00:00:00 → 00:00:03Single Being podcast about Living
00:00:03 → 00:00:07your Best Single Life โดยหมอผิง
00:00:07 → 00:00:12แพทย์หญิงธิดารุจิพัฒนกุล
00:00:12 → 00:00:15What Are Healthy diets นะคะอาหารที่
00:00:15 → 00:00:18กินแล้วดีต่อสุขภาพเนี่ยจริงๆมันคืออะไร
00:00:18 → 00:00:20ซึ่งต้องยอมรับว่ามันเป็นคำถามที่เวลาเรา
00:00:20 → 00:00:23ถามไปนะมันเหมือนจะง่ายแต่ยากเพราะว่าแต่
00:00:23 → 00:00:26ละคนเก็มักจะให้คำตอบไม่ค่อยเหมือนกันนะ
00:00:26 → 00:00:28คะถามหมอแต่ละคนยังอาจจะพูดไม่เหมือนกัน
00:00:28 → 00:00:30เลยด้วยซ้ำยิ่งถ้าเกิดไปฟังแบบแพลตฟอร์ม
00:00:30 → 00:00:32ต่างๆในโซเชียลมีเดียต่างๆนะคะก็เอ๊ะมัน
00:00:32 → 00:00:35ก็มีหลายสูตรเหลือเกินนะสรุปว่าอะไรกัน
00:00:35 → 00:00:37แน่ที่มันดีหรือไม่ดีนะคะเรามาฟังคำตอบ
00:00:37 → 00:00:41ของ Who นะซึ่งก็ถือว่าเป็นสถาบันที่เรา
00:00:41 → 00:00:43น่าจะเชื่อถือได้นะฟังดูว่าเขาแนะนำว่า
00:00:43 → 00:00:46อย่างไรนะคะซึ่งอันเนี้ยมาจาก Statement
00:00:46 → 00:00:50ที่เขาออกมาเมื่อตุลาคม
00:00:50 → 00:00:542024 ดีที่อยู่
00:00:54 → 00:00:57[เพลง]
00:00:57 → 00:01:00เดียวสวัสดีค่ะคุณกำลังอยู่กับหมอผิง
00:01:00 → 00:01:04แพทย์หญิงธาการรุจิพัฒนากุลและ Single be
00:01:04 → 00:01:07พแสที่อยากให้คุณสนุกแล้วก็มีความสุขทุกๆ
00:01:07 → 00:01:09ครั้งที่ฟังนะคะแล้วก็อยากให้คุณยิ่งฟัง
00:01:09 → 00:01:12แล้วก็ยิ่งสุขภาพดีด้วยทั้งสุขภาพกาย
00:01:12 → 00:01:15สุขภาพใจนะคะดังนั้นวันนี้ค่ะก็จัดว่ายัง
00:01:16 → 00:01:18เป็น EP ต้นๆของปี 2025 นะคะหมอเชื่อว่า
00:01:18 → 00:01:21หลายๆคนเนี่ยปีใหม่ส่วนใหญ่เราก็จะอยากมี
00:01:21 → 00:01:24แบบความตั้งใจที่จะสุขภาพดีขึ้นใช่ไมมคะ
00:01:24 → 00:01:27บางคนอาจจะตั้งใจว่าปีนี้จะออกกำลังตั้ง
00:01:27 → 00:01:31ใจว่าปีนี้จะลดพุงให้ได้ได้หรือเราจะไป
00:01:31 → 00:01:34full มาราธอนหรืออะไรก็ตามแต่สำหรับคน
00:01:34 → 00:01:36ที่ตั้งใจว่าปีเนี้ยอยากจะสุขภาพดีขึ้น
00:01:36 → 00:01:40อยากจะกินให้ดีขึ้นต้องฟัง EP นี้เลยค่ะ
00:01:40 → 00:01:44เพราะว่าวันเหมอจะมาพูดให้ฟังนะคะถึงคำ
00:01:44 → 00:01:47ตอบของคำถามคลาสสิคเลยว่าจริงๆแล้วเนี่ย
00:01:47 → 00:01:49What Are Healthy diets นะคะอาหารที่
00:01:49 → 00:01:52กินแล้วดีต่อสุขภาพเนี่ยจริงๆมันคืออะไร
00:01:52 → 00:01:55ซึ่งต้องยอมรับว่ามันเป็นคำถามที่เวลาเรา
00:01:55 → 00:01:58ถามไปนะมันเหมือนจะง่ายแต่ยากเพราะว่าแต่
00:01:58 → 00:02:00ละคนเก็มักจะให้คำตอบไม่ค่อยเหมือนกันนะ
00:02:00 → 00:02:03คะถามหมอแต่ละคนยังอาจจะพูดไม่เหมือนกัน
00:02:03 → 00:02:05เลยด้วยซ้ำยิ่งถ้าเกิดไปฟังแบบแพลตฟอร์ม
00:02:05 → 00:02:07ต่างๆในโซเชียลมีเดียต่างๆนะคะก็เอ๊ะมัน
00:02:07 → 00:02:10ก็มีหลายสูตรเหลือเกินนะสรุปว่าอะไรกัน
00:02:10 → 00:02:12แน่ที่มันดีหรือไม่ดีนะคะซึ่งหมอเชื่อว่า
00:02:12 → 00:02:15วันเนี้ยเรามาฟังคำตอบของ Who นะซึ่งก็
00:02:15 → 00:02:18ถือว่าเป็นสถาบันที่เราน่าจะเชื่อถือได้
00:02:18 → 00:02:21นะฟังดูว่าเา้าแนะนำว่าอย่างไรนะคะซึ่ง
00:02:21 → 00:02:24อันเนี้ยมาจาก Statement ที่เขาออกมา
00:02:24 → 00:02:27เมื่อตุลาคม 2024 นะคะถึงว่าการกินอาหาร
00:02:27 → 00:02:30ให้ดีกับสุขภาพเนี่ยควรกินอย่างไรซึ่งหมอ
00:02:30 → 00:02:32อ่านมาแล้วทั้งหมดเลยเนี่ยหมอว่ามันค่อน
00:02:32 → 00:02:34ข้างสรุปได้ดีแล้วก็เข้าใจง่ายนะคะก็เลย
00:02:34 → 00:02:36อยากจะมาเล่าให้ฟังต้องบอกก่อนว่าใน
00:02:36 → 00:02:38เรื่องของอาหารเนี่ยมันเป็นเรื่องที่ชวน
00:02:38 → 00:02:41ให้เราสับสนนะอย่างถ้าเกิดตอนเด็กๆเลย
00:02:41 → 00:02:43เวลาเราเรียนคุณผู้ฟังจำได้มยเวลาเรา
00:02:43 → 00:02:46เรียนเนี่ยมันจะมีพีระมิดอาหารตอนเด็กๆนะ
00:02:46 → 00:02:47หรือว่ามีธง
00:02:47 → 00:02:51โภชนาการซึ่งตอนเด็กเราก็ถูกสอนมาว่าโอเค
00:02:51 → 00:02:54กินให้ดีก็คือแบบต้องมีกินแป้ง 8-12
00:02:54 → 00:02:58ทัพพีต่อวันกินผัก 4-6 ทัพพีต่อวันกิน
00:02:58 → 00:03:03ผลไม้ 3-5 ผลกินเนื้อสัตว์ซึ่งเขาก็ไม่
00:03:03 → 00:03:04ได้บอกว่าต้องเป็นเนื้ออะไรแต่ว่าก็คือ
00:03:04 → 00:03:08ต้องกินเนื้อสัตว์ 6-12 ช่อนโต๊ะแล้วก็นม
00:03:08 → 00:03:111-2 แก้วนะอันเนี้ยก็คือเป็นธงโภชนาการ
00:03:11 → 00:03:14ที่พวกเราเรียนกันตอนเด็กๆบอกว่าเอาจริงๆ
00:03:14 → 00:03:17มันเข้าใจยากนะมันเข้าใจยากเพราะว่าคือพอ
00:03:17 → 00:03:20บอกเนื้อสัตว์ 6-12 ช้อนโต๊ะเนี่ยมันก็
00:03:20 → 00:03:23ไม่ค่อยเข้าใจใช่มั้ยคะแล้วก็ผาก 4-6
00:03:23 → 00:03:26ทับพีมันก็นึกภาพไม่ค่อยออกนะหมอก็เลยรู้
00:03:26 → 00:03:28สึกว่าโอเคเราก็คงเกิดความสับสนกันมาตั้ง
00:03:28 → 00:03:30แต่เด็กๆแล้วนะแล้วพอโตมาเนี่ยการที่ข้อ
00:03:30 → 00:03:33มูลการกินอาหารเี่มันสับสนมันยากก็เพราะ
00:03:33 → 00:03:36ว่าเราเองยังไม่ได้เข้าใจทั้งหมดในกระบวน
00:03:36 → 00:03:40การของว่าการกินเข้าไปแล้วอ่ะมันไปก่อโรค
00:03:40 → 00:03:42อย่างไรหรือว่ามันไปลดความเสี่ยงโรคยังไง
00:03:42 → 00:03:45เอาจริงๆทุกวันนี้เรายังไม่ได้เข้าใจทุก
00:03:45 → 00:03:48อย่าง 100% มันเป็นการพยายามหาความเกี่ยว
00:03:48 → 00:03:52เนื่องกันมากกว่านะคะซึ่งตรงเมันก็เลยมี
00:03:52 → 00:03:54ความสับสนอยู่เยอะแต่วันเนี้ยเดี๋ยวเราจะ
00:03:54 → 00:03:57มาคลายความสับสนกันโดยหลักการที่ Who บอก
00:03:57 → 00:04:00ว่าโอเคถ้าคุณอยากจะกินให้สุขภาพนะคะมัน
00:04:00 → 00:04:04ก็จะมีหลักอยู่ 4 อย่าง 1 ก็คือกินให้
00:04:05 → 00:04:08เพียงพอหรือว่า adequate 2 ก็คือกินให้
00:04:08 → 00:04:13มันสมดุลหรือว่า Balance 3 ก็คือเลี่ยง
00:04:13 → 00:04:15หรือว่าลดไอ้สิ่งที่มันกินแล้วไม่ดีกับ
00:04:15 → 00:04:17ร่างกายนะคหรือว่าเใช้คำว่า moderate นะ
00:04:17 → 00:04:20คะแล้วก็ 4 คือกินให้หลากหลายก็คือมี
00:04:20 → 00:04:24diverse นะคะ diversity ทีนี้เรามาดูคำ
00:04:24 → 00:04:27แรกก่อนหลักการแรกที่บอกว่ากินให้เพียงพอ
00:04:27 → 00:04:30หรือว่า adequate เนี่ยเขาก็บอกว่าว่ามัน
00:04:30 → 00:04:35จะต้องคำนึงถึงอายุเพศขนาดร่างกายกิจกรรม
00:04:35 → 00:04:39ทางกายแล้วก็โรคประจำตัวต่างๆนะคะคือเรา
00:04:39 → 00:04:41จะต้องกินให้พลังงานเนี่ยเพียงพอกับความ
00:04:42 → 00:04:44ต้องการหรือความพอดีของร่างกายซึ่ง
00:04:44 → 00:04:46ปัจจุบันมันก็ง่ายเนาะคือมันก็จะมี
00:04:46 → 00:04:49เว็บไซต์ต่างๆที่คำนวณเรียกว่า Calories
00:04:49 → 00:04:52requirement ของเราโดยให้เราแค่ใส่อายุ
00:04:52 → 00:04:55ใส่เพศใส่กิจกรรมทางร่างกายลงไปเค้าก็จะ
00:04:55 → 00:04:58คำนวณออกมาให้นะคะอันเนี้ยก็คือกินให้
00:04:58 → 00:05:01เพียงพอไม่ใช่เพียงพอแค่ในแง่ของแคลอรี
00:05:01 → 00:05:03แต่ว่าเพียงพอในแง่สารอาหารด้วยเพราะว่า
00:05:03 → 00:05:05ร่างกายเราอ่ะมันไม่ได้สามารถที่จะ
00:05:05 → 00:05:08สังเคราะห์นู่นนี่เองได้ร่างกายเรา
00:05:08 → 00:05:10ต้องการสารอาหารเข้าไปนะโดยเฉพาะพวกกรด
00:05:10 → 00:05:14อะมิโนจำเป็นนะคะกรดไขมันที่จำเป็นแล้วก็
00:05:14 → 00:05:17วิตามินกับแร่ทธาต่างๆพอเราบอกว่าเออกิน
00:05:17 → 00:05:20ให้เพียงพออย่าให้ขาดอาหารเนี่ยหลายคนก็
00:05:20 → 00:05:23อาจจะคิดว่าโอ้โหพูดถึงขาดอาหารก็จะนึก
00:05:23 → 00:05:26ถึงว่าน่าจะต้องแบบเด็กที่อาจจะเติบโตมา
00:05:26 → 00:05:29ในครอบครัวที่ลำบากไม่มีอาหารรับประทาน
00:05:29 → 00:05:31หรืออะไรแต่จริงๆมันไม่ใช่นะคะจริงๆหมอ
00:05:31 → 00:05:35บอกเลยว่าคนไข้บางคนที่มาพบหมอแล้วก็จริง
00:05:35 → 00:05:39ๆก็คือเป็นคนไม่ได้มีฐานะยากจนอะไรแต่ว่า
00:05:39 → 00:05:42เป็นคนไม่กินผักเลยอย่างเงี้ยไม่กินผลไม้
00:05:42 → 00:05:44เลยอย่างเงี้ยก็เจอที่ขาดวิตามินซีก็มีนะ
00:05:45 → 00:05:47คะหรือว่าอีกอันนึงที่เจอบ่อยเลยก็คือขาด
00:05:47 → 00:05:50วิตามินดีก็คือเป็นคนไม่ค่อยออกแดดหมอเอง
00:05:50 → 00:05:53ก็เกือบขาดเพราะวิตามินดีเนี่ยส่วนใหญ่นะ
00:05:53 → 00:05:55มันก็จะต้องเจอแดดใช่มั้ยร่างกายก็จะ
00:05:55 → 00:05:58สร้างได้นะคะแล้วก็ในอาหารก็จะมีในพวกนม
00:05:58 → 00:06:00อะไรอย่างเงี้ยทีเนี้ยเนี่ยหมอเองก็ไม่
00:06:00 → 00:06:02ค่อยถูกแดดก็เกือบๆขาดเหมือนกันนะแล้วก็
00:06:02 → 00:06:05เจอคนไข้ที่ขาดวิตามินดีบ่อยครั้งนะคะดัง
00:06:05 → 00:06:08นั้นเนี่ยพยายามโฟกัสให้ดีแล้วก็เมื่อไม่
00:06:08 → 00:06:11นานมาเนี้ยได้ข่าวกันมที่มีข่าวในเรื่อง
00:06:11 → 00:06:15ของ influencer ที่เป็น wean ท่านนึงนะคะ
00:06:15 → 00:06:18ซึ่งเขาเป็นแบบวนสายแข็งมากๆเลยเป็น Raw
00:06:18 → 00:06:20wean นะคะเป็น influencer ต่างชาติเนาะ
00:06:20 → 00:06:24เขาคก็กินแค่ผลไม้อย่างเดียวเป็นเวลาต่อ
00:06:24 → 00:06:26เนื่องกันหลายปีแล้วสุดท้ายก็มีปัญหาใน
00:06:26 → 00:06:29เรื่องของสุขภาพนะและเสียชีวิตไปก็จะเห็น
00:06:29 → 00:06:31ได้ว่าจริงๆแล้วเนี่ยถ้าเรากินแบบสุดโต่ง
00:06:31 → 00:06:35บางอย่างนะคะหรือว่าไม่ดูแลว่าเอ๊ะเราจะ
00:06:35 → 00:06:38ขาดสารอาหารประเภทไหนมมันก็มีโอกาสเสียง
00:06:38 → 00:06:40ที่จะขาดได้นะคะดังนั้นข้อที่ 1 คือกิน
00:06:40 → 00:06:42ให้เพียงพอข้อที่ 2 กินให้สมดุลข้อนี้ก็
00:06:43 → 00:06:45สำคัญนะคะเพราะว่าหลายๆคนเนี่ยอาจจะกิน
00:06:45 → 00:06:49แบบสุดโต่งไปโปรตีนสูงมากหรือขาบสูงมาก
00:06:49 → 00:06:51หรืออะไรก็ตามซึ่งอันนี้มันคือความไม่
00:06:51 → 00:06:56สมดุลสัดส่วนที่สมดุลที่แนะนำนะคะก็คือ
00:06:56 → 00:07:01โปรตีน 10-15 per ไขมัน 15 ถ 30% ขาบนะ
00:07:01 → 00:07:07หรือว่าแป้งเนี่ย
00:07:07 → 00:07:1145-70 เพของทั้งหมดนะคะทีนี้ถ้าเรามาแตก
00:07:11 → 00:07:15ดูเนี่ยโปรตีนเขาก็แนะนำว่าโอเคควรจะกิน
00:07:15 → 00:07:18ให้พอดีคือ 10-15 per ทีนี้บอกว่าบางที
00:07:18 → 00:07:20ที่หมอได้ยินบ่อยๆเนี่ยบางคนนเนี่ยเข้าใจ
00:07:20 → 00:07:23ว่าโปรตีนเนี่ยคือดีซึ่งมันดีจริงแต่หมาย
00:07:23 → 00:07:25ถึงว่าดีจนกิินเท่าไหร่ก็ได้หรือว่ากิน
00:07:25 → 00:07:27โปรตีนเยอะๆอ่ะดีแต่จริงๆแล้วอ่ะการกิน
00:07:27 → 00:07:30ที่มันมากเกินความต้องการของร่างกายเนี่ย
00:07:30 → 00:07:32มันก็ไปเป็น buren มันก็ไปเป็นภาระของ
00:07:32 → 00:07:34ร่างกายเหมือนกันโดยเฉพาะไตที่จะต้องทำ
00:07:34 → 00:07:37งานหนักนะคะดังนั้นเนี่ยกินแต่พอดีก็คือ
00:07:37 → 00:07:4010 -15% ของ Total แอีทั้งหมดของเรานะ
00:07:40 → 00:07:43คะแล้วก็พยายามเน้นโปรตีนดีคือโปรตีนจาก
00:07:43 → 00:07:45พวกปลาอาหารทะเลนะคะแล้วก็ Plant Base
00:07:45 → 00:07:48เลยอันเนี้ย Who เขียนใน statement เลย
00:07:48 → 00:07:51ว่าพยายามที่จะทาน Plant Base โปรตีนให้
00:07:51 → 00:07:56มันมากขึ้นดีกว่าต่อมาในเรื่องของไขมันนะ
00:07:56 → 00:07:59คะไขมันเนี่ยเขาคก็จะแตกไปว่าโอเคหลักๆ
00:07:59 → 00:08:01เนี่ยอยากให้กินไขมันที่เป็นไขมันไม่อิ่ม
00:08:01 → 00:08:03ตัวเชิงเดี่ยวซึ่งก็จะมีในพวกน้ำมันมะกอก
00:08:04 → 00:08:06ถั่วอะไรเงี้ยนะคะส่วนไขมันอิ่มตัวซึ่งจะ
00:08:07 → 00:08:10มีในพวกแบบมันหมูเนื้อสัตว์ต่างๆพวกเนี้ย
00:08:10 → 00:08:13พยายามให้ไม่เกิน 10% แล้วก็ไขมันไม่
00:08:13 → 00:08:16หยิ่มตัวเชิงขยายเนี่ย 6-10 per นอกจาก
00:08:16 → 00:08:19นี้นะคะในส่วนของขาบหรือว่าแป้งก็แนะนำ
00:08:19 → 00:08:21ว่าควรกินเป็นแป้งเชิงซ้อนนะคะโดยเฉพาะ
00:08:21 → 00:08:24ผักผลไม้โดยตั้งเป้าเนี่ยเส้นใยอาหารวัน
00:08:25 → 00:08:28นึงเนี่ยควรจะทานให้ได้สัก 25 กรัมนะคะ
00:08:28 → 00:08:31ต่อมาค่ะอันที่ 3 จากสมดุลแล้วนะอันที่ 3
00:08:31 → 00:08:34ก็คือ moderate คือเลี่ยงหรือลดสิ่งที่
00:08:34 → 00:08:37มันไม่ดีกับสุขภาพนะคะอันดับ 1 เลยก็คือ
00:08:37 → 00:08:40เกลือโซเดียมเกลือโซเดียมเนี่ยเขาแนะนำ
00:08:40 → 00:08:43ว่าไม่ควรจะเกินกว่า 2,000 มิลกรัมต่อวัน
00:08:43 → 00:08:47หรือว่าถ้าเทียบเป็นเบซเป็นเกลือเกลือแกง
00:08:47 → 00:08:49ที่เราเอามาทำกับข้าวนี่ก็คือไม่เกิน 5
00:08:49 → 00:08:53กรัมนะคะซึ่งในขณะที่ Who บอกว่าไม่ควร
00:08:53 → 00:08:56กินเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวันใช่มมคะคน
00:08:56 → 00:08:59ไทยกินกี่มิลลิกรัมคะคนไทยกินนะคะอยู่ที่
00:08:59 → 00:09:02ประมาณ 4,000 มกรต่อวันนะคะอันนี้จากข้อ
00:09:02 → 00:09:05มูลที่กรมอนามัยสำรวจมานะคะส่วนในส่วนของ
00:09:05 → 00:09:08น้ำตาลน้ำตาลเนี่ยคือตามหลักการก็คือไม่
00:09:08 → 00:09:12เกิน 10% ของพลังงานทั้งหมดซึ่งถ้าเทียบ
00:09:12 → 00:09:14ง่ายๆเอาเป็นแบบเข้าใจบ้านๆก็คือว่าวัน
00:09:14 → 00:09:18นึงไม่ควรกินเกิน 6 ช้อนชาให้ท้ายค่ะคน
00:09:18 → 00:09:22ไทยสำรวจล่าสุดนะ 2024 กินน้ำตาลประมาณ
00:09:22 → 00:09:26กี่ช้อนชาต่อวันค่ะ 23 ช้อนช้าต่อวันค่ะ
00:09:26 → 00:09:29ถือว่าเยอะพอสมควรเลยนะคะถึงแม้ว่าเราจะ
00:09:29 → 00:09:32พยายามมีพวกการรนณรงคนะคะถึงเรื่องของการ
00:09:32 → 00:09:37รดหวานถึงเรื่องของการมีภาษีน้ำตาลทำให้
00:09:37 → 00:09:39เครื่องดื่มต่างๆเนี่ยแสงน้ำตาลลดลงแต่ก็
00:09:39 → 00:09:42ยังถือว่าคนไทยเังจัดว่ากินน้ำตาลเกิน
00:09:42 → 00:09:44อยู่เยอะนะคะซึ่งไอ้น้ำตาลที่เกินเนี่ย
00:09:44 → 00:09:48มันก็ส่งผลเสียทั้งในแง่ของโรคเบาหวานโรค
00:09:48 → 00:09:52หลอดเลือดหัวใจโรคในกลุ่ม ncd ต่างๆนะคะ
00:09:52 → 00:09:54อ่าแล้วถ้าเกิดสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล
00:09:55 → 00:09:56ล่ะอันเนี้ยมันก็ยังเป็นประเด็นที่มีข้อ
00:09:56 → 00:09:59ขัดแย้งอยู่มากแต่อย่างใน statement ของ
00:09:59 → 00:10:02Who เนี่ยเขาก็ไม่ได้แนะนำถึงเรื่องของ
00:10:02 → 00:10:04การรับประทานพวกสารให้ความหวานทดแทนน้ำ
00:10:04 → 00:10:07ตาลเช่นกันนะคะเพราะว่าโดยหลักฐานณ
00:10:07 → 00:10:09ปัจจุบันที่มีอยู่เนี่ยเพบว่ามันไม่ได้
00:10:09 → 00:10:12ช่วยในเรื่องของการลดความเสี่ยงต่อโรคใน
00:10:12 → 00:10:14กลุ่ม ncd แต่อย่างใดการที่เราเปลี่ยนจาก
00:10:14 → 00:10:16น้ำตาลมาเป็นสารให้ความหวานนะคะดังนั้น
00:10:16 → 00:10:19ถ้าเป็นไปได้ก็คือแนะนำว่าลดการกินหวานไป
00:10:19 → 00:10:21เลยดีกว่าโดยที่ไม่ต้องใช้สารให้ความหวาน
00:10:21 → 00:10:24ตัวแทนด้วยอีกอันนึงที่ Who อยากให้
00:10:24 → 00:10:28เลี่ยงก็คืออาหารแปรรูปหรือ Ultra
00:10:28 → 00:10:32process food นะคะซึ่งอันเนี้ยจริงๆหมอ
00:10:32 → 00:10:35ก็มีพูดถึงเรื่องของตัวการเลี่ยงอาหารแปร
00:10:35 → 00:10:37รูปอยู่ถ้าใครอยากรู้เรื่องอาหารแปรรูป
00:10:37 → 00:10:40ว่ามันคืออะไรบ้างแล้วก็จะเลี่ยงยังไง
00:10:40 → 00:10:44เนี่ยก็ลองไปฟังได้ใน EP ที่ 175 นะคะ
00:10:44 → 00:10:46เนื่องจากว่าอาหารแปรรูปเนี่ยถามว่าทำไม
00:10:46 → 00:10:48ต้องเลี่ยงก็มันก็มีหลายๆหลักฐานที่พบว่า
00:10:48 → 00:10:51มันไปเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในกลุ่ม ncd
00:10:51 → 00:10:54เช่นกันนะคะแล้วก็ Red me หรือว่าเนื้อ
00:10:54 → 00:10:56แดงก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรเลี่ยงโดย
00:10:56 → 00:10:59เฉพาะเนื้อแดงที่ผ่านการแปรรูปก็คือไส้
00:10:59 → 00:11:02กรอกนั่นแหละหรือว่าลูกชิ้นแฮมพวกเนี้ยก็
00:11:02 → 00:11:05จะเป็นเนื้อแดงที่ผ่านการแปรรูปซึ่งถ้า
00:11:05 → 00:11:08จัด classification ของอ่านแปรรูปแล้วก็
00:11:08 → 00:11:10คือเป็น Nova Class Group 4 นะคะซึ่ง
00:11:10 → 00:11:14ไม่ดีกับสุขภาพพบว่าการรับประทานเนื้อแปร
00:11:14 → 00:11:16รูปโดยเฉพาะเนื้อแดงแปลรูปบ่อยๆเนี่ย
00:11:16 → 00:11:18เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เราตายเร็วขึ้น
00:11:18 → 00:11:20เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งโรคหล่อเลือดหัว
00:11:20 → 00:11:23ใจโรคเบาหวานโรคอ้วนนะคะเพราะว่าพวก
00:11:23 → 00:11:25process Red Meat หรือเนื้อแปรรูป
00:11:25 → 00:11:28เหล่าเนี้มักจะเต็มไปด้วยไขมันสูงนะคะน้ำ
00:11:28 → 00:11:32ตาลสูงเกลือสูงแล้วก็มีพวก additive Food
00:11:32 → 00:11:36additive หรือว่าสารเคมีต่างๆมาถึงหลัก
00:11:36 → 00:11:39ที่ 4 คือ diversity นะคะพยายามทานให้
00:11:39 → 00:11:42หลากหลายอันเนี้ยจริงๆคุณผู้ฟังลองคิดดู
00:11:42 → 00:11:45ได้นะว่าวันๆนึงอ่ะลองนับจำนวนอาหารที่
00:11:45 → 00:11:49ทานสิหลักการเขาบอกว่าสมมุติในอาหาร 10
00:11:49 → 00:11:53กรุ๊ป 1 ก็คือธัญพืช 2 ถั่วถั่วที่เป็น
00:11:53 → 00:11:55lent ทั่วไป 3 เป็นถั่วเปลือกแข็งก็คือ
00:11:55 → 00:11:59นันะ 4 Dairy Products ก็คือพวกนมผลิต
00:11:59 → 00:12:04พันธจากนมต่างๆ 5 เนื้อสัตว์ 6 ไข่ 7 ผัก
00:12:04 → 00:12:08ใบเขียว 8 ผักผลไม้ที่มีวิตามินเอสูงก็
00:12:08 → 00:12:12คือพวกสีส้มแดงนะ 9 ผักอื่นๆ 10 ผลไม้
00:12:12 → 00:12:17อื่นๆใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาค่ะคุณผู้ฟัง
00:12:17 → 00:12:20เนี่ยลองนั่งนับตามเมื่อกี้ถามว่าทานได้
00:12:20 → 00:12:24ถึง 5 ใน 10 มยถ้านับแล้วถึงนับนิ้วแล้ว
00:12:24 → 00:12:28ถึงก็แปลว่าคุณทานได้หลากหลายพอสมควรละนะ
00:12:28 → 00:12:31คะถ้านับนิ้วแล้วมันไม่ถึงก็แปลว่าคุณยัง
00:12:31 → 00:12:35ทานได้ไม่หลากหลายพอพยายามเพิ่มความหลาก
00:12:35 → 00:12:37หลายในอาหารมากขึ้นนะคะใครคิดไม่ออกว่าจะ
00:12:37 → 00:12:39หลากหลายยังไงหรือจะทำเมนูอะไรก็เปิดดู
00:12:39 → 00:12:42Instagram ของหมอได้นะคะ t h i d a
00:12:42 → 00:12:46K A R N นะคะหมอก็พยายามที่จะสร้าง
00:12:46 → 00:12:49สรรค์เมนูอาหารเช้านะซ้ำบ้างไม่ซ้ำบ้าง
00:12:49 → 00:12:51แต่ที่สำคัญน่ะถ้าสังเกตดีๆอ่ะหมอจะ
00:12:51 → 00:12:54พยายามปรับวัตถุดิบให้มันมีความหลากหลาย
00:12:54 → 00:12:57ประมาณหนึนะคะแล้วก็เน้นเป็นแนเบสซะเยอะ
00:12:57 → 00:13:01ลองดูกันได้ก็วันนี้นะคะหลักการที่หมอนำ
00:13:01 → 00:13:03มาเล่าให้ฟังในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
00:13:03 → 00:13:06ของการกินให้เพียงพอการกินให้สมดุลการ
00:13:06 → 00:13:09เลี่ยงหรือลดสิ่งที่ไม่จำเป็นกับสุขภาพ
00:13:09 → 00:13:12หรือไม่ดีกับสุขภาพและการพยายามกินให้
00:13:12 → 00:13:14หลากหลายเป็นหลักการที่หมอคิดว่าถ้าเกิด
00:13:14 → 00:13:18นำไปใช้ปรับการกินในปีนี้นะคะปี 2025 ก็
00:13:18 → 00:13:22จะเป็นปีที่สุขภาพดีของทุกคนอย่างแน่นอน
00:13:22 → 00:13:26ค่ะถ้าฟังแล้วชอบนะคะฝากกดไลค์กดแชร์เป็น
00:13:26 → 00:13:29กำลังใจให้หมอแล้วก็ทีมงานด้วยนะคะแล้วก็
00:13:29 → 00:13:31ถ้าอยากให้หมอหยิบยกเรื่องอะไรมาเล่าให้
00:13:31 → 00:13:34ฟังนะคะสามารถที่จะติดต่อกันมาได้ค่ะช่อง
00:13:34 → 00:13:37ทางที่หมอเล่นเองเลยก็คือ x นะคะก็ติดต่อ
00:13:37 → 00:13:41มาได้ที่ x ธิดา th d a k a r n
00:13:41 → 00:13:45ค่ะสำหรับวันนี้ลาไปก่อนนะคะสวัสดี
00:13:45 → 00:13:49ค่ะ Single Being podcast about
00:13:49 → 00:13:53Living your Best Single Life โดย
00:13:53 → 00:13:57หมอผิงแพทย์หญิงธิดากรรุจิพัฒนกุล