- คำถาม:
- ควรใช้ยาลดไข้อย่างไรเมื่อมีอาการไข้เลือดออก ห้ามใช้ยาอะไรบ้าง?
- คำตอบ:
- ห้ามใช้ยาลดไข้กลุ่มเอเซต (แอสไพริน) และไอบูโพรเฟน เนื่องจากยาเหล่านี้ทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก และอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารจนเกิดเลือดออกในกระเพาะ ควรใช้พาราเซตามอลแทน
สัญญาณเตือนโรคไข้เลือดออก รู้ก่อนลดอัตราเสียชีวิต : TNN Health
จากช่อง:TNN
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:16:27ไข้เลือดออกแล้วนะคะต้องระวังห้ามเด็ดขาด
00:16:31ในเรื่องของยากลุ่มที่เรียกว่าเอเซตเพราะ
00:16:33ว่าการรับประทานยากลุ่มนี้นั้นอันตรายถึง
00:16:36ชีวิตได้หากมีอาการไข้ขึ้นสูงต่อเนื่อง
00:16:39และไข้ยังไม่ลดภายใน 2-3 วันและไม่แน่ใจ
00:16:43ว่าเชื้อไข้เลือดออกหรือไม่ห้ามรับประทาน
00:16:46ยาแพนหรือไอบูเฟนเด็ดขาดเนื่องจากยาทั้ง 2
00:16:51ชนิดนี้เป็นยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่
00:16:53ใช่สเตรอยด์หรือยากลุ่มเอ็นเสดที่มีฤทธิ์
00:16:57ลดไข้ที่ดีแต่ข้อเสียของยานี้คือสามารถ
00:17:00ออกฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดทำ
00:17:03ให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำและเพิ่มภาวะ
00:17:06เลือดออกได้ปกติแล้วผู้ติดเชื้อไข้เลือด
00:17:10ออกจะมีอาการเกล็ดเลือดต่ำทำให้เกิดภาวะ
00:17:13เลือดออกผิดปกติอยู่แล้วหากรับประทานยา
00:17:16แอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนเข้าไปอีกอาจทำให้
00:17:19เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติหรือไม่จับตัวกัน
00:17:22อีกทั้งยากลุ่มนี้ยังไปออกฤทธิ์ระคาย
00:17:25เคืองในกระเพาะอาหารทำให้เกิดเลือดออกใน
00:17:27กระเพาะอาหารและทำให้เกิดภาวะเลือดออกมาก
00:17:30ขึ้นนำไปสู่อาการช็อและเสียชีวิตได้ดัง
00:17:34นั้นผู้ที่ป่วยและมีไข้สูงในช่วงนี้หากมี
00:17:38ความจำเป็นต้องรับประทานยาลดไข้ก็ควรจะ
00:17:41รับประทานยาพาราเซตามอลแทนร่วมกับการเช็ด
00:17:45ตัวช่วยลดไข้เพื่อป้องกันผลข้างเคียงของ
00:17:48ยาทั้งนี้ควรเฝ้าระวังอาการอื่นร่วมด้วย
00:17:51เช่นอาการขาดน้ำเพราะอาจทำให้เกิดอาการ