00:00:00 → 00:00:057 โรคร้ายที่ต้องระวังเมื่อท่านต้องการที่จะดื่มกาแฟ
00:00:13 → 00:00:15สวัสดีครับ ผมหมอท๊อป และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:15 → 00:00:18รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระ
00:00:20 → 00:00:22วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง
00:00:22 → 00:00:287 โรคร้ายที่ต้องระวังเมื่อท่านต้องการที่จะดื่มกาแฟ
00:00:28 → 00:00:30กาแฟในปัจจุบันมันเป็นอะไรที่ผมว่า
00:00:30 → 00:00:32แทบจะอยู่ในชีวิตประจำวันของเราเลย
00:00:32 → 00:00:34การดื่มกาแฟที่เป็นเรื่องปกติมากๆ
00:00:34 → 00:00:37แต่ก็มีสิ่งที่เราจะต้องระวังใช่ไหม
00:00:37 → 00:00:42และนี่คือ 7 โรคร้ายที่ท่านจะต้องระวังเมื่อท่านจะดื่มกาแฟ
00:00:42 → 00:00:43ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:43 → 00:00:46กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:00:46 → 00:00:47สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย
00:00:47 → 00:00:50ผมขออนุญาตให้กระโดดไปดูที่ 3 นาทีสุดท้ายเลย
00:00:50 → 00:00:52ผมสรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
00:00:52 → 00:00:55ส่วนท่านที่มีเวลา เราไปพร้อมๆ กันเลย
00:00:56 → 00:00:58สำหรับเรื่องของการดื่มกาแฟ
00:00:58 → 00:01:03มันเป็นอะไรที่อยู่กับคนในยุคปัจจุบันแล้ว
00:01:03 → 00:01:07คือตื่นเช้ามาดื่มกาแฟ เที่ยงดื่มกาแฟ เย็นดื่มกาแฟ
00:01:07 → 00:01:10กลายเป็นเรื่องปกติ เหมือนกินน้ำเลยบางคนนะ
00:01:10 → 00:01:12กินแบบวันนึง 3 4 5 แก้ว มันก็เยอะ
00:01:12 → 00:01:15กาแฟก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
00:01:15 → 00:01:20และตอนนี้มันก็มีโรคหลายๆ โรค ถ้าเราจะดื่มกาแฟเราต้องระวัง
00:01:20 → 00:01:24วันนี้ผมจะมาบอก 7 โรคที่ท่านจะต้องระวังเลย
00:01:24 → 00:01:29ถ้าท่านจะดื่มกาแฟ ไม่ได้ห้ามดื่มแต่ให้ระวัง
00:01:29 → 00:01:33โรคแรก นั่นก็คือโรคหัวใจและหลอดเลือดนั่นเอง
00:01:33 → 00:01:39ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย หลอดเลือดหัวใจตีบ
00:01:39 → 00:01:45หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นเร็วเกินไป หัวใจเต้นช้าเกินไป
00:01:45 → 00:01:50ทุกๆ หัวใจ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับหัวใจเมื่อท่านดื่มกาแฟ
00:01:50 → 00:01:53กาแฟนั้นมันก็มีสารต่างๆ
00:01:53 → 00:01:57โดยเฉพาะสารคาเฟอีนที่จะกระตุ้นให้หัวใจของเรา
00:01:57 → 00:02:02มีภาวะการเต้นที่ผิดปกติไปจากเดิม อาจจะเต้นเร็วขึ้น
00:02:02 → 00:02:07อาจจะมีการเต้นของหัวใจที่เป็นการเต้นแปลกๆ ที่แทรกขึ้นมา
00:02:07 → 00:02:09บางทีจะทำให้เรารู้สึกใจสั่น
00:02:09 → 00:02:12มีบางวันผมดื่มกาแฟมากเกินไปหน่อย
00:02:12 → 00:02:15เช่น แบบไม่มีงานประชุม มีงานเลี้ยง มีงานนู่นมีงานนี่
00:02:15 → 00:02:18กินที 3 แก้ว หรือ 4 แก้ว ซึ่งบางทีมันเยอะไป
00:02:18 → 00:02:22ปกติผมดื่มวันละแก้ว ก็แปลว่าให้มันเยอะเกินไป
00:02:22 → 00:02:24แบบนี้บางครั้งมีใจสั่นขึ้นมาเลย
00:02:24 → 00:02:27สำหรับผู้ที่เป็นคนปกติไม่ได้เป็นโรคหัวใจอะไร
00:02:27 → 00:02:30แบบนี้คงไม่ได้น่ากลัวมาก เดี๋ยวมันก็หายไป
00:02:30 → 00:02:34แต่ถ้าเกิดท่านมีโรคหัวใจสั่น หัวใจผิดปกติอยู่แล้ว
00:02:34 → 00:02:38ไอ้พวกนี้มันจะเป็นซ้ำให้อาการอย่างอื่นมันรุนแรงขึ้น
00:02:38 → 00:02:42เพราะฉะนั้นผมแนะนำว่าท่านที่มีโรคหัวใจต่างๆ
00:02:42 → 00:02:45ดื่มกาแฟได้ไหม บอกดื่มได้
00:02:45 → 00:02:49เพียงแต่ว่าวันนึงไม่อยากจะให้เกิน 200 mg
00:02:49 → 00:02:51ให้จำง่ายๆ 1 แก้วมี 100 mg
00:02:51 → 00:02:54เพราะฉะนั้นวันนึงไม่ควรเกิน 2 แก้ว
00:02:54 → 00:02:58ถ้าท่านเป็นโรคหัวใจที่ยังมีอาการอยู่
00:02:58 → 00:03:02การดื่มวันละแก้วผมว่าเพียงพอและดื่มตอนเช้า
00:03:02 → 00:03:06อย่าดื่มตอนกลางคืนนอนไม่หลับ ยิ่งเป็นโรคหัวใจหนักเลย
00:03:06 → 00:03:07หัวใจเต้นผิดจังหวะอะไรเนี่ย
00:03:07 → 00:03:10บางทีมันเกี่ยวกับการนอนไม่หลับด้วยก็ต้องระมัดระวัง
00:03:10 → 00:03:14อันนี้คือโรคแรกที่ต้องระวัง โรคหัวใจนั่นเอง
00:03:14 → 00:03:19มาต่อกันที่โรคที่ 2 ที่ต้องระวัง ก็คือเรื่องของโรคความดันโลหิตสูง
00:03:19 → 00:03:23ตัวความดันโลหิตสูงเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ
00:03:23 → 00:03:26บอกว่าคนความดันโลหิตสูงห้ามกินกาแฟหรอ บอกไม่ใช่
00:03:26 → 00:03:31ถ้าท่านควบคุมความดันโลหิตได้ดี สามารถดื่มได้เลยกาแฟวันละ 2 แก้ว
00:03:31 → 00:03:35เช้า เที่ยง เย็นไม่เอานะ เดี๋ยวนอนไม่หลับ
00:03:35 → 00:03:38แต่ถ้าท่านควบคุมความดันโลหิตไม่ได้เลย
00:03:38 → 00:03:42ความดันโลหิตสวิงตลอด ทานยาก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว
00:03:42 → 00:03:46ยังควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ ผมแนะนำว่าให้พักกาแฟไว้ก่อน
00:03:46 → 00:03:48เพราะมันอาจจะเป็นสาเหตุ
00:03:48 → 00:03:51หรือเป็นตัวกระตุ้นให้เราควบคุมความดันโลหิตไม่ได้
00:03:51 → 00:03:54และถ้าวันไหนเราโชคร้าย ความดันโลหิตที่เราควบคุมไม่ได้
00:03:54 → 00:03:56พุ่งกระฉูดไปเลย 180 200
00:03:56 → 00:03:59แล้วเส้นเลือดในสมองแตกมามันไม่คุ้มค่าถูกต้องไหม
00:03:59 → 00:04:02เพราะฉะนั้นถ้าท่านควบคุมความดันโลหิตไม่ได้
00:04:02 → 00:04:06ผมแนะนำให้งดกาแฟหรือว่าลดกาแฟ
00:04:06 → 00:04:08และถ้าท่านจะดื่มกาแฟ
00:04:08 → 00:04:13ก็ไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟที่ผสมน้ำตาลมากๆ ผสมครีมเทียมมากๆ
00:04:13 → 00:04:15เพราะว่ามันจะกลายเป็นโรคเบาหวานบ้าง
00:04:15 → 00:04:18เป็นโรคไขมันสูงบ้าง ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เลย
00:04:18 → 00:04:24และนี่ก็คือโรคที่ 2 ที่ต้องระวังโรคความดันโลหิตสูง
00:04:24 → 00:04:29มาต่อกันที่โรคที่ 3 บ้าง นั่นก็คือโรคกระเพาะนั่นเอง
00:04:29 → 00:04:33โรคกระเพาะไม่ได้ถึงกับห้ามดื่มกาแฟ
00:04:33 → 00:04:36เพียงแต่ว่าการดื่มกาแฟเป็นปริมาณค่อนข้างมาก
00:04:36 → 00:04:39จะกระตุ้นให้กรดหลั่งออกมามาก
00:04:39 → 00:04:42เมื่อกรดหลั่งออกมามากก็มีโอกาสที่
00:04:42 → 00:04:45กระเพาะของเราจะโดนกรดทำร้ายมากขึ้น
00:04:45 → 00:04:47สำหรับคนปกติที่ไม่เป็นโรคกระเพาะ
00:04:47 → 00:04:49การที่มีกรดหลั่งออกมามากกว่าปกติ
00:04:49 → 00:04:52ร่างกายเราจะมีสารเคลือบอยู่ในกระเพาะ
00:04:52 → 00:04:55ซึ่งมันจะป้องกันอยู่แล้ว แล้วร่างกายแล้วก็จะขจัดกรดนี้ไป
00:04:55 → 00:04:59หรือว่าอาหารที่เรากินมันก็ใช้กรดหมดไป
00:04:59 → 00:05:04แต่ถ้าท่านไหนที่เป็นโรคกระเพาะมากๆ ไม่หายสักที
00:05:04 → 00:05:07การดื่มกาแฟ พอมันกระตุ้นการหลั่งกรดออกมา
00:05:07 → 00:05:13กรดมันก็มีโอกาสที่จะไปทำลาย หรือว่าไปทำให้เกิดแผลที่มากขึ้น
00:05:13 → 00:05:17เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นโรคกระเพาะนานๆ เป็นครั้ง
00:05:17 → 00:05:20ควบคุมด้วยดี ดื่มได้กาแฟวันละ 1-2 แก้ว
00:05:20 → 00:05:27แต่ถ้าท่านเป็นโรคกระเพาะทุกวันเลย ทุก 3-4 วัน ปวดท้องอย่างนี้
00:05:27 → 00:05:33ไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟ อาจจะลดก่อนแล้วก็รีบไปพบแพทย์ไปตรวจ
00:05:33 → 00:05:36และถ้ามีอายุมากๆ แนะนำให้ไปส่องกล้อง
00:05:36 → 00:05:38เพราะว่ามันอาจจะมีโรคอะไรซ่อนอยู่ก็ได้
00:05:38 → 00:05:42ถ้าเราเป็นโรคกระเพาะเพียงอย่างเดียว เดี๋ยวนี้ก็มียารักษาให้หายขาด
00:05:42 → 00:05:46เพราะบางครั้งก็เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า H. Pylori
00:05:46 → 00:05:49ต้องกินยาฆ่าเชื้อถึงหายโรคกระเพาะ
00:05:49 → 00:05:52กินยาโรคกระเพาะอย่างเดียวไม่หาย
00:05:52 → 00:05:55นี่คือโรคที่ 3 โรคกระเพาะนั่นเอง
00:05:56 → 00:06:02มาต่อกันที่โรคที่ 4 ที่เมื่อท่านจะดื่มกาแฟแล้วต้องระวัง
00:06:02 → 00:06:04นั่นคือโรคต้อหินนั่นเอง
00:06:04 → 00:06:07โรคต้อหินมันจะทำให้เราเกิดอาการปวดตามาก
00:06:07 → 00:06:11ตาเบลอ มองไม่เห็นมองไม่ชัด และมีความดันในลูกตาสูง
00:06:11 → 00:06:16ถ้าเป็นมากๆ อาจจะถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้เลย
00:06:16 → 00:06:18เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังมาก
00:06:18 → 00:06:22ตัวกาแฟจะกระตุ้นให้ความดันในลูกตาสูงขึ้น
00:06:22 → 00:06:25อาการที่เป็นต้อหินจึงสูงขึ้น
00:06:25 → 00:06:29เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นต้อหินยังไม่ได้รับการรักษาใดๆ
00:06:29 → 00:06:32หรือว่ายังไม่รับการดูแลที่ถูกต้องจากแพทย์
00:06:32 → 00:06:38หรือมีอาการมากก็แนะนำให้งดกาแฟ หรือเครื่องดื่มกลุ่มที่มีคาเฟอีน
00:06:38 → 00:06:43เพื่อไม่ให้ความดันในลูกตานั้นจนเกินไป
00:06:43 → 00:06:47มาต่อกันที่โรคที่ 5 ก็เป็นโรคที่น่ากลัวเหมือนกัน
00:06:47 → 00:06:51นั่นก็คือโรคการขาดวิตามิน บี1
00:06:51 → 00:06:55วิตามิน บี1 เวลาขาดเราจะเป็นพวกเหน็บชา
00:06:55 → 00:07:01ซึ่งผมว่าคนไทยเราเป็นกันเยอะนะ เหน็บชาเต็มไปหมด
00:07:01 → 00:07:04แต่จริงๆ อาจจะไม่ได้ขาดวิตามิน บี1 นะ
00:07:04 → 00:07:07บางทีนั่งทับมือนั่งทับเท้าไม่ค่อยขยับตัว มันก็ชาเหมือนกัน
00:07:07 → 00:07:12ต้องไปตรวจโรค ไปตรวจเลือดดูว่ามันขาดวิตามิน บี1 จริงๆ หรือเปล่า
00:07:12 → 00:07:16ถ้าเมื่อไหร่ท่านขาดวิตามิน บี1 จริงๆ การดื่มกาแฟ
00:07:16 → 00:07:18ผมบอกเลยว่าอาจจะเป็นข้อห้ามเลย
00:07:18 → 00:07:22เพราะว่าตัวกาแฟจะขัดขวางการดูดซึมวิตามิน บี1
00:07:22 → 00:07:26จากอาหารที่ท่านทานเข้าไป เพราะฉะนั้นมันก็ยิ่งขาดเข้าไปอีก
00:07:26 → 00:07:31ไม่พอ ตัวกาแฟมันมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
00:07:31 → 00:07:34ก็จะยิ่งทำให้วิตามินต่างๆ ที่ละลายในน้ำ
00:07:34 → 00:07:37โดนขับออกทางปัสสาวะ ก็ยิ่งขาดวิตามินเข้าไปอีก
00:07:37 → 00:07:43เพราะฉะนั้นก็ต้องระมัดระวังกันจริงๆ สำหรับผู้ป่วยที่ขาดวิตามิน บี1
00:07:43 → 00:07:50มาต่อกันที่ข้อที่ 6 นั่นก็คือโรคกระดูกพรุนนั่นเอง
00:07:50 → 00:07:55โรคกระดูกพรุนผมว่าเป็นโรคที่พบบ่อยมากๆ ในผู้สูงอายุ
00:07:55 → 00:07:58และโดยเฉพาะเพศหญิงจะพบมากกว่าเพศชาย
00:07:58 → 00:08:00เพราะมันเกี่ยวกับฮอร์โมนต่างๆ
00:08:00 → 00:08:03แล้วก็เกี่ยวกับการเก็บแคลเซียมไว้ในร่างกาย
00:08:03 → 00:08:07ซึ่งการดื่มกาแฟจะทำให้มีภาวะกระดูกพรุนที่มากขึ้น
00:08:07 → 00:08:11เพราะว่ามันเกี่ยวกับการจัดเก็บแคลเซียมนั่นเองไอ้ตัวกาแฟ
00:08:11 → 00:08:14เราไม่ต้องไปซีเรียสนะว่ามันไปทำอะไรกับแคลเซียม
00:08:14 → 00:08:17มันดูด มันเก็บ มันปล่อย เราไม่ได้ไปสอบ
00:08:17 → 00:08:22เรารู้อย่างเดียวว่าการดื่มกาแฟจะทำให้มีภาวะโรคกระดูกพรุนมากขึ้น
00:08:22 → 00:08:26ถ้าท่านไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ได้รับแคลเซียมที่ถูกต้อง
00:08:26 → 00:08:31มีอายุมากขึ้น ไม่เคยเสริมแคลเซียม ไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟ
00:08:31 → 00:08:34แต่ถ้าแนะนำจริงๆ ควรทานแคลเซียมเสริม
00:08:34 → 00:08:37จะได้มีกระดูกที่แข็งแรง แล้วจะได้ดื่มกาแฟได้ด้วย
00:08:37 → 00:08:40แต่ยังไงก็ตามไม่ควรเกินวันละ 1-2 แก้ว
00:08:40 → 00:08:42ก็คือประมาณ 200 mg นั่นเอง
00:08:42 → 00:08:47มาต่อกันที่โรคสุดท้าย โรคที่ 7 จริงๆ ก็ไม่ใช่โรค
00:08:47 → 00:08:49นั่นก็คือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์นั่นเอง
00:08:49 → 00:08:52คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ถ้าดื่มกาแฟ
00:08:52 → 00:08:55หรือคาเฟอีนมากเกินไป 200 มิลลิกรัมต่อวัน
00:08:55 → 00:08:59จะทำน้ำหนักตัวของลูกที่เรารักมากๆ
00:08:59 → 00:09:03คลอดออกมาน้ำหนักตัวน้อยผิดปกติ ซึ่งก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย
00:09:03 → 00:09:07เพราะฉะนั้นก็ไม่แนะนำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ดื่มกาแฟ
00:09:07 → 00:09:11หรือชาเย็น ชาไข่มุก ชาอะไรก็ตามที่ชอบทานกัน
00:09:11 → 00:09:13ก็ต้องงดเพื่อลูกของเรา
00:09:13 → 00:09:17และนี่ก็คือ 7 โรคร้ายที่ต้องระวังเมื่อท่านจะดื่มกาแฟ
00:09:18 → 00:09:21คราวนี้ผมขออนุญาตสรุป
00:09:21 → 00:09:277 โรคร้ายที่ต้องระวังเมื่อท่านจะดื่มกาแฟ
00:09:27 → 00:09:30ก็เป็นอะไรที่เขาเรียกว่าคลาสสิคนะการดื่มกาแฟ
00:09:30 → 00:09:34แล้วก็แทบจะเป็นชีวิตประจำวันของเราไปแล้วในตอนนี้
00:09:34 → 00:09:36โรคที่ต้องระมัดระวัง
00:09:36 → 00:09:39โรคแรกก็คือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคหัวใจขาดเลือด
00:09:40 → 00:09:42หัวใจเต้นเร็วเกินไป เต้นช้าเกินไป พวกนี้ต้องระวัง
00:09:42 → 00:09:47เพราะว่ากาแฟจะกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะมากขึ้น
00:09:47 → 00:09:51หรืออาจจะเต้นเร็วมากขึ้น ทำให้อาการที่เป็นอยู่แล้วเป็นมากขึ้น
00:09:51 → 00:09:55หัวใจที่ตีบตัน หัวใจที่ขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจที่ตายอยู่
00:09:55 → 00:10:00อาจจะมีภาวะที่เป็นมากขึ้น ก็ต้องระมัดระวัง
00:10:00 → 00:10:05ดื่มได้แต่แนะนำไม่เกินวันละ 1-2 แก้ว ก็คือ 100-200 mg
00:10:05 → 00:10:06ถ้าท่านยังควบคุมโรคต่างๆ ได้ไม่ดี
00:10:06 → 00:10:10ผมแนะนำว่าเต็มที่ก็ 1 แก้วพอ ตอนเช้า
00:10:10 → 00:10:14มาต่อกันที่โรคที่ 2 นั่นก็คือโรคความดันโลหิตสูง
00:10:14 → 00:10:16สำหรับผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตสูงได้ดี
00:10:16 → 00:10:19ท่านจะดื่มวันละ 1-2 แก้ว ไม่ว่ากัน
00:10:19 → 00:10:22แต่ถ้าท่านควบคุมความดันโลหิตสูงได้ไม่ดีเลย
00:10:22 → 00:10:24ผมแนะนำให้งดกาแฟไปก่อน
00:10:24 → 00:10:29เพราะมันอาจจะเป็นสาเหตุที่ท่านควบคุมความดันโลหิตสูงได้ไม่ดีนั่นเอง
00:10:29 → 00:10:32มาต่อกันที่โรคที่ 3 นั่นก็คือโรคกระเพาะ
00:10:32 → 00:10:35สำหรับผู้ป่วยที่นานๆ เป็นโรคกระเพาะที
00:10:35 → 00:10:38จะดื่มกาแฟก็ไม่ว่ากัน วันละ 1-2 แก้ว
00:10:38 → 00:10:43แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามท่านเป็นโรคกระเพาะมันทุกวี่ทุกวันรักษาไม่หายสักที
00:10:43 → 00:10:45กาแฟอาจจะเป็นสาเหตุ
00:10:45 → 00:10:49เพราะตัวกาแฟจะกระตุ้นให้หลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากกว่าปกติ
00:10:49 → 00:10:52ดังนั้นแนะนำให้งดกาแฟและรีบพบแพทย์
00:10:52 → 00:10:58ถ้าท่านยิ่งอายุเยอะส่องกล้องดูกระเพาะอาหาร ดูซิมีโรคอะไรแอบอยู่
00:10:58 → 00:11:02มาต่อกันที่โรคที่ 4 อันนี้ก็อันตรายนั่นก็คือโรคต้อหิน
00:11:02 → 00:11:04ก็คือความดันในลูกตาสูง
00:11:04 → 00:11:08ซึ่งถ้าเป็นมากๆ อาจจะตาบอดได้เลย อันตรายสุดๆ
00:11:08 → 00:11:12และตัวกาแฟจะทำให้ความดันในลูกตามากขึ้น
00:11:12 → 00:11:15ถ้าท่านเป็นโรคต้อหิน ยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
00:11:15 → 00:11:20แล้วมีอาการปวดตาอยู่ตลอด ตาพล่าตาเบลอกาแฟผมขออนุญาตให้งดก่อน
00:11:20 → 00:11:25และไปรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่งั้นอาจจะตาบอดได้เลยทีเดียว
00:11:25 → 00:11:29มาต่อกันที่โรคที่ 5 อันนี้ก็น่ากลัวเหมือนกัน
00:11:29 → 00:11:32นั่นก็คือภาวะขาดวิตามิน บี1
00:11:32 → 00:11:36ก็คือจะมีภาวะเหน็บชาต่างๆ จากการขาดวิตามิน บี1
00:11:36 → 00:11:41ตัวกาแฟมันจะไปยับยั้งการดูดซึมวิตามิน บี1 เข้าร่างกาย
00:11:41 → 00:11:45เพราะฉะนั้นถ้าท่านเป็นโรคภาวะขาดวิตามิน บี1 จริงๆ
00:11:45 → 00:11:48ไม่ใช่แค่เหน็บชาเฉยๆ ต้องเหน็บชาแล้วไปตรวจว่า
00:11:48 → 00:11:52ไอ้วิตามินบีมันขาด ก็แนะนำให้งดกาแฟ
00:11:52 → 00:11:56เพราะไม่พอที่กาแฟมันจะไปยับยั้งการดูดซึม
00:11:56 → 00:12:01มันยังทำให้วิตามินที่ละลายน้ำต่างๆ ของเรา
00:12:01 → 00:12:05ขับออกทางปัสสาวะมากกว่าเดิมด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่เลยทีเดียว
00:12:05 → 00:12:11มาต่อกันที่โรคที่ 6 อันนี้พบมากเลยในผู้สูงอายุโดยเฉพาะเพศหญิง
00:12:11 → 00:12:14นั่นก็คือภาวะกระดูกพรุนนั่นเอง
00:12:14 → 00:12:21ตัวกาแฟและคาเฟอีนจะทำให้แคลเซียมในกระดูกของเราลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
00:12:21 → 00:12:25เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุน ผมไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟ
00:12:25 → 00:12:32และแนะนำให้ทานแคลเซียมเสริมทั้งจากยาและทั้งจะอาหารให้พอเพียง
00:12:32 → 00:12:35และเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีมวลกระดูกที่ยอดเยี่ยม
00:12:35 → 00:12:38แล้วท่านก็กลับมาดื่มกาแฟได้เหมือนเดิม
00:12:38 → 00:12:43มาต่อกันที่โรคที่ 7 โรคสุดท้าย ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่โรคเท่าไหร่
00:12:43 → 00:12:46นั่นก็คือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่นั่นเอง
00:12:46 → 00:12:54คุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่ไม่แนะนําให้ดื่มน้้ำที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนเลย
00:12:54 → 00:12:56เพราะอะไร เพราะว่าตัวคาเฟอีนนี่แหละ
00:12:56 → 00:13:00จะไปทำให้ลูกรักในครรภ์ของคุณแม่
00:13:00 → 00:13:05เวลาคลอดออกมามีน้ำหนักน้อยหรือต่ำกว่าเกณฑ์
00:13:05 → 00:13:09ซึ่งจะทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย ร่างกายไม่แข็งแรง
00:13:09 → 00:13:12คุณแม่ก็คงไม่แฮปปี้ใช่ไหม เวลาเราคลอดลูกทั้งที
00:13:12 → 00:13:16เราก็อยากให้ลูกแล้วอ้วนจ้ำม่ำน่ารักอะไรประมาณนั้น
00:13:16 → 00:13:20แต่จะอ้วนไปนะ เอาพอดีๆ เพราะฉะนั้นคาเฟอีนก็คงต้องงด
00:13:20 → 00:13:25ในไหนบ้าง กาแฟ ชา ชานมไข่มุก
00:13:25 → 00:13:29พวกนี้ก็ต้องงดนิดนึง หรือว่าพวกน้ำอัดลมต่างๆ
00:13:29 → 00:13:35ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการดื่มกาแฟและรอดพ้นจากโรคร้ายต่างๆ
00:13:35 → 00:13:38ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:13:38 → 00:13:41กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ