00:00:02 → 00:00:05สวัสดีครับผมหมอประเวศเป็นจิตแพทย์ครับ
00:00:05 → 00:00:08เราพบกันทุกคืนวันอาทิตย์เวลา 2 ทุ่ม
00:00:08 → 00:00:11สำหรับคืนวันนี้วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม
00:00:11 → 00:00:15พุทธศักราช 2566
00:00:15 → 00:00:19เรามีนัดกันในหัวข้อ mine Set เพื่อการ
00:00:19 → 00:00:22เยียวยาโรคเรื้อรังนะครับ
00:00:22 → 00:00:26หัวข้อนี้เป็นการรับปาก
00:00:26 → 00:00:29จากสมาชิกที่ขอไว้ในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ
00:00:29 → 00:00:34ปัจจุบันโรคเรื้อรังเป็น
00:00:34 → 00:00:37เรียกว่ามีการระบาดที่ค่อนข้างรุนแรง
00:00:37 → 00:00:38นะครับ
00:00:38 → 00:00:43คำว่าระบาดในที่หมายถึงปริมาณประชากรที่
00:00:43 → 00:00:46เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังมีกันเยอะนะครับ
00:00:46 → 00:00:51ผมเลือกใช้คำว่าเยียวยาแทนที่จะใช้คำว่า
00:00:51 → 00:00:54รักษาด้วยความตั้งใจนะครับ
00:00:54 → 00:00:57เพราะเวลาที่เราพูดถึงคำว่าเยียวยา
00:00:57 → 00:01:01มันจะสื่อถึงบทบาทของผู้เป็นเจ้าของร่าง
00:01:01 → 00:01:03กายด้วยนะครับ
00:01:03 → 00:01:06แล้วก็การเยียวยามันจะมีมิติที่กว้างกว่า
00:01:06 → 00:01:10คำว่าการรักษาในภาษาไทยนะครับ
00:01:10 → 00:01:13การที่เราใช้คำว่าเยียวยามันยังรวมถึงการ
00:01:13 → 00:01:16ที่เราเชื่อว่าร่างกายมีศักยภาพในการ
00:01:16 → 00:01:18เยียวยาตัวเอง
00:01:18 → 00:01:22อยู่ในนั้นนะครับเมื่อเทียบกับคำว่าการ
00:01:22 → 00:01:26รักษาก็จะสื่อถึงหน้าที่ที่แพทย์ผู้
00:01:26 → 00:01:31เชี่ยวชาญเป็นคนจัดให้มอบให้ท่านก็เลยใช้
00:01:31 → 00:01:34คำว่า my Set เพื่อเยียวยาโรคเรื้อรัง
00:01:34 → 00:01:38คำว่าโรคเรื้อรังก็จะหมายถึงโรคที่เป็น
00:01:38 → 00:01:40ต่อเนื่องยาวนานนะครับ
00:01:40 → 00:01:45ก็ไม่ใช่เป็นแล้วหายในเวลาสั้นๆเช่นเวลา
00:01:45 → 00:01:47เรามีแผลอย่างนี้ก็ไม่เรียกว่าโรค
00:01:47 → 00:01:50เรื้อรังนะครับเป็นภาวะเฉียบพลัน
00:01:50 → 00:01:52เป็นหวัดท้องเสียติดเชื้อส่วนใหญ่พวกนี้
00:01:52 → 00:01:54รักษา
00:01:54 → 00:01:57ก็จะใช้เวลาไม่นานก็หายนะครับ
00:01:57 → 00:02:00ไม่กี่วันไม่กี่สัปดาห์ครับ
00:02:00 → 00:02:05แต่โรคเรื้อรังจะมีธรรมชาติของสาเหตุมี
00:02:05 → 00:02:08ลักษณะการดำเนินโรคแนวทางการรักษาแตกต่าง
00:02:08 → 00:02:11ไปจากโลกที่มีลักษณะเฉียบพลันคือเป็น
00:02:11 → 00:02:14รักษาแล้วก็หายนะครับถ้าไม่หายบางคนก็ตาย
00:02:14 → 00:02:18เช่นบาดแผลรุนแรงติดเชื้อรุนแรงแต่โรค
00:02:18 → 00:02:20เรื้อรังมันมีแนวโน้มจะอยู่กับเราไปนาน
00:02:21 → 00:02:23ซึ่งตัวนี้ก็จะมีผลกระทบหลายอย่างมากนะ
00:02:23 → 00:02:28ครับจึงต้องมี mindset ที่ถูกต้องนะครับ
00:02:28 → 00:02:30ตัวอย่างของโรคเรื้อรังที่รู้จักกันดีก็
00:02:30 → 00:02:33จะมีเช่นที่เจอบ่อยที่สุดก็จะมีเบาหวาน
00:02:33 → 00:02:34ความดันนะครับ
00:02:34 → 00:02:38มีโรคหัวใจซึ่งในที่นี้จะหมายถึงหลอด
00:02:38 → 00:02:43เลือดหัวใจตีบนะครับมีโรคไตไทรอยด์หอบหืด
00:02:43 → 00:02:46ภูมิแพ้หรือแพ้ภูมิตัวเองกระดูกเสื่อม
00:02:46 → 00:02:50สมองเสื่อมหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกก็กลาย
00:02:50 → 00:02:53เป็นโรคอย่างหนึ่งได้ทั้งจิตเวชก็มีครับ
00:02:53 → 00:02:55ซึมเศร้าเดี๋ยวนี้ก็จะมองว่าเป็นโรค
00:02:55 → 00:02:57เรื้อรังวิตกกังวลส่วนใหญ่ก็มีความ
00:02:57 → 00:02:59เรื้อรังยกเว้นมีเหตุมากระทบและมีความ
00:02:59 → 00:03:03กังวลชั่วคราวนะครับแพนิคก็มักจะมีความ
00:03:03 → 00:03:06แนวโน้มจะเรื้อรังหน่อยนึงสารเสพติดจิต
00:03:06 → 00:03:08ประเภทใบโพล่า
00:03:08 → 00:03:11เวลาจะเป็นโรคเรื้อรังโดยเฉพาะสมัยที่ผม
00:03:11 → 00:03:13เรียนเป็นจิตแพทย์เนี่ย
00:03:13 → 00:03:15โรคจิตเภทกับไบโพล่าจะถือว่าเป็นโรค
00:03:15 → 00:03:17เรื้อรังอย่างหนึ่งนะครับ
00:03:17 → 00:03:20รวมหลายโรคมากถ้าคุณอยากรู้ว่ามีสักแค่
00:03:20 → 00:03:23ไหนในประชากรนะครับข้อมูลในสหรัฐอเมริกา
00:03:23 → 00:03:25ประเมินว่ามีประมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของ
00:03:25 → 00:03:28ประชากรครับ
00:03:28 → 00:03:31คือประมาณ 50 กว่า 60% ป่วยเป็นโรค
00:03:31 → 00:03:33เรื้อรังนะครับ
00:03:33 → 00:03:38ซึ่งนั่นก็เป็นขนาดของประชากรที่เยอะมาก
00:03:38 → 00:03:42นะครับคราวนี้พอบอกว่าเป็นโรคเนี่ยเราก็
00:03:42 → 00:03:43จะนึกถึงหมอ
00:03:43 → 00:03:48แล้วก็หมอจะเป็นคนที่รู้ลึกรู้จริงใน
00:03:48 → 00:03:50เรื่องนั้นนะครับ
00:03:50 → 00:03:54ซึ่งก็วิธีคิดแบบนี้มีส่วนถูกแต่ก็มี
00:03:54 → 00:03:57ปัญหาแฝงอยู่ในนั้นครับเป็นที่มาของการ
00:03:57 → 00:04:00ต้องมาคุยกันว่าถ้าเราได้รับการวินิจฉัย
00:04:00 → 00:04:03เป็นโรคเรื้อรังไม่ว่าจะเป็นโรคไหนก็ตาม
00:04:03 → 00:04:05ที่เมื่อกี้ยกตัวอย่างนะครับ
00:04:05 → 00:04:08หรือญาติของเราได้รับการวินิจฉัยอยู่ใน
00:04:08 → 00:04:11กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังเราจะมีวิธีมอง
00:04:11 → 00:04:14เรื่องนี้มีวิธีปฏิบัติต่อเรื่องนี้อย่าง
00:04:14 → 00:04:15ไร
00:04:15 → 00:04:19ซึ่งก็ใช้คำรวมๆว่าใหม่ Set My Set ก็
00:04:19 → 00:04:23หมายถึงทัศนะนะครับวิธีคิดความเชื่อที่มี
00:04:24 → 00:04:26อยู่ในนั้นนะครับ
00:04:26 → 00:04:31ผมก็อยากจะแบ่งวิธีมองโรคเรื้อรังเป็น 2
00:04:31 → 00:04:34แบบง่ายๆนะครับที่จริงเราสามารถหาโมเดลมา
00:04:34 → 00:04:35อธิบายได้หลายอย่างนะครับ
00:04:35 → 00:04:38โมเดลเป็นภาษาอังกฤษแต่เดี๋ยวนี้ภาษาไทย
00:04:38 → 00:04:41ก็ใช้ทับศัพท์ไปเลยนะครับคำว่าโมเดล
00:04:41 → 00:04:45ก็จะมี 2 โมเดลนะครับโมเดลแรกก็คือโมเดล
00:04:45 → 00:04:46ที่มอง
00:04:46 → 00:04:50สภาวะเหล่านี้เป็นโรค
00:04:50 → 00:04:53เป็นความเจ็บป่วยนะครับเดี๋ยวผมจะขยาย
00:04:53 → 00:04:55ความเรื่องนี้นะครับแต่ภาษาอังกฤษ
00:04:55 → 00:04:58โมเดลที่มองเป็นโรคก็จะเรียกว่า disease
00:04:58 → 00:05:01model dise
00:05:01 → 00:05:04แต่มันมีอีกโมเดลนึงครับซึ่งเป็นโมเดลที่
00:05:04 → 00:05:08ตัวผมเองใช้ประจำในการทำความเข้าใจสภาวะ
00:05:08 → 00:05:13อะไรก็ตามโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพนะครับก็จะ
00:05:13 → 00:05:15เรียกว่าเป็นโมเดลที่
00:05:15 → 00:05:20แปลเป็นไทยได้ว่าชีวะจิตสังคม
00:05:20 → 00:05:21นะครับ
00:05:21 → 00:05:25มาจากภาษาอังกฤษว่า Bio cyco Social นะ
00:05:25 → 00:05:25ครับ
00:05:25 → 00:05:28ให้โมเดลตัวนี้หรือ biocycoso Social
00:05:28 → 00:05:32Model หรือ Model ที่อธิบายด้วยชีวะจิต
00:05:32 → 00:05:33สังคมเนี่ยนะครับ
00:05:33 → 00:05:38เป็นคำอธิบายที่มองเรื่องความเจ็บป่วยว่า
00:05:38 → 00:05:40มันเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง 3 ปัจจัย
00:05:40 → 00:05:43ซึ่งส่งผลถึงกันและกัน
00:05:43 → 00:05:462 โมเดลนี้นะครับระหว่างโมเดลเรื่องโรค
00:05:46 → 00:05:50กับโมเดลเรื่องชีวิตสังคมจะมีความแตกต่าง
00:05:50 → 00:05:55กันณจุดเริ่มต้นนะครับดูเหมือนไม่มากแต่
00:05:55 → 00:05:58พอลงไปถึง
00:05:58 → 00:06:03ภาคปฏิบัติในระดับบุคคลมีความสำคัญมาก
00:06:03 → 00:06:06ผมจะลองเริ่มต้นอธิบายด้วยคำว่าโมเดลของ
00:06:06 → 00:06:09โรคก่อนนะครับโมเดลของโรคเนี่ยจะมีงาน
00:06:09 → 00:06:12วิจัยทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ
00:06:12 → 00:06:16จะมีคำอธิบายถึงอาการที่พบสาเหตุ
00:06:16 → 00:06:21กลไกการเกิดโรคแนวทางการรักษาซึ่งงาน
00:06:21 → 00:06:23วิจัยส่วนใหญ่ทางการแพทย์ก็จะเป็นการ
00:06:23 → 00:06:25วิจัยในเชิงชีวภาพ
00:06:25 → 00:06:28มีการแพทย์สาขาที่เริ่มเชื่อมโยงไปทาง
00:06:28 → 00:06:33จิตวิทยาสังคมนะครับมีการแพทย์ที่เกี่ยว
00:06:33 → 00:06:36ข้องกับในระดับโรคนั้นกับลงไปในระดับ
00:06:36 → 00:06:40โมเลกุลหรือว่าจีนนะครับแต่โดยรวมๆเนี่ย
00:06:40 → 00:06:44คำว่าโมเดลที่มองเป็นโรคก็จะอาศัยงาน
00:06:44 → 00:06:48วิจัยทางการแพทย์ทางชีวภาพเป็นหลักซึ่งจะ
00:06:48 → 00:06:50มีคำอธิบายที่น่าเชื่อถือมีกระบวนการ
00:06:50 → 00:06:54วิจัยที่ตีพิมพ์ผ่านกระบวนการประเมิน
00:06:54 → 00:06:58คุณค่าของงานวิจัยคุณภาพและดีพอไหมนะครับ
00:06:58 → 00:07:00มีงานวิจัยรองรับแล้วก็มีแพทย์ผู้เชี่ยว
00:07:00 → 00:07:04ชาญที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีมาทำ
00:07:04 → 00:07:07หน้าที่นำเอาความรู้นั้นมาให้บริการตรวจ
00:07:07 → 00:07:09รักษานะครับ
00:07:09 → 00:07:13โมเดลนี้ก็มีจุดแข็งมากนะครับแล้วก็เป็น
00:07:13 → 00:07:17โมเดลที่ช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมากและก็มี
00:07:17 → 00:07:19ประสิทธิผลในการรักษาดี
00:07:19 → 00:07:23แต่มีข้อจำกัดนะครับ
00:07:23 → 00:07:26ผมจะยกตัวอย่างนะครับเวลาที่เราพูดถึง
00:07:26 → 00:07:30โมเดลด้วยเรื่องโรคเนี่ยผมลองค้นจาก
00:07:30 → 00:07:34เว็บไซต์นะครับโดยใส่คำว่าเบาหวานลงไป
00:07:34 → 00:07:37แล้วก็มีเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษาขึ้นมา
00:07:37 → 00:07:41นะครับก็จะคัดมาทำให้เห็นว่านี่คือโมเดล
00:07:41 → 00:07:42โลก
00:07:42 → 00:07:46ก็เขียนไว้ว่าทั้งหมดนี้ไม่ผิดนะครับแต่
00:07:46 → 00:07:49เดี๋ยวลองฟังว่าถ้าเป็นชีวิตสังคมมันจะ
00:07:49 → 00:07:52เป็นยังไงนะครับ
00:07:52 → 00:07:53โรคเบาหวาน
00:07:53 → 00:07:56เป็นโรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่าง
00:07:56 → 00:07:58ต่อเนื่องและเรื้อรัง
00:07:58 → 00:08:02เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนทำให้เกิด
00:08:02 → 00:08:06การหลั่งอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ
00:08:06 → 00:08:08ในวงเล็บขยายความให้นะครับเพราะปกติ
00:08:08 → 00:08:10อินซูลินจะเป็นตัวดึงเอาน้ำตาลในเลือด
00:08:10 → 00:08:12เข้าสู่เซลล์
00:08:12 → 00:08:15ฉะนั้นอินซูลินต่ำก็แปลว่ามันมีตัวดึงน้ำ
00:08:15 → 00:08:18ตาลในเลือดเข้าเซลล์ตามนะครับ
00:08:18 → 00:08:22ต่อนะครับหรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินทำ
00:08:22 → 00:08:25ให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่แปลว่า
00:08:25 → 00:08:28อินซูลินมีอยู่ในเลือดแต่มันไม่สามารถทำ
00:08:28 → 00:08:32หน้าที่ได้เพราะเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนอง
00:08:32 → 00:08:35ต่อฮอร์โมนอินซูลินแล้วนะครับ
00:08:35 → 00:08:37ซึ่งใน
00:08:38 → 00:08:42การศึกษาของ
00:08:42 → 00:08:46คนที่สนใจปัจจัยที่หลากหลายนะครับโดย
00:08:46 → 00:08:49เฉพาะงานป้องกันการรักษาโรคที่ไม่ได้ใช้
00:08:49 → 00:08:50ยาเป็นหลัก
00:08:50 → 00:08:53ภาวะดื้อตัวอินซูลินจะถือเป็นแกนกลางของ
00:08:53 → 00:08:56สารพัดโรคเลยนะครับแต่ในเบาหวานก็จะ
00:08:56 → 00:08:59อธิบายว่ามันเป็นระดับน้ำตาลในเลือดสูง
00:08:59 → 00:09:01นั่นเป็นเหตุที่น้ำตาลออกมาในปัสสาวะแล้ว
00:09:01 → 00:09:04ก็เรียกว่าเบาหวานก็คือปัสสาวะมีน้ำตาล
00:09:04 → 00:09:07อยู่ในนั้นนะครับน้ำตาลในเลือดสูงต่อ
00:09:07 → 00:09:10เนื่องเรื้อรังจากผิดปกติของตับอ่อนทำให้
00:09:10 → 00:09:13อินซูลินไม่สามารถดึงน้ำตาลเข้าสู่
00:09:13 → 00:09:15เลือด
00:09:15 → 00:09:18เข้าสู่เซลล์ได้ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงก็
00:09:18 → 00:09:21เลยลดลงมาในปัสสาวะทำให้เบาหรือปัสสาวะ
00:09:21 → 00:09:23หวานนะครับ
00:09:23 → 00:09:26นี่คือคำอธิบายที่ฟังดูเราเข้าใจเลยว่า
00:09:26 → 00:09:29มันเกิดจากระบบชีวภาพ
00:09:29 → 00:09:31ถ้าท่านไปอ่านรายละเอียดต่อไปก็จะเจอว่า
00:09:31 → 00:09:35สาเหตุเป็นจากอะไรมีเป็นกันมากแค่ไหนเช่น
00:09:35 → 00:09:38ในข้อมูลของเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยในไทย
00:09:38 → 00:09:41ก็จะบอกว่าก็มีอัตราส่วนประมาณ 1 ใน 11
00:09:41 → 00:09:46คน 1 ใน 11 คนก็สูงไหมครับเกือบ 10% นะ
00:09:46 → 00:09:50ครับโดยผู้ป่วยหนึ่งในสองคนไม่ได้รับการ
00:09:50 → 00:09:53วินิจฉัยแปลว่าถ้ามีคนป่วยอยู่ 1 ล้านคน
00:09:53 → 00:09:56ผู้ป่วยอยู่ 1 ล้านคน 500,000 คนรู้ตัว
00:09:56 → 00:09:58ว่าป่วยอีก 5 แสนคนไม่รู้ตัวว่าป่วยนะ
00:09:58 → 00:09:59ครับ
00:09:59 → 00:10:01จากนั้นก็จะอธิบายว่าอาการของโรคมีอะไร
00:10:01 → 00:10:05บ้างเบาหวานไม่กี่ชนิดวินิจฉัยยังไงแนว
00:10:05 → 00:10:07ทางการรักษาทำยังไงนะครับ
00:10:07 → 00:10:12อันนี้ก็คือเรียกว่าคำอธิบายของโรคเบา
00:10:12 → 00:10:17หวานด้วยโมเดลของการเป็นโรค
00:10:17 → 00:10:20มันเป็นโมเดลที่เราคุ้นเคยโรคทุกโรคที่
00:10:20 → 00:10:22เราป่วยอยู่เราจะได้รับคำนี้แนะนำแบบนี้
00:10:22 → 00:10:26นะครับโรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของ
00:10:26 → 00:10:30สารเคมีในสมองโดยเฉพาะระบบซีโรโตนินนะ
00:10:30 → 00:10:32ครับ
00:10:32 → 00:10:36มีกรรมพันธุ์อยู่นะครับแต่ว่ากรรมพันธุ์
00:10:36 → 00:10:38จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราจะคุยกันนะ
00:10:38 → 00:10:40ครับ
00:10:40 → 00:10:43เวลาที่เราฟังเรื่องนี้เราจะรู้สึกว่ามัน
00:10:43 → 00:10:45เป็นคำบรรยายคำอธิบายที่น่าเชื่อถือแล้ว
00:10:45 → 00:10:48เราก็ยอมรับในแนวทางการรักษา
00:10:48 → 00:10:51เราก็จะคิดว่าต้องเป็นหมอเป็นโรงพยาบาล
00:10:51 → 00:10:53ต้องมีการตรวจเลือดต้องมีการกินยาเป็น
00:10:53 → 00:10:55วิธีการรักษาหลักนะครับ
00:10:55 → 00:10:58ซึ่งสมัยที่ผมยังทำงานอยู่ในรัชกาลก็ได้
00:10:58 → 00:11:01ไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลพร้อมกับทีมแล้วก็
00:11:01 → 00:11:04เป็นทีมนิเทศนะครับก็มีข้อมูลอย่างหนึ่ง
00:11:04 → 00:11:06ที่ดูแล้วก็เกิดทำให้เกิดความเข้าใจอย่าง
00:11:06 → 00:11:10หนึ่งเลยว่าระบบโรงพยาบาลเนี่ยมันกำลัง
00:11:10 → 00:11:12เกิดอะไรอยู่นะครับเพราะข้อมูลก็บ่งบอก
00:11:12 → 00:11:17ว่า 1 ผู้ป่วยนอกผู้ป่วยที่มาใช้บริการ
00:11:17 → 00:11:18ที่แผนกผู้ป่วยนอก
00:11:18 → 00:11:22หลักๆก็คือกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพราะ
00:11:22 → 00:11:24ผู้ป่วยกลุ่มนี้มาแล้วมาอีกเป็นประจำนะ
00:11:24 → 00:11:25ครับสารพัดโรค
00:11:25 → 00:11:26ก็
00:11:26 → 00:11:29แผนกผู้ป่วยนอกหรือที่เราเรียกกันว่า opd
00:11:29 → 00:11:32ก็จะเต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
00:11:32 → 00:11:37ผู้ป่วยในก็เต็มไปด้วยผู้ป่วยที่มีภาวะ
00:11:37 → 00:11:40แทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังที่คุมอาการไม่
00:11:40 → 00:11:43อยู่เช่นถ้ารักษาเบาหวานและคุมอาการไม่
00:11:43 → 00:11:46อยู่มันไปออกที่ไตเสื่อมก็เป็นไตวายไปออก
00:11:46 → 00:11:49ที่หัวใจก็เป็นโรคหัวใจไปออกที่ตาก็มี
00:11:49 → 00:11:52ปัญหาการมองเห็นไปออกที่หลอดเลือดส่วน
00:11:52 → 00:11:55ปลายก็มีปัญหาเป็นแผลและติดเชื้อหรือต้อง
00:11:55 → 00:12:00ตัดนิ้วตัดขาแล้วแต่กรณีนะครับ
00:12:00 → 00:12:05อันนี้ก็คือโมเดลที่ทำให้ระบบโรงพยาบาลทำ
00:12:05 → 00:12:07หน้าที่รักษาแบบนี้แล้วก็ช่วยชีวิตคนอยู่
00:12:07 → 00:12:09นะครับ
00:12:09 → 00:12:12ต้องย้ำว่าโมเดลนี้ทำหน้าที่ของมันอยู่
00:12:12 → 00:12:16พอผมได้ไปมีโอกาสดูการศึกษาจากโรงพยาบาล
00:12:16 → 00:12:20ระดับพื้นที่เลยนะครับก็พบว่าผู้ป่วยเบา
00:12:20 → 00:12:23หวานเวลาไปหาหมอเขาก็จะคุ้นว่าไปถึงก็ถูก
00:12:23 → 00:12:26เจาะเลือดหมอก็จะดูระดับน้ำตาลเสร็จแล้ว
00:12:26 → 00:12:27ก็จะ
00:12:27 → 00:12:32ปรับยาตามระดับน้ำตาลมีคำแนะนำบางส่วนนะ
00:12:32 → 00:12:35ครับเพราะอะไรเพราะว่าหมอมีเวลาดูคนไข้
00:12:35 → 00:12:38วันหนึ่งคนยังไม่กี่คนนะครับ
00:12:38 → 00:12:40ดังนั้นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมเหรียญ
00:12:40 → 00:12:43หนึ่งก็จะมีการส่งไปประเมินความเสี่ยงต่อ
00:12:43 → 00:12:46โรคแทรกซ้อนนะครับ
00:12:46 → 00:12:49คนไข้ก็จะเข้าใจว่าออกโรคนี้รักษาแบบนี้
00:12:49 → 00:12:53เพราะเขาเชื่อว่านี่คือความรู้ที่ถูกต้อง
00:12:53 → 00:12:55นะครับเข้าใจว่าโอเคเลยโรคเบาหวานก็คือ
00:12:55 → 00:12:58ตรวจระดับน้ำตาลนะกินยาตามนั้น
00:12:58 → 00:13:01แต่นั่นจริงๆแล้วเป็นเพราะว่าระบบบริการ
00:13:01 → 00:13:04สุขภาพมันมีพลังงานมีทรัพยากรทำได้แค่
00:13:04 → 00:13:05นั้นนะครับ
00:13:06 → 00:13:08คุณคิดง่ายๆครับสมมุติคุณดูคนไข้ได้ 3-4
00:13:08 → 00:13:11นาทีผมไม่แน่ใจตอนนี้มีกี่นาทีนะครับ
00:13:11 → 00:13:14สมมุติมีเวลาดูคนไข้ 3-4 นาทีคุณจะดูอะไร
00:13:14 → 00:13:16บ้างครับคุณก็ต้องดูเรื่องที่สำคัญที่สุด
00:13:16 → 00:13:19คือดูระดับน้ำตาลในเลือดแล้วคุณก็ต้อง
00:13:19 → 00:13:21ปรับยาเพื่อให้คุมได้ใช่ไหมครับแต่นั่น
00:13:21 → 00:13:24ไม่ใช่เรื่องของการอธิบายและรักษาโรคเบา
00:13:24 → 00:13:26หวานที่เป็นไปได้นะครับแต่มันเป็นมุมที่
00:13:26 → 00:13:30เกิดจากสภาพข้อจำกัดของฝ่ายบริการด้วยนะ
00:13:30 → 00:13:31ครับ
00:13:31 → 00:13:34ถ้าคุณได้คุยกับหมอทุกคนหมอทุกคนก็จะบอก
00:13:34 → 00:13:36ว่าการปรับพฤติกรรมในโลกเบาหวานนี้สำคัญ
00:13:36 → 00:13:39มากเลยแต่ด้วยข้อจำกัดระบบการปรับ
00:13:39 → 00:13:41พฤติกรรมนี้ก็ไม่เกิดขึ้นในระบบลงมานะ
00:13:41 → 00:13:44ครับไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยนะครับในต่าง
00:13:44 → 00:13:46ประเทศก็ทำได้ยากมาก
00:13:46 → 00:13:49เพราะอะไรเดี๋ยวเราไปคุยกันต่อนะครับดัง
00:13:49 → 00:13:53นั้นคนไข้และญาติก็จะมีภาพความเข้าใจมี
00:13:53 → 00:13:57โมเดลมี mindset โรคนี้เป็นอย่างนี้นะเรา
00:13:57 → 00:14:01มีหน้าที่ก็คือก็ถึงเวลาก็ไปเจาะเลือดดู
00:14:01 → 00:14:04ถ้าน้ำตาลในนี้ดีก็หมอก็รักษาทายาเท่า
00:14:04 → 00:14:08เดิมถ้าน้ำตาชักจะสูงหมอก็ซักถามดูเสร็จ
00:14:08 → 00:14:10แล้วก็อาจจะเพิ่มยาให้เรานะครับ
00:14:10 → 00:14:12ซึ่งก็ปรากฏว่าด้วยวิธีนี้ก็ทำให้ผู้ป่วย
00:14:12 → 00:14:14เบาหวานก็จะมีน้ำตาลจำนวนนั้นก็จะมีน้ำ
00:14:14 → 00:14:16ตาลเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นจนกระทั่งต้องปรับ
00:14:16 → 00:14:20ยาที่เข้มข้นขึ้นนะครับ
00:14:20 → 00:14:23โดยที่คนไข้ไม่รู้เลยว่านี่เป็นวิธีคิด
00:14:23 → 00:14:28เป็น mindset ที่จะส่งผลเสียกับสุขภาพของ
00:14:28 → 00:14:30เขา
00:14:30 → 00:14:33โดยที่เขาเข้าใจว่าที่คือความเข้าใจที่
00:14:33 → 00:14:37ถูกต้องนะครับคนไข้ส่วนหนึ่งนะครับจะหลอก
00:14:37 → 00:14:39หมอด้วยเพราะเขากลัวว่าเดี๋ยวน้ำตาลสูง
00:14:39 → 00:14:42หมอจะไม่พอใจเดี๋ยวหมอจะดุซึ่งมีบางคนดูด
00:14:42 → 00:14:46จริงๆนะครับเขาก็จะพยายามคุมอาหารตอนใกล้
00:14:46 → 00:14:49วันตรวจนะครับซึ่งถ้าตรวจน้ำตาลในเลือดก็
00:14:49 → 00:14:52จะไม่รู้นะครับเพราะมันจะดูต่ำหน่อยนึง
00:14:52 → 00:14:56แต่ถ้าตัวน้ำตาลสะสมก็จะรู้นะครับอันนี้
00:14:56 → 00:14:58คือโมเดลของโรคและผมยกตัวอย่างเบาหวาน
00:14:58 → 00:15:01เพราะว่าจริงๆโรคอื่นจะคล้ายกันหมดนะครับ
00:15:01 → 00:15:06คราวนี้มาลองดูโมเดลชี้ว่าจิตสังคม
00:15:06 → 00:15:08ไบโอไซโทโซเชียล
00:15:08 → 00:15:10แต่ละคนอาจจะแปลภาษาไทยไม่เหมือนกันนะ
00:15:10 → 00:15:13ครับตอนแรกผมจะแปลว่าชื่อว่าภาพจิตใจ
00:15:13 → 00:15:15สังคมมันยาวเกินไปหน่อยนึงนะครับ
00:15:15 → 00:15:20ถ้ามองด้วยหลักชีวจิตสังคมเนี่ยเราก็จะพบ
00:15:20 → 00:15:22ว่า
00:15:22 → 00:15:25จริงๆเบาหวานเนี่ยมันเป็นผลของปัจจัยหลัก
00:15:25 → 00:15:28หลายมากนะครับผสมผสานกันและส่งผลต่อกัน
00:15:28 → 00:15:30และกันนะครับ
00:15:30 → 00:15:32เช่นในระบบชีวภาพเนี่ย
00:15:32 → 00:15:35มันมีการส่งผ่านทางกรรมพันธุ์ได้ด้วยแต่
00:15:35 → 00:15:37มันเป็นการส่งผ่านทางกรรมพันธุ์แบบอ่อนๆ
00:15:37 → 00:15:38นะครับ
00:15:38 → 00:15:43แล้วก็รูปแบบของระบบชีวภาพที่เป็นผลจาก
00:15:43 → 00:15:46พฤติกรรมแต่ละวันได้แก่เรื่องของการกิน
00:15:46 → 00:15:50การนอนการออกกำลังกายก็ส่งผลต่อการจะเจ็บ
00:15:50 → 00:15:53ป่วยไหมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกินแป้งและ
00:15:53 → 00:15:57น้ำตาลเยอะนะครับเพราะนั่นเป็นสาเหตุ
00:15:57 → 00:16:00หนึ่งที่ทำให้เกิดการดื้อต่ออินซูลินและ
00:16:00 → 00:16:02เป็นกลไกสำคัญที่ต่อก่อให้เกิดการเป็นโรค
00:16:02 → 00:16:04เบาหวาน
00:16:04 → 00:16:07หมอก็จะพยายามแนะนำคนไข้ว่างดแป้งนะให้ลด
00:16:07 → 00:16:10ตรงนั้นนะลดตรงนี้นะครับเราก็มีการศึกษา
00:16:10 → 00:16:14ดูเราก็พบว่าอ้อคนไข้ก็เข้าใจว่าให้งด
00:16:14 → 00:16:16ข้าวแต่ว่าเขากินมันสำปะหลังเพราะเขาไม่
00:16:16 → 00:16:20รู้ว่ามันเพิ่มน้ำตาลเหมือนกันนะครับ
00:16:20 → 00:16:22การออกกำลังกายก็เกี่ยวกันนอนก็เกี่ยวนะ
00:16:22 → 00:16:24ครับ
00:16:24 → 00:16:28นี่ก็คือแง่มุมทางชีวภาพที่
00:16:28 → 00:16:31โดยทั่วไปแล้วมันไม่ใช่เรื่องของไปดูที่
00:16:31 → 00:16:35ระดับน้ำตาลไม่ใช่เรื่องของการใช้ยาแต่
00:16:35 → 00:16:37เป็นเรื่องของการดูแลระบบร่างกายของเรา
00:16:37 → 00:16:40และทุกโรคเหมือนกันหมดเดี๋ยวผมจะเชื่อม
00:16:40 → 00:16:43ตัวนี้ให้ฟังนะครับ 2 คือจิตหรือจิตใจมี
00:16:43 → 00:16:46อะไรบ้างแน่นอนครับความเครียดเกี่ยวความ
00:16:46 → 00:16:49เหงาเกี่ยวปมข้างใจเป็นปัจจัยเสี่ยงอัน
00:16:49 → 00:16:51หนึ่งที่ทำให้เกิดเป็นโรคเรื้อรังรวมถึง
00:16:51 → 00:16:53โรคเบาหวานได้นะครับ
00:16:53 → 00:16:56ความเหงานี้รุนแรงมากนะครับเพราะว่าเรา
00:16:56 → 00:16:59เคยคุยกันว่ามันทำให้เกิดความเสี่ยงต่อ
00:16:59 → 00:17:02การเจ็บป่วยและอายุขัยที่สั้นลง
00:17:02 → 00:17:05สังคมเช่นใดล่ะครับสิ่งแวดล้อมและสังคมใน
00:17:05 → 00:17:07ที่นี้ก็จะมีว่าการแยกตัวความโดดเดี่ยว
00:17:07 → 00:17:11การไม่มีเพื่อนไม่มีญาติพี่น้องแน่นอนมัน
00:17:11 → 00:17:15ก็ทำให้เครียดส่วนการอยู่ในสิ่งแวดล้อม
00:17:15 → 00:17:18ที่มีความเป็นธรรมชาติมีคนเข้าใจมีคนใส่
00:17:18 → 00:17:22ใจตัวนี้ก็มีความอุ่นใจความเครียดลดลงนะ
00:17:22 → 00:17:23ครับ
00:17:23 → 00:17:28ด้วยโมเดลนี้นะครับเรามองว่ามนุษย์เป็น
00:17:28 → 00:17:30ระบบที่เชื่อมโยงระหว่างระบบชีวภาพร่าง
00:17:30 → 00:17:34กายการทำงานของกระบวนการทางจิตใจวิธีคิด
00:17:34 → 00:17:38นะครับกระบวนการภายในใจและสิ่งแวดล้อมที่
00:17:38 → 00:17:41เขาอยู่นะครับผลลัพธ์ทางสุขภาพไม่ว่าจะ
00:17:41 → 00:17:44ป่วยเป็นโรคหรือว่าสุขภาพดีก็ตามเป็นผล
00:17:44 → 00:17:47รวมของปัจจัยหลากหลายที่ซับซ้อนเหล่านี้
00:17:47 → 00:17:49ที่ส่งผลถึงกันและกันนะครับ
00:17:49 → 00:17:52ถ้าเรามองโมเดลนี้นะครับเราก็จะรู้ดีว่า
00:17:52 → 00:17:56ถ้างั้นยามีบทบาทแค่ไหนนะครับตรงนี้แล้ว
00:17:56 → 00:17:58แต่โรคแล้วด้วยอย่างที่ผมเคยพูดเรื่องโรค
00:17:58 → 00:18:01ซึมเศร้านะครับผมก็จะบอกว่าถ้าคุณมีอาการ
00:18:01 → 00:18:04ซึมเศร้าน้อยถึงปานกลางคุณอาจจะไม่ต้อง
00:18:04 → 00:18:06ใช้ยาเลยนะครับรักษาโรคซึมเศร้าแต่คุณ
00:18:06 → 00:18:11ต้องไปแก้ที่ชี้ว่าจิตสังคมของโรคซึม
00:18:11 → 00:18:13เศร้านะครับ
00:18:13 → 00:18:15เบาหวานก็เหมือนกันครับ
00:18:15 → 00:18:18ถ้าคุณเป็นเบาหวานระดับไม่มากแล้วคุณปรับ
00:18:18 → 00:18:22ชีวจิตสังคมได้ดีหมอจะบอกเลยครับว่าคุณ
00:18:22 → 00:18:24ไม่ต้องกินยาหรือถ้าคุณเป็นมากแล้วคุณ
00:18:24 → 00:18:27ปรับระบบถือว่าจิตสังคมได้ดี
00:18:27 → 00:18:30หมอเห็นว่าน้ำตาลลงดีเขาก็จะลดยาลงนะครับ
00:18:30 → 00:18:32คุณแม่ผมเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ช่วงหนึ่ง
00:18:32 → 00:18:35ต้องกินยารักษาเบาหวานประมาณสักปีสองปีนะ
00:18:35 → 00:18:38ครับช่วงอายุประมาณสัก 50 ถ้าผมจำไม่ผิด
00:18:38 → 00:18:41นะครับแต่หลังจากนั้นเขาก็ปรับระบบชีวิต
00:18:41 → 00:18:42นะครับ
00:18:42 → 00:18:45เมื่อวานหายครับแล้วก็ไม่เป็นอีกเลยนะ
00:18:45 → 00:18:47ครับ
00:18:47 → 00:18:49แน่นอนคุณอาจจะบอกว่า
00:18:49 → 00:18:51ก็เป็นเพราะกรรมพันธุ์อ่อนหรือเปล่านะ
00:18:51 → 00:18:54ครับจริงๆเรื่องกรรมพันธุ์สิ่งหนึ่งที่คน
00:18:54 → 00:18:57มองในเชิงชีวิตสังคมกับคนสนใจเรื่องกรรม
00:18:57 → 00:19:00พันธุ์ก็จะรู้ดีว่าปัจจุบันแม้ว่าเราจะมี
00:19:00 → 00:19:03ยีนอยู่ในตัวเรา
00:19:03 → 00:19:06ที่เสี่ยงกับการเปิดเป็นโรคอะไรก็ตาม
00:19:06 → 00:19:08ปัจจัยทาง
00:19:08 → 00:19:12พฤติกรรมสิ่งแวดล้อมความเครียดอาหารที่
00:19:12 → 00:19:15กินสิ่งแวดล้อมที่อยู่นะครับความรู้สึก
00:19:15 → 00:19:18นึกคิดส่งผลต่อการทำงานของจีนได้นะครับ
00:19:18 → 00:19:22อันนี้ก็คือชีวิตสังคมเลยระบบชีวภาพของ
00:19:22 → 00:19:26เราไม่ใช่เป็นตัวกำหนดความป่วยเป็นโรค
00:19:26 → 00:19:27หรือไม่ป่วยเป็นโรค
00:19:27 → 00:19:30เท่านั้นแต่มันยังรับอิทธิพลของกระบวนการ
00:19:30 → 00:19:34ในความรู้สึกนึกคิดของเรากับสิ่งแวดล้อม
00:19:34 → 00:19:37ที่เราอยู่สังคมคนรอบข้างที่เราอยู่ด้วย
00:19:37 → 00:19:39ส่งผลต่อการเจ็บป่วยเป็นโรค
00:19:39 → 00:19:42ชนิดใดชนิดหนึ่งนะครับ
00:19:42 → 00:19:46พอเรามองโมเดลนี้นะครับเราก็จะพบว่ายาก็
00:19:46 → 00:19:48จะมีบทบาทแค่
00:19:48 → 00:19:53กลไกขั้นสุดท้ายกรณีเบาหวานก็คือถ้ามีการ
00:19:53 → 00:19:56ดื้อต่ออินซูลินนะครับหรือมีอินซูลินต่ำ
00:19:56 → 00:19:59ด้วยเหตุและก็ตามแต่ความเข้าใจของผมก็คือ
00:19:59 → 00:20:01เป็นดื้อตัวอินซูลินเป็นกลไกหลักมากกว่า
00:20:01 → 00:20:03นะครับอันนี้ยังไม่ได้เป็นคนเพื่อยืนยัน
00:20:03 → 00:20:06นะครับเพราะเวลาดูหมอที่ทำงานในการ
00:20:06 → 00:20:10เยียวยาโรคเบาหวานแบบที่มองเชิงองค์รวม
00:20:10 → 00:20:15เขาจะใช้แต่คำว่าเป็นการดื้อตัวเองที่
00:20:15 → 00:20:18เป็นจุดเริ่มต้นเป็นหลัก
00:20:18 → 00:20:22แต่ยาจะมีบทบาทครับถ้าภาวะของความเป็นโรค
00:20:22 → 00:20:24นั้นมันไปถึงจุดหนึ่งเหมือนกับที่ผมพูด
00:20:24 → 00:20:25ว่า
00:20:25 → 00:20:28โรคซึมเศร้าถ้ามีอาการรุนแรงยาช่วยได้ดี
00:20:28 → 00:20:30ในช่วงต้นนะครับ
00:20:30 → 00:20:33แต่ว่าหลังจากนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ
00:20:33 → 00:20:36ครับทำไมโรคเบาหวานกับโรคซึมเศร้าถึงใคร
00:20:36 → 00:20:39กันจริงๆแทบทุกโรคที่เป็นโรคเรื้อรัง
00:20:39 → 00:20:42คล้ายกันหมดนะครับเดี๋ยวผมจะสรุปเชื่อม
00:20:42 → 00:20:43โยงให้ฟังนะครับ
00:20:44 → 00:20:46ดังนั้นเวลาที่เราบอกว่าเราป่วยเป็นโรค
00:20:46 → 00:20:49เช่นโรคเบาหวานเราก็จะเริ่มเห็นว่ามันไม่
00:20:49 → 00:20:52ใช่เรื่องของระดับน้ำตาลที่ต้องไปตรวจ
00:20:52 → 00:20:55แล้วก็การกินยาเพื่อคุมระดับน้ำตาลและไม่
00:20:55 → 00:20:59ใช่หน้าที่ที่หมอจะทำให้เราได้หมดแต่เรา
00:20:59 → 00:21:02มีหน้าที่ย้อนกลับมาดูชีวจิตสังคมในชีวิต
00:21:02 → 00:21:04เราแล้วก็ปรับตามนั้น
00:21:04 → 00:21:08ทำไมผมถึงเอาพฤติกรรมสุขภาพไปอยู่ในส่วน
00:21:08 → 00:21:12ของชีวะส่วนหนึ่งมันเชื่อมโยงกันนะครับ
00:21:12 → 00:21:16แต่พฤติกรรมของเราจะเป็นตัวกำหนดส่งผลต่อ
00:21:16 → 00:21:18ระบบชีวภาพของเราอย่างไรก็ตามพฤติกรรมของ
00:21:18 → 00:21:20เราถูกกำหนดโดยเฉพาะว่าจิตใจของเราและ
00:21:21 → 00:21:22สิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ
00:21:22 → 00:21:25ดังนั้นชีวสิทธิ์สังคมก็ส่งผลต่อการโดยมี
00:21:25 → 00:21:28ตัวพฤติกรรมในแต่ละวันเป็นตัวขับเคลื่อน
00:21:28 → 00:21:31เพราะเป็นรูปธรรมของการดำเนินชีวิตโดยที่
00:21:31 → 00:21:34พฤติกรรมเราถูกกำหนดหรือสิ่งแวดล้อมด้วย
00:21:34 → 00:21:35นะครับ
00:21:35 → 00:21:38พฤติกรรมมันถูกกำหนดโดยสภาวะจิตใจด้วย
00:21:38 → 00:21:41พฤติกรรมเราถูกกำหนดโดยสภาวะทางชีวภาพ
00:21:41 → 00:21:42ด้วยเช่น
00:21:42 → 00:21:47ถ้าคุณหิวคุณจะคุมการกินได้แย่ลง
00:21:47 → 00:21:51ถ้าคุณเครียดคุณจะคุมการกินได้แย่ลงถ้า
00:21:51 → 00:21:53คุณเหงาเพราะไม่มีใครคุณจะคุมการกินได้
00:21:53 → 00:21:55แย่ลงนะครับ
00:21:55 → 00:21:57ดังนั้นตัวพฤติกรรมกับชีวิตสังคมเนี่ยมัน
00:21:57 → 00:22:01จึงมีผลต่อกัน
00:22:01 → 00:22:02ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว
00:22:02 → 00:22:05เวลาที่เราเจอกับโรคอะไรก็ตาม
00:22:05 → 00:22:10เราจะทำยังไงนะครับเราก็ต้องตระหนักว่ายา
00:22:10 → 00:22:13มีส่วนช่วยในกรณีที่เริ่มเป็นแบบชัดเจน
00:22:13 → 00:22:17แต่เมื่อมันเริ่มปริ่มเช่นน้ำตาลในเลือด
00:22:17 → 00:22:19กรณีเบาหวานเริ่มปริ่มขึ้นมายังไม่ถึง
00:22:19 → 00:22:23เกณฑ์เบาหวานชีวิตสังคมใช้เดี่ยวๆได้เลย
00:22:23 → 00:22:26นะครับแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ป่วยเป็นโรค
00:22:26 → 00:22:29มันจะมีอันตรายเกิดขึ้นได้นะครับน้ำตาล
00:22:29 → 00:22:32ที่สูงเกินมันเสี่ยงนั่นคือบทบาทที่ยายจะ
00:22:32 → 00:22:36ช่วยได้ดีมากแต่ยามันเป็นการมองแค่เสี้ยว
00:22:36 → 00:22:39เดียวของกลไกการเจ็บป่วยแต่มันเป็นปัจจัย
00:22:39 → 00:22:43อีกมากมายที่ส่งผลได้ดีกว่านะครับ
00:22:43 → 00:22:47ผมจะลองสรุปดูนะครับว่าถ้างั้นแล้ว My
00:22:47 → 00:22:49Set เพื่อเยียวยาโรคเรื้อรัง
00:22:49 → 00:22:52มันควรจะมีประเด็นอะไรสำคัญบ้างซึ่งผม
00:22:52 → 00:22:55เรียงไว้ 4 ประเด็นนะครับ
00:22:55 → 00:22:57ประเด็นที่ 1 ก็คือเราต้องเป็นเจ้าของ
00:22:57 → 00:22:58สุขภาพ
00:22:59 → 00:23:02ร่างกายจิตใจของตัวเองแล้วเราต้องเลือก
00:23:02 → 00:23:04สิ่งแวดล้อมที่เราจะอยู่ด้วยแน่นอนนะครับ
00:23:04 → 00:23:06สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่เราอาจจะเลือกได้
00:23:06 → 00:23:09จำกัดแต่เราก็ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมรอบๆ
00:23:09 → 00:23:12ตัวบ้านเราหรือเลือกสิ่งแวดล้อมที่เรา
00:23:12 → 00:23:14บ้านเราจะไปตั้งอยู่ให้ดีที่สุดเท่าที่ทำ
00:23:14 → 00:23:16ได้นะครับ
00:23:16 → 00:23:19มันก็คือความตระหนักว่าเราต้องเป็นคนรับ
00:23:19 → 00:23:21ผิดชอบต่อสุขภาพ
00:23:21 → 00:23:26ต่อการดูแลระบบชีวภาพคือร่างกาย
00:23:26 → 00:23:30จิตใจความนึกคิดนะครับ
00:23:30 → 00:23:33สังคมสิ่งแวดล้อม
00:23:33 → 00:23:35และไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นโรคอะไรก็ตามนะ
00:23:35 → 00:23:35ครับ
00:23:36 → 00:23:41มันจะมีคำแนะนำคล้ายกันมาก
00:23:41 → 00:23:42นี่คือประเด็นที่หนึ่งคือเราต้องเป็นเจ้า
00:23:42 → 00:23:45ของครับไม่ใช่หมอเป็นเจ้าของการรักษา
00:23:45 → 00:23:48ผมพูดเช่นนี้ผมเชื่อเลยว่าหมอทุกคนเห็น
00:23:48 → 00:23:49ด้วย
00:23:49 → 00:23:51นะครับแน่นอนเขามีบทบาทในการช่วยวินิจฉัย
00:23:51 → 00:23:56นำความรู้มาแบ่งปันสั่งจ่ายยาให้ตามความ
00:23:56 → 00:23:57รู้ความเชี่ยวชาญ
00:23:57 → 00:24:00แต่คนเป็นเจ้าของสุขภาพคือเจ้าตัวเจ้าของ
00:24:00 → 00:24:04ร่างกายมันนะครับตรงนี้คือหัวใจที่สำคัญ
00:24:04 → 00:24:08มากคุณต้องเป็นเจ้าของสภาวะสุขภาพคุณไม่
00:24:08 → 00:24:10ว่าคุณจะป่วยเป็นโรคอะไรก็ตามแน่นอนนะ
00:24:10 → 00:24:12ครับบางโรคเราไม่รู้ตัวแล้วอันนั้นก็คน
00:24:12 → 00:24:15อื่นดูแลแล้วแต่สภาวะที่เรายังรู้ตัวอยู่
00:24:15 → 00:24:17เราต้องเป็นเจ้าของสุขภาพนะครับ
00:24:17 → 00:24:222 นะครับการรักษาด้วยยาโดยอาศัยหมอและ
00:24:22 → 00:24:25ระบบบริการเนี่ยเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
00:24:25 → 00:24:29ที่สำคัญและมีบทบาทในการช่วยชีวิตคนจริง
00:24:29 → 00:24:34แต่มันมีข้อดีข้อเสียของยาเช่นเราเคยคุย
00:24:34 → 00:24:36กันว่า
00:24:36 → 00:24:41ยาแก้ซึมเศร้ามันมีปัญหาถ้าใช้นานนะครับ
00:24:41 → 00:24:44และที่สำคัญก็คือมันทำให้คนคิดว่านี่คือ
00:24:44 → 00:24:46การรักษานะครับ
00:24:46 → 00:24:50เราจึงต้องระวังในข้อ 2 นี่ก็คืออย่าหวัง
00:24:50 → 00:24:52พึ่งแต่หมอและยาเหมือนกับเรากำลังเอา
00:24:52 → 00:24:56ชีวิตของเราไปยกให้เขาแต่จริงๆข้อ 1 ก็
00:24:56 → 00:24:58คือคุณต้องเป็นเจ้าของชีวิตของตัวคุณ
00:24:58 → 00:25:02คุณใช้บริการเป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่คุณ
00:25:02 → 00:25:04ต้องคาดหวังผลที่จะเกิดขึ้นจากการใช้
00:25:04 → 00:25:09บริการนั้นให้ถูกต้องด้วยจากการมองชีวจิต
00:25:09 → 00:25:12สังคมนะครับซึ่งพอคุณฟังไปถึงตัวนี้คุณจะ
00:25:12 → 00:25:15บอกว่าที่ผมพูดมันก็คล้ายๆกับคำว่าการ
00:25:15 → 00:25:17แพทย์องค์องค์รวมไหมนะครับ
00:25:17 → 00:25:20ได้เลยครับเพียงแต่พอผมพูดว่าชีวิตสังคม
00:25:20 → 00:25:23เนี่ยผมมีงานวิจัยแต่ละตัวมาเกี่ยวข้อง
00:25:23 → 00:25:25ได้ง่ายนะครับเยอะมากนะครับแต่ละเรื่อง
00:25:25 → 00:25:28เนี่ยซึ่งมันแฝงไว้ในไลฟ์อื่นๆที่ผมพูด
00:25:28 → 00:25:32ด้วยนี่คือ 2 ประเด็นแรก
00:25:32 → 00:25:37ประเด็นที่ 3 นะครับการเยียวยาโรคต่างๆ
00:25:37 → 00:25:40โดยเฉพาะโรคเรื้อรังแทบทุกชนิดเลยนะครับ
00:25:40 → 00:25:44มีความคล้ายคลึงกันมากแทบทุกโรคในส่วนของ
00:25:44 → 00:25:47เจ้าของร่างกายนั้น
00:25:47 → 00:25:50เพราะปัจจัยเหล่านี้มันส่งผลต่อระบบร่าง
00:25:50 → 00:25:53กายนะครับไม่ว่าคุณจะเป็นเบาหวาน
00:25:53 → 00:25:56ความดันหรือโรคอะไรก็ตามคุณจะพบว่าคำแนะ
00:25:56 → 00:25:59นำด้านสุขภาพจะคล้ายกันมีรายละเอียดต่าง
00:25:59 → 00:26:01กันหน่อยนึงเช่นถ้าเป็นโรคความดันโลหิต
00:26:01 → 00:26:04สูงหมอก็จะนำว่าอย่ากินเค็มนะลดอาหารเค็ม
00:26:04 → 00:26:06ลงหน่อยนึงแล้วก็จะมีคำแนะนำรายละเอียด
00:26:06 → 00:26:09ว่าเราจะรู้แนวว่าเรากินเค็มน้อยลงเราก็
00:26:09 → 00:26:13มีรณรงค์อยู่นะครับรถสดนะครับ
00:26:13 → 00:26:15เป็นเบาหวานล่ะหมอแนะนำอะไร
00:26:15 → 00:26:18อยากกินแป้งน้ำตาลเยอะนะก็คืออยากกินหวาน
00:26:18 → 00:26:21นะครับนอกเหนือจากคำแนะนำเรื่องอาหารซึ่ง
00:26:21 → 00:26:25อาจจะมีความจำเพาะเฉพาะโรคนะครับ
00:26:25 → 00:26:27ที่เหลือนะครับหมอก็จะบอกว่าออกกำลังกาย
00:26:27 → 00:26:30นะให้เหมาะกับสุขภาพนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
00:26:30 → 00:26:31อย่าให้เครียดนะครับ
00:26:31 → 00:26:33เหมือนกันหมดทุกโรคครับ
00:26:33 → 00:26:36เรารู้ครับว่าการออกกำลังกายมันดีกับ
00:26:36 → 00:26:39สุขภาพในทุกระบบทุกโรคแต่ต้องเหมาะกับ
00:26:39 → 00:26:43สภาพร่างกายการพักผ่อนให้เพียงพอนอนพัก
00:26:43 → 00:26:45ให้เพียงพอสำคัญมากนะครับ
00:26:45 → 00:26:48จัดการความเครียดให้เป็นก็เป็นทักษะที่จะ
00:26:48 → 00:26:51ช่วยเราในการเยียวยาตัวเองนะครับผมจะขยาย
00:26:51 → 00:26:53ความตัวนี้หน่อยนึงนะครับเรื่องที่ผมเคย
00:26:53 → 00:26:55พูดแล้วก็คือ
00:26:55 → 00:26:58มีงานวิจัยพบว่าถ้าเราฝึกทักษะผ่อนคลาย
00:26:58 → 00:27:01ซึ่งช่วยให้ระบบร่างกายมันอยู่ในสภาวะที่
00:27:01 → 00:27:04คลายตัวลงอยู่ในสภาวะที่พักลง
00:27:04 → 00:27:07มันดีกับโรคทุกโรคนะครับเบาหวานความดัน
00:27:07 → 00:27:11การป่วยเรื้อรังการเจ็บปวดเรื้อรังนะครับ
00:27:11 → 00:27:14สารพัดโรคเนี่ยมันดีขึ้นแค่เราฝึกผ่อน
00:27:14 → 00:27:17คลายให้เป็นและฝึกเป็นประจำนะครับเขา
00:27:17 → 00:27:21เพราะว่าลดยาลงได้ในหลายโรคเลย
00:27:21 → 00:27:25แต่ที่สำคัญครับในแง่ของชีวจิตสังคมมีคำ
00:27:25 → 00:27:28รวมอยู่ 2 คำที่สำคัญมาก
00:27:28 → 00:27:32ความสุขและความรักช่วยเยียวยาได้สารพัด
00:27:32 → 00:27:35โรคนะครับดังนั้นคุณต้องเช็คดูว่าเวลาที่
00:27:35 → 00:27:38คุณเจ็บป่วยคุณมีความสุขในชีวิตดีไหมนะ
00:27:38 → 00:27:41ครับความสุขของคุณคืออะไรแล้วคุณจะเติม
00:27:41 → 00:27:44ความสุขเข้าไปในชีวิตที่มีอยู่ให้ดีมาก
00:27:44 → 00:27:47ขึ้นได้ยังไงความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบ
00:27:47 → 00:27:50ข้างดีเพียงใดมีความรักความผูกพันใส่ใจ
00:27:50 → 00:27:53กันช่วยเหลือเกื้อคุณกันไหม
00:27:53 → 00:27:55หรือคุณรู้สึกว่าคุณอยู่ได้ด้วยตัวเองตาม
00:27:55 → 00:27:58ลำพังแต่คุณมีคนที่ขอความช่วยเหลือได้ถ้า
00:27:58 → 00:27:59จำเป็นนะครับ
00:27:59 → 00:28:01นั่นคือ
00:28:01 → 00:28:04ปัจจัยที่มีความยาวๆที่สำคัญมาก
00:28:04 → 00:28:06คือความสุขและความรัก
00:28:06 → 00:28:10ในมุมกลับกันครับความเครียดความทุกข์ความ
00:28:10 → 00:28:14เหงาก็เป็นเหตุของการเกิดโรคการป่วย
00:28:15 → 00:28:22รุนแรงของโรคนั้นจนถึงการทอนอายุขัยลม
00:28:22 → 00:28:27ดังนั้นสภาวะจิตใจสภาวะสังคมที่เราอยู่
00:28:27 → 00:28:31ความสัมพันธ์ที่เรามีกับสภาวะร่างกาย
00:28:31 → 00:28:34มันกระทบกันหมดแล้วทุกๆโรคก็จะเยียวยา
00:28:34 → 00:28:37คล้ายกันในส่วนที่ไม่ใช่การรักษาเฉพาะโรค
00:28:37 → 00:28:41นะครับอย่างในเบาหวานเขาก็จะใช้ยาช่วยลด
00:28:41 → 00:28:44ระดับน้ำตาลในเลือดลงในโรคความดันโลหิต
00:28:44 → 00:28:47สูงเขาก็จะใช้ยาช่วยลดระดับความดันใน
00:28:47 → 00:28:50เลือดลงซึ่งมีหลายกลไกมีหลายตัวมีราย
00:28:50 → 00:28:52ละเอียดของวิชาการในโลกซึมเศร้าก็เหมือน
00:28:52 → 00:28:55กันครับเขาก็ใช้ยาที่ช่วยเรื่องอารมณ์นะ
00:28:55 → 00:28:57ครับ
00:28:57 → 00:29:02แต่ทันทีที่เราเชื่อว่าโรคคือยาและหมอจบ
00:29:02 → 00:29:03นะครับ
00:29:03 → 00:29:08คือจบก็คือรักษาหายได้ยากเพราะมันไม่ใช่
00:29:08 → 00:29:11mindset ที่เหมาะกับการที่จะเยียวยาโรค
00:29:11 → 00:29:13เรื้อรัง
00:29:13 → 00:29:16ความรู้ใหม่ๆจะเกิดขึ้นตลอดเวลาครับผมเอง
00:29:16 → 00:29:18ก็พยายามตามความรู้ใหม่ๆนะครับบางครั้ง
00:29:18 → 00:29:20หนังสือที่เขียนไว้เมื่อหลายปีก่อนก็
00:29:20 → 00:29:23เริ่มล้าสมัยละเพราะว่ากว่าที่งานวิจัยจะ
00:29:23 → 00:29:26ออกกว่าเขาจะไปตีพิมพ์กว่าจะมีคนเอามารวม
00:29:26 → 00:29:28ใส่ลงหนังสือเนี่ยมันใช้เวลาเดินทางนานนะ
00:29:28 → 00:29:32ครับเราจึงจำเป็นที่จะต้องตามความรู้ใน
00:29:32 → 00:29:35ฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งที่อยากรู้การ
00:29:35 → 00:29:37ฟัง Live ประเภทนี้ก็เป็นความรู้อย่าง
00:29:37 → 00:29:38หนึ่งนะครับมีหมอออกมาให้ความรู้เยอะแยะ
00:29:38 → 00:29:41พอสมควรเลือกฟังให้ถูกแล้วกันนะครับ
00:29:41 → 00:29:44ส่วนใหญ่แล้วเนี่ยเวลาที่มีความรู้ใหม่ๆ
00:29:44 → 00:29:46ผมก็จะเช็คดูว่าเอ๊ะมันมีอะไรที่ผมจะต้อง
00:29:46 → 00:29:50เปลี่ยนความเข้าใจแบบรื้อถอนไหมแต่ทุกๆ
00:29:50 → 00:29:52ครั้งที่มีความรู้ใหม่เพิ่มเข้ามาส่วน
00:29:52 → 00:29:55ใหญ่แล้วมันจะเป็นการตอกย้ำเสริมราย
00:29:55 → 00:30:00ละเอียดของโมเดลชีวสิทธิ์สังคมนะครับ
00:30:00 → 00:30:01ดังนั้น
00:30:01 → 00:30:04หน้าที่ของเราในเรื่องนี้ในการเยียวยาโรค
00:30:04 → 00:30:07เรื้อรังทุกชนิดก็คือต้องออกแบบระบบ
00:30:07 → 00:30:09พฤติกรรมหรือกิจวัตรของตัวเรา
00:30:09 → 00:30:12ซึ่งพฤติกรรมที่ดีเหล่านี้นะครับมันดีกับ
00:30:12 → 00:30:16ทุกโรคครับคุณไม่ต้องสงสัยเลยว่าโรคไหนนะ
00:30:16 → 00:30:19ครับคุณทำไปเถอะครับดีแน่นอนนะครับเช่น
00:30:19 → 00:30:21อาหารเนี่ยคุณกินอาหารรสอ่อนไว้มันดีกับ
00:30:21 → 00:30:23ทุกโรคเลยครับยกเว้นเป็นโรคไตแล้วอาจจะ
00:30:23 → 00:30:26ต้องมาดูเป็นพิเศษหน่อยนึงนะครับ
00:30:26 → 00:30:29ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ 4 ครับ
00:30:29 → 00:30:34สังคมคนรอบข้างเนี่ยจะมีความเข้าใจเวลา
00:30:34 → 00:30:39ที่เราเจ็บป่วยนะครับเรามีสิทธิพิเศษใน
00:30:39 → 00:30:41ฐานะผู้ป่วย
00:30:41 → 00:30:44สิทธิพิเศษนี้ก็คือเช่นเราสามารถพักจาก
00:30:44 → 00:30:45งานได้
00:30:45 → 00:30:49เราสามารถลดหน้าที่ของรับผิดชอบได้แต่
00:30:49 → 00:30:52เป็นการชั่วคราว
00:30:52 → 00:30:53และ
00:30:53 → 00:30:56สังคมคนรอบข้างก็จะคาดหวังว่า
00:30:56 → 00:31:01เราต้องร่วมมือในการรักษาตัวเองนะครับ
00:31:01 → 00:31:05แต่การอนุโลมนี้มีระยะเวลาจำกัดครับ
00:31:05 → 00:31:08แต่ในกรณีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
00:31:08 → 00:31:12หลายครั้งที่พอมาเป็นโรคเรื้อรังแล้วเขา
00:31:12 → 00:31:15ติดอยู่กับบทบาทของผู้ป่วย
00:31:15 → 00:31:17จนกระทั่งความเป็นผู้ป่วยโรคนั้นโรคนี้
00:31:17 → 00:31:21กลายเป็นเอกลักษณ์ของเขาแต่จริงๆแล้วความ
00:31:21 → 00:31:23เจ็บปวดเป็นเพียงสภาวะที่เกิดขึ้นจาก
00:31:23 → 00:31:26ชีวจิตสังคมที่มันไม่ได้อยู่นิ่งตรงนั้น
00:31:26 → 00:31:29นะครับมันเปลี่ยนแปลงได้
00:31:29 → 00:31:33การที่คนจำนวนหนึ่งไปผูกติดอยู่กับการ
00:31:33 → 00:31:37เล่นบทผู้ป่วยจึงกลายเป็นการทำให้เขาตก
00:31:37 → 00:31:40อยู่ในสภาวะที่เหมือนกับเขาป่วยเป็นโรค
00:31:40 → 00:31:44เขาทำอะไรไม่ได้มากทำยังไงดีตรงนี้ก็คือ
00:31:44 → 00:31:48สภาวะที่จะนำไปสู่ความรู้สึกว่าเขาควบคุม
00:31:48 → 00:31:51กำกับชีวิตตัวเองไม่ได้แล้วก็จะนำไปสู่
00:31:51 → 00:31:54ความรู้สึกถึงการควบคุมอะไรในชีวิตไม่ได้
00:31:54 → 00:31:58นำไปสู่ความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังได้นะ
00:31:58 → 00:31:59ครับ
00:31:59 → 00:32:03ย้อนกลับไปข้อ 1 ครับเราต้องเป็นเจ้าของ
00:32:03 → 00:32:08สุขภาพเจ้าของชีวิตตัวเองด้วยการดูแลชีว
00:32:08 → 00:32:12จิตสังคมและนี่ก็คือ mindset เพื่อ
00:32:12 → 00:32:15เยียวยาโรคเรื้อรังนะครับ
00:32:15 → 00:32:20ตอนนี้ผมจะมาพูดคุยกับท่านที่ส่งมาทาง
00:32:20 → 00:32:22YouTube Channel ปลดล็อคกับประเวศนะ
00:32:22 → 00:32:26ครับรอฟังรอฟังรอฟังหัวข้อน่าสนใจทำงาน
00:32:26 → 00:32:31กับฝรั่งในสวีเดนคอยบีบกลั่นแกล้งให้ทำ
00:32:31 → 00:32:33ให้ป่วยเพราะความเครียดทำยังไงให้มี
00:32:33 → 00:32:35mindset ที่ไม่ต้องรับแรงกระแทกของพวก
00:32:35 → 00:32:39เขา
00:32:39 → 00:32:45คือถ้าคุณประเมินว่าเขาหาเรื่องคุณ
00:32:45 → 00:32:46กลั่นแกล้งคุณ
00:32:46 → 00:32:48นะครับ
00:32:48 → 00:32:52และคุณรู้สึกว่าตัวเองตกเป็นผู้ถูกกระทำ
00:32:52 → 00:32:55แล้วคุณควบคุมพฤติกรรมเขาไม่ได้แล้วคุณก็
00:32:55 → 00:32:58รับผลเวลาที่เข้ามากันแกล้งคุณ
00:32:58 → 00:33:00สภาพเช่นนี้
00:33:00 → 00:33:03ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณช่วยเหลือตัวเองไม่
00:33:03 → 00:33:05ได้ด้วยเช่นกันนะครับ
00:33:05 → 00:33:07ผมเคย Live เรื่อง mindset ที่เกี่ยวข้อง
00:33:07 → 00:33:08อยู่
00:33:08 → 00:33:10อย่างน้อยมีเรื่อง mindset ของผู้ตกเป็น
00:33:10 → 00:33:12เหยื่ออยู่ในนั้นด้วยนะครับแต่มันมี
00:33:12 → 00:33:16mindset อื่นที่จะเป็นตัวที่ทำให้คุณหา
00:33:16 → 00:33:19วิธีปรับตัวหรือลื่นไหลไปกับสิ่งเหล่า
00:33:19 → 00:33:22นั้นแต่มันเริ่มต้นจากไมค์ Set ข้างในว่า
00:33:22 → 00:33:26เขาเป็นคนกระทำคุณเป็นผู้ถูกกระทำไหมถ้า
00:33:26 → 00:33:29ใช่อยากจะแนะนำเชิญชวนไปฟัง minset ของ
00:33:29 → 00:33:33ผู้ตกเป็นเหยื่อดูนะครับ
00:33:33 → 00:33:36หนูทำงานรายได้ลดลงเป็นสิวจากฮอร์โมนเป็น
00:33:36 → 00:33:40เยอะทั้งหน้าแม่ไตวายเฉียบพลันผ่านมาได้
00:33:40 → 00:33:44แล้วแม่ได้ฟอกเลือดทุกอาทิตย์
00:33:44 → 00:33:47หนู
00:33:47 → 00:33:51ที่ไม่เคยเป็นหนูเครียดมากแถมหาเงินได้
00:33:51 → 00:33:52น้อยลง
00:33:52 → 00:33:55ดูแลรู้สึกดูแลแม่ไม่ดีเท่าที่ควรควรคิด
00:33:55 → 00:33:58อย่างไรแม่ก็คงเครียดเคยทำงานได้แต่งตัว
00:33:58 → 00:34:01ไปโน่นไปนี่ต้องกลับอยู่บ้านเป็นคนแก่คน
00:34:01 → 00:34:04ป่วยที่ลูกไม่รวยแม่คงประมาณนี้แม่ควรคิด
00:34:04 → 00:34:08อย่างไร
00:34:08 → 00:34:11แน่นอนนะครับคุณกำลังพูดถึงการเจ็บป่วย
00:34:11 → 00:34:13ของแม่
00:34:13 → 00:34:16ที่ถ้าเป็นไตวาย
00:34:16 → 00:34:19แล้วต้องฟอกไตอย่างต่อเนื่องก็กลายเป็น
00:34:19 → 00:34:21โรคเรื้อรัง
00:34:21 → 00:34:24และพอเป็นโรคเรื้อรังมันก็จะมีความรู้สึก
00:34:24 → 00:34:29ว่ามีคำสั่งทางเชิงปฏิบัติจำนวนหนึ่ง
00:34:29 → 00:34:31คุณสังเกตไหมครับว่า
00:34:31 → 00:34:35สภาวะของการป่วยด้วยโรคไตนี้เนี่ยมันส่ง
00:34:35 → 00:34:38ผลต่อสภาวะจิตใจของแม่อย่างไรนะครับเพราะ
00:34:38 → 00:34:41ว่าสิ่งที่เคยเป็นความสุขความสนุกของ
00:34:41 → 00:34:45ชีวิตความหลากหลายความตื่นเต้นในชีวิตเขา
00:34:45 → 00:34:46หายไป
00:34:46 → 00:34:49จากการป่วยเป็นโรคนี้นะ
00:34:49 → 00:34:51แล้วเขาก็เริ่ม
00:34:51 → 00:34:55มองแล้วรู้สึกกับตัวเองเป็นผู้ป่วยเป็นคน
00:34:55 → 00:34:56แก่ที่ทำอะไรไม่ได้
00:34:56 → 00:34:59ความรู้สึกมีคุณค่าของเขาได้รับผลกระทบ
00:34:59 → 00:35:00อย่างไร
00:35:00 → 00:35:04บางคนก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระจึง
00:35:04 → 00:35:06เกิดอะไรขึ้นหลายอย่างมากในใจของแม่นะ
00:35:06 → 00:35:09ครับซึ่งคุณอาจไม่รู้พ่อแม่อาจจะไม่ได้
00:35:09 → 00:35:12บอกหรือคุณอาจจะไม่ได้รู้ว่าจะดูยังไงนะ
00:35:12 → 00:35:14ครับ
00:35:14 → 00:35:16ถ้าถามว่าแม่ควรคิดอย่างไร
00:35:16 → 00:35:20ผมอยากจะแนะนำว่าภายใต้คำแนะนำของแพทย์
00:35:20 → 00:35:24มันจะมีหลายอย่างที่ผู้ป่วยยังทำได้อยู่
00:35:24 → 00:35:28ถ้าไม่แน่ใจเช็คกับหมอที่ดูแลเพื่อดูว่า
00:35:28 → 00:35:30อันนี้ทำได้ไหมอันนี้ทำได้ไหม
00:35:30 → 00:35:33แต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้แน่ๆก็คือการฝึกการ
00:35:33 → 00:35:37อยู่กับตัวเองแบบสภาวะผ่อนคลายนะครับการ
00:35:37 → 00:35:39ฝึกความผ่อนคลายจะช่วยลดไม่ต้องบริสึมของ
00:35:39 → 00:35:42ร่างกายลงซึ่งจะทำให้ของเสียที่จะต้องไป
00:35:42 → 00:35:44ขับที่ไตลดลงซึ่งตอนนี้มีงานวิจัยด้วยว่า
00:35:45 → 00:35:47มันช่วยทำให้ไตมีการทำงานที่ง่ายขึ้น
00:35:47 → 00:35:51เพราะเราลดการสร้างภาระที่จะส่งไปให้ไต
00:35:51 → 00:35:54ช่วยชีวิตครับเพราะฉะนั้นมันมีทักษะจำนวน
00:35:54 → 00:35:58หนึ่งที่คุณแม่คุณจะฝึกได้ซึ่งก็คือทักษะ
00:35:58 → 00:36:01การผ่อนคลายนะครับแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับ
00:36:01 → 00:36:05ระดับ y ของไตตัวนี้ท่านทำกิจกรรมได้แค่
00:36:05 → 00:36:07ไหนแต่ทักษะผ่อนคลายเนี่ยคุณฝึกได้ในท่า
00:36:07 → 00:36:09นั่ง
00:36:09 → 00:36:13แม้แต่ตอนไปฟอกเลือดก็ยังสามารถฝึกได้นะ
00:36:13 → 00:36:16ครับ
00:36:16 → 00:36:20ส่วนตัวคุณเมื่อมีเงินลดลงเมื่อเครียด
00:36:20 → 00:36:21เรื่องแม่
00:36:21 → 00:36:24ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเพราะความเครียดสิว
00:36:24 → 00:36:25ขึ้น
00:36:25 → 00:36:29ตรงนี้เป็นผลกระทบซึ่งโดยทั่วไปแล้วถ้า
00:36:29 → 00:36:32คุณเริ่มปรับใจได้เริ่มปรับตัวได้ตั้ง
00:36:32 → 00:36:35หลักได้
00:36:35 → 00:36:38มันควรจะลงตัวได้มากขึ้นนะครับ
00:36:38 → 00:36:41ส่วนการหาเงินที่น้อยลงนี้ผมคิดว่าเป็น
00:36:41 → 00:36:43อีกโจทย์หนึ่งเลยเพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่า
00:36:43 → 00:36:47การมีเงินใช้จ่ายที่เพียงพอก็เป็นแหล่ง
00:36:47 → 00:36:49ความรู้สึกสบายใจ
00:36:49 → 00:36:51เรื่องนี้ก็ต้องไปดูว่าคุณจะทำอะไรได้
00:36:51 → 00:36:56บ้างนะครับแต่คุณสังเกตดูนะครับว่าท่าน
00:36:56 → 00:36:58ที่เรามองเป็นชี้วัดจิตสังคม
00:36:58 → 00:37:01คุณจะเห็นถึงพื้นที่ที่คุณทำอะไรได้อีก
00:37:01 → 00:37:02หลายอย่าง
00:37:02 → 00:37:06เช่นถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณเครียด
00:37:06 → 00:37:09คุณก็จะพบว่าการฝึกทักษะผ่อนคลายการออก
00:37:09 → 00:37:13กำลังกายการนอนให้พอการมีเพื่อนพูดคุยการ
00:37:13 → 00:37:16เปลี่ยนบรรยากาศหรือกรณีของคุณถ้าแม่คุณ
00:37:16 → 00:37:19ต้องยังได้รับการต้องดูแลด้วยการมีตัว
00:37:19 → 00:37:20ช่วยสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วจะเป็นสิ่งที่
00:37:20 → 00:37:23คุณอาจจะต้องคิดถึงเพื่อทำให้ระบบชี้วัด
00:37:23 → 00:37:25จิตสังคมของคุณดี
00:37:25 → 00:37:29ทำให้ระบบชีวิตสังคมของแม่คุณดีเท่าที่
00:37:29 → 00:37:32เหมาะกับสภาวะทางระบบร่างกายเขาแล้วนะ
00:37:32 → 00:37:34ครับเรื่องนี้ผมคิดว่ามีรายละเอียดเยอะ
00:37:34 → 00:37:38ที่จะต้องลงที่คุณอาจจะใช้แนวคิดตัวนี้ไป
00:37:38 → 00:37:41ค่อยๆไล่ดูนะครับ
00:37:41 → 00:37:43อีกเรื่องหนึ่งครับคือความสุข
00:37:43 → 00:37:46เมื่อกี้นี้ได้พูดถึงความสุขและความรัก
00:37:46 → 00:37:48คุณจะเติมอะไรได้บ้าง
00:37:48 → 00:37:52ในเรื่องความสุขให้กับคุณแม่ให้กับตัวเอง
00:37:52 → 00:37:54ความรักนะครับ
00:37:54 → 00:37:57แล้วก็จะจัดการยังไงกับความเครียดความ
00:37:57 → 00:37:58เหงา
00:37:58 → 00:38:01ซึ่งถ้าทิ้งไว้ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็น
00:38:01 → 00:38:04ซึมเศร้าได้ด้วย
00:38:04 → 00:38:06อยากทราบแนวทางการดูแลแนวคิดการดูแลผู้
00:38:06 → 00:38:09ป่วยสมองเสื่อมวางใจอย่างไรหากรู้ตัวว่า
00:38:09 → 00:38:11ตัวเองป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมสักวันทำอะไร
00:38:11 → 00:38:14ไม่ได้ลืมคนรักไป
00:38:14 → 00:38:17มันเป็นโจทย์ยากนะครับถ้าเรารู้ตัวว่าเรา
00:38:17 → 00:38:20กำลังค่อยๆเสื่อมลงเป็นลำดับ
00:38:20 → 00:38:24แล้วคนจำนวนหนึ่งจะรู้สึกว่าเรากำลังสูญ
00:38:24 → 00:38:28เสียเอกลักษณ์ของเราเรากำลังสูญเสียความ
00:38:28 → 00:38:32สามารถที่เรามีอยู่โดยที่เราควบคุมมันไม่
00:38:32 → 00:38:35ได้มันเป็นสภาวะที่น่ากลัวซึ่งถ้าคุณเคย
00:38:36 → 00:38:40ดูหนังที่แสดงถึงผู้ป่วยสมองเสื่อมคุณจะ
00:38:40 → 00:38:44รู้เลยว่าเจ้าตัวที่รู้ว่าสมองตัวเอง
00:38:44 → 00:38:46กำลังทำงานแย่ลงแย่ลง
00:38:46 → 00:38:51เพราะเป็นภาวะสภาวะที่บีบคั้นมา
00:38:51 → 00:38:55แต่ถ้าเราดูในมุมอีกมุมหนึ่งในเชิงชีวจิต
00:38:55 → 00:38:57สังคมนะครับ
00:38:57 → 00:39:01คือมุมในความเป็นโรคเนี่ยมันมีความถูก
00:39:01 → 00:39:04ต้องในเชิงงานวิจัยอยู่แล้วนะครับแต่ใน
00:39:04 → 00:39:07เชิงโรคสมองเสื่อมก่อนนะครับสมมุติว่าเรา
00:39:07 → 00:39:11เป็นเรากำลังมีอาการเริ่มต้นคุณต้องรู้
00:39:11 → 00:39:13ก่อนว่าโรคสมองเสื่อม
00:39:13 → 00:39:16มันไม่ใช่ชีวภาพล้วนๆ
00:39:16 → 00:39:18นะครับ
00:39:18 → 00:39:21ความเครียดเรื้อรังโดยเฉพาะโรคซึมเศร้า
00:39:21 → 00:39:23เสี่ยงกับสมองเสื่อม
00:39:23 → 00:39:27สมองเสื่อมมีแบบที่เป็นหลอดเลือดผิดปกติ
00:39:27 → 00:39:30กับที่เป็นกลุ่มอัลไซเมอร์อันนี้เป็น 2
00:39:30 → 00:39:33กลุ่มใหญ่ซึ่งวิธีการถ้าเป็นหลอดเลือดผิด
00:39:33 → 00:39:36ปกติมีวิธีรักษาเฉพาะนะครับ
00:39:36 → 00:39:40ถ้าเป็นอัลไซเมอร์ก็มีวิธีชะลอ
00:39:40 → 00:39:43อะไรก็ตามที่ดีกับสมอง
00:39:43 → 00:39:45ก็จะดีกับโรคนี้
00:39:45 → 00:39:48ซึ่งถามว่าอะไรดีกับสมอง
00:39:48 → 00:39:50ปัจจัยเมื่อกี้นี้ที่ผมพูดถึงการเยียวยา
00:39:50 → 00:39:51ที่คล้ายๆกัน
00:39:51 → 00:39:55มันก็จะดีกับสมองด้วยนะครับ
00:39:55 → 00:40:00เพียงแต่เราก็ต้องดูว่ากรณีนี้เป็นสมอง
00:40:00 → 00:40:03เสื่อมแบบไหนเพื่อจะได้ดูว่าจะต้องกินยา
00:40:03 → 00:40:06อะไรได้ไหมนะครับเช่นถ้าเป็นสมองเสื่อม
00:40:06 → 00:40:08จากปัญหาหลอดเลือดเราก็ต้องแก้ปัญหาของ
00:40:08 → 00:40:12โรคหลอดเลือดเพื่อไม่ให้มันมีเส้นเลือด
00:40:12 → 00:40:14ตีบเพิ่มขึ้นหรือเส้นเลือดฝอยแตกเพิ่ม
00:40:14 → 00:40:17ขึ้น
00:40:17 → 00:40:20ส่วนใจของเราที่เรากำลังมองว่ามันจะแย่ลง
00:40:20 → 00:40:22แย่ลง
00:40:22 → 00:40:25ตรงนี้ผมยอมรับนะครับว่า
00:40:25 → 00:40:28ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำอะไรมันเป็นสภาวะที่
00:40:28 → 00:40:31รู้สึกแย่กว่าถ้าคุณรู้ว่าคุณจะทำอะไร
00:40:31 → 00:40:33ดังนั้นการมีกรอบแนวคิดเรื่องคิดว่าจิต
00:40:33 → 00:40:36สังคมคุณก็ต้องวิเคราะห์เรียบเรียงดูว่าณ
00:40:36 → 00:40:40สภาวะที่เป็นอยู่คุณทำอะไรได้บ้าง
00:40:40 → 00:40:42เช่น
00:40:42 → 00:40:46pm2.5 มีงานวิจัยที่พบว่าทำให้เพิ่มความ
00:40:46 → 00:40:48เสี่ยงต่อการเป็นสมองเสื่อม
00:40:48 → 00:40:50สะสมนะครับ
00:40:51 → 00:40:52เพราะเรารู้กันอยู่ว่าฝุ่นเล็กมันเข้าไป
00:40:52 → 00:40:55ในกระแสเลือดแล้วมันก็พากระบวนการอักเสบ
00:40:55 → 00:40:59ไปทุกอวัยวะนะครับ
00:40:59 → 00:41:02ถ้าคุณสามารถย้ายบ้านได้ไปในพื้นที่ที่มี
00:41:02 → 00:41:03เพียง 2.5 ต่ำ
00:41:03 → 00:41:07นั่นก็จะเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงลง
00:41:07 → 00:41:10แต่ถ้าคุณไม่มีเงินในการย้าย
00:41:10 → 00:41:144 เดือนที่ภาครัฐยังไม่สามารถคุมฝุ่นได้
00:41:14 → 00:41:17คุณก็ต้องสร้างพื้นที่ฝุ่นปลอดฝุ่นขึ้นใน
00:41:17 → 00:41:21บ้านแล้วก็ออกนอกบ้านให้น้อยที่สุดนะครับ
00:41:21 → 00:41:24ซึ่งอันหลังสุดเนี่ยผมทำสิ่งนั้นอยู่นะ
00:41:24 → 00:41:28ครับเวลาช่วงเข้าหน้าฝุ่นนะครับ
00:41:28 → 00:41:32ธันวาคมมกราคม
00:41:32 → 00:41:34ช่วงนี้
00:41:34 → 00:41:35ให้รู้ไว้เลยว่า
00:41:35 → 00:41:39พยายามอย่านัดไปข้างนอก
00:41:39 → 00:41:41ถ้าจะเที่ยวก็คือเที่ยวที่ที่ไม่มีฝุ่น
00:41:42 → 00:41:43แล้วก็สร้างห้อง
00:41:43 → 00:41:46ปลอดฝุ่นขึ้นมานะครับ
00:41:46 → 00:41:48มีข่าวบอกนะครับผมเปลี่ยนหลอดไฟ
00:41:48 → 00:41:51ชั้น 2 ทั้งหมดแล้วนะครับเพื่อทำให้ฝุ่น
00:41:51 → 00:41:55ในรอบปีหน้าจะไม่ซึมเข้ามาในห้องนอนเพราะ
00:41:55 → 00:41:59ว่าหลอดไฟที่เป็นโคมเนี่ยมันมีรูที่ห้อง
00:41:59 → 00:42:02ใต้หลังคาฝุ่นเข้ามาได้นะครับดังนั้นมัน
00:42:02 → 00:42:06ยังมีปัจจัยหลายอย่างมากที่เราออกแบบคือ
00:42:06 → 00:42:08ถึงที่สุดเราต้องดูว่าเราทำอะไรได้บ้าง
00:42:08 → 00:42:11แล้วเราทำมันให้ดีนะครับการออกกำลังกายก็
00:42:11 → 00:42:14ดีครับแต่ถ้ามันเป็นโรคแบบประเภทเป็น
00:42:14 → 00:42:17ระเบิดเวลานะครับมันมีโรคบางชนิดที่ทันที
00:42:17 → 00:42:19วินิจฉัยแล้วมันทันทีที่วินิจฉัยแล้วมัน
00:42:19 → 00:42:22เป็นระเบิดเวลาจริงๆ
00:42:22 → 00:42:26ผมคิดว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเร่ง
00:42:26 → 00:42:29ปฏิบัติธรรมครับในฐานะชาวพุทธนะครับ
00:42:29 → 00:42:32ถ้าท่านมีศรัทธาในศาสนาอื่น
00:42:32 → 00:42:37ผมคิดว่าการเข้าสู่พื้นที่นั้นก็จะเป็น
00:42:37 → 00:42:41ประโยชน์กับสภาวะจิตของท่านด้วย
00:42:41 → 00:42:44อันนี้คือข้อแรกที่เขาทำมานะครับข้อ 2 ก็
00:42:44 → 00:42:47ถามว่าในฐานะผู้ดูแลที่เป็นลูกพ่อแม่ไม่
00:42:47 → 00:42:49เหมือนเดิมพฤติกรรมเปลี่ยนไปยับยั้งชั่ง
00:42:49 → 00:42:52ใจไม่ดีเท่าเดิมจำลูกไม่ได้บางครั้งรู้
00:42:52 → 00:42:55สึกพ่อแม่แกล้งเรารับรู้ว่าบางครั้งเขาก็
00:42:55 → 00:42:58ควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ
00:42:58 → 00:43:02ตรงนี้มันมี 2 อย่างเกิดขึ้นครับหนึ่งก็
00:43:02 → 00:43:05คือลูกที่เห็นพ่อแม่เปลี่ยนไปจากเดิม
00:43:05 → 00:43:09บางครั้งมันมีความทรงจำเก่าในความผูกพัน
00:43:09 → 00:43:11ความรักเข้ามาด้วยมันมีความทุกข์อยู่ตรง
00:43:11 → 00:43:14นั้นนะครับนั่นเรื่องหนึ่ง
00:43:14 → 00:43:15อีกเรื่องหนึ่งก็คือการที่เขาเปลี่ยนไป
00:43:15 → 00:43:19บางครั้งเขาสร้างปัญหาให้เรานะครับเช่น
00:43:19 → 00:43:23เขาอารมณ์ร้ายขึ้นนะครับ
00:43:23 → 00:43:26หรือเข้าควบคุมตัวเองไม่ได้
00:43:26 → 00:43:28ตรงนี้เนี่ย
00:43:28 → 00:43:31ผมยังเชื่อว่าความรู้ที่ถูกต้องเพื่อความ
00:43:31 → 00:43:35เข้าใจและรู้แนวปฏิบัติและในบางกรณีที่มี
00:43:35 → 00:43:38อาการมากการใช้ยาก็ช่วยคุมอาการได้นะครับ
00:43:38 → 00:43:42มันมันต้องมาผสมผสานกัน
00:43:42 → 00:43:47ซึ่งกรณีนี้การมีหมอที่เข้าใจมีเวลาพูด
00:43:47 → 00:43:48คุย
00:43:48 → 00:43:52และร่วมกันออกแบบการรักษาพร้อมกันกับการ
00:43:52 → 00:43:54ที่เราตระหนักใน
00:43:54 → 00:43:55ชีวจิตสังคม
00:43:55 → 00:43:59ก็จะเป็นการดูแลให้ดี
00:43:59 → 00:44:03แต่โจทย์ในใจของลูกเนี่ยสิ่งสำคัญเวลาที่
00:44:03 → 00:44:06เราต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วยเรื้อรังแล้วก็
00:44:06 → 00:44:10เสื่อมลงเป็นลำดับก็คือการดูแลตัวเราชีว
00:44:10 → 00:44:14จิตสังคมของเรานะครับ
00:44:14 → 00:44:17เป็นคำถามสั้นๆที่ตอบยาวเลยนะครับ
00:44:17 → 00:44:22สามีผ่าใบผ้าหัวใจ 6 เส้น 3 ปีที่แล้วการ
00:44:22 → 00:44:24ผ่าตัดสำเร็จดีสุขภาพร่างกายดีแต่สุขภาพ
00:44:24 → 00:44:28จิตซึมเศร้าน่าจะเป็นอยู่ก่อนแต่ไม่ได้
00:44:28 → 00:44:29สังเกตเห็น
00:44:29 → 00:44:32ทำให้แกไม่สนใจตัวเองไม่ออกกำลังกายนอน
00:44:32 → 00:44:35ไม่ดีดิฉันแนะนำให้หมอหาหมอรักษาแกก็
00:44:35 → 00:44:38ปฏิเสธโรคนี้เลยผ่านทำให้คนอยู่ด้วยคือ
00:44:38 → 00:44:41ดิฉันเหนื่อยใจกับเขามากควรปฏิบัติตัว
00:44:41 → 00:44:43อย่างไรกลัวตัวเองจะประสาทหรือเป็นซึม
00:44:43 → 00:44:46เศร้าตาม
00:44:46 → 00:44:49คือในส่วนของสามีเนี่ย
00:44:49 → 00:44:54เวลาที่คนคนนึงผ่าตัดหัวใจแม้การผ่าตัดจะ
00:44:54 → 00:44:56เป็นไปได้ด้วยดีนะครับ
00:44:56 → 00:44:59แต่ผมไม่แน่ใจว่าบทบาทและการดำเนินชีวิต
00:44:59 → 00:45:02ของเขาเปลี่ยนไปอะไรบ้าง
00:45:02 → 00:45:05เพราะมันจะส่งผลต่อความภูมิใจความรู้สึก
00:45:05 → 00:45:08ในตัวเองความเชื่อมั่น
00:45:09 → 00:45:10ความสัมพันธ์
00:45:10 → 00:45:15สารพัดที่ผมได้พูดไปในช่วงเนื้อหานะครับ
00:45:15 → 00:45:17ถ้าเขาไม่ยอมรักษาซึมเศร้า
00:45:17 → 00:45:21คุณลองดูว่าชีวจิตสังคมอะไรบ้างที่จะช่วย
00:45:21 → 00:45:24เขาได้นะครับผมเคยพูดเรื่องอาหารสำหรับ
00:45:24 → 00:45:26ผู้ป่วยซึมเศร้าอยู่จำนวนหนึ่งนะครับคุณ
00:45:26 → 00:45:29ลองย้อนไปฟังดูหรือคนก็ได้เพราะคุณอยู่
00:45:29 → 00:45:32ต่างประเทศถ้าผมเข้าใจคุณไม่ผิดเพราะคุณ
00:45:32 → 00:45:36ไม่ได้บอกขออภัย
00:45:36 → 00:45:37ส่วนตัวคุณนะครับ
00:45:37 → 00:45:41คุณต้องดูแลตัวเองด้วยระบบ 3 ตัวเหมือน
00:45:42 → 00:45:44เดิมนะครับ
00:45:44 → 00:45:47ในบางครั้งคุณอาจจะต้องการพื้นที่ส่วนตัว
00:45:47 → 00:45:51ซึ่งการมีพื้นที่ส่วนตัวเนี่ยมันจะเป็น
00:45:51 → 00:45:53พื้นที่ที่เราใช้ในการเยียวยาตัวเองด้วย
00:45:53 → 00:45:56นะครับ
00:45:56 → 00:45:59ถัดมานะครับหนูมีอาการ Panic หลายปีดี
00:45:59 → 00:46:02ขึ้นมากใช้ชีวิตได้เป็นปกติแต่ทุกครั้ง
00:46:02 → 00:46:06ที่ทำกิจกรรมใดหัวใจเต้นเร็วเกิน 120
00:46:06 → 00:46:09จะกลัวว่าหัวใจจะวายตายรู้สึกแน่นหายใจ
00:46:09 → 00:46:12สั้นติดขัดมึนหัวไม่อยากเป็นแบบนี้แต่ไม่
00:46:12 → 00:46:15สามารถแก้ได้มันเป็นไปเองควรแก้ไขอย่างไร
00:46:15 → 00:46:18อย่างออกกำลังกายได้เหมือนคนอื่น
00:46:18 → 00:46:22คือคนที่เป็นแผ่นอีกเนี่ยเวลาออกกำลังกาย
00:46:22 → 00:46:24และหัวใจเขาเริ่มเต้นเร็วขึ้นเขาก็จะ
00:46:24 → 00:46:27เริ่มกลัวเพราะเดี๋ยวเขาจะเป็นแพนิคมันก็
00:46:27 → 00:46:29เลยทำให้เขาไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนะครับ
00:46:29 → 00:46:32แต่ผมก็จะแนะนำทุกคนว่าให้ออกกำลังกายแต่
00:46:32 → 00:46:34ออกจะออกกำลังกายแบบไม่ต้องหนักมากในช่วง
00:46:34 → 00:46:36นี้ให้ฟิตขึ้นก่อน
00:46:36 → 00:46:40แต่ตัวที่เป็นกลไกหลักของคุณก็คือความลึก
00:46:40 → 00:46:44คิดที่คุณกลัวจะเป็นอาการหัวใจวายคือคุณ
00:46:44 → 00:46:47ตีความอาการร่างกายของคุณที่คุณเริ่ม
00:46:47 → 00:46:49เหนื่อยจากการทำกิจกรรมเพราะทุกคนออก
00:46:49 → 00:46:51กำลังกายมันก็ต้องเหนื่อยแล้วก็ต้องหอบ
00:46:51 → 00:46:54หน่อยนึงเนี่ยคุณตีความความรู้สึกในร่าง
00:46:54 → 00:46:56กายนี้เป็นตัวสัญญาณบอกว่าคุณกำลังเจ็บ
00:46:56 → 00:47:00เป็นแพนิคและเมื่อคุณตีความเช่นนั้นคุณจะ
00:47:00 → 00:47:03ตกใจกลัวและตกใจกลัวที่จะทำให้อาการหัวใจ
00:47:03 → 00:47:05ของคุณเต้นมากขึ้นจะทำให้คุณยิ่งตกใจกลัว
00:47:05 → 00:47:08แล้วก็ยิ่งคิดว่าน่ากลัวเราจะเป็นแล้ว
00:47:08 → 00:47:12มันเป็นวงจรที่กระตุ้นนะครับ
00:47:12 → 00:47:17เส้นก็เป็นชีวะขจิตนะครับอาจจะมีสังคม
00:47:17 → 00:47:18ด้วยในบางกรณี
00:47:18 → 00:47:22มันเป็นเหมือนภาษาอังกฤษมันเป็นวงจรที่
00:47:22 → 00:47:23กระตุ้นให้คุณมีนะครับ
00:47:23 → 00:47:27คุณต้องตัดวงจรนี้ในแต่ละราคาครับ
00:47:27 → 00:47:30ผมเคยพูดเรื่องแพนิคอยู่ตอนหนึ่งคนลอง
00:47:30 → 00:47:31กลับไปฟังดูนะครับ
00:47:31 → 00:47:35และถ้าคุณเป็นคนพื้นอารมณ์กังวลนะครับ
00:47:35 → 00:47:36คุณ
00:47:36 → 00:47:41ไปดูคอร์สจัดการความกังวลและการแพนิคนะ
00:47:41 → 00:47:42ครับ
00:47:42 → 00:47:43ติดต่อที่
00:47:43 → 00:47:46แอดหมอประเวศนะครับมีแอดเข้ามาแล้ว
00:47:46 → 00:47:50เพราะว่า LINE หมอประเวศตอนนี้มันยังเข้า
00:47:50 → 00:47:52ไม่ได้นะครับ
00:47:52 → 00:47:56อีกเรื่องหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของปมเก่าใน
00:47:56 → 00:47:59วัยเด็กเพราะว่าผมเจอเยอะมากคนที่เป็น
00:47:59 → 00:48:01แพนิคจำนวนหนึ่งจริงๆอยากจะบอกว่าเยอะ
00:48:01 → 00:48:03ขึ้นเรื่อยๆเพราะผมรู้จักเรื่องนี้
00:48:03 → 00:48:07มีปมจากวัยเด็กด้วยที่ทำให้เขาต้องตื่น
00:48:07 → 00:48:10กลัวบางอย่างตั้งแต่เล็กนะครับถ้าใช่นั่น
00:48:10 → 00:48:12คือโจทย์ของคุณครับ
00:48:12 → 00:48:16มีเพื่อนเป็นตับแข็งจากการดื่มพอกลับไป
00:48:16 → 00:48:18อยู่ต่างจังหวัดเนื่องจากในเมืองไม่มีคน
00:48:18 → 00:48:20ดูแลใจหนึ่งอยากให้เพื่อนรักษาโรงพยาบาล
00:48:20 → 00:48:23ดีๆในกรุงเทพฯแต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของ
00:48:23 → 00:48:28เขาแล้วยากหอและญาติมั้งครับรอฟัง
00:48:28 → 00:48:31ถ้าคุณฟังผมตรงนี้คุณคงเห็นนะครับว่าการ
00:48:31 → 00:48:34ป่วยของเขาที่เป็นตับแข็งจากการดื่มมัน
00:48:34 → 00:48:38เป็นผลของพฤติกรรมการดื่มและตับแข็งเป็น
00:48:38 → 00:48:41ผลตามมา
00:48:41 → 00:48:44พอตับแข็งแล้วนะครับผมเรียนได้เลยว่าหมอ
00:48:44 → 00:48:46ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากประคับประคอง
00:48:46 → 00:48:50ปัญหาที่อยู่ที่ว่าก่อนหน้านี้เขาดื่ม
00:48:51 → 00:48:55เพื่อจัดการความทุกข์บางอย่างในใจเขาซึ่ง
00:48:55 → 00:48:58มันเป็นระบบชี้ว่าจิตสังคมเขาเอาเคมีเข้า
00:48:58 → 00:49:01ไปในร่างกายก็คือเอาแอลกอฮอล์เพื่อไปดับ
00:49:01 → 00:49:04ทุกข์ทางจิตใจบางอย่างซึ่งเขามักจะปฏิเสธ
00:49:04 → 00:49:05นะครับ
00:49:05 → 00:49:08แล้วก็ตอนนี้ก็มาถึงย้อนกลับมาที่ตับของ
00:49:08 → 00:49:10เขาเริ่มไม่ดี
00:49:10 → 00:49:14มันจึงจำเป็นที่ต้องแก้ไขระบบชีวจิตสังคม
00:49:14 → 00:49:15ของเขา
00:49:15 → 00:49:17ที่ไม่ได้แก้ที่โรคที่ตับแข็งอย่างเดียว
00:49:18 → 00:49:21แต่ต้องแก้ที่พฤติกรรมการดื่มและต้องแก้
00:49:21 → 00:49:24ย้อนกลับไปที่ก่อนพฤติกรรมการดื่มว่าจุด
00:49:24 → 00:49:26เริ่มต้นของการดื่มมันคืออะไรนะครับ
00:49:26 → 00:49:34เครียดเหงาเศร้าหรือมีปมนะครับเพราะว่า
00:49:34 → 00:49:37พฤติกรรมการดื่มก็เป็นเพียงความพยายามจะ
00:49:37 → 00:49:43กลบอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ
00:49:43 → 00:49:44อย่างที่เมื่อกี้คุยกันนะครับคิดว่าจิต
00:49:44 → 00:49:46สังคมมันส่งผ่านตัวพฤติกรรมที่เป็นตัว
00:49:46 → 00:49:49เชื่อมครับและที่สุดแล้วเราจะแปลงมันออก
00:49:49 → 00:49:53มาเป็นสิ่งที่เราทำในแต่ละวัน
00:49:53 → 00:49:56อยากทราบวิธีทำใจป่วยกายไม่ป่วยใจตามแนว
00:49:56 → 00:49:59ท่านไปยุคประยุทธ์โตที่เคยให้ไว้เพราะพอ
00:49:59 → 00:50:01ร่างกายเจ็บปวดทุกขเวทนารุมเร้าจิตฟุ้ง
00:50:01 → 00:50:05ซ่านทำให้ใจป่วยไปด้วย
00:50:05 → 00:50:08คือจริงๆเนี่ยปัจจุบันมันมีข้อมูลนะครับ
00:50:08 → 00:50:11ว่ากายใจมันเชื่อมกันมาก
00:50:11 → 00:50:17คือใจไม่สบายกายก็แย่ลงกายไม่สบายใจก็อาจ
00:50:17 → 00:50:21จะเครียดได้แต่คำสอนของทางพุทธธรรมเนี่ย
00:50:21 → 00:50:24จะสอนให้เราแยกกายจากใจออกจากกันเพื่อ
00:50:24 → 00:50:26อะไรก็เพราะว่าความเจ็บป่วยทางกายเป็น
00:50:26 → 00:50:30สิ่งที่เราอาจจะควบคุมไม่ได้ในกรณีที่เรา
00:50:30 → 00:50:32เกิดป่วยขึ้นแล้วหรือเกิดอะไรก็ตามนะครับ
00:50:33 → 00:50:34แต่ในวันนี้คุณอาจจะเริ่มเห็นนะครับว่า
00:50:34 → 00:50:38ความเจ็บป่วยทางกายเราทำอะไรได้บ้างที่
00:50:38 → 00:50:40ไม่ใช่การรักษาอย่างเดียวก็คือชีวิตสังคม
00:50:40 → 00:50:41นะครับ
00:50:41 → 00:50:44ซึ่งทุกโรคจะมีเงื่อนไขที่คุณจะต้องลงราย
00:50:44 → 00:50:48ละเอียดคุณค้นดูและจัดระบบความคิดดู
00:50:48 → 00:50:50แต่มันมีความเป็นไปได้ที่ว่าเมื่อเราป่วย
00:50:50 → 00:50:53กายและเราลงมือทำชีวะจิตสังคมให้ดีแล้ว
00:50:53 → 00:50:56เนี่ยการรักษาใจให้ดีจะช่วยทำให้อาการ
00:50:56 → 00:50:58ป่วยกายดีขึ้นได้ด้วยนะครับเช่นที่ผมยก
00:50:58 → 00:51:01ตัวอย่างว่าการฝึกทักษะผ่อนคลายเพื่อใจ
00:51:01 → 00:51:04สงบช่วยเยียวยารักษาโรคทางกายได้
00:51:04 → 00:51:09ผมจึงคิดว่าคุณไม่สามารถที่จะตั้งเป้าว่า
00:51:09 → 00:51:11คุณจะไม่คิดไม่กังวลไม่ทุกข์ครับหรือตั้ง
00:51:11 → 00:51:13เป้าว่าคุณจะนั่งสมาธิและจิตจะนิ่งอย่าง
00:51:13 → 00:51:16เดียวเวลาที่คุณมีอาการปวด
00:51:16 → 00:51:20แต่คุณจะมีอุบายในการหาวิธีทำให้ใจของคุณ
00:51:20 → 00:51:22มีช่วงเวลาพักสุขสงบได้
00:51:22 → 00:51:25รวมถึงการยอมรับอาการในร่างกายอย่างที่
00:51:25 → 00:51:28เป็นเพราะมีงานวิจัยอีกเช่นกันว่าเวลาที่
00:51:28 → 00:51:30มีอาการทางกายและเราทุกข์ทรมานและเรา
00:51:30 → 00:51:32พยายามจะไม่อยากเจ็บ
00:51:32 → 00:51:34อาการไม่อยากเจ็บจะไปทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ
00:51:34 → 00:51:37พื้นที่ที่เจ็บเป็นเกร็งมากขึ้นซึ่งทำให้
00:51:37 → 00:51:40การปวดเป็นมากขึ้นนะครับมันเป็นตัวกระทบ
00:51:40 → 00:51:42ระหว่างจิตกับกาย
00:51:42 → 00:51:47การที่คุณพยายามรักษาใจจึงดีกับกายนะครับ
00:51:47 → 00:51:49ไม่ได้บอกว่าเราแยกแล้วมันไม่เกี่ยวกันนะ
00:51:49 → 00:51:52ครับมันยังส่งผลต่อการอยู่เพียงแต่มันมี
00:51:52 → 00:51:54ประโยชน์มากที่คุณจะหาวิธีหาอุบายในการ
00:51:54 → 00:51:58รักษาใจตัวเองซึ่งในที่นี้ไม่ใช่แค่ทำยัง
00:51:58 → 00:52:00ไงให้มันเป็นทุกข์กับการเจ็บป่วยนะครับ
00:52:00 → 00:52:03แต่หมายถึงทำยังไงให้คุณมีความสุขได้
00:52:03 → 00:52:07ทำยังไงให้คุณมีความรักความผูกพันได้
00:52:07 → 00:52:10ยกตัวอย่างนะครับถ้าคุณอยู่คนเดียว
00:52:11 → 00:52:14การมีสัตว์เลี้ยงเช่นสุนัขจะช่วยเรื่อง
00:52:14 → 00:52:18จิตใจและคุณอาจพบด้วยว่าอาการเจ็บป่วยของ
00:52:18 → 00:52:22คุณดีขึ้นจากการมีเพื่อนมีสัตว์เลี้ยง
00:52:22 → 00:52:25มันจึงเป็นของที่คุณลองมองชีวิตตัวคุณ
00:52:25 → 00:52:28แล้วก็ลองดูว่าคุณจะจัดการชีวิตสังคมยัง
00:52:28 → 00:52:32ไงบ้างครับเราเองที่เป็นแต่ปลงค่ะดีที่
00:52:32 → 00:52:34สุด
00:52:34 → 00:52:37ผมไม่แน่ใจว่าหลังจากคุณฟังเรื่องนี้แล้ว
00:52:37 → 00:52:39คุณมีอะไรที่ทำได้เพิ่มนอกจากตรงนะครับ
00:52:39 → 00:52:42หวังว่าจะมีอะไรบางอย่างช่วยเสริมให้คุณ
00:52:42 → 00:52:45อย่างน้อยคุณก็มามีส่วนร่วมกันนะครับชอบ
00:52:45 → 00:52:49มีความคิดเกี่ยวกับคำต่อว่าของคนอื่นกับ
00:52:49 → 00:52:51เรื่องที่ทำพลาดวนเข้ามาตลอด
00:52:51 → 00:52:55คือคนเขาต่อว่าคุณแล้วคุณเอาเสียงนั้นมา
00:52:55 → 00:52:58ต่อว่าซ้ำใช่ไหมครับมันเป็นอาการคิดวน
00:52:58 → 00:53:00อย่างหนึ่งซึ่งผมเคยพูดเรื่องนี้ไว้ด้วย
00:53:00 → 00:53:01นะครับ
00:53:01 → 00:53:06ต้องถามคุณด้วยว่าเวลาที่คุณเอาคำพูดต่อ
00:53:06 → 00:53:09ว่าของคนอื่นมาคิดวน
00:53:09 → 00:53:12คุณคิดเป็นเสียงเขาพูดหรือคุณคิดเป็น
00:53:12 → 00:53:14เสียงตัวเองว่าตัวเองครับ
00:53:14 → 00:53:15ตรงนี้ไม่เหมือนกันล่ะ
00:53:15 → 00:53:17ให้ภาษาอังกฤษดู
00:53:17 → 00:53:222 ก็คือเวลาที่คุณทวนเสียงต่อว่าคุณเกิด
00:53:22 → 00:53:24ปฏิกิริยาภายในใจเป็นอารมณ์ความรู้สึก
00:53:24 → 00:53:26อะไร
00:53:26 → 00:53:30เช่นคุณรู้สึกเสียใจน้อยใจรู้สึกผิดหรือ
00:53:30 → 00:53:32คุณรู้สึกโกรธตัวเอง
00:53:32 → 00:53:34หรือคุณรู้สึกโกรธคนต่อว่า
00:53:35 → 00:53:38ปฏิกิริยาเหล่านี้จะเป็นตัวบอกครับว่าคุณ
00:53:38 → 00:53:41กำลังมีอารมณ์อะไรที่เป็นตัวปั่นทำให้คุณ
00:53:41 → 00:53:44คิดวนนะครับเพราะเราต้องไปแก้ที่อารมณ์
00:53:44 → 00:53:46ที่อยู่ลึกตรงไปตรงนั้น
00:53:46 → 00:53:49มันจะทำให้พลังงานของความคิดวนที่อาศัย
00:53:49 → 00:53:51ความรู้สึกบางอย่างมาป้อนเนี่ยมันอ่อน
00:53:51 → 00:53:54กำลังลงนะครับแต่เราต้องเริ่มสังเกตตัว
00:53:54 → 00:53:55เองก่อนนะครับ
00:53:55 → 00:53:58สวัสดีค่ะคุณหมอพ่อมีอาการและพฤติกรรม
00:53:58 → 00:54:01เปลี่ยนไปจากคนที่บ้านช่วยกันสังเกตหาข้อ
00:54:01 → 00:54:04มูลในตนเองเหมือนคนป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม
00:54:04 → 00:54:06แต่ไม่มีใครแน่ใจปัญหาหลักคือเขาไม่ยอม
00:54:06 → 00:54:07รับ
00:54:07 → 00:54:10ไม่สามารถพาไปพบหมอเพื่อตรวจได้กินยา
00:54:10 → 00:54:14บำรุงก็ไม่กินควรหาทางออกอย่างไรดีการวาง
00:54:14 → 00:54:16ใจต่อเหตุการณ์นี้สำหรับคนในครอบครัวพ่อ
00:54:16 → 00:54:19การหนักขึ้นเรื่อยๆ
00:54:19 → 00:54:22โดยหลักแล้วนะครับผมจะแนะนำว่าให้หาอาการ
00:54:22 → 00:54:27ที่ผู้ป่วยรู้สึกรบกวนเขาเป็นสาเหตุในการ
00:54:27 → 00:54:30พาเข้าไปหาหมออย่าไปบอกว่าจะไปหาหมอเพื่อ
00:54:30 → 00:54:34ตรวจสมองแต่ถ้าเขามีปัญหานอนไม่หลับยกตัว
00:54:34 → 00:54:36อย่างก็ให้บอกว่าไปหาหมอเพื่อคุยเรื่อง
00:54:36 → 00:54:39ปัญหาการนอนไม่หลับ
00:54:39 → 00:54:41นะครับแล้ว
00:54:41 → 00:54:45ถ้ามีคนพายาทมาหาผมด้วยเรื่องในวงเล็บ
00:54:45 → 00:54:49สงสัยเป็นโรคนึงแล้วผมแนะนำว่าให้พามา
00:54:49 → 00:54:51แล้วบอกเขาว่ามาช่วยเรื่องนอนไม่หลับผมก็
00:54:51 → 00:54:54จะให้ความสนใจกับเรื่องนอนไม่หลับก่อน
00:54:54 → 00:54:57คือเราเอาความรู้สึกในปัญหาของเจ้าตัว
00:54:57 → 00:55:02เป็นตัวตั้งแล้วทำให้เขาอยากมารักษาหมอ
00:55:02 → 00:55:06ที่มีความเข้าใจก็จะเอาประเด็นที่ผู้ป่วย
00:55:06 → 00:55:09มาเจอเป็นตัวตั้งแล้วค่อยๆขยายไปประเมิน
00:55:09 → 00:55:14เรื่องอื่นในทีหลังนะครับ
00:55:14 → 00:55:16อย่างไรก็ตามหลังจากคุณฟังผมคุณคงเห็นนะ
00:55:16 → 00:55:19ครับว่าชีวจิตสังคมนี้มีอะไรหลายอย่างที่
00:55:19 → 00:55:21คุณทำให้พ่อได้
00:55:21 → 00:55:24อย่างไรก็ตามอีกครั้งหนึ่งก็คือผมก็เห็น
00:55:24 → 00:55:29ด้วยครับว่าถ้าประเมินได้ก็ดีตรงนี้คนไหน
00:55:29 → 00:55:31จะต้องไปดูรายละเอียดของอาการอาจจะต้องไป
00:55:31 → 00:55:34ปรึกษาหมอด้วยตัวเองก่อนก็ได้นะครับ
00:55:34 → 00:55:38อาจจะทำให้คุณรู้ว่าจะทำอย่างไร
00:55:38 → 00:55:43ในกรณีที่พ่อยังไม่ยอมมาหรือจะคุยกับพ่อ
00:55:43 → 00:55:46ยังไงถึงจะยอมมาซึ่งนั่นก็คือหาว่าอาการ
00:55:46 → 00:55:50อะไรที่พ่ออยากรักษา
00:55:50 → 00:55:52สุดท้ายสำหรับ YouTube ก็คือเป็นหัวข้อ
00:55:52 → 00:55:55น่าสนใจกำลังอยู่ในสถานการณ์นี้คุณแม่
00:55:55 → 00:55:58ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแพร่กระจายรับ
00:55:58 → 00:56:01เคมีบำบัดปลายปี 62 มะเร็งหายไปช่วงหนึ่ง
00:56:01 → 00:56:04แล้วกลับมาใหม่ปัจจุบันเป็นการรักษาแบบ
00:56:04 → 00:56:07ประคับประคองคุณแม่ทานได้น้อยลงนอนไม่
00:56:07 → 00:56:10หลับจะมีวิธีสื่อสารกับแม่อย่างไรเพื่อ
00:56:10 → 00:56:13เตรียมใจแบบไม่กังวล
00:56:13 → 00:56:17ผมจะเดานะครับว่าคุณแม่ของคุณก็พอจะรู้
00:56:17 → 00:56:21ว่าเขาคงอาการแย่ลง
00:56:21 → 00:56:26แล้วครั้งนี้การที่รักษาแบบประคับประคอง
00:56:26 → 00:56:28ผมก็เดาว่าเขาก็คง
00:56:28 → 00:56:31สงสัยหรือรู้นะครับขึ้นอยู่กับหมอที่
00:56:31 → 00:56:34รักษาทำอะไรกับเขาไปบ้างคุยอะไรกับเขาไป
00:56:34 → 00:56:37บ้าง
00:56:37 → 00:56:40การรักษาประคับประคองนี้อะไรก็ตามที่เป็น
00:56:40 → 00:56:43ทุกข์ทางกายที่ช่วยได้หมอที่ดูแลก็จะช่วย
00:56:43 → 00:56:47นะครับทานได้น้อยอาจจะต้องกินอาหารเสริม
00:56:47 → 00:56:51ที่เป็นเช่นสิ่งที่ยังให้พลังงานและคุณ
00:56:51 → 00:56:53ค่าของอาหารนะครับ
00:56:53 → 00:56:57อาจจะหาของที่เขาชอบมากิน
00:56:57 → 00:57:00ถ้าทำได้การนอนไม่หลับก็จะดูว่าจะทำอะไร
00:57:00 → 00:57:03ได้บ้างเพื่อให้เข้านอนหลับเพราะว่าโดย
00:57:03 → 00:57:05ตัวการนอนไม่หลับก็เป็นความทุกข์มากได้
00:57:05 → 00:57:09เลยถ้ามันนอนไม่หลับเรื้อรัง
00:57:09 → 00:57:11ส่วนการสื่อสารกับแม่เนี่ย
00:57:11 → 00:57:15มันต้องมีพื้นที่เปิดการพูดคุยครับ
00:57:15 → 00:57:18ผมพบว่าบางครั้งลูกไม่กล้าเปิดการพูดคุย
00:57:18 → 00:57:20บางครั้งแม่ก็ไม่รู้จะเปิดการพูดคุยยังไง
00:57:20 → 00:57:23ต่างฝ่ายต่างกังวลอีกฝ่ายหนึ่งก็เลยไม่
00:57:23 → 00:57:25กล้าคุย
00:57:25 → 00:57:30ถ้าจะมีคำถามเปิดประเด็น
00:57:30 → 00:57:34ผมคิดว่าคำถามหนึ่งที่น่าจะถามก็คือ
00:57:34 → 00:57:36ซึ่งคุณต้องไปปรับให้เหมาะสมนะครับ
00:57:36 → 00:57:38ถ้าคุณแม่อาการ
00:57:38 → 00:57:40เป็นมากขึ้น
00:57:40 → 00:57:46แม่อยากให้มีการวางแผนการรักษายังไง
00:57:46 → 00:57:49ซึ่งเป็นหัวข้อที่ผมเคยคุยในไลฟ์เมื่อ
00:57:49 → 00:57:52หลายตอนก่อนนะครับเพราะมันเป็นประเด็นที่
00:57:52 → 00:57:54เราจะต้องเจอมากขึ้นเรื่อยๆแน่ๆในยุค
00:57:54 → 00:57:55ปัจจุบัน
00:57:55 → 00:58:01อันนี้คือ YouTube นะครับตอนนี้มาดูที่
00:58:01 → 00:58:06Facebook Page นะครับควรยอมรับว่ามัน
00:58:06 → 00:58:08เป็นธรรมดาหรือเปล่าครับอาจารย์บางทีถ้า
00:58:08 → 00:58:11เปิดใจยอมรับอาจเห็นประโยชน์บางอย่างหรือ
00:58:11 → 00:58:13ไม่
00:58:13 → 00:58:15คือการยอมรับว่าเราเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่
00:58:15 → 00:58:17ควรต้องเกิดขึ้นครับ
00:58:17 → 00:58:22แต่อย่างที่ผมได้วางกรอบในการมองก็คือมัน
00:58:22 → 00:58:24มีอะไรหลายอย่างมากที่เราต้องเป็นคนรับ
00:58:24 → 00:58:26ผิดชอบนะครับ
00:58:26 → 00:58:29รอฟังเพราะตอนนี้ในครอบครัวมีสมาชิก 7 คน
00:58:29 → 00:58:32เป็นผู้สูงอายุ 5 คนผู้ป่วยเส้นเลือดหัว
00:58:32 → 00:58:34ใจตีบ 1 คนผู้พิการทางการเคลื่อนไหว 1 คน
00:58:34 → 00:58:36ซึ่งอายุยังไม่ถึง 30
00:58:36 → 00:58:40รวมกันเป็น 7 คนมีแค่ตัวเองคนเดียวที่ยัง
00:58:40 → 00:58:42อยู่ในวัยผู้ใหญ่ที่ยังทำงานได้เมื่อคิด
00:58:42 → 00:58:45ถึงอนาคตมีทั้งความกังวลใจเศร้าใจหนัก
00:58:45 → 00:58:48หน่วงใจกับสิ่งที่ต้องดูแลรับผิดชอบไม่
00:58:48 → 00:58:51รู้ใครจะไปก่อนกันถ้าเราไปก่อนคนที่พิการ
00:58:51 → 00:58:53จะอยู่ยังไง
00:58:53 → 00:58:56ตอนนี้ก็ได้แค่ฝึกตัวให้มองทุกเรื่องเป็น
00:58:56 → 00:58:58ปัจจุบันขนาดพยายามทำความเข้าใจความจริง
00:58:58 → 00:59:02ของชีวิตแต่ยอมรับว่าสำหรับตัวเองมันไม่
00:59:02 → 00:59:05ง่ายที่จะฝึกเรื่องเหล่านี้
00:59:05 → 00:59:08ผมเห็นด้วยครับแล้วมันเป็นภาระที่หนักมาก
00:59:09 → 00:59:11เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสคุยกับหมอรุ่น
00:59:11 → 00:59:13พี่ซึ่งคุณพ่อคุณแม่และญาติผู้ใหญ่ก็มี
00:59:13 → 00:59:16ผู้สูงอายุแล้วก็มีคนที่ป่วย
00:59:16 → 00:59:19ผลัดกันป่วยคล้ายๆที่บ้านผมเลยนะครับ
00:59:19 → 00:59:22หมอที่ดูแลก็บอกว่า
00:59:22 → 00:59:26ความหมายโดยสรุปนะครับมีคนไข้ 1 คนผู้
00:59:26 → 00:59:28ป่วย 1 คนมันต้องการคนดูแลประมาณ 2-3 คน
00:59:29 → 00:59:31แต่ในความเป็นจริงตอนนี้คือโครงสร้างของ
00:59:31 → 00:59:34ครอบครัวหลายบ้านมีผู้สูงอายุเยอะมีเด็ก
00:59:34 → 00:59:37ลูกหลานน้อยในการดูแลนะครับ
00:59:37 → 00:59:41ถึงที่สุดถ้าคุณดูแลไม่ไหวคุณก็คงต้องใช้
00:59:41 → 00:59:43บริการ
00:59:43 → 00:59:48ทางภาครัฐหรือที่เป็นองค์กร
00:59:48 → 00:59:53สาธารณประโยชน์นะครับ
00:59:53 → 00:59:54เพราะ
00:59:54 → 00:59:59คุณก็ยังต้องทำงาน
00:59:59 → 01:00:01ที่เหลือผมหวังว่าข้อคิดเรื่องชีวิตว่า
01:00:01 → 01:00:04จิตสังคมจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณในการดู
01:00:04 → 01:00:07แลตัวเองและเป็นประโยชน์สำหรับการที่ผู้
01:00:07 → 01:00:10สูงอายุที่ยังพอรู้เรื่อง
01:00:10 → 01:00:15ดูแลส่วนเชื้อจิตสังคมของเขานะครับ
01:00:15 → 01:00:18เพราะยังไงถ้าคุณต้องทำงานคุณก็ไม่สามารถ
01:00:18 → 01:00:21ดูแลพวกเขาได้อยู่แล้วถ้าคุณมีเงินจำกัด
01:00:21 → 01:00:25คุณก็ไม่สามารถสร้างระบบดูแลเขาได้อย่าง
01:00:25 → 01:00:29มีคุณภาพถึงจุดหนึ่งการเงินและก็โจทย์จะ
01:00:29 → 01:00:32บังคับให้คุณต้องเลือกทางที่เป็นไปได้
01:00:32 → 01:00:35ครับจากนั้นคุณอาจจะต้องทำใจยอมรับในความ
01:00:35 → 01:00:38เป็นจริงและดูว่าคุณมีทางเลือกอะไรบ้างมี
01:00:38 → 01:00:39แหล่งช่วยเหลืออะไรบ้าง
01:00:39 → 01:00:44มีญาติพี่น้องคนอื่นอีกไหมนะครับ
01:00:44 → 01:00:47ท่านต่อไปนะครับดีใจที่ได้เห็นชื่อหัวข้อ
01:00:47 → 01:00:49นี้เพราะตัวเองและคนรักกำลังประสบโรค
01:00:49 → 01:00:53เรื้อรังซึมเศร้าเส้นเลือดตีบโรคไตจะรอ
01:00:53 → 01:00:56ติดตามไลฟ์สดจะได้เยียวยาความรู้สึกตัว
01:00:56 → 01:00:59เองและคนใกล้ตัว
01:00:59 → 01:01:02อย่างที่ผมได้พูดถึงโรคซึมเศร้าโรคเส้น
01:01:02 → 01:01:04เลือดตีบและโรคไตเลยนะครับกระบวนการ
01:01:04 → 01:01:06เยียวยาที่เป็นลักษณะร่วมเหมือนกันหมดเลย
01:01:06 → 01:01:09แต่โรคแต่ละโรคมีลักษณะเฉพาะตัวเพิ่มขึ้น
01:01:09 → 01:01:12ในแง่ของยาหรือแนวทางการรักษาโดยเฉพาะ
01:01:12 → 01:01:17เช่นเลือดตีบกับโรคไตหวังว่าที่ผมพูดไป
01:01:17 → 01:01:20คุณจะได้แนวคิดนะครับ
01:01:20 → 01:01:22แล้วก็เลือกด้วยว่าคุณจะทำพฤติกรรมอะไร
01:01:22 → 01:01:25ที่เปลี่ยนไปเพื่อช่วยปรับระบบชี้วัดจิต
01:01:25 → 01:01:27สังคมของคุณนะครับ
01:01:27 → 01:01:31หนูเป็นโรคนอนไม่หลับจะตื่นกลางดึก 02:00
01:01:31 → 01:01:34นกินยาเรื่องขากระตุกทำให้หลับได้นานขึ้น
01:01:34 → 01:01:36มีอาการกระตุกจนตื่นแล้วหลับต่อไม่ได้
01:01:36 → 01:01:38ซึ่งเป็นความผิดปกติของการนอนอย่างหนึ่ง
01:01:38 → 01:01:42นะครับแต่ก็ยังตื่นตีสามสี่ห้า
01:01:42 → 01:01:46ยังสามารถหลับต่อได้ถึง 6 โมงเย็น 6-8
01:01:46 → 01:01:49โมงขอโทษก็คือตื่นประมาณ 6 ถึง 6 โมงถึง 8
01:01:49 → 01:01:52โมงสังเกตตัวเองแล้วเวลามีงานค้างชอบเก็บ
01:01:52 → 01:01:54มาคิดถามว่าอยากคิดหรือเปล่าไม่ได้อยาก
01:01:54 → 01:01:57คิดแต่เหมือนมีพฤติกรรมที่ปล่อยไม่หลุด
01:01:57 → 01:02:00มันมีทักษะครับที่เมื่อคุณย้ายความรู้สึก
01:02:00 → 01:02:04มาอยู่ที่ร่างกายได้ดีความนึกคิดมันจะเบา
01:02:04 → 01:02:05ลงเอง
01:02:05 → 01:02:08คุณจะสังเกตได้ถ้าคุณไปออกกำลังกาย
01:02:08 → 01:02:11นะครับแล้วคุณจะสังเกตได้ว่าคุณฝึกลมหาย
01:02:11 → 01:02:16ใจฝึกยืดเหยียดแล้วคุณก็จะรู้ว่า
01:02:16 → 01:02:19ทักษะที่ช่วยให้เราพักความคิดด้วยการอยู่
01:02:19 → 01:02:23กับร่างกายจะเป็นประโยชน์มากกับโจทย์ของ
01:02:23 → 01:02:26คุณนะครับ
01:02:26 → 01:02:30รอชมอยู่ในช่วงที่เริ่มมีโรคเรื้อรังยอม
01:02:30 → 01:02:32รับมันและพยายามจะดูแลใจ
01:02:32 → 01:02:35ดูแลเรื่องอาหารออกกำลังกายไม่ให้เครียด
01:02:35 → 01:02:37ทานยาตามหมอสั่งไปตามนัดรักษากายใจให้
01:02:37 → 01:02:40กำลังใจต้องยอมรับมันอยู่กับอาการต่างๆ
01:02:40 → 01:02:42ให้ได้
01:02:42 → 01:02:45ที่คุณพูดก็มีขอบเขตที่ไปต่างเรื่อง
01:02:45 → 01:02:47ชีวจิตสังคมแต่มันยังมีประเด็นเพิ่มเติม
01:02:47 → 01:02:50ที่ผมพูดไปนะครับหวังว่าจะเติมให้คุณเห็น
01:02:50 → 01:02:52กรอบตัวนี้ได้มากขึ้น
01:02:52 → 01:02:55เมื่อปีที่แล้วหลานจากไปด้วยโรคมะเร็งตับ
01:02:55 → 01:02:57ตอนเข้าอยู่กับเรามันมีความหมายเหลือเกิน
01:02:57 → 01:03:00แต่พอเห็นเขาทรมานด้วยความเจ็บปวดเลยบอก
01:03:00 → 01:03:02หลานว่ารักเท่าไหร่หวงแค่ไหนนะก็ต้อง
01:03:02 → 01:03:04ปล่อยหลานนะทั้งหอมทั้งก่อนถึงเวลามาก็
01:03:04 → 01:03:08ต้องปล่อยแต่วันนี้คิดได้ว่าเวลาการจาก
01:03:08 → 01:03:11มันใกล้ตัวจริงๆ
01:03:11 → 01:03:13ครับมันเป็น
01:03:13 → 01:03:16ข้อคิดที่ทำให้เราเห็นความจริงของชีวิต
01:03:16 → 01:03:19ที่มีความไม่แน่นอนนะครับ
01:03:19 → 01:03:23สวัสดีค่ะคุณหมอขอบคุณมากติดตามค่ะ
01:03:23 → 01:03:28รออยู่ดูแน่นอนรายการคุณหมอมีความหมายกับ
01:03:28 → 01:03:31คนอยู่เมืองนอกมากขอบคุณมากจากเยอรมัน
01:03:31 → 01:03:34เรื่องน่าติดตามมากคงได้นำมาใช้ชีวิต
01:03:34 → 01:03:37ประจำวันและนำมงคลใกล้ตัวขอบคุณครับเป็น
01:03:37 → 01:03:38หัวข้อที่มีประโยชน์ตรงกับสถานการณ์
01:03:39 → 01:03:39ปัจจุบัน
01:03:39 → 01:03:43ขอบคุณคุณหมอการให้ไลฟ์สดในทุกวันทุก
01:03:43 → 01:03:46สัปดาห์จากนิวซีแลนด์
01:03:46 → 01:03:49ขอถามว่าโรคไทรอยด์กับโรคไบโพลาร์สามารถ
01:03:49 → 01:03:52รักษาหายขาดโดยไม่ต้องใช้ยาไหม
01:03:52 → 01:03:55คือถ้าคุณฟังดีๆคุณคงเห็นนะครับว่าอย่า
01:03:55 → 01:03:59เป็นหนึ่งกลไกในการรักษาที่กลไกทางชีวภาพ
01:03:59 → 01:04:02เมื่อเกิดเป็นภาวะโรคขึ้นมาแล้วนะครับ
01:04:02 → 01:04:06ไทรอยด์มันมีหลายไทรอยด์สูงไทรอยด์ต่ำ
01:04:06 → 01:04:12เนื้องอกไทรอยด์หรือมะเร็งไทรอยด์
01:04:12 → 01:04:15ถ้าเอาโรคที่เจอบ่อยในไทรอยด์
01:04:15 → 01:04:19ก็จะมีสูตรในการรักษาไทรอยด์สูงกินยาปี
01:04:19 → 01:04:24ครึ่งถ้าหายดีจบคอร์ส
01:04:24 → 01:04:28ถ้าไม่ดีคืนแรกกับมันตรังสีจากนั้นกิน
01:04:28 → 01:04:31ฮอร์โมนไทรอยด์ชดเชยนี่เป็นคำอธิบายของ
01:04:31 → 01:04:34โรคไทรอยด์กรณีไทรอยด์สูงแต่ถ้าเราไปดู
01:04:34 → 01:04:36ชี้วัดจิตสังคม
01:04:36 → 01:04:38เราจะเจอปัจจัยมากมายเลยครับที่จะทำได้
01:04:38 → 01:04:42กรณีเป็นโรคไทรอยด์นะครับเหมือนกันเลย
01:04:42 → 01:04:43ครับการเยียวยาตัวเองโลกไบโพลาร์ก็เหมือน
01:04:43 → 01:04:46ครับเยียวยาตัวเองด้วยกลไกเหล่านั้นเลย
01:04:46 → 01:04:49ส่วนยาจะหยุดได้ไหมอันนี้ผมคิดว่าต้อง
01:04:49 → 01:04:51เป็นการตัดสินใจร่วมกันกับหมอนะครับ
01:04:51 → 01:04:54ผมไม่อยากให้คุณรู้สึกคิดตั้งเป้าว่าคุณ
01:04:54 → 01:04:56ต้องหยุดยาให้ได้แต่ผมอยากให้คุณตั้งเป้า
01:04:56 → 01:04:59คุณจัดระบบชี้วัดจิตสังคมให้ดีถ้าระบบ
01:04:59 → 01:05:03ชีวภาพคุณตอบสนองดี
01:05:03 → 01:05:07ไทรอยด์ผมมั่นใจนะครับส่วนไบโพลาร์มันจะ
01:05:07 → 01:05:10มีสูตรของมันละตอนนี้ว่าถ้าเป็นครั้งแรก
01:05:10 → 01:05:12กินกี่ปีเป็นครั้งที่ 2 กินกี่ปีนะครับ
01:05:12 → 01:05:14เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่หนักให้หยุดเลย
01:05:14 → 01:05:18ตรงนั้นเป็นกรอบที่หมอจะมีครับพอหยุดก็จะ
01:05:18 → 01:05:20มีข้ออันตราย
01:05:20 → 01:05:25คุณไปทำภาวะชีวจิตสังคมให้ดีแล้วลองดูว่า
01:05:25 → 01:05:28คุณจะคุยกับหมอยังไงต้องให้หมอทุกคนตัด
01:05:28 → 01:05:30สินใจร่วมนะครับเพราะหมอคือคนที่เรียนมา
01:05:30 → 01:05:34เรื่องของข้อต่อชิ้นนี้นะครับแต่คุณทำ
01:05:34 → 01:05:37อะไรได้อีกหลายอย่างมากแล้วก็อย่าไปกังวล
01:05:37 → 01:05:38แต่เรื่องว่าต้องกินยาไม่กินยาอย่างเดียว
01:05:38 → 01:05:42นะครับขอให้กังวลว่าคุณทำชีวิตสังคมของ
01:05:42 → 01:05:43ตัวเองดีแล้วหรือยัง
01:05:43 → 01:05:47เพราะคนไข้จำนวนหนึ่งไม่ได้ไปทำตรงนี้แต่
01:05:47 → 01:05:50ก็อยากหยุดยาครับแต่ถ้าคุณทำสิ่งนี้ได้ดี
01:05:50 → 01:05:53โอกาสหยุดยาก็มาเองนะครับ
01:05:53 → 01:05:56รอฟังพระโรคกำลังตามคือความดันสูงไขมัน
01:05:56 → 01:05:59สูงเบาหวานอยู่ในช่วงรักษาตัว
01:05:59 → 01:06:033 ภาวะนี้นะครับรักษาในการเยียวยาตัวเอง
01:06:03 → 01:06:05เหมือนกันเลยครับ
01:06:05 → 01:06:07กินอาหารรสอ่อน
01:06:07 → 01:06:09นะครับ
01:06:09 → 01:06:11ออกกำลังกายเบาๆ
01:06:11 → 01:06:14ให้เหมาะกับสุขภาพนะครับ
01:06:14 → 01:06:17หาความสุขแต่ไม่ใช่ความสุขจากการกินนะ
01:06:17 → 01:06:18ครับ
01:06:18 → 01:06:20กินแล้วเรียกเป็นจะดี
01:06:20 → 01:06:23มีความรักความผูกพันไม่ได้แปลว่าต้องมี
01:06:23 → 01:06:24แฟน
01:06:24 → 01:06:29สิ่งเหล่านี้เป็นการเยียวยาทุกโรคครับ
01:06:29 → 01:06:31ถ้าคุณไม่เชื่อหรือไม่แน่ใจคุณไปถามหมอ
01:06:31 → 01:06:35ว่าคุณหมอความสุขเนี่ยมันช่วยรักษาโรคนี้
01:06:35 → 01:06:36ไหมนะครับ
01:06:36 → 01:06:39ความรักรักษาโรคนี้ไหมความรักนี้อาจจะถาม
01:06:39 → 01:06:41ยากหน่อยนึงเดี๋ยวหมอจะค้อนอ่อนนะครับ
01:06:41 → 01:06:47สมัยที่ผมป่วยตอนประถมครั้งหนึ่ง
01:06:47 → 01:06:50ป่วยเป็นมีอาการหลายอย่างมากขาดเรียนไป
01:06:50 → 01:06:52หลายวันไปถึงโรงเรียนครูถามว่าประเวศเป็น
01:06:52 → 01:06:53อะไร
01:06:53 → 01:06:57ผมตอบว่าหวัดร้อนในไอตัวร้อนท้องเสียปวด
01:06:57 → 01:06:58หัว
01:06:58 → 01:07:03ฟังดูมันมีหลายโรคมากและเรารู้สึกป่วย
01:07:03 → 01:07:05แต่จริงๆมามองย้อนหลังแล้วจริงๆมันอาจจะ
01:07:05 → 01:07:09เป็นกลไกร่วงแค่กลไกเดียวก็ได้
01:07:09 → 01:07:133 4 โรคที่คุณพูดไปถ้าย้อนกลับไปที่ตัว
01:07:13 → 01:07:15ต้นทางของโลกนะครับ
01:07:15 → 01:07:18มันมีต้นตอที่คล้ายกันมาก
01:07:18 → 01:07:21พฤติกรรมการกินการนอนการออกกำลังกายความ
01:07:21 → 01:07:24เครียดความสุขสังคมสายสัมพันธ์
01:07:24 → 01:07:28คุณกลับไปดูแลตรงนั้นแล้วตัวนี้มันจะคลี่
01:07:28 → 01:07:29คลายได้
01:07:29 → 01:07:32ไวแค่ไหนต้องแล้วแต่คนนะครับ
01:07:32 → 01:07:35ติดตามมาพักหนึ่งขอบคุณมากติดตามเพื่อนำ
01:07:36 → 01:07:39ไปใช้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังขอบคุณมากติดตาม
01:07:39 → 01:07:41รอฟังรอฟังรอฟังและแชร์ถ้าผู้ป่วย
01:07:41 → 01:07:45เรื้อรังและยาวนานคงคิดหนักทั้งกายใจราย
01:07:45 → 01:07:47ได้ต้องเตรียมไว้ก่อนขอบคุณสำหรับการแบ่ง
01:07:47 → 01:07:49ปัน
01:07:49 → 01:07:51ติดตามทุกที่จากนอร์เวย์
01:07:51 → 01:07:55แสดงว่าผมเวลาไปต่างประเทศต้องระวังตัวนะ
01:07:55 → 01:07:57ต้องทำตัวให้เรียบร้อยนะครับไม่ใช่ไป
01:07:57 → 01:08:00ปล่อยแก่ในต่างประเทศคิดว่าไม่มีคนรู้จัก
01:08:00 → 01:08:03เพราะตอนหลังไปไหนมีคนทักเพิ่มขึ้นเหมือน
01:08:03 → 01:08:04กันนะครับ
01:08:04 → 01:08:07ทั้งนี้ถามมาว่าแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วย
01:08:07 → 01:08:09กลุ่มนี้จะช่วยสร้าง mindset ในผู้ป่วย
01:08:09 → 01:08:12ได้อย่างไรผมคิดว่าแพทย์จะต้องค่อยๆให้
01:08:12 → 01:08:16ความรู้ความเข้าใจและชวนปรับพฤติกรรม
01:08:16 → 01:08:19ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายนะครับเพราะคนเรา
01:08:19 → 01:08:21มักจะปรับพฤติกรรมตัวเองไม่ค่อยได้แต่
01:08:21 → 01:08:24นั่นเป็นโจทย์ท้าทายของระบบการบริการทาง
01:08:24 → 01:08:25การแพทย์เลย
01:08:25 → 01:08:27ข้อ 2 คือมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยผู้
01:08:27 → 01:08:29ป่วยตระหนักว่าเขาเป็นเจ้าของร่างกายและ
01:08:29 → 01:08:31จิตใจของเขาได้อย่างนุ่มนวลครับ
01:08:31 → 01:08:35อธิบายไปทีละส่วนครับอธิบายว่าถ้าเขาทำ
01:08:35 → 01:08:38สิ่งนี้มันจะดียังไงแล้วก็ตามผลดูว่าคุณ
01:08:38 → 01:08:42ทำได้ไหมมันติดขัดอะไรนะครับคุยไปเรื่อยๆ
01:08:42 → 01:08:43ก็จะเริ่มรู้สึกว่า
01:08:43 → 01:08:46เรื่องเหล่านี้เขาเป็นคนรับผิดชอบนะไม่
01:08:46 → 01:08:49ใช่หมอมารับผิดชอบเมื่อไหร่ก็ตามที่เขา
01:08:49 → 01:08:51รู้ว่าเขาต้องเป็นคนรับผิดชอบนั่นคือเขา
01:08:51 → 01:08:53พร้อมจะเป็นเจ้าของชีวิตและร่างกายของเขา
01:08:53 → 01:08:54นะครับ
01:08:54 → 01:08:56เพราะคนส่วนใหญ่เวลาไม่สบายจะยกไปให้หมอ
01:08:56 → 01:09:00ดูแลซึ่งไม่ใช่ mindset ที่ดี
01:09:00 → 01:09:03แม่ 80 พี่สาวเป็นโรคจิตเวช 2 คนพ่อเสีย
01:09:03 → 01:09:07ตอน 28 เลยทำหนักทำงานหนักรีบเก็บเงินตอน
01:09:07 → 01:09:09นี้ 52 การงานมั่นคงไม่ต้องเครียดเรื่อง
01:09:09 → 01:09:12เงินโฟกัสเรื่องรักษาโรคเรื้อรังของพี่
01:09:12 → 01:09:15สาวและแม่อย่างเดียว My Set หนูโฟกัสแค่
01:09:15 → 01:09:18ปัจจุบันคิดแค่ว่าเราดูแลตัวเองให้ดีจะ
01:09:18 → 01:09:23ได้ส่งเขาขึ้นสวรรค์ก่อนก็จะสบายใจ
01:09:23 → 01:09:26ถ้าคุณอายุ 52 การเงินมั่นคง
01:09:26 → 01:09:29แต่มีพี่สาวป่วยเป็นจิตไม่ต้อง 2 คนไม่
01:09:29 → 01:09:33รู้ว่าโรคอะไรนะครับ
01:09:33 → 01:09:38ถ้าถามว่าคุณโฟกัสปัจจุบันผมก็จะแนะนำว่า
01:09:38 → 01:09:41ลองดูว่าคุณจะทำอะไรได้บ้างในเรื่องของ
01:09:41 → 01:09:43ชีวจิตสังคมสำหรับตัวเอง
01:09:43 → 01:09:47ชีวิตสังคมสำหรับพี่สาว 2 คนแล้วก็สำหรับ
01:09:47 → 01:09:48แม่
01:09:48 → 01:09:51เพราะว่าจริงๆมันก็คือพฤติกรรมดีๆที่เรา
01:09:51 → 01:09:53คุยกันเป็นประจำนะครับแต่วันนี้มองด้วย
01:09:54 → 01:09:57กรอบอีกกรอบหนึ่งเพื่อกระตุกการมองโลก
01:09:57 → 01:10:00เรื้อรังในแบบใหม่นะครับ
01:10:00 → 01:10:03โรคภาวะเครียดจนเสื่อมรักษายังไงไม่แน่ใจ
01:10:03 → 01:10:06ว่าอะไรที่เสื่อมนะครับเพราะว่าโรคภาวะ
01:10:06 → 01:10:08เครียดมันทำให้ทุกเสื่อมมันเสื่อมได้ทุก
01:10:08 → 01:10:10อวัยวะ
01:10:10 → 01:10:14รักษาอย่างไรชีวจิตสังคมครับ
01:10:14 → 01:10:17กินยาลิ่มเลือดตลอดชีวิตต้องดูแลยังไง
01:10:17 → 01:10:19บ้างอันนี้เป็นรายละเอียดที่หมอที่สั่งยา
01:10:19 → 01:10:21คุณจะรู้ดีนะครับ
01:10:21 → 01:10:24ผมเองไม่ได้รู้รายละเอียดของของทุกโรคของ
01:10:24 → 01:10:28ทุกตัวยานะครับแต่หลักการก็คือถ้ามันมี
01:10:28 → 01:10:31เหตุที่คุณต้องกินยาลิ่มเลือดสลายลิ่ม
01:10:31 → 01:10:33เลือดหรือละลายลิ่มเลือด
01:10:33 → 01:10:34อยู่เนี่ย
01:10:35 → 01:10:40มันเป็นหนึ่งในกลไกเพื่อช่วยชีวิตแต่ก็
01:10:40 → 01:10:43เป็นหนึ่งในกลไกที่มีความเสี่ยงแต่ยามัน
01:10:43 → 01:10:46ก็ต้องมีการชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียนะ
01:10:46 → 01:10:49ครับในการรักษาแล้วก็เลือกสิ่งเหล่านี้
01:10:49 → 01:10:52แล้วคุณก็ต้องรู้ว่าการออกแบบวิถีชีวิต
01:10:52 → 01:10:56คุณจะถูกจำกัดด้วยการระมัดระวังเวลาที่มี
01:10:56 → 01:11:00เลือดออกมันจะไม่ค่อยหยุดรวมถึงการกระแทก
01:11:00 → 01:11:02การหกล้ม
01:11:02 → 01:11:06กับยาอื่นที่จะมาตีกันซึ่งตรงนี้ต้องให้
01:11:06 → 01:11:10หมอเจ้าของไข้แนะนำผมเดาว่าเวลาที่คุณได้
01:11:10 → 01:11:12ยาตัวนี้มาเขาต้องให้เอกสารกำกับยาให้นะ
01:11:12 → 01:11:15ครับพอดีบังเอิญผมยังไม่เคยเห็นโดยตรงแต่
01:11:15 → 01:11:17ผมเชื่อว่าต้องมี
01:11:17 → 01:11:19ท่านถัดมาลงว่าโรคจิตเภท
01:11:19 → 01:11:23เยียวยาชีวะจิตสังคมได้ผมทำเช่นนี้กับคน
01:11:23 → 01:11:25ที่ป่วยเป็นจิตเภทที่มาหาผมนะครับคือผม
01:11:25 → 01:11:28ไม่ได้คุยเรื่องโรคกับเขามากอาการก็สงบดี
01:11:28 → 01:11:31กินยาขนาดต่ำแต่ชีวจิตสังคมคุยได้เรื่อยๆ
01:11:31 → 01:11:34ทุกๆครั้งที่เจอกันครับการเงินการทำงาน
01:11:34 → 01:11:38ลูกหลานความสัมพันธ์การท่องเที่ยวคุยได้
01:11:38 → 01:11:42หมดเลยครับชีวจิตสังคมนะครับและโรคระบบ
01:11:42 → 01:11:45ย่อยด้วยนะครับเหมือนกันเลยครับระบบลำไส้
01:11:45 → 01:11:48ไวมากกับอารมณ์ของเราครับถ้าคุณมีปัญหา
01:11:48 → 01:11:53เรื่องระบบลำไส้ดูแลที่ชีวะจิตสังคมนะ
01:11:53 → 01:11:54ครับ
01:11:54 → 01:11:57ขอบคุณมากคุณหมอเป็น Ep ที่รอคอยเลยค่ะ
01:11:57 → 01:11:59นี่คือทั้งหมดที่ส่งมาล่วงหน้าสำหรับวัน
01:11:59 → 01:12:05นี้นะครับตอนนี้ผมจะมาดูท่านที่ส่งมาใน
01:12:05 → 01:12:10ไลฟ์สด
01:12:10 → 01:12:12สวัสดี
01:12:12 → 01:12:14แชร์แล้ว
01:12:14 → 01:12:16มะเร็งเข้าว่ามะเร็งปวดทรมานมากมันปวดแบบ
01:12:16 → 01:12:19ไหนธรรมะช่วยได้ไหม
01:12:19 → 01:12:23คือ
01:12:23 → 01:12:26มันมีงานวิจัยนะครับที่พบว่าการฝึกสมาธิ
01:12:26 → 01:12:29หรือการสร้างทักษะผ่อนคลายที่ดี
01:12:29 → 01:12:33ช่วยลดอาการปวดเรื้อรังได้ดีแต่ถ้าเป็น
01:12:33 → 01:12:37อาการปวดเฉียบพลันจะให้ผลจำกัดอย่างไรก็
01:12:37 → 01:12:42ตามการปวดทุกชนิด
01:12:42 → 01:12:45ถ้ามีการดูแลจิตใจที่ดี
01:12:45 → 01:12:47ชีวะจิตสังคมดี
01:12:47 → 01:12:51การใช้ยาแก้ปวดลดลงนะครับ
01:12:51 → 01:12:54และที่สำคัญปัจจุบันก็คือถ้าปวดจากมะเร็ง
01:12:54 → 01:12:57หมอจะไม่กังวลใจที่จะให้ยาให้เพียงพอ
01:12:57 → 01:12:59เพื่อไม่ต้องทุกข์ทรมาน
01:12:59 → 01:13:02สมัยก่อนหมอยังกลัวเสพติดแต่จริงๆก็พบว่า
01:13:02 → 01:13:04มันไม่ได้เสพติดเพราะเรื่องนี้
01:13:04 → 01:13:08คุณต้องการหมอที่เข้าใจและสามารถสั่งยา
01:13:08 → 01:13:12แก้ปวดได้หรือไม่ต้องกลัวขอให้
01:13:12 → 01:13:15ขอให้รักษาปวดได้เพราะมันลดความทุกข์
01:13:15 → 01:13:17ทรมานแล้วรักษาศักดิ์ศรีของความเป็น
01:13:17 → 01:13:20มนุษย์ได้ด้วยนะครับครับดีใจจังได้ฟังสด 2
01:13:20 → 01:13:23ครั้งพอเป็นโรคเรื้อรังบางทีทำให้รู้สึก
01:13:23 → 01:13:26เครียดและหลังไปด้วยใช่ครับเพราะคุณมี
01:13:26 → 01:13:28ความกังวลทั้งนี้ถามเรื่องยาว่าช่วย
01:13:28 → 01:13:30เรื่องปวดหัวเรื้อรังได้ไหม
01:13:30 → 01:13:33มันต้องแล้วแต่ว่าคุณปวดหัวเรื้อรังจาก
01:13:33 → 01:13:37อะไรครับหมอที่สั่งให้คงเห็นว่าคุณมี
01:13:37 → 01:13:40อาการที่สัมพันธ์กันกับยาตัวนี้นะครับ
01:13:41 → 01:13:43คนรอบตัวเป็นซึมเศร้าเยอะต้องอยู่กับพวก
01:13:43 → 01:13:46เขาอย่างไรอันนี้ผมเคยพูดไปแล้วตอนต่าง
01:13:46 → 01:13:47หากเลยนะครับ
01:13:47 → 01:13:50เคยเข้ามาตอนไลฟ์สด
01:13:50 → 01:13:53คุณกลับไปดูได้เลยครับผมเคยพูดเรื่องโรค
01:13:53 → 01:13:55ซึมเศร้ากรณีนี้เลยนะครับ
01:13:55 → 01:13:59เป็น Live ทั้งตอน
01:13:59 → 01:14:02วิธีหานะครับคือไปที่ YouTube ของผม
01:14:02 → 01:14:05ช่องปลดล็อคกับหมอเวทย์แล้วก็ไล่ดูตามหัว
01:14:05 → 01:14:07ข้อนะครับ
01:14:07 → 01:14:09วันนี้น่าจะสดใสขอบคุณครับวันนี้เป็นวัน
01:14:09 → 01:14:12ที่ฝุ่นเริ่มลดลงครับแล้วก็เป็นวันที่ผม
01:14:12 → 01:14:16สามารถไปว่ายน้ำได้
01:14:16 → 01:14:19แม้ว่าฝุ่นจะยังมีอยู่ประมาณ 20 กว่า
01:14:19 → 01:14:23เมื่อวัดจากเครื่องวัดราคา 600 กว่าบาทนะ
01:14:23 → 01:14:28ครับแต่มันก็แลกกันนะครับ
01:14:28 → 01:14:31คือเราเข้าใจว่าต่ำกว่า 50 ออกกำลังกาย
01:14:31 → 01:14:33ได้แต่นั่นเป็นค่าที่ประเทศไทยตั้งซึ่ง
01:14:33 → 01:14:35ไม่ใช่มาตรฐานเดียวกันกับองค์การอนามัย
01:14:35 → 01:14:37โลกตั้งนะครับ
01:14:37 → 01:14:43ผมผมใช้ค่าที่
01:14:43 → 01:14:46ขององค์การอนามัยโลกก็เลยรู้ว่า
01:14:46 → 01:14:50ยังไงก็ไม่ปลอดภัยแต่ว่ามันเป็นไปตามสภาพ
01:14:50 → 01:14:52นะครับ
01:14:52 → 01:14:54ดูแลกันเองนะครับ
01:14:54 → 01:14:57พี่สาวเป็นโรคไตระยะสุดท้าย
01:14:57 → 01:15:01ไม่ยอมล้างไตเขาบอกเขามีชีวิตเขาเลือก
01:15:01 → 01:15:02แล้ว
01:15:02 → 01:15:05เราในฐานะบุคลากรสาธารณสุขก็รู้ความเป็น
01:15:05 → 01:15:08ไปของโลกบางทีก็กังวลบางทีก็ทำใจว่าเขา
01:15:08 → 01:15:10เลือกแล้ว
01:15:10 → 01:15:18คุณเชื่อไหมล่ะครับว่าเขามีสิทธิ์เลือก
01:15:18 → 01:15:20เพราะว่า
01:15:20 → 01:15:23เราอาจจะคิดว่าเออก็ในเมื่อมันมีวิธีทำ
01:15:23 → 01:15:27ให้เป็นการรักษาแต่ไม่ใช่รักษาให้หายใช่
01:15:27 → 01:15:27ไหมครับ
01:15:27 → 01:15:33มันเป็นการยืดชีวิตมันต้องตั้งคำถามว่า
01:15:33 → 01:15:35ชีวิตที่ยืดไปกับคุณภาพชีวิตที่มีเนี่ย
01:15:36 → 01:15:39กับการที่เขาเลือกเส้นนี้เนี่ยอันไหนมัน
01:15:39 → 01:15:42ดีกว่ากันมันไม่มีใครตอบได้เหมือนกันนะ
01:15:42 → 01:15:45ครับ
01:15:45 → 01:15:46ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอันไหนดีกว่า
01:15:46 → 01:15:50กันเพราะว่าแต่ละคนก็ให้น้ำหนักกับแต่ละ
01:15:50 → 01:15:51สิ่งไม่เหมือนกัน
01:15:51 → 01:15:53อันนี้คือประเด็นสิทธิผู้ป่วยไหมเนื่อง
01:15:53 → 01:15:56จากคุณเป็นบุคลากรคุณลองตั้งประเด็นดูแต่
01:15:56 → 01:15:58ดูเหมือนคุณก็เข้าใจนะครับแล้วก็
01:15:58 → 01:16:01ผมคิดว่าในฐานะที่เราเป็นบุคลากร
01:16:01 → 01:16:04สาธารณสุขสิ่งที่เราทำได้คือเราให้ข้อมูล
01:16:04 → 01:16:07เราให้ความเห็นส่วนตัวก็ได้แต่เขาเป็นคน
01:16:07 → 01:16:10ตัดสินใจถ้าเขาตัดสินใจแล้วเราสนับสนุน
01:16:10 → 01:16:14ให้เขาดำเนินเส้นทางนั้นโดยไม่ต้องกระทบ
01:16:14 → 01:16:17กระเทียบในวันที่เขารู้สึกแย่แล้วหาวิธี
01:16:17 → 01:16:20บรรเทาอาการให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้
01:16:20 → 01:16:23และถ้าเขาเปลี่ยนใจเราก็ช่วยให้เขาได้รับ
01:16:23 → 01:16:26การรักษาก็ได้นะครับ
01:16:26 → 01:16:30มีอาการ Panic อันดับแรกควรทำอย่างไร
01:16:30 → 01:16:33พูดไปเมื่อกี้นี้แล้วก็พูดไปทั้งตอนใน
01:16:33 → 01:16:34เรื่องแผ่นดินนะครับ
01:16:34 → 01:16:38วันนี้ดูทันดีใจมากเป็นกำลังใจให้คุณหมอ
01:16:38 → 01:16:42ร่วมอนุโมทนาสาธุในเนื้อหาที่มีสาระ
01:16:42 → 01:16:46ขอบคุณนะครับดีใจมากได้ฟังสดตามมานานแล้ว
01:16:46 → 01:16:48ฟังแล้วมีความสุขคุณหมอกำลังฟังเรื่องเบา
01:16:48 → 01:16:51หวานถูกใจมากๆอยากให้คุณหมอพูดเรื่องไต
01:16:51 → 01:17:00เสื่อมและความดันไม่เอาแบบสูตรสำเร็จของ
01:17:00 → 01:17:04แบบหมอทั่วไปไม่เอาแบบหมอทั่วไป
01:17:04 → 01:17:07คือต้องเรียนว่าผมไม่ได้มีความรู้เฉพาะ
01:17:07 → 01:17:10เรื่องไตเสื่อมกับความดันสูงนะครับ
01:17:10 → 01:17:13แต่ว่าถ้าคุณฟังเมื่อสักครู่นี้คุณจะเห็น
01:17:13 → 01:17:16นะครับว่าระบบร่างกายมนุษย์ทุกอวัยวะมัน
01:17:16 → 01:17:18สัมพันธ์กันหมด
01:17:18 → 01:17:22การที่เรามีโรคที่จุดใดจุดหนึ่งหลายครั้ง
01:17:22 → 01:17:25มันมาจากต้นทางนะครับแล้วมันสะสมมานาน
01:17:25 → 01:17:29แล้วมันไปโผล่เป็นโรคที่บังอวัยวะก่อน
01:17:29 → 01:17:33ถามว่าทำไมไปโผล่ที่บางอวัยวะมันมีทฤษฎี
01:17:33 → 01:17:37การหนึ่งเป็นโมเดลนะครับที่อธิบายว่าภาย
01:17:37 → 01:17:40ใต้ความเครียดเรื้อรังซึ่งเกิดจากวิถี
01:17:40 → 01:17:41ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง
01:17:41 → 01:17:45แต่ละคนจะป่วยด้วยโรคที่อวัยวะคนละระบบ
01:17:45 → 01:17:47ขึ้นเกี่ยวกับว่ากรรมพันธุ์ของเขาเสี่ยง
01:17:48 → 01:17:50กับการป่วยเป็นโรคที่จุดไหน
01:17:50 → 01:17:53ดังนั้นกรรมพันธุ์ก็เป็นเหมือนระบบชีวภาพ
01:17:53 → 01:17:55ที่จุดบอกจุดเปราะบางได้ว่าถ้าคุณมีความ
01:17:55 → 01:17:58เครียดเรื้อรังแล้วมันจะไปโผล่เป็นโรคที่
01:17:58 → 01:17:59ตรงไหนนะครับ
01:17:59 → 01:18:02เป็นหลอดเลือดหรอหรือว่าเป็นโรคทางจิตเวช
01:18:02 → 01:18:06หรือว่าเป็นโรคอะไรแล้วแต่เลยนะครับดัง
01:18:06 → 01:18:07นั้น
01:18:07 → 01:18:11ถ้าในพูดถึงการรักษามันก็เลยกลายเป็นการ
01:18:11 → 01:18:14เยียวยาที่เหมือนกันหมดแต่ในโรคเฉพาะ
01:18:14 → 01:18:17เมื่อไปจุดกระทบอวัยวะนั้นแล้ว
01:18:17 → 01:18:20มันก็จะมีวิธีรักษาตามความเชี่ยวชาญของ
01:18:20 → 01:18:21หมอแต่ละสาขา
01:18:21 → 01:18:24ซึ่งพื้นที่นั้นเนี่ยเป็นพื้นที่ที่
01:18:24 → 01:18:27มันมีการพัฒนามาเรื่อยๆซึ่งผมจบแพทย์มา 30
01:18:27 → 01:18:31กว่าปีผมตามไม่ใช่ทันกับความก้าวหน้าใน
01:18:31 → 01:18:34ทุกสาขานะครับผมให้ความใส่ใจกับความ
01:18:34 → 01:18:37เชี่ยวชาญของสาขาตัวเองด้วยก็เลยตามไม่
01:18:37 → 01:18:39ได้หมดนะครับ
01:18:39 → 01:18:40แต่หวังว่า
01:18:40 → 01:18:43คำอธิบายนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณทำ
01:18:43 → 01:18:46อะไรได้อีกตั้งอีกหลายอย่างเพื่อดูแลโรค
01:18:46 → 01:18:49ที่ที่คุณเป็นหรือที่คนที่คุณรักเป็นนะ
01:18:49 → 01:18:51ครับ
01:18:51 → 01:18:55ดีใจที่มาทันคอยคอยสอนผมข้างใจมีเมื่อ
01:18:55 → 01:18:59ไหร่พฤษภาคมจะเปิดติดต่อหมอประเวศแอดหมอ
01:18:59 → 01:19:02ประเวศนะครับ LINE แอด
01:19:02 → 01:19:05หมอที่ดีที่สุดคือเราคือมันมีศักยภาพใน
01:19:05 → 01:19:08การเยียวยาภายในตัวเราแต่เราต้องดูแลมัน
01:19:08 → 01:19:11เพื่อให้มันทำหน้าที่ได้นะครับเพราะ
01:19:11 → 01:19:13ปัจจุบันเราทำสิ่งที่ไปขวาง
01:19:13 → 01:19:17ศักยภาพการเยียวยาของร่างกายเช่นอดนอนกิน
01:19:17 → 01:19:21ของหวานนะครับปล่อยให้ตัวเองเครียดไม่มี
01:19:21 → 01:19:23เวลาไปท่องเที่ยวหาความเพลิดเพลินกับ
01:19:23 → 01:19:25ธรรมชาติสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของ
01:19:25 → 01:19:27เราเสี่ยงกับการป่วยเป็นโรคทั้งนั้นเลยนะ
01:19:27 → 01:19:28ครับ
01:19:29 → 01:19:32ขอบคุณคุณหมอดูย้อนหลังได้พลังงานมากมาย
01:19:32 → 01:19:36ฟังทุกวิดีโอมีประโยชน์ดูแลคนในครอบครัว
01:19:36 → 01:19:39ผมต่อสู้อย่างมากกับตัวเองไม่ว่าจะออก
01:19:39 → 01:19:41กำลังกายหรือกระตือรือร้นเพื่อการมีชีวิต
01:19:41 → 01:19:43อยู่ต่อ
01:19:43 → 01:19:47อย่าลืมเติมส่วนผสมความสุขความสงบผ่อน
01:19:47 → 01:19:48คลาย
01:19:48 → 01:19:53นะครับความผูกพันความรักความใส่ใจ
01:19:53 → 01:19:56ซึ่งถ้าคุณเป็นโสด
01:19:56 → 01:19:59สัตว์เลี้ยงเพื่อนที่เข้าใจ
01:19:59 → 01:20:03ก็จะยังช่วยมีฤทธิ์ในการเยียวยาได้
01:20:03 → 01:20:08สวัสดีจากลาวเปลี่ยน mindset และดู If
01:20:08 → 01:20:10ชีวิตดีขึ้น
01:20:10 → 01:20:13ยินดีด้วยนะครับ
01:20:13 → 01:20:16ฟังสดดีใจคราวนี้ได้ฟังที่ไทยกลับมาจาก
01:20:16 → 01:20:20ฮอลิเดย์ปกติจะชมที่เบลเยี่ยมทริปนี้เจอ
01:20:20 → 01:20:22เพื่อนเก่าและญาติรู้สึกตัวพวกเขามีความ
01:20:22 → 01:20:26ทุกข์กันจังเหมือนที่ฉันอยู่คนละโลก
01:20:26 → 01:20:31ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสภาพอะไรที่ทำให้คน
01:20:31 → 01:20:35ที่คุณรู้จักมีความทุกข์นะครับ
01:20:35 → 01:20:37แต่ว่าถ้าคุณอยู่ที่ประเทศที่ก้าวหน้า
01:20:37 → 01:20:41อย่างเบลเยี่ยมซึ่งมีระบบที่ดีนะครับแล้ว
01:20:41 → 01:20:44ก็ไม่ต้องดิ้นรนกับเรื่องของความเป็นอยู่
01:20:44 → 01:20:48แล้วก็เรียนรู้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
01:20:48 → 01:20:51ก็เข้าใจได้ครับว่าต้นทุนของคุณก็คงเอื้อ
01:20:51 → 01:20:54ต่อการที่คุณจะมีชีวิตที่ลงตัว
01:20:54 → 01:20:57มันอาจจะทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองโชคดี
01:20:57 → 01:21:00แล้วก็รู้สึกขอบคุณสิ่งต่างๆที่เกื้อหนุน
01:21:00 → 01:21:02คุณอยู่ได้ดีขึ้นด้วย
01:21:02 → 01:21:07จาก Texas ญาติผู้ใหญ่เป็นโรคไตคนคอยดูแล
01:21:07 → 01:21:11ถามไถ่แกจะผลักคนอื่นออกพอคนไม่ได้ดูแล
01:21:11 → 01:21:14เท่าเดิมแกก็เรียกร้องความสนใจมาที่เรียก
01:21:14 → 01:21:18ร้องขอเงินรักษาแต่ไม่เอาไปรักษาแบบมีวนๆ
01:21:18 → 01:21:20คนรอบข้างทำตัวไม่ถูก
01:21:21 → 01:21:22ครับ
01:21:22 → 01:21:26ยากในคนที่เป็นผู้ป่วยที่ไม่น่ารัก
01:21:26 → 01:21:30คุณคงต้องหาความลงตัวดูและลองดูว่าปัจจัย
01:21:30 → 01:21:33อะไรที่คุณจะทำได้บ้างให้กับเขาแล้วก็ให้
01:21:33 → 01:21:35กับตัวเองนะครับ
01:21:35 → 01:21:38แต่ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในบ้านเดียวกันก็ไม่
01:21:39 → 01:21:42จำเป็นที่ต้องวิ่งหาก็ได้นะครับขอบคุณ
01:21:42 → 01:21:46สาระดีๆแต่เราไปไหนไม่มีคำตอบนะครับ
01:21:46 → 01:21:49เป็น FC หมอมาหลายปีเยียวยาตัวเองจากการ
01:21:49 → 01:21:51ฟังคลิปแต่เราจะสื่อสารหรือทำอย่างไรให้
01:21:51 → 01:21:56คนใกล้ชิดไม่ให้เขามาทำจิตใจเราแย่ลง
01:21:56 → 01:22:00เราห้ามก็ไม่ได้ครับแต่เราอาจจะทำให้เขา
01:22:00 → 01:22:01เข้าใจเรามากขึ้น
01:22:01 → 01:22:04แต่หลักของการสื่อสารก็คือเราเข้าใจเขา
01:22:04 → 01:22:08ก่อนที่พยายามจะให้เขาเข้าใจเรา
01:22:08 → 01:22:12เพราะเวลาเราฟังแล้วเข้าใจเขามันมักจะทำ
01:22:12 → 01:22:14ให้เขาเรียนรู้ว่าเขาควรจะฟังเราเพื่อ
01:22:14 → 01:22:15เข้าใจเราด้วยนะครับ
01:22:15 → 01:22:18แต่สิ่งนี้จะได้ผลไหมมันแล้วแต่คนเหมือน
01:22:18 → 01:22:22กันนะครับคุณต้องลองดู
01:22:22 → 01:22:26บางครั้งมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่การ
01:22:26 → 01:22:29ไม่ให้เขามาทำร้ายจิตใจเราที่อยู่ที่วิธี
01:22:29 → 01:22:31การที่เราจะปกป้องตัวเองด้วยซึ่งตัวนี้มี
01:22:31 → 01:22:32รายละเอียดเยอะมาก
01:22:32 → 01:22:36นะครับหนึ่งในนั้นคือการลากเส้นผมเคยพูด
01:22:36 → 01:22:39เรื่องนี้ลองไปฟังดูนะครับ
01:22:39 → 01:22:41ห้อง 32 ตารางเมตรเครื่องฟอกอากาศทำงาน
01:22:41 → 01:22:44อยู่ที่สีเขียวปลอดภัยพอหรือยัง
01:22:44 → 01:22:46โดยเฉลี่ยครับแต่ว่าต้องบอกนะครับว่า
01:22:46 → 01:22:48เครื่องฟอกอากาศที่ไม่มีค่าเป็นตัวเลข
01:22:48 → 01:22:51หรือถ้าคุณไม่มีเครื่องวัดเนี่ยมันจะวัด
01:22:51 → 01:22:54คร่าวๆนะครับอย่างเครื่องนี้เครื่องเล็ก
01:22:54 → 01:22:57อีกยี่ห้อหนึ่งนะครับเพราะผมซื้อมาทดลอง
01:22:57 → 01:22:58ดู
01:22:58 → 01:23:01ผมก็พบว่ามันมีความไวในการวัดค่าฝุ่นไม่
01:23:01 → 01:23:05ได้มากนักเช่นถ้าผมในห้องนี้มีสมมุติว่า
01:23:05 → 01:23:0920 นะครับมันยังตั้งค่าฟอกอากาศด้วยค่า
01:23:09 → 01:23:11ต่ำสุดอยู่แต่ว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายของผม
01:23:11 → 01:23:14เพราะว่าผมต้องการกดให้มันต่ำกว่า 10 นะ
01:23:14 → 01:23:16ครับสำหรับห้องที่ผมอยู่
01:23:16 → 01:23:19ซึ่งในวันนี้การกดให้ต่ำกว่า 10 ง่าย
01:23:19 → 01:23:22เพราะว่าข้างนอกบ้านมันไม่สูง
01:23:22 → 01:23:25แต่ปีหน้าผมรู้ว่าผมจะกดให้ต่ำกว่า 10
01:23:25 → 01:23:27ไม่ยากเพราะว่าผมเปลี่ยนหลอดไฟทำให้มัน
01:23:27 → 01:23:29ไม่มีฝุ่นลงมาแล้วนะครับ
01:23:29 → 01:23:34ดังนั้นสำหรับคุณผมคิดว่าเพียงพอในระดับ
01:23:34 → 01:23:36หนึ่งนะครับ
01:23:36 → 01:23:40แต่ถ้าคุณอยากทำไม่ดีขึ้นคุณอาจจะเลือกดู
01:23:40 → 01:23:42ของการมีเครื่องวัด
01:23:42 → 01:23:47ให้แน่ใจมากขึ้นก็ได้
01:23:47 → 01:23:48อันนี้ต้องเป็นตัวเลือกเลยแล้วแต่ด้วย
01:23:48 → 01:23:51อยู่ที่ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ความพร้อมของคุณ
01:23:51 → 01:23:54เป็นจิตเภทกินยาวันละ 3 มื้อ 10 เม็ดต่อ
01:23:54 → 01:23:58วันประมาณ 2 เดือนพรุ่งนี้ไปหาหมอถ้าขอ
01:23:58 → 01:24:01หมอปรับยาให้กินขนาดก่อนอาการกำเริบคือ
01:24:01 → 01:24:04วันละเม็ดเท่าที่คุณหมอเจอเคสมาทำได้ไหม
01:24:04 → 01:24:07มันไม่สามารถบอกเป็นภาพรวมได้ครับการตัด
01:24:07 → 01:24:11สินใจเรื่องยาต้องอยู่ที่กรณีไปเลยผมไม่
01:24:11 → 01:24:14กล้าบอกคุณว่าได้ไม่ได้
01:24:14 → 01:24:16โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเพิ่งเป็นมา 2
01:24:16 → 01:24:17เดือน
01:24:17 → 01:24:21แต่เคสที่ผมดูแลนานๆจนกระทั่งอาการเบาบาง
01:24:21 → 01:24:24เราใช้ยาประมาณที่คุณถามนะครับมันต้องดู
01:24:24 → 01:24:27อาการครับฉันอยากใช้น้อยฉันจะใช้น้อย
01:24:27 → 01:24:31เพราะถ้าว่าเราใช้น้อยแล้วมันกำเริบมัน
01:24:31 → 01:24:32ส่งผลเสียหายมากกว่า
01:24:32 → 01:24:35การปรับยาก็จะเป็นความร่วมมือระหว่าง
01:24:35 → 01:24:38แพทย์กับผู้ป่วยนะครับ
01:24:38 → 01:24:40แต่บางครั้งแพทย์ก็จะขอว่าขอประมาณนี้
01:24:40 → 01:24:41ก่อน
01:24:42 → 01:24:44ได้ความรู้เช่นเคยขอบคุณฟังเกือบทุก
01:24:44 → 01:24:45อาทิตย์
01:24:45 → 01:24:49สวัสดีป่วยเป็นโรค ms multiple
01:24:49 → 01:24:51scholloisis เป็นมา 25 ปีเป็นโรคที่
01:24:51 → 01:24:53รักษาไม่หายปัจจุบันเดินไม่ได้ใช้ชีวิต
01:24:53 → 01:24:56อยู่กับโรคอย่างเป็นเพื่อนกันตั้งใจมาฟัง
01:24:56 → 01:24:57หัวข้อนี้เลย
01:24:57 → 01:25:02โรคนี้นะครับถ้าคุณอยู่
01:25:02 → 01:25:06คุณไม่ได้บอกว่าคุณอยู่ต่างประเทศนะมีหมอ
01:25:06 → 01:25:09คนหนึ่งป่วยเป็นโรคนี้แล้วก็รักษาทุก
01:25:09 → 01:25:12อย่างแล้วก็เสื่อมลงเรื่อยๆจนพิการ
01:25:12 → 01:25:14เขาก็เลยไปค้นผมเคยพูดเรื่องนี้อยู่ใน
01:25:14 → 01:25:17LINE เลยนะครับเข้าไปค้นว่ามันมีงาน
01:25:17 → 01:25:19วิจัยอะไรที่จะช่วยเป็นประโยชน์และเขาก็
01:25:19 → 01:25:22ไปพบกันทดลองในหนูว่าจะทำอะไรบ้างแล้วก็
01:25:22 → 01:25:24แปลงมันเป็นอาหาร
01:25:24 → 01:25:27ขยายปรับสูตรจะเป็นสูตรของมนุษย์
01:25:27 → 01:25:30แล้วเขาก็รักษาตัวเองและเขาก็เริ่มกลับไป
01:25:30 → 01:25:33เดินได้ถีบจักรยานได้ใช้ชีวิตกลับมาเป็น
01:25:33 → 01:25:36ปกติจน
01:25:36 → 01:25:40สถาบันสุขภาพของอเมริกาบอกว่าคุณเอาเงิน
01:25:40 → 01:25:44ไปล้านดอลลาร์แล้วช่วยวิจัยหน่อยนึง
01:25:44 → 01:25:46คุณทำยังไงนะครับ
01:25:46 → 01:25:49ปัจจุบันเขาก็มีชื่อเสียงนะครับล่าสุดผม
01:25:49 → 01:25:52มีวิทยากรที่เชิญมาจากแคนาดาเขาเป็นโรคมา
01:25:52 → 01:25:53จาก
01:25:53 → 01:25:55เขาก็บอกว่าเพิ่งได้รับการวินิจฉัยเมื่อ
01:25:55 → 01:26:00ปีที่ผ่านมาเขาก็ดร็อปไปเยอะแต่เข้าไปได้
01:26:00 → 01:26:02หนังสือเล่มนั้นเล่มที่ผมซื้อมาแล้วยัง
01:26:02 → 01:26:05อ่านไม่จบและยังไม่ได้มาเล่าให้ฟังนะครับ
01:26:05 → 01:26:10หมอชื่อเชอรี่วอลล์นะครับ w h a l w
01:26:10 → 01:26:13a SL นี่นะครับคุณไปค้นคำว่า
01:26:13 → 01:26:16multiple scholloisis และก็วาล์ว
01:26:16 → 01:26:19protocol คือสูตรอาหารของหมอ
01:26:19 → 01:26:23เทอรี่เวิลด์
01:26:23 → 01:26:27มันมีรายละเอียดเรื่องอาหารที่จำเพาะมาก
01:26:27 → 01:26:30ผมอ่านแล้วผมปรับการกินของผมตามเล่มนั้น
01:26:30 → 01:26:34บางส่วนเลยนะครับ
01:26:34 → 01:26:36ดังนั้นผมกำลังชวนคุณว่า
01:26:36 → 01:26:39มันมีบางอย่างที่คุณอาจจะทำเพิ่มได้
01:26:39 → 01:26:41นะครับ
01:26:41 → 01:26:43ผมตั้งใจจะพูดเรื่องนี้นะครับแต่ผมยัง
01:26:43 → 01:26:47เตรียมไม่เสร็จนะครับผมอยากจะย่อยมันอีก
01:26:47 → 01:26:49สักหน่อยนึงแล้วค่อยมาเล่าให้ฟัง
01:26:49 → 01:26:52คุณหมอเบาหวานไม่ยอมลดยาให้คุณแม่ตอนนี้
01:26:52 → 01:26:55น้ำตาลสะสม 6.5 หมอชอบพูดว่าเป็นแล้วต้อง
01:26:55 → 01:27:02กินตลอดชีวิตเปลี่ยนหมอได้ไหมคะ
01:27:02 → 01:27:04มันเป็นสิทธิ์ที่ของผู้ป่วย
01:27:04 → 01:27:08ที่จะเลือกหมอที่ให้ความเห็นที่ 2
01:27:09 → 01:27:12เพื่อพิจารณาในเวลาที่คุณไม่แน่ใจว่าหมอ
01:27:12 → 01:27:15คนนี้มีวิธีคิดแบบเดียวกัน
01:27:15 → 01:27:19กับคุณเพียงใดสนับสนุนในการที่คุณจะนำ
01:27:19 → 01:27:23ความรู้มาออกแบบการรักษาเพียงใดนะครับ
01:27:23 → 01:27:26คราวนี้มันมีวัฒนธรรมของหมอบางส่วนที่อาจ
01:27:26 → 01:27:30จะชินกับการที่มองตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญ
01:27:30 → 01:27:33แล้วมองเรื่องนี้เป็นโรคเรื้อรังก็เลยพูด
01:27:33 → 01:27:35ว่าต้องกินตลอดชีวิตนะครับ
01:27:35 → 01:27:39ข้อนี้ผมขอไม่วิจารณ์หมอท่านนี้แต่บอกได้
01:27:39 → 01:27:42ว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ป่วยที่จะขอความเห็น
01:27:42 → 01:27:47ที่สองจากหมอท่านอื่น
01:27:47 → 01:27:50อันนี้พูดออกไปแล้วเชื่อว่าวงการแพทย์ไม่
01:27:50 → 01:27:51ต่อว่าผม
01:27:51 → 01:27:54เพราะว่านั่นเป็นความเชื่อโดยสุจริตใจ
01:27:54 → 01:27:59ว่าผู้ป่วยมีสิทธิ์แล้วมันมีคำเฉพาะใน
01:27:59 → 01:28:01ภาษาอังกฤษเรียกว่า Second opinion คือ
01:28:01 → 01:28:04ความเห็นที่ 2 ในเวลาที่เราไม่แน่ใจใน
01:28:04 → 01:28:07ความเห็นแรกจากหมอที่ดูแลเรานะครับ
01:28:07 → 01:28:12ผมเคยบอกคุณไข้ผมว่าคุณไม่แน่ใจผมไม่ว่า
01:28:12 → 01:28:17อะไรเลยที่คือจะไปขอความเห็นที่ 2 นะครับ
01:28:17 → 01:28:19เพราะถือเป็นสิทธิ์ของเขามันไม่ได้เป็น
01:28:19 → 01:28:21การดูถูกเรานะครับ
01:28:21 → 01:28:23เพราะว่าเขาก็ไม่แน่ใจผมก็บอกว่าอันนั้น
01:28:23 → 01:28:26เป็นสิ่งที่ผมรับรู้มา
01:28:26 → 01:28:29แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยาด้วยส่วนใหญ่จะไม่
01:28:29 → 01:28:33ใช่ประเด็นยาครับ
01:28:33 → 01:28:37มีประเด็นยาก็คือผมมีความเห็นว่ายาที่เขา
01:28:37 → 01:28:40ได้รับจากหมออีกคนหนึ่งค่อนข้างสูงมันทำ
01:28:40 → 01:28:42ให้ผมทำจิตบำบัดยาก
01:28:42 → 01:28:45แต่ดูเหมือนความเห็นผมขัดแย้งกันผมก็เลย
01:28:45 → 01:28:48ให้เข้าไปหาขอความเห็นที่ 3 นะครับแต่เขา
01:28:48 → 01:28:50ยังไม่ไปหาสักทีนึงเพราะเขาก็ยังเขาก็ยัง
01:28:50 → 01:28:52รักษากับผมอยู่นะครับ
01:28:52 → 01:28:54แล้วก็รักษากับหมอท่านที่เป็นคนสั่งยา
01:28:54 → 01:28:56อยู่เนื่องจากว่าเข้ามาหาเนื่องจากเขา
01:28:56 → 01:28:58อยากจะทำจิตบำบัดนะครับ
01:28:58 → 01:29:00เวลาที่ผู้ป่วยสูงอายุเจ็บปวดมากจากการทำ
01:29:00 → 01:29:03แผลเข็มแทงจะดูแลยังไงที่ผ่านมาพูดธรรมะ
01:29:03 → 01:29:05ไม่รู้จะพูดอะไร
01:29:05 → 01:29:07สัมผัส
01:29:07 → 01:29:12ความสบายใจ
01:29:12 → 01:29:14และก็
01:29:14 → 01:29:18อะไรก็ได้ที่ทำให้เขาสบายข้อนี้มันต้องดู
01:29:18 → 01:29:20รายละเอียดเหมือนกันนะครับ
01:29:20 → 01:29:23ว่าการทำแผลเนี่ยมันเจ็บปวดแค่ไหน
01:29:23 → 01:29:26ถ้ามันเจ็บปวดมากคนอาจจะต้องดูด้วยว่าคุณ
01:29:26 → 01:29:29จะให้ยาก่อนทำแผลไหมนะครับ
01:29:29 → 01:29:31ตรงนี้เป็นรายละเอียดที่คนทำหมอที่ดูแล
01:29:31 → 01:29:32ได้
01:29:32 → 01:29:34ตั้งแต่ฟังคุณหมอเราจัดการกับสติตัวเอง
01:29:34 → 01:29:37ได้ดีขึ้นมากยินดีเลยครับคุณเคืองใจไม่พอ
01:29:37 → 01:29:40ใจนิดๆเหนื่อยไม่อยากพูดต่อ
01:29:40 → 01:29:44เจอญาติที่ชอบคาดหวังปรับพฤติกรรมผู้ป่วย
01:29:44 → 01:29:46อยากให้เลิกสูบบุหรี่อยากให้ออกกำลังกาย
01:29:46 → 01:29:51กินอาหารเพื่อสุขภาพแต่เมื่อถามว่าตัวยาก
01:29:51 → 01:29:53มักอ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายแต่มัก
01:29:53 → 01:29:56เครียดอยู่เสมอเราจะทำอย่างไรให้ดีคะ
01:29:56 → 01:29:58ชีวิตเป็นของเขาครับ
01:29:58 → 01:30:03คุณแบ่งปันความรู้คุณสนับสนุนเขาแต่คุณไป
01:30:03 → 01:30:05ควบคุมเขาไม่ได้
01:30:05 → 01:30:08ผมพูดแบบนี้ไม่ได้เป็นเพราะว่ามันไม่ใช่
01:30:08 → 01:30:10เรื่องของผมนะครับ
01:30:10 → 01:30:12คนใกล้ชิดผม
01:30:12 → 01:30:16บางคนที่เป็นอยู่ในเครือญาติ
01:30:16 → 01:30:20ก็ยังมีบางอย่างที่ผมให้ข้อมูล
01:30:20 → 01:30:24แต่ว่ามันให้ผลได้แค่นั้นนะครับชวนให้ข้อ
01:30:24 → 01:30:25มูล
01:30:25 → 01:30:29ไม่เปลี่ยนแปลง
01:30:29 → 01:30:33แม่เป็นมะเร็งตับมีโรคอื่นด้วยรักษา
01:30:33 → 01:30:36การรักษาตีกันเองเป็นบททดสอบทั้งที่แม่
01:30:36 → 01:30:38ป่วยลูกเป็นคนดูแลตอนนี้อยู่
01:30:38 → 01:30:42รักษามะเร็งตับแบบประคับประคองทำให้คนภาพ
01:30:42 → 01:30:43ชีวิตดีขึ้น
01:30:43 → 01:30:46เรียนถามคุณหมอการที่แม่ไม่ยอมรับเกี่ยว
01:30:46 → 01:30:49กับเรื่องชีวิตยาเลยควรทำเช่นไรพาไปหาหมอ
01:30:49 → 01:30:52แล้วยังไม่เชื่อว่าการตีตำหนิลูกเป็นสิ่ง
01:30:52 → 01:30:56ที่ไม่ถูกแต่ยังคงทำ
01:30:56 → 01:31:01ครับบางคนก็มีอัตตาไม่เชื่อเชื่อยังไงก็
01:31:01 → 01:31:02จะคิดอย่างนั้นครับ
01:31:02 → 01:31:05ก็ถ้าเปลี่ยนความเชื่อไม่ได้ต้องถามว่า
01:31:05 → 01:31:08คุณจะทำยังไง
01:31:08 → 01:31:11เพราะว่าการตำหนิลูกก็ส่งผลเสียอยู่ก็จะ
01:31:11 → 01:31:13อยู่ที่ว่าลูกอายุเท่าไหร่แล้วถ้าลูกยัง
01:31:13 → 01:31:18เด็กต่ำกว่า 15-18 ปีผลกระทบก็มากหน่อย
01:31:18 → 01:31:22นึงแต่ถ้าลูกอายุเยอะแล้วลูกแก้ปมตัวเอง
01:31:22 → 01:31:24จะไม่ได้รับผลกระทบจากแม่ในแบบเดิมแน่นอน
01:31:24 → 01:31:27นะครับ
01:31:27 → 01:31:31ที่ฉันฝึกสมาธิด้วยตัวเองทำได้ไม่ดีพอไม่
01:31:31 → 01:31:35เข้าใจคำว่าตาที่ 3 ลมปราณหมายความว่า
01:31:35 → 01:31:39อย่างไรอยากสอบถามอาจารย์หมอจากไต้หวัน
01:31:39 → 01:31:45มันเกินความรู้ของผมครับ
01:31:45 → 01:31:48มันเกินความรู้ของผมแต่ว่าถ้าคุณจะไปดูคน
01:31:48 → 01:31:50คำว่าตาที่ 3 นะครับคุณมาลองค้นคำว่า
01:31:50 → 01:31:53จักระดู
01:31:53 → 01:31:56ส่วนลมปราณเนี่ยในไต้หวันเนี่ยคุณลองไป
01:31:56 → 01:31:58ฝึกขี้โกงดู
01:31:58 → 01:32:01คุณจะเข้าใจคำว่าลมปราณมากขึ้นเพราะมัน
01:32:01 → 01:32:06ต้องสัมผัสมันไม่ใช่ขีดเอานะครับ
01:32:06 → 01:32:09อาจารย์สาธิตอินทรคำแหงได้บอกตรงกับคุณ
01:32:09 → 01:32:12หมอเลย
01:32:12 → 01:32:16ถ้าจำไม่ผิดท่านเสียชีวิตไปแล้วนะครับดัง
01:32:16 → 01:32:18นั้นสิ่งที่ท่านมาก็ถือว่าเป็นการเปิด
01:32:18 → 01:32:22ประเด็นให้กับสังคมไทยได้มากในชื่อชีวจิต
01:32:22 → 01:32:23นะครับ
01:32:23 → 01:32:26แต่ท่านไม่ได้ใส่คำว่าสังคมส่วนผมผมเห็น
01:32:26 → 01:32:28ปัจจัยความสำคัญของสังคมมาก
01:32:28 → 01:32:31และสาขาที่ผมเรียนเป็นจิตแพทย์ตั้งแต่ตอน
01:32:31 → 01:32:34ปีแรกๆเลยเนี่ยเราคุยเรื่อง biocycosocial
01:32:34 → 01:32:37ตลอดเพียงแต่เวลาออกมาทำงานจริง
01:32:37 → 01:32:40จิตแพทย์เวลาเจอคนไข้เยอะๆไม่มีเวลาครับ
01:32:40 → 01:32:43ถ้าคุณอย่างผมตอนอยู่โรงพยาบาลรัฐบาล
01:32:43 → 01:32:47ครึ่งวันให้ตรวจ 30 คนชั่วโมงนึงต้อง 3
01:32:47 → 01:32:49ชั่วโมงต้องตรวจ 30 คนชั่วโมงนึง 10 คนคน
01:32:49 → 01:32:52นึง 6 นาทีครับยากมากครับ
01:32:52 → 01:32:55จากเยอรมนีนะครับตอนนี้เริ่มวางแผนชีวิต
01:32:55 → 01:32:58ว่าถ้าถึงวัยที่หมดแรงแก่ชรา
01:32:58 → 01:33:02เราจะคงพึ่งหน่วยงานรัฐ
01:33:02 → 01:33:05คิดว่าคงดีที่สุด
01:33:05 → 01:33:09คือถ้าคุณสามารถจัดเตรียมได้นะครับสำหรับ
01:33:09 → 01:33:11ตัวเองย่อมดีที่สุดครับเพราะว่าถ้าทุกคน
01:33:11 → 01:33:14กลัวไปที่หน่วยงานรัฐครับเพราะว่าประเทศ
01:33:14 → 01:33:16ไทยยังไม่ค่อยพร้อมกับการ
01:33:16 → 01:33:19ดูแลผู้สูงอายุถึงจุดหนึ่งผมเชื่อว่าต้อง
01:33:19 → 01:33:21เป็นเรื่องของท้องถิ่นในการช่วยดูแลและ
01:33:21 → 01:33:25ดึงเอาทรัพยากรในชุมชนมาช่วยกัน
01:33:25 → 01:33:28ไม่ชอบสังคมญาติพี่น้องเพื่อนเพราะนำแต่
01:33:28 → 01:33:32เรื่องปวดหัวมาให้ทำให้ไม่มีสังคม
01:33:32 → 01:33:36อย่างน้อยคุณก็หาสังคมอื่นที่ทำให้คุณรู้
01:33:36 → 01:33:40สึกได้ถึงความเป็นส่วนหนึ่งความผูกพันกัน
01:33:40 → 01:33:42ความใส่ใจกันด้วยนะครับเพราะมันเป็นความ
01:33:42 → 01:33:45ต้องการพื้นฐานของมนุษย์ครับ
01:33:45 → 01:33:48พ่อแม่เป็นเบาหวานความดันคอยเตือนการกิน
01:33:48 → 01:33:50แป้งน้ำตาลแต่ 2 คนรับฟังแต่ไม่ค่อย
01:33:50 → 01:33:53ปฏิบัติตามไม่รู้จะทำยังไง
01:33:53 → 01:33:56เจอประจำครับเพราะว่าเขาไม่ได้ตระหนักถึง
01:33:56 → 01:33:59จุดเหล่านี้ได้มากพอ
01:33:59 → 01:34:03ถ้าคุณจะทำได้ก็คืออย่าซื้อของหวานเข้า
01:34:03 → 01:34:08บ้านอาจจะลดความเสี่ยงลงได้บ้าง
01:34:08 → 01:34:09ที่เหลือ
01:34:09 → 01:34:12เวลาอยู่กับเขาก็ชวนเขากินอาหารสุขภาพแต่
01:34:12 → 01:34:15นอกจากนั้นคุณไม่มีทางไปตามกำกับพฤติกรรม
01:34:15 → 01:34:17คนอื่นได้ครับ
01:34:17 → 01:34:20ลูกเราเราก็ยังทำไม่ได้นะครับพ่อแม่เรา
01:34:20 → 01:34:24ยิ่งยากเลยครับ
01:34:24 → 01:34:26มีวิธีหายใจ
01:34:26 → 01:34:30ที่ช่วยให้ความเจ็บปวดเบาบางลงไหมมีครับ
01:34:30 → 01:34:33ผมเคยทำคลิปเรื่องการฝึกหายใจนะครับคุณ
01:34:33 → 01:34:34ลองไปค้นคำว่า
01:34:34 → 01:34:38หายใจคลายเครียดหมอประเวศดูนะครับจะมี
01:34:38 → 01:34:41คลิปสอนอยู่
01:34:42 → 01:34:45เป็นอยู่ทุกวันนี้แพ้ภูมิตัวเองเส้นเลือด
01:34:45 → 01:34:48อักเสบเกิดจากความเครียดทำได้อย่างเดียว
01:34:48 → 01:34:51คือทำใจรักษาตามอาการความเครียดนี้มีสูตร
01:34:51 → 01:34:54รักษาเยอะมากครับกายจิตสังคมอาการออก
01:34:54 → 01:34:57กำลังกายก็ช่วยได้นะครับการกินอาหารที่ดี
01:34:57 → 01:35:00If พวกนี้ช่วยได้ดีหมดเลยนะครับผมอยากจะ
01:35:00 → 01:35:02ให้คุณลองทบทวนดูดีๆเพราะว่า
01:35:02 → 01:35:05มันมีหลายอย่างมากในกรณีที่แพ้ภูมิตัวเอง
01:35:05 → 01:35:08ที่รักษาแล้วดีขึ้นอย่างน้อยก็ทุกข์น้อย
01:35:08 → 01:35:10ลงได้ด้วย
01:35:10 → 01:35:12คราวนี้มันมีอีกเรื่องหนึ่งครับคนที่แพ้
01:35:12 → 01:35:15ภูมิตัวเองเนี่ยอยากให้คุณเช็คดูด้วยว่า
01:35:15 → 01:35:18คุณอาจจะมีความเสี่ยงกับเรื่องปมทางใจไหม
01:35:18 → 01:35:19นะครับ
01:35:19 → 01:35:22วิธีการคือคุณกลับไปดู Last ตอนที่ผมพูด
01:35:22 → 01:35:23เรื่องนี้ดู
01:35:23 → 01:35:27ชอบฟังหมอมากขอบคุณครับชีวิตสังคมขอบคุณ
01:35:27 → 01:35:30ครับ
01:35:30 → 01:35:33หมอดีมากที่ได้ฟังไลฟ์สด
01:35:33 → 01:35:36คุณพ่อเป็นเบาหวานเรื้อรังตอนนี้สู่สภาวะ
01:35:36 → 01:35:40จอประสาทตาเสื่อมมองไม่เห็น 1 ข้างอาจจะ
01:35:40 → 01:35:43บอกทั้งสองข้างจิตตกทั้งคนป่วยคนรอบข้าง
01:35:43 → 01:35:45ควรทำยังไง
01:35:45 → 01:35:48นั่นเกิดจาก mindset ของการรักษาโรคเบา
01:35:48 → 01:35:51หวานที่เชื่อในเรื่องการรักษาด้วยยา
01:35:51 → 01:35:54เพราะการรักษาเบาหวานไม่ได้คือการรักษา
01:35:54 → 01:35:56ด้วยยาอย่างเดียวมันต้องปรับหลายอย่างมาก
01:35:56 → 01:36:00ซึ่งตอนนี้เขาต้องลองถอยมาดูนะครับมีหมอ
01:36:00 → 01:36:04เบาหวานท่านหนึ่งที่ทำเรื่องไตแล้วก็พูด
01:36:04 → 01:36:07เรื่อง is เขาบอกว่าถ้าทำร่วมมือกับหมอ
01:36:07 → 01:36:10เบาหวานได้ในการทำ If เนี่ยกระบวนการป่วย
01:36:10 → 01:36:14ของเบาหวานเขาใช้คำว่า reversible คือมัน
01:36:14 → 01:36:17ย้อนกลับได้นะครับอย่างไรก็ตามเมื่อมีการ
01:36:17 → 01:36:21เสื่อมของอวัยวะแล้วเนี่ยอาการเสื่อมนั้น
01:36:21 → 01:36:23มันย้อนกลับไม่ได้
01:36:23 → 01:36:27เพียงแต่มันสามารถลดความคืบหน้าของโรคได้
01:36:27 → 01:36:32ถ้าเราไปจัดการที่ต้นตอของกลไกที่ทำให้
01:36:33 → 01:36:35อินซูลินมันดื้อต่อ
01:36:35 → 01:36:39คืออินซูลินดื้อต่ออินซูลิน
01:36:39 → 01:36:41ตรงนั้นเป็นเรื่องน่าทำมาก
01:36:41 → 01:36:43เราเรียนปมทางใจ
01:36:43 → 01:36:48ติดต่อ LINE หมอประเวศแอดหมอประเวศนะครับ
01:36:48 → 01:36:52ข้อสอบถามการดูแลผิวหน้าคุณหมอได้ไหม
01:36:52 → 01:36:55ผิวหน้าดีมาก
01:36:55 → 01:36:57ผมไม่ได้ดูแลโดยตรงนอกจากล้างทำความสะอาด
01:36:57 → 01:37:00ด้วยสบู่เด็กจริงๆผมอาบน้ำด้วยสบู่เด็ก
01:37:00 → 01:37:02ทั้งตัว
01:37:02 → 01:37:05เพราะว่ามันเป็นสบู่ที่มีผลเสียกับผิว
01:37:05 → 01:37:07น้อยที่สุดแล้วก็ไม่แพงนะครับ
01:37:07 → 01:37:11ยี่ห้อมาตรฐานที่มีขายอันไหนลดราคาก็ซื้อ
01:37:11 → 01:37:17อันนั้นนะครับที่เหลือก็มีครีมครีมให้
01:37:17 → 01:37:20ความชุ่มชื้นกระปุกขนาดนี้นะครับ 100 บาท
01:37:20 → 01:37:23นะครับคุณลองไปหาดูไฟล์สีฟ้าตัวกระปุกสี
01:37:23 → 01:37:27ขาว 100 บาทเป็นครีมธรรมดาครับแค่นั้นเลย
01:37:27 → 01:37:30ที่เหลือล่ะครับออกกำลังกายนอนแล้วก็
01:37:30 → 01:37:32ชีวจิตสังคมครับ
01:37:32 → 01:37:35ความสุขภาวะผ่อนคลาย
01:37:35 → 01:37:39รบกวนแนะนำ Approach ลูก ocd และไม่ตัด
01:37:39 → 01:37:43สินใจทำงานปลอบก็ไม่ทำงานดูก็ไม่ทำงาน
01:37:43 → 01:37:44กลุ้มมาก
01:37:44 → 01:37:47ผมคิดว่าลูกคุณอาจจะต้องการการเยียวยา
01:37:47 → 01:37:49ก่อนครับ
01:37:49 → 01:37:51เพราะว่า
01:37:51 → 01:37:55ผมเจอหลายคนตอนนี้ที่มีอายุอยู่ในวัยทำ
01:37:55 → 01:37:58งานแต่ไม่ไปทำงานใช้เวลานานมาก
01:37:58 → 01:38:00แต่หลายคนมีปมจากวัยเด็กนะครับต้องเรียน
01:38:00 → 01:38:02ตามตรงคุณอาจจะต้องทบทวนความสัมพันธ์
01:38:02 → 01:38:06ระหว่างคุณกับลูกดู
01:38:06 → 01:38:08อันนี้เดาเอานะครับ
01:38:08 → 01:38:10คุณแม่มีภาวะโรคไตระยะ 4
01:38:10 → 01:38:13คือต้องเรียนตามตรงว่าผมยังแยกระยะพวกนี้
01:38:13 → 01:38:16ไม่เป็นเลยนะครับรู้แต่ว่าพ่อผมระยะ 3 ผม
01:38:16 → 01:38:18วันก่อนผมไม่เจออดีตผู้บริหารกระทรวง
01:38:18 → 01:38:22สาธารณสุขท่านหนึ่งเขาเป็นโรคไตระยะ 3
01:38:22 → 01:38:24แต่เขาก็ใช้ชีวิตเป็นปกติอย่างนั้นนะครับ
01:38:24 → 01:38:29มันเป็นโรคที่เริ่มเป็นกันจากกิจวัตรที่
01:38:29 → 01:38:32เราดำเนินชีวิตอยู่จากอายุที่เรายืนยาว
01:38:32 → 01:38:37ขึ้นจากขนมหวานที่มีทั่วบ้านทั่วเมืองจาก
01:38:37 → 01:38:38วิถีชีวิตที่เรานั่งมากขึ้นไม่ค่อยได้
01:38:39 → 01:38:39เคลื่อนไหว
01:38:39 → 01:38:43จากสิ่งแวดล้อมรวมถึงฝุ่น PM 2.5 ก็
01:38:43 → 01:38:44เกี่ยวครับ
01:38:44 → 01:38:48ผมมีคนใกล้ตัวคนนึงป่วยเป็นโรคที่มามี
01:38:48 → 01:38:52อาการครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันก่อน
01:38:52 → 01:38:55ช่วงฝุ่นหนักๆเพราะว่ามันเข้าไปแล้ว
01:38:55 → 01:38:58กระตุ้นการอักเสบอวัยวะไหนกำลังเสี่ยง
01:38:58 → 01:39:01อยู่มันโผล่มาเป็นโลกเลยอันนี้เป็นการต่อ
01:39:01 → 01:39:04ยอดที่ผมพูดเองนะครับแต่ไอ้ที่บอกว่ามัน
01:39:04 → 01:39:06เข้าไปในกระแสเลือดแล้วไปสร้างโลกของได้
01:39:06 → 01:39:08ทุกอวัยวะเนี่ยอันนี้เป็นของความรู้ที่
01:39:08 → 01:39:11เป็นสากล
01:39:11 → 01:39:13บางครั้งรับผิดชอบเรื่องสุขภาพดีแต่โรค
01:39:13 → 01:39:18เรื้อรังทั้งหลายก็เป็นความเสื่อม
01:39:18 → 01:39:21อันนี้เป็นคำถามเหมือนกันครับว่า
01:39:21 → 01:39:23เราจำเป็นต้องป่วยเป็นโรคเรื้อรังไหม
01:39:23 → 01:39:25เมื่อเรามีอายุมากขึ้น
01:39:25 → 01:39:29แม้แต่เรื่องสมองเนี่ยมีข้อมูลที่พบว่า
01:39:29 → 01:39:32อายุมากขึ้นสมองเสื่อมได้มากเสี่ยงเสื่อม
01:39:32 → 01:39:34ได้มากขึ้นนะครับแต่ว่าต้องเรียนอย่าง
01:39:34 → 01:39:37หนึ่งพ่อผมอายุ 100 กว่าปีสมองยังดีอยู่
01:39:37 → 01:39:38มากเลยนะครับดังนั้นที่เขาเคยมีเส้นเลือด
01:39:39 → 01:39:41อุดตันเข้าใจว่าเกิดจากลิ่มเลือดที่ออก
01:39:41 → 01:39:44จากหัวใจที่ผิดปกติของเขาหน่อยนึงวิ่งไป
01:39:44 → 01:39:45อุดนะครับ
01:39:45 → 01:39:48แต่สมองก็ยังดีมาก
01:39:48 → 01:39:51ผมมีความเชื่อว่า
01:39:51 → 01:39:54ไม่เอาความเชื่อดีกว่าเอางานวิจัย
01:39:54 → 01:39:57เอาข้อสรุปของผู้เชี่ยวชาญเคยมาพูดแล้ว
01:39:57 → 01:39:59ด้วยว่าผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ป้อง
01:39:59 → 01:40:02กันพูดไว้ว่าโรคที่มนุษย์ 4 ชาติเป็น 80%
01:40:02 → 01:40:05สามารถป้องกันได้ด้วยกันปรับกิจวัตรประจำ
01:40:05 → 01:40:07วันให้ดีนะครับ
01:40:07 → 01:40:10ผมไม่รู้ว่าอีก 20% หมายถึงโรคอะไรบ้างนะ
01:40:10 → 01:40:13ครับแต่ว่าผมรู้แต่ว่าเราลดความเสี่ยงได้
01:40:13 → 01:40:17ถ้าเราดูแลให้เป็นครบทุกมิตินะครับรวมถึง
01:40:17 → 01:40:19สิ่งแวดล้อมและสังคมที่เราอยู่เช่นถ้าคุณ
01:40:19 → 01:40:21อยู่ในที่มีฝุ่นเยอะทุกปีอย่างประเทศไทย
01:40:21 → 01:40:24ในกรุงเทพฯหรือเชียงใหม่หรืออีสานตอนบนนะ
01:40:24 → 01:40:26ครับ
01:40:26 → 01:40:29จริงๆหลายจังหวัดมากกว่านั้นนะครับยังไงๆ
01:40:29 → 01:40:31คุณก็เสี่ยงเป็นสารพัดโลกครับ
01:40:31 → 01:40:35แล้วยังไงอายุขัยคุณก็สั้นลง
01:40:35 → 01:40:38นอกจากประเทศไทยจะมีความสำเร็จในการจัด
01:40:38 → 01:40:41การฝุ่นได้ดีกว่านี้นะครับซึ่งผมจะรอดูนะ
01:40:41 → 01:40:43ครับว่านักการเมืองที่บอกว่าจะจัดการ
01:40:43 → 01:40:44เรื่องฝุ่น
01:40:44 → 01:40:47เขาจะทำให้เราสมหวังหรือผิดหวังเพราะว่า
01:40:47 → 01:40:50บางพื้นที่แก้ไม่ยากบางพื้นที่แก้ยากอยู่
01:40:50 → 01:40:53เหมือนกันสิงคโปร์มีปัญหาฝุ่นที่เกิดจาก
01:40:53 → 01:40:56การเผาป่าในอินโดนีเซียแต่เขาแก้ได้
01:40:56 → 01:40:59เบ็ดเสร็จเลยครับถ้าอยากรู้จะได้รู้ว่า
01:40:59 → 01:41:01อย่าไปอ้างว่าเป็นเพราะประเทศเพื่อนบ้าน
01:41:01 → 01:41:05นะครับมันมีวิธีของมันนะครับและแน่นอนมัน
01:41:05 → 01:41:08มีรายละเอียดนะครับลุ้นครับใครมาขอให้
01:41:08 → 01:41:11ลุ้นผมจะลุ้นว่าขอให้เขาทำสำเร็จนะครับผม
01:41:11 → 01:41:14ไม่สนใจว่าพรรคไหนมาขอให้ทำสำเร็จก็พอนะ
01:41:14 → 01:41:15ครับ
01:41:15 → 01:41:20ปกติฟังอยู่ฝรั่งเศสยินดีครับชะลอได้ 5-10
01:41:20 → 01:41:23ปีไม่ต้องทานยาก็ดีกว่าไม่ทำอะไร
01:41:23 → 01:41:25จิตเวชกับจิตเภทต่างกันยังไงครับอาจารย์
01:41:25 → 01:41:28จิตแพทย์เป็นชื่อโรคครับมาจากภาษาอังกฤษ
01:41:28 → 01:41:30ที่ใช้คำว่า
01:41:30 → 01:41:34แต่จิตเวชหมายถึงคำรวมๆของวิชาก็ได้โรคก็
01:41:34 → 01:41:39ได้มาจากคำว่าใส่ไข่แล้วแต่กรณีนะครับ
01:41:39 → 01:41:43เหมือนโดนเคาะหัวเครียดกินหวานน้ำหนัก
01:41:43 → 01:41:45ขึ้น PM สูงไม่ได้ไปออกกำลังกายเดี๋ยวจะ
01:41:45 → 01:41:48เริ่มใหม่ออกกำลังกายในห้องครับ
01:41:48 → 01:41:50หลายเดือนมานี้ผมออกกำลังกายแต่ละห้องวัน
01:41:50 → 01:41:53นี้เป็นวันแรกๆที่ผมไปออกกำลังกายกันแช่ง
01:41:53 → 01:41:57ฝุ่น 20 กว่าครับสูงเกินไปหน่อยนึงเป็น
01:41:57 → 01:42:00ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังเตรียมตัวช่วงสุด
01:42:00 → 01:42:02ท้ายไม่รู้เหมือนกันมันจะทรมานแค่ไหน
01:42:02 → 01:42:03เตรียมฝึกสมาธิ
01:42:03 → 01:42:06สภาวะจิตช่วยได้ในเรื่องอาการนะครับแต่
01:42:06 → 01:42:07ว่าได้ระดับหนึ่ง
01:42:07 → 01:42:11การบรรเทาอาการให้หมอช่วยด้วยนะครับขอ
01:42:11 → 01:42:13ความรู้เรื่องการกันฝุ่นคุณหมอที่บ้าน
01:42:13 → 01:42:14เป็นฝ้าต้องทำยังไง
01:42:14 → 01:42:18คือเหนือฝ้าคือหลังคาคือบ้านผมมันเป็นฝ้า
01:42:18 → 01:42:21แล้วก็เป็นหลังคามันมีห้องใต้หลังคา
01:42:21 → 01:42:24แล้วก็มีหน้าต่างประตูในหน้าฝุ่นผมจะปิด
01:42:24 → 01:42:28ประตูหน้าต่างแต่ผมมาพบว่าโคมไฟเนี่ยมัน
01:42:28 → 01:42:29มีรูระบาย
01:42:29 → 01:42:32ผมก็เลยรู้ว่านั่นคือช่องที่คุณจะเข้า
01:42:32 → 01:42:36ห้องชั้นบนตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นโคมไฟ
01:42:36 → 01:42:41ที่ปิดนะครับเป็นแบนๆแล้วก็ปิดรูเลยสนิท
01:42:41 → 01:42:44ฝุ่นเข้าไม่ได้แล้วปีหน้าจะได้เผชิญฝุ่น
01:42:44 → 01:42:47ได้เพิ่มขึ้นในห้องที่ต้องกักตัวอย่างไว้
01:42:47 → 01:42:49นะครับ
01:42:49 → 01:42:52คุณแม่มีโรคประจำตัวหลายโรคเบาหวานเกาตัน
01:42:52 → 01:42:55ระยะ 4 ไม่ยอมทานยาให้ครบทุกตัวทานบางตัว
01:42:55 → 01:42:58บอกว่ายิ่งทานไปยิ่งเสื่อมจะทานสมุนไพรสด
01:42:58 → 01:43:02เช่นมะนาวมะระขี้นกขอคำแนะนำ
01:43:02 → 01:43:06ผมไม่กล้าแนะนำครับเพราะว่ามันมีราย
01:43:06 → 01:43:11ละเอียดของโรคที่ผมไม่รู้ว่าห้ามอะไรบ้าง
01:43:11 → 01:43:14แต่ว่า
01:43:14 → 01:43:18ดีที่สุดเขาต้องการหมอที่เขาไว้ใจที่ดู
01:43:18 → 01:43:21โรคเป็นองค์รวมเพราะว่าถ้าเบาหวานข้อหา
01:43:21 → 01:43:22หมอคนหนึ่ง
01:43:22 → 01:43:26ตายข้อหาหมออีกคนหนึ่งถ้าเขาเข้าไปหาหมอ
01:43:26 → 01:43:29อีกคนนึงนะครับมันจะไม่เกิดสัมพันธภาพใน
01:43:29 → 01:43:31การมองในภาพรวม
01:43:31 → 01:43:35ถ้ามีหมอคนไหนที่จะสามารถคุยภาพรวมได้
01:43:35 → 01:43:38แล้วก็เปิดฟังด้วยว่าสมุนไพรตัวไหนกินได้
01:43:39 → 01:43:42ไม่ได้จะดีที่สุดครับ
01:43:42 → 01:43:45แต่สำหรับถ้าจะพูดเฉพาะมะระขี้นกก็บอกได้
01:43:45 → 01:43:49ว่ามันก็เป็นตัวที่มีชื่อเสียงมากในการ
01:43:49 → 01:43:54ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระคือช่วยลด
01:43:54 → 01:43:56กระบวนการอักเสบในร่างกาย
01:43:56 → 01:44:00แต่การกินปริมาณเยอะส่งผลเสียอะไรบ้างข้อ
01:44:00 → 01:44:03นี้ผมไม่ได้มีความรู้อยู่ในหัว
01:44:03 → 01:44:07ที่ต้องระวังเวลาจะกินอะไรที่เป็น
01:44:07 → 01:44:11สมุนไพรก็คือต้องระวังต้นไม้ที่เป็นยอด
01:44:11 → 01:44:14อ่อนนะครับเข้าใจว่าคิดออกไม่ได้อยู่ใน
01:44:14 → 01:44:15ตระกูลนั้น
01:44:15 → 01:44:18เพราะพวกยอดอ่อนจะมียูริคสูงซึ่งจะทำให้
01:44:18 → 01:44:20เกาเขาแย่แต่นั่นมันมีรายละเอียดเยอะมาก
01:44:20 → 01:44:23ที่ต้องไปศึกษานะครับคุณอาจจะต้องค้นแต่
01:44:23 → 01:44:24ละเรื่องเลย
01:44:24 → 01:44:28แล้วก็ลองหาหมอที่มองในภาพรวมนะครับไม่
01:44:28 → 01:44:31ได้มองเป็นรกๆจะดี
01:44:31 → 01:44:34เป็นเบาหวานอายุน้อยทรมานมากชีวิตไม่
01:44:34 → 01:44:37เหมือนคนอื่นถ้าเป็นชนิดที่เรียกว่า type
01:44:37 → 01:44:40One จะลำบากหน่อยนึงเป็นแต่เล็กฟังแล้ว
01:44:40 → 01:44:42พลอยทำให้ได้ทราบว่ามีเพื่อนร่วมโลกอีก
01:44:42 → 01:44:45หลายครอบครัวที่ดำเนินชีวิตไปพร้อมกับ
01:44:45 → 01:44:48ความเจ็บป่วยของคนในครอบครัวขอส่งพลัง
01:44:48 → 01:44:50ความรักพลังความสุขไปให้เพื่อน
01:44:50 → 01:44:54พัทลุงไม่ฟอกอากาศเลยขาดอากาศดีมากไม่มี
01:44:54 → 01:44:58ฝุ่นเหมือนที่คีรีวง
01:44:58 → 01:45:00นครศรีธรรมราชเลยค่ะ
01:45:00 → 01:45:03ผมเนี่ยในเรื่องฝุ่นนะครับอิจฉาคนแถวนั้น
01:45:03 → 01:45:04มากนะครับ
01:45:04 → 01:45:07แต่การจะย้ายไปอยู่แถวนั้นเลยและต้องเดิน
01:45:07 → 01:45:09ทางไปกลับเนี่ยเป็นภาระอยู่เหมือนกันก็
01:45:09 → 01:45:12เลยเลือกพื้นที่ที่อยู่ในรัศมีขับรถได้ใน
01:45:12 → 01:45:143 ชั่วโมงครับ
01:45:14 → 01:45:18ปัจจุบันทำเครื่องฟอกอากาศใช้เองวัดฝุ่น
01:45:18 → 01:45:20ด้วยเครื่องน่าจะรุ่นเดียวกันกับคุณหมอ
01:45:20 → 01:45:23แต่ฝุ่นจากฝ้าก็ยังเกาะอยู่
01:45:23 → 01:45:27แม้ค่าฝุ่นจะเป็น 002 น่าสนใจนะครับคือ
01:45:27 → 01:45:31มันมี hepa นะครับก็เครื่องกรองแล้วคุณก็
01:45:31 → 01:45:33ใช้พัดลมเป่าผ่านหรือเปล่าครับมันก็เป็น
01:45:33 → 01:45:35เครื่องฟอกอากาศได้
01:45:35 → 01:45:38แล้วก็เอาเครื่องเอาตัวเครื่องวัดฝุ่นมา
01:45:38 → 01:45:41วัดดูว่ามันลดได้ไหมคุณแม่ป่วยเป็นเนื้อ
01:45:41 → 01:45:45งอกในสมองตัดหลายครั้งอาการไม่ดีติดเตียง
01:45:45 → 01:45:493 ปีต้องทำยังไง
01:45:49 → 01:45:51ผมผมไม่รู้เลยครับว่า
01:45:51 → 01:45:54จะแนะนำยังไงเพราะว่ามันมีความซับซ้อนมัน
01:45:54 → 01:45:56ต้องถามว่าโจทย์ตอนนี้อยู่ที่ไหน
01:45:57 → 01:45:59แต่ถ้าท่านติดเตียงแล้วถ้าท่านยังรู้ตัว
01:45:59 → 01:46:03อยู่บ้างทำให้ท่านอยู่ในเตียงที่สบายที่
01:46:03 → 01:46:06สุดเท่าที่ทำได้นะครับซึ่งก็ต้องแล้วแต่
01:46:06 → 01:46:12ทรัพยากรของคุณ
01:46:12 → 01:46:13เตียงนอน
01:46:13 → 01:46:18ฟู่การปรับมุมหมอนประกอบอุณหภูมิ
01:46:18 → 01:46:21คนดูแล
01:46:21 → 01:46:23อาหาร
01:46:23 → 01:46:24เสียงดนตรี
01:46:24 → 01:46:30ธรรมชาติถ้ารู้ตัว
01:46:30 → 01:46:32ความสุข
01:46:32 → 01:46:34ทุกอย่างเกี่ยวหมดเลยครับ
01:46:34 → 01:46:37คือยังมองเข้าเป็นมนุษย์ที่มีความต้องการ
01:46:37 → 01:46:40แต่ร่างกายมันไม่ได้เอื้อแล้วลองดูว่าเรา
01:46:40 → 01:46:44ให้อะไรเขาได้บ้างนะครับ
01:46:44 → 01:46:47ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำจะปฏิบัติตามอยู่
01:46:47 → 01:46:48ต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ติดตามฟังรายการ
01:46:48 → 01:46:53ตลอดนำมาปรับใช้ได้ได้ผลจริงขอบคุณยินดี
01:46:53 → 01:46:56ครับโรค rp คนที่เป็นต้องทำยังไงครับ
01:46:56 → 01:47:01ผมไม่รู้จักโรค rp นะครับ
01:47:01 → 01:47:03อันนี้จริงๆเลยนะครับเพราะว่าตัวย่อนี่
01:47:03 → 01:47:06หลายโรคจะไม่รู้จักครับเมื่อก่อนอยู่
01:47:06 → 01:47:07เมืองไทยมีอาการซึมเศร้าย้ายมาอยู่
01:47:07 → 01:47:11เยอรมันตอนที่เลิกคบสังคมไทยที่ toxic
01:47:11 → 01:47:14ทั้งหมดนั่งสมาธิอยู่คนเดียวจนค้นพบตัว
01:47:14 → 01:47:16เองภายในอาการป่วยทางใจซึมเศร้าหายเป็น
01:47:16 → 01:47:20ปลิดทิ้งแล้วค่ะยินดีด้วยนะครับ
01:47:20 → 01:47:24ขอบคุณอาจารย์หมอที่ทำให้เกิดสังคมดีๆ
01:47:24 → 01:47:26พี่ชายป่วยเป็นโรคซีดีทานยารักษาอยู่ชอบ
01:47:26 → 01:47:29ชีวิตสงบไม่ยุ่งกับใครสนใจเรื่องศาสนาพา
01:47:29 → 01:47:30ไปบวชดีไหม
01:47:30 → 01:47:33ต้องให้เขาเลือกครับไม่ใช่เราเลือกให้เขา
01:47:33 → 01:47:37นะครับเป็นซึมเศร้ามา 3 ปีอารมณ์ร้าย
01:47:37 → 01:47:39หงุดหงิดง่ายพยายามคุมแต่คุมไม่ได้เคย
01:47:39 → 01:47:43หงุดหงิดและคุมไม่อยู่จากนั้นไปนึกว่าจะ
01:47:43 → 01:47:46หายสุดท้ายกลับมาระเบิด
01:47:46 → 01:47:51ผมเดาว่าคุณมีปมข้างในครับ
01:47:51 → 01:47:54ไม่ได้เดานะครับผมเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น
01:47:54 → 01:47:59คุณกลับไปฟังหัวข้อเรื่องปมหลายๆอันดู
01:47:59 → 01:48:03แก้ความขี้เกียจในการทา Body Lotion
01:48:03 → 01:48:07หลังอาบน้ำยังไม่ต้องเช็ดตัวตรงส่วนจะ
01:48:07 → 01:48:11ทาโลชั่นทาแป๊บเดียวเสร็จมันลื่นปรี๊ดใช้
01:48:11 → 01:48:13น้อยนะครับใช้นิดเดียวถ้าไม่ขยันทำโลชั่น
01:48:13 → 01:48:14ขึ้นเยอะ
01:48:14 → 01:48:17ขอบคุณที่มาแบ่งปันเพื่อนนะครับขอบพระคุณ
01:48:17 → 01:48:19ท่านที่ถามเคล็ดลับดูแลผิวของอาจารย์หมอ
01:48:19 → 01:48:21สงสัยและอยากรู้มานานอาจารย์ผิวดีมาก
01:48:21 → 01:48:23ขอบคุณนะครับ
01:48:23 → 01:48:26แต่มันก็เสื่อมไปตามวัยนะครับมันเริ่มมี
01:48:26 → 01:48:29รอยดำของการโดนแดดที่เราอยากจะไปรับแดด
01:48:29 → 01:48:32มากเกินหน่อยนึง
01:48:33 → 01:48:35ลูกสาวเป็นซึมเศร้ารักษาเด็กวัยรุ่นตั้ง
01:48:36 → 01:48:37แต่อายุ 14
01:48:37 → 01:48:39ตอนนี้อายุ 17 ปีขึ้นพอประมาณทานยาตลอด
01:48:39 → 01:48:42ช่วงอายุเท่าไหร่ที่ยังต้องอยู่กับหมอ
01:48:42 → 01:48:45เด็กและวัยรุ่นต้องเปลี่ยนหมอตามอายุไหม
01:48:45 → 01:48:47คือพออายุมากขึ้นถึงจุดหนึ่งเขาอาจจะส่ง
01:48:47 → 01:48:49ต่อไปที่หมอผู้ใหญ่ครับ
01:48:49 → 01:48:52โดยทั่วไปเส้นแบ่งนี้จะอยู่แถว 18 ปีนะ
01:48:52 → 01:48:53ครับ
01:48:53 → 01:48:55แต่ตรงนี้ก็ก้ำกึ่งนะครับเพราะหมอบางคน
01:48:55 → 01:48:58เขาอาจจะดูแลต่อขึ้นอยู่กับว่าคุณไปรักษา
01:48:58 → 01:49:00อยู่ที่โรงพยาบาลไหนด้วยแล้วหมอคนนั้นเขา
01:49:00 → 01:49:04อยากจะดูต่อไหมนะครับปวดหัวไมเกรนทุกวัน
01:49:04 → 01:49:08ทำให้ทำงานไม่ได้ทำได้ช้าคุณลองสังเกตตัว
01:49:08 → 01:49:13กระตุ้นดูนะครับอารมณ์อาหารอากาศเป็นตัว
01:49:13 → 01:49:15กระตุ้นได้หมดเลยครับ
01:49:15 → 01:49:18อย่างที่คุณหมอมาเที่ยวพัทลุงคุณหมอจะพอ
01:49:18 → 01:49:19ใจมาก
01:49:19 → 01:49:22ผมก็กดติดสิครับเกิดพอใจแล้วอยากอยู่ที่
01:49:22 → 01:49:25นั่นต่อก็จะต้องหาวิธีจัดสรรชีวิตไปให้ลง
01:49:25 → 01:49:26ตัว
01:49:26 → 01:49:30แต่คงจะไปครับเพราะว่าผมคิดว่าจะตะลอนๆไป
01:49:30 → 01:49:33เที่ยวทั่วประเทศไทยในที่ธรรมชาติต่างๆ
01:49:33 → 01:49:34ให้รู้จักเมืองไทยให้มากขึ้น
01:49:34 → 01:49:37นั่นคือทั้งหมดของการพูดคุยในวันนี้นะ
01:49:37 → 01:49:39ครับ My Set เพื่อเยียวยาโรคเรื้อรัง
01:49:39 → 01:49:41ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาพูดคุยกันนะครับ
01:49:41 → 01:49:44วันนี้เราคุยกันแต่เพียงเท่านี้สัปดาห์
01:49:44 → 01:49:47หน้าพบกันใหม่เวลา 2 ทุ่มครับสวัสดีทุก
01:49:47 → 01:49:47ท่านครับ
01:49:47 → 01:49:51[เพลง]