00:00:11 → 00:00:16เสน่ห์ความเป็นไทยใครๆก็หลงรัก 7-eleven
00:00:16 → 00:00:19สเตมเซลล์ที่ใช้ในการรักษาในปัจจุบันใช้
00:00:19 → 00:00:22ในการรักษาอะไรได้บ้างคะสเตมเซลล์เนี่ยนะ
00:00:22 → 00:00:26คะมีการนำมาใช้ในการรักษาโรคทางตาแล้วนะ
00:00:26 → 00:00:28คะซึ่งจริงๆมีการพัฒนามาเป็นระยะเวลา
00:00:28 → 00:00:32ประมาณจริงๆต้องบอกหลายปีแล้วนะคะแล้วก็
00:00:32 → 00:00:35ผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้นมาจากสเตมเซลล์
00:00:35 → 00:00:39เนี่ยในบางชนิดหรือบางประเภทเนี่ยก็ได้
00:00:39 → 00:00:42รับการยอมรับว่าเป็นการรักษาที่เป็น
00:00:42 → 00:00:46มาตรฐานโรคของตาที่เราสามารถที่จะนำอ่า
00:00:46 → 00:00:49สเตมเซลล์นะคะมาใช้เนี่ยนะคะส่วนใหญ่ก็จะ
00:00:49 → 00:00:52เป็นคนไข้ที่เป็นโรคของผิวดวงตานะคะซึ่ง
00:00:53 → 00:00:55สาเหตุส่วนใหญ่เนี่ยก็จะเกิดมาจาก
00:00:55 → 00:01:00อุบัติเหตุเช่นโดนสารเคมีนะคะอ่ากระเด็น
00:01:00 → 00:01:04เข้าที่ตาหรือโดนความร้อนหรือเป็นโรคบาง
00:01:04 → 00:01:08อย่างที่ทำให้ผิวกระจกตาเสียเช่น steen
00:01:08 → 00:01:10Johnson Syndrome นะคะซึ่งส่วนใหญ่
00:01:10 → 00:01:14เนี่ยมักจะเกิดจากการแพ้ยาหรือว่ามีการ
00:01:14 → 00:01:18ติดเชื้อบางอย่างทั้งนี้เนี่ยโรคของผิวตา
00:01:18 → 00:01:21ที่เกิดขึ้นเนี่ยก็จะทำให้คนไข้เนี่ยไม่
00:01:21 → 00:01:27สบายตาตาแดงมีแผลที่ตาเป็นๆหายๆนะคะแล้ว
00:01:27 → 00:01:32ก็จะมีฝ้าหรือผังผืดที่มันลามลุกลามข้าม
00:01:32 → 00:01:36มาบดบางผิวตาของเราซึ่งปกติจะต้องใสค่ะ
00:01:36 → 00:01:39กระบวนการในการใช้สเตมเซลล์ในการรักษาตา
00:01:39 → 00:01:42ทำอย่างไรจริงๆแล้วเนี่ยถ้าคนไข้เข้ามา
00:01:42 → 00:01:46รับการตรวจเนี่ยเราก็จะต้องประเมินว่าคน
00:01:46 → 00:01:49ไข้เนี่ยมีพญาที่ิสภาพหรือว่าจริงๆแล้ว
00:01:49 → 00:01:53เนี่ยเป็นโรคที่ดวงตากี่ข้างแล้วก็เป็น
00:01:53 → 00:01:58มากน้อยแค่ไหนในกรณีที่คนไข้เนี่ยเป็นโรค
00:01:58 → 00:02:01ที่ตาข้างนึงแต่แต่ว่าในขณะที่ตาอีกข้าง
00:02:01 → 00:02:04เนี่ยเขายังสมบูรณ์อยู่เราอาจจะพิจารณาใน
00:02:04 → 00:02:07การนำเนื้อเยื่อชิ้นเล็กๆที่มีส่วนของ
00:02:07 → 00:02:11สเตมเซลล์ในตาข้างที่ดีเนี่ยนำมาใช้คำถาม
00:02:11 → 00:02:14ก็คือเอามาใช้ยังไงถูกมั้ยคะเราคงจะไม่
00:02:14 → 00:02:18ได้เอาเนื้อเยื่อข้ามมาทั้งชิ้นส่วนใหญ่
00:02:18 → 00:02:20เนี่ยเราจะเอาเนื้อเยื่อเนี่ยไปเพาะใน
00:02:20 → 00:02:24ห้องปฏิบัติการเหมือนเราไปปลูกข้าวอ่ะค่ะ
00:02:24 → 00:02:27เอาพันธุ์ข้าวไปจากตาข้างที่ดีไปปลูกให้
00:02:27 → 00:02:32มันเต็มแผ่นขึ้นมาแล้วก็นำมาปลูกถ่ายนะคะ
00:02:32 → 00:02:35ในตาข้างที่เป็นโรคโดยก่อนหน้าที่เราจะ
00:02:35 → 00:02:38ปลูกถ่ายแผ่นเซลล์เพาะเลี้ยงที่มาจาก
00:02:38 → 00:02:41สเต็มเซลล์ของคนไข้เองเนี่ยเราก็จะต้อง
00:02:41 → 00:02:45เลาะหรือรื้อเอาผังผืดหรือผิวตาที่มัน
00:02:45 → 00:02:48เป็นโรคออกก่อนก่อนที่จะปลูกถ่ายเข้าไปนะ
00:02:48 → 00:02:52คะทีนี้ในกรณีถ้าเกิดคนไข้เนี่ยมีปัญหา
00:02:52 → 00:02:56ที่ดวงตาทั้งหมด 2 ข้างเลยไม่มีตรงไหนที่
00:02:56 → 00:02:59จะเอาเนื้อเยื่อดีๆจากเค้ามาได้แล้วเนี่ย
00:02:59 → 00:03:02ทางเลือกเลือกอื่นเนี่ยก็อาจจะนำเอ่อ
00:03:02 → 00:03:06สเต็มเซลหรือว่าเนื้อเยื่อเนี่ยมาจากดวง
00:03:06 → 00:03:10ตาของผู้บริจานะคะเราก็จะทำวิธีเดียวกัน
00:03:10 → 00:03:13ไปเอาชิ้นเนื้อจากดวงตาผู้บริจาคเนี่ย
00:03:13 → 00:03:15แล้วก็เอามาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ
00:03:15 → 00:03:20ก่อนที่จะนำมาปลูกถ่ายให้กับคนไขหรืออีก
00:03:20 → 00:03:23ทางเลือกนึงนะคะซึ่งอันเนี้ยเราอาจจะไม่
00:03:23 → 00:03:25ได้เรียกว่าเป็นสเตมเซลล์แต่ว่าก็เป็น
00:03:25 → 00:03:29ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเซลล์บำบัดเหมือนกันคือ
00:03:29 → 00:03:34การเอาเซลล์ของคนไข้จากเยื่อบุช่องป่านะ
00:03:34 → 00:03:36คะตัดเป็นชิ้นเล็กๆนะคะแล้วเอาไปเพาะ
00:03:36 → 00:03:40เลี้ยงแล้วก็เอามาวางเพื่อรักษาโรคผิวดวง
00:03:40 → 00:03:44ตาค่ะประสิทธิภาพในการใช้สเตมเซลล์ในการ
00:03:44 → 00:03:48รักษาเป็นอย่างไรบ้างคะจริงๆคนไข้อ่าที่
00:03:48 → 00:03:53เป็นโรคของผิวดวงตาซึ่งเกิดจากการขาดแคลน
00:03:53 → 00:03:55สเตมเซลล์ของเขาเองเนี่ยจริงๆก่อนหน้า
00:03:55 → 00:03:59เนี้ยการรักษาที่มีมาเนี่ยมันค่อนข้างที่
00:03:59 → 00:04:03จะจำกัดกัดนะคะหรือมีมาแต่ว่าก็มีความซับ
00:04:03 → 00:04:06ซ้อนพอสมควรดังนั้นเมื่อเรานำเอา
00:04:06 → 00:04:10เทคโนโลยีตรงนี้มาใช้เนี่ยก็จะช่วยทำให้
00:04:10 → 00:04:14เอ่อคนไข้เนี่ยมีโอกาสที่จะฟื้นตัวจากตัว
00:04:14 → 00:04:18โรคได้ในประเทศไทยนะคะโดยเฉพาะในคณะ
00:04:18 → 00:04:20แพทยศาสตร์โรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์
00:04:20 → 00:04:23จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกับโรง
00:04:23 → 00:04:27พยาบาลจุฬาเนี่ยเราก็มีศักยภาพในการที่จะ
00:04:27 → 00:04:32พัฒนาผลิตภัณฑ์เซลลล์บำบัดนะคะซึ่งผลิตมา
00:04:32 → 00:04:36จากตัวสเต็มเซลเนี่ยเพื่อที่จะมาให้
00:04:36 → 00:04:41บริการกับคนไข้ในกลุ่มนี้นะคะทำให้คนไข้
00:04:41 → 00:04:44เนี่ยมีโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้น
00:04:44 → 00:04:48สูงทัดเทียมจากต่างประเทศนะคะเอ่อผลรวม
00:04:48 → 00:04:53ของการรักษาโดยการใช้เซลล์บำบัดในกรณีถ้า
00:04:53 → 00:04:56เราเอาเนื้อเยื่อมาจากของตัวผู้ป่วยเอง
00:04:56 → 00:05:00จากตาอีกข้างนึงเนี่ยอัตราการสำส็เนี่ย
00:05:00 → 00:05:04อยู่ที่ร้อยละ 80 - 85% นะคะแต่ในทาง
00:05:04 → 00:05:06ตรงกันข้ามถ้าสมมุติว่าเราอาจจะต้องเอา
00:05:06 → 00:05:09เนื้อเยื่อมาจากคนอื่นหรือเอามาจากเยื่อ
00:05:09 → 00:05:12บุช่องปากเ่าอัตราการสำเร็จเนี่ยก็อาจจะ
00:05:12 → 00:05:15ลดลงอาจจะอยู่ที่ประมาณเอ่อ
00:05:15 → 00:05:1860-70 ทั้งนี้เนี่ยขึ้นอยู่กับอะไรนะคะ
00:05:18 → 00:05:22ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของตัวโรคในระยะ
00:05:23 → 00:05:25เริ่มต้นด้วยแล้วก็ที่สำคัญก็คือขึ้นอยู่
00:05:25 → 00:05:29กับการดูแลตัวเองของคนไข้ด้วยนะคะระยะ
00:05:29 → 00:05:32เวลาที่ใช้ในการรักษาโดยการใช้สเต็มเซล
00:05:32 → 00:05:36ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่คะโดยทั่วไปเนี่ย
00:05:36 → 00:05:39แผนการรักษาก็คือว่าถ้าสมมุติว่าเราเอา
00:05:39 → 00:05:42ชิ้นเนื้อไปเพาะเลี้ยงเนี่ยก็เราจะใช้
00:05:42 → 00:05:45เวลาในห้องปฏิบัติการเนี่ยนะคะอยู่เพาะ
00:05:45 → 00:05:47เลี้ยงขึ้นมาเนี่ยใช้เวลาประมาณ 2
00:05:47 → 00:05:50สัปดาห์ทีนี้เราเพาะแล้วเนี่ยเราไม่ได้
00:05:50 → 00:05:53เพาะไว้เปล่าๆเราเพาะไว้แล้วเนี่ยส่วนนึง
00:05:53 → 00:05:56เนี่ยเราจะเก็บเซลล์ของคนไข้เนี่ยแช่ตู้
00:05:56 → 00:05:58เย็นเก็บไว้ด้วยแช่ช่องฟรีเก็บไว้ด้วย
00:05:58 → 00:06:01แล้วก็ก็เอาอันที่เราผลิตสร้างขึ้นมาแล้ว
00:06:01 → 00:06:05เนี่ยปลูกถยให้กับคนไข้ในทางตรงกางข้ำถ้า
00:06:05 → 00:06:11ในอนาคตเมีปัญหาและมีความจำเป็นที่ต้อง
00:06:11 → 00:06:14ใช้เซลล์อีกเราก็ไม่ต้องไปเอาชิ้นเนื้อ
00:06:14 → 00:06:17เขามาใหม่ละเราก็ไปเปิดตู้เย็นหยิบเซลล์
00:06:17 → 00:06:20ที่เราเคยเพาะเอาไว้แล้วก็เก็บแช่ช่อง
00:06:20 → 00:06:22ฟรีซเอาไว้เอาออกมาเนี่ยแล้วมาเลี้ยงใหม่
00:06:22 → 00:06:27ได้อันนี้ก็เป็นความอ่าก้าวหน้าของของ
00:06:27 → 00:06:31เทคโนโลยีอีกในอีกระดับหนึ่งนะคะการรักษา
00:06:31 → 00:06:34ผิวตาด้วยสเต็มเซลมีวิธีการอย่างไรคะ
00:06:34 → 00:06:37คีย์เวิร์ดของโรคเนี้ยก็คือว่ามันเป็นโรค
00:06:37 → 00:06:41ของผิวดวงตานะคะก็คือผิวตาเขาเนี่ยมันไม่
00:06:41 → 00:06:45สวยมีผังผืดลามเข้ามาเพราะฉะนั้นวิธีการ
00:06:45 → 00:06:48รักษาเนี่ยเราก็จะไปตัดเลาะเอาผังผืดออก
00:06:48 → 00:06:52เอาผิวตาที่ไม่ดีออกไปแล้วเราก็จะเตรียม
00:06:52 → 00:06:57ผิวตานะคะโดยการใช้อ่ากระบวนการทางห้อง
00:06:57 → 00:07:00ผ่าตัดแล้วก็ใช้สารบางอย่างเพื่อที่จะ
00:07:00 → 00:07:03ป้องกันไม่ให้ผังผืดมันลามกลับเข้ามาใหม่
00:07:03 → 00:07:07หลังจากนั้นเนี่ยเราก็จะย้ายเอาแผ่นเซลล์
00:07:07 → 00:07:11ที่เราเพาะเลี้ยงจากห้องปฏิบัติการนะคะ
00:07:11 → 00:07:15เอามาวางบนผิวที่เราเตรียมเอา
00:07:15 → 00:07:20ไว้ที่สุดยอดมากเลยนะคะเราไม่ได้เย็บเลย
00:07:20 → 00:07:24ก็คือเราจะใช้กาวทางชีวภาพหยดลงไปที่ผิว
00:07:24 → 00:07:29ตาแล้วก็เอาแผ่นเซลล์ปูทับลงไปแผ่นเซลล์
00:07:29 → 00:07:32ก็จะติดกับผิวตาใหม่นะคะเพราะฉะนั้นใน
00:07:32 → 00:07:36ช่วงแรกเนี่ยเราก็ต้องขอให้คนไข้เนี่ย
00:07:36 → 00:07:40ช่วยเราดูแลผิวตาใหม่หรือว่าแผ่นเซลล์ที่
00:07:40 → 00:07:43เราปลูกถ่ายเข้าไปซึ่งกระบวนการดูแลตัว
00:07:43 → 00:07:47เองเนี่ยเราก็จะใช้การใช้เ่อ Contact
00:07:47 → 00:07:50เลนส์นะคะเพื่อช่วยในการปกป้องผิวเซลล์
00:07:50 → 00:07:53ใหม่ที่เราปลูกถ่ายเข้าไปให้คนไข้หยอดยา
00:07:53 → 00:07:56ที่จะช่วยลดอาการอักเสบหยอดยาป้องกันการ
00:07:56 → 00:07:59ติดเชื้อในขณะเดียวกันเราก็จะหยอดน้ำตา
00:07:59 → 00:08:03เทียมเพื่อช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นนะ
00:08:03 → 00:08:07คะและใครคะคือกลุ่มที่เหมาะสมกับการรักษา
00:08:07 → 00:08:09ดวงตาด้วยสเต็มเซล
00:08:09 → 00:08:12เราทวนกันอีกครั้งว่าคนไข้ที่จะทำการ
00:08:12 → 00:08:15รักษาเนี่ยนะคะก็คือคนไข้ที่เป็นโรคผิว
00:08:16 → 00:08:19ดวงตาซึ่งคนไข้เนี่ยยหลักๆแล้วเนี่ยก็คือ
00:08:19 → 00:08:22จะมีอยู่ 2 กลุ่มคือเป็นจากตัวโรคที่ทำ
00:08:22 → 00:08:26ให้เกิดผิวตามันเสียเช่นคนไข้ที่แพ้ยาและ
00:08:26 → 00:08:29ทำให้เกิดเป็นสเวน Johnson Syndrome
00:08:29 → 00:08:33หรือกลุ่มที่ 2 คือพวกที่เกิดจาก
00:08:33 → 00:08:35อุบัติเหตุเช่น
00:08:35 → 00:08:39เอ่อมีน้ำกรดกระเด็นใส่หรือไปล้างห้องน้ำ
00:08:40 → 00:08:42แล้วน้ำยาล้างห้องน้ำกระเด็นใส่ทำให้ผิว
00:08:42 → 00:08:45ตาอักเสบซึ่งจริงๆเรื่องพวกเยเป็นเรื่อง
00:08:45 → 00:08:48ที่มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
00:08:48 → 00:08:52ของเรานะคะสุดท้ายค่ะอยากให้อาจารย์ฝากใน
00:08:52 → 00:08:57การดูแลรักษาดวงตาควรทำอย่างไรคะอันแรก
00:08:57 → 00:09:00สุดเลยที่สำคัญนะคะเราต้องป้องกันตัวเอง
00:09:00 → 00:09:03ในกรณีที่เราทำกิจกรรมที่เราคิดว่ามันมี
00:09:04 → 00:09:07โอกาสที่จะเกิดหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิด
00:09:07 → 00:09:10อุบัติเหตุที่ตาได้การใส่แว่นนะคะเพื่อ
00:09:10 → 00:09:15ป้องกันอันตรายนะคะการใช้สารเคมีในชีวิต
00:09:15 → 00:09:17ประจำวันอย่างถูกต้องเพราะเราเจอบ่อยมาก
00:09:17 → 00:09:20นะคะเช่นน้ำยาล้าห้องน้ำกระเด็นสายตาแบบ
00:09:20 → 00:09:24นั้นหรือการใช้ยานะคะก็ต้องปรึกษาแพทย์
00:09:24 → 00:09:28หรือเภสัชกรเพื่อป้องกันอันนี้นะ
00:09:28 → 00:09:29คะ
00:09:29 → 00:09:34[เพลง]
00:09:34 → 00:09:37tn and Health เราจะรวบรวมความรู้ทาง
00:09:38 → 00:09:41ด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
00:09:41 → 00:09:44พร้อมก่อติดความเคลื่อนไหวจากทุกประเด็น
00:09:44 → 00:09:48สุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุมมองของ
00:09:48 → 00:09:50แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ทางด้าน
00:09:50 → 00:09:55ต่างๆ TNN Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:09:55 → 00:09:58เสริมภูมิคุ้มกันรู้ทัน
00:09:58 → 00:10:02โรค
00:10:02 → 00:10:43[เพลง]
00:10:43 → 00:10:46อ