00:00:00 → 00:00:03This Is tha PBS podcast View the
00:00:03 → 00:00:04world vi The
00:00:04 → 00:00:08Voice แย้ความรุนแรงเป็น 2 แบบก่อนนะคือ
00:00:08 → 00:00:11มองเห็นกับมองไม่เห็นเช่นทารุณกรรมทางกาย
00:00:11 → 00:00:13เนาเราเห็นเด็กโดนทุบตีถูกทำลายร่างกาย
00:00:13 → 00:00:15นี่เราเห็นชัดเจนหเลยอันที่ 2 คือ
00:00:16 → 00:00:18ทารุณกรรมทางเพศเนาะแต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่
00:00:18 → 00:00:20หมออยากจะเนิ้นย้ำคือความรุนแรงที่เรามอง
00:00:20 → 00:00:23ไม่เห็นการทารุณกรรมทางอารมณ์เนาะรวมถึง
00:00:23 → 00:00:25อีกสิ่งนึงที่เราอาจจะให้ความสำคัญน้อย
00:00:26 → 00:00:28คือการเลี้ยงดูแบบปล่อยปะระเลยนอกจากนี้
00:00:28 → 00:00:31ยังรวมถึงการที่ขบครัวเนี่ยไม่มีความ
00:00:31 → 00:00:34สามารถเพียงพอที่จะดูแลเด็กหรืออาจกล่าว
00:00:34 → 00:00:36ได้ว่าครอบครัวนั้นมีความบกพร่องคนใน
00:00:36 → 00:00:40ครอบครัวติดสารเสพติดมีปัญหาสุขภาพจิตก่อ
00:00:40 → 00:00:43อาชญากรรมติดคุกติดตารางเนาเรียกทั้งหมด
00:00:43 → 00:00:46ว่าประสบการณ์เลวร้ายในวัย
00:00:46 → 00:00:50เด็กฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัย
00:00:50 → 00:00:56ฟังรายการโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงสถิร
00:00:56 → 00:01:00ค่ะค่ะคุณผู้ฟังคะวันนี้เราก็ติดตามรับ
00:01:00 → 00:01:02ฟังกันนะคะกับอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ
00:01:02 → 00:01:06มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพ่อคุณแม่นะคะผู้
00:01:06 → 00:01:08ปกครองหรือแม้กระทั่งเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่
00:01:08 → 00:01:10แล้วนะคะเราจะต้องให้ความตระหนักและความ
00:01:10 → 00:01:12สำคัญเกี่ยวกับเรื่องของความรุนแรงที่อาจ
00:01:12 → 00:01:16จะเกิดขึ้นกับเด็กนะคะในการถามอะไรซ้ำๆ
00:01:16 → 00:01:19ย้ำๆเนี่ยมันส่งผลกระทบอะไรกับเด็กบ้างทำ
00:01:19 → 00:01:22ให้เกิดความบอบช้ำได้อย่างไรนะคะเดี๋ยว
00:01:22 → 00:01:26วันนี้เรามาคุยกับนายแพทย์สุพนัสวิโนทัย
00:01:26 → 00:01:29ค่ะผู้ช่วยอาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติ
00:01:29 → 00:01:30เพื่อการพัฒนาเด็กเด็กและครอบครัว
00:01:30 → 00:01:34มหาวิทยาลัยมหิดลกันค่ะสวัสดีค่ะคุณหมอคะ
00:01:34 → 00:01:37สวัสดีครับสวัสดีผู้ชมทางบ้านด้วยครับค่ะ
00:01:37 → 00:01:40วันนี้ที่คุยกันในรายการนะคะก็อาจจะต้อง
00:01:40 → 00:01:42แบบเ่อเรียกว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้อง
00:01:42 → 00:01:45ตระหนักและรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน
00:01:45 → 00:01:47สังคมเพราะว่าเท่าที่ติดตามข่าวอย่าง
00:01:47 → 00:01:49เงี้ยค่ะคุณหมอเรื่องของความรุนแรงที่
00:01:49 → 00:01:53เกิดขึ้นกับเด็กค่อนข้างที่จะมีมากขึ้น
00:01:53 → 00:01:56ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะว่าเราอยู่ในสังคม
00:01:56 → 00:01:59ยุคโซเชียลมีเดียด้วยหรือเปล่านะคะในการ
00:01:59 → 00:02:01ที่จะนำเสนอข่าวสารอะไรต่างๆเหล่านี้
00:02:01 → 00:02:05เนี่ยมันสามารถที่จะเเข้าไปดูได้ง่ายนะคะ
00:02:05 → 00:02:08แล้วก็ทำให้เราอาจจะได้เห็นถึงความรุนแรง
00:02:08 → 00:02:10ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเด็กมากยิ่งขึ้น
00:02:10 → 00:02:12เดี๋ยวขออนุญาตถามอาจารย์ตรงนี้ก่อนเลยใน
00:02:12 → 00:02:14ในเบื้องต้นค่ะว่าอาจารย์มีความคิดเห็น
00:02:14 → 00:02:17ยังไงเกี่ยวกับเรื่องของเอ่อในเรื่องของ
00:02:17 → 00:02:20ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กในทุกวันนี้
00:02:20 → 00:02:23ที่มันดูเหมือนมีมากขึ้นน่ะค่ะครับก็ตาม
00:02:23 → 00:02:25ที่คุณสุรีพรเอ่อได้กล่าวมาแล้วว่าความ
00:02:25 → 00:02:28รุนแรงที่เพิ่มขึ้นกับเด็กๆเนี่ยอาจจะมี
00:02:28 → 00:02:31อจปัจจัทั้ง 2 อย่างขึ้น 1 เราเข้าถึง
00:02:31 → 00:02:33ข่าวสารได้ง่ายขึ้นเนาะด้วยสื่อ
00:02:33 → 00:02:36โซเชียลมีเดียทำให้เราได้เห็นความรุนแรง
00:02:36 → 00:02:39หรือได้รับแจ้งข่าวสารได้เพิ่มขึ้นด้วย
00:02:39 → 00:02:41ช่องทางที่มากขึ้นแล้วซื้อออนไลน์ที่มาก
00:02:41 → 00:02:44ขึ้นอันนี้เป็นปัจจัยแรกปัจจัยที่ 2 พบ
00:02:44 → 00:02:46ว่าสถานการณ์ความรุนแรงและความเหลืมล้ำ
00:02:46 → 00:02:49ต่อเด็กในประเทศและโลกเนี้ยเพิ่มขึ้นกว่า
00:02:49 → 00:02:51สมัยก่อนจริงครับเกขึ้นทั้ง 2 อย่างเลย
00:02:52 → 00:02:55คือเหตุการณ์เกิดขึ้นมากขึ้นจริงและการ
00:02:55 → 00:02:57ได้รับข่าวสารของสังคมเพิ่มขึ้นด้วยครับ
00:02:57 → 00:03:00ค่ะซึ่งอันนี้มันก็เป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง
00:03:00 → 00:03:02ที่มันสะท้อนภาพอะไรให้เราได้เห็นมากยิ่ง
00:03:02 → 00:03:04ขึ้นน่ะนะคะว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ
00:03:04 → 00:03:08เด็กเนี่ยเ่อมันมากขึ้นขนาดนี้เนี่ยมันไป
00:03:08 → 00:03:11สร้างบาดแผลทางใจหรือว่าภาพจำในวัยเด็ก
00:03:11 → 00:03:14อย่างนี้ได้ยังไงบ้างคะคุณหมอคะเออความ
00:03:14 → 00:03:17รุนแรงที่ขึ้นกับเด็กๆของเราเนี่ยหมออาจ
00:03:17 → 00:03:19จะต้องพิจารณาแยกความรุนแรงเป็น 2 แบบ
00:03:19 → 00:03:22ก่อนนะคือมองเห็นกับมองไม่เห็นอันนี้
00:03:22 → 00:03:25สำคัญความรุนแรงที่มองเห็นเช่นทารุณกรรม
00:03:25 → 00:03:28ทางกายเนาเราเห็นเด็กโดนทุบตีถูกทำลาย
00:03:28 → 00:03:30ร่างกายนี่เราเห็นชัดเจนหมดเลยอันที่ 2
00:03:30 → 00:03:34คือความเอ่อทรกรรมทางเพศเนาะถูกทุกรรมทาง
00:03:34 → 00:03:36เพศเราก็รู้ชัดเจนคือเรามองเห็นแต่มีอีก
00:03:36 → 00:03:38สิ่งหนึ่งที่หมออยากจะนึ้นย้ำคือความรุน
00:03:38 → 00:03:41แรงที่เรามองไม่เห็นนะครับเช่นการ
00:03:41 → 00:03:44ทารุณกรรมทางอารมณ์เนาะด่าทอทำร้ายจิตใจ
00:03:44 → 00:03:47พวกเนี้ยรวมถึงอีกสิ่งหนึที่เราอาจจะให้
00:03:47 → 00:03:50ความสำคัญน้อยกว่าการทุกรรมคือการเลี้ยง
00:03:50 → 00:03:54ดูแบบปล่อยปะระเลยนะครับซึ่งเราเรียกว่าเ
00:03:54 → 00:03:56เป็นภาษาอังกฤษนะทั้งทางร่างกายอารมณ์นอก
00:03:56 → 00:03:59จากนี้ยังรวมถึงการที่ครอบครัวเนี่ยไม่มี
00:03:59 → 00:04:02มีความสามารถเพียงพอที่จะดูแลเด็กหรืออาจ
00:04:02 → 00:04:05กล่าวได้ว่าครอบครัวนั้นมีความบกพร่องนะ
00:04:05 → 00:04:07ตัวอย่างเช่นครอบครัวที่มีคนในครอบครัว
00:04:07 → 00:04:10ติดสารเสพติดมีปัญหาสุขภาพจิตก่อ
00:04:10 → 00:04:14อาชญากรรมติดคุกติดตารางเนาะเหตุการณ์
00:04:14 → 00:04:17ทั้งหมดที่หมอเล่าๆมาเนี่ยขอยกเรียกทั้ง
00:04:17 → 00:04:20หมดว่าประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กนะหรือ
00:04:20 → 00:04:23ประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ในวัยเด็ก
00:04:23 → 00:04:26ภาษาอังกฤษใช้คำว่า adw childhood
00:04:26 → 00:04:29experiences หรือเราอาจเรียกย่อๆว่า aace
00:04:29 → 00:04:33ครับครับอ A คืออะไรเนาะ Ace คือเหตุ
00:04:33 → 00:04:36การณ์เลวร้ายเนี่ยที่กระทบกระเทือนจิตใจ
00:04:36 → 00:04:40เด็กๆเนี่ยโดยเบอกว่าให้ตัดที่ช่วงเกิด
00:04:40 → 00:04:44ขึ้นก่อนอายุ 18 ปีนะครับใน Ace เนี่ย
00:04:44 → 00:04:47หรือประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กเนี่ยเรา
00:04:47 → 00:04:50แบ่งหลักๆเป็น 2 องค์ประกอบหลักๆคือ 1
00:04:50 → 00:04:52กลุ่มที่เด็กที่ได้รับการดูแลไม่เหมาะสม
00:04:52 → 00:04:55นะเลี้ยงดูไม่เหมาะสมก็แบ่งง่ายๆนะครับ
00:04:55 → 00:04:58คือทารุณกรรมกับเลี้ยงดูแบบปล่อยปะระเลย
00:04:58 → 00:05:02นะค่ะกรุณกรรมก็แบ่งเป็นทางกายเนาะที่เรา
00:05:02 → 00:05:06เห็นนะถูกทุบตีทำไม้ร่างกายต่างๆนะทาง
00:05:06 → 00:05:09อารมณ์เนาะถูกด่าทอถูกเอ่อทำร้ายจิตใจ
00:05:09 → 00:05:13เนาะแล้วก็สุดท้ายคือทางเพศนะอันนี้เราก็
00:05:13 → 00:05:16เห็นตามข่าวเกือบทุกวันนะครับคือธุกรรมนะ
00:05:16 → 00:05:18ครับอีกอันที่ 2 ของกลุ่มที่เลี้ยงดูไม่
00:05:18 → 00:05:21เหมาะสมคือการเลี้ยงดูแบบปล่อยปะเลยนะ
00:05:21 → 00:05:23อันเนี้ยจะแบ่งเป็นทางร่างกายกับทาง
00:05:23 → 00:05:26อารมณ์ทางร่างกายเช่นที่บ้านไม่ได้ให้
00:05:26 → 00:05:29ปัจจัย 4 ที่เพียงพอกับเด็กยารักษาโรค
00:05:29 → 00:05:31วัคซีนอย่างเงี้ยอย่างเช่นบางบ้านไม่พาไป
00:05:31 → 00:05:33ฉีดวัคซีนอะไรถือว่ากลุ่มในนี้อยู่ใน
00:05:33 → 00:05:35กลุ่มของเลี้ยงดูไม่เหมาะสมเนาะหรือว่า
00:05:35 → 00:05:39การปล่อยปะละเทางอารมณ์เช่นลูกร้องไห้ไม่
00:05:39 → 00:05:43ได้เข้าไปปอบปอบอารม์เด็กเนาะหรือว่าเอ่อ
00:05:43 → 00:05:45ไม่เลี้ยงลูกเลยปล่อยตามยถากรรมเลยเยก็
00:05:45 → 00:05:49เป็นกลุ่มนึงที่เราเอ่ออาจจะตรวจสอบได้
00:05:49 → 00:05:52ยากกว่าทารุณกรรมถูกมั้ยฮะทารุณกรรมเนี่
00:05:52 → 00:05:54ถูกตีมาเราเห็นเลยถูกด่าเราเห็นน่ะแต่การ
00:05:54 → 00:05:57ปล่อยปะระเลยเราอาจจะคนข้างบ้านอาจจะเห็น
00:05:58 → 00:06:00ได้น้อยลงไอ้ที่หมอแล้วมามาทารุณกรรมกับ
00:06:00 → 00:06:02ปล่อยปาลัเลยเนี่ยเป็นกลุ่มของเลี้งดูไม่
00:06:02 → 00:06:04เหมาะสมนะฮะส่วนกลุ่มที่ 2 เนี่ยคือเด็ก
00:06:04 → 00:06:08ที่อยู่ในภาวะครอบครัวบกพร่องนะก็คือเป็น
00:06:08 → 00:06:10เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่บิดามารดาหย่า
00:06:10 → 00:06:13ร้างกันใช้ความรุนแรงนะหรือว่ามีคนใน
00:06:13 → 00:06:16ครอบครัวติดคุกติดยาหรือว่ามีปัญหาสุขภาพ
00:06:16 → 00:06:19จิตทั้งหมดเนี่ยทั้งเลี้ยงดูไม่เหมาะสมนะ
00:06:19 → 00:06:21และครอบครัวบกพร่องนี่แหละครับเรียกรวม
00:06:21 → 00:06:26กันการเลวร้ายบเด็กอืคือประสบการณ์เลว
00:06:27 → 00:06:29ร้ายของแต่ละคนก็อาจจะไม่เหมือนกันใช่
00:06:29 → 00:06:33มั้ยคะก็แล้วแต่ว่ารูปแบบของการถูกกระทำ
00:06:33 → 00:06:35เป็นแบบไหนใชเอ่อมันมันประเมินไม่ได้ใช่
00:06:35 → 00:06:39มั้คะว่าแบบไหนถึงเรียกว่าเลวร้ายหรือแบบ
00:06:39 → 00:06:42ไหนที่อาจจะแบบอืยังไม่ถึงขั้นเลวร้ายมัน
00:06:42 → 00:06:44มีประเมินแบบประเมินอะไรังไงมั้ยคะเป็นคำ
00:06:44 → 00:06:46ถามที่ดีมากเลยครับมันมีแบบประเมินอยู่นะ
00:06:46 → 00:06:49เค้าเรียกแบบคัดกรอง Ace พวกนี้นะก็คือมี
00:06:49 → 00:06:53ทั้งหมดเอ่อ 10 ข้อคำถามนะที่ที่หมอพูดไป
00:06:53 → 00:06:55เมื่อกี้นเราแบ่งเป็น 5 กับ 5 นะก็คือ
00:06:55 → 00:06:57เลี้ยงดูไม่เหมาะสม 5 อย่างแล้วก็
00:06:57 → 00:07:00ครอบครัวบกพร่อง 5 อย่างแต่สมมุติหมอบอก
00:07:00 → 00:07:03ว่ามีคนในครอบครัวมีปญหาสุขภาพจิตจะถือ
00:07:03 → 00:07:07ว่าเรวร้าในเด็กไมถ้าเกิดว่าครอบสมาชิก
00:07:07 → 00:07:09นั้นเรับการรักษาเนาะก็ถือว่าไม่ใช่ใช่
00:07:09 → 00:07:14มั้ยฮะหรือสมมุติมีการว่าลูกบ้างนิดหน่อย
00:07:14 → 00:07:16อ่ะสมมุติแต่ไม่รุแรงก็ไม่ถือว่าเลวร้าย
00:07:16 → 00:07:19ดังนั้นเราจะตีว่า Ace คือเลวร้ายเมื่อ
00:07:19 → 00:07:22ไหร่เขาบอกว่าประสบการณ์เลวร้ายเนี่ยต้อง
00:07:22 → 00:07:26รุนแรงเกิดซ้ำหรือเรื้อรังนะร่วมกับ
00:07:26 → 00:07:30ปราศจากคววามช่วยเหลือคือต้องีที่รุนแรง
00:07:30 → 00:07:33หรือเรื้อรังก่อนนะฮะและไม่มีการช่วย
00:07:33 → 00:07:35เหลือเด็กๆเลยอันเนี้ยถึงจะเรียกว่าเลว
00:07:35 → 00:07:39ร้ายเพราะความรุนแรงที่รุนแรงเรื้อรังนะ
00:07:39 → 00:07:41หรือรุเนี่ยร่วมกับไม่มีความช่วยเหลือ
00:07:41 → 00:07:44เนี่ยจะทำให้เกิดภาวะความเครียดเป็นพิษ
00:07:44 → 00:07:47ตามมาหรือภาษาอังกฤษคือใช้คำว่า toxic
00:07:47 → 00:07:50stress ครับนะไอ้ตัวความเครียดเป็นพิษ
00:07:50 → 00:07:54นี่แหละจะตอบคำถามที่คุณสุสิถามมาว่ามัน
00:07:54 → 00:07:57เป็นตัวทางใจแล้วเพราะว่าไอ้ตัวความเครด
00:07:57 → 00:08:00เป็นเนี่ยมันฝังเข้าสู่สมองและร่างกาย
00:08:00 → 00:08:02เกือบทุกระบบเลยครับทั้งระบบประสาท
00:08:02 → 00:08:07ฮอร์โมนนะเอ่อระบบภูมุ้มกันรวมถึงระบบ
00:08:07 → 00:08:10เหนือพันธุกรรมเลยครับนะโดยเฉพาะหากเกิด
00:08:10 → 00:08:14กับเด็กๆในช่วงที่สมองกับอ่าร่างกายเนี่ย
00:08:14 → 00:08:18เค้ากำลังเจริญเติบโตครับค่ะฟังแบบนี้เรา
00:08:18 → 00:08:20อาจจะหลายคนนึกไม่ถึงเหมือนกันนะคะเพราะ
00:08:20 → 00:08:23ว่าคืออ่าโอเคเราจะเห็นก็ต่อเมื่อมันเป็น
00:08:23 → 00:08:26ข่าวขึ้นมาอย่างเงี้ยค่ะคุณหมอว่ามันมี
00:08:26 → 00:08:28ความรุนแรงเกิดขึ้นแล้วการกระทำที่ผู้
00:08:28 → 00:08:32ใหญ่กระทำต่อเด็กเนี่ยโอ้โหมันรุนแรงมาก
00:08:32 → 00:08:35ทั้งทางร่างกายและจิตใจที่แบบเราเห็นภาพ
00:08:35 → 00:08:38ด้วยความสาหัสจริงๆแต่แม้กระทั่งเนี่ยบาง
00:08:38 → 00:08:40คนอาจจะบอกว่าเ้าก็ฉันเป็นพ่อเป็นแม่ฉัน
00:08:40 → 00:08:41มีสิทธิ์สั่งสอนลูกอย่างเงี้ยค่ะคุณหมอ
00:08:41 → 00:08:43เออมันก็เป็นปัญหาอย่างนึงด้วยเหมือนกัน
00:08:43 → 00:08:46มั้ยคะว่าเอ๊ะการจะเข้าไปช่วยเหลือหรือ
00:08:46 → 00:08:48แม้กระทั่งแบบเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้อง
00:08:48 → 00:08:52หรืออะไรใดๆที่มันดูผิดปกติไปกว่าเด็กที่
00:08:52 → 00:08:55จะร้องเนี่ยก็เลยไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วย
00:08:55 → 00:08:58ด้วยมันเลยอาจจะเป็นระยะเวลาทำให้เกิด
00:08:58 → 00:09:01ความเนิ่นนักนานในกันกว่าจะได้เข้าไปได้
00:09:01 → 00:09:05รับการช่วยเหลือใช่ครับกฎหมายและวัฒธรรม
00:09:05 → 00:09:08มีผลกับเรื่องของประสบการเลวร้ายในวเด็ก
00:09:08 → 00:09:11และความรุนแรงครับเช่นเอ่อกฎหมายที่ปก
00:09:11 → 00:09:14ป้องสิทธิเด็กเนาะหรือวัฒธรรมที่ช่วย
00:09:14 → 00:09:17เหลือเด็กอย่างเต็มที่เนี่ยนะก็จะทำให้
00:09:17 → 00:09:20เด็กได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วฉ
00:09:20 → 00:09:23เอ่อทันทีมากกว่ากับวทำอย่างบ้านเราเนาะ
00:09:23 → 00:09:25เป็นเรื่องของครอบครัวเคเราไม่เกี่ยวอย่า
00:09:26 → 00:09:28เงี้ยก็มีผลกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ
00:09:28 → 00:09:30ในเด็กได้เหมือนกันครับอย่างเช่นเราเห็น
00:09:30 → 00:09:32ในข่าวเนาะบางทีเวลาเราเจอเด็กเช่นเสีย
00:09:32 → 00:09:35ชีวิตหรือบาเจ็บรุนแรงเนี่ยก็จะมีข่าวมา
00:09:35 → 00:09:39เหมือนกันว่าคนในรอบบ้านหรือในชุมชนคอนโด
00:09:39 → 00:09:42นั้นก็เห็นอยู่ซ้ำๆเนาะแต่ก็ไม่ได้มีใคร
00:09:42 → 00:09:46มาแจ้งความอะไรอืครับใช่ฟังแล้วแบบห่อ
00:09:46 → 00:09:48เหี่ยวหัวใจเหลือเกินค่ะเพราะว่าคือเด็ก
00:09:48 → 00:09:50อ่ะเนาะก็เค้าก็ยังเป็นเป็นเด็กอ่ะในบาง
00:09:50 → 00:09:52มุมคือเราอาจจะเอาความเป็นผู้ใหญ่ไปตัด
00:09:52 → 00:09:55สินว่าเควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้แต่ในวัย
00:09:55 → 00:09:58ของเขาเนี่ยมันก็เก็เป็นพฤติกรรมตามวัย
00:09:58 → 00:10:02ที่อาจจะไม่ได้แบบว่าในแนวความคิดจะ
00:10:02 → 00:10:04เหมือนผู้ใหญ่อะไรแบบนี้ด้วยอนะคะทีนี้ใน
00:10:04 → 00:10:08การที่จะเอ่อเข้าไปช่วยเหลือสมมุติว่า
00:10:08 → 00:10:11กรณีเราได้ยินเอ๊ะเด็กคนนี้ทำไมร้องผิด
00:10:11 → 00:10:14ปกติเออยู่ข้างบ้านเราหรือแบบทำไมมีรอย
00:10:14 → 00:10:17ช้ำรอยจ้ำรอยแผลหรืออะไรอย่างเงี้ยต่างๆ
00:10:17 → 00:10:19เงี้ค่ะอันนี้เราก็สามารถที่จะแจ้งหน่วย
00:10:19 → 00:10:21งานที่เกี่ยวข้องได้หรือว่าเราต้องแบบมี
00:10:21 → 00:10:23หลักฐานมีอะไรมั้ยทุกวันนี้ก็จะต้องแบบ
00:10:23 → 00:10:25ว่ามีการถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานเพื่อแบบ
00:10:25 → 00:10:27อ่าในการยื่นเรื่องหรืออะไรอย่างงี้ด้วย
00:10:27 → 00:10:29มั้ยคะลักษณะแบบนี้
00:10:30 → 00:10:33หมายถึงถ้าสมมุติว่าเราเป็นคนในชุมชนนั้น
00:10:33 → 00:10:36ๆเนาะที่จะช่วยเหลือเด็กๆของเราเราจะไป
00:10:36 → 00:10:41แจ้งหน่วยงานไหนอะไรพอจะได้บ้างมั้ยคะอ่า
00:10:41 → 00:10:43จริงๆแล้วเรามีหน่วยงานที่รับแจ้งเกี่ยว
00:10:43 → 00:10:47กับเรื่องของเอ่อถ้าเกิดพบเห็นเด็กที่รับ
00:10:47 → 00:10:49ความรูลแรงนะครับเช่นมูลธิสิทธิ์เอ่อ
00:10:49 → 00:10:52พิทักษ์สิทธิเด็กเนาะเบอร์ก็จะยาวนิดนึง
00:10:52 → 00:10:54แต่ถ้าจะง่ายสุดที่อยากให้ทุกท่านที่ฟัง
00:10:54 → 00:10:58วันนี้พอจะจำไว้ก็คือศูนย์ช่วยเหลือสังคม
00:10:58 → 00:11:03นะจำง่ายๆว่า 1,300 นะ 1300 อันเนี้ย
00:11:03 → 00:11:07บริการตลอด 24 ชมงเลยนะครับซึ่งข้อมูลที่
00:11:07 → 00:11:09เราอาจจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่เบื้องต้น
00:11:09 → 00:11:11ก่อนคือ 1 เด็กเนี่ยถูกทำร้ายเนี่ยเป็น
00:11:11 → 00:11:14ใครบ้านอยู่ไหนใครทำร้ายเนาะให้แจ้งไว้
00:11:14 → 00:11:18ก่อนเหยื่อคือใครอยู่ที่ไหนและใครเป็นคน
00:11:18 → 00:11:21ทำนะอันที่ 2 คือเอ่อแจ้งชื่อและเบอร์ติด
00:11:21 → 00:11:24ต่อของผู้แจ้งด้วยนะเผื่อเจ้าหน้าที่
00:11:24 → 00:11:26ต้องการขอรายละเอียดเพิ่มเติมโดยข้อมูล
00:11:26 → 00:11:29ของผู้แจ้งเนี่ยจะถูกปิดเป็นความรับเพื่อ
00:11:29 → 00:11:32ความปลอดภัยดังนั้นก็สบายใจได้ครับอย่าง
00:11:32 → 00:11:35ที่หมอเจอก็จะมีผู้ผู้หวังดีของสังคมโทร
00:11:35 → 00:11:39มาแจ้งเนาะแล้วก็มีเคสส่งมาเราก็จะรับ
00:11:39 → 00:11:42ทราบจากเแหละครับคนรอบๆชุมชนที่เป็นพลัง
00:11:42 → 00:11:45สังคมช่วยเหลือกันครับและผู้แจ้งเนี่ยไม่
00:11:45 → 00:11:47ต้องห่วงว่าจะถูกดำเนินคดีหรืออะไรเพราะ
00:11:47 → 00:11:51ว่าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ 254
00:11:51 → 00:11:54เนะครับเมีมาตรา 1 ใน 29 บอกว่าการแจ้ง
00:11:54 → 00:11:57เนี่ยนะเมื่อกระทำโดยสุจริตแล้วเนี่ยย่อม
00:11:57 → 00:12:00ได้ับความคุ้มครองทั้งทางแพ่งทางอาญาและ
00:12:00 → 00:12:03ทางปกครองเลยครับอ่าไม่ต้องกลัวว่าเดี๋ยว
00:12:03 → 00:12:05ผู้ปกครองเขาจะมาฟ้องอะไรหรือเปล่าหรือ
00:12:05 → 00:12:08แบบไปใส่ความไปอะไรอย่างงี้เนาะก็อันนี้
00:12:08 → 00:12:12มีใช่กฎหมายคุ้มครองอยู่อืก็คือหลักๆแต่
00:12:12 → 00:12:15ว่าอ่ะอันนี้ก็จะเป็นข้อมูลให้สำหรับคุณ
00:12:15 → 00:12:17ผู้ฟังด้วยนะคะว่าอ่าข้อมูลสำหรับผู้แจ้ง
00:12:17 → 00:12:20เนี่ยเป็นความลับเนาะคุณหมอเนาะอันนี้ก็
00:12:20 → 00:12:23ไม่ต้องกังวลไปนะคะอ่าทีนี้ให้จำไว้ว่า
00:12:23 → 00:12:26เบอร์ 1300 นะ 1300
00:12:26 → 00:12:301300 ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงกช่ม 1300
00:12:30 → 00:12:33อ่าถ้าเกิดว่าเราไม่แน่ใจหรืออะไรเงี้ย
00:12:33 → 00:12:36เราอาจจะเป็นแจ้งเบาะแสก่อนก็ได้นะคะอัน
00:12:36 → 00:12:39นี้นะคะอย่างน้อยคือถ้ามันมีอะไรเริ่มต้น
00:12:39 → 00:12:42มาสักระยะนึงแล้วเรารู้สึกผิดปกติอ่ะก็
00:12:42 → 00:12:45ถ้าจำเป็นประเมินแล้วเอ๊ะมันเป็นความ
00:12:45 → 00:12:47รุนแรงหรือไม่หรือว่าด้วยความที่เราอยู่
00:12:47 → 00:12:50ในชุมชนในข้างบ้านด้วยกันก็น่าจะรู้จัก
00:12:50 → 00:12:54กันพอสมควรในในบางมุมที่ดูเพฤติกรรมอาจจะ
00:12:54 → 00:12:58มีความรุนแรงซึ่งอาจจะกระทำต่อเด็กก็เป็น
00:12:58 → 00:13:01ไปได้นะคะทีนี้การในการเข้าไปช่วยเหลือ
00:13:01 → 00:13:05ค่ะแน่นอนว่าเอ่อเด็กซึ่งถูกเป็นผู้ถูก
00:13:05 → 00:13:08กระทำความรุนแรงนะคะคุณหมอตรงจุดนี้แหละ
00:13:08 → 00:13:11ที่ก็เคยได้ยินเคยได้เห็นเหมือนกันว่าจะ
00:13:11 → 00:13:15มีการถามเด็กซ้ำๆย้ำๆว่าเหตุการณ์เกิด
00:13:16 → 00:13:20ขึ้นยังไงเค้าทำอะไรบ้างนะคะเอ่อทำมานาน
00:13:20 → 00:13:22แค่ไหนแล้วอ่ะก็จะมีคนถามอยู่หลายคนเด็ก
00:13:22 → 00:13:26ก็ตอบซ้ำๆย้ำๆกันเรื่อยมานะคะถึงแม้มันดู
00:13:26 → 00:13:30เหมือนจะเป็นการแค่การสอบถามอันเนี้ยมัน
00:13:30 → 00:13:32เป็นการสร้างความตอกย้ำให้กับเด็กได้ด้วย
00:13:32 → 00:13:37เหมือนกันใช่มั้คะใช่ครับเอ่อการที่เด็กๆ
00:13:37 → 00:13:39ของเราถูกเอ่อประสบการณ์เลวร้ายมาเนาะทาง
00:13:39 → 00:13:41ด้านทารุณกรรมเรื่องอะไรต่างๆที่หมอพูดไป
00:13:41 → 00:13:44แล้วการที่เขายังรู้สึกว่าเขาเพิ่งได้รับ
00:13:44 → 00:13:46เหตุความรุนแรงเข้ามาในมากระทบทั้งทาง
00:13:46 → 00:13:50ร่างกายและจิตใจของเขานะรวมถึงสมองเขด้วย
00:13:50 → 00:13:52ดังนั้นมันเพิ่งเกิดเหตุการณ์มาสดๆร้อนๆ
00:13:52 → 00:13:55เลยเนี่ยการถามสอบถามทั้งให้ประวัติทาง
00:13:56 → 00:13:59ด้านของกฎหมายหรือการแพทย์เนี่ยคคจะต้อง
00:13:59 → 00:14:04มีเอ่อระบบที่เอ่อถามเพื่อให้เข้าใจทั้ง
00:14:04 → 00:14:07พัฒนาการเด็กและเอ่อไม่ทำให้เกิดบาดแผล
00:14:07 → 00:14:10ซ้ำนะโดยในเรื่องของเมืองไทยจริงๆแล้ว
00:14:10 → 00:14:15เนี่ยเรามีกฎหมายในการเอ่อสืบสวนสอบสวน
00:14:15 → 00:14:18เด็กๆที่ต่ำกว่าอายุ 18 ปีนะครับในประมวล
00:14:18 → 00:14:21กฎหมายวิธีพิจารณาอาญาเนี่ยเคเข็นไว้เลย
00:14:21 → 00:14:24ว่าในเด็กที่อายุไม่เกิน 18 ปีนะให้แยก
00:14:24 → 00:14:27กระทำการสืบสวนสอบสวนเป็นสัดส่วนและให้มี
00:14:28 → 00:14:31นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์บุคคล
00:14:31 → 00:14:34ที่เด็กร้องขอนะอยู่ในการถามปากคำนั้น
00:14:34 → 00:14:38ด้วยนะและนอกจากนี้บอกว่าห้ามมิให้ถามซ้ำ
00:14:38 → 00:14:40ซ้อนหลายครั้งโดยไม่มีเหตุอันครวญอันนี้
00:14:40 → 00:14:43คือกฎหมายเขียนไว้แบบนี้แต่ทางปฏิบัติ
00:14:43 → 00:14:46เนี่ยอาจจะไม่ใช่ไปตามกฎหมายเลยนะอันนี้
00:14:46 → 00:14:50หมอเอามาจากรายการรายงานของยูนิฟนะค่ะเพบ
00:14:50 → 00:14:52ว่าในเมืองไทยเเนี่ยเด็กที่ถูกเอล่วง
00:14:52 → 00:14:56ละเมิดต่างๆเนี่ยเวลามาสอบปากคำเนี่ยบาง
00:14:56 → 00:14:59ครั้งต้องตอบคำถามเดิมถึง 5 ครั้งนะออถึง
00:14:59 → 00:15:03จะได้รับการช่วยเหลือก็เช่นอ่าเวลาโทรไป
00:15:03 → 00:15:06เสร็จไปถึงตรงพรถึงตำรวจตำรวจซักประวัติ
00:15:06 → 00:15:11เสร็จใช่มั้ยไปที่เจ้าหน้าที่พมพมถามซ้ำม
00:15:11 → 00:15:14มาโรงพยาบาลคุณพยาบาลคุณหมอนักจิตนัก
00:15:14 → 00:15:17สังคมสงถามซอีกเงี้ยโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 5
00:15:17 → 00:15:20ครั้งนะแลถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นเนี่ยเป็น
00:15:20 → 00:15:22เหตุการณ์ที่มันรุนแรงกับเด็กเเหลือเกิน
00:15:22 → 00:15:25เนาะเช่นถูกเอ่อทารุณกรรมทางเพศมานะฮะ
00:15:25 → 00:15:28หรือทางร่างกายที่มันบอบช้ำมุนแรงเนี่ย
00:15:28 → 00:15:31มันก็เหมือนเป็นการเอ่อยิ่งย้ำบาดแผลทาง
00:15:32 → 00:15:35ใจกับเา้ามากขึ้นมากขึ้นคือเด็กเ้าก็จะมี
00:15:35 → 00:15:38ภาพความรุนแรงในหัวในสมองในใจเอยู่แล้ว
00:15:38 → 00:15:40เนาะแล้วพอเราไปถามซ้ำๆเหมือนไปขุดไปขุด
00:15:40 → 00:15:43เอ่อบาดแผลทางใจเขาซ้ำๆเนี่ยขึ้นมาได้
00:15:43 → 00:15:46เนาะซึ่งทางการแพ่แล้วเรียกว่าเป็นการ
00:15:46 → 00:15:50ration คือทำให้มัน tra ซ้ำๆนะครับนะดัง
00:15:50 → 00:15:52นั้นอันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ระบบปกป้อง
00:15:52 → 00:15:55คุ้มครองเด็กเนี่ยควรมีความรู้ความเข้าใจ
00:15:55 → 00:15:58ที่จะสอบถามเด็กเลยว่าเอ๊ะเราต้องประเมิน
00:15:58 → 00:16:00ด้วยว่าเด็กตอนเงี้ยอยู่ในภาวะที่เค้า
00:16:00 → 00:16:04ตื่นตระหนกเศร้าหรือว่าเอ่อกดดันอยู่หรือ
00:16:04 → 00:16:07เปล่าเราก็ควรที่จะรอให้เค้าสงบก่อนถึงจะ
00:16:07 → 00:16:11เข้าไปถามประวัติหรือใช้วิธีการทั้งทาง
00:16:11 → 00:16:14กายทางวาจาที่นุ่มนวลกับเด็กๆเพื่อไม่ให้
00:16:14 → 00:16:18เกิดการทรอม่าซ้ำครับอ๋อเพราะว่าในอย่าง
00:16:18 → 00:16:20ที่คุณหมอบอกว่าเขามีภาวะความเครียดที่
00:16:20 → 00:16:23เป็นพิษกันอยู่แล้วสำหรับเด็ก A ใช่มั้ย
00:16:23 → 00:16:26คะที่แบบเขาอยู่ในภาวะความเครียดความ
00:16:26 → 00:16:29รุนแรงที่มันเรื้อรังมาโอกว่าจะมีคนเข้า
00:16:29 → 00:16:32มาช่วยเหลือเนี่ยบางทีเขาอาจจะเป็นความ
00:16:32 → 00:16:35เครียดที่มันสะสมกันมาเนิ่นนานแล้วก็ส่ง
00:16:35 → 00:16:38ผลกระทบต่อสภาพร่างกายแต่แล้วยิ่งมาเจอคำ
00:16:38 → 00:16:40ถามซ้ำๆแบบนี้เข้าไปอีกคือเข้าใจในในการ
00:16:40 → 00:16:43ทำงานของแต่ละหน่วยงานที่อาจจะต้องมีการ
00:16:43 → 00:16:46สอบถามที่แตกต่างกันออกไปใช่มั้ยคะอย่าง
00:16:46 → 00:16:49ตำรวจก็ในในเชิงของคดีอ่าอย่างของนัก
00:16:49 → 00:16:52สังคมสงเคราะห์ก็อ่านักจิตวิทยาก็จะอีก
00:16:52 → 00:16:56รูปแบบเหือเออใช่อาจจะหลากหลายแล้วว่าการ
00:16:56 → 00:17:00ได้ถามซ้ำๆมันก็เลยกลายเป็นยิ่งไปตอกย้ำ
00:17:00 → 00:17:03ความรู้สึกอุ๊ยแล้วยิ่งเดี๋ยวนี้ค่ะคุณ
00:17:03 → 00:17:07หมอสังคมโซเชียลมีเดียเนาะคือมันค่อนข้าง
00:17:07 → 00:17:09ที่จะแบบใช่ครับเ่าหลายๆอย่างมันเป็น
00:17:09 → 00:17:11Digital Food print ด้วยเหมือนกันที่
00:17:11 → 00:17:14มันเก็บอยู่ในโลกออนไลน์เนี่ยมันสามารถ
00:17:14 → 00:17:18กลับมาดูหรือมาเจอเหตุการณ์หรือว่าเเวลา
00:17:18 → 00:17:20เค้าโตขึ้นมาเห็นได้อีกอ่ะค่ะอันนี้ก็
00:17:20 → 00:17:22ยิ่งซ้ำได้อีกใช่มอันนี้เป็นยิ่งๆยิยิ
00:17:22 → 00:17:25เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเลยเนาะเช่น
00:17:25 → 00:17:27บางทีเนี่ยคนแชร์ในโซเชียลก็อยากช่วย
00:17:27 → 00:17:29เหลือเด็กๆนะหมาะเข้าใจ
00:17:29 → 00:17:32แต่ภาพที่เด็กโดนเนี่ยก็จะยิ่งแพร่ไปใหญ่
00:17:32 → 00:17:35ถูกมั้ยฮะยิ่งแพร่หลายไปใหญ่เนาะแล้วก็
00:17:35 → 00:17:37บางทีมีเรื่องของเอ่อบางทีไม่ได้
00:17:37 → 00:17:39เซ็นเซอร์หน้าด้วยอ่ะเนาะไม่ได้เซ็นเซอร์
00:17:39 → 00:17:42ผู้ถูกกระทำด้วยอย่างเงี้ยซึ่งทางการแพท
00:17:42 → 00:17:44ถือเป็นความรับคนไข้หรือผู้ป่วยเราไม่ควร
00:17:44 → 00:17:47ที่จะเปิดเผยเนาะเราเข้าจะเจตนาดีนะแต่
00:17:47 → 00:17:50บางทีการกระทำนัแหละทำให้เกิดบดแผลซ้ำๆ
00:17:50 → 00:17:53เนาะหรือลองนึกถึงภาพเด็กคนนี้นะสมมุติเ
00:17:53 → 00:17:56ก้าวผ่านบาดแผลทางใจไปแล้วแต่พอเขาเติบโต
00:17:56 → 00:18:00ขึ้นมันมีภาพเขาหรือข่าวเาว่าในโซเชียล
00:18:00 → 00:18:02ต่อไปอย่างเงี้ยเนาะเราเรานึกถึงตัวเรา
00:18:02 → 00:18:05เราก็คงเราก็คงไม่โอเคเหมือนกันนะครับอ
00:18:05 → 00:18:08ใช่ๆแล้วก็แบบคืออันเนี้ยมันเป็นผลกระทบ
00:18:08 → 00:18:10ที่เกิดขึ้นกับเด็กหลายๆอย่างหลายๆด้าน
00:18:10 → 00:18:13เหมือนกันแต่มันก็มีบางบางส่วนอีกเหมือน
00:18:13 → 00:18:16กันนะคะคุณหมอที่บอกว่าเอ่อขอความร่วมมือ
00:18:16 → 00:18:18อย่าโพสต์อย่าแชร์ต่อหรืออะไรอย่างเงี้นะ
00:18:18 → 00:18:21คะกลายเป็นว่ายิ่งหนักเลยค่ะบางทีภาพบาง
00:18:21 → 00:18:24ภาพที่บอกว่าโอ้เอ่อไม่ไม่ควรเปิดเผยเบลอ
00:18:24 → 00:18:27ภาพไว้หรืออะไรก็แล้วแต่โอ๋พอไปอยู่ในอีก
00:18:27 → 00:18:30แพลตฟอร์มนึงปุ๊บเรียบร้อยเลยเห็นทุก
00:18:30 → 00:18:33อย่างเลยทีนี้เลยโอบางทีผมก็ได้ราย
00:18:33 → 00:18:36ละเอียดเคสเนาะจากข่าวมากกว่าตอนที่เรา
00:18:37 → 00:18:40เจอเคสจริงนะบางทีเราทำงานแล้วไม่ค่อยได้
00:18:40 → 00:18:44เนาบางทีพอเข้าข่าวโอ้โหสักได้นิดเดียวไป
00:18:44 → 00:18:48ดูข่าวแผนผังในตามโซเชียลนะโอโถอดความมา
00:18:48 → 00:18:52เต็มที่เลยทีนะครับค่ะใช่ๆแล้วก็อาจจะ
00:18:52 → 00:18:56เรียกว่ายข่าวขยี้ขใช่ๆเหมือนดับสังคมคือ
00:18:56 → 00:18:59โอเคบางทีหน่วยงานรับหรือหน่วยงาน NGO
00:18:59 → 00:19:02อาจจะเข้าถึงช้าพวกหน่วยงานโซเชียลที่
00:19:02 → 00:19:04เป็นต่างๆเนาะอาจจะเข้าได้ไวกว่าแต่ว่า
00:19:04 → 00:19:09บางทีเขาก็ขยี้หรือตีข่าวจนมันไม่ได้มัน
00:19:09 → 00:19:11มันได้ความช่วยเหลือเด็กแหละแต่มันอาจจะ
00:19:11 → 00:19:13ทำร้ายซ้ำซ้อนเด็กเขาด้วยครับอืถ้าอย่าง
00:19:13 → 00:19:17งั้นเราจะหาแนวทางหรือวิธีการอะไรที่ที่
00:19:17 → 00:19:20ดีที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดได้บ้างคะคุณ
00:19:20 → 00:19:22หมอในเรื่องการที่จะเข้าไปช่วยเหลือหรือ
00:19:22 → 00:19:25แม้กระทั่งการที่จะไม่เข้าไปตอกย้ำถามซ้ำ
00:19:25 → 00:19:29กับเด็กที่อยู่ในภาวะของความรุนแรง
00:19:29 → 00:19:32ประสบการณ์ที่เจอเลวร้ายขนาดนี้คะจริงๆ
00:19:32 → 00:19:35แล้วหลักการสำคัญเนาในการช่วยเหลือเด็กๆ
00:19:36 → 00:19:39นะก็ประกอบด้วย 2 ส่วนบอกแล้ว aace เนี่ย
00:19:39 → 00:19:41มันจะเกิดความเร็วร้ายกมอึมันต้องรุนแรง
00:19:41 → 00:19:43เรื้อรังเนาะหรืออีกอย่างนึงก็คือมันไม่
00:19:43 → 00:19:46มีความช่วยเหลือถึงจะเกิดความเครียดเป็น
00:19:46 → 00:19:49พิษดังนั้นน่ะสิ่งสำคัญสุดก็คือเราเอา
00:19:49 → 00:19:52เด็กเนี่ยออกมาจากความรุนแรงือังความรุน
00:19:53 → 00:19:55แรงของเขาก่อนนะสถานการณ์ที่เลวร้ายเอา
00:19:55 → 00:19:57ออกมาก่อนเลยนะซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่
00:19:58 → 00:20:00และสังคมนี้ต้องช่วยกันดูแลเฝ้าระวังและ
00:20:00 → 00:20:02ให้ความช่วยเหลืออย่างทันถ้วนทีเพื่อไม่
00:20:02 → 00:20:04ให้ประสบการณ์เลวร้ายด้าหน้ากลายไปเป็น
00:20:04 → 00:20:06ความเครดเป็นพิษหรืออย่างเลวร้ายที่สุด
00:20:06 → 00:20:09เลยนะความรุนแรงนทำให้เด็กเราพิการหรือ
00:20:09 → 00:20:11เสียชีวิตนะอันนี้คือองค์ประกอบแรกเอา
00:20:11 → 00:20:14เด็กเอามาก่อนแล้วก็ที่หมอปเรามีกฎหมาย
00:20:14 → 00:20:17คุ้มครองผู้แจ้งนะและผู้แจ้งก็เป็นความ
00:20:17 → 00:20:20รับด้วยนะฮะส่วนที่ 2 เนี่ยนะที่จะช่วย
00:20:20 → 00:20:23เหลือเด็กๆ a ของเราเนี่ยก็คือการช่วย
00:20:23 → 00:20:26เหลือฟื้นฟูเนาะจากานวิจัยและวิชาการต่าง
00:20:26 → 00:20:28ๆนะครับเราพบว่าปัจจัยที่ทำให้เดเด็ก
00:20:28 → 00:20:32เนี่ยฟื้นฟูเติบโตแลก้าวผ่านมาได้นะค่ะ
00:20:32 → 00:20:35เอาความเครียดเป็นพิษในสมองและร่างกาย
00:20:35 → 00:20:39เนี่ยคือการสร้างสิ่งที่เรียกว่า resi นะ
00:20:39 → 00:20:43resi เนี่ยมันคืออะไรเนาะมันมันแปลได้
00:20:43 → 00:20:45ว่าเป็นความสามารถในการกลับสู่สภาพเดิม
00:20:45 → 00:20:48เนาะหรือแปลว่าความยืดหยุ่นนะแต่เราอาจจะ
00:20:48 → 00:20:52ได้สั้นๆว่าความยืดหยุ่นทางใจนะทางจิตใจ
00:20:52 → 00:20:55นะหมอขออนุญาตใช้ทัศัพท์ว่า resi เลยแล้ว
00:20:55 → 00:20:59กันเนาะ resi เพบว่าเด็กบางคนที่มีีนมาก
00:20:59 → 00:21:01เนี่ยเสามารถก้าวผ่านอุปสรรคและเติบโตได้
00:21:01 → 00:21:04ดีกว่าแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ Residence
00:21:04 → 00:21:06เนี่ยเป็นส่วนผสมทั้งเกิดจากตัวเด็กเองนะ
00:21:06 → 00:21:09เช่นบางคนเนาะเกิดในภาวะยากลำบากเนาะเาก็
00:21:09 → 00:21:11เติบโตมาอย่างดีได้อันเนี้ยเถือว่าเด็กคน
00:21:11 → 00:21:15เมี resi ด้วยตัวเองอย่างดีแต่ resi
00:21:15 → 00:21:17เนี่ยก็เกิดจากสิ่งแวดล้อมที่ช่วยเสริม
00:21:17 → 00:21:19สร้างให้แก่เด็กได้เช่นเดียวกันดังนั้น
00:21:19 → 00:21:22เราในฐานะผู้ใหญ่และผู้ดูแลเด็กทุกท่าน
00:21:22 → 00:21:24เนี่ยรวมทั้งสังคมเนี่ยเราสามารถสร้าง
00:21:24 → 00:21:27resi ให้กับเด็กได้นะทั้งเด็กปกตินะฮะ
00:21:27 → 00:21:31แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนี่ยเด็ก A ของ
00:21:31 → 00:21:34เราเนาะทีนี้ไอ้ตัวีนที่เราพูดไปแล้ว
00:21:34 → 00:21:36เนี่ยมันเกิดจากอะไรได้บ้างก็เกิดจาก 3
00:21:36 → 00:21:39ส่วนหลักๆนะครับ 1 คืออันนี้สำคัญสุดเลย
00:21:40 → 00:21:43ความสัมพันธ์ที่ใส่ใจและตอบสนองต่อเด็กนะ
00:21:43 → 00:21:47โดยไอ้ความสัมพันธ์เนี้ยเราขอเพียงผู้
00:21:47 → 00:21:49ใหญ่หรือมนุษย์สักคนบนโลกนี้นะครับนะอาจ
00:21:49 → 00:21:52เป็นใครก็ได้นะในครอบครัวนั้นถ้าพ่อแม่ทำ
00:21:52 → 00:21:56งานไม่ได้ปู่ย่าตายายลุงป้านาอาเข้ามานะ
00:21:56 → 00:22:00หรือครอบครัวทำงานไม่ได้คุณครูเนาะชุมชน
00:22:00 → 00:22:03เข้ามาเจ้าหน้าที่ที่คุ้มครองด้านการปก
00:22:03 → 00:22:05ป้องคุ้มครองเด็กนักสังคมสงเคราะห์คุณหมอ
00:22:05 → 00:22:09คุณพยาบาลหรือสื่อมวลชนในทั้งแต่ฮะเข้ามา
00:22:09 → 00:22:12เป็นความสามัญที่อบอุ่นปลอดภัยและไว้ใจ
00:22:12 → 00:22:15ได้นะเพื่อให้เด็กเนี่ยได้รู้ว่าโลกเนี้ย
00:22:15 → 00:22:18ปลอดภัยสำหรับเขาเนาะโดยเขาพบว่าไอ้
00:22:18 → 00:22:21ปัจจัยความสัมพันธ์นี่แหละเป็นสิ่งสำคัญ
00:22:21 → 00:22:23ที่สุดเลยในการสร้างรีซีเรียนให้เด็ก
00:22:23 → 00:22:26เนี่ยก้าวผ่านประสบการณ์เลวร้ายไปได้รวม
00:22:26 → 00:22:28ถึงให้เาเนี่ยเออกับปัญหาอุปสักักเมื่อ
00:22:28 → 00:22:30เขาเติบโตขึ้นอันนี้คือปัจจัยข้อแรกในการ
00:22:30 → 00:22:34สร้างรีนนะครับค่ะข้อที่ 2 เลยทักสร้าง
00:22:34 → 00:22:37ทักษะการปรับตัวและควบคุมตัวเองให้แก่
00:22:37 → 00:22:40เด็กๆหรือเราอาจจะได้ย่อๆว่ามันคือทักษะ
00:22:40 → 00:22:42EF นั่นเองนะที่สถาบันก็มีงานเกี่ยวกับ
00:22:42 → 00:22:45EF เยอะนะครับค่ะทักษะ EF เนี่ยคืออะไร
00:22:45 → 00:22:50เนาะมันทำให้เด็กๆเนี่ยพัฒนาสมองส่วนหน้า
00:22:50 → 00:22:53ซึ่งทำหน้าที่กับเรื่องของการควบคุมนะวาง
00:22:53 → 00:22:56แผนต่างๆเนี่ยให้ดีขึ้นแล้วก็ลดการ
00:22:56 → 00:22:59กระตุ้นของสมองส่วนอารมณ์ให้สงบลงนะ
00:22:59 → 00:23:02เดี๋ยวหมอขอเล่าให้ฟังก่อนว่าไอ้ไอ้ตัว
00:23:02 → 00:23:04ประสบการณ์เลวร้ายต่างๆที่เขาคเจอเนี่ย
00:23:04 → 00:23:07เนาะมันทำให้เกิดความเครียดเป็นพิษตามมา
00:23:07 → 00:23:10ที่พูดไปะความเครียดเป็นพิษเนี่ยครับมัน
00:23:10 → 00:23:12จะกระตุ้นให้ร่างกายเหลฮอร์โมนความเครียด
00:23:12 → 00:23:16หลักๆ 2 ตัวคืออารีนกับคอร์ติซอลนะไอ้
00:23:16 → 00:23:19ฮอร์โมนเนี้ยจะทำให้เด็กอยู่ในภาวะสู้
00:23:19 → 00:23:22หรือหนีตลอดเวลาเลยครับนะเขาก็จะรู้สึก
00:23:22 → 00:23:24ว่านึกออกมเหมือนว่าจริงๆฮอร์โมนเนี้ยมัน
00:23:24 → 00:23:27หลั่งเมื่อเราเนี่ยเจออันตรายต่างๆเนาะ
00:23:27 → 00:23:29เช่นสมมุติเราไปเจอสัตว์อันตรายสัตว์ร้าย
00:23:29 → 00:23:31เนี่ยเราก็ต้องมีภาวะว่าเราจะสู้หรือหนี
00:23:31 → 00:23:34อือเหมือนกับบ้านไฟไหม้อ่ะเราก็มีภาวะเ้อ
00:23:34 → 00:23:37รังออกมาเพื่อมีแหร่งในการสู้หรือหนีเนาะ
00:23:37 → 00:23:39แต่ว่าเด็กๆพวกเนี้ยอยู่ในความรุนแรงตลอด
00:23:39 → 00:23:41เวลานึกถึงว่าเาอยู่ในบ้านที่ไฟไหม้ตลอด
00:23:42 → 00:23:44เวลาเนาะหรือว่ามีสัตว์ร้ายในบ้านเตลอด
00:23:44 → 00:23:46เวลาอย่างเงี้ยค่ะเขาก็อยู่ในโหมดฟู้หร
00:23:46 → 00:23:49หนีตลอดเวลาเลยนะไอ้โหมดนี้แหละมันจะไป
00:23:49 → 00:23:51กระตุ้นสมองส่วนอารมณ์ของเด็กให้ทำงานมาก
00:23:51 → 00:23:55ขึ้นแล้วก็ยับยั้งสมองส่วนเหตุผลเขาให้ลด
00:23:56 → 00:23:59ลงนะหมอขอเปรียบง่ายๆว่าไอ้ตัวสมองเนี่ย
00:23:59 → 00:24:01เปรียบเสมือนส่วนหน้าเหมือนเบรกนะอารมณ์
00:24:02 → 00:24:04เหมือนคันเร่งประสบการณ์เลวร้ายของเขา
00:24:04 → 00:24:08เนี่ยนะมันจะไปทำให้เบรกเนี่ยเสียแล้วคัน
00:24:08 → 00:24:10เร่งเนี่ยเหยียบเต็มคันเร่งเลยนะดังนั้น
00:24:11 → 00:24:14โอกาสที่ชีวิตจะอเอ่อพังทลายก็จะยิ่งสูง
00:24:14 → 00:24:17นะสุดท้ายและคือเรื่องประสบการณ์เชิงบวก
00:24:17 → 00:24:20ในชีวิตนะเราพบว่าเด็กๆกลุ่มเเติบโตมาใน
00:24:20 → 00:24:22สิ่งรำที่มีแต่ความรุนแรงและเลวร้ายดัง
00:24:23 → 00:24:25นั้นปัจจัยที่จะช่วยฟื้นฟูโรกทัศน์ของเขา
00:24:25 → 00:24:27ให้ปลอดภัยเนี่ยคือการสร้างประสบการณ์
00:24:27 → 00:24:30เชิงบวกทั้งความสามารถที่เป็นมิตรการลับ
00:24:30 → 00:24:34ที่เพียงพอเนาะกีฬาศิลปะดนตรีต่างๆเนี่ย
00:24:34 → 00:24:37ทำให้เด็กๆฟื้นฟูได้ซึ่งทั้งหมดเยมีงาน
00:24:38 → 00:24:40วิจัยรองรับและมีการปฏิบัติจริงในต่าง
00:24:40 → 00:24:42ประเทศแล้วนะเราเอาเด็ก C มาเอ่อออกกำลัง
00:24:42 → 00:24:46กายนอนหลับเพียงพอเสธรรมชาติก็มีผลนะรวม
00:24:46 → 00:24:50ถึงเขาใช้คำว่า mindfulness ก็คือการฝึก
00:24:50 → 00:24:53สติก็สามารถฟื้นฟูเด็ก A ได้เช่นเดียวกัน
00:24:53 → 00:24:56ครับอืแสดงว่าอย่างน้อยที่สุดแล้วเนี่ยใน
00:24:56 → 00:24:58วันที่เจอประสบการณ์ที่เร็วร้าแต่เขา
00:24:58 → 00:25:02สามารถที่จะก้าวค้าอ่าก้าวข้ามผ่านพ้นไอ้
00:25:02 → 00:25:07ตรงจุดนี้ไปได้ด้วยเอ่อคนที่ดูแลแล้วก็
00:25:07 → 00:25:10ด้วยสังคมของเราที่จะช่วยกันเอ่อคนละนิด
00:25:10 → 00:25:12คนละหน่อยเล็กๆน้อยๆนะคะเราช่วยกันเป็น
00:25:12 → 00:25:16เกราะป้องกันเป็นกำแพงที่แข็งแรงให้กับ
00:25:16 → 00:25:19เด็กเหล่านี้ให้ก้าวข้ามผ่านสิ่งเลวร้าย
00:25:19 → 00:25:20ในชีวิตของเขาไปได้แล้วเขาก็จะได้กลับมา
00:25:21 → 00:25:22ใช้ชีวิตได้เป็นปกติเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ
00:25:22 → 00:25:26คุณหมอคะใช่ครับใช่ครับก็เ่าตรงนี้ก็ย้ำ
00:25:26 → 00:25:30นะคะ 1300 นะคะ้าพบเห็นการทารุณกรรมเด็ก
00:25:30 → 00:25:33สามารถแจ้งได้ตลอด 24 ช่วโมงนะคะทั่ว
00:25:33 → 00:25:37ประเทศเลยนะกับหมายเลขนี้จะได้ช่วยกันนะ
00:25:37 → 00:25:39ดูแลเด็กๆของเรานะคะให้เขาเติบโตในอนาคต
00:25:39 → 00:25:42ได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นด้วยนะคะคุย
00:25:42 → 00:25:45กับคุณหมอมาเพลินๆค่ะคงต้องบอกลากันตรง
00:25:45 → 00:25:48นี้แล้วนะคะเอาไว้ถ้ามีอะไรที่น่าสนใจเรา
00:25:48 → 00:25:50มาคุยกันใหม่นะคะคุณหมอขาได้ครับยินดี
00:25:51 → 00:25:53อย่างมากเลยครับเรื่อง a นี่ยังมีประเด็น
00:25:53 → 00:25:55อีกเยอะเลยที่เราควรที่จะพูดคุยและขับ
00:25:55 → 00:25:57เคลื่อนสังคมไปด้วยกันครับได้เลยค่ะยินดี
00:25:58 → 00:26:00เป็นิค่ะขอบคุณคุณหมอสุนันะคะขอบคุณค่ะ
00:26:00 → 00:26:04ขอบคุณมากครับขอบคุณสวัสดีสวัสดีครับเอา
00:26:04 → 00:26:06ล่ะค่ะคุณผู้ฟังหมดเวลาแล้วนะคะเราจะกลับ
00:26:06 → 00:26:08มาพบกันใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอทาง
00:26:08 → 00:26:11ไย PBS podcast ค่ะวันนี้ลาไปก่อนนะคะ
00:26:11 → 00:26:14สวัสดีค่ะ This Is tha PBS podcast
00:26:15 → 00:26:18แผลไฟไหม้ที่มีผลกระทบต่อผิวหนังมีสาเหตุ
00:26:18 → 00:26:20ได้จากอะไรบ้างไฟไหม้เปียกกับแห้งแตกต่าง
00:26:20 → 00:26:22กันอย่างไรผู้ช่วยศาตราจารย์ปิยาพร
00:26:22 → 00:26:25เยาวเรศจากคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:26:25 → 00:26:29มหิดลมาเล่าให้ฟังครับแผลไภไหม้นะคะก็จะ
00:26:29 → 00:26:32เป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังเนื้อ
00:26:32 → 00:26:35เยื่อของร่างกายนะคะสาเหตุต่างๆที่พูดถึง
00:26:35 → 00:26:38ก็คือเรื่องของความร้อนความเย็นกระแสไฟ
00:26:38 → 00:26:40ฟ้าแล้วก็สารเคมีต่างๆรวมไปถึงสาร
00:26:40 → 00:26:43กัมมันตภาพรังสีด้วยนะคะแผประเภทนี้ก็จะ
00:26:43 → 00:26:45ทำให้เนื้อเยื่อเนี่ยค่ะถูกทำลายในแต่ละ
00:26:45 → 00:26:48ชั้นผิวหนังของเราเนี่ยก็จะมีอยู่ 2 ชั้น
00:26:48 → 00:26:52เป็นชั้นหนังกำพ้านะคะก็จะอยู่นอกสุดนะคะ
00:26:52 → 00:26:55เป็นส่วนที่สัมผัสแล้วก็ดูดซับแสงแดดนะคะ
00:26:55 → 00:26:58จะเป็นที่อยู่ของเยื่อบุเซลล์ผิวหนังแล้ว
00:26:58 → 00:27:02ก็เม็ดสีต่างๆค่ะชั้นถัดมาเป็นหนังแท้
00:27:02 → 00:27:05ชั้นนี้นะคะก็จะอยู่ด้านในถัดเข้ามาค่ะ
00:27:05 → 00:27:08เป็นส่วนที่อยู่ลึกลงไปที่เป็นที่อยู่ของ
00:27:08 → 00:27:10เส้นเลือดเส้นประสาทต่อมไขมันแล้วก็ต่อม
00:27:10 → 00:27:13เหงื่อความเย็นทำให้เกิดแผลแต่เป็นความ
00:27:13 → 00:27:16เย็นที่ต่ำกว่าจุดเยือดแข็งนะคะคือติดลบ
00:27:16 → 00:27:19นะค่ะประเทศเราไม่ค่อยเจอแต่กลุ่มคนที่
00:27:19 → 00:27:22ประเทศเราจะเจอเช่นใช้ Dr ไอซหรือไม่ก็
00:27:22 → 00:27:25เป็นกลุ่มที่อยู่ในโรงงานน้ำแข็งโดยปกติ
00:27:25 → 00:27:27แล้วเนี่ยผิวหนังของเราจะทนความร้อนได้
00:27:27 → 00:27:30อยู่ที่ประประมาณ 40 องศค่ะถ้ามากกว่า
00:27:30 → 00:27:32นั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงวันนี้ถ้าเกิด
00:27:32 → 00:27:34การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเลยก็เริ่มตั้ง
00:27:34 → 00:27:38แต่ 60 องศนี่ชัดมากนะคะ 60 องศาก็คือ
00:27:38 → 00:27:40เป็นอุณหภูมิเหมือนหม้อหุงข้าวขนาดเล็ก
00:27:40 → 00:27:43ทั่วไปอ่ะค่ะถ้าเกิดว่าประมาณ 60 องศเจอ
00:27:43 → 00:27:46แค่ 3 วินาทีเท่านั้นน่ะค่ะก็จะทำให้เกิด
00:27:46 → 00:27:49บาดแผลได้แล้วถ้า 69 นี่เขาพิสูจน์มาแล้ว
00:27:49 → 00:27:52ว่าเกิดแผลทันทีใน 1 วินาทีที่สัมผัส
00:27:53 → 00:27:56เริ่มจากแผลแดงนะค่ะอักเสบนะคะก่อนที่จะ
00:27:56 → 00:28:00ลุกลามไปหรือถ้าสขัดนานขึ้นนะคะก็อาจจะทำ
00:28:00 → 00:28:03ให้แผลเนี่ยถูกทำลายลึกขึ้นก็จะมีอาการ
00:28:03 → 00:28:05และอการแสดงที่แตกต่างกันไปสำหรับระดับ
00:28:05 → 00:28:09ของแผลไหม้จะแบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกันนะคะ
00:28:09 → 00:28:11ซึ่งแต่ละระดับเนี่ยนะคะจะบอกถึงความ
00:28:11 → 00:28:14รุนแรงของการบาดเจ็บแต่จริงๆแล้วเนี่ยภาพ
00:28:14 → 00:28:17รวมของความรุนแรงของการบาดเจ็บจากแผลไหม้
00:28:17 → 00:28:19เนี่ยไม่ได้พูดถึงแค่แค่ความลึกอย่าง
00:28:19 → 00:28:22เดียวนะคะเขาจะพูดถึงปัจจัยสำคัญอยู่ 3
00:28:22 → 00:28:25อย่างความกว้างความลึกแลก็ปัจจัยที่มี
00:28:25 → 00:28:27อิทธพลต่อความรุนแรงอย่างความร้อนเนี่ย
00:28:27 → 00:28:30เราแบ่งแบ่งเป็น 3 ชนิดเป็นความร้อนเปียก
00:28:30 → 00:28:32กับความร้อนแห้งอย่างความร้อนแห้งก็จะ
00:28:32 → 00:28:35เป็นเปลวไฟนะเพลิงไหม้ทั้งหลายเนี่ยค่ะ
00:28:35 → 00:28:38หรือไม่ก็จะเป็นประค่าไฟนะคะอาจจะเกิดการ
00:28:38 → 00:28:42สปารกันของไฟช็อตในอากาศนี่แหละค่ะไฟแห้ง
00:28:42 → 00:28:45ชนิดที่เราไปสัมผัดกับอุปกรณ์ที่มีความ
00:28:45 → 00:28:48ร้อนสูงเตารีดหรือไม่ก็ท่อไอเสียรถยนต์
00:28:49 → 00:28:51อะไรพวกเค่ะแต่ค่าแผลเปียกก็จะเป็นเกิด
00:28:51 → 00:28:55จากพวกน้ำมันน้ำร้อนนะคะหม้อน้ำเต้าหู้
00:28:55 → 00:28:57อะไรพวกเย
00:28:57 → 00:28:58ค่ะ
00:28:58 → 00:29:02This Is Toy PBS
00:29:02 → 00:29:06podcast ติดตามรายการทางเว็บไซต์และ
00:29:06 → 00:29:08Application ของ Thai PBS podcast
00:29:08 → 00:29:11spotify soundcloud Google podcast
00:29:11 → 00:29:14Apple podcast และ YouTube Channel
00:29:14 → 00:29:18Thai PBS podcast Thai PBS podcast
00:29:18 → 00:29:21View the world via The
00:29:21 → 00:29:27[เพลง]
00:29:27 → 00:29:29Voice
00:29:29 → 00:29:32อ