00:00:45 → 00:00:50คุณหมอคะ..วันนี้ไม่มีปัญหาสุขภาพแต่ว่าเป็นเรื่องราวแบบว่าลี้ลับนิดนึง
00:00:50 → 00:00:54เรื่องอะไรคุณแนน / คุณหมอเคยได้ยินไหมคะที่เขาบอกว่าเวลาที่ตากระตุกอะ
00:00:54 → 00:00:58ขวาร้ายซ้ายดีอะ ตอนนี้แนนไม่ได้กระตุกแค่ตานะคุณหมอ
00:00:58 → 00:01:01หน้าแนนกระตุกๆๆเลยอะ / คุณแนนเป็นโรคหน้ากระตุก
00:01:01 → 00:01:04อ้าว เป็นโรคหรอคะเนี่ย / เอ้อออ เป็นโรค
00:01:04 → 00:01:08คุณแนนเครียด อาจจะเครียดนอนน้อยอะไรอย่างเนี้ยเป็นโรคหน้ากระตุกได้
00:01:08 → 00:01:11ใช่เลยอะ อ้าวมาเข้ารายการกันก่อนดีกว่า
00:01:11 → 00:01:14ทักทายคุณผู้ชม สวัสดีค่า / สวัสดีค่า
00:01:14 → 00:01:17มาแล้วค่ะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:01:17 → 00:01:19เราเจอะเจอกันเป็นแบบนี้ประจำนี้ทุกสัปดาห์
00:01:19 → 00:01:23เราก็จะมีสารพัดโรคมาเล่าสู่กันฟังคุณหมอ
00:01:23 → 00:01:27อย่างวันเนี่ย คือคนเราเนี่ยบางทีมันกระตุกแค่ตา
00:01:27 → 00:01:33แต่วันนี้มันกระตุกไปถึงหน้าแล้วอะคุณหมอ / ถ้ากระตุกเยอะๆเนี่ยต้องดูนะว่ามันเป็นโรคของระบบประสาทหรือเปล่า
00:01:33 → 00:01:36ซึ่งหลายคนก็อาจกำลังเป็นอยู่เหมือนแนนก็ได้น๊า
00:01:36 → 00:01:40เดี๋ยววันนี้เราจะคุยกันถึงเรื่องของโรคหน้ากระตุก
00:01:41 → 00:01:46เป็นยังไงแล้วคุณเข้าข่ายมีอาการนี้อยู่หรือไม่ ต้องติดตามนะคะ / ค่ะ
00:01:58 → 00:02:02คุณผู้ชมขาได้เวลาของหมอชวนคุยในสัปดาห์นี้กันแล้วนะคะ
00:02:02 → 00:02:06ช่วงแรกของเราสนับสนุนโดยเฮลิโอแคร์ ผลิตภัณฑ์กันแดดรักโลก
00:02:06 → 00:02:09ไม่ทำร้ายประการังและสิ่งแวดล้อม
00:02:09 → 00:02:16ปลอดภัยไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิต ดูแลผิวของเราแล้วก็ยังเป็นครีมกันแดดในดวงใจ
00:02:16 → 00:02:18เพราะว่าเป็นครีมกันแดดที่มีงานวิจัย
00:02:18 → 00:02:21ซึ่งนอกจากนี้แล้วตัวนี้ยังเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ
00:02:21 → 00:02:26สารสกัดอะไรคะคุณหมอขา / Polypodium Leucotomos คุณแนน เก่งไหม
00:02:26 → 00:02:33นี่แหละตัวนี้แหละที่บอกว่าไม่ทำร้ายผิวเราแน่นอนปกป้องแสงได้หมดเลย / ถูกต้อง
00:02:33 → 00:02:36ของดีก็ต้องบอกต่อก็ต้องแนะนำเนอะคุณหมอเนอะ เราจะไม่เก็บไว้ใช้คนเดียว
00:02:36 → 00:02:39เราชอบของที่มีงานวิจัยเอาไปเลยอันดับหนึ่ง
00:02:39 → 00:02:45มาค่ะนอกเหนือจากนำเสนอสิ่งดีๆแล้วตอนนี้ก็ต้องนำเสนอสาระความรู้กับคุณผู้ชมกันบ้าง / ค่ะ
00:02:45 → 00:02:49วันนี้คุณหมอชวนเราคุยเรื่องของโรคหน้ากระตุก
00:02:49 → 00:02:52ไม่รู้ว่าตากับหน้านี้มันเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า
00:02:52 → 00:02:57จริงๆแล้วมันเป็นเหมือนกับ subset กันอะ ต้องบอกว่าจริงๆแล้วไอโรคใบหน้ากระตุกเนี่ยมันมีหลายแบบ
00:02:57 → 00:03:01มันก็คือเป็นโรคที่มาจากความผิดปกติในกลุ่มการเคลื่อนไหว
00:03:01 → 00:03:05ของกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนใหญ่แล้วก็จะเกิดซีกใดซีกหนึ่ง / อ๋อ
00:03:05 → 00:03:08อย่างเวลาคุณแนนกระตุกอะก็จะกระตุกข้างเดียวถูกปะ / จริง
00:03:08 → 00:03:10ไม่ได้พร้อมกันทั้งสองข้าง / ใช่
00:03:10 → 00:03:16จริงๆแล้วตากระตุกอันเนี้ยหรือตาเขม่นอันเนี้ยมันเป็นภาวะของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
00:03:16 → 00:03:22อย่างเช่น ใต้หนังตา หรือมุมปาก หรือกล้ามเนื้อหนังตา อย่างเงี้ย
00:03:22 → 00:03:27ส่วนใหญ่แล้วก็จะเกิดเป็นประจำแต่ว่าไม่รู้เวล่ำเวลา คือกระตุกเมื่อไหร่ก็ได้
00:03:27 → 00:03:32เวลาเราเครียด เวลากังวล เวลาพักผ่อนน้อย ก็อาจจะเกิดภาวะกระตุกขึ้นมา
00:03:32 → 00:03:34อันเนี้ยก็เป็นภาวะตากระตุก / ค่ะ
00:03:34 → 00:03:38แต่มันจะมีอีกภาวะนึงซึ่งแบบกระตุกครึ่งซีกเลย / ค่ะ
00:03:38 → 00:03:43เขาเรียกว่า HEMIFACIAL SPASM ซึ่งก็คือเป็นภาวะกระตุกครึ่งซีกของใบหน้า
00:03:43 → 00:03:47คือคนไข้เขาอาจจะไม่ออกมาให้เห็นก็ได้เพราะว่าเขาก็มีความกังวล / จริง
00:03:47 → 00:03:53แต่จริงๆต้องบอกว่าภาวะโรคเนี้ยมันคือภาวะที่มีการกระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกเลย / ค่ะ
00:03:53 → 00:03:59ตั้งแต่กระบอกตา มุมปาก แล้วเวลากระตุกมันจะเหมือนกับเขาแบบตาปิดปากเบี้ยวเลยคุณแนน
00:03:59 → 00:04:04กระตุกแบบขนาดนั้นเลย ซึ่งมันจะทำให้คนไข้เนี่ยอายแล้วก็ไม่กล้าเข้าสังคม
00:04:06 → 00:04:09เพราะยิ่งเวลาแบบพูดเรื่องเครียดๆหรือตื่นเต้นหรือตกใจ / ค่ะ
00:04:09 → 00:04:11เขาก็จะเป็นมากทันที
00:04:12 → 00:04:14มันเหมือนโรคที่สมัยก่อนดาราเป็นหลายๆคน
00:04:14 → 00:04:17อันนั้นอาจจะเป็นสาเหตุอันนึงก็คือ Bell's Pasly
00:04:17 → 00:04:21แต่ว่าจริงๆแล้วมันมีสาเหตุการเกิดโรคเนี่ยหลายอย่าง
00:04:21 → 00:04:26การเกิดโรคอาจจะมาจากภาวะจากการที่มันมีการอักเสบของประสาทที่เลี้ยงใบหน้าตรงเนี้ย
00:04:26 → 00:04:28มันเป็นประสาทคู่ที่7 / ค่ะ
00:04:28 → 00:04:33เขาก็เลยมีโรคๆนึงซึ่งมันเป็นภาวะการอักเสบของเส้นประสาทอันเนี้ย / ค่ะ
00:04:33 → 00:04:37นะคะ ก็เลยทำให้เกิดอาการนี้ได้ก็คืออาการบาดเจ็บ / ค่ะ
00:04:37 → 00:04:42กับอีกอันนึงอะจะมีภาวะหลอดเลือดบริเวณก้านสมองไปกดทับ ไปกดเบียดเส้นประสาท
00:04:42 → 00:04:46สมองคู่นี้ เหมือนกับไประคายเคืองมันก็เลยทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา
00:04:46 → 00:04:48หรือคนไข้อาจจะมีปัญหาเนื้องอกก็ได้
00:04:48 → 00:04:50คือเนื้องอกบริเวณก้านสมองก็ได้เหมือนกัน
00:04:50 → 00:04:55หรือมีโรคของปลอกเยื่อหุ้มประสาทส่วนกลางอักเสบ
00:04:55 → 00:04:58แต่ว่าเขาพบว่าบางเคสเนี่ยบางรายเนี่ย / ค่ะ
00:04:58 → 00:05:04โรคหน้ากระตุกเนี่ยเป็นอาการเริ่มต้นของโรคปลอกประสาทแข็ง
00:05:04 → 00:05:06อันนี้ก็เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทอันนึง
00:05:06 → 00:05:09ซึ่งมีปัญหามาจากเรื่องของระบบภูมิต้านทาน
00:05:10 → 00:05:13ซึ่งไปแอทแทคระบบประสาทส่วนกลาง
00:05:13 → 00:05:19แล้วก็เลยทำให้มีอาการต่างๆกัน ซึ่งก็จะมี มีโรคนี้อยู่ในประเทศไทยด้วย
00:05:19 → 00:05:22แล้วก็มีสมาคม MS เกิดขึ้นด้วย
00:05:22 → 00:05:24บางทีก็อาจจะทำให้เกิดมีทุพพลภาพได้
00:05:25 → 00:05:28ก็เลยเป็นโรคที่เขามีกลุ่มอาการของคนที่เป็นโรคเนี้ย
00:05:28 → 00:05:32แล้วก็รวมตัวกันที่จะช่วยกันดูแล
00:05:32 → 00:05:37ซึ่งอันเนี้ยก็เป็นสาเหตุอันนึงที่พบว่าคนที่เกิดใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
00:05:38 → 00:05:41เขาพบว่าในหลายๆร้อยคนของคนที่เป็นโรคใบหน้ากระตุกเนี่ย
00:05:41 → 00:05:44อาจจะมีประมาณ1-6คนเนี่ย ที่เป็นโรคปลอกประสาทแข็ง
00:05:46 → 00:05:50เนี่ยกำลังอยากจะถามคุณหมอเลยค่ะว่าอย่างเวลาที่เราตากระตุกส่วนใหญ่เนี่ย
00:05:50 → 00:05:52มันก็จะเป็น ไม่ได้เป็นตลอดเวลา
00:05:52 → 00:05:55เป็นๆหายๆมั่ง แล้วก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อสุขภาพเรา
00:05:55 → 00:06:00แต่ถ้าเป็นโรคหน้ากระตุกเนี่ยมันอันตรายไหมหรือว่ามันส่งผลเสียต่อสุขภาพเราบ้างไหมคะ
00:06:00 → 00:06:06คือจริงๆแล้วถามว่าถ้าไม่ได้เป็นกลุ่มพวกที่เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิผิดปกติที่เราพูดไปเมื่อกี้เนี่ยนะ
00:06:06 → 00:06:09มันก็ไม่ถือว่ามันมีโรคอะไรที่มันอันตราย / ค่ะ
00:06:10 → 00:06:14โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสมมุติว่าเป็นแค่ตากระตุกอย่างเดียว มีกระตุกนะตาเขม่นอย่างเงี้ย
00:06:14 → 00:06:18อันนี้เนี่ยโดยส่วนใหญ่แล้วพวกนี้บางทีมันจะมาจากภาวะทางจิตใจก็ได้เหมือนกัน
00:06:18 → 00:06:20ที่กระตุ้นทำให้เป็นมากขึ้น
00:06:20 → 00:06:24อย่างเช่นเครียด วิตกกังวล หงุดหงิด โมโห
00:06:24 → 00:06:27พักผ่อนน้อย / พักผ่อนน้อย อดนอนอย่างเนี่ย
00:06:27 → 00:06:30การจ้องหน้าจอโทรศัพท์นานๆ โทรทัศน์นานๆ
00:06:30 → 00:06:34หรือคอมพิวเตอร์นานๆ ใช้สายตานานๆมากเกินไป
00:06:34 → 00:06:36ก็อาจจะส่งผลได้ / ค่ะ
00:06:36 → 00:06:41หรือบางทีอยู่ในที่ ที่มีการรบกวนมากๆ อย่างเช่น แสงสว่างมากๆ เสียงดังมากๆ
00:06:41 → 00:06:46ก็อาจจะกระตุ้นทำให้เกิดพวกนี้ได้ แต่ว่ามันไม่ได้เกิดอันตรายอะไร / ค่ะ
00:06:46 → 00:06:48ที่รุนแรง / ค่ะ
00:06:48 → 00:06:51แต่ว่าถ้าเป็นในกลุ่มของไลน์ที่มันมาจากโรคเนื้องอก
00:06:51 → 00:06:57หรือว่ามันมาจากไอโรคภูมิเพี้ยนอะไรอย่างเนี่ยก็ค่อยว่าไป ก็คือไปดูตามธรรมชาติของโรคของเขาว่าเป็นยังไง
00:06:57 → 00:07:02เพราะฉะนั้นแล้วคุณผู้ชมขา เดี๋ยวช่วงหน้าค่ะเราจะมาดูวิธีการวินิจฉัยกัน
00:07:02 → 00:07:07ว่าเอ๊..ไอโรคหน้ากระตุกที่เราเป็นเนี่ยจะรู้ได้ยังไง แล้วถ้าเป็นแล้วจะรักษาได้ยังไงนะคะ
00:07:07 → 00:07:10ตอนนี้พักสักครู่เดี๋ยวกลับมาคุยกันต่อช่วงหน้าค่า
00:07:19 → 00:07:22กลับมาอยู่ด้วยกันต่ออย่างรวดเร็วค่ะ ช่วงที่สองของหมอชวนคุยของเรา
00:07:22 → 00:07:27สนับสนุนโดย Ortisine ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:07:27 → 00:07:31หลายคน WFH นานๆนะคะ รูปร่างเปลี่ยน
00:07:31 → 00:07:34จากสาว Size S เป็นสาว Size M L นะคะ
00:07:34 → 00:07:37ถ้าเกิดพยายามลดน้ำหนักหลายต่อหลายวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น
00:07:37 → 00:07:41ให้ Ortisine ได้นะคะ ปลอดภัยนะคะ
00:07:41 → 00:07:45กลับมาคุยกันต่อค่ะคุณหมอขา เมื่อกี้เราคุยกันถึงเรื่องโรคหน้ากระตุก
00:07:45 → 00:07:48หลากหลายสาเหตุที่จะทำให้เกิดอาการนี้ / ค่ะ
00:07:48 → 00:07:51แน่นอนว่าผู้ป่วยก็ขาดความมั่นใจ / ใช่
00:07:51 → 00:07:58แต่ถ้าเกิดบางคนเนี่ยสาเหตุมาจากอย่างเช่น โรคเนื้องอกหรือว่าภูมิเพี้ยน ก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ / ใช่
00:07:58 → 00:08:01ทีนี้ถ้าเรารู้สึกว่าเอ๊ย..อาการกระตุกเราเนี่ย
00:08:01 → 00:08:06มันน่าจะเข้าข่ายเนี้ยคุณหมอเขาจะมีการวินิจฉัยเพื่อยืนยันว่าเราเป็นโรคนี้ไหมคะ
00:08:06 → 00:08:12ต้องตรวจดู อย่างสมมุติถ้าเกิดว่าเราสงสัยว่าคนไข้อาจจะมีอาการที่มันไปสัมพันธ์กับโรคอื่น
00:08:12 → 00:08:15เราก็จะดูหลายอย่าง ก็จะซักประวัติ ตรวจร่างกายนะคะ
00:08:15 → 00:08:20อาจจะต้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูในส่วนของพวกระบบประสาทต่างๆ
00:08:20 → 00:08:25นะคะดูว่ามีความผิดปกติอะไรไหม ทำCG ทำMRI ดูหลอดเลือดอะไรประมาณอย่างเนี่ยนะคะ
00:08:25 → 00:08:30เพื่อที่จะดูว่ามันมีปัญหาอะไรมันเป็นจากหลอดเลือดไปกดหรือเปล่านะคะ
00:08:30 → 00:08:34เพื่อจะดูปัญหาหรือดูเส้นประสาทเอง
00:08:34 → 00:08:36ว่ามันเกิดอะไรขึ้นประมาณเนี่ยนะคะ / ค่ะ
00:08:36 → 00:08:40ซึ่งจริงๆแล้วอันนี้เนี่ยก็ต้องไปหาแพทย์เฉพาะทางเขา
00:08:40 → 00:08:44คือแพทย์ที่เกี่ยวกับระบบประสาทแล้วก็ดูว่าเอ๊ะมันใช่หรือไม่ใช่หรือมันเป็นอะไร
00:08:44 → 00:08:48หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วก็มาดูว่าเราจะรักษายังไง
00:08:49 → 00:08:52โดยส่วนใหญ่แล้วการรักษาใบหน้ากระตุกครึ่งซีกเนี่ย
00:08:52 → 00:08:54เวลาเขาทำการรักษาคือเขาให้รับประทานยา
00:08:54 → 00:08:57ยาส่วนใหญ่ก็จะเป็นลดอาการกระตุกนะคะ
00:08:57 → 00:09:02ซึ่งพวกนี้ฤทธิ์ของมันเนี่ยอาจจะสัมพันธ์กับภาวะที่ทำให้เราง่วงซึม
00:09:03 → 00:09:07เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าสมมุติว่าคนไข้ทานยาเหล่าเนี้ย ก็จะต้องระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน
00:09:07 → 00:09:14เช่นการขับรถ หรืองานเครื่องจักร งานเครื่องมือ งานแพทย์ที่ต้องใช้สมาธิ ต้องใช้ความระมัดระวัง
00:09:15 → 00:09:19คราวนี้อย่างที่บอกว่าพอรับประทานยาพวกนี้เป็นการบรรเทาอาการ / ค่ะ
00:09:19 → 00:09:23ก็คือทานยาปุ๊บอาการกระตุกจะน้อยลง / ค่ะ
00:09:23 → 00:09:28แต่ถ้าคุณหยุดรับประทานยา พอหมดฤทธิ์ยาปุ๊บก็กลับมาอีก
00:09:29 → 00:09:35เพราะฉะนั้นการรับประทานยาจะต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะควบคุมอาการกระตุกที่เกิดขึ้นให้มันสม่ำเสมอ / ค่ะ
00:09:36 → 00:09:40เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นอีกปัจจัยนึงที่ทำให้คนไข้หลายๆคนเนี่ยไม่อยากทานยา
00:09:41 → 00:09:45มันมีการรักษาอีกอย่างนึงก็คือการใช้ botulinum toxin
00:09:45 → 00:09:48ก็คือสารbotulinum ตัวเดียวกับที่เราใช้ฉีดลดริ้วรอย / ค่ะ
00:09:48 → 00:09:51ก็คือกลุ่มเดียวกับกลุ่มพวกโบท็อกลดริ้วรอยนี่แหละ
00:09:51 → 00:09:55แต่นี้นี่คือเวลาเราฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่กระตุกมันก็จะทำให้กระตุกน้อยลง / ค่ะ
00:09:55 → 00:10:01แต่ว่าบางทีเนี่ยไอ้ตัวการฉีดยาโดยตรงเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อที่มีการกระตุกเนี่ย
00:10:01 → 00:10:05บางทีมันไปเกิดในตำแหน่งที่มันอาจจะฉีดไม่ได้
00:10:05 → 00:10:09หรือฉีดแล้วมันอาจจะทำให้มันเกิดความไม่เท่ากันของหน้าสองข้างอะไรอย่างเงี้ย
00:10:09 → 00:10:10ก็เป็นไปได้ / อืมมมม
00:10:10 → 00:10:16เพราะฉะนั้นเทคนิคการฉีดยาในกลุ่มพวกเนี้ย ก็จะต้องใช้แพทย์ที่เขามีความเชี่ยวชาญนิดนึง
00:10:17 → 00:10:21หรือบางทีคนไข้เป็นเยอะมากเลย งั้นการฉีดในหลายๆตำแหน่งเนี่ย
00:10:21 → 00:10:24เราไม่สามารถที่จะกำจัดมันได้100%
00:10:24 → 00:10:28อย่างหมอเคยมีคนไข้ที่แบบกระตุกเยอะมาก กระตุกเยอะมากๆอะ
00:10:28 → 00:10:32อย่างเวลาเราฉีดเนี่ยเราก็จะต้องเลือกดูว่าตำแหน่งไหนที่เราฉีดได้
00:10:33 → 00:10:39ลึกได้ ตำแหน่งไหนที่ต้องฉีดตื้น คืออย่างน้อยคือให้มีการซึมผ่านเข้าไปโดนกล้ามเนื้อมัดนั้น
00:10:39 → 00:10:43ถ้าไม่งั้นแล้วเนี่ยมันก็อาจจะทำให้คนไข้เนี่ยมีปัญหาปากเบี้ยวอะไรพวกเนี่ยได้
00:10:43 → 00:10:46คือฉีดแล้วยังต้องให้คนไข้สวยงามอยู่ / ค่ะ
00:10:46 → 00:10:52อย่างเนี้ยเป็นต้น คือให้มันดูดีด้วยคือไม่ได้รักษาโรคนึงแล้วทำให้เขาแบบดูหน้าตาบิดเบี้ยวนะคะ / ค่ะ
00:10:52 → 00:10:57เพราะฉะนั้นเนี่ย มันก็มีเทคนิคของการฉีดสาร botulinum เอามาใช้ในการรักษาโรคหน้ากระตุก
00:10:57 → 00:11:00ซึ่งอันนี้เนี่ยเวลาที่เอามารักษาก็เหมือนกันคือ
00:11:00 → 00:11:03คือมันไม่ได้อยู่ตลอดไปนะคะ / ค่ะ
00:11:03 → 00:11:06ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะฤทธิ์อยู่ประมาณสัก3-4เดือน
00:11:06 → 00:11:09พวกนี้ก็ปีนึงก็ต้องฉีดประมาณ 3 ครั้ง
00:11:09 → 00:11:12จะมีอย่างอื่นอีกไหมคะคุณหมอ / ก็เป็นผ่าตัดไปเลย
00:11:12 → 00:11:15คือกลุ่มนี้ก็เป็นการผ่าตัดอย่างเช่นถ้าเรารู้เอ้ยอันเนี่ยมันเกิดจากหลอดเลือด
00:11:15 → 00:11:19แล้วก็เป็นการผ่าตัดเพื่อที่จะไปลดการกดทับ
00:11:19 → 00:11:23แต่ว่าถึงแม้ว่ามันจะหายกระตุก
00:11:23 → 00:11:27แต่ว่ามันเหมือนกันคือไม่ตลอดไป / โหหห
00:11:27 → 00:11:30แต่ในขณะที่เราจะต้องไปรับกับความเสี่ยงบางอย่างที่เกิดขึ้น
00:11:30 → 00:11:34อย่างเช่น อาจจะเกิดมีเจ็บปวด เลือดออก หรือบางทีติดเชื้อ
00:11:34 → 00:11:37จริงๆแล้วมันเป็นผลข้างเคียงของการผ่าตัดทั่วไป
00:11:37 → 00:11:42ซึ่งไปตรงบริเวณของเส้นประสาทก็อาจจะทำให้ใบหน้าเราบิดเบี้ยวผิดรูป
00:11:42 → 00:11:47เดินเซก็ขึ้นอยู่กับว่าไปโดนตรงไหน หรือไปทำให้การได้ยินของหูเปลี่ยนไป
00:11:47 → 00:11:48อะไรอย่างเนี้ยเป็นต้น
00:11:48 → 00:11:54เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วเนี่ยการผ่าตัดได้ผลการรักษาที่ค่อนข้างดี 70% - 80%
00:11:54 → 00:11:59แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ตลอดไปแล้วบวกกับเราจะต้องไปรับความเสี่ยงด้วย / ค่ะ
00:12:00 → 00:12:07แน่นอนที่สุดนะคะเรื่องของการป้องกันย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าจะต้องปล่อยให้เป็นแล้วไปรักษา
00:12:07 → 00:12:09โรคนี้ป้องกันได้ไหมคะคุณหมอ
00:12:09 → 00:12:14คือต้องบอกว่าถ้าเป็นแล้วเราอาจที่จะจัดการกับโรคนี้โดยการที่ทำให้ตัวกระตุ้นมันน้อยลง
00:12:15 → 00:12:21เหมือนเรารู้เวลาเราเครียด มันเป็นมากขึ้น เพราะฉะนั้นเนี่ยเราก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงภาวะเครียด
00:12:21 → 00:12:25พยายามหลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้ร่างกายมันอ่อนเหนื่อยล้า พักผ่อนให้เพียงพอ
00:12:25 → 00:12:27หลีกเลี่ยงการรับประทานสารกระตุ้น
00:12:28 → 00:12:33อย่างเช่นพวกคาเฟอีน นอกจากนี้แล้วก็ยังนอนให้มากหน่อย
00:12:33 → 00:12:39อาจจะรับประทานพวกอาหารเสริมบางอย่างที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ลดการอักเสบ
00:12:39 → 00:12:44หรือไปเสริมสร้างพวกการทำงานของระบบประสาท อย่างเช่น กลุ่มวิตามินB กลุ่มวิตามินD
00:12:44 → 00:12:51หรือแมกนีเซียม เพราะว่าแมกนีเซียมมันจะมีฤทธิ์ในตัวที่ช่วยทำให้มีการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ
00:12:51 → 00:12:53มันก็อาจจะช่วยทำให้ลดลงได้ / ค่ะ
00:12:53 → 00:12:59หรือว่าอาจจะใช้สมุนไพรบางอย่างที่ช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
00:12:59 → 00:13:08อย่างเช่น รับประทานชาคาโมมายล์หรือสปาหรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เกิดการผ่อนคลายของร่างกายและจิตใจ
00:13:08 → 00:13:11คือไม่อยากให้ไปแบบpitcherมากเกินไป เหนื่อยมากเกินไป
00:13:11 → 00:13:17พักผ่อนให้พออย่างเงี้ยมันก็จะไปลดไอตัวไปกระตุ้นที่ทำให้กระตุกได้
00:13:17 → 00:13:22คือเอาจริงๆเนี่ยฟังคุณหมอเล่าเรื่องสุขภาพและความสวยความงามมาหลายๆที
00:13:22 → 00:13:26ความเครียดเนี่ยคุณหมอขามันส่งผลไปหมด / ใช่ๆๆ
00:13:26 → 00:13:30โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนี่ยอยู่ที่ว่าเรามันจะไปที่โรคไหนในตัวเราเท่านั้นเองนะคะ
00:13:30 → 00:13:35ถ้าเกิดขจัดความเครียดได้นะคะและก็ออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์
00:13:35 → 00:13:37แล้วก็ไม่ทานอาหารอักเสบอย่างที่คุณหมอแนะนำอะ
00:13:37 → 00:13:40แนนเชื่อว่าต้องแข็งแรงและก็ชนะทุกโรคแน่นอน
00:13:40 → 00:13:44มันคือเบสิคของการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทำให้ได้เถอะ
00:13:44 → 00:13:47ทุกคนรู้แต่ทุกคนทำได้หรือเปล่านี่แหละนะคะ
00:13:47 → 00:13:51เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกคนดูรายการเราแล้วเนี่ยมีกำลังใจในการดูแลตัวเอง
00:13:51 → 00:13:56เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและก็เพื่อความสวยความงามจากภายในสู่ภายนอกด้วย / ใช่แล้ว
00:13:57 → 00:14:02วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ ใครอยากจะติดตามเนื้อหารายการในเรื่องอื่นๆครอบคลุมทุกโรคจริงๆ
00:14:03 → 00:14:07ดูกันได้เลยทาง YOU CHANNEL รายการเราค่ะ ฝากกดLIKE กดSHARE กดSUBSCRIBE กันด้วย
00:14:07 → 00:14:10เสิร์ชชื่อรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:14:10 → 00:14:14วันนี้คุณหมอและแนนลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่า / สวัสดีค่า