จะป้องกันโรคไข้เลือดออกได้อย่างไร

คำถาม:
จะป้องกันโรคไข้เลือดออกได้อย่างไร?
คำตอบ:
สามารถป้องกันได้โดย 1) ป้องกันการถูกยุงกัด เช่น ใช้ครีมกันยุง สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และหลีกเลี่ยงพื้นที่มีการระบาด 2) กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น น้ำขังในภาชนะต่างๆ 3) ฉีดวัคซีน ซึ่งมีวัคซีนสองชนิดที่ใช้ได้ในประเทศไทย โดยวัคซีนตัวใหม่สามารถฉีดได้ทั้งคนที่เคยเป็นและยังไม่เคยเป็น

MED CMU ฟัง for health EP. 137 รู้ทัน "โรคไข้เลือดออก” อันตรายใกล้ตัว !

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:16:56ห่างไกลจากโรคนี้ได้ยังไงบ้างบ้างค่ะค่ะ
00:16:59สำหรับโรคไข้เลือดออกการป้องกันคือสำคัญ
00:17:01ที่สุดเพราะว่าเรายังไม่มีการรักษาเฉพาะ
00:17:04มันจะต่างจากโควิดต่างจากไข้หวัดใหญ่ที่
00:17:06เรามียาต้านไวรัสใช่มั้ยคะแต่ว่าไข้ได้
00:17:08ออกยังไม่มีเพราะฉะนั้นการป้องกันตัวเอง
00:17:10คือสิ่งสำคัญที่สุดเนาะการป้องกันเนี่ย
00:17:12ปัจจุบันเราแบ่งเป็น 3 วิธีการใหญ่ 1 ก็
00:17:16คือป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกยุงกัดนะคะก็
00:17:18คือเรารู้อยู่แล้วว่ายุงลายกลุ่มที่เป็น
00:17:21พาหน้ำโรคให้เลือดออกชอบกัดตอนกลางวัน
00:17:23เพราะฉะนั้นเวลาเราไปเรียนหรือไปทำงาน
00:17:26เนี่ยก็จะต้องมีการทายากันยุงโลชั่นครีม
00:17:29กันยุงหรือว่าเป็นสเปรย์พ่นเพื่อกันยุง
00:17:32ใช่มั้คะแล้วก็สวมใส่เสื้อผ้าหลักๆก็คือ
00:17:34เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวเพื่อป้องกันไม่
00:17:37ให้ยุงมากัดเราแล้วก็พยายามหลีกเลี่ยงกัน
00:17:39เข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคเนาะ
00:17:41เพราะเราก็ไม่รู้ว่ายุงจะมากัดเราเมื่อ
00:17:43ไหร่นะคะอันที่ 2 ก็คือกำจัดแหล่งเพาะ
00:17:46พันธุ์ยุงนะคะยุงลายเนี่ยมีนิสัยอย่างนึง
00:17:48คือชอบวางไข่แล้วก็แพร่พันธุ์ในน้ำที่
00:17:51สะอาดแต่ว่านิ่งๆก็คือน้ำฝนที่ขังอยู่ตาม
00:17:53ภาชนะต่างๆเพราะฉะนั้นในสิ่งแวดล้อมใน
00:17:56บ้านเราเนี่ยเราต้องช่วยกันในชุมชนเรา
00:17:59เงี้ยค่ะเช่นกระถังต้นไม้อ่ายางรถยนต์
00:18:02กะลามะพร้าวอะไรที่มันมีน้ำขังเนี่ยจะ
00:18:05ต้องจัดการให้หมดเพราะว่ามีโอกาสที่ยุง
00:18:07ลายจะไปวางไข่แล้วก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น
00:18:10แล้วก็มาสามารถจะเป็นพาหะน้ำโรคได้มาก
00:18:12ขึ้นนะคะตรงนี้ก็ต้องช่วยกันก็จะเป็นอีก
00:18:15วิธีการนึงหรือว่าเราอาจจะวางทรายอะเบดใน
00:18:18น้ำหรือว่าให้คนมาช่วยพ่นยาฆ่ายุงอะไร
00:18:21อย่างเงี้ยแต่ว่ามันก็ช่วยได้ส่วนหนึ่งนะ
00:18:23คะแล้วสุดท้ายปัจจุบันก็ถือว่าเป็นข่าวดี
00:18:26เพราะว่าโรคเนี้มีวัคซีนที่ใช้ในการปโรค
00:18:28ได้แล้วนะคะปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีน 2
00:18:31ชนิดที่ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้วเนาะชนิด
00:18:34แรกเเราใช้มาประมาณ 6-7 ปีละเ่อตัวนั้น
00:18:37เนี่ยเป็นวัคซีนเชื้อเป็นที่ต้องฉีด 3
00:18:40เข็มนะคะห่างกัน 6 เดือนต่อเข็มเนี่ยแล้ว
00:18:43ก็ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 ปีถึง 45 ปีนะคะ
00:18:47แต่เนื่องจากเป็นวัคซีนเชื้อเป็นก็จะฉีด
00:18:49ได้เฉพาะคนที่มีภูมิกันปกติเท่านั้นและ
00:18:51ข้อจำกัดของวัคซีนชนิดแรกอันนี้ก็คือว่า
00:18:54จะฉีดได้เฉพาะคนที่เคยมีหลักฐานทางการ
00:18:57แพทย์ว่าเคยเป็นเป็นไข้เลือดออกมาแล้ว
00:18:59เท่านั้นอืค่ะถ้าเกิดว่าไม่มีประวัติหรือ
00:19:02ไม่แน่ใจว่าเราเคยเป็นหรือยังเนี่ยแนะนำ
00:19:04ให้ไปเจาะเลือดตรวจก่อนว่าเรามีภูมิที่
00:19:07แสดงถึงการติดเชื้อก่อนหน้านี้มาแล้วหรือ
00:19:09ยังถ้ามีแล้วเนี่ยฉีดได้เลยแต่ถ้ายังไม่
00:19:11มีสำหรับวัคซีนตัวแรกอาจจะยังไม่แนะนำ
00:19:14แล้วก็เมื่อปลายปี 2566 ก็คือปีที่แล้ว
00:19:17เนี่ยเรามีวัคซีนตัวที่ 2 เข้ามานะคะ
00:19:19วัคซีนตัวที่ 2 เนี่ยเป็นเชื้อเป็นเหมือน
00:19:21กันเพราะฉะนั้นก็ยังฉีดได้เฉพาะคนที่ภูม
00:19:23ปกปกตินะคะแต่ว่าจะฉีดแค่ 2 เข็มห่างกัน 3
00:19:27เดือนแล้วก็ก็ใช้ได้ตั้งแต่เด็กอายุ 4 ปี
00:19:30ถึง 60 ปีค่ะตัวเนี้ยเอ่อจากข้อมูลทางการ
00:19:35วิจัยเนี่ยแสดงให้เห็นว่าสามารถฉีดได้
00:19:37ทั้งคนที่เคยเป็นและไม่เคยเป็นมาก่อน
00:19:40เพราะฉะนั้นเราสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน
00:19:42ได้เลยโดยที่ไม่ต้องไปค้นประวัติตัวเอง
00:19:44ว่าเอ๊เราเคยเป็นไข้เลือดออกหรือยังหรือ
00:19:46ว่าต้องไปเจาะเลือดเพื่อคอนเฟิร์มว่าเรา
00:19:47เคยติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกมาแล้วหรือ
00:19:49ยังคือเราสามารถฉีดวัคซีนเหมือนปกติได้
00:19:51เลยคือเดินเข้าไปอขอฉีดวัคซีนตัวนี้ได้
00:19:54เลยเพราะฉะนั้นถ้าใครสนใจในการป้องกัน
00:19:57ด้วยวิธีการฉีดวัคซีนก็สามารถติดต่อสถาน
00:20:00พยาบาลใกล้บ้านนะคะเพื่อหาข้อมูลเพิ่ม
00:20:02เติมว่าเราเหมาะสมกับวัคซีนตัวไหนแล้วก็
00:20:05เข้ารับการฉีดวัคซีนได้เพราะว่าจริงๆไข้
00:20:07เลือดออกเนี่ยสำหรับประเทศไทยอาจจะเยอะใน
00:20:09ช่วงฤดูฝนนะคะแต่จริงๆเราเจอเคสทั้งปี