00:00:00 → 00:00:04[เพลง]
00:00:04 → 00:00:07โดยทั่วไปแล้วเนี่ยเราสามารถกลั้นปัสสาวะ
00:00:07 → 00:00:10ได้นะครับเพื่อป้องกันภาวะปัสสาวะเล็ด
00:00:10 → 00:00:13ปัสสาวะราดนะครับโดยระยะเวลาที่ปลอดภัยนะ
00:00:13 → 00:00:15ครับส่วนใหญ่ก็คืออยู่ที่ประมาณ 5-10
00:00:15 → 00:00:19นาทีเมื่อเราเริ่มปวดปัสสาวะนะครับหากเรา
00:00:19 → 00:00:21กลั้นด้วยเป็นเวลานานเช่นครึ่งชั่วโมง
00:00:21 → 00:00:24หรือ 1 ชั่วโมงนะครับก็จะทำให้มีโอกาสติด
00:00:24 → 00:00:26เชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะหรือเกิดอาการ
00:00:26 → 00:00:28กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ครับ
00:00:28 → 00:00:32[เพลง]
00:00:32 → 00:00:35สาเหตุของการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบนะ
00:00:35 → 00:00:37ครับโดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ยเกิดจากการกลั้น
00:00:37 → 00:00:39ปัสสาวะเป็นเวลานานนะครับโดยจะพบอุบัติ
00:00:39 → 00:00:41การณ์การเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้
00:00:41 → 00:00:44หญิงมากกว่าผู้ชายนะครับเนื่องจากท่อ
00:00:44 → 00:00:46ปัสสาวะของคุณผู้หญิงนั้นสั้นฮะประมาณ 4
00:00:46 → 00:00:49เซนติเมตรดังนั้นการดูแลรักษาทำความสะอาด
00:00:49 → 00:00:53นะครับก็เป็นสิ่งสำคัญก็คือในคนไข้ผู้
00:00:53 → 00:00:54หญิงเนี่ยวิธีการรักษาทำความสะอาดที่ถูก
00:00:54 → 00:00:57ต้องก็คือจะต้องเช็ดทำความสะอาดจากข้าง
00:00:57 → 00:01:00หน้าไปข้างหลังโดยทางเดียวนะครับถ้าเกิด
00:01:00 → 00:01:02เราเช็ดไม่ถูกวิธีเช่นเช็ดจากด้านหลังมา
00:01:02 → 00:01:05ด้านหน้านะครับหรือบางคนใช้ส้วมอัตโนมัติ
00:01:05 → 00:01:08ที่มีการฉีดน้ำจากด้านหลังเนี่ยอันนี้จะ
00:01:08 → 00:01:10เป็นการพัดพาเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บริเวณ
00:01:10 → 00:01:14ทวารหนักหรือบริเวณช่องคลอดให้มาปนเปื้อน
00:01:14 → 00:01:16กับบริเวณท่อปัสสาวะนะครับก็จะทำให้เกิด
00:01:16 → 00:01:20การติดเชื้อได้หรืออ่าในผู้หญิงที่วัยหมด
00:01:20 → 00:01:22ประจำเดือนนะครับหรือวัยใกล้หมดประจำ
00:01:22 → 00:01:24เดือนนะครับเกิดภาวะช่องคลอดแห้งหรือ
00:01:24 → 00:01:27เยื่อบุทางเดินปัสสาวะแห้งนะครับก็จะทำ
00:01:27 → 00:01:30ให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายนะครับหรือในคน
00:01:30 → 00:01:32ไข้ผู้หญิงนะครับที่ใช้
00:01:32 → 00:01:35ส่วนล้างช่องคลอดโดยใช้ยาปฏิชีวนะส่วน
00:01:35 → 00:01:37ล้างเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยเหมาะสมนะครับ
00:01:37 → 00:01:40เนื่องจากจะทำให้แบคทีเรียที่ดีที่อยู่
00:01:40 → 00:01:43บริเวณทางเดินปัสสาวะเนี่ยนะครับมันมันลด
00:01:43 → 00:01:46ปริมาณลงก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
00:01:46 → 00:01:49ขึ้นนะครับสาเหตุอื่นๆก็คือในกลุ่มคนไข้
00:01:49 → 00:01:53ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติเช่นคน
00:01:53 → 00:01:57ไข้เบาหวานหรือคนไข้ที่ได้รับยากดภูมิ
00:01:57 → 00:02:00คุ้มกันนะครับเช่นได้รับสเตียรอยด์ก็จะทำ
00:02:00 → 00:02:02ให้เกิดภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้
00:02:02 → 00:02:05ง่ายนะครับนอกจากนี้ผู้ป่วยที่ใส่สายสวน
00:02:06 → 00:02:08ปัสสาวะเป็นเวลานานเกินไปนะครับก็จะมี
00:02:08 → 00:02:10โอกาสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดิน
00:02:10 → 00:02:12ปัสสาวะเกิดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้
00:02:12 → 00:02:14ครับอีก 1 สาเหตุที่สามารถเป็นไปได้นะ
00:02:14 → 00:02:16ครับก็คือมีการติดเชื้อหลังจากมี
00:02:16 → 00:02:17เพศสัมพันธ์ครับ
00:02:17 → 00:02:21[เพลง]
00:02:21 → 00:02:23อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบนะครับที่พบ
00:02:23 → 00:02:25ได้บ่อยที่สุดก็คืออาการปัสสาวะแสบขัดนะ
00:02:25 → 00:02:28ครับโดยลักษณะเด่นที่เราพบบ่อยๆก็คือ
00:02:28 → 00:02:31ปัสสาวะแสบขัดตอนใกล้สุดนะครับบางคนจะรู้
00:02:31 → 00:02:33สึกเจ็บจี๊ดเวลาตอนใกล้สุดหรือรู้สึก
00:02:33 → 00:02:36เหมือนปัสสาวะไม่หมดเหมือนไปเข้าห้องน้ำ
00:02:36 → 00:02:39แล้วก็อยากจะมาปัสสาวะอีกอยากจะเข้าห้อง
00:02:39 → 00:02:42น้ำอีกบางทีออกกะปิดกะปอยนะครับหรือบางคน
00:02:42 → 00:02:45ที่เป็นมากก็อาจจะเกิดภาวะปัสสาวะเป็น
00:02:45 → 00:02:47เลือดได้นะครับก็คือมีเลือดปนในปัสสาวะ
00:02:47 → 00:02:49ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยในกระเพาะปัสสาวะ
00:02:49 → 00:02:52มันอักเสบแล้วก็แตกออกเกิดจากแบคทีเรีย
00:02:52 → 00:02:53เข้าไปกัด
00:02:53 → 00:02:57[เพลง]
00:02:57 → 00:02:59หลายๆคนนะครับที่เป็นกระเพาะปัสสาวะ
00:02:59 → 00:03:02อักเสบบ่อยนะครับคำว่าบ่อยก็คือใน 1 ปี
00:03:02 → 00:03:05เป็นถึง 3 ครั้งนะครับอันนี้ก็ต้องกลับไป
00:03:05 → 00:03:07ที่สาเหตุว่าเรามีการแก้ไขสาเหตุหรือยัง
00:03:07 → 00:03:10เช่นพฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
00:03:10 → 00:03:12นะครับเราได้ปรับปรุงพฤติกรรมตรงนั้นหรือ
00:03:12 → 00:03:15ยังการส่วนล้างช่องคลอดนะครับหรือการใช้
00:03:15 → 00:03:17ส้วมอัตโนมัตินะครับการเช็ดทำความสะอาด
00:03:17 → 00:03:20ที่ถูกวิธีนะครับเช็ดหรือยังนะฮะแล้วก็
00:03:20 → 00:03:24หากคนไข้ได้รับยากดภูมิคุ้มกันนะครับก็
00:03:24 → 00:03:27ต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษาในการปรับยากดภูมิ
00:03:27 → 00:03:28คุ้มกัน
00:03:28 → 00:03:32[เพลง]
00:03:32 → 00:03:34กระเพาะปัสสาวะอักเสบสามารถรักษาให้หาย
00:03:34 → 00:03:36ขาดได้ครับหากเราปรับพฤติกรรมอย่างที่บอก
00:03:36 → 00:03:39ก็คือเราไม่กั้นปัสสาวะเป็นเวลานานนะครับ
00:03:39 → 00:03:43แล้วก็อ่าเรามีการทำความสะอาดบริเวณ
00:03:43 → 00:03:45อวัยวะเพศอย่างถูกวิธีนะครับก็คือเช็ดจาก
00:03:45 → 00:03:48ด้านหน้าไปด้านหลังนะครับแต่ไม่มีการสวน
00:03:48 → 00:03:51ล้างช่องคลอดนะครับแล้วก็อีกอันนึงคือการ
00:03:51 → 00:03:53ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเนี่ยอาจจะเป็นจาก
00:03:53 → 00:03:56หลังมีเพศสัมพันธ์ได้หมอก็แนะนำว่าในคุณ
00:03:56 → 00:03:58ผู้หญิงนะครับก็ให้ปัสสาวะหลังจากมี
00:03:58 → 00:04:01เพศสัมพันธ์ทันทีก็จะช่วยลดการป้องกันการ
00:04:01 → 00:04:05ติดเชื้อในบริเวณกระเพาะปัสสาวะได้ครับ
00:04:05 → 00:04:09[เพลง]
00:04:09 → 00:04:11หากคนไข้มีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบนะ
00:04:11 → 00:04:13ครับหมอไม่แนะนำให้ไปซื้อยาทานเองนะครับ
00:04:13 → 00:04:16เนื่องจากมีโอกาสที่เราจะทานยาที่ไม่ตรง
00:04:16 → 00:04:18กับเชื้ออาจจะทำให้เกิดภาวะเชื้อดื้อยา
00:04:18 → 00:04:21ได้และอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบก็อาจจะ
00:04:21 → 00:04:25ไม่ดีขึ้นนะครับหากจะปฏิบัติตัวเบื้องต้น
00:04:25 → 00:04:27หมอแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆนะครับเพื่อเป็น
00:04:27 → 00:04:31การชะล้างพวกแบคทีเรียพวกเชื้อโรคออกไป
00:04:31 → 00:04:34พร้อมกับน้ำปัสสาวะนะครับแล้วก็หากดื่ม
00:04:34 → 00:04:36น้ำมากๆแล้วยังไม่ดีขึ้นแนะนำให้มาพบ
00:04:36 → 00:04:37แพทย์นะครับเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยแล้วก็
00:04:37 → 00:04:41รับยาให้ถูกต้องตามอาการแล้วก็โรคที่เป็น
00:04:41 → 00:04:42ครับ
00:04:42 → 00:04:49[เพลง]