00:00:52 → 00:00:54สวัสดีค่ะ
00:00:54 → 00:00:57ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกคนเข้าสู่รายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:57 → 00:01:02รายการที่คุณหมอจะสรรหาเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพมาเล่ามาคุย
00:01:02 → 00:01:07ในรูปแบบสบายๆแบบไม่เครียดแล้วก็ได้ข้อคิดในการไว้ดูแลตัวเอง
00:01:07 → 00:01:07ใช่แล้วค่ะ
00:01:07 → 00:01:12สัปดาห์นี้คุณหมอตั้งใจจะดูแลส่วนไหนเป็นพิเศษรึเปล่าค่ะ
00:01:12 → 00:01:13สัปดาห์นี้สำหรับคุณแนนโดยเฉพาะค่ะ
00:01:13 → 00:01:15เรื่องอ้วนใช่ไหมคะคุณหมอ
00:01:15 → 00:01:16ใช่ค่ะ
00:01:16 → 00:01:18ทำไมคะทำไมเราจะแก้ไขได้ไหมคะคุณหมอค่ะ
00:01:18 → 00:01:23แก้ไขได้คุณแนนอาจจะเป็นวิธีที่แปลกนะแต่ว่าจริงๆแล้วมันเป็นวิธีที่ได้ผล
00:01:23 → 00:01:24คือ
00:01:25 → 00:01:27แบคทีเรีย
00:01:27 → 00:01:29เอาแบคทีเรียมารักษาโรคอ้วน
00:01:29 → 00:01:30ไม่เคยได้ยินเลยคุณหมอ
00:01:30 → 00:01:33นั้นไงบอกแล้วแปลกแต่จริง
00:01:33 → 00:01:36น่าสนใจมากๆเป็นเรื่องราวที่ใหม่มากๆสำหรับวันนี้นะคะ
00:01:36 → 00:01:38เพราฉะนั้นอดใจรอแป๊ปนึงค่ะ
00:01:38 → 00:01:43วันนี้หัวข้อที่คุณหมออัจจิมาหยิบมาชวนพวกเราคุยกันน่าสนใจมากนะคะ
00:01:43 → 00:01:47คุยกันถึงเรื่องของแบคทีเรียรักษาโรคอ้วน
00:01:47 → 00:01:50ซึ่งอันนี้เกิดมาไม่เคยได้ยินจริงๆพูดตรงๆคุณหมอค่ะ
00:01:50 → 00:01:55เพราะคุณหมอจะแนะนำเราเสมอว่าถ้าอยากลดน้ำหนักควบคุมอาหารแล้วออกกำลังกายสิ
00:01:55 → 00:02:01คือหมอว่ามันเป็นพวกงานวิจัยใหม่ๆที่เราค้นพบอะไรใหม่ๆ
00:02:01 → 00:02:02ค่ะ
00:02:02 → 00:02:06แบคทีเรียเองจริงๆก็มีการพูดมาถึงระยะนึงแล้ว
00:02:06 → 00:02:06ค่ะ
00:02:06 → 00:02:08ก็20ปีแล้วอะ
00:02:08 → 00:02:14ที่แบบว่ามีการพูดถึงในส่วนของประโยชน์ของแบคทีเรียกับเรื่องของการทำงานในการย่อย
00:02:14 → 00:02:15และการดูดซึม
00:02:15 → 00:02:16ค่ะ
00:02:16 → 00:02:21เรื่องของการทำงานของสมองจนไปทั้งถึงเรื่องของการเมตาบอลิซึมหรือการเผาผลาญ
00:02:21 → 00:02:22หรือการอักเสบในร่างกาย
00:02:22 → 00:02:24เพราฉะนั้นมันเชื่อมโยงกัน
00:02:25 → 00:02:25ค่ะ
00:02:25 → 00:02:30ก่อนเราไปถึงจุดนั้นเราต้องมาดูกันก่อนว่าสาเหตุที่ทำให้อ้วน
00:02:31 → 00:02:33มันเกิดจากอะไรได้บ้างคะคุณหมอ
00:02:33 → 00:02:35ง่ายๆเลยถ้าคุณ
00:02:35 → 00:02:35กินเกิน
00:02:35 → 00:02:39ใช่รับเข้าไปมากกว่าที่คุณจำกัดออก
00:02:39 → 00:02:41มันก็จะเหลือตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย
00:02:42 → 00:02:46กินปริมาณมากกินเยอะเกินไปไขมันสูงน้ำตาลสูง
00:02:46 → 00:02:49โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาหารที่มีรสหวาน
00:02:49 → 00:02:49ค่ะ
00:02:49 → 00:02:56คือต้องบอกอย่างงี้ว่าที่มีรสหวานไม่ว่าจะเป็นกลูโคสชูก้า ชูโคส น้ำหวาน น้ำผึ้ง
00:02:56 → 00:02:57ทุกอย่าง
00:02:58 → 00:03:02ไปมีผลทำให้มีการสะสมของไขมันอยู่ในช่องท้อง
00:03:02 → 00:03:02ค่ะ
00:03:02 → 00:03:05เพราะว่าในกลุ่มคนพวกนี้นอกจากจะรับประทานเกินไปแล้ว
00:03:05 → 00:03:10บางทีมันอาจจะเกิดจากภาวะที่มีการเผาผลาญพลังงานน้อยลง
00:03:10 → 00:03:15ก็มีฮอร์โมนหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเผาผลาญอาหาร
00:03:15 → 00:03:18ซึ่งโดยส่วนใหญ่เวลาที่เราดูคนไข้ที่เป็นโรคอ้วน
00:03:18 → 00:03:24การเจาะเลือดเพื่อดูสาเหตุสำคัญมากเราจะได้รู้ว่าเขามีสาเหตุมาจากอะไร
00:03:24 → 00:03:27เพราะบางคนจะมีปัญหาเรื่องของไทรอยด์
00:03:27 → 00:03:28ค่ะ
00:03:28 → 00:03:31หรือเพศก็มีผลผู้ชายกับผู้หญิงไม่เหมือนกันนะ
00:03:32 → 00:03:38เพราะอะไรเพราะว่าในกลุ่มคนที่มีกล้ามเนื้อเยอะอย่างเช่นในผู้ชายเขาจะมีการเผาผลาญ
00:03:38 → 00:03:44พลังงานได้มากกว่าในกลุ่มคนที่มีกล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้อเล็ก กล้าเนื้อบาง อย่างเช่นในผู้หญิง
00:03:44 → 00:03:45ค่ะ
00:03:45 → 00:03:51นั้นคือสาเหตุกล้ามเนื้อที่เขามีมากกว่าในผู้ชายก็จะทำให้มีการเผาผลาญในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
00:03:51 → 00:03:53ไม่น่าผู้ชายถึงลดน้ำหนักได้ดีกว่า
00:03:54 → 00:03:56ผู้หญิงลดน้ำหนักยากกว่าผู้ชาย
00:03:56 → 00:03:57ใช่
00:03:57 → 00:04:02แล้วทำไมเขาบอกว่าจริงๆแล้วเวลาที่เราออกกำลังกายไม่ใช่ไปออกกำลังกาย
00:04:02 → 00:04:06พยายามที่จะเบิร์นแคลอรี่อย่างเดียวไม่ใช่คุณต้องสร้างสตริงของกล้ามเนื้อด้วย
00:04:06 → 00:04:13การที่สร้างสตริงของกล้ามเนื้อคือทำให้มันมีมวลกล้ามเนื้อขึ้นมามันจะช่วยในการเผาผลาญพลังงาน
00:04:13 → 00:04:21หรือช่วยในขบวนการเมตาบอลิซึมมากกว่าแค่คุณไปพยายามที่จะเบิร์นเอาแคลอรี่ออก
00:04:21 → 00:04:26ไม่น่าเห็นคนที่ลดน้ำหนักได้ผลเร็วส่วนใหญ่เวทเทรนนิ่งเป็นหลักเลยนะคะคุณหมอ
00:04:26 → 00:04:27ต้องร่วมกัน
00:04:28 → 00:04:29สร้างกล้ามเนื้อ
00:04:29 → 00:04:31ใช่ๆ
00:04:31 → 00:04:36เพราะบางทีปัญหาพอเวลามันมาจากฮอร์โมนบางทีมัน มันก็เป็นเรื่องที่รักษายาก
00:04:36 → 00:04:36ค่ะ
00:04:36 → 00:04:43เพราะฮอร์โมนก็มีผลทำให้เมตาบอลิซึมของร่างกายมันก็ทำให้ยากหรือบางทีมันมาจาก
00:04:43 → 00:04:45ยาลูกกลอนที่คุณรับประทาน
00:04:45 → 00:04:50หรือมาจากยาแก้หอบ ยาชุด ยาอาหารเสริม ที่อาจจะใส่พวกสเตียรอยด์อยู่
00:04:50 → 00:04:54กลุ่มพวกนี้ก็สามารถที่จะกระตุ้นทำให้มีการสะสมของไขมันสูง
00:04:54 → 00:04:58นอกเหนือจากฮอร์โมนที่มีผลแล้วกรรมพันธุ์ก็มีผล
00:04:58 → 00:04:58ค่ะ
00:04:58 → 00:05:04อย่างถ้าในบ้านเราอ้วนแล้วก็อาจจะอ้วนไปด้วยเนื่องจากว่าเราอาจจะมีพันธุกรรมบางอย่าง
00:05:04 → 00:05:08ที่เกี่ยวกับเรื่องของฮอร์โมนเลปตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมเกี่ยวกับเรื่องของการรับประทานอาหาร
00:05:08 → 00:05:11ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราลดไม่ได้
00:05:12 → 00:05:16หรือบางทีมันเป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจก็มีเหมือนกัน
00:05:16 → 00:05:16ต้อง
00:05:16 → 00:05:18ต้องกิน
00:05:18 → 00:05:22เครียดกิน เหนื่อยกิน เศร้ากิน ทุกอย่าง
00:05:22 → 00:05:26เพราะฉะนั้นเราต้องมารักษาหรือว่ากำจัดจุดอ่อนค่ะ
00:05:26 → 00:05:31เราจะลดความอ้วนหรือว่ากำจัดไอเจ้าโรคอ้วนเนี่ยออกไปได้ยังไงบางคะคุณหมอค่ะ
00:05:31 → 00:05:31ทำได้หลายอย่าง
00:05:31 → 00:05:32ค่ะ
00:05:32 → 00:05:33คุมอาหาร
00:05:33 → 00:05:37เราอาจจะเลือกวิธี IF ก็ได้ก็คือการคุมอาหารโดยการอดอาหาร
00:05:37 → 00:05:43ซึ่งก็จะมีผลดีหลายๆอย่างกับร่างกายลดการอักเสบของร่างกายช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล
00:05:43 → 00:05:48ไขมัน หรือถ้าสมมุติไม่ชอบ IF ก็อาจจะดูปริมาณอาหารที่ทาน
00:05:48 → 00:05:52แคลอรี่ที่ทานก็คืออย่างให้แคลอรี่ที่เรารับประทานหรือพลังงานที่เรารับประธานเข้าไป
00:05:52 → 00:05:54มันสูงกว่าในพลังงานที่เราใช้
00:05:54 → 00:05:55ค่ะ
00:05:55 → 00:06:01เราอาจจะต้องมีการควบคุมปริมาณพลังงานยกตัวอย่างเช่นถ้าในกลุ่มของผู้หญิง
00:06:01 → 00:06:06ปริมาณของพลังงานที่เราต้องการต่อวันน้อยกว่าผู้ชายผู้หญิงก็ประมาณสัก1,200-1,500
00:06:06 → 00:06:07ค่ะ
00:06:07 → 00:06:09ผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 1,500 -1,800
00:06:09 → 00:06:14เราก็ต้องพยายามควบคุมอย่ารับประทานให้มันเกินแล้วก็พยายามลดกลุ่มที่เป็นอาหารอักเสบ
00:06:14 → 00:06:18อ้วนมาพร้อมกับการอักเสบอยู่เสมอเลยนะ
00:06:18 → 00:06:22อีกอันนึงก็จะเป็นเรื่องของการออกกำลังกายพยายามให้มันมีแอคทิวิตี้ตลอดเวลา
00:06:22 → 00:06:22ค่ะ
00:06:22 → 00:06:30หรือคุณต้องออกกำลังกายอย่างน้อยก็ต้อง3ถึง5วัน คือถ้าจะลดน้ำหนักต้อง5วันและเกิน 1ชั่วโมง
00:06:30 → 00:06:35เพื่อจะให้มีการเบิร์นมีการเผาผลาญทั้งออกกำลังกายที่เป็นแอโรบิคควบคู่ไป
00:06:35 → 00:06:38การออกกำลังกายที่เป็นการสร้างกล้าม
00:06:38 → 00:06:39ค่ะ
00:06:39 → 00:06:42สร้างกล้ามเนื้อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขึ้นมานะคะ
00:06:42 → 00:06:49นอกจากนี้แล้วคุณอาจจะต้องมีวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายๆอย่าง อย่างเช่นจัดการกับเรื่องของความเครียด
00:06:50 → 00:06:57ที่เกิดขึ้นหรือบางทีถ้าไม่จัดการความเครียดไม่เป็นก็นอนไม่หลับก็ส่งผลทำให้มีการสร้าง
00:06:57 → 00:07:02ฮอร์โมนคอร์ติซอลฮอร์โมนสร้างความเครียดก็ทำให้มีการสะสมไขมันเพิ่มขึ้น
00:07:02 → 00:07:06หรือเวลาที่เราเครียดก็ส่งผลต่อฮอร์โมนตัวอื่นๆในร่างกาย
00:07:06 → 00:07:14ฮอร์โมนไม่ได้ทำงานตัวเดียวก็ทำให้เกิดการทำงานของเมตาบอลิซึมที่ผิดปกติคุณก็อ้วนได้
00:07:14 → 00:07:20หรือบางทีถ้าจำเป็นอาจจะต้องใช้ยาช่วยในการลดความอ้วนก็ปรึกษาแพทย์เลย
00:07:20 → 00:07:21ค่ะ
00:07:21 → 00:07:26เพราะแพทย์เขาก็จะต้องตรวจเลือดก่อนตรวจร่างกายก่อนท้ายที่สุดจริงๆแล้วถ้าจำเป็นจริงๆ
00:07:26 → 00:07:34ก็อาจจะต้องไปสู่ถึงกลุ่มพวกการผ่าตัดต่างๆเช่นอาจจะมีการส่องกล้องใส่บอลลูนก็ช่วยได้นะคะ
00:07:34 → 00:07:38หรือบางทีอาจจะทำตัดกระเพาะอะไรไปถึงขนาดนั้นคือถ้าคุณอ้วนมากจริงๆ
00:07:38 → 00:07:45แล้วคุณเกิดเขาเรียกว่าโรคทั้งหลายที่เป็นโรคผลแทรกซ้อนจากโรคอ้วนก็อาจจะพิจารณา
00:07:46 → 00:07:51นั้นก็คือหลากหลายวิธีที่จะสามารถช่วยลดน้ำหนักลดความอ้วนได้
00:07:51 → 00:07:57แต่มีอยู่วิธีนึงซึ่งคุณหมอเอามาตั้งเป็นหัวข้อในวันนี้คือการใช้แบคทีเรียรักษาโรคอ้วน
00:07:57 → 00:08:00รับรองว่าหลายๆคนจะยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
00:08:00 → 00:08:01งง รักษาได้ยังไง
00:08:01 → 00:08:05นั้นนะสิค่ะจะเป็นยังไงพักสักครู่เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาติดตามกันนะคะ
00:08:05 → 00:08:07ช่วงที่2 ของหมอชวนคุยนะคะช่วงนี้ของเรา
00:08:07 → 00:08:12สนับสนุนโดยออติซินผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:08:12 → 00:08:16กลับมาที่เรื่องของแบคทีเรียรักษาโรคอ้วนนะคะคุณหมอ
00:08:16 → 00:08:21แล้วแบคทีเรียตัวที่คุณหมอพูดมันคือแบคทีเรียตัวไหนยังไงอะคะคุณหมอ
00:08:21 → 00:08:26คือจริงๆแล้วหมอว่าคนเนี่ยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแบคทีเรียมันมีประโยชน์
00:08:26 → 00:08:32พอเราพูดถึงเชื้อโรคแบคทีเรียก็ต้องไม่ดีจริงๆแล้วไม่ใช่
00:08:32 → 00:08:33ค่ะ
00:08:33 → 00:08:38เพราะในร่างกายมนุษย์ผิวหนังเองก็มีแบคทีเรียอยู่ในลำไส้ก็มีแบคทีเรียอยู่
00:08:38 → 00:08:41เขามีแบคทีเรียประจำถิ่นของเขาที่เป็นแบคทีเรียเจ้าถิ่น
00:08:41 → 00:08:41ค่ะ
00:08:41 → 00:08:46ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ดีแบคทีเรียเจ้าถิ่นยังทำหน้าที่เหมือนทหารคุณแนน
00:08:46 → 00:08:54เป็นทหารที่ช่วยในการปกป้องร่างกายจาการบุกรุกจากพวกเชื้อโรคต่างๆจากภายนอก
00:08:54 → 00:08:58หรือสารพิษต่างๆที่มันผ่านเข้ามาในลำไส้
00:08:58 → 00:09:04นั้นก็คือสาเหตุที่มันถึงเอามาช่วยเอามารักษาโรคได้หลายๆอย่างไม่ใช่แต่โรคอ้วนอย่างเดียว
00:09:04 → 00:09:11มันยังไปช่วยในการลดภาวะโรคอื่นๆอย่างเช่นโรคหัวใจ หลอดเลือด โรคเบาหวานได้หมด
00:09:11 → 00:09:11ค่ะ
00:09:11 → 00:09:17เพราะว่าอะไรเพราะว่าเมื่อระบบร่างกายดีมีการย่อยดีดูดซึมดี
00:09:17 → 00:09:25สิ่งที่ตามมาก็คือร่างกายจะมีการอักเสบลดลงลดภาวะโรคที่มากับการอักเสบของร่างกาย
00:09:25 → 00:09:32อย่างเช่นภาวะดื้ออินซูลินอย่างเช่นโรคกึ่งโรคอ้วนร่างกายสามารถย่อยอาหารได้ดีขึ้น
00:09:32 → 00:09:39ถูกนำไปใช้ได้ดีขึ้นพลังงานส่วนที่จะเอาไปเหลือเก็บสะสมอยู่ในรูปไขมันร่างกายมันก็น้อยลง
00:09:39 → 00:09:41ถ้าเรามีแบคทีเรียที่ดีเยอะ
00:09:41 → 00:09:41ค่ะ
00:09:41 → 00:09:48แต่ถ้าเรามีแบคทีเรียตัวที่ไม่ดีเยอะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมันจะเร่งความอ้วน
00:09:48 → 00:09:53คือเขามีการศึกษาเขาพบเลยว่ากลุ่มคนที่อ้วนไม่อ้วนแบคทีเรียไม่เหมือนกัน
00:09:53 → 00:10:00กลุ่มคนที่อ้วนมันจะมีแบคทีเรียตัวที่ไม่ดีอยู่เยอะเวลาที่รับประทานอาหารเข้าไปมันจะย่อยอาหาร
00:10:00 → 00:10:03น้อยลงดูดซึมสิ่งที่ดีได้น้อยลงก็จะเหลือ
00:10:03 → 00:10:08ก็ถูกไปกักเก็บไว้เป็นไขมันในร่างกายก็ทำให้เกิดโรคอ้วน
00:10:08 → 00:10:16นอกจากนี้การเสียสมดุลของแบคทีเรียในโรคอ้วนคนที่เป็นโรคอ้วนมักจะพบว่ามีการเสียสมดุล
00:10:16 → 00:10:18ของแบคทีเรียร่วมด้วย
00:10:18 → 00:10:24เขาจะมีแบคทีเรียตัวร้ายหรือแบคทีเรียก่อการร้ายเพิ่มจำนวนมากขึ้นแบคทีเรียที่ก่อการร้าย
00:10:24 → 00:10:28คือมันไม่ได้อยู่เฉยๆคุณแนนมันปล่อยสารพิษออกมาด้วยเขาเรียกว่าสารEndotoxin
00:10:28 → 00:10:30ที่มาจาดเชื้อแบคทีเรีย
00:10:30 → 00:10:35แล้วก็ทำให้เกิดการอักเสบคือคนชอบบอกอักเสบอะไรไม่เห็นมีอะไรเลย
00:10:35 → 00:10:35ค่ะ
00:10:35 → 00:10:43พวกนนี้เป็นการอักเสบในระดับเซลล์สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมันทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น
00:10:43 → 00:10:47ทำให้ร่างกายมีการเก็บสะสมไขมันมากขึ้นแล้วมันทำให้อ้วน
00:10:47 → 00:10:54และนี้คือสาเหตุของมันว่าทำไมคนที่มีแบคทีเรียไม่ดีเยอะถึงอ้วน
00:10:55 → 00:11:01พอฟังคุณหมอปุ๊บก็อยากจะแบบให้มีแบคทีเรียตัวดีเยอะๆเราทำได้ไหมคะคุณหมอ
00:11:01 → 00:11:05จริงๆแล้วง่ายสุดก็คือจัดอาหารเสริมเลย
00:11:05 → 00:11:05ค่ะ
00:11:05 → 00:11:11กินไบโอติกส์เข้าไปพวกนี้ก็จะมีปริมาณอาหารเสริมมีมัลติสเตทอะไรเยอะแยะไปหมดเลย
00:11:11 → 00:11:16มีปริมาณที่สูงแตกต่างกันมีทั้งแบบที่เป็นแบคทีเรียที่ไม่ไลฟ์ก็มี
00:11:16 → 00:11:20แบคทีเรียที่เป็นไลฟ์หมายถึงว่าสมมุติคุณทานแบคทีเรียไปวันนี้อีก7วัน
00:11:20 → 00:11:25คุณมาตรวจดูพบแบคทีเรียอันนี้ยังเป็นอยู่อันนี้ก็คือเป็นกลุ่มของโพรไบโอติก
00:11:25 → 00:11:32ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยตัวโพรไบโอติกที่รับประทานเข้าไปถ้าจะให้ดีมันควรจะมีพรีไบโอติกด้วย
00:11:32 → 00:11:37พรีไบโอติกก็จะเป็นกลุ่มพวกไฟเบอร์ต่างๆงั้นถ้ามันได้ Combine หรือได้อยู่ด้วยกัน
00:11:37 → 00:11:44มันก็จะช่วยทำให้การอยู่ของแบคทีเรียตัวดีในลำไส้มันมีชีวิตอยู่รอดได้มากกว่า
00:11:44 → 00:11:48แล้วก็ไปช่วยในเรื่องของเมตาบอลิซึมของร่างกายได้ดีกว่า
00:11:49 → 00:11:53จริงๆเขามีการศึกษาถ้าอย่างงั้นถ้าฉันได้แบคทีเรียมาจากนม
00:11:53 → 00:11:59นมหมักก็คือโยเกิร์ตเทียบกับแคปซูลแล้วก็ให้คนไข้ทานไป
00:11:59 → 00:12:04เขาพบว่าการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในร่างกายจริงๆแล้วเนี่ย
00:12:04 → 00:12:08ถ้าเราได้แบบที่มาจากโยเกิร์ตที่เราทำเอง
00:12:08 → 00:12:09ค่ะ
00:12:09 → 00:12:14จริงๆแล้วมันมีการอยู่รอดมากกว่าแบบที่เป็นแคปซูล
00:12:14 → 00:12:14ค่ะ
00:12:14 → 00:12:18นอกเหนือจากตัวโพรไบโอติกซึ่งทานคู่กับพรีไบโอติกดีแล้วเนี่ย
00:12:18 → 00:12:24พรีไบโอติกตัวเดียวคุณแนนคือจริงๆแล้วก็สามารถที่จะช่วยในการดูแลสุขภาพได้
00:12:24 → 00:12:28เพราะว่าอย่าลืมว่าพรีไบโอติกมันคือไฟเบอร์มันคือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
00:12:28 → 00:12:28ค่ะ
00:12:28 → 00:12:34เขามีการศึกษาในกลุ่มคนไข้500กว่าคนที่เป็นโรคอ้วน
00:12:34 → 00:12:40ก็คือมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า25แล้วก็พบว่าให้คนไข้ทานพวกไฟเบอร์หรือพรีไบโอติก
00:12:41 → 00:12:48พบว่ามันสามารถจะลดคลอเรสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์ ลดไขมันตัวที่ไม่ดีในร่างกาย
00:12:48 → 00:12:49ค่ะ
00:12:49 → 00:12:54นอกจากนี้แล้วเขายังมีการศึกษาอีกในคนไข้600กว่าคนคนไข้ที่เป็นเบาหวาน
00:12:54 → 00:13:00พบว่ามันมีการลดลงของน้ำตาลสะสมในกลุ่มคนไข้เหล่านี้ด้วย
00:13:00 → 00:13:09แล้วก็มีการศึกษาอีกในคนไข้หลายๆงานวิจัยดูใน15งานวิจัยคนไข้เกือบพันคนคุณแนน
00:13:09 → 00:13:16800กว่าคนพบว่าในโพรไบโอติกพรีไบโอติกมันสามารถที่จะช่วยลดดัชนีมวลกาย
00:13:16 → 00:13:22ลดเส้นรอบเอว ลดแคลเลตเตอลอน ลดLDL
00:13:22 → 00:13:22ค่ะ
00:13:22 → 00:13:24แต่ว่าจริงๆน้ำหนักลดน้อย
00:13:24 → 00:13:24ค่ะ
00:13:24 → 00:13:27ที่แน่ๆสุขภาพของคุณดีขึ้นแน่นอน
00:13:27 → 00:13:27ดีขึ้น
00:13:27 → 00:13:28ใช่
00:13:28 → 00:13:28ค่ะ
00:13:28 → 00:13:36มีการศึกษาเพิ่มเติมเขาก็พบว่าตัวแคลเลตเตอลอนกับLDLที่ลดเยอะมาจากการทานนมหมัก
00:13:36 → 00:13:37หรือโยเกิร์ต
00:13:37 → 00:13:37ค่ะ
00:13:37 → 00:13:40มากกว่าการลดลงที่มาจากแคปซูล
00:13:40 → 00:13:44คือจริงๆแล้วมาจากธรรมชาติดีกว่าแต่นั้นหมายความว่าคุณจะต้อง
00:13:44 → 00:13:481ทำเองและเพราะมันจะต้องเป็นแบคทีเรียที่มีชีวิต
00:13:48 → 00:13:50มันต้องเป็นแบคทีเรียที่มีชีวิตแล้วคุณจะต้องไม่แพ้นม
00:13:50 → 00:13:53แล้วก็แบคทีเรียต้องมีมากกว่า1สเตรน
00:13:54 → 00:14:03ซึ่งจริงๆจะเห็นว่าแบคทีเรียในลำไส้ถ้าเรามีตัวที่ดีแบคทีเรียเจ้าถิ่นดีอยู่ในจำนวนที่มากพอ
00:14:03 → 00:14:04ค่ะ
00:14:04 → 00:14:09พร้อมกับมีอาหารของมันคือไฟเบอร์มันช่วยลดโรคได้เยอะมาก
00:14:09 → 00:14:10ค่ะ
00:14:10 → 00:14:12สิ่งที่ควรจะดีขึ้นก็คือผลเลือด
00:14:12 → 00:14:13ค่ะ
00:14:13 → 00:14:14ไขมันในช่องท้อง
00:14:14 → 00:14:20คือมาร์คเกอร์ต่างๆที่มันเป็นตัวบอกการอักเสบในหลอดเลือดต่างหากหรือเป็นการบอกการอักเสบ
00:14:20 → 00:14:23ในร่างกายต่างหากนี้คือเป็นตัวบอกว่าดีขึ้น
00:14:23 → 00:14:27นี้แหละค่ะวันนี้ได้ความรู้อัดแน่นอีกแล้วคุณหมอค่ะ
00:14:27 → 00:14:34ถ้าคุณอยากจะรักษาโรคอ้วนหรือว่าช่วยทำให้น้ำหนักคุณลดลงการเติมแบคทีเรียตัวดีเข้าไป
00:14:34 → 00:14:40ช่วยได้นะคะจากหลากหลายงานวิจัยที่คุณหมอค้นหามาแล้วก็มาเล่าให้เราฟังในวันนี้นะคะ
00:14:40 → 00:14:47หวังว่าครั้งหน้ากลับมาดูรายการทุกคนจะมีน้ำหนักที่ลดลง รูปร่างที่ดีขึ้นแล้วก็สุขภาพที่ดีขึ้น
00:14:47 → 00:14:51แล้วก็ก่อนจากกันฝากเอาไว้อีกหนึ่งช่องทางในการรับชมเรานะคะคุณหมอ
00:14:51 → 00:14:54ยูทูปชาแนลตั้งใจทำ
00:14:54 → 00:14:54Subscribe
00:14:54 → 00:14:57ใช่เพื่อให้ทุกคนได้ดูย้อนหลังกันนะคะ
00:14:57 → 00:14:59Subscribe มาเลยเสิร์ชชื่อรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:14:59 → 00:15:02วันนี้หมดเวลาแล้วคุณหมอและแนนลาไปก่อนค่ะ
00:15:02 → 00:15:03สวัสดีค่ะ