00:00:00 → 00:00:02ต่อจากคลิปที่แล้วที่ผมพูดเรื่องเมื่อหมอ
00:00:02 → 00:00:05ไม่รู้วันนี้เรามาลองดูกันว่าเมื่อคนไข้
00:00:05 → 00:00:08ทำการบ้านมาเยอะอ่านมาเยอะหรือรู้มาเยอะ
00:00:08 → 00:00:14เนี่ยมันเกิดอุปสรรคต่อมันเสร็จยังไง
00:00:14 → 00:00:17หมอวินัยครับเจอกันใหม่เช้าวันอาทิตย์กับ
00:00:17 → 00:00:21พอดแคสต์อยากหายป่วยทำยังไงให้เราหายป่วย
00:00:21 → 00:00:25นอกจากจะได้หมอที่ดียาที่ดีการตรวจที่ดี
00:00:25 → 00:00:28แล้วคือการปรับใหม่เสร็จหนึ่งในปัญหาที่
00:00:28 → 00:00:32ผมมองและพบอยู่อย่างต่อเนื่องและอาจจะมาก
00:00:32 → 00:00:33ขึ้นเรื่อยๆ
00:00:33 → 00:00:38ก็คือปัญหาเมื่อคนไข้อ่านมาเยอะหรือทำการ
00:00:38 → 00:00:42บ้านมาเยอะจึงทำให้แนวทางการปฏิบัติของ
00:00:42 → 00:00:47แพทย์ดูน้อยหรือดูไม่ตรงตามข้อมูลที่ผู้
00:00:48 → 00:00:51ป่วยอ่านมาเมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้เราจะ
00:00:51 → 00:00:54แก้ยังไงเพราะสุดท้ายแล้วผู้ป่วยเกิด
00:00:54 → 00:00:59อาการหรือเกิดภาวะไม่พอใจขาดความมั่นใจนะ
00:00:59 → 00:01:03ครับก่อนอื่นนะครับอย่างที่ผมเคยพูดใน
00:01:03 → 00:01:04คลิปหลายๆคลิป
00:01:04 → 00:01:09ยังย้ำเหมือนเดิมนะครับว่าการรักษาเนี่ย
00:01:09 → 00:01:11คือศิลปะ
00:01:11 → 00:01:16การรักษาอาจจะไม่ได้ตรงไปตรงมาเพราะแต่ละ
00:01:16 → 00:01:20คนแต่ละร่างกายมีอาการมีอาการแสดงไม่
00:01:20 → 00:01:23เหมือนกันนะครับดังนั้นยอมรับว่าปัจจุบัน
00:01:23 → 00:01:27เนี่ยอินเทอร์เน็ตก็เป็นแหล่งข้อมูลที่ดี
00:01:27 → 00:01:31มากๆนะครับสำหรับคนที่ใช้อย่างถูกวิธี
00:01:31 → 00:01:34เป็นแหล่งข้อมูลในการ educate หรือให้
00:01:34 → 00:01:37ความรู้กับเรานะครับให้เราตื่นรู้ให้เรา
00:01:37 → 00:01:39ทันสถานการณ์
00:01:39 → 00:01:44แต่ปัญหามันอยู่ที่เส้นด้ายอันหนึ่งแค่
00:01:44 → 00:01:48ไหนคือพอหรือเมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสม
00:01:48 → 00:01:52นะครับอ่ะผมยกตัวอย่างเลยก็แล้วกันเรามา
00:01:52 → 00:01:53เริ่มด้วยคนไข้
00:01:53 → 00:01:58ไอเรื้อรังของผมก่อนไอ้เรื้อรังเนี่ยมา
00:01:58 → 00:01:59ปรึกษา
00:01:59 → 00:02:02อ่านมานะครับ
00:02:02 → 00:02:07มีไฮไลท์หรือมีข้อคิดแล้วว่าอ่านมาเนี่ย
00:02:07 → 00:02:10หมอจะต้องหาประมาณนี้จะต้องส่งตรวจประมาณ
00:02:10 → 00:02:14นี้คนไข้รายนี้เป็นผู้หญิงฝ่ายออฟฟิศ
00:02:14 → 00:02:17ใบเรื้อรังนะครับแล้วก็มีเจ็บชายโครงอ่าน
00:02:17 → 00:02:21มาก็จะกังวลเรื่องอะไรครับเวลาเราอ่านมา
00:02:21 → 00:02:23เนี่ยเวลาเราเสิร์ชใน Google เนี่ยหรือ
00:02:23 → 00:02:26search ในอินเตอร์เน็ตไอเรื้อรังสาเหตุ
00:02:26 → 00:02:30ถ้ายิ่งสืบภาษาอังกฤษผมไม่รู้ภาษาไทยนะ
00:02:30 → 00:02:34ก็จะเจอโลกมาประมาณ 10 โรค
00:02:34 → 00:02:37เกิดอะไรขึ้นครับเราก็อ่านทีละลูกอ่านที
00:02:37 → 00:02:40ละลูกเลยครับพออ่านทีละโลกปุ๊บติดตามมาก
00:02:40 → 00:02:44ที่สุดคือโลกอะไรฮะ 1 โรคร้ายแรงเช่น
00:02:44 → 00:02:47มะเร็งอย่างนี้ติดตาร้อยละร้อยเลยฮะคนไข้
00:02:47 → 00:02:51ที่มากังวลเรื่องโรคร้ายของแล้วก็
00:02:51 → 00:02:55โรคเบาๆเนี่ยเรามักจะมองข้ามนะครับเราไป
00:02:55 → 00:03:00อ่านลูกแปลกๆลูก
00:03:00 → 00:03:05สิ่งที่คนไข้ก็ถามเลยผมก็ถามมีอะไรกังวล
00:03:05 → 00:03:09กังวลเลยครับ
00:03:09 → 00:03:12ยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์หมอที่ผ่านมาใช่
00:03:12 → 00:03:14ไหมครับ
00:03:14 → 00:03:17เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายก็จะเกิดปรากฏการณ์
00:03:18 → 00:03:21คนไข้ก็จะแห่กันมาโรงพยาบาลเยอะก็มา
00:03:21 → 00:03:23ปรึกษาว่ากลัวเป็นมะเร็งกลัวเป็นมะเร็ง
00:03:23 → 00:03:26หมอช่วยตรวจให้หน่อยสิครับ
00:03:26 → 00:03:30พอหลังจากซักประวัติแล้วตรวจร่างกายแล้ว
00:03:30 → 00:03:34ผมบอกลองเอายาไปกินดูไหมครับจากการซัก
00:03:34 → 00:03:37ประวัติของคุณเนี่ยน่าจะเป็นหลอดลมอักเสบ
00:03:37 → 00:03:41เพราะมีที่มาที่ไปชัดเจนนะครับไปสัมพันธ์
00:03:41 → 00:03:45กับการติดเชื้อนะครับตอนนี้ลักษณะไอเขา
00:03:45 → 00:03:48เนี่ยการติดเชื้อลองเอายาไปกินดูคนไข้ไม่
00:03:48 → 00:03:50พอใจ
00:03:50 → 00:03:53ถามคือไม่พอใจเพราะอะไรรู้สึกหมอไม่ได้
00:03:53 → 00:03:55ตรวจละเอียดไม่ได้ตรวจละเอียดแปลว่าอะไร
00:03:55 → 00:03:59หมอไม่ได้เอ็กซเรย์ปอดหมอไม่ได้ดูเลยว่า
00:03:59 → 00:04:04เออมีก้อนหรือมีอะไรหรือเปล่านะดูอาจจะ
00:04:04 → 00:04:07เป็นมะเร็งก็ได้นะครับโอเคก็เข้าใจเจตนา
00:04:07 → 00:04:10เขาได้ครับเพราะส่งไปเอกซเรย์ปอด
00:04:10 → 00:04:14เสร็จเราก็พยายามอธิบายมันให้เขาไม่ได้
00:04:14 → 00:04:38ฟัง
00:04:38 → 00:05:12[เพลง]
00:05:14 → 00:05:17ไม่ใช่เป็นขอบเขตที่สำหรับประชาชนควรจะ
00:05:17 → 00:05:20รู้นะครับเอกซเรย์นี่คือสำหรับแพทย์
00:05:20 → 00:05:24สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านถ้าผมจะต้องสอน
00:05:24 → 00:05:27คุณเอกซเรย์แนวว่าภาพนี้คืออะไรเส้นนี้
00:05:27 → 00:05:30อย่างนี้ถือว่าปกติไหมมันไม่ใช่บริบทนะ
00:05:30 → 00:05:31ครับ
00:05:31 → 00:05:34คนไข้ก็เหมือนจะเข้าใจนะครับแต่ก็ยังไม่
00:05:34 → 00:05:39สบายใจหมอไม่อธิบายภาพเอกซเรย์ต้องเข้าใจ
00:05:39 → 00:05:43นะครับหมอไม่อธิบายภาพเอกซเรย์
00:05:43 → 00:05:46มันอธิบายไม่ได้แหมกว่าเราจะเรียน
00:05:46 → 00:05:50เอกซเรย์จบเล่มหนึ่งจบคอร์สหนึ่งจบตำรา
00:05:50 → 00:05:53หนึ่งแค่อวัยวะเดียวมันก็ใช้เวลาและเรา
00:05:53 → 00:05:56ไม่ใช่หมอครับเราจะไปอธิบายภาพเอกซเรย์
00:05:56 → 00:06:00กระบังลมคืออะไรหัวใจเส้นเลือดใหญ่คือ
00:06:00 → 00:06:05อะไรเส้นเลือดเล็กคืออะไรนะ
00:06:05 → 00:06:08ครับเพราะมันเป็นศัพท์ทางการแพทย์จะต่อ
00:06:08 → 00:06:11ให้เราทำใช้ศัพท์บ้านๆแล้วมันก็อธิบายไม่
00:06:11 → 00:06:15ได้ครับเพราะว่านี่ไม่ใช่บริบทของเราที่
00:06:15 → 00:06:17เราจะต้องรู้เราจะต้องรู้เพียงแค่
00:06:17 → 00:06:23ภาพเอกซเรย์ปกติหรือไม่จุดซ่อนเร้นปกติ
00:06:23 → 00:06:25หรือไม่
00:06:25 → 00:06:31มีร่องรอยอะไรที่อธิบายหรือตอกย้ำความ
00:06:31 → 00:06:34กังวลเราไหมเช่นมะเร็งติดเชื้ออะไรก็ว่า
00:06:34 → 00:06:38กันไปแค่นั้นครับแต่ถ้าให้ต้องอธิบายภาพ
00:06:38 → 00:06:42เอกซเรย์นี่คือลำบากมันไม่ใช่มันผิดบริบท
00:06:42 → 00:06:46แล้วมันไม่จบอธิบายแค่ไหนก็ไม่ได้ต้อง
00:06:46 → 00:06:48เข้าใจนะครับเดี๋ยวจะเข้าใจว่าหมอไม่
00:06:48 → 00:06:52อธิบายหมอไม่อธิบายภาพเอกซเรย์
00:06:52 → 00:06:55ผมก็จะได้ยินคนไข้พูดอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ
00:06:55 → 00:06:59นะครับเรื่องผมก็อาจจะเป็นก็ได้แต่ผมก็
00:06:59 → 00:07:02เวลาได้รับการปรึกษาคนไข้ก็จะพูดไงมองไม่
00:07:02 → 00:07:06เห็นอธิบายภาพเอกซเรย์เลยนะครับโอเคอัน
00:07:06 → 00:07:08นี้ตัวอย่างที่ 1
00:07:08 → 00:07:12ก็จะเห็นว่าเป็นไงครับเห็นว่าคนไข้ถึงแม้
00:07:12 → 00:07:17มาหาหมอแล้วได้รับการตรวจแล้วได้รับยา
00:07:17 → 00:07:21กลับบ้านแล้วแต่ยังรู้สึกป่วยอยู่เพราะ
00:07:21 → 00:07:24อะไรครับเพราะเขาอ่านมาเยอะพอเขาอ่านมา
00:07:24 → 00:07:27เยอะเนี่ยปัญหาที่ตามมาก็คือ
00:07:27 → 00:07:31เขาจะต้องสนองความเชื่อเขาก่อนเขาได้ปลูก
00:07:31 → 00:07:34ความฝังหรือความเชื่อไปแล้วจนกว่ามีเหตุ
00:07:34 → 00:07:37ผลที่จะเอาชนะความคิดเขาหรือความกังวลเขา
00:07:37 → 00:07:41ได้เนี่ยเพียงพอเขาถึงจะหยุดไม่งั้นเขา
00:07:41 → 00:07:44หยุดไม่ได้แล้วก็เป็นจิตวิทยามนุษย์ไม่
00:07:44 → 00:07:48ได้อยู่แล้วเมื่อเราติดปมกับเรื่องใด
00:07:48 → 00:07:51เรื่องหนึ่งแล้วเรารู้สึกว่าเรายังไม่ได้
00:07:51 → 00:07:53คำตอบเนี่ยมันไม่จบ
00:07:53 → 00:07:55มันไม่จบ
00:07:55 → 00:07:59ประเด็นต่อไปคือแล้วปัญหามันอยู่ที่อะไร
00:07:59 → 00:08:02ปัญหามันอยู่ที่นี่ครับการอ่านเป็นเรื่อง
00:08:02 → 00:08:07ที่ดีแต่ผมย้ำเหมือนทุกๆครั้งที่ผมเคยคุย
00:08:07 → 00:08:11เราควรจะอ่านหลังจากที่แพทย์สรุปให้เรา
00:08:11 → 00:08:14แล้วอันนี้ส่วนใหญ่นะครับ
00:08:14 → 00:08:17เพราะอะไรครับเพราะเวลาเราป่วยเนี่ยไอ้
00:08:17 → 00:08:19ระบบอินเตอร์เน็ตเนี่ยมันไม่ได้ต่อ Story
00:08:19 → 00:08:23เราหรอกครับหรือผมใช้ภาษาทางการแพทย์คือ
00:08:23 → 00:08:25เขาไม่ได้ซักประวัติทางการแพทย์
00:08:25 → 00:08:29ลองไปดูคลิปก่อนหน้านี้นะครับการซัก
00:08:29 → 00:08:32ประวัตินะครับการให้ประวัติผมได้สรุปไว้
00:08:32 → 00:08:36ประมาณคลิปต้นๆนะครับอันนี้สำคัญประวัติ
00:08:36 → 00:08:37คือหัวใจเลยครับ
00:08:37 → 00:08:40Google หรือว่า internet เขาไม่ได้รวบ
00:08:40 → 00:08:43รวมหรอกครับว่าเราไอเรื้อรังเนี่ยเขาไม่
00:08:43 → 00:08:47ได้ถามหรอกว่าไอมานานแค่ไหนไอ้ตอนเช้าไอ้
00:08:47 → 00:08:51กลางคืนไอ้เสมหะไอแห้งเสมหะปนเลือดมีไหม
00:08:51 → 00:08:56ไอมีกรดไหลย้อนไหมมีน้ำมูกไม้มีคัดจมูก
00:08:56 → 00:08:59ไว้ Google เขาไม่ได้ถามพวกนี้มันไม่มี
00:08:59 → 00:09:02ที่จะมาต่อกันได้
00:09:02 → 00:09:06กินยาแบบไหนแล้วดีขึ้นทำอะไรแล้วดีขึ้นทำ
00:09:06 → 00:09:08อะไรแล้วแย่ลง Google ไม่ได้เช็คเรื่อง
00:09:08 → 00:09:12พวกนี้ครับเขาแค่จะให้ข้อมูลว่า 10 โรค
00:09:12 → 00:09:16หรือ 6 โรคหรือ 8 โรคที่มีคืออะไรแค่นั้น
00:09:16 → 00:09:22ให้เราเห็นภาพและแพทย์จะเป็นคนช่วยคุณเอง
00:09:22 → 00:09:25แต่พอเราไปเสพเนี่ยเราก็จะจับเฉพาะ
00:09:25 → 00:09:29ประเด็นที่เรากังวลมากจับเฉพาะบางโรคหรือ
00:09:29 → 00:09:32ส่วนตัวนะครับผมยังไม่ค่อยแนะนำให้อ่าน
00:09:32 → 00:09:34เมื่อเราป่วย
00:09:34 → 00:09:39ปรึกษาหมอดีกว่านะครับให้เขาดูเขาสงสัย
00:09:39 → 00:09:42อะไรเขาวินิจฉัยเขารักษาแล้วถามเขาว่าเรา
00:09:42 → 00:09:46ควรจะกลับไปอ่านอะไรนั่นดีกว่าครับใช่ไหม
00:09:46 → 00:09:49ครับดีกว่าเราไปเริ่มอ่านมาก่อนคนไข้ตัว
00:09:49 → 00:09:50อย่างคนที่ 2
00:09:50 → 00:09:53คนนี้มารักษาด้วยเรื่องไอเรื้อรังเหมือน
00:09:53 → 00:09:55กันแต่ว่าเป็นเรื่องมาจากภูมิแพ้
00:09:55 → 00:09:57[เพลง]
00:09:57 → 00:10:01หลังจากรักษาเสร็จปุ๊บมีบางครั้งดีบ้างก็
00:10:01 → 00:10:05จะหยุดยาออกกลับมาเป็นใหม่ก็จะกลับมา
00:10:05 → 00:10:08เริ่มเหมือนเดิมหมอครับผมควรจะต้องไปส่อง
00:10:08 → 00:10:12กล้องใหญ่นะครับดูว่าเป็นมะเร็งซึ่งเคยทำ
00:10:12 → 00:10:14ไปแล้วทำให้หมดแล้ว
00:10:14 → 00:10:15ก็
00:10:15 → 00:10:19ผมจะต้องดูไหมครับว่ามันเป็นจากกระดูกคด
00:10:19 → 00:10:22ไหมผมจะต้องดูไหมครับว่ามันเป็นริดสีดวง
00:10:22 → 00:10:25ไหมหรือมีก้อนในจมูกหรือเป็นไซนัสอักเสบ
00:10:25 → 00:10:28เรื้อรังนะครับซึ่งก็ที่ทำไปหมดแล้วนะ
00:10:28 → 00:10:32ครับแต่ปัญหาคือพอเขาหยุดยาเขากลับมาเป็น
00:10:32 → 00:10:35ใหม่เขาก็จะเริ่มคำถามใหม่
00:10:35 → 00:10:38พอกลับมาเป็นใหม่เขาไปเริ่มอ่านอีกรอบว่า
00:10:38 → 00:10:43ทำไมรักษาไม่หายเห็นไหมครับไอเรื้อรัง
00:10:43 → 00:10:46หรือภูมิแพ้รักษาไม่หายเขาก็จะไปอ่านเขา
00:10:46 → 00:10:49ก็จะเจออีกกลุ่มโลกหนึ่งเขาก็จะไฮไลท์มา
00:10:49 → 00:10:53หมอครับผมเป็นพวกนี้ได้ไหม 1 2 3 4 ผม
00:10:53 → 00:10:56ก็เข้าใจเขานะครับแต่ผมก็จะบอกว่าปกติพวก
00:10:56 → 00:10:58นี้เนี่ยเวลาเรารักษาเนี่ยเราต้องรักษา
00:10:58 → 00:11:01อย่างน้อย 3 เดือนไม่เห็นผลดีๆเลยโรค
00:11:01 → 00:11:04เรื้อรังใช้เวลา 3 เดือนนะครับเร็วกว่า
00:11:04 → 00:11:06นั้นก็ได้ช้ากว่านั้นก็ได้แต่ทิศทางเราจะ
00:11:06 → 00:11:09รู้เลยว่าดีขึ้นหรือไม่ซึ่งที่ผ่านมา
00:11:09 → 00:11:13เนี่ยเวลาเรารักษาตามแพลนหรือ 3 เดือน
00:11:13 → 00:11:16เนี่ยมึงไม่เคยคอมเพลนเลยดูจากประวัติ
00:11:16 → 00:11:19เนี่ยคุณหายดีตลอดพอนัดห่างเพราะว่าคุณ
00:11:19 → 00:11:23หายดีคุณก็ค่อยๆหยุดยาเองกลับมากำเริบ
00:11:24 → 00:11:26ใหม่คุณก็มาเริ่มลืมเดิม
00:11:26 → 00:11:29เห็นไหมครับพออ่านมาก็จะเป็นประมาณนี้
00:11:29 → 00:11:32งั้นสำหรับคนไข้รายนี้ผมก็แนะนำว่าเมื่อ
00:11:32 → 00:11:36กลับมาเป็นใหม่อย่าเพิ่งอ่านปรึกษาแพทย์
00:11:36 → 00:11:40ก่อนนะครับเขาซักประวัติเขาตรวจร่างกาย
00:11:40 → 00:11:43เขาสงสัยอะไรให้เขาเขียนเราไปอ่านต่อก็
00:11:43 → 00:11:44ได้ครับ
00:11:44 → 00:11:48โอเคไหมครับงั้นคนไข้คนนี้ก็ใช้เวลาอยู่
00:11:48 → 00:11:51สักพักก็จะให้เขาหายป่วยรู้สึกหายป่วย
00:11:51 → 00:11:55สุดท้ายก็โอเคนะครับก็ส่องกล้องก็ไม่เจอ
00:11:55 → 00:11:58อะไรอีกนะครับเหมือนเดิมครับสุดท้ายเขาก็
00:11:58 → 00:12:01เสียเงินส่องกล้องที่ส่งไปทำนู่นทำนี่ก็
00:12:01 → 00:12:05เสียเงินเป็นเงินเป็นทองเสียเวลา
00:12:05 → 00:12:09ดังนั้นเมื่อคือความรู้เป็นเรื่องที่ดีนะ
00:12:09 → 00:12:13ครับแต่ความรู้ผิดบทผิดเวลาเนี่ยก็อาจจะ
00:12:13 → 00:12:16ทำให้ถ้าเกิดปัญหาได้โดยเฉพาะทางการแพทย์
00:12:16 → 00:12:20ผมพูดเสมอว่ามันเปรียบเสมือนเข้าป่ามัน
00:12:20 → 00:12:23กว้างมากถ้าเราไม่มีใครไกด์เลยก็จะลำบาก
00:12:23 → 00:12:27หวังว่าคงได้ประโยชน์นะครับดังนั้นสุด
00:12:27 → 00:12:30ท้ายถ้าอยากจะแนะนำนะครับก็คงจะแนะนำ
00:12:30 → 00:12:34ประมาณนี้ว่ารู้เป็นเรื่องที่ดีรู้เป็น
00:12:34 → 00:12:38เรื่องที่ปกป้องเราเป็น protective มัน
00:12:38 → 00:12:42canism ดีครับแต่ผมแนะนำว่าถ้าเราป่วย
00:12:42 → 00:12:46ปรึกษาแพทย์ก่อนแล้วค่อยอ่านนะครับหวัง
00:12:46 → 00:12:50ว่าเราคงจะหายป่วยแล้วเจอกันใหม่อาทิตย์
00:12:50 → 00:12:51หน้าสวัสดีครับ
00:12:51 → 00:12:58[เพลง]