ยแน่
00:18:34 → 00:18:38นอนก็คืออาหารที่มีรสเผ็ดร้อนมีอุณหภูมิ
00:18:38 → 00:18:41สูงและก็ให้พลังงานสูงกับร่างกายของเรา
00:18:41 → 00:18:45ไม่ว่าจะเป็นซุปเช่นซุปไก่หรือสุขที่ใส่
00:18:45 → 00:18:49เครื่องเทศหรือว่าแกงจืดร้อนๆเวลาที่เรา
00:18:49 → 00:18:52กินเข้าไปเนี่ยก็จะช่วยทำให้ร่างกายอบ
00:18:52 → 00:18:55อุ่นจมูกโล่งทางเดินหายใจหายใจได้สะดวก
00:18:55 → 00:18:58ขึ้นครับกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์
00:18:58 → 00:19:02ทางเลือกได้แนะนำสมุนไพรที่ควรบริโภคใน
00:19:02 → 00:19:05ช่วงฤดูหนาวไว้อย่างนี้ครับอาหารรสเผ็ด
00:19:05 → 00:19:09ร้อนจากพริกและเครื่องเทศเช่นหอมกระเทียม
00:19:09 → 00:19:17พริกไทยขิงข่าขมิ้นตะไคร้กระชายใบกระเพรา
00:19:17 → 00:19:20หรือแม้แต่สมุนไพรต่างๆเช่นใบโหระพาอบเชย
00:19:20 → 00:19:24กานพลูจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตทำให้
00:19:24 → 00:19:27หายใจโล่งขึ้นและปรับสมดุลภายในร่างกาย
00:19:27 → 00:19:30ให้เป็นปกติการดื่มน้ำมากๆเพื่อการดื่ม
00:19:30 → 00:19:34น้ำอุ่นวันละไม่ต่ำกว่า 8 แก้วแทนการดื่ม
00:19:34 → 00:19:37กาแฟแล้วก็น้ำอัดลมจะช่วยทำให้ร่างกายอบ
00:19:37 → 00:19:40อุ่นแล้วก็ลดโอกาสการติดเชื้อจากดูหนาว
00:19:40 → 00:19:44ได้ครับเพราะว่าน้ำเนี่ยจะทำให้ระบบทาง
00:19:44 → 00:19:46เดินหายใจคนเอาชุ่มชื้นและก็ทำให้เสมหะ
00:19:46 → 00:19:49ขับออกได้ง่ายมากขึ้นด้วยเครื่องดื่มที่
00:19:49 → 00:19:53นิยมดื่มนั้นเช่นน้ำขิงด้วยน้ำขิงสับ 2
00:19:53 → 00:19:57ช้อนโต๊ะกระเทียมสาบ 2-3 กลีบแช่ในน้ำ
00:19:57 → 00:20:00เดือด 5-10 นาทีผสมกับน้ำผึ้งแล้วก็มะนาว
00:20:00 → 00:20:04ชงเป็นชาดื่มมีสรรพคุณช่วยขับเหงื่อช่วย
00:20:04 → 00:20:07ให้ระบบทางเดินหายใจทำงานคล่องขึ้นอีก
00:20:07 → 00:20:11ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้องท้องอืดและ
00:20:11 → 00:20:14บรรเทาอาการข้ออักเสบได้อีกด้วยการบริโภค
00:20:14 → 00:20:17สารต่อต้านอนุมูลอิสระ
00:20:17 → 00:20:21มีเบต้าแคโรทีนหรือว่าวิตามินเอซีอีและก็
00:20:21 → 00:20:25อีกซึ่งพบในอาหารจำพวกแครอทถ้าผักใบเขียว
00:20:25 → 00:20:29ฝรั่งหรือว่ามะละกอสุกนะครับจะช่วยเสริม
00:20:29 → 00:20:32สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายและที่สำคัญนะ
00:20:32 → 00:20:35ครับอาหารพวกนี้หาซื้อได้ง่ายแล้วก็ถูก
00:20:35 → 00:20:38กว่าการซื้อยาวิตามินจากการขายใหญ่ครับ
00:20:38 → 00:20:40นอกจากนี้แล้วนะครับอย่าลืมรับประทาน
00:20:40 → 00:20:43อาหารให้ครบ 5 หมู่นอนหลับพักผ่อนให้
00:20:43 → 00:20:46เพียงพอวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงทำด้าน
00:20:46 → 00:20:49กายให้อบอุ่นอยู่เสมอและที่สำคัญนะครับ
00:20:49 → 00:20:52แล้วต้องอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
00:20:52 → 00:20:54เพราะว่าการออกกำลังกายเนี่ยเป็นผลดีต่อ
00:20:54 → 00:20:57ร่างกายดังต่อไปนี้ครับการออกกำลังกายใน
00:20:57 → 00:21:00ช่วงฤดูหนาวนั้นทำให้หัวใจและระบบไหล
00:21:00 → 00:21:04เวียนเลือดแข็งแรงสามารถช่วยลดระดับน้ำตา
00:21:04 → 00:21:06และไขมาในเลือดได้ช่วยลดความเมื่อยล้าของ
00:21:06 → 00:21:09กล้ามเนื้อจากการทำงานแค่นี้ช่วยลดความ
00:21:09 → 00:21:13เครียดทำให้สุขภาพจิตใจของเราดีขึ้นไม่
00:21:13 → 00:21:16ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงานภาวะซึม
00:21:16 → 00:21:17เศร้า
00:21:17 → 00:21:20มีความวิตกกังวลจัดสภาพแวดล้อมรอบข้างและ
00:21:20 → 00:21:23การออกกำลังกายหน้าหนาวควรที่จะมีข้อควร
00:21:23 → 00:21:27ระวังอะไรบ้างสำหรับข้อควรระวังในการออก
00:21:27 → 00:21:30กำลังกายหน้าหนาวนะครับก็คือการทำด้านกาย
00:21:30 → 00:21:34ของเราให้อบอุ่นอยู่เสมอเวลาที่เราใส่
00:21:34 → 00:21:36เสื้อผ้าจะออกกำลังกายเนี่ยก็ควรเป็น
00:21:36 → 00:21:39เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายของ
00:21:39 → 00:21:42เราแต่ที่สำคัญต้องอย่าลืมเรื่องความยืด
00:21:42 → 00:21:44หยุ่นของเสื้อผ้าที่เราใส่เวลาออกกำลัง
00:21:44 → 00:21:47กายด้วยนะครับสุดท้ายนี้นะครับหมอจะฝาก
00:21:47 → 00:21:50วิธีการดูแลป้องกันโรคฤดูหนาวในผู้สูง
00:21:50 → 00:21:54อายุซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำและก็เสี่ยงต่อ
00:21:54 → 00:21:57การติดเชื้อง่ายกว่าคนทั่วไปทั้งหมด 4
00:21:57 → 00:22:00วิธีอย่างนี้ครับวิธีได้นะครับดูแลร่าง
00:22:00 → 00:22:03กายให้แข็งแรงสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ร่าง
00:22:03 → 00:22:06กายอ่อนแอด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอออก
00:22:06 → 00:22:09กำลังกายสม่ำเสมอรับประทานอาหารให้ครบ 5
00:22:09 → 00:22:12หมู่ตามที่ร่างกายต้องการและดื่มน้ำให้
00:22:12 → 00:22:16เพียงพอข้อ 2 สวมใส่เสื้อผ้าที่หนาเพียง
00:22:16 → 00:22:19พอเขียนโดยเฉพาะเวลากลางคืนที่มีอากาศ
00:22:19 → 00:22:21หนาวเย็นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ
00:22:21 → 00:22:25เนื่องจากผิวหน้าของผู้สูงอายุมีความไว
00:22:25 → 00:22:28ต่อประสาทรับดูอากาศที่หนาวเย็นลดลงร่าง
00:22:28 → 00:22:31กายจึงไม่สามารถตอบสนองด้วยการหนาวสั่น
00:22:31 → 00:22:33หรือการหดตัวของกล้ามเนื้อให้เกิดความอบ
00:22:33 → 00:22:36อุ่นได้เพียงพอได้ดีเหมือนคนหนุ่มสาวครับ
00:22:36 → 00:22:39ล้างมือเป็นประจำให้ติดเป็นนิสัยนะครับ
00:22:39 → 00:22:42และก็หลีกเลี่ยงการนำมือไปสัมผัสกับช่อง
00:22:42 → 00:22:46ทางเช่นตาจมูกและก็ปาดอาจเพราะจะเป็นช่อง
00:22:46 → 00:22:49ทางที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้และ
00:22:49 → 00:22:52สุดท้ายนะครับหลีกเลี่ยงที่ที่มีคนเยอะๆ
00:22:52 → 00:22:55แล้วก็อากาศไม่ถ่ายเทเค้านั่นอาจจะเป็น
00:22:55 → 00:22:57จุดที่เราไปรับเชื้อไข้หวัดและก็เชื้อไข้
00:22:57 → 00:23:00หวัดใหญ่จากผู้อื่นได้ครับแล้วทั้งหมดนี้
00:23:00 → 00:23:03ก็คือที่ n-health ประจำสัปดาห์นี้กลับมา
00:23:03 → 00:23:06พบกับผมอ๋อก้างในแพทย์อริย์ธัชตั้งสง่า
00:23:06 → 00:23:09และทีมงานได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าวันเสาร์
00:23:09 → 00:23:14เวลา 15:00 นทาง TNN ช่อง 16 วันนี้
00:23:14 → 00:23:15สวัสดีครับ
00:23:15 → 00:23:16โน้ท
00:23:16 → 00:23:19ที่เราเสนอโดย to help บริการส่งสุขภาพ
00:23:19 → 00:23:22ดีถึงที่ให้คุณปรึกษาหมอออนไลน์และบริการ
00:23:22 → 00:23:25ส่งยาถึงบ้าน
00:23:25 → 00:23:32โน้ท
00:23:32 → 00:23:41[เพลง]
00:23:41 → 00:23:45ม.ค
00:23:45 → 00:23:47[เพลง]
00:23:47 → 00:23:50ป.ล