00:00:00 → 00:00:03ก็สวัสดีครับวันนี้ผมจะพูดเรื่องของฟิซอย
00:00:03 → 00:00:06นะครับหรือว่าน้ำมันปลานั่นเองนะที่หลายๆ
00:00:06 → 00:00:08คนคงได้ยินไหว้วันนี้อาหารเสริมที่เป็น
00:00:08 → 00:00:11น้ำมันปลานะครับบางคนอาจจะได้ยินในรูปของ
00:00:11 → 00:00:14epa dha อย่างนี้เป็นต้นนะครับมันคือ
00:00:14 → 00:00:16อะไรนะครับมีประโยชน์อย่างไรบ้างนะครับ
00:00:16 → 00:00:19แล้วก็มันมีอะไรที่เราต้องกังวลไหมเรา
00:00:19 → 00:00:20จำเป็นจะต้องกินหรือเปล่าถ้าเรากินแล้ว
00:00:20 → 00:00:23ต้องกินขนาดเท่าไหร่นะครับวันนี้ก็จะเล่า
00:00:23 → 00:00:25เรื่องให้ฟังนะครับพบกับผมนะครับในการ
00:00:25 → 00:00:27ธานีธนียวันนะครับเป็นอาจารย์แพทย์อยู่
00:00:27 → 00:00:29ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานะครับเชี่ยวชาญโรค
00:00:29 → 00:00:32ปอดการปลูกถ่ายปอดและวิจิตรสมบัตินะครับ
00:00:32 → 00:00:34ก่อนอื่นเลยนะครับคำว่า Fit EV หรือน้ำ
00:00:34 → 00:00:37มันปลาตัวนี้นะครับมันเป็นคนละอย่างกัน
00:00:37 → 00:00:39น้ำมันตับปลานะครับไม่เช่นอันเดียวกันนะ
00:00:39 → 00:00:42ครับน้ำมันปลาหรือน้ำมันปลานะครับแล้วที่
00:00:42 → 00:00:44สำคัญคือมันไม่ได้มีอยู่เฉพาะในปลาอย่าง
00:00:44 → 00:00:47เดียวนะฮะมันมีมากในตัวด้วยเช่นพวกอาหาร
00:00:47 → 00:00:51ทะเลต่างๆพวกกุ้งหอยเนี่ยนะครับก็สามารถ
00:00:51 → 00:00:54ที่จะเจอน้ำมันปลาได้นะฮะแล้วก็ยังไปเจอ
00:00:54 → 00:00:56ในสัตว์ทั่วๆไปอีกนะครับเพียงแต่ว่า
00:00:56 → 00:00:58ปริมาณของมันเนี่ยอาจจะน้อยกว่าในกลางนะ
00:00:58 → 00:01:02ครับที่นี่ค่าน้ำมันปลาเนี่ยมันมีตัวอะไร
00:01:02 → 00:01:06อยู่ในนั้นนะครับมันก็จะมีกรดไขมันที่ไม่
00:01:06 → 00:01:09อิ่มตัวนะครับเรียกว่าโพลิเอสเตอร์สตี
00:01:09 → 00:01:11Acid นะครับโพลี่ก็แต่ว่าหลายๆ
00:01:11 → 00:01:13unstressed ก็คือไม่อิ่มตัวนะครับ fatty
00:01:13 → 00:01:16Acid คือกรดไขมันนะครับมันมีกรดไขมันที่
00:01:16 → 00:01:20มีความไม่อิ่มตัวสูงมากๆนะฮะซึ่งตรงเนี้ย
00:01:20 → 00:01:24มันคืออะไรนะครับมันมี 2 ชนิดหลักๆด้วย
00:01:24 → 00:01:26กันนะครับที่มันจะอยู่ในตัวนะอาหารเสริม
00:01:26 → 00:01:29แล้วก็ก็อยู่ในน้ำมันปลานะครับก็คือตัว
00:01:29 → 00:01:32ดีเอสเอกับจีพีเอนะครับเราอาจจะเคยได้ยิน
00:01:32 → 00:01:35ชื่อแต่เราก็คงไม่รู้ว่าอ้ะมันคืออะไรกัน
00:01:35 → 00:01:39แน่นะครับ 2 ตัวนี้เนี่ยมันก็จะเป็นกรดไข
00:01:39 → 00:01:42มันที่ไม่มีความอิ่มตัวสูงมากๆนะครับน่ะ
00:01:42 → 00:01:45กดไขมันไม่อิ่มตัวสูงนะฮะแล้วมันมีอีก
00:01:45 → 00:01:47ชื่อหนึ่งก็คือ 2 ตัวนะครับมันเป็นอยู่ใน
00:01:47 → 00:01:50กลุ่มที่เราเรียกว่าโอเมก้า 3 นะเริ่มคุณ
00:01:50 → 00:01:53ๆนะครับโอเมก้า 3 นี้ก็คือบางคนบอกว่า
00:01:53 → 00:01:55เอ่อน้ำมันปลามีโอเมก้า 3 สูงนะครับ
00:01:55 → 00:01:59โอเมก้า 3 อย่างก็คือเป็นการแบ่งตาม
00:01:59 → 00:02:03ลักษณะก็กดขายมันอีกต่อนึงนะครับโดยที่มา
00:02:03 → 00:02:06ของมันก็คือโดยตรงนี้ถ้าเกิดว่าใครที่ไม่
00:02:06 → 00:02:08อยากจะเข้าใจเรื่องของเคมีนั้นข้ามไปก่อน
00:02:08 → 00:02:11เลยได้นะครับต้อมข้ามไปตรงที่จะพูดถึง
00:02:11 → 00:02:14เรื่องเรื่องหลักๆของน้ำมันปลาได้เลยนะ
00:02:14 → 00:02:16ครับแต่ถ้าอยากจะเข้าใจว่ามันคือชื่อ
00:02:16 → 00:02:19พรุ่งนี้มันมาจากไหนก็ฟังต่อก่อนนะครับ
00:02:19 → 00:02:23อ่ะโอเมก้า 3 เนี่ยนะครับโอเคก้าแปลว่า
00:02:23 → 00:02:27มันนับเอาตรงที่พันธะคู่ๆนะครับระหว่าง
00:02:27 → 00:02:30คาร์บอนนะครับคือไอ้กดไขมันเนี่ยมันจะมี
00:02:30 → 00:02:32คาร์บอนอยู่หลายๆโมเลกุลนะครับแล้วถ้าเรา
00:02:32 → 00:02:36นับไปตำแหน่งที่ 3 แล้วเจอว่าตำแหน่งที่ 3
00:02:36 → 00:02:38เนี่ยมันมีพันธะคู่อยู่ตรงนั้นเนี่ยเราจะ
00:02:38 → 00:02:41เรียกโอเมก้า 3 นะครับแต่ถ้าพันธะคู่
00:02:41 → 00:02:43ตำแหน่งแรกของมันไปอยู่ที่ตำแหน่งที่หก
00:02:43 → 00:02:45กันนี้เราจะเรียกว่าโอเมก้า 6 อ่าอย่าง
00:02:45 → 00:02:48นี้เป็นต้นนะครับงั้น Omega นะคือเป็นการ
00:02:48 → 00:02:50แสดงตำแหน่งแรกของพันธะคู่ที่มีอยู่ใน
00:02:50 → 00:02:54โมเลกุลที่จะเอากันพูดถึงในที่นี้ก็คือ
00:02:54 → 00:02:58ตัวตัวเรื่องของกฎหมายมานั้นเองนะครับที
00:02:58 → 00:03:02นี้ชื่ออีพีเอสออกมาจากอะไรนะครับมาจากคำ
00:03:02 → 00:03:03ว่าไอโคซาเพนทาอีโนอิก
00:03:03 → 00:03:07Acid นะครับไอโคซานิราบาวแปลว่า 20 นะ
00:03:07 → 00:03:08ครับ
00:03:08 → 00:03:1121คืออะไร 20 ก็คือมีคาร์บอน 20 บาท homme
00:03:11 → 00:03:15นะครับเช่นใจ No อีกเช่นต่างแปลว่าฮ่าฮ่า
00:03:15 → 00:03:18นี่คืออะไรห้าคือจำนวนพันธะคู่นะครับการ
00:03:18 → 00:03:21ที่มีพันธะคู่มากกว่า 1 อันเนี่ยจะเป็น
00:03:21 → 00:03:24การบอกว่ากรดไขมันชนิดนั้นเป็นกรดไขมัน
00:03:24 → 00:03:29ชนิดที่ไม่อิ่มตัวนะครับถ้ามี Poly
00:03:29 → 00:03:31unsaturated Fat หมายความว่ามีความไม่
00:03:31 → 00:03:34อิ่มตัวสูงก็จะต้องแปลว่ามีพันธะคู่มาก
00:03:34 → 00:03:37กว่า 1000 ถ้าขึ้นไปนะครับในกรณีของอีพี
00:03:37 → 00:03:40เอหรือไอโคสับกันโดยงานเสร็จเนี่ยนะครับ
00:03:40 → 00:03:43มันก็จะต้องมีพันธะคู่เท่าไหร่ครับ 5 นะ
00:03:43 → 00:03:46ครับเป็นตาแปลว่า 5 I go Store 20
00:03:46 → 00:03:47ตัวแรกเนี่ยจะหมายถึงจำนวนคาร์บอนที่มี
00:03:47 → 00:03:50ทั้งหมดก็คือ 20 ตัวนะครับแล้วเป็นตายคือ
00:03:50 → 00:03:53ตัวที่มาต่อท้ายเนี่ยก็แปลว่ามี 5 นะครับ
00:03:53 → 00:03:55คือมีพันธะคู่ทั้งหมด 5 อ่านนะครับแล้ว
00:03:55 → 00:03:58เนี้ยมันเป็นโอเมก้า 3 แปลว่าพันธะคู่ของ
00:03:58 → 00:04:01มันทะแรกเลยก็คือพันธุ์ข้อที่ 3 นะครับ
00:04:01 → 00:04:05อย่างนี้เป็นต้นนะที่ต่อไปก็คือเป็น bha
00:04:05 → 00:04:09คืออะไร doko ศาสตร์เทคไซโนอีก 50 นะครับ
00:04:09 → 00:04:12ดูโคซาเนี่ยมันแปลว่า 22 นะครับเราก็แฮก
00:04:12 → 00:04:163แปลว่า 6 นะครับก็เหมือนเดิมนะครับไอ้
00:04:16 → 00:04:18ตัวแรกคือจำนวนคาร์บอนนะครับก็ตัวหลังก็
00:04:18 → 00:04:21คือจำนวนพันธะคู่นะครับยกโทรศัพท์เรา 22
00:04:21 → 00:04:23กับเราว่ามีคาร์บอนทั้งหมด 22 ตอบนะครับ
00:04:23 → 00:04:26แล้วก็แท็กสระนี้เป็นจำนวนพันห้าคู่ก็แปล
00:04:26 → 00:04:30ว่ามีจำนวนพันธะกูทั้งหมด 6 อันนะครับอ่ะ
00:04:30 → 00:04:332 ตัวนี้เนี่ยมันดีอย่างไรนะครับ
00:04:33 → 00:04:37คือทั้งสองตัวนี้มันมีความเกี่ยวข้องกับ
00:04:37 → 00:04:40พวกเยิ้มเสียวต่างๆในตามหลอดเลือดนะครับ
00:04:40 → 00:04:43แล้วก็ที่สมองของเรานะครับก็เลยเป็นที่มา
00:04:43 → 00:04:46ของการที่ว่าถ้ามีพวกนี้อยู่ในเซลล์ใน
00:04:46 → 00:04:49ผนังเซลล์แล้วก็ในสมองเยอะเนี่ยมันน่าจะ
00:04:49 → 00:04:52มีความเกี่ยวข้องกับพัฒนาการต่างๆรวมทั้ง
00:04:52 → 00:04:55เรื่องของสมองแล้วก็เรื่องของหลอดโลกก็
00:04:55 → 00:04:57หลอดเลือดหัวใจต่างๆนะครับพวกนี้เป็นต้น
00:04:57 → 00:05:01นะฮะนั้นตรงนี้ก็เลยเป็นที่มาขอคือการที่
00:05:01 → 00:05:05เรามีความสนใจขนาดนะครับเราต่อไปก่อนนะ
00:05:05 → 00:05:10ครับถ้าเรามีการก็ประธานของพวกนี้เข้าไป
00:05:10 → 00:05:13ที่มีน้ำมันปลานะครับก็คือมีดีเอสเอกับ
00:05:13 → 00:05:17อีก EPS สูงนะครับสิ่งที่เราคิดว่ามันน่า
00:05:17 → 00:05:20จะได้ผลก็คือการไปทำให้อวัยวะโดยเฉพาะ
00:05:20 → 00:05:23สมองหลอดเลือดแล้วก็หัวใจมันดีขึ้นแล้ว
00:05:23 → 00:05:25อาจจะมีผลด้านอื่นๆด้วยนะครับเดี๋ยวผมจะ
00:05:25 → 00:05:28เล่าต่อไปนะครับถ้าเราทานเข้าไปสิ่งที่
00:05:28 → 00:05:31เกิดขึ้นคืออะไรนะครับตัวนี้นะครับดีที่
00:05:31 → 00:05:33สุดมันจะดูดซึมพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน
00:05:33 → 00:05:37สูงนะครับถ้าเราทานเข้าไปบุ๊คมันจะดูดซึม
00:05:37 → 00:05:41ในรูปของไตรกลีเซอไรด์นะครับไม่แล้วคำว่า
00:05:41 → 00:05:43ไตรกรีเซอไรด์ซึ่งเราได้พูดถึงเป็นไป
00:05:43 → 00:05:45เที่ยวบางคนบอกว่าโอ้อังกฤษสไตล์เป็นไข
00:05:45 → 00:05:48มันที่มันไม่ดีนะครับมามันไม่ดีเลยเรา
00:05:48 → 00:05:50ต้องพยายามรถมันให้มากๆไม่ใช่แล้วนะครับ
00:05:50 → 00:05:53เพราะว่าไอ้สองตัวนี้แหละครับจะต้องดูด
00:05:53 → 00:05:55สูงถูกดูเสนอรูปออกไปกรีเซอไรด์นะครับ
00:05:55 → 00:05:58แล้วพอมันเข้าไปร่างกายแล้วมันไปไหนนะ
00:05:58 → 00:06:02ครับมันก็จะเข้าที่อยู่ตามตำแหน่งต่างๆ
00:06:02 → 00:06:05โดยเฉพาะผนังเซลล์นะครับหรือที่เราเรียก
00:06:05 → 00:06:07ว่า Cell membrane นะครับแล้วก็เข้าไป
00:06:07 → 00:06:09ตรงเนื้อเยื่อไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังของ
00:06:09 → 00:06:11ถ้านั่นแหละครับแล้วอยู่ในรูปอะไรครับ
00:06:11 → 00:06:15อยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์อีกแล้วครับนะ
00:06:15 → 00:06:17ฮะมันจะอยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์นะครับ
00:06:17 → 00:06:21แล้วเวลาเข้าไปในสมองนะครับสมองเนี่ย 20%
00:06:21 → 00:06:24เนี่ยมันจะเป็นโพลเรียก SAT jul atis
00:06:24 → 00:06:28หน้ามันแปลว่า 2 ตัวนี้น่าจะมีความเกี่ยว
00:06:28 → 00:06:31ข้องกับโพลเรียนเซนต์เทเรเตอร์แป๊บเดียว
00:06:31 → 00:06:33เสร็จหรือกรดไขมันไม่อิ่มตัวในสมองและ
00:06:33 → 00:06:36เพราะในสมองมีตังค์ 20% แล้วก็จริงอย่าง
00:06:36 → 00:06:38นั้นนะครับคือไอ้สองตัวนี้มันจะเข้าไป
00:06:38 → 00:06:41อยู่ตรงบริเวณสมองของเราได้นะครับเราเป็น
00:06:41 → 00:06:43เข้าไปอยู่ตรงนั้นมันทำให้เกิดอะไรถ้า
00:06:43 → 00:06:46อยู่ในบริเวณของหลอดเลือดต่างๆนะครับแล้ว
00:06:46 → 00:06:48ก็อยู่ตามพวก cell membrane หรือที่เรา
00:06:48 → 00:06:50เรียกว่าผนังเซลล์นะครับมันก็จะทำให้
00:06:50 → 00:06:53เซลล์ตัวนั้นมีความยืดหยุดนะครับมากกว่า
00:06:53 → 00:06:57ปกตินะฮะก็อาจจะทำให้เรื่องของหัวใจหลอก
00:06:57 → 00:07:00ด้วยมันดีขึ้นได้นะครับแล้วก็นอกคะอันนี้
00:07:00 → 00:07:02เนี่ยคือมันจะมีความเกี่ยวข้องกับการส่ง
00:07:02 → 00:07:05สัญญาณภายในเซลล์ซึ่งตรงนี้ผมจะไม่ลงลึก
00:07:05 → 00:07:07แล้วกันเพราะมันอาจจะเข้าใจยากมาจะมีความ
00:07:07 → 00:07:10เกี่ยวข้องกับสารต่างๆนะครับบางคนอาจจะ
00:07:10 → 00:07:13เป็นนักเรียนใส่เลยคะได้ยินหาพี่ผ้ากัน
00:07:13 → 00:07:16มากเลยนะพวกนี้เป็นต้นนะครับผมพูดไปเล่นๆ
00:07:16 → 00:07:18แล้วกันค่ะอยากจะรู้ก็ไปอ่านเพิ่มเติมว่า
00:07:18 → 00:07:22มันคืออะไรนะครับแล้วก็ก็มีมีตัวอื่นๆ
00:07:22 → 00:07:24เยอะไปหมดเลยนะครับที่อยู่ด้านในเซลล์นะ
00:07:24 → 00:07:26ครับแต่เราไม่ลงเล่นตรงนั้นละกันนะครับ
00:07:26 → 00:07:31การที่มันไปมีผลกับเรื่องของหลอดเลือด
00:07:31 → 00:07:34ต่างๆพวกเนี้ยก็เป็นที่มาของการที่คนรับ
00:07:34 → 00:07:36ประทานเพื่อจะป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือด
00:07:36 → 00:07:40ต่างๆเช่นโรคหลอดเลือดหัวใจนะครับโรคไข
00:07:40 → 00:07:43มันเกาะเลือกนะครับโจ๊กหรือที่เราเรียก
00:07:43 → 00:07:46ว่าเป็นเส้นเลือดอุดตันในสมองแล้วก็ทำให้
00:07:46 → 00:07:49เกิดมาเพื่อขึ้นมานะครับซึ่งก็มีงานวิจัย
00:07:49 → 00:07:52ออกมาหลายตัวซึ่งผมจะทิ้งงานวิจัยให้ท่าน
00:07:52 → 00:07:55ไปหาตัวเองด้วยนะครับว่ามันสามารถที่จะลด
00:07:55 → 00:07:58ภาวะพวกนี้ได้นะครับรถทำให้เรื่องของหัว
00:07:58 → 00:08:01ใจมันทำงานได้ดีขึ้นนะครับมีการเกิดปัญหา
00:08:01 → 00:08:04โรคหัวใจต่างๆนะครับโลกเลยหรือโลกที่มี
00:08:04 → 00:08:07ลิ่มเลือดไปอุดตันของเส้นเลือดหัวใจนะ
00:08:07 → 00:08:10ครับโรคที่ 2 จะสมองตันนะครับมันสามารถ
00:08:10 → 00:08:13ช่วยได้นะครับเพียงแต่ว่าปัญหามันอยู่ตรง
00:08:13 → 00:08:17นี้ครับโดนของฟิซอยที่เราจิ้มนะครับหรือ
00:08:17 → 00:08:20น้ำมันปลาที่เรากินเนี่ยมันจะต้องสูงพอสม
00:08:20 → 00:08:22ควรซึ่งหมายความว่าอยู่ที่ประมาณซัก 2
00:08:22 → 00:08:26ถึง 4 กรัมต่อวันนะฮะ 2.4 กรัมต่อวันนะ
00:08:26 → 00:08:30ครับที่นี้ปัญหามันก็คือพอเรากินขนาดสูง
00:08:30 → 00:08:32แน่สิ่งที่พวกตามมาด้วยที่เค้าเจอในงาน
00:08:32 → 00:08:35วิจัยก็คือว่ามันจะมีโรคหนึ่งที่ตามมา
00:08:35 → 00:08:37ด้วยก็คือโรคหัวใจสั่นพริ้วที่เราเรียก
00:08:37 → 00:08:40ว่า atrial fibrillation นะครับ a
00:08:40 → 00:08:42เปรี้ยวเนี่ยมันแปลว่าหัวหน้าห้องหัวใจ
00:08:42 → 00:08:45ด้านบนนะครับอ่าหัวใจเรามี 4 ห้องนะครับ 2
00:08:45 → 00:08:47ห้องแรกจะเรียกว่าเป็นริโก้นะครับแล้วก็
00:08:47 → 00:08:50ส่งข้อมูลบนเรียกว่าเอเตรียมนะครับเหตุ
00:08:50 → 00:08:52เรื่องซื้อเรชั่นนะครับก็คือเป็นหัวใจ
00:08:52 → 00:08:54ห้องบนเนี่ยถ้าที่ปกติดำ bim ตามจังหวะ
00:08:54 → 00:08:56หัวใจเนี่ยมันเกิดมันดีดนี่ไม่ได้มันก็
00:08:56 → 00:08:58สั่งมั่วๆอย่างนี้นะครับก็ที่มันสั่งแบบ
00:08:58 → 00:09:01เนี้ยจะทำให้มันส่งเลือดว่าตัวมันเองลงไป
00:09:01 → 00:09:03หัวใจด้านล่างได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ
00:09:03 → 00:09:06นี่ก็เลยเป็นปัญหาของคนที่รับประทานขนาด
00:09:06 → 00:09:09สูงซึ่งอาจจะมีปัญหาพวกนี้ฝนมาได้นะครับ
00:09:09 → 00:09:12แล้วก็ยิ่งขนาดสูงโอกาสเกิดเองเพื่อ
00:09:12 → 00:09:14เรชั่นหรือหัวใจสั่งพรุ่งนี้มันก็จะเยอะ
00:09:14 → 00:09:18ตามไปด้วยนะครับเอ่อบางคนก็สงสัยเอะใจ
00:09:18 → 00:09:20สั่งซื้อมันไม่ดียังไงนะครับมันก็มีข้อ
00:09:20 → 00:09:22ไม่ดีหลายๆอย่างนะครับยกตัวอย่างเช่นอาจ
00:09:22 → 00:09:24จะทำให้ท่านใจสั่นนะครับถ้ามันผิวเร็ว
00:09:24 → 00:09:27เกินไปเนี่ยมันทำให้มาส่งสัญญาณมั่วลงไป
00:09:27 → 00:09:29ที่หัวใจห้องล่างนะครับหัวจะเข้าแรกก็ตอบ
00:09:29 → 00:09:31สนองเร็วมากนะครับหัวใจก็จะเป็นเร็วนะ
00:09:31 → 00:09:33ครับเพราะมันเต็มเร็วในบางคนก็จะมีปัญหา
00:09:33 → 00:09:35เรื่องเหนื่อยง่ายนะครับแล้วก็หัวใจวา
00:09:35 → 00:09:38อย่างนี้ก็เป็นไปได้นะฮะอย่างนั้นเราก็
00:09:38 → 00:09:41เลยไม่อยากจะให้มันเกิดภาวะดีขึ้นนะครับ
00:09:41 → 00:09:44นี่ก็คือว่ามันสามารถที่จะป้องกันหรือ
00:09:44 → 00:09:46พรุ่งนี้ได้จริงๆแล้วเอ้ช่วยกดเลชั่นถาม
00:09:46 → 00:09:48ว่าเจอเยอะไหมส่วนใหญ่ไม่ค่อยเยอะนะครับ
00:09:48 → 00:09:50น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของคนที่รับประทาน
00:09:50 → 00:09:51นะครับแล้วก็
00:09:51 → 00:09:55เวลาที่เรารับประทานพวกฟิซอยพวกนี้นะก็
00:09:55 → 00:09:58อาจจะช่วยได้นะครับนั้นอยู่ที่ประมาณซัก 2
00:09:58 → 00:10:00ถึง 4 กรัมเนี่ยกำลังที่เป็นช่วงที่อาหาร
00:10:00 → 00:10:03แนะนำให้รับประทานแต่ทาง fda ของอเมริกา
00:10:03 → 00:10:06นะครับแนะนำว่าถ้าเราไปซื้อมาทานเองนะฮะ
00:10:06 → 00:10:09ไม่ควรที่จะทานเกิน 2 กรัมต่อวันนะครับ
00:10:09 → 00:10:11ไม่ควรที่อ่านกัน 2 กรัมประมาณเพราะว่า
00:10:11 → 00:10:13ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าเรื่องของ Enter
00:10:13 → 00:10:16คลิปเรชั่นซึ่งเขาสงสัยอยู่ด้วยว่ามันอ่า
00:10:16 → 00:10:18จึงมีความเกี่ยวข้องเรื่องนี้นะครับอัน
00:10:18 → 00:10:20นี้คือเรื่องของหลอดเลือดต่างๆแล้วก็
00:10:20 → 00:10:24เรื่องของสมองนะครับที่มันมีซึ่งเลี่ยง
00:10:24 → 00:10:26เส้นเลือดอุดตันพรุ่งนี้ได้นะครับต่อไป
00:10:26 → 00:10:30มันเจออะไรเพิ่มกันอีกนะครับแล้วมันปลา
00:10:30 → 00:10:33ตัวนี้นะครับมันจะช่วยลดความดันของเราได้
00:10:33 → 00:10:35แต่ว่าน้อยมากนะครับลดได้บางคนบอกว่าโอ้
00:10:35 → 00:10:38ทำให้ความเราต่ำลงนะครับเราไม่ต้องกินยา
00:10:38 → 00:10:41ลดความดันไม่ถูกต้องนะครับเหตุผลเพราะว่า
00:10:41 → 00:10:45มันลดได้แค่ประมาณ 1-2 Will Wait โปรด
00:10:45 → 00:10:48ทั้งนั้นเองนะครับเช่นสมุดว่าความดันของ
00:10:48 → 00:10:51ท่านเนี่ยตอนแรก 150 90 นะครับ 150 เป็น
00:10:51 → 00:10:55ตัวบน 90 1 ตัวล่างนะครับแล้วท่านบอกว่า
00:10:55 → 00:10:58เออกินน้ำมันปลาเดี๋ยวความดันจะลดมันก็รถ
00:10:58 → 00:11:02ไปถึงแค่ 148 พบกับ 88 แค่นั้นเองอย่าง
00:11:02 → 00:11:05มากนะครับหรือบางคนอาจจะได้ผลมากนั่นอาจ
00:11:05 → 00:11:07จะมาเป็นสี่หรือห้าเนี่ยะ 5 เต็มเต็มที่
00:11:07 → 00:11:10ล่ะจัดอะร้อยห้าสิบก็จะลงไปเหลือ 145
00:11:10 → 00:11:13ซึ่งก็ยังถือว่าสูงดูดีนะครับดังนั้นมัน
00:11:13 → 00:11:16ไม่ได้มีประโยชน์ขนาดนั้นในแง่ของการลด
00:11:16 → 00:11:18ความดันถ้าท่านจะทานน้ำมันปลาอย่างเดียว
00:11:18 → 00:11:20เพื่อหวังว่าถ้าไม่ต้องทานยาลดความดัน
00:11:20 → 00:11:23เนี้ยไม่ถูกต้องนะครับทำแบบนี้มันไม่ได้
00:11:23 → 00:11:25ผลประโยชน์อะไรขึ้นมานะครับอีกอย่างหนึ่ง
00:11:25 → 00:11:28ซึ่งเราเจอก็คือมันจะไปลดอัตราการเต้นของ
00:11:28 → 00:11:32หัวใจได้นะครับแต่ถามว่ารถเท่าไหร่ครับลด
00:11:32 → 00:11:36ประมาณ 1-2 ครั้งต่อนาทีนะฮะประมาณ 1-2
00:11:36 → 00:11:38ครั้งต่อนาทีก็คือดูเหมือนไม่ได้สอบสำคัญ
00:11:38 → 00:11:41มากใช่มั้ยฮะหัวใจคนเราเนี่ยจะมีเด็กๆที่
00:11:41 → 00:11:44เรียนนะครับก็คงจำได้ว่ามันจะเต้นประมาณ
00:11:44 → 00:11:46ซักเจ็ดสิบสองครั้งต่อนาทีนะครับที่มัน
00:11:46 → 00:11:48อยู่ตั้งแต่ประมาณ 60-100 นะครับแต่บางคน
00:11:49 → 00:11:50ก็อาจจะนอกเหนือไปจากตรงนี้ได้นะครับแต่
00:11:50 → 00:11:52เราตีว่าทรัพย์ประมาณ
00:11:52 → 00:11:5672 ครั้งต่อนาทีละกันสมมติว่าน้ำมันปลา
00:11:56 → 00:11:58นี่มันรถไปได้สัก 1-2 ครั้งแต่ในทีถ้าเรา
00:11:58 → 00:12:01ไปได้สองก็จะปวดใจแต่ 40 ครั้งต่อนาทีนะ
00:12:01 → 00:12:05ครับถือว่าเยอะมั้ยถ้าน้องที่โดนเล่นกัน
00:12:05 → 00:12:07เองแล้วกันนะครับหัวใจคนเรานั้นต้องเต้น
00:12:07 → 00:12:09ตลอดเวลาถูกไหมครับมันไม่ควรจะหยุดถ้ามัน
00:12:09 → 00:12:13อยู่ได้มีปัญหานะฮะที่นี้ 1 นาทีสมมติว่า
00:12:13 → 00:12:16น้ำมันปลาเนี่ยมันทำให้หัวใจมันเต้นหายไป
00:12:16 → 00:12:18หนึ่งครั้งนะครับอ่า 1 นาทีหยุด 1 ครั้ง
00:12:18 → 00:12:20ในนี้เลยค่ะน้อยลง 1 ครั้งมันเป็นทรัพย์
00:12:20 → 00:12:23อาจจะ 11 ครั้งละกันแล้วไม่เต็มหนึ่ง
00:12:23 → 00:12:25ครั้งนะครับที่จะคนที่ไม่ได้ทานน้ำมันปลา
00:12:25 → 00:12:30แล้วถ้ากดส่งเหมือนว่าเล่น 1 ชั่วโมงล่ะ
00:12:30 → 00:12:34นะครับ 1 ชั่วโมงมีทั้งหมด 60 นาทีก็หัว
00:12:34 → 00:12:37ใจมันได้พักไป 60 ครั้งนะครับในหนึ่งวัน
00:12:37 → 00:12:40ละมี 24 ชั่วโมงกับคุณเข้าไปนะครับ 60
00:12:40 → 00:12:42คูณได้ 24 ได้นาม
00:12:42 → 00:12:461440 ครั้งถ้าหัวใจได้พักไป 1440 ครั้ง
00:12:46 → 00:12:50แล้วถ้าเราคิดดูว่า 1 ปีเนี่ยคือ 365 *
00:12:50 → 00:12:52เข้าไปเลยอันนี้ผมคุณไม่ได้แล้วนะครับคุณ
00:12:52 → 00:12:54ในหัวมันไม่ได้เร็วขนาดนั้นนะครับแต่ว่า
00:12:54 → 00:12:58ก็น่าจะเป็นล้านครั้งนะครับน่ะแล้วคนละคน
00:12:58 → 00:13:02เราปกติถ้าสมมติอายุมีแต่ถ้ามีอายุเฉลี่ย
00:13:02 → 00:13:0670 หางาน 70 ปีขึ้นไปก็เต้นเป็นสองพัน
00:13:06 → 00:13:08ห้าร้อยกว่าล้านครั้งนึงครับแต่เราถ้าลอง
00:13:08 → 00:13:12คิดดูถ้าท่านเซฟการเต้นหัวใจได้ซักประมาณ
00:13:12 → 00:13:15พันสี่ร้อยสี่สิบครั้งต่อ 1 วันก็น่าจะมี
00:13:15 → 00:13:17ผลดีเช่นกันนะครับอันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่ง
00:13:17 → 00:13:19ซึ่งเราคิดว่าเอ่อน้ำมันปลาน่าจะมี
00:13:19 → 00:13:22ประโยชน์ตรงนี้บ้างนะครับอีกอย่างหนึ่ง
00:13:22 → 00:13:25ซึ่งน้ำมันปลามันช่วยก็เป็นเรื่องของไข
00:13:25 → 00:13:28มันเพราะว่าเราเอาน้ำมันปลานี้นะครับมา
00:13:28 → 00:13:30รักษาภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงนะครับถ้าท่าน
00:13:30 → 00:13:32ไกลเรียนซ์สูงมากๆแล้วท่านทานน้ำมันปลา
00:13:32 → 00:13:36นี้มันจะเป็นน่าจะลดครับขนาดของน้ำมันปลา
00:13:36 → 00:13:38ที่จะต้องทานเพื่อลดไขมันไตรกลีเซอไรด์
00:13:38 → 00:13:43คือ 3-4 กรัมต่อวันนะครับ 3-4 กรัมต่อวัน
00:13:43 → 00:13:45กินน้อยกว่านั้นไม่ได้ผลอะไรนะครับกินแค่
00:13:45 → 00:13:471 เม็ดไม่ได้ผลอะไรนะครับหน้าต้องกิน
00:13:47 → 00:13:50ขนาด 4 กรัมต่อวันเป็นต้นนะครับถึงจะได้
00:13:50 → 00:13:53ผลในการลดของไตรกลีเซอไรด์แต่ปัญหาที่ตาม
00:13:53 → 00:13:56มาก็คือมันอาจจะเพิ่ม ldl คอเลสเตอรอลของ
00:13:56 → 00:13:59ท่านได้นะครับนั้นตรงนี้ต้องระวังให้ดีนะ
00:13:59 → 00:14:02ครับจะไปกินถ้าเกินไปนะครับและที่สำคัญ
00:14:02 → 00:14:05คือนั่นปลาเนี่ยนะฮะแคลอรี่มันสุกหน่อยนะ
00:14:05 → 00:14:08ครับบางคนกินเยอะๆว่าเออผมบอกว่าแค่ 3 4
00:14:08 → 00:14:10กรัมอาจจะได้ประโยชน์แต่ว่าบางคนกินแล้ว
00:14:10 → 00:14:14ท้องอื่นนะบางคนท้องอื่นมีลมนรอขึ้นไส้
00:14:14 → 00:14:16อาเจียนนะครับบางคนเรือมาแล้วปีมันเหม็น
00:14:16 → 00:14:19เหมือนพวกกินกินปลาเลยเนี่ยนะครับก็เป็น
00:14:19 → 00:14:22อย่างนั้นได้นะครับแรกๆแนะนำว่าถ้าเริ่ม
00:14:22 → 00:14:24ทานใหม่ๆเนี่ยก็ทานสักเม็ดนึง 2 เมตรไป
00:14:24 → 00:14:27ก่อนนะครับและลองดูว่าท่านๆปรับตัวเข้าหา
00:14:27 → 00:14:29มานะหรือเปล่าครับปรับได้ก็อาจจะค่อยๆ
00:14:29 → 00:14:31เพิ่มขนาดเข้าไปก็ได้นะครับแต่ว่าอย่าไป
00:14:31 → 00:14:34เริ่มทีเดียวเยอะบอกว่าเออกินมาเลย 4
00:14:34 → 00:14:37กรัมโตฮันนะครับไม่ได้นะครับบางคนก็จะ
00:14:37 → 00:14:40ท้องอืดนะฮะเออแล้วมันปลาบางทีมีทุกอย่าง
00:14:40 → 00:14:42หนึ่งคือถ้าบางคนกินแล้วรู้สึกเม็ดเนี่ย
00:14:42 → 00:14:45เอาไปแช่เย็นและแช่ช่องฟรีซนะครับเราออก
00:14:45 → 00:14:47มากินนะครับพรุ่งนี้น่าจะไม่ค่อยเม้นเท่า
00:14:47 → 00:14:50ไหร่นะก็เป็นทริคง่ายๆนะครับท่านก็จะถ้า
00:14:50 → 00:14:56จะผ่านนะฮะอีกประการหนึ่งคือมันมีผลต่อใน
00:14:56 → 00:14:59แง่ของการทำงานของเซลล์ที่บุหลอดเลือดนะ
00:14:59 → 00:15:01ครับอาจจะไปช่วยที่มาของเซลล์พวกนี้นะ
00:15:01 → 00:15:03ครับแต่ว่ามากน้อยแค่ไหนตรงนี้ข้อมูลมัน
00:15:03 → 00:15:05ยังขัดแย้งกันอยู่นั้นผมจะไม่ลงราย
00:15:05 → 00:15:07ละเอียดนะครับมีข้อมูลว่ามันอาจจะเป็นลด
00:15:07 → 00:15:10การอักเสบบางอย่างในร่างกายได้ตัดตรงนี้
00:15:10 → 00:15:12ข้อมูลก็ขัดแย้งเหมือนกันนะคะท่านจะทาน
00:15:12 → 00:15:16เพื่อทานพวกน้ำมันปลาเพื่อลดการอักเสบใน
00:15:16 → 00:15:18ร่างกายจากเหตุผลต่างๆนี้ก็ไม่แนะนำนะ
00:15:18 → 00:15:20ครับมันไม่น่าจะได้ผลแบบนั้นเพราะข้อมูล
00:15:20 → 00:15:22มันมีทั้งได้ผลแล้วก็มีทั้งไม่ได้ผลเลย
00:15:22 → 00:15:26เหมือนกันนะครับนั้นตรงนี้ก็ไม่มีประโยค
00:15:26 → 00:15:30นะฮะอีกอย่างนึงซิ่งเรากังวลกันก็คือว่า
00:15:30 → 00:15:34ตัวแล้วมันปลาตัว epa dha ตัวนี้นะครับ
00:15:34 → 00:15:38มันโดยเฉพาะตัว epa เนี่ยมันจะเป็นตัวที่
00:15:38 → 00:15:41เป็นสารตั้งต้นของตัวหนึ่งชื่อว่า
00:15:41 → 00:15:43พรอสตาแกลนดินนะครับเพราะสะแกรนดิ้นตัว
00:15:43 → 00:15:45นี้เนี่ยมันมีความสำคัญมากๆในแง่ของการ
00:15:45 → 00:15:48แข็งตัวของเลือดด้วยส่วนนึงนะครับที่ไม่
00:15:48 → 00:15:50มีผลอะไรเยอะแยะไปหมดเนี่ยของการขยายหลอด
00:15:50 → 00:15:53เลือดของอะไรกันเจ็บปวดอะไรแต่มันหมดแต่
00:15:53 → 00:15:56ว่าผลเกี่ยวข้องอันหนึ่งซึ่งตรงไปตรงไหน
00:15:56 → 00:15:59ก็คือเรื่องของการทำให้เสร็จเลือกเนี่ย
00:15:59 → 00:16:02มันไม่ค่อยอีกนานเท่าไหร่นะครับมันก็มีคน
00:16:02 → 00:16:04คิดว่าจะต้องกินน้ำมันกว่าพรุ่งนี้สูงสูง
00:16:04 → 00:16:06เนี่ยนะครับกดมันอาจจะทำให้เกิดเลือดออก
00:16:06 → 00:16:10ง่ายนะครับส่วนใหญ่แล้วถ้ากินขนาดตามที่
00:16:10 → 00:16:12แนะนำนะครับคือถ้าเอ็มพีเอบอกว่าเออกิน
00:16:12 → 00:16:15ไม่เกิน 2 กรัมนะครับหรือว่าถ้านางๆการ
00:16:15 → 00:16:16แรกเป็นไม่เกิน 4 กรัมเนื้อส่วนใหญ่ไม่
00:16:16 → 00:16:19ค่อยมีปัญหาอะไรนะครับมันจะมีปัญหาในแง่
00:16:19 → 00:16:23ของคนที่กินร่วมกับยาหลายเรื่อยๆนะครับ
00:16:23 → 00:16:25หรือว่าคนที่กินยาต้านกับเรื่องต่างๆตรง
00:16:25 → 00:16:28นี้อาจจะส่งผลเสริมกันทำให้เลือดออกได้
00:16:28 → 00:16:31ง่ายขึ้นนะครับหรือคนที่ต้องทำการผ่าตัด
00:16:31 → 00:16:34พรุ่งนี้นะครับอาจจะทำให้เลือกมันออกได้
00:16:34 → 00:16:36มากกว่าปกติดังนั้นคนที่จำเป็นจะต้องผ่า
00:16:36 → 00:16:39ตัดเนี่ยะนะว่าอาจจะต้องงดพวกนี้ไปก่อนนะ
00:16:39 → 00:16:43ครับสัก 7-8 วันนะครับแล้วก็คนที่ทานร่วม
00:16:43 → 00:16:46กับยาหลายเรื่อยๆยาต้านเกร็ดเลือดตรงนี้
00:16:46 → 00:16:49อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ของท่านดีๆนะครับ
00:16:49 → 00:16:51เพราะว่าน่าจะมีปัญหาเมื่อทางร่วมกันด้วย
00:16:51 → 00:16:53นะครับแต่ท่านทานของท่านเดียวโดยที่ไม่
00:16:54 → 00:16:56ต้องทำไม่ต้องทำการผ่าตาไม่ต้องกินยาอะไร
00:16:56 → 00:17:00อย่างอื่นอยู่เนี่ยนะครับในขณะที่ใช้ปกติ
00:17:00 → 00:17:03แค่ไหนก็ไม่เจอว่ามันมีปัญหาต่อการทำให้
00:17:03 → 00:17:05เลือดออกง่ายนะครับ
00:17:05 → 00:17:08แล้วก็อีกอย่างหนึ่งซึ่งที่ผมบอกว่าตัว e
00:17:08 → 00:17:12p h e a p a dha เนี่ยนะครับมันไป
00:17:12 → 00:17:14อยู่ในสมองได้นะครับอ่ามันอยู่ในสมองได้
00:17:14 → 00:17:17แล้วก็อย่างที่บอกว่า 20% ของสมองนะของ
00:17:17 → 00:17:19น้ำหนักสมองนะครับมันเป็น Poly
00:17:19 → 00:17:23unsaturated เสร็จนะครับก็คือเป็นอ่าใน
00:17:23 → 00:17:27แง่ของกฎไขมันไม่อิ่มตัวนะครับก็เลยมี
00:17:27 → 00:17:29ความคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนา
00:17:29 → 00:17:32ของสมองนะครับได้ยินนะว่าเด็กกิน epa dha
00:17:32 → 00:17:35สูงนะครับในนมผงอะไรบางอย่างมีคนเอาไปผสม
00:17:35 → 00:17:38นะครับแล้วก็อาจจะมีใช้ในแง่ของโรคซึม
00:17:38 → 00:17:41เศร้าน่ะมีมาใช้ใช้มาแล้วนะครับโรค
00:17:41 → 00:17:43อัลไซเมอร์อะไรพวกเนี้ยคือข้อมูลตรงนี้
00:17:43 → 00:17:47เนี้ยคิดว่ามันยังมีข้อขัดแย้งกันบ้างนะ
00:17:47 → 00:17:49ครับแต่ว่าก็มีคนใช้แล้วก็ได้ประโยชน์และ
00:17:49 → 00:17:51บางกรณีก็ไม่ได้ประโยชน์นะครับดังนั้นตรง
00:17:51 → 00:17:54นี้ข้อมูลเป็นยังขัดแย้งนะครับเพื่อนโดย
00:17:54 → 00:17:58สรุปรวมๆนะครับคือเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง
00:17:58 → 00:18:01ทั้งเรื่องนะครับว่าคะผมอยากจะแนะนำอย่าง
00:18:01 → 00:18:03นึงขึ้นไตรกรีเซอไรด์ที่คนบอกว่ามันเป็น
00:18:03 → 00:18:06ไขมันไม่ดีนะไม่ใช่เสมอไปแล้วนะครับเพราะ
00:18:06 → 00:18:09ว่าถ้าดูเรื่องของข้อมูลวิจัยของน้ำมัน
00:18:09 → 00:18:13ปลานะฮะน้ำมันปลาเนี่ยอีพีเอจะถูกดูดซึม
00:18:13 → 00:18:15ในรูปของปรายกรีเซอไรด์และมันก็จะเข้าไป
00:18:15 → 00:18:19อยู่ในที่ต่างๆโดยเฉพาะไขมันเราอ่าตามตาม
00:18:19 → 00:18:21พวกใต้ผิวหนังพวกนี้ในรูปของ
00:18:21 → 00:18:23ไตรกลีเซอไรด์ด้วยเช่นกันนะครับมันน่าจะ
00:18:23 → 00:18:26อยู่ในผนังเซลล์นะครับผนังเซลล์นี้ก็ก็
00:18:26 → 00:18:30ถ้าโอลืมพูดไปถ้ามีนักเรียนที่เรียนแพทย์
00:18:30 → 00:18:32มาก็มันจะเป็นส่วนหนึ่งของฟอสโฟลิปิดนะ
00:18:32 → 00:18:35ครับไบเลเยอร์นะครับก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่
00:18:35 → 00:18:38เข้าไปนู่นทำให้มันมีความ
00:18:38 → 00:18:42หยุดมากขึ้นกับเราก็ประโยชน์ของน้ำมันปลา
00:18:42 → 00:18:46ที่เรารับประทานนะครับที่มีประโยชน์คิด
00:18:46 → 00:18:49ว่าค่อนข้างที่จะมีหลักฐานพอสมควรก็คือ
00:18:49 → 00:18:52เรื่องของการป้องกันเรื่องโรคหลอดเลือด
00:18:52 → 00:18:55หัวใจนะครับเราก็ลองเลือดสมองพรุ่งนี้นะ
00:18:55 → 00:18:57ฮะเรื่องการเสียชีวิตจากเรื่องของโรคหัว
00:18:57 → 00:18:59ใจนะครับพรุ่งนี้เป็นต้นอันนี้เจอว่าได้
00:18:59 → 00:19:01ประโยชน์เต็มที่ได้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง
00:19:01 → 00:19:03ก็คือเรื่องของการลดไขมันไตรกลีเซอไรด์
00:19:03 → 00:19:06ที่เป็นสูงจนเกินไปนะครับมันช่วยนะครับ
00:19:06 → 00:19:10แต่ว่าข้อเสียของการกินผิดซอยนะก็คืออาจ
00:19:10 → 00:19:13จะทำให้เรื่องของ
00:19:13 → 00:19:18ldl มันสุขขึ้นนะครับโอ้มีนี่อย่างนึงผม
00:19:18 → 00:19:21ลืมพูดไปสนิทเลยนะครับในงานของการลด
00:19:21 → 00:19:25เรื่องของโรคหลอดเลือดหัวใจเรื่องของหลอด
00:19:25 → 00:19:28เลือดสมองโฟล์คต่างๆนะครับแล้วก็ก็เรื่อง
00:19:28 → 00:19:30การเสียชีวิตจากโรคหัวใจเนี่ยเขาพบว่าถ้า
00:19:30 → 00:19:35ไปกินตัวอีพีเอเดี่ยวๆนะจะได้ผลดีกว่าการ
00:19:35 → 00:19:39กินอีพีเอบวก tha นะครับอันนี้ผมแทบจะแนบ
00:19:39 → 00:19:41งานวิจัยให้ท่านไปอ่านเอาเองนะครับว่ามัน
00:19:41 → 00:19:43เป็นยังไงบ้างนะครับแต่ถ้าอีพีเอเดี่ยวใน
00:19:43 → 00:19:46มันดีกว่าตัวร่วมด้วยกันนะครับแต่ว่า
00:19:46 → 00:19:48อย่างไรก็ตามปกติเราก็กิน Fish Oil
00:19:48 → 00:19:50เนี่ยมันมีการผสมกันของ 2 ตัวอยู่แล้วนะ
00:19:50 → 00:19:53ฮะก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรไม่ได้แปลว่ากิน 2
00:19:53 → 00:19:55ตัวคู่กันแล้วมันจะทำให้โรคพวกนี้เป็น
00:19:55 → 00:19:58เยอะขึ้นนะครับเพียงแต่ว่าเราเจอว่าเขา
00:19:58 → 00:20:02อีกทีอ่ะดูเดียวกับผลมากของเล่นเด็กฮะ
00:20:02 → 00:20:06ลงจากนี้คืออาจจะมีเรื่องของช่วยเรื่อง
00:20:06 → 00:20:08ของการลดการเต้นหัวใจได้บ้างนะครับข้อ
00:20:08 → 00:20:11เสียของการกิน Fish Oil ก็คือถ้ากินขนาด
00:20:11 → 00:20:13สูงในบางคนอาจจะเกิดโรคหัวใจสั่นพริ้ว
00:20:13 → 00:20:16Ever เรชั่นได้นะครับบางคนกินเยอะๆตอน
00:20:16 → 00:20:19แรกก็อาจจะมีท้องอืดนะครับมีรอยออกมาแล้ว
00:20:19 → 00:20:21กลิ่นเหมือนปลาแล้วมันเหม็นได้นะครับแก้
00:20:21 → 00:20:23ไขได้ด้วยการที่เริ่มกินน้อยก่อนนะครับ
00:20:23 → 00:20:26ให้เราชิ้นก่อนแล้วก็เอาพวกนี้ไปแช่ตู้
00:20:26 → 00:20:28เย็นให้มันเย็นๆนะครับมันอาจจะลดเรื่อง
00:20:28 → 00:20:32ของปิดได้นะครับส่วนคนที่กินน้ำมันปลาพวก
00:20:32 → 00:20:35เนี้ยเพื่อเหตุผลอื่นเช่นลดการอักเสบใน
00:20:35 → 00:20:38ร่างกายทำให้ผิวพรรณดีทำให้ฉลาดขึ้นอะไร
00:20:38 → 00:20:41พวกเนี้ยนะครับอาจจะต้องผิดหวังนะครับ
00:20:41 → 00:20:42เพราะว่ามันไม่ได้ทำให้เป็นแบบนั้นข้อมูล
00:20:42 → 00:20:44ก็ยังขัดแย้งกันอยู่เยอะนะครับส่วนข้อมูล
00:20:44 → 00:20:47ที่ชัดๆเนี่ยก็จะมีอยู่แค่อย่างเดียวก็
00:20:47 → 00:20:49คือเรื่องของโรคหลอดเลือดต่างๆนะครับแล้ว
00:20:49 → 00:20:52ก็เรื่องของการลดไตรกลีเซอไรด์ที่มันสูง
00:20:52 → 00:20:55จนเกินไปเท่านั้นกับส่วนคนที่รับประทาน
00:20:55 → 00:20:58แล้วก็ทานยาหน้าเกร็ดเลือดอยู่หรือว่าทาน
00:20:58 → 00:21:00ยาละลายลิ่มเลือดพวกนี้อาจจะต้องระวังก็
00:21:00 → 00:21:03ต้องปรึกษาคุณหมอนะครับแล้วก็ต้องถ้าผ่า
00:21:03 → 00:21:05ตัดใหญ่เนี่ยอาจจะเป็นจะตื่นจะต้องงดไป
00:21:05 → 00:21:09ก่อนนะครับนี่ก็คือสรุปทั้งหมดที่ผม
00:21:09 → 00:21:12พยายามนำมาจากอย่ารายงานฉบับต่างๆของ
00:21:12 → 00:21:15เรื่องของน้ำมันปลานะครับถ้าใครจะทานนะ
00:21:15 → 00:21:18ครับแนะนำว่าทานไม่เกิน 2 กรัมต่อวันตาม
00:21:18 → 00:21:21ที่ fda เขาบอกใหม่นะครับถ้าทานมากกว่า
00:21:21 → 00:21:24นั้นอ่ะว่าปรึกษาแพทย์ดูดีกว่านะครับอ่า
00:21:24 → 00:21:27ใครมีเงินก็สามารถที่จะทำได้มันมีผลข้าง
00:21:27 → 00:21:29เคียงบ้างแต่มันไม่ได้เยอะขนาดนั้นนะครับ
00:21:29 → 00:21:32แล้วก็ความจำเป็นจะต้องทานไม่ได้จำเป็น
00:21:32 → 00:21:35ขนาดนั้นแต่ท่านมีกำลังทรัพย์และอยากจะ
00:21:35 → 00:21:38ถามเพิ่มวันนี้ก็ได้แต่ท่านๆที่ทานปลามาก
00:21:38 → 00:21:40ๆอยู่แล้วพรุ่งนี้ก็ไม่มีความจำเป็นจะ
00:21:40 → 00:21:42ต้องเป็นทานเพิ่มนะครับเสียเงินเพิ่มปรับ
00:21:42 → 00:21:45ๆนะฮะโอเควันนี้ก็เท่านี้นะครับใครมีข้อ
00:21:45 → 00:21:47สงสัยอะไรก็สอบถามมาได้นะครับขอบคุณมาก
00:21:47 → 00:21:49ครับสวัสดีครับ