00:00:00 → 00:00:02สวัสดีค่ะหมอพรรักหมอผ่าตัดตาต้อเนื้อต้อ
00:00:02 → 00:00:05กระจกต้อหินและศัลยกรรมเปลึกตาหมอตาเฉพาะ
00:00:05 → 00:00:09ทางด้านต้อหินยินดีต้อนรับเข้าสู่พcสนี้
00:00:09 → 00:00:12นะคะเป็นพcสที่จะย่อยงานวิจัยเพื่อให้ทุก
00:00:12 → 00:00:15คนได้เข้าใจง่ายไม่ใช่แค่เรื่องตาเท่า
00:00:15 → 00:00:17นั้นนะคะแต่รวมไปถึงสุขภาพกายสุขภาพใจ
00:00:17 → 00:00:20เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นวันนี้นะคะจะมา
00:00:20 → 00:00:23คุยกันในเรื่องของต้อเนื้อค่ะซึ่งเป็น
00:00:23 → 00:00:26เรื่องที่ทุกคนน่ะมักจะสงสัยว่าจะลอกวิธี
00:00:26 → 00:00:32ไหนดีแผลจะหายยังไงแผลจะหายนานมยและก็จะ
00:00:32 → 00:00:34มีโอกาสที่จะเกิดกับเป็นซ้ำหรือเปล่าใน
00:00:34 → 00:00:36episode นี้นะคะมีคำตอบให้ครบเลยค่ะ 5
00:00:37 → 00:00:41ทอปิของตัว episod นี้นะคะก็จะมีหลักๆนะ
00:00:41 → 00:00:43ในเรื่องเกี่ยวกับอันแรกค่ะความเข้าใจของ
00:00:43 → 00:00:45โรคต้อเนื้อใหม่ๆเนี่ยว่าต้อเนื้อเนี่ย
00:00:46 → 00:00:49มันมีปัจจัยเสี่ยงอะไรและงานวิจัยใหม่ๆเ
00:00:49 → 00:00:52ที่เขาคิดค้นเนี่ยว่าคนที่เป็นกับคนไม่
00:00:52 → 00:00:54เป็นน่ะต่างกันยังไงวันนี้เดี๋ยวเราจะมา
00:00:54 → 00:00:57เข้าใจในทอปิแรกนะคะออปิที่ 2 คือ 4 วิธี
00:00:57 → 00:00:59ที่ลอกต้อเนื้อเนี่ยมีวิธีไหนบ้างแตกต่าง
00:01:00 → 00:01:02กันยังไงเป็นยังไงเอ๊ะถ้าสมมุติว่าเราจะ
00:01:02 → 00:01:04ลอกต้อนเนื้อแล้วเนี่ยเราควรจะแบบเลือก
00:01:04 → 00:01:07วิธีไหนดีก็ไปดูตัวเลขกันนะว่าวิธีไหนการ
00:01:07 → 00:01:09กลับเป็นซ้ำเนี่ยมากน้อยแตกต่างกันยังไง
00:01:09 → 00:01:11เราไปอันเนี้ยก็จะได้ดูในวันนี้เทคนิค
00:01:12 → 00:01:14เรื่องต่อไปนะคะก็การยึดกราฟนะคะว่าการ
00:01:14 → 00:01:17ยึดกราฟเนี่ยในปัจจุบันเมันมีอะไรบ้าง
00:01:17 → 00:01:19แล้วก็มันแตกต่างยังไงข้อดีข้อเสียแตก
00:01:19 → 00:01:21ต่างกันยังไงซึ่งเป็นสโคปที่ 3 ที่เราจะ
00:01:21 → 00:01:23เรียนรู้ 4 สิ่งที่เรียนรู้คือการกลับ
00:01:23 → 00:01:26เป็นซ้ำของแต่ละวิธีค่ะว่ากลับเป็นซ้ำ
00:01:26 → 00:01:29เนี่ยมันมากน้อยแค่ไหนและสุดท้ายนะคะดูจบ
00:01:29 → 00:01:32เนี่ยหวังว่าทุกคนเนี่ยคงจะได้รู้ว่าอ่า
00:01:32 → 00:01:35ต้อนเนื้อการลอกวิธีแต่ละวิธีเนี่ยอันไหน
00:01:35 → 00:01:38ที่เหมาะกับเราบ้างนะคะหรือว่าได้รู้เข้า
00:01:38 → 00:01:40ใจว่ามันมีวิธีไหนบ้างแล้วก็ลองคิดเอ่อ
00:01:40 → 00:01:42กับตัวเองนะว่าเราอยากบอกว่ากับวิธีนี้
00:01:43 → 00:01:46แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นการตัด
00:01:46 → 00:01:48สินใจร่วมกันนะคะว่าคุณหมอที่ผ่าตัดกับคน
00:01:48 → 00:01:51ไข้นะคะว่าจะเลือกวิธีไหนค่ะสำหรับใน
00:01:51 → 00:01:53episode นี้ก็จะให้ข้อมูลในท่าเรื่อง
00:01:53 → 00:01:56หลักๆที่พูดไปเมื่อกี้ค่ะนอกจากนี้นะคะ
00:01:56 → 00:01:58หมอก็ยังมีทริปดีๆนะคะในการดูแลก่อนผ่า
00:01:58 → 00:02:01ตัดแล้วก็หลังผ่าตัดสำหรับคนที่เอ่อกำลัง
00:02:01 → 00:02:03ที่จะลอกต้อเนื้อกับลอกต้อเนื้อไปแล้ว
00:02:03 → 00:02:05ด้วยค่ะอย่างเช่นเคยนะคะหมอจะทำ Time
00:02:05 → 00:02:07Stมป์ไว้ที่ Description ค่ะถ้าใครอยากสน
00:02:07 → 00:02:09ใจเรื่องไหนสามารถที่จะกดไปที่ Time St
00:02:09 → 00:02:12นั้นได้เลยใครที่กำลังมองหาว่าจะลอกต้อ
00:02:12 → 00:02:14เนื้อดีมยหรือคนในครอบครัวคนในบ้านเนี่ย
00:02:14 → 00:02:17เป็นต้อเนื้ออยู่นะคะฟังให้จบนะคะก่อนที่
00:02:17 → 00:02:20จะไปฟังนะฝากกดไลค์กดแชร์กด Subscribe นะ
00:02:20 → 00:02:22คะเพื่อเป็นกำลังใจให้หมอแล้วทำคเทนด้วย
00:02:22 → 00:02:25ค่ะมาเริ่มกันที่ทอปิแรกเลยนะคะว่าต้อ
00:02:25 → 00:02:27เนื้อเนี่ยมันคืออะไรคือต้อเนื้อเนี่ยนะ
00:02:28 → 00:02:31คะมันเวลาที่เอาเนื้อเยื่อที่เป็นเต้า
00:02:31 → 00:02:34เนื้อไปตรวจนะคะมันก็จะพบว่ามันมีเซลล์
00:02:34 → 00:02:36เซลล์นึงที่แบ่งตัวผิดปกติเซลล์นั้นน่ะ
00:02:37 → 00:02:39ชื่อว่าเซลล์ไฟบาซ
00:02:39 → 00:02:41เซลล์ชนิดนี้เนื้อเยื่อชนิดนี้นะคะมันมี
00:02:41 → 00:02:44ทั้งแบบเอ่อเส้นเลือดแล้วก็มีทั้งแบบ
00:02:44 → 00:02:48เหมือนตัวที่เป็นยนเนื้อเยื่อเส้นใหญ่
00:02:48 → 00:02:52ซึ่งก็พบได้ที่เยื่อปุตาแต่ว่าคนที่เป็น
00:02:52 → 00:02:56ต้นเหนือเนี่ยเซลล์เนี่ยมันเจริญมางอกมาก
00:02:56 → 00:02:59กว่าคนปกติติทีนี้การที่จะบอกว่าเป็นต้อ
00:02:59 → 00:03:03เนื้อเนี่ยมันก็คือจะต้องข้ามงอกข้ามมา
00:03:03 → 00:03:06เลยที่ขอบตาเข้ามาที่กระจกตาถึงจะเรียก
00:03:06 → 00:03:08ว่าเป็นต้อเนื้อสำหรับใครที่แบบเอ่อเปิด
00:03:08 → 00:03:11ตาให้ดูนะแล้วก็แบบไม่ได้มีการงอกข้ามอ่ะ
00:03:11 → 00:03:13อันนั้นน่ะก็ไม่ได้เรียกต้อเนื้อนะคะแล้ว
00:03:13 → 00:03:15โดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ยต้อเนื้อเนี่ยมันก็
00:03:15 → 00:03:16จะเป็นแบบรูปสามเหลี่ยมรูปสามเหลี่ยม
00:03:16 → 00:03:19เนี่ยหัวมันจะอยู่ที่กระจกตาหรือที่เรา
00:03:19 → 00:03:22เห็นว่าเป็นตาดำส่วนฐานเนี่ยมันก็จะอยู่
00:03:22 → 00:03:24ตรงบริเวณตาขาวอ่ะนะคะส่วนใหญ่ก็จะเป็น
00:03:24 → 00:03:26แบบนี้เลยนะคะทีนี้เนี่ยภาษาอังกฤษอ่ะ
00:03:26 → 00:03:29ต้อนเนื้อเนี่ยเขาเรียกว่าเทอริจมซึ่งมัน
00:03:29 → 00:03:32มีรากฐานมาจากภาษากรีกอ่ะนะคะมันมาจาก 2
00:03:32 → 00:03:36คำก็คือเทอริกับเทอริเจียนเทอริเนี่ยจะ
00:03:36 → 00:03:39แปลว่าปีกแต่เทอริเจียนเนี่ยจะแปลว่าขี้
00:03:39 → 00:03:45ป่าซึ่งรากฐานมาจากภาษากรีกโบราณก็แปลว่า
00:03:45 → 00:03:47ต้อเหนือเนี่ยมันพบมาเป็นพันๆปีแล้วนะคะ
00:03:47 → 00:03:51ตั้งแต่สมัยยุคกรีกแล้วนะคะแล้วก็ตัว
00:03:51 → 00:03:53ลักษณะของมันน่ะก็จะเหมือนขี้ปลาหรือว่า
00:03:53 → 00:03:55เหมือนแบบปีกปีกนกอะไรอย่างเงี้ยก็คือ
00:03:55 → 00:03:57เป็นรูปสามเหลี่ยมอย่างที่เราเห็นกันใน
00:03:57 → 00:04:00ปัจจุบันค่ะหมอตาคนแรกที่บันทึกเอ่อ
00:04:00 → 00:04:03ลักษณะของเนื้อเยื่อที่อยู่ที่ตาเนี่ยก็
00:04:03 → 00:04:05บันทึกไว้เมื่อ 1000 ปีก่อนคริสต์ศักราช
00:04:05 → 00:04:09แล้วโดยเป็นหมอตาชาวอินเดียที่ชื่อว่า
00:04:09 → 00:04:12ซุซูต้าซึ่งถือว่าเป็นหมอตาที่ผ่าตัดตาม
00:04:12 → 00:04:15คนแรกๆของโลกเลยค่ะจากการศึกษาระบาดวิทยา
00:04:15 → 00:04:18ทั่วโลกนะคะพบว่าต้อนเนื้อเนี่ยพบมากใน
00:04:18 → 00:04:21ที่ที่มีแสงแดดค่ะพบถึง 10 กว่าเปอร์เซ็น
00:04:21 → 00:04:24เลยทีเดียวโดยที่ประเทศจีนนี่เองนะคะพบ
00:04:24 → 00:04:27ถึง 50% ที่น่าสนใจนะคะนักวิทยาศาสตร์
00:04:27 → 00:04:31เนี่ยมองหาต้อเนื้อเนี่ยในสัตว์อ่ะค่ะแต่
00:04:31 → 00:04:33ก็พบว่าไม่มีสัตว์ตัวไหนอ่ะที่เป็นต้อ
00:04:33 → 00:04:36เนื้อเลยนะคะดังนั้นเนี่ยก็เลยเชื่อว่า
00:04:36 → 00:04:38ต้อเนื้อเนี่ยเป็นโรคที่เกิดในมนุษย์เท่า
00:04:38 → 00:04:40นั้นและอย่างที่บอกนะคะว่าตัวต้อเนื้อเอง
00:04:40 → 00:04:44เนี่ยถึงแม้ว่าจะค้นพบมาเป็นพันๆปีที่หมอ
00:04:44 → 00:04:47ตาคนแรกของโลกชาวอินเดียนะแต่ว่าทุกวัน
00:04:47 → 00:04:50นี้นะคะก็ยังไม่รู้จริงๆค่ะว่าต้อเนื้อ
00:04:50 → 00:04:53เนี่ยมันเกิดมาจากอะไรกันแน่ที่เป็น
00:04:53 → 00:04:55ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญค่ะสาเหตุเชิงลึก
00:04:55 → 00:04:58เหล่านี้นะคะก็ยังทำให้ต้อเนื้อเนี่ยยัง
00:04:58 → 00:05:01คงมีการศึกษาวิจัยกันอย่างไม่หยุดยั้งค่ะ
00:05:01 → 00:05:04อาจจะฟังดูแล้วอุ๊ยยากจังต้อเนื้อไม่รู้
00:05:04 → 00:05:07ว่าเป็นอะไรอาจจะฟังดูซับซ้อนแต่พยายาม
00:05:07 → 00:05:10ที่จะไล่เรียงกันให้เข้าใจกันไปเรื่อยๆไป
00:05:10 → 00:05:13พร้อมกันนะคะมาดูที่กลไกการเกิดของต้อ
00:05:13 → 00:05:15เนื้อเลยค่ะเพราะว่าเราจะต้องรู้สาเหตุ
00:05:15 → 00:05:18แล้วก็กลไกว่ามันเนี่ยเกิดได้ยังไงเราถึง
00:05:18 → 00:05:20จะเข้าใจมันแล้วก็รักษามันได้นะปัจจุบัน
00:05:20 → 00:05:22นี้นะคะเป็นที่แน่ชัดแล้วค่ะว่าต้อเนื้อ
00:05:22 → 00:05:25เนี่ยสาเหตุหลักๆเนี่ยก็ก็คือแสงแดดโดย
00:05:25 → 00:05:27เฉพาะแสงอโอต้า Violet นะคะเวลาที่เราได้
00:05:28 → 00:05:30รับแสงแดดหรือว่าแสง UV จากเอ่อพระ
00:05:30 → 00:05:33อาทิตย์เนี่ยมันจะไปทำลายตัวเซลล์ที่เป็น
00:05:33 → 00:05:35สเต็มเซลล์หรือว่าเซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่
00:05:35 → 00:05:38ที่ขอบตาขอบตาคือระหว่างตาดำกับตาขาวพอ
00:05:38 → 00:05:41เซลล์ต้นกำเนิดนั้นน่ะผิดปกติค่ะมันก็จะ
00:05:41 → 00:05:44เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ที่เรียกว่าไโบาที
00:05:44 → 00:05:48นี้พอตัวเจ้าไฟบานี้นะคะมันแบ่งตัวผิด
00:05:48 → 00:05:52ปกติมันก็จะเป็นผังผืดเป็นเส้นเลือดลุก
00:05:52 → 00:05:56ล้ำเข้ามาในตาเข้ามาในกระจกตาข้ามเข้ามา
00:05:56 → 00:05:59จากเซลล์ที่กั้นอยู่นะคะก็ข้ามเข้ามาทำ
00:05:59 → 00:06:02ให้เกิดเป็นต้อนเนื้อขึ้นมานอกจากเอ่อแสง
00:06:02 → 00:06:04แดดนะคะที่หมอไปรีวิวงานวิจัยมามันไม่ใช่
00:06:04 → 00:06:07แค่มีปัจจัยเดียวเท่านั้นนะยังมีปัจจัย
00:06:07 → 00:06:09อื่นๆอีกดังต่อไปนี้ค่ะปัจจัยแรกคืออายุ
00:06:10 → 00:06:12ที่มากขึ้นก็จะพบว่าคนที่มีอายุมากๆเนี่ย
00:06:12 → 00:06:15ก็จะพบต้อเนื้อมากกว่าเพศก็มีส่วนนะเพศ
00:06:15 → 00:06:19ชายจะเป็นมากกว่าเพศหญิงคนที่อาศัยอยู่ใน
00:06:19 → 00:06:22เอ่อชนบทห่างไกลนะคะก็จะเป็นเหมือนมาก
00:06:22 → 00:06:26กว่าคนที่อาศัยในเมืองคนที่เจอแดดเจอฝุ่น
00:06:26 → 00:06:28อันเนี้ตรงไปตรงมาก็จะก็จะเป็นเยอะกว่า
00:06:28 → 00:06:32สุดท้ายการสูบบุหรี่แล้วก็คนที่มีเชื้อ
00:06:32 → 00:06:36ชาติไปทางแบบผิวผิวดำก็จะมีแบบเยอะกว่ามี
00:06:36 → 00:06:38การศึกษานึงนะคะที่อเมริกาเหนือค่ะเขาพบ
00:06:38 → 00:06:42ว่าคนที่เป็นคนผิวดำเนี่ยมีเปอร์เซ็นต์
00:06:42 → 00:06:44หรือมีความที่จะเป็นต้อเนื้อสูงกว่าคนผิว
00:06:44 → 00:06:47ขาวเนี่ย 3 เท่าเลยทีนี้ถ้ามองในโลกของ
00:06:47 → 00:06:50เรานะคะถ้าเกิดบอกว่าแสงแดดเนี่ยเป็น
00:06:50 → 00:06:52ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นต้อเนื้อเยอะนะ
00:06:52 → 00:06:55คะก็ก็จะต้องไปดูพื้นที่ที่โดนแสงแดดมากๆ
00:06:55 → 00:06:57เนี่ยว่าเป็นไหมต้อเนื้อก็ปรากฏว่าเป็น
00:06:57 → 00:07:00ค่ะพื้นที่ที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตก็จะ
00:07:00 → 00:07:02เป็นต้อเนื้อมากกว่าพื้นที่ที่อยู่ห่าง
00:07:02 → 00:07:04ไกลเส้นสูนสุดซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีประเทศ
00:07:04 → 00:07:07ไทยด้วยนะคะเอ่อทวีปเอเชียตะวันออกเฉียง
00:07:07 → 00:07:10ใต้เนี่ยก็เป็นทวีปที่โผล่ต้อเนื้อมาก
00:07:10 → 00:07:12ประเทศไทยอินโดนีเซียฟิลิปปินส์มาเลเซีย
00:07:12 → 00:07:15เวียดนามเจอมากในแอฟริกาอย่างพุบอกเจอมาก
00:07:15 → 00:07:18เช่นเดียวกันเคน่าไนจีเรียเอโอเปีย
00:07:18 → 00:07:20อเมริกาใต้นะคะบราซิลเปรูโคลัมเบียเป็น
00:07:20 → 00:07:23เยอะรวมถึงบางส่วนของออสเตรเลียนะคะโดย
00:07:23 → 00:07:25เฉพาะออสเตรเลียเหนือค่ะก็จะมีต้อนเนื้อ
00:07:25 → 00:07:27มากกว่าออสเตรเลียส่วนอื่นน่ะ 10 เท่าข้อ
00:07:27 → 00:07:30มูลสนับสนุนเหล่านี้นะคะก็ยืนยันว่าแสง UV
00:07:30 → 00:07:33เนี่ยมีผลแน่ๆแสง UV นี่นะคะนอกจากมันจะ
00:07:33 → 00:07:35ทำให้ตัวเซลล์ต้นกำเนิดเนี่ยมันแบ่งตัว
00:07:35 → 00:07:38ผิดปกติแล้วเนี่ยไปเป็นเส้นเลือดไปเป็น
00:07:38 → 00:07:40เนื้อเยื่อไปเป็นผังผืดแล้วเนี่ยมันก็
00:07:40 → 00:07:42เป็นแบบส่งที่ทำให้จีนตัวนึงอ่ะผิดปกติ
00:07:42 → 00:07:46ด้วยเรียกว่าจีน P5 ค่ะนอกจากแสง UV แล้ว
00:07:46 → 00:07:49ก็ปัจจัยแบบอื่นๆที่พูดมาแล้วภูมิศาสตร์
00:07:49 → 00:07:53เอยเพศเอยอายุเอยนะคะมันก็มีงานวิจัยนึง
00:07:54 → 00:07:56ศึกษาว่าคนที่เป็นไวรัสเนี่ยอาจจะเกี่ยว
00:07:56 → 00:07:58กับการเป็นตอนเหนือได้ด้วยเชื้อไวรัสที่
00:07:58 → 00:08:01พบนะคะว่าจะทำให้เป็นเอ่อสัมพันธ์กับการ
00:08:01 → 00:08:03เกิดต้อเนื้อเนี่ยก็คือ HPV ค่ะนอกจาก
00:08:03 → 00:08:05สัมพันธ์กับการเกิดแล้วเนี่ยมันก็ยัง
00:08:05 → 00:08:07สัมพันธ์กับการที่จะเป็นซ้ำด้วยสรุปง่ายๆ
00:08:07 → 00:08:10นะคะต้อเนื้อเนี่ยเกิดทั้งมีสาเหตุเกิด
00:08:10 → 00:08:13ทั้งปัจจัยภายนอกแล้วก็ปัจจัยภายในปัจจัย
00:08:13 → 00:08:15ภายนอกเนี่ยก็ได้แก่แสงแดดฝุ่นควัน
00:08:15 → 00:08:18พฤติกรรมการสูบบุหรี่ปัจจัยภายในเนี่ยก็
00:08:18 → 00:08:21คือการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์การที่มีจีน
00:08:21 → 00:08:25จีนนึงที่ผิดปกติไปพันธุกรรมภูมิคุ้มกัน
00:08:25 → 00:08:28เป็นต้นนอกจากนี้นะคะเอ่อลักษณะของต้อ
00:08:28 → 00:08:30เนื้ออย่างที่บอกว่ามักจะเป็นที่หัวตาใช่
00:08:31 → 00:08:33มั้หางตาไม่ค่อยเป็นก็มีทฤษฎีนึงเนี่ย
00:08:33 → 00:08:37เชื่อว่าเกิดจากการที่แสงเนี่ยมันถูก
00:08:37 → 00:08:40สะท้อนนะ่ะค่ะเรียกว่าโรนเอฟเฟectเอฟเฟค
00:08:40 → 00:08:42นี้เนี่ยพอแสงมันเข้าตานะคะไม่ใช่แค่แสง
00:08:42 → 00:08:45อยู่อย่างเดียวนะแสงสีน้ำเงินด้วยนะพอมัน
00:08:45 → 00:08:48เข้าตาเสร็จปุ๊บมันจะมีกระจกตาที่โค้งรับ
00:08:48 → 00:08:50แสงตัวนั้นที่เข้ามาจากด้านข้างแล้วก็
00:08:50 → 00:08:52เหมือนมีการล้วงแสงแล้วก็สะท้อนไปที่ตรง
00:08:52 → 00:08:55หัวตาพอดีดังนั้นเนี่ยการที่รวมแบบนี้นะ
00:08:55 → 00:08:57คะก็เลยทำให้หัวตาเนี่ยเกิดเป็นต้อเนื้อ
00:08:57 → 00:09:01มากกว่าหักตาทีนี้เรามาเข้าสู่การลอกต้อ
00:09:01 → 00:09:03เนื้อด้วยค่ะปัจจุบันนี้นะคะที่ทำกันทั่ว
00:09:03 → 00:09:07โลกอยู่เนี่ยมี 4 วิธีด้วยกันวิธีแรกคือ
00:09:07 → 00:09:10วิธีที่การลอกต้อนเนื้อโดยที่ไม่วางกราฟ
00:09:10 → 00:09:14หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าแสเค่าการผ่าตัด
00:09:14 → 00:09:17วิธีนี้นะคะเป็นการตัดเอ่อเอาหัวต้อเนื้อ
00:09:17 → 00:09:21น่ะออกแล้วก็เอาฐานออกบางส่วนแล้วก็ปล่อย
00:09:21 → 00:09:24ทิ้งไว้เลยโดยที่ไม่วางกราฟแปะทับวิธีนี้
00:09:24 → 00:09:27นะคะง่ายค่ะเพราะว่าไม่ต้องยุ่งยากในการ
00:09:27 → 00:09:30ที่จะไปหากราฟนะคะแต่ว่าการกลับเป็นซ้ำ
00:09:30 → 00:09:34เนี่ยจะสูงค่ะบางงานวิจัยเนี่ยก็มีรายงาน
00:09:34 → 00:09:38นะคะว่าสูงถึง 30-88% เลยทีเดียวนอกจาก
00:09:38 → 00:09:40การกลับเป็นซ้ำที่สูงแล้วนะคะเอ่อเนื่อง
00:09:40 → 00:09:43จากว่ามันไม่ได้มีอะไรมาวางมาคุมตรงเยื่อ
00:09:43 → 00:09:47บุตาที่มันถูกตัดไปหรือว่าตาขาวที่มัน
00:09:47 → 00:09:51เอ่อเหมือนเห็นชัดๆอยู่เนี่ย
00:09:51 → 00:09:54เหมือนมันเปิดอยู่เนี่ยมันก็จะทำให้เกิด
00:09:54 → 00:09:56การอักเสบได้ง่ายนะคะเนื้อเยื่อต่างๆ
00:09:57 → 00:09:59เนี่ยก็งอกคืบคานเข้ามาเหมือนเดิมได้ง่าย
00:09:59 → 00:10:02นะคะหลักผ่าตัดหรือว่าเกิดภาวะเอ่อมีก้อน
00:10:02 → 00:10:06ขึ้นมาได้อันนี้ก็เป็นภาวะที่การลอกแบบ
00:10:06 → 00:10:09เนี้ยจะเจอได้ทีนี้นะคะก็จะมีคนน่ะคิดว่า
00:10:09 → 00:10:12เฮ้ยถ้าเกิดลอกแบบเนี้ยมันเอ่อการปัดกลับ
00:10:12 → 00:10:15เป็นซ้ำเยอะอ่ะดังนั้นน่ะหาวิธีอะไรหาสาร
00:10:16 → 00:10:20อะไรที่มาช่วยวิธีนี้ดีมนะคะสำหรับการที่
00:10:20 → 00:10:23ใช้สารที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพของวิธีนี้
00:10:24 → 00:10:26เนี่ยเอ่อก็มีการใช้สารที่เรียกว่า MMC
00:10:26 → 00:10:29ไมโตไมซิน C สารที่เรียกว่าไ FU นะคะมี
00:10:29 → 00:10:32การเอารังสีเบตันนะคะมาช่วยหรือว่ามีการ
00:10:32 → 00:10:36ใช้ไซโคสปอินมาช่วยทีนี้นะคะรอบต้อนเนื้อ
00:10:36 → 00:10:38แบบนี้นะคะมันอาจจะไม่ได้ดูแย่มากนะคะ
00:10:38 → 00:10:41เพราะว่าการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยสารเนี่ย
00:10:41 → 00:10:44มีงานวิจัยบางงานวิจัยนะคะพบว่าสามารถที่
00:10:44 → 00:10:47จะลดการกลับเป็นซ้ำได้จาก 30% เหลือ 6%
00:10:47 → 00:10:50เลยทีเดียวแต่ว่าทีนี้นะคะเวลาที่ไม่มี
00:10:50 → 00:10:54อะไรมาคุมการวางสาร mm เนี่ยก็ต้องคำนึง
00:10:54 → 00:10:56ถึงผลข้างเคียงของมันด้วยนะคะอาจจะทำให้
00:10:56 → 00:10:59ตัวเอ่อตาขาวเนี่ยมันบางลงได้หรือว่า
00:10:59 → 00:11:02กระจกตาบางลงได้ซึ่งก็ต้องใช้อย่างระมัด
00:11:02 → 00:11:04ระวังในการที่จะวางสาร MMC เพื่อเพิ่ม
00:11:04 → 00:11:07ประสิทธิภาพของวิธีการสมัยก่อนนู้นนะคะมี
00:11:07 → 00:11:09การใช้เอ่อเมตตัเรซึ่งเป็นรังสีเนี่ยที่
00:11:09 → 00:11:11เอามาวางค่ะพอเราเสร็จแล้วก็เอารังสีมา
00:11:11 → 00:11:14วางนะอันเนี้ยพบว่าในปัจจุบันเนี่ยเลิก
00:11:14 → 00:11:16ใช้รังสีนี้ไปแล้วเพราะว่าเกิดผลแทรกซ้อน
00:11:16 → 00:11:19เกี่ยวกับตาขาวเนี่ยเป็นจำนวนมากจะเห็น
00:11:19 → 00:11:21ว่าการลอกต้อนเนื้อแบบเนี้ยค่ะก็มีการ
00:11:21 → 00:11:24ศึกษาวิจัยที่จะทำให้มันเพิ่มประสิทธิภาพ
00:11:24 → 00:11:26อย่างที่บอกเอาสารต่างๆมาวางเปอร์เซ็นต์
00:11:26 → 00:11:28เนี่ยลดก็เปอร์เซ็นต์ดูดีเหมือนกันนะคะ
00:11:28 → 00:11:31ซึ่งแต่ว่าในปัจจุบันเนี้ยวิธีเนี้ยก็ไม่
00:11:31 → 00:11:33ค่อยนิยมแล้วค่ะเพราะว่าเนื่องจากว่า
00:11:33 → 00:11:35ประสิทธิภาพเนี่ยมันก็ไม่ได้ดีการกลับ
00:11:35 → 00:11:38เป็นซ้ำเนี่ยเยอะบวกกับเวลาที่เอาสารอะไร
00:11:38 → 00:11:40ต่างๆมาวางเนี่ยมันจะเกิดผลแทรกซ้อนจาก
00:11:40 → 00:11:42สารเยอะวิธีนี้ก็เลยไม่ค่อยนิยมใน
00:11:42 → 00:11:44ปัจจุบันสำหรับคนที่อายุน้อยหมอก็ไม่แนะ
00:11:44 → 00:11:47นำวิธีนี้เลยนะคะแต่ว่าถ้าเกิดแบบคนที่
00:11:47 → 00:11:48อายุเยอะเนี่ยเนี่ยเราอยากจะเลือกวิธี
00:11:48 → 00:11:51เนี้ยก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีนะคะแต่ว่า
00:11:51 → 00:11:53ถ้าจะเลือกวิธีนี้จริงๆเนี่ยก็ต้องมีการ
00:11:53 → 00:11:56วางสารต่างๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวิธี
00:11:56 → 00:11:58การนี้ได้ต่อมาเทคนิคที่ 2 นะคะก็คือการ
00:11:58 → 00:12:01ลอกต้อเนื้อแบบการใช้เนื้อเยื่อบุตาตัว
00:12:01 → 00:12:03เองหรือว่าวางกราฟด้วยเนื้อเยื่อบุตาตัว
00:12:03 → 00:12:05เองค่ะภาษาอังกฤษเนี่ยเรียกว่า
00:12:05 → 00:12:08conjunctival aut กราฟเราก็จะย่อว่า Cau
00:12:08 → 00:12:11นะคะตัว CAU นี้เองค่ะก็เป็นการเอาเยื่อ
00:12:11 → 00:12:13บู่ตาตัวเองส่วนใหญ่เราก็จะเอาข้างบนนะคะ
00:12:13 → 00:12:17มาวางเป็นกราฟแปะไว้วางทดแทนแทนสิ่งที่
00:12:17 → 00:12:20เราอ่ะตัดออกไปซึ่งวิธีนี้จะมีความซับ
00:12:20 → 00:12:22ซ้อนขึ้นกว่าการตัดต้อเนื้อออกเฉยๆหลัง
00:12:22 → 00:12:26จากที่ได้วางตัวกราฟแล้วนะคะมันก็ต้องยึด
00:12:26 → 00:12:29ไว้กับตัวตาขาวเดิมใช่มยวิธีการยึดเนี่ย
00:12:29 → 00:12:31ก็จะได้ 2 แบบนะคะก็คือการเย็บกับการใช้
00:12:31 → 00:12:35กาวชีวภาพทีนี้วิธีการเนี้ยเป็นวิธีการ
00:12:35 → 00:12:37ที่เป็นมาตรฐานนะคะซึ่งโอกาสการเกิดเป็น
00:12:37 → 00:12:41ซ้ำเนี่ยก็ประมาณ 0-30% ทีนี้ 30% เลยหรอ
00:12:41 → 00:12:45ดูฟังดูเยอะแต่ว่า 30% เนี่ยเป็นกรณีที่
00:12:45 → 00:12:47รวมหมดนะคะรวมหมดกับการลอกครั้งที่ 2
00:12:47 → 00:12:49ด้วยค่ะแต่สำหรับการลอกครั้งแรกเนี่ย
00:12:49 → 00:12:52เปอร์เซ็นต์เนี่ยจะประมาณไม่เกิน 15% นะ
00:12:52 → 00:12:550-15% สำหรับการลอกเนินแบบนี้ซึ่งก็เป็น
00:12:55 → 00:12:58วิธีการที่น่าสนใจแล้วเป็นเหมือนสแตนดารด
00:12:58 → 00:13:00มาตรฐานในปัจจุบันค่ะผลแทรกซ้อนจากการใช้
00:13:00 → 00:13:02เนื้อเยื่อปุตาตัวเองจริงๆก็ครบน้อยมาก
00:13:02 → 00:13:04เลยนะคะอาจจะมีแบบเหมือนก้อนอักเสบขึ้นมา
00:13:05 → 00:13:07ได้แต่ก้อนอักเสบเงี้ก็ตัดได้ง่ายๆนะอีก
00:13:07 → 00:13:10อย่างนึงนะคะก็คือการที่เราเสียเยื่อบุตา
00:13:10 → 00:13:12ตัวเองไปอันนี้ก็อาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็น
00:13:12 → 00:13:14ผลแทรกซ้อนน่ะนะคะเป็นเรียกว่าข้อเสียดี
00:13:14 → 00:13:17กว่าของวิธีการนี้ค่ะทีนี้ที่การศึกษาของ
00:13:17 → 00:13:20คุณเอ่อสาติและคณะนะคะเค้าก็ได้ศึกษาว่า
00:13:20 → 00:13:24การยึดอ่ะการยึดกราฟอ่ะแบบไหนอ่ะมันดี
00:13:24 → 00:13:26เปอร์เซ็นต์น้อยกว่ากันสรุปแล้วเนี่ยพบ
00:13:26 → 00:13:30ว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญนะ
00:13:30 → 00:13:32คะโดยที่สิ่งที่เขามาศึกษาก็คือเย็บใช้
00:13:32 → 00:13:35เลือดแล้วก็ใช้กาวนะคะโดยที่การเย็บเนี่ย
00:13:35 → 00:13:38เปอร์เซ็นต์การกลับเป็นซ้ำอยู่ที่ 10%
00:13:38 → 00:13:41กาวอยู่ที่ 6% แล้วก็การใช้เลือดตัวเอง
00:13:41 → 00:13:46เนี่ยอยู่ที่ 3% ทีเนี้ย 16 3 ถ้าเอาไป
00:13:46 → 00:13:48คำนวณทางสถิติเนี่ยอาจจะไม่มีนัยยะสำคัญ
00:13:48 → 00:13:51แต่ว่ามองว่าถ้าทางคลินิกเนี่ยคือลดลงได้
00:13:51 → 00:13:534% เนี่ยมองว่าก็เยอะเหมือนกันสำหรับการ
00:13:53 → 00:13:55เพิ่มประสิทธิภาพของวิธีการนี้นะคะก็คือ
00:13:56 → 00:13:59การใช้สาร mm กับ yf ค่ะพบว่าจากการที่
00:13:59 → 00:14:02เป็นกับเป็นซ้ำเนี่ย 15% อยู่ที่ประมาณ
00:14:02 → 00:14:0511% เท่านั้นเองค่ะแต่การใช้สารเนี่ยก็
00:14:05 → 00:14:07ต้องใช้โดยหมอที่เชี่ยวชาญนะคะเพราะว่าจะ
00:14:07 → 00:14:09ต้องดูด้วยว่าผลข้างเคียงเนี่ยมันมีมาก
00:14:09 → 00:14:13น้อยแค่ไหนค่ะแต่โดยงานวิจัยเนี่ยก็พบว่า
00:14:13 → 00:14:15ถ้าใช้อย่างระมัดระวังเนี่ยสารเหล่านี้
00:14:15 → 00:14:17เนี่ยก็ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงสำหรับการ
00:14:17 → 00:14:19เพิ่มประสิทธิภาพในการลอกต้อนเนื้อชนิด
00:14:19 → 00:14:22นี้ค่ะสรุปนะคะสำหรับการลอกต้อนเนื้อแบบ
00:14:22 → 00:14:24การใช้เนื้อเยื่อบุตตาตัวเองค่ะก็เป็น
00:14:24 → 00:14:27วิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าแบบแรกแต่มีความ
00:14:27 → 00:14:29ซับซ้อนกว่านะคะเปอร์เซ็นต์การกลับเป็น
00:14:29 → 00:14:31ซ้ำเนี่ยก็น้อยกว่าเยอะมากๆเลยค่ะเหลือ
00:14:31 → 00:14:34ไม่ถึง 15% สำหรับคนที่ลอกครั้งแรกทีนี้
00:14:34 → 00:14:37การที่จะยึดกราฟเนี่ยด้วยอะไรนะคะก็ใน
00:14:37 → 00:14:39ปัจจุบันที่หมอทำอยู่แล้วก็เห็นแบบหมอ
00:14:39 → 00:14:42ทั่วไปทำนะคะก็จะมีการเย็บไหมกับใช้กาว
00:14:42 → 00:14:46ชีวภาพค่ะซึ่งตามงานวิจใจแล้วเนี่ยตัวเลข
00:14:46 → 00:14:49อาจจะไม่มีนัยยะสำคัญทางสถิตินะคะระหว่าง
00:14:49 → 00:14:5310% กับ 6% แต่ว่าถ้าใครเนี่ยอยากจะได้
00:14:53 → 00:14:55การกลับเป็นซ้ำเนี่ยน้อยลงนะคะจะเลือกใช้
00:14:55 → 00:14:58กาวแต่กาวก็จะมีข้อเสียว่าราคาแพงค่ะ
00:14:58 → 00:15:01สำหรับใครที่ไม่ได้มีงบในการใช้กาวเนี่ย
00:15:01 → 00:15:04การเย็บก็ไม่ถือว่าไม่ได้ต่างกันตามงาน
00:15:04 → 00:15:06วิจัยในแง่ของการกลับเป็นซ้ำก็ใช้ได้ดี
00:15:06 → 00:15:08เหมือนกันสำหรับวิธีที่ 3 นะคะก็คือการ
00:15:09 → 00:15:12ใช้เนื้อเยื่อรกมาเป็นกราฟวางแทนสิ่งที่
00:15:12 → 00:15:16เราตัดออกไปนะค่ะไม่ต้องตกใจนะคะรกก็มา
00:15:16 → 00:15:18จากคนนี่แหละค่ะปกติแล้วนะก็จะมีการ
00:15:18 → 00:15:21บริจาครกนะคะแล้วก็จะมีเอ่อการเก็บรกดูมี
00:15:21 → 00:15:24การตรวจเลือดมีการหาการติดเชื้ออะไรต่างๆ
00:15:24 → 00:15:27จนแบบเอ่อได้ปลอดภัยนะคะแล้วก็จะเอารกมา
00:15:27 → 00:15:30ใช้ในการที่เอ่อทำตาต่างๆรวมถึงการลอกต้อ
00:15:30 → 00:15:33เหนือด้วยคุณสมบัติของรกนะคะก็จะมีตั้ง
00:15:33 → 00:15:37แต่ลดการอักเสบลดผังผืดสามารถที่จะ
00:15:37 → 00:15:39กระตุ้นไม่ให้เซลล์เนี่ยแบ่งตัวโดยแพทย์
00:15:39 → 00:15:42นะคะก็จะใช้เนื้อเยื่อหุ้มรกเนี่ยมาวาง
00:15:42 → 00:15:44ทับหลังจากที่ได้ล็ออต้อเนื้อไปแล้วทีนี้
00:15:45 → 00:15:47มาดูนะคะว่ามันจะเวิร์คมยค่ะทีนี้เค้าก็
00:15:47 → 00:15:50ได้ไปศึกษางานวิจัยนะก็พบว่าการที่ใช้
00:15:50 → 00:15:52เนื้อเยื่อลกเนี่ยเฮ้ยทำไมมันมี
00:15:52 → 00:15:53เปอร์เซ็นต์การกลับเป็นซ้ำสูงประมาณ
00:15:53 → 00:15:576%-40% ค่ะจากการวิเคราะห์งานวิจัยเนาะ
00:15:57 → 00:16:00ก็พบว่างานวิจัยบางอันเนี่ยเทคนิคของแต่
00:16:00 → 00:16:02ละคนเนี่ยก็ไม่เหมือนกันผ่าต่างกันดัง
00:16:02 → 00:16:04นั้นเนี่ยเปอร์เซ็นต์มันก็เลยแวี่มากๆที
00:16:04 → 00:16:06นี้เมื่อเทียบกับการผ่าตัดโดยใช้เนื้อ
00:16:06 → 00:16:08เยื่อบู่ตาตัวเองแล้วเนี่ยดูเหมือนว่าการ
00:16:08 → 00:16:11ใช้เนื้อเยื่อบู่ตาตัวเองเนี่ยจะชนะนะคะ
00:16:11 → 00:16:13แต่มันก็มีงานวิจัยบางงานวิจัยค่ะที่บอก
00:16:13 → 00:16:15ว่าเนื้อเยื่อบูตาตัวเองกับเนื้อเยื่อรก
00:16:15 → 00:16:18เนี่ยผลเนี่ยไม่แตกต่างกันแต่สิ่งที่ต่าง
00:16:18 → 00:16:21กันแน่ๆค่ะคือการลอกครั้งที่ 2 นะคะมีงาน
00:16:21 → 00:16:24วิจัยนึงค่ะพบว่าต้อนเนื้อเนี่ยลอกแบบใช้
00:16:24 → 00:16:28เยื่อบูตาตัวเอง 2% เองที่กลับเป็นซ้ำแต่
00:16:28 → 00:16:32ใช้เนื้อเยื่อรกเนี่ยประมาณ 6-10% การ
00:16:32 → 00:16:35กลับเป็นซ้ำแต่ทีนี้พอลอกครั้งที่ 2
00:16:35 → 00:16:37เปรียบเทียบกันเลยว่าใช้เนื้อเยื่อบูตา
00:16:37 → 00:16:39ตัวเองกับรกเนี่ยพบว่ารกเนี่ยแพ้ในการลอก
00:16:39 → 00:16:42ครั้งที่ 2 ทีนี้ข้อดีของการใช้เลือดรก
00:16:42 → 00:16:44คืออะไรไม่ต้องเสียเนื้อเยื่อบู่ตาตัวเอง
00:16:44 → 00:16:46ค่ะแล้วบางคนเนี่ยก็จำเป็นที่จะต้องใช้
00:16:46 → 00:16:48เนื้อเยื่อลกเพราะว่าใช้เนื้อเยื่อบุตา
00:16:48 → 00:16:50ข้างบนไม่มีเนื้อเยื่อบุตาแล้วอะไรเงี้ย
00:16:50 → 00:16:52เอ่อมันก็จำเป็นมันก็ยังจะเอามาใช้ทดแทน
00:16:52 → 00:16:55ในกรณีที่จำเป็นได้คนที่อยากจะสงวนเนื้อ
00:16:55 → 00:16:58เยื่อบุตาของตัวเองไว้นะคะอย่างเช่นคนไข้
00:16:58 → 00:17:00หมอเองนะคนไข้เตาหินเนี่ยแหละไม่อยากจะ
00:17:00 → 00:17:02ใช้เนื้อเยื่อบุตตาเลยเผื่อในนะคะคนไม่
00:17:02 → 00:17:04รู้ต้องผ่าตัดหรือเปล่าจะต้องให้น้ำมัน
00:17:04 → 00:17:06ระบายเข้าไปที่เยื่อบุตตาหรือเปล่าถ้ามัน
00:17:06 → 00:17:07ไม่มีเยื่อบุตตาปีผังผืดน้ำก็ระบายไม่ได้
00:17:07 → 00:17:09อะไรแบบเนี้ยก็เลยจะต้องใช้เนื้อเยื่อลก
00:17:09 → 00:17:11ผลแทรกซ้อนจากเนื้อเยื่อลกมีอะไรมันไม่
00:17:11 → 00:17:13ค่อยมีค่ะส่วนใหญ่ก็เหมือนคล้ายๆกันนะคะ
00:17:13 → 00:17:14ทีนี้การเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อเยื่อ
00:17:14 → 00:17:17ลุกอ่ะคืออะไรก็การใช้สาร MMC หรือว่าการ
00:17:17 → 00:17:19ใช้ H5 FU เนี่ยก็ใช้ได้เช่นเดียวกันนะ
00:17:19 → 00:17:21คะเปอร์เซ็นต์อาจจะลดลงบ้างนะแต่ตาม
00:17:21 → 00:17:23คณิตศาสตร์ตามนัยยะสำคัญเนี่ยอาจจะไม่มี
00:17:23 → 00:17:25ตัวเลขที่มันลดลงอย่างชัดเจนค่ะแต่ว่าถ้า
00:17:25 → 00:17:28ทางสถิตทางแบบเอ่อคลินิกแล้วอ่ะเราก็คิด
00:17:28 → 00:17:31ว่าลดลง 3-4% เนี่ยเราไปเราก็เอาใช่มั้ย
00:17:31 → 00:17:33เออเราก็ถือว่าทางเคนิคเนี่ยก็มีนัยยะ
00:17:33 → 00:17:36สำคัญกันดังนั้นเวลาจะเพิ่มประสิทธิภาพ
00:17:36 → 00:17:38ของไม่ว่าจะเป็นเยื่อบู่ตาตัวเองหรือรก
00:17:38 → 00:17:41เนี่ยก็ใช้สาร MC ในการเอ่อช่วยนะคะเพิ่ม
00:17:41 → 00:17:43ประสิทธิภาพลดการกลับเป็นซ้ำค่ะเทคนิคที่
00:17:43 → 00:17:454 เทคนิคนี้อาจจะไม่ค่อยมีใครเคยได้ยิน
00:17:45 → 00:17:48นะคะก็คือการเป็นการใช้ Rimble
00:17:48 → 00:17:50Conjunctival Autograph นะคะคือการปลูก
00:17:50 → 00:17:53ถ่ายตัวเซลล์ต้นกำเนิดหรือว่าสเต็มเซลล์
00:17:53 → 00:17:56ที่มันอยู่กับขอบตาลเอ่อเอาไปด้วยไปแปะ
00:17:56 → 00:17:59ทับด้วยตรงบริเวณที่เราลอกไปนะคะวิธี
00:17:59 → 00:18:02เนี้ยก็จะเป็นวิธีที่ซับซ้อนค่ะกว่า 2
00:18:02 → 00:18:05วิธี 3 วิธีแรกที่พูดมาการกลับเป็นซ้ำของ
00:18:05 → 00:18:08วิธีนี้นะคะอยู่ที่ 0-18% ถือว่าดีมากนะ
00:18:08 → 00:18:11มีงานวิจัยนะคะก็พบว่าการใช้ MMC ร่วมกับ
00:18:11 → 00:18:14การใช้วิธีการปลูกถ่ายตัวสเต็มเซลล์ร่วม
00:18:14 → 00:18:16กันไปด้วยเนี่ยก็พบว่าสามารถที่จะลดการ
00:18:16 → 00:18:19กลับเป็นซ้ำได้ 0-5% เลยถือว่าเป็นตัวเลข
00:18:19 → 00:18:22ที่แบบเออน่าสนใจดีกันทีนี้นะคะก็มาดูว่า
00:18:23 → 00:18:27ไอ้ตัวข้อเสียของตัวที่เราตัดสเต็มเซลล์
00:18:27 → 00:18:29หรือว่าตัวเซลล์ต้นกำเนิดน่ะไปปลูกถ่าย
00:18:29 → 00:18:31ด้วยอ่ะนะคะปรากฏว่าตรงที่เราตัดไปนั่น
00:18:31 → 00:18:34แหละโอ้โหงอกเยอะกว่าเดิมแล้วก็เสียหาย
00:18:34 → 00:18:36เยอะกว่าเดิมเนี่ยนะคะก็เลยวิธีเนี้ยเอ่อ
00:18:36 → 00:18:39ก็เลยไม่ได้เป็นที่นิยมในปัจจุบันส่วนตัว
00:18:39 → 00:18:41หมอเองเนี่ยก็จะทำอยู่ใน 2 วิธีวิธีที่ 2
00:18:41 → 00:18:43กับวิธีที่ 3 นะคะใช้เยื่อหุตาตัวเองแล้ว
00:18:43 → 00:18:46ก็ใช้เนื้อเยื่อรกเป็นหลักสรุปนะคะฟังจบ
00:18:46 → 00:18:49แล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดีใช่มยว่าจะเอาวิธี
00:18:49 → 00:18:52ไหนดีจริงๆแล้วนะคะก็แนะนำตรวจปรึกษากับ
00:18:52 → 00:18:54แพทย์ผู้ผ่าตัดนะคะก็จะแนะนำวิธีได้ดีที่
00:18:54 → 00:18:58สุดค่ะสำหรับในงานวิจัยที่มอลีวิวมาให้
00:18:58 → 00:19:01อ่ะนะคะก็พบว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพแล้ว
00:19:01 → 00:19:03ก็ใช้ได้เป็นมาตรฐานในปัจจุบันเนี่ยก็คือ
00:19:03 → 00:19:05วิธีการใช้เนื้อเยื่อบุตาตัวเองแล้วก็
00:19:05 → 00:19:07วิธีการใช้เนื้อเยื่อหุ้มลบค่ะโดย 2 วิธี
00:19:07 → 00:19:11นี้นะคะแตกต่างกันก็คือคนที่ต้องการสงวน
00:19:11 → 00:19:13เยื่อบุตรตาตัวเองเนี่ยไว้นะคะก็สามารถ
00:19:13 → 00:19:16ที่จะชิปไปใช้วิธีการที่ใช้เนื้อเย่อลุก
00:19:16 → 00:19:18ได้ก็ใครที่อายุน้อยๆมีปัจจัยเสี่ยงที่จะ
00:19:18 → 00:19:21เป็นซ้ำการลอกครั้งแรกเนี่ยถือว่าสำคัญ
00:19:21 → 00:19:24มากต้องเลือกวิธีการให้เหมาะสมกับเอ่อตัว
00:19:24 → 00:19:26เองมากที่สุดอ่ะนะคะแล้วก็อย่าลืมว่าเวลา
00:19:26 → 00:19:29ที่ลอกครั้งที่ 2 อ่ะค่ะตัวที่ชนะเลิศเลย
00:19:29 → 00:19:31เนี่ยก็คือใช้เนื้อเยื่อปูตาตัวเองนะคะ
00:19:31 → 00:19:33นอกจากนี้การพิจารณาว่าจะเพิ่ม
00:19:33 → 00:19:35ประสิทธิภาพของการลอกต้อนเนื้อแต่ละชนิด
00:19:35 → 00:19:38เนี่ยยังไงมันก็มีการใช้สารที่เอ่อป้อง
00:19:38 → 00:19:40กันการกลับเป็นซ้ำหรือว่าสารที่ชะลอการ
00:19:40 → 00:19:43แบ่งแต่งตัวของเซลล์อนะคะอย่างเช่นสาร MMC
00:19:43 → 00:19:45อะไรต่างๆนานาเนี่ยก็จะเป็นตัวช่วย
00:19:45 → 00:19:47ประสิทธิภาพนะคะก็ต้องปรึกษาคุณหมอถึงข้อ
00:19:47 → 00:19:49ดีข้อเสียของสารแต่ละอย่างให้แบบชัดเจน
00:19:49 → 00:19:51แล้วก็ให้เข้าใจนะคะเพื่อที่จะได้เลือก
00:19:51 → 00:19:54วิธีให้เหมาะสมกับตัวเองค่ะหลังจากที่ได้
00:19:54 → 00:19:56รู้วิธีหรือว่าเทคนิคการลอกแล้วมันก็จะ
00:19:56 → 00:19:58เป็นสิ่งที่ช่วยให้การกลับเป็นซ้ำเนี่ย
00:19:58 → 00:20:01มากน้อยแตกต่างกันไปแต่ละข้อดีข้อเสียของ
00:20:01 → 00:20:03แต่ละวิธีแต่ว่าอีกสิ่งหนึ่งนะคะการ
00:20:03 → 00:20:05เตรียมตัวก่อนผ่าตัดเนี่ยสำคัญมากในการ
00:20:05 → 00:20:08ที่จะล่อการที่จะได้กราฟสวยไม่สวยเนี่ย
00:20:08 → 00:20:11ก่อนผ่าตัดสำคัญมากต้องเตรียมแล้วก็ต้อง
00:20:11 → 00:20:13รู้แล้วก็ต้องปฏิบัติตามนี้ไปฟังกันเลย
00:20:13 → 00:20:17ค่ะก่อนผ่าตัดนะคะจะแนะนำให้เอ่อล้างหน้า
00:20:17 → 00:20:19สระผมมาให้เรียบร้อยในวันผ่าตัดพักผ่อน
00:20:19 → 00:20:22ให้เพียงพอนอนให้พอนะคะแล้วที่สำคัญเนี่ย
00:20:22 → 00:20:24ต้องฝึกกรอกตาด้วยอย่างเช่นสมมุติว่าคน
00:20:24 → 00:20:26ที่เป็นต้อนเนื้อเนี่ยข้างขวานะคะสมมุติ
00:20:26 → 00:20:28เป็นที่หัวตาอย่างงี้ใช่มั้ยเวลาผ่าน
00:20:28 → 00:20:31เนี่ยมันก็จะให้มองไปที่ข้างขวามองไปบาง
00:20:31 → 00:20:33คนน่ะมองไม่ได้แล้วกราฟจะไม่สวยกราฟจะ
00:20:33 → 00:20:36เล็กอ่ะคะซึ่งเอ่อถ้ามองไม่ได้จริงๆหมอก็
00:20:36 → 00:20:39อาจจะต้องเอ่อมีวิธีการเย็บที่กระจกตา
00:20:39 → 00:20:41แล้วก็ขึงขึงเข้าเข้าไปในตาการเย็บที่
00:20:41 → 00:20:43กระจกตาเนี่ยบางทีนะคะเข็มมันอาจจะปัก
00:20:43 → 00:20:45เข้าไปในตาได้เสียงติดเชื้อได้อะไรแบบนี้
00:20:45 → 00:20:47เป็นต้นนะคะต่อมาที่สำคัญเหมือนกันนะคะก็
00:20:47 → 00:20:50คือการใช้ยาบางชนิดที่จะทำให้เลือดออก
00:20:50 → 00:20:52ง่ายเช่นกลุ่มยาที่เป็นยาละลมเลือดอันนี้
00:20:52 → 00:20:54ต้องบอกหมอก่อนนะเออบางคนเนี่ยไม่บอกแล้ว
00:20:54 → 00:20:56พอผ่าไปเส้นเลือดพอเส้นเลือดเนี่ยมันก็จะ
00:20:56 → 00:20:58อักเสบเยอะอาจจะมีความเสี่ยงทำให้เป็นซ้ำ
00:20:58 → 00:21:00ได้ดังนั้นต้องแจ้งคุณหมอถึงโรคประจำตัว
00:21:00 → 00:21:03แล้วก็เอ่อการใช้ยาทุกครั้งสุดท้ายนะคะ
00:21:03 → 00:21:07วันถ่ายจะให้มีคนพามาด้วยนะคะเพราะอาจจะ
00:21:07 → 00:21:09มีการปิดตาหรือใส่คอนทคเลนทำให้ตามงัว
00:21:09 → 00:21:11ชั่วขณะได้ขับรถกลับเองไม่ไหวแน่นอนแล้ว
00:21:11 → 00:21:13ก็ผ่าเสร็จเนี่ยก็อาจจะมีอาการปวดได้นะคะ
00:21:13 → 00:21:16ดังนั้นเนี่ยพกแว่นกันแดดมาด้วยแล้วก็ให้
00:21:16 → 00:21:19คนพามาขับรถพามานะคะก่อนผ่าตัดนะคะเราก็
00:21:19 → 00:21:21จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเตรียมใจให้พร้อม
00:21:21 → 00:21:23แล้วก็อีกอย่างนึงก็คือจะต้องบอกประวัติ
00:21:23 → 00:21:25คุณหมอนะคะว่ามีโรคประจำตัวอะไรอยู่หรือ
00:21:25 → 00:21:28ว่าเอ่อใช้ยาละลายลิ่มเลือดอยู่หรือไม่
00:21:28 → 00:21:30เพราะว่าจะมีผลต่อการผ่าตัดทีนี้สำคัญไม่
00:21:30 → 00:21:33แพ้กันก็คือหลังผ่าตัดค่ะการดูแลตัวเองนะ
00:21:33 → 00:21:35คะเป็นสิ่งที่สำคัญมากโดยในช่วงแรกเนี่ย
00:21:35 → 00:21:38ที่ดูแลตัวเองนะคะก็ห้ามน้ำเข้าตาห้าม
00:21:38 → 00:21:41ขยี้ตาเดี๋กราฟบวมคนที่ทำกราฟนะแล้วก็
00:21:41 → 00:21:43เดี๋ยวมีการหลุดรอกของกราฟอะไรต่างๆนะคะ
00:21:43 → 00:21:46หยอดยาตามแพทย์สักมาตามนัดสม่ำเสมออันนี้
00:21:46 → 00:21:49เป็นช่วงแรกนะคะส่วนช่วงหลังเนี่ยก็คือ
00:21:49 → 00:21:51การทำความสะอาดเปลือกตาไม่ให้เปลือกตา
00:21:51 → 00:21:53สกปรกไม่ให้เป็นแหล่งที่สะสมเชื้อเกิดการ
00:21:53 → 00:21:56อักเสบหยอดน้ำตาเทียมตอนมีเวลาตาแห้ง
00:21:56 → 00:21:58เพราะว่าตาแห้งเนี่ยก็จะมีการอักเสบเล็กๆ
00:21:58 → 00:22:00น้อยๆของผิวตาได้ทำให้ต้อเนื้องอกมาใหม่
00:22:00 → 00:22:03ได้ที่สำคัญที่สุดคือป้องกันแดดที่เป็น
00:22:03 → 00:22:05ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดต้อนเนื้อไม่ว่าจะ
00:22:05 → 00:22:07เป็นครั้งแรกหรือเป็นซ้ำอ่ะนะคะโดยใส่
00:22:07 → 00:22:10แว่นกันแดดที่ครอบคลุมรังสีได้ทุกด้านนะ
00:22:10 → 00:22:13คะโดยเฉพาะเวลาที่ต้องออกไปกางแจ้งหรือ
00:22:13 → 00:22:15ออกไปแดดออกไปที่มีฝุ่นมีลมอันนี้ก็เป็น
00:22:15 → 00:22:18วิธีการป้องกันตัวเองเพื่อหลังลอกต้อน
00:22:18 → 00:22:19เนื้อแล้วก็ไม่ให้ต้อนเนื้อกลับเป็นซ้ำ
00:22:19 → 00:22:21ได้ง่ายๆสำหรับใน episode นี้นะคะหมอก็
00:22:21 → 00:22:24หวังว่าทุกคนเนี่ยจะได้ประโยชน์นะคะเอ่อ
00:22:24 → 00:22:28เอาไปช่วยในการเป็นข้อมูลที่จะเอ่อไปตัใจ
00:22:28 → 00:22:29ในการลอกเต้าเนื้อว่าจะใช้แบบไหนดีแล้วก็
00:22:29 → 00:22:31การเตรียมตัวก่อนพลังพาเนี่ยเป็นยังไงนะ
00:22:31 → 00:22:34คะก็หวังว่าทุกคนนะคะคงจะได้ประโยชน์ไม่
00:22:34 → 00:22:36มากก็น้อยจากคลิปนี้นะคะสำหรับวันนี้หมอ
00:22:36 → 00:22:39ขอลาไปก่อนแล้วก็ฝากกดไลก์กดกดแชร์แล้วก็
00:22:39 → 00:22:43ติดตามแล้วก็ชมกันในคลิปหน้าค่ะสวัสดี