การโกหกของเด็กอาจเป็นสัญญาณของโรคทางจิตเวชได้หรือไม่

คำถาม:
การโกหกของเด็กอาจเป็นสัญญาณของโรคทางจิตเวชได้หรือไม่?
คำตอบ:
ใช่ การโกหกบ่อยๆอาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางจิตเวช เช่น ความบกพร่องทางสติปัญญา โรคซึมเศร้า หรือปัญหาทางภาษา ซึ่งจำเป็นต้องพบจิตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

เมื่อลูกโกหก จะทำแบบไหน แก้ไขอย่างไรบ้าง | #โรงหมอ

จากช่อง:Thai PBS Podcast
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:08:32คะค่ะมาสาเหตุที่ 3 ก็คือเด็กในมีความ
00:08:36ปกติทางด้านจิตเวชนะฮะอันนี้ก็อาจจะเป็น
00:08:39ในเรื่องของสติปัญญานะคะแล้วเราจะผมเพราะ
00:08:43ว่ามันมีปัญหาทางด้านสติปัญญาของเด็กใน
00:08:46อีกหลายตัวที่เราค้นพบใหม่ๆนะฮะเช่นพวก
00:08:49ที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้เรื่องนั้น
00:08:52เรื่องนี้เช่นบางคนเรื่องภาษาบางคนเรื่อง
00:08:55คณิตศาสตร์บางคนเรื่องอะไรอย่างเงี้ยนะคะ
00:08:57แต่ที่จะลำบากที่สุดคือในเรื่องของการ
00:09:00ป่วยทางจิตนะคะที่เด็กชอบแบบพูดตามความ
00:09:04คิดที่เกิดขึ้นในโลกจินตนาการของเขาเลยใน
00:09:07โลกส่วนตัวของเขาเนี่ยนะฮะซึ่งอันนี้มัน
00:09:09ก็อาจจะบางส่วนมาจากสาเหตุของการที่สติ
00:09:12ปัญญาบกพร่องอย่างที่บอกมานะคะรวมทั้งบาง
00:09:17ครั้งในเด็กมีอาการซึมเศร้าเนี่ยนะคะเด็ก
00:09:20อาจจะไม่ได้แสดงออกทางอารมณ์นะคะจะไปแสดง
00:09:23ออกทางพฤติกรรมนะคะซึ่งพ่อแม่บางคนไม่
00:09:26ทราบนะอย่างเช่นเด็กหนีโรงเรียนโกหกลัก
00:09:28ขโมยเนี่ยเป็นอาการนึงของซึมเศร้าได้
00:09:32เหมือนกันนะคะค่ะมันจะเกี่ยวโยงกันนะคะ
00:09:36อันนี้ถ้ามาอธิบายคงต้องใช้เวลาเป็นวันนะ
00:09:38คะเพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยให้พอเข้าใจก่อน
00:09:41ละกันนะพื้นฐานได้เป็นอย่างนี้แล้วเป็นไป
00:09:43ด้านใช่นั้นนะฮะที่นี่ถ้าเรามาดูแนววิธี
00:09:47การป้องกันหรือแก้ไขกันนะคะโดยสรุปเนี่ย
00:09:51อ่าคัดมาให้และ 6 ประเด็นด้วยกันนะคะที่
00:09:55คุณพ่อคุณแม่น่าจะทำได้นะคะก็คืออันแรก
00:09:58ค่ะเริ่มต้นและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ
00:10:01ลูกอยู่เสมอตั้งแต่เล็กเลยนะคะนั่นก็คือ
00:10:04ว่าถ้าเด็กได้มีความมั่นใจในความรักของ
00:10:06พ่อแม่และความหวังดีของพ่อแม่นะคะเด็กก็
00:10:10จะมีความรู้สึกว่าเวลาที่เราทำผิดหรือทำ
00:10:13ไม่ดีลงไปเนี่ยเค้าจะกล้าปรึกษาพ่อแม่
00:10:15หรือกล้าจะพูดความจริงถ้าได้กล่าวไว้ 5
00:10:18กล้าที่จะพูดความจริงเช่นก็ทำอะไรแตก
00:10:21เนี้ยนะคะพอให้เห็นแล้วปี๊ดขึ้นมาก่อนเลย
00:10:24อะไรเงี้ยมันก็ยิ่งทำให้เด็กไม่กล้าพูด
00:10:26แต่ด้านเสียงแตกแป้งอะไรนะคะแล้วพ่อแม่
00:10:30ไม่ได้ดูหรือว่าเขาตะคอกแรงๆแค่บอกว่าอาบ
00:10:34ลูกแก้วแตกลูกระวังลูกมันจะตามาแม่จะสอน
00:10:38นะหนูต้องทำอย่างนี้อย่างนี้นะมันแต่ก็
00:10:40ต้องเก็บมันต้องระวังมันบาทนะลูกอะไร
00:10:43อย่างเงี้ยแต่คราวหน้าหนูก็ต้องระวังอีก
00:10:45นะอะไรอย่างนี้นะคะหูแต่ว่าฉะนั้นตรงนี้
00:10:48มันก็เลยทำให้ให้เด็กเนี่ยเกิดความไว้วาง
00:10:51ใจพ่อแม่ว่าเออไม่เป็นไรนี่พ่อแม่ไม่ได้
00:10:54ดูอย่างที่ฉันคิดเพื่อนั้นฉันจะกล้าพูด
00:10:56ทุกครั้งที่ทำอะไรแตกไม่ใช่โทษมาทนนท์มี
00:11:00ส่วนนี่นะคะแต่ว่าส่วนใหญ่สถานการณ์ที่
00:11:02น่าจะหลายๆบ้านเป็นก็คืออาจจะโดยคุณพ่อ
00:11:07แม่ไม่ได้มีเวลาเยอะขนาดนั้นใช่แล้วอาจจะ
00:11:09รู้สึกว่าเอ่อมันปรี๊ดขึ้นมามันรู้สึกวัน
00:11:13นั้นอ่ะทำไมเธอนะทำอย่างนี้นั่นก็คือข้อ
00:11:16ที่เราต้องให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกนะคะฝึกแล้ว
00:11:19ก็ทำใจไว้นะคะเพราะว่าบางทีเนี่ยเข้าใจ
00:11:23ค่ะภาวะเศรษฐกิจเอยปัญหารอบด้านที่มัน
00:11:26เข้ามาในมันก็ทำให้บีบคั้นอารมณ์ของพ่อ
00:11:28แม่แต่ต้องคำนึงว่าบทบาทหน้าที่ของการ
00:11:31เป็นพ่อแม่มันก็ทำให้เราต้องอดทนต้องฝึก
00:11:34ฝนตนเองด้วยนะคะมันเคยมีอีกมุมนึงค่ะ
00:11:38อาจารย์นะที่เป็นลักษณะมาว่าก็ดุรูปไปละ
00:11:41นะฮะก็ลูกยังอายุไม่มากหรอกค่ะแต่ว่าความ
00:11:44เป็นพ่อเป็นแม่เราก็จะรู้สึกว่าเออมัน
00:11:46สิ่งที่เราทำอาจจะถูกอยู่เสมอนะใช่อ่ะพอ
00:11:50ดูไปแล้วเนี่ยพอไปสักระยะเวลาหนึ่งก็จะ
00:11:53เริ่มรู้สึกว่าคือเขาก็ยังเด็กนั้นยังไม่
00:11:56ประสีประสาก็ยังไม่ได้จะเข้าใจหรือเรียน
00:11:59รู้อะไรก็เพราะเราเนี่ยดุเข้าไปเรียบร้อย
00:12:02แล้ว
00:12:02ก็ต้องมาประสานนะฮะแต่ไม่ใช่ตบหัวแล้วลูบ
00:12:06หลังแบบนั้นนะคะคุณก็หมายความว่าอาจจะ
00:12:08เบี่ยงดูไปแล้วอะไรเงี้ยแต่ว่าเอามาลูกมา
00:12:11ๆเดี๋ยวมาแม่สอนให้ว่าทำยังไงหรือว่าอา
00:12:14ลูกอยู่ข้างๆก่อนเพราะว่าหนูยังเด็กอยู่
00:12:16หนูยังทำไม่ได้เดี๋ยวแม่ทำให้อะไรอย่าง
00:12:19เงี้ยนะคะก็อาจจะพูดได้อะไรได้อย่างนี้
00:12:22ค่ะนะคะถ้าประเด็นที่สองหรือแนวทางที่สอง
00:12:26ก็คือว่าไม่ควรโมโหนะฮะหรือตำหนิในตัวตน
00:12:30ของลูกคำว่าตัวตู้คือหมายความว่าเอ่อผ่าน
00:12:35นะคะทานเอาเรื่องเรื่องนี้มาเกี่ยวข้อง
00:12:37กับลูกเช่นอ้ะอะไรดีล่ะเอ่อคือเวลาเกิด
00:12:42ปัญหาขึ้นในให้พ่อแม่เนี่ยจัดการเฉพาะ
00:12:44พฤติกรรมที่ผิดในตอนนั้นเท่านั้นนะคะแล้ว
00:12:48ก็ก็พูดคุยด้วยการใช้เหตุผลนะคะเพื่อให้
00:12:51ลูกกล้าที่จะยอมรับความจริงนะคะแล้วก็
00:12:54เป็นการที่จะเปิดทางที่ว่าจะแนะนำเข้ายัง
00:12:57ไงต่อไปแต่ไม่ใช่ว่าอ่าอาอ้าแล้วก็ถ้าลูก
00:13:01เนี่ยพูดความจริงนะคะคุณพ่อแม่ก็ควรที่จะ
00:13:04ชื่นชมที่ลูกกล้าสารภาพผิดนะคะอย่างเช่น
00:13:08เสียงเป่งไปแล้วก็บอกหนูทำเองหรืออะไร
00:13:11อย่างนี้นะคะแล้วก็จะบอกว่าโอดีมากเลยลูก
00:13:14ที่ยุคลูกแม่ดีมากเลยนะที่ทำแล้วบอกอะไร
00:13:18อย่างนี้นะครับใช้ภาษาง่ายๆนะคะแล้วก็แนะ
00:13:22นำเข้าควรทำยังไงเช่นที่บอกว่าแก้วแตกใน
00:13:25ข้อควรจะทำยังไงนะคะเพราะว่าถ้าการทำ
00:13:27ตำหนิหรือตราหน้าเช่นไปย้ำนะคะโกหกอีก
00:13:31เล่นสิเลิกโกหกได้และนะคะแล้วก็บอกความ
00:13:35จริงมาเดี๋ยวนี้นะคะ
00:13:36หรือไปว่าเขาในเรื่องอื่นนะคะที่มันเป็น
00:13:40ตัวตนของเขาเช่นเขาอาจจะเป็นเด็กช้าอาจจะ
00:13:43เป็นเด็กตัวดำไม่น่ารักอะไรเนี่ยก็ไปว่า
00:13:47เขาในเรื่องต่างๆเหล่านี้ด้วยนึกออกมั้ย
00:13:49ฮะนะฮะจัดการที่เขากับทำผิดแล้วยังมาหรือ
00:13:53ห้าใช่หามันเหมือนกับว่าเป็นการตำหนิที่
00:13:57ตัวตนของเขาทั้งหมดน่าจะตำหนิในเรื่องของ
00:14:00ก็อ่าเราพูดกันเฉพาะพฤติกรรมที่เขาทำผิด
00:14:03ตอนนี้ไม่ใช่ลากโยงไปอย่างนี้น่ะสิมันถึง
00:14:07ได้อย่างเงี้ยเรียนไม่เก่งเรียนก็ยังไม่
00:14:09เก่งแล้วยังจะซุ่มซ่ามอะนะคะว่าไปโน่น
00:14:12อะไรเนี่ยมันก็ยังทำให้เด็กรู้สึกแย่ลงไป
00:14:14อีกนะคะเพราะฉะนั้นเป็นแนวทางที่ 2 อ่ะก็
00:14:18เหมือนกับที่คุณชุลีพรถามในตอนแรกว่าถ้า
00:14:20เราเผลอหรือเหรอโมโหไปแล้วเนี่ยวันนั้น
00:14:23ต้องท่องไว้ค่ะว่าเราควรจะต้องใจเย็นนะคะ
00:14:26แล้วก็มองเห็นความผิดพลาดมาเป็นเรื่อง
00:14:28ธรรมดาที่แก้ไขได้นะให้ถามตัวเองว่าเราใน
00:14:32เคยทำอะไรแตกไหมในชีวิตนี้เราก็ทำใช่ไหม
00:14:35คะแม้แต่ตอนนี้อายุเยอะแล้วเราก็ยังทำ
00:14:38อยู่นะคะของมันผิดพลาดกันได้อะไรกันได้
00:14:40แล้วของทุกอย่างมันก็สูญสลายได้ในโลกมัน
00:14:43ไม่มีอะไรอยู่ยังเป็นพันๆหมื่นๆปีหรอกหนู
00:14:46ไหมคะจะให้มองในมุมบวกว่าสิ่งเหล่านี้มัน
00:14:49เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ลูกหลานเราเก่ง
00:14:52ขึ้นนะคะยังมีเป็นต้นด้านวิภาอย่างจำได้
00:14:56เลยวันแรกคือหลานคู่เล็กเนี่ย 2 หน้าเด็ก
00:15:00สุดแนวนะคะในหลานและทั้งมวลเนี่ยเอ่อ
00:15:04วันที่จันทร์วิภาเพิร์ธทำแก้วแตกเองที่
00:15:09ว่านะคะแล้วเขาสองคนพี่น้องซึ่งตอนนั้น
00:15:12อยู่แค่ปฐมเขาลุกขึ้นกุลีกุจอไปหยิบผ้า
00:15:15หยิบไม้กวาดมาโดยที่ไม่ต้องให้ป้าเนี่ย
00:15:18ขยับตัวเลยเนี่ยมันรู้สึกปลื้มใจมากเลยนะ
00:15:21ฮ่าๆซึ่งตอนนั้นเขาก็ยังเล็กๆอยู่นะคะไม่
00:15:24ใช่ไม่ใช่เด็กประถมโตๆปฐม 122 อะไรอย่าง
00:15:27นั้นเท่านั้นเองเขาก็ยังทำได้ในสิ่งที่
00:15:30เราเคยสอนเค้าตอนที่เขาเป็นเด็กแล้วก็ทำ
00:15:32อะไรแตกอย่างนี้ค่ะรู้สึกปลื้มมากเลยนะคะ
00:15:35เพราะนั้นถ้าอะไรมันจะแตกจะลูกเราโตขึ้น
00:15:37เรียนรู้อะไรได้มากขึ้นก็เอาเถอะค่ะนะฮะ
00:15:40ประเด็นที่สามนะคะหรือแนวทางที่ 3 ก็คือ
00:15:43ต้องมีความไว้วางใจนะฮะควรมีความไว้วางใจ
00:15:47ไม่ใช่จับผิดหรือระแวงลูกมากเกินไปนะคะ
00:15:50โดยเพราะเด็กที่เริ่มโตและยิ่งเป็นวัย
00:15:52รุ่นนะคะเพราะจะทำให้ลูกรู้สึกเหมือนกับ
00:15:55เป็นนักโทษเช่นสมมติว่าถ้าลูกกลับดึกมา
00:15:58แล้วก็ถามลูกเอ๊ะทำไมกลับดึกจังไปไหน
00:16:01เนี่ยหนูไปกับเพื่อนอะไรเงี้ยคะอ่ะเราก็
00:16:04รับฟังไว้ระดับหนึ่งเพราะมันก็ดึกแล้ว
00:16:06แล้วแล้วในความจริงๆเราเป็นห่วงว่าเค้าจะ
00:16:09หิวมั้ยจันทร์อะไรไหมนะคะไม่ใช่ไปกับ
00:16:12เพื่อนที่คนไหนไปทำอะไรอะไรเนี่ยแล้วก็
00:16:15ย้ำเดิมจริงเหรอทิศนะคะมันก็ยิ่งทำให้รู้
00:16:20สึกว่าเด็กมีความสุขพ่อแม่ไปไว้ใจเพราะนำ
00:16:23มาที่บางทีเขาอยากจะบอกความจริงเนี่ยโกหก
00:16:25ดีกว่าแล้วก็มั้ยคะเรื่องจะได้จบๆไม่ต้อง
00:16:29ถามไม่ต้องถามไม่ต้องซักมากอะไรอย่างนี้
00:16:31ซึ่งบางทีมันก็มีประเด็นของเด็กที่เขามี
00:16:34อะไรบางอย่างในเรื่องของศักดิ์ศรีของวัย
00:16:37รุ่นแล้วให้เขาเนี่ยนะคะหลายอย่างเพราะ
00:16:39ฉะนั้นเนี่ยพ่อแม่ควรจะไม่ต้องซักถามมาก
00:16:43ในบางกรณีนะคะให้เกิดความเชื่อใจว่าเขา
00:16:46พูดอะไรมาแล้วก็ชื่อไว้ก่อนหรือว่าอะไร
00:16:48ไว้ก่อนนะคะเพื่อหลบหลีกไม่ให้เกิดเพราะ
00:16:51การที่เด็กต้องการหลบหลีกจากการซักของเรา
00:16:54เนี่ยบางทีเค้าทำให้เค้าโกหกได้อะไรแบบ
00:16:57นี้ถ้าเกิดว่าครั้งหน้าเนี่ยก็เขาใช้วิธี
00:16:59แบบนี้อย่าเข้าคุณแม่ถามอีกอ่ะค่ะตาอาจจะ
00:17:02ก็อาจจะใช้ตอนที่อารมณ์ดีๆอย่างนี้ค่ะคุณ
00:17:06ทวีพรสมมติว่าเด็กกลับมาแล้วมันมีบุคคล
00:17:09อื่นอยู่ด้วยค่ะแล้วก็ไม่หาเราไปซักต่อ
00:17:12หน้าบุคคลอื่นซึ่งเด็กยังไม่อยากพูดแถม
00:17:15พ่อแม่ต้องเข้าใจสถานการณ์ตรงนี้ด้วยดู
00:17:17สิ่งแวดล้อดูสิ่งแวดล้อมดูอะไรด้วยมันทำ
00:17:20ให้เขาเนี่ยบางทีก็ต้องโกหกอ่ะเพราะเขา
00:17:23ไม่อยากให้บุคคลที่สามที่ยืนอยู่ด้วย
00:17:25เนี่ยเรารู้ฮะแต่พอเราอยู่กันแล้วมองตา
00:17:28กันเนี่ยบางทีพ่อแม่ลูกเรารู้แล้วว่ามี
00:17:31อะไรเขาขึ้นห้องแล้วอะไรแล้วไปอาบน้ำ
00:17:33เปลี่ยนเสื้อกินข้าวดีๆและมาพูดกันดีๆก็
00:17:36ได้ค่ะนาๆอะไรอย่างนี้ค่ะไม่ต้องจังหวะ
00:17:39เวลาไม่ใช่เพียงครึ่งๆไปเลยก็หาว่าพอใช้
00:17:42วิธีนี้อุ้ยใช้วิธีนี้ได้ผลเว้ยพ่อกับแม่
00:17:45ไม่ถามเยอะฉันก็จะอย่างเงี้ยต่างอ่าหน้า
00:17:48เด็กก็จะเกิดการเรียนรู้ถูกไหมคะเพราะ
00:17:50ฉะนั้นมันไม่มีวิธีการนำมันไม่มีอะไรที่
00:17:53เป๊ะๆ 1 2 3 4 ใช่ไหมคะคุณจรีพรเพราะ
00:17:56เด็กแต่ละคนก็ต่างกันครอบครัวแต่ละ
00:17:58ครอบครัวก็แตกต่างมีอะไรอย่างนี้ค่ะนะคะ
00:18:02เพราะฉะนั้นเนี่ยพอเด็กเชื่อใจเอาหลักก็
00:18:05คือบอกว่าในประเด็นที่สามในการสร้างความ
00:18:07เชื่อใจในเผด็กเชื่อใจในเด็กก็จะเล่าความ
00:18:10จริงให้เราฟังได้เพราะรู้ว่าพ่อแม่รับได้
00:18:12นะฮะวันนั้นประโยคที่เป็นประโยคจะพาขอใช้
00:18:17คำว่าคีย์เวิร์ดเลยนะที่ทำให้ทำให้มัน
00:18:21คลี่คลายอะไรต่างๆเนี่ยคือประโยคที่พ่อ
00:18:23แม่ควรจะพูดก็คือมีปัญหาอะไรปรึกษากับพ่อ
00:18:27แม่ได้นะลูกแล้วก็แล้วเรามาช่วยกันนึกออก
00:18:31มั้ยคะเรามาช่วยกันแก้ไขแต่อย่าหวังว่า
00:18:34พูดปั๊บเด็กจะเล่าปุ๊บนะคะเพราะอาจจะหยุด
00:18:36คิดสักนิดนึงหรือว่าอะไรอย่างนี้นะฮะแต่
00:18:39ว่าให้ให้ย้ำว่าประโยคนี้ไม่ใช่แค่คำพูด
00:18:41ที่ออกมาจากปากคุณพ่อคุณแม่แต่คุณว่าแม่
00:18:44ต้องมีพฤติกรรมที่ให้เห็นว่าประโยคเนี่ย
00:18:46มันเป็นความจริงโอ้โหไม่ใช่ว่าแค่พูดเฉยๆ
00:18:50ฮะก็ทำเฉยๆหลายได้
00:18:53อ่านเด็กจะเรียนรู้จากพฤติกรรมของพ่อแม่
00:18:57มากกว่าคำพูดที่พ่อแม่พูดต่างจะทำสำที่
00:19:00สำคัญกว่านะพอนะต้องย้ำว่าไม่ใช่พอถึง
00:19:03เวลาแล้วบอกมีปัญหาอะไรปรึกษากันได้แต่
00:19:06เราไม่ฟังปัญหาลูกเลยไม่มีเวลาให้ลูกเลย
00:19:09หรือว่าพอลูกพูดปัญหาขึ้นมาก็โกรธใช่แล้ว
00:19:11เพียงเพียงเพียงพอแล้วไหนบอกว่าจะช่วยกัน
00:19:14แก้ไงใช่ไหมคะอะไรอย่างเงี้ยพอเด็กอ้ะโดย
00:19:18เฉพาะวัยรุ่นในค่ะเขาจะลองใจเราเยอะคุณ
00:19:20สุรีย์พรจะได้พาเองเนี่ยไม่มีรูปเป็นของ
00:19:22ตัวเองนะแต่ก็มีลูกศิษย์ที่โดนลูกศิษย์
00:19:25ลองใจมาเยอะมากตลอด 40 กว่าปีของชีวิต
00:19:28ความเป็นครูเนี่ยมานะคะแล้วนะเขาเค้าจะ
00:19:32เชื่อใจเราแล้วเขาก็จะเชื่อใจเราจริงๆนะ
00:19:35ให้เชื่อใจก่อนใช่อ่ะต้องต้องต้องใช้เวลา
00:19:39และก็พิสูจน์ตัวเราเองด้วยกับเด็กๆด้วยนะ
00:19:42คะซึ่งจริงๆแล้วครับจริงๆผู้ใหญ่ก็
00:19:44เหนื่อยเหนื่อยค่ะมันไม่ได้มันไม่ได้สบาย
00:19:47หรอกแต่ว่าถ้าเรามีความตั้งใจว่าเราจะ
00:19:50ช่วยแก้ปัญหานะฮะแล้ววันที่จะมีภาคภูมิใจ
00:19:53ก็เห็นลูกศิษย์ที่มีปัญหาทั้งหลายในมา
00:19:56เรียนจบมันสร้างครอบครัวอะไรต่างเนี้ยมัน
00:19:59ก็ทำให้เราก็มีความสุขมากเลยแล้วคิดดูซิ
00:20:01ว่าพ่อแม่ซึ่งลูกของตัวเองแท้ๆมันจะมี
00:20:04ความสุขขนาดไหนจะนะคะอย่างแนวทางต่อไปนะ
00:20:08คะก็คือหลีกเลี่ยงการลงโทษที่รุนแรงเมื่อ
00:20:11ลูกทำผิดหรือจับโกหกได้นะฮะก็คือว่าเพราะ
00:20:16ว่าการลงโทษแน่หามันเป็นการแก้ไขปัญหาที่
00:20:19ปลายเหตุนะคะแต่เราควรจะพูดจาเพื่อทำความ
00:20:23เข้าใจด้วยเหตุผลบางประการนะคะซึ่งบวกกับ
00:20:27พ่อแม่นะฮะต้องมีอารมณ์ที่สงบแล้วก็รับ
00:20:30ฟังลูกอย่างจริงใจนะคะไม่ใช่ว่าพูดมาพูด
00:20:33มาก็รับไม่ได้อะไรอย่างนี้ต้องต้องท่อง
00:20:36อยู่ตัวเองเอาไว้เรื่อยๆอยู่ก็วัยรุ่น
00:20:38เนี่ยต้องระวังเยอะค่ะอันนี้จริงไม่พูดมา
00:20:40แบบปุ๊บไอ้ห่านะฮะก็นะไม่ว่าจะเป็นท่าทาง
00:20:44สีหน้าน้ำเสียงของพ่อแม่ในการรับฟังเนี่ย
00:20:47สำคัญมากนะคะเพราะวัยรุ่นเยอะมากเลยที่
00:20:50บอกจะได้พาบอกว่าสิ่งที่ต้องการคืออยาก
00:20:53ให้พ่อแม่ฟังเขาบ้างไม่ใช่เอาแต่สอนสอน
00:20:56สอนสอนสอนสอนสอนหรือบอกว่าอะไรผิดอะไรถูก
00:21:00นี้นะคะเข้ามักคนเป็นครูก็เหมือนกันค่ะ
00:21:03คุณศิริภรณ์คนเป็นครูที่เห็นหน้าแป๊บสอน
00:21:05ก่อนเลยยังไม่ฟังเลยว่าเด็กเขาทำเพื่อ
00:21:07อะไรก็ไม่เห็นผลอะไรนะคะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:21:10เอ่อถ้าเราไม่ปรับตรงนี้ให้ดีนะคะเด็กก็
00:21:14จะยิ่งออกจากเราไปเรื่อยๆค่ะนั้นก็จะยิ่ง
00:21:18ออกห่างจากเราไปเรื่อยๆเลยนะคะจะเหตุผลมา
00:21:21เยอะมากๆเด็กก็ไม่ได้รับน้องชายหาเขาจะมี
00:21:24กลไกปกป้องตัวเองนะคะนะคะประเด็นที่ 5
00:21:28ค่ะก็เป็นแบบอย่างที่ดีตรงนี้สำคัญมากนะ
00:21:32ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกโกหกก็อย่าโกหกให้ลูก
00:21:34เห็นนะคะบางทีเนี่ยอย่างเช่นหรือว่ารับ
00:21:37โทรศัพท์ลูกเล็กๆอยู่เนี่ยนะคะเพราะลูก
00:21:40รับโทรศัพท์นี่ถ้าเป็นที่นี่โทรมาบอกพ่อ
00:21:43ไม่อยู่นะอะไรอย่างเงี้ยแล้วทำไมพ่ออยู่
00:21:46นี่นะอะไรเนี่ยนะคะเพราะว่าฉะนั้นตรง
00:21:48เนี้ยบางครั้งจำเป็นจริงค่ะในเรื่องของ
00:21:51การโกหกเพื่อมารยาทแต่เราต้องหาโอกาส
00:21:54อธิบายให้เด็กฟังเมื่อมีเวลานะ 5 ยกตัว
00:21:57อย่างเช่นสมมติว่าอ่าถ้าเราเราไม่ไปกับ
00:22:02อันนี้นะฮะแล้วก็อาจจะบอกเด็กว่า
00:22:06ลูกพ่อรู้นะว่ามันไม่ดีนะที่พ่อโกหกคุณ
00:22:10ป้าเค้าว่าพ่อไม่ว่างไปกับคุณป้าน่ะเพราะ
00:22:13ว่าเมื่อเพื่อไม่ให้ถ้าคุณป้ารู้ว่าพ่อ
00:22:15เลือกที่จะไปเที่ยวกับลูกแทนไปธุระให้คุณ
00:22:18ป้าคุณป้าก็ต้องเสียใจใช่ไหมลูกนะพ่อก็
00:22:22ไม่อยากให้คุณป้าเสียใจพ่อก็จำเป็นต้อง
00:22:25โกหกแต่ว่าโกหกเพื่อความหวังดีต่อคุณป้า
00:22:29ในความรู้สึกของคุณป้าแต่มันก็ไม่ดีนัก
00:22:32หรอกนะลูกแต่ว่าพ่อจำเป็นอะไรอย่างนี้ก็
00:22:35อธิบายให้ลูกฟังนะคะแต่ว่าไม่ใช่ว่าทำให้
00:22:39เห็นแล้วไม่อธิบายนึกออกมั้ยฮะเฮ้ยหลบ
00:22:42หลายคนก็จะบอกว่าเฮ้ยทำไมต้องมานั่ง
00:22:45อธิบายด้วยอ่าไม่งั้นเด็กก็จะตีความเอา
00:22:48เองแล้วก็คิดว่าการโกหกไม่เป็นเรื่อง
00:22:50ธรรมดามันเป็นก็ได้ไหมคำว่าคำอธิบายก็คือ
00:22:53คำโกหกอีกเหมือนกันมันก็อาจจะเป็นไปได้
00:22:56แค่แต่ว่าเธออย่าไปดูถูกภูมิปัญญาเด็กนี้
00:23:00นะคะเด็กเค้ามีความคิดพอที่จะเข้าใจอะไร
00:23:03อย่างนี้ค่ะฮ่าๆพี่ก็เคยมีปัญหาที่บ้าน
00:23:08ตัวอย่างที่บ้านเหมือนกันน่ะนะคะที่ที่
00:23:10เราต้องอธิบายให้ให้หลานฟังหน่อยว่าทำไม
00:23:13พ่อแม่ต้องโกหกอะไรอย่างนี้นะคะเพื่อความ
00:23:15เข้าใจอ่ะมาประเด็นสุดท้ายนะคะก็คือแนว
00:23:18ทางที่ 6 ให้พยายามสังเกตค่ะนะฮะว่าลูกใน
00:23:22มีอาการผิดปกติทางจิตได้หรือเปล่าอย่าง
00:23:25ที่บอกนะคะว่าการโกหกแน่มันก็มีผลใน
00:23:27เรื่องของโรคทางจิตเวชบางโลกนะคะอ่ะเช่น
00:23:32ในเรื่องของภูมิปัญญาบกพร่องหรือเรื่อง
00:23:34โรคซึมเศร้าอะไรพวกนี้นะฮะก็หรือสติปัญญา
00:23:37บกพร่องอาจเด็กอาจจะมีปัญหาเรื่องภาษา
00:23:40เช่นเด็กที่มีปัญหาทางภาษาการคำนวณกันจำ
00:23:44อะไรอย่างนี้นะคะวันนั้นเด็กอาจจะโกหกโดย
00:23:46ไม่ตั้งใจนะหรือโกหกพ่อป่วยก็ได้ซึ่งถ้า
00:23:50เราสังเกตตรงนี้นะคะที่จะช่วยได้ก็คือ
00:23:52ต้องไปพบจิตแพทย์นะคะการไปพบจิตแพทย์
00:23:55เนี่ยเขาจะช่วยวินิจฉัยโรคและให้การรักษา
00:23:59ๆอย่างเหมาะก็ไม่ได้แปลว่าโลกรถลูกเรา
00:24:02เป็นบ้าถ้าต้องเข้าใจตรงนี้ก่อนคนมักจะตี
00:24:04ความผิดๆนะคะเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็จะช่วย
00:24:08ให้ลูกเราเนี่ยดีขึ้นหรือมีพืชกรรมที่ดี
00:24:10ขึ้นอะไรก็ตามที่เราตรวจพบตั้งแต่ต้นแรก
00:24:13เริ่มเนี่ยมันดีทั้งนั้นแหละค่ะมันจะมี
00:24:15เวลาในการดูแลนะคะก็นั้นสรุปใจความสำคัญ
00:24:19ก็คือว่าคุณพ่อคุณแม่ในควรจะต้องรับฟัง