ค่า SAR ของมือถือคืออะไร และควรต่ำกว่าเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

คำถาม:
ค่า SAR ของมือถือคืออะไร และควรต่ำกว่าเท่าไหร่ถึงปลอดภัย?
คำตอบ:
ค่า SAR (Specific Absorption Rate) คือระดับพลังงานที่ร่างกายดูดซึมจากรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าจากมือถือ โดยมาตรฐานความปลอดภัยกำหนดว่าค่า SAR สำหรับหัวต้องต่ำกว่า 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม และสำหรับร่างกายทั้งหมดต้องต่ำกว่า 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม ซึ่งมือถือทั่วไปมักอยู่ในเกณฑ์นี้และถือว่าปลอดภัย

มือถือส่งผลต่อคลื่นสมองหรือไม่ ทำให้เป็นมะเร็งรึเปล่า

จากช่อง:Doctor Tany
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:11:04ดังนั้นจึงมีการกำหนดไว้ว่า
00:11:08Rate ก็คือไอ้ตัวเนื้อเยื่อของเราเนี่ย
00:11:11มันจะดูดซึมเอาเครื่องขยายไฟฟ้าพวกเนี้ย
00:11:15ไปได้มากน้อยแค่ไหนโดยเขากำหนดไว้ว่าถ้า
00:11:19เป็นโทรศัพท์มือถือจะต้องมีค่า Speed
00:11:22absolution Rate เนี่ยต่ำกว่า 1.6
00:11:24วัตต์ต่อกิโลกรัมนะครับไอ้ค่าตัวเนี้ยเรา
00:11:28สามารถดูได้เองเลยครับอ่าเราสามารถดูได้
00:11:31เองไม่ว่าท่านจะใช้โทรศัพท์ยี่ห้อไหนนะ
00:11:33ครับท่าน Google หาเลยนะครับเขียนคำว่า SA
00:11:36อ่านะครับ specific App แล้วก็ตามด้วย
00:11:39ชื่อโทรศัพท์มือถือหรือรุ่นของท่านนะครับ
00:11:41แต่ถ้าท่านใช้ iPhone นะครับมันจะมีวิธี
00:11:44พิเศษเหมือนกันแต่ผมไม่แน่ใจว่าโทรศัพท์
00:11:46ยี่ห้ออื่นมันทำได้หรือเปล่าเพราะว่าของ
00:11:48ผมใช้ iPhone ผมก็ใช้วิธีนี้เหมือนกันนะ
00:11:50ครับคือไปที่หน้าที่ปกติใช้โทรออกนะครับ
00:11:54แล้วก็กด Star หรือตัวดาวนะครับแล้วก็
00:11:57Hashtag 07 แล้วก็แฮชแท็กแล้วก็โทรออก
00:11:59นะครับ Star Hashtag 07 Hashtag โทร
00:12:03ออกนะครับแล้วมันจะนำท่านไปที่หน้าหน้า
00:12:06หนึ่งเลยนะครับที่บอกว่าค่า sar หรือ
00:12:10Space ของโทรศัพท์มือถือของท่านเนี่ยมัน
00:12:13เท่าไหร่นะครับแล้วก็ไปกดดูถ้ามันต่ำกว่า
00:12:161.6 นะครับ 1. ต่ำกว่า 1.6 วัตต์ต่อ
00:12:19กิโลกรัมถือว่าปลอดภัยไม่ได้มีปัญหาอะไร
00:12:21กับท่านนะครับอ่าแต่ว่ามันก็จะมีอันนี้
00:12:25สำหรับกรณีที่อยู่กับหัวนะครับคือเขาจะ
00:12:28แบ่งเป็น sar ของหัวก็คือจะต้องน้อยกว่า
00:12:311.6 นะครับแต่ถ้าเป็น sr ของ Body หรือ
00:12:34อุปกรณ์สื่อสารอะไรก็แล้วแต่ที่มันแปะไว้
00:12:36กับตัวพวกนี้นะครับจะต้องต่ำกว่า 2 นะ
00:12:38ครับท่านก็ลองไปดูแล้วกันนะครับว่าของ
00:12:40ท่านเนี่ยมันเท่าไหร่แต่ว่าส่วนใหญ่แล้ว
00:12:43มันก็ไม่ค่อยเกิดหรอกครับมันไม่ได้มี
00:12:44ปัญหาอะไรดังนั้นตรงนี้ก็อาจจะไม่ต้องคิด
00:12:48กับมันเยอะนะครับทีนี้พอเรารู้กับเริ่ม