00:00:00 → 00:00:03อาการปวดหัวเขาเรียกว่าเป็น Most common of pain.
00:00:03 → 00:00:06เป็นอาการปวดที่พบได้บ่อยที่สุดในโลกมนุษย์ใบนี้
00:00:06 → 00:00:08ซึ่งอาการปวดหัวมีหลายอย่างมาก
00:00:08 → 00:00:11วิธีแก้อาการปวดหัวนะครับ
00:00:11 → 00:00:15วันนี้จะมาบอก 9 วิธีการที่รักษาอาการแก้ปวดศีรษะเรื้อรัง
00:00:15 → 00:00:17แล้วไม่ยอมหายสักทีครับ
00:00:25 → 00:00:26สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:26 → 00:00:28และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:28 → 00:00:31รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:32 → 00:00:37วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องวิธีแก้อาการปวดหัว
00:00:37 → 00:00:40ที่รักษาแบบธรรมดาแล้วมันไม่หายสักที
00:00:40 → 00:00:45วันนี้จะมาบอก 9 วิธีการที่รักษาอาการปวดศีรษะเรื้อรัง
00:00:45 → 00:00:47แล้วไม่ยอมหายสักทีครับ
00:00:47 → 00:00:50ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:50 → 00:00:52กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:00:52 → 00:00:54ก่อนที่จะไปนะครับ
00:00:54 → 00:00:56ท่านใดรีบเร่งและมีเวลาน้อย
00:00:56 → 00:00:59แนะนำให้ไปดู 3 นาทีสุดท้ายของคลิป
00:00:59 → 00:01:02จะมีสรุปอยู่แล้วค่อยกลับมาดูอีกครั้งหนึ่ง
00:01:02 → 00:01:04ก็จะได้รายละเอียดครบถ้วนครับ
00:01:04 → 00:01:07เรามาเริ่มกันเลยสำหรับอาการปวดหัว
00:01:07 → 00:01:10ต้องบอกงี้ก่อนว่าอาการปวดหัว
00:01:10 → 00:01:12เป็น Most common of pain. นะครับ
00:01:12 → 00:01:14ในโลกมนุษย์เรานี้ก็คือว่า
00:01:14 → 00:01:17เป็นอาการปวดที่พบได้บ่อยที่สุดในโลกมนุษย์ใบนี้
00:01:17 → 00:01:19ซึ่งอาการปวดหัวมีหลายอย่างมากเลย
00:01:19 → 00:01:23เช่น Tension headache ก็คือปวดหัวจากความเครียด
00:01:23 → 00:01:26อาการก็จะเหมือนมีคนเอาของมารัดศีรษะ
00:01:26 → 00:01:29แล้วก็ปวดตึบๆ ไปตลอดทั้งวันอันนี้พบบ่อยที่สุด
00:01:29 → 00:01:31อันที่ 2 คือ ไมเกรนนะครับ
00:01:31 → 00:01:33ก็อาจจะเป็นปวดหัวข้างเดียวก็ได้
00:01:33 → 00:01:35ไมเกรนนี่ปวด 2 ข้างก็ได้ ไม่จำเป็นต้องข้างเดียว
00:01:35 → 00:01:39แต่บางทีก็จะมีตาพล่า มีแสงแวบๆ
00:01:39 → 00:01:41อันนี้ก็ให้นึกถึงไมเกรนได้
00:01:41 → 00:01:45หรือว่าเป็น Cluster headache ก็จะเป็นอาการปวดแบบเฉพาะ
00:01:45 → 00:01:46อันนี้ไม่ต้องซีเรียสนะครับ
00:01:46 → 00:01:51หรือ Sinus headache ก็คืออาการปวดหัวจากไซนัสอักเสบ
00:01:51 → 00:01:54พบได้เรื่อยๆ หรือปวดบริเวณไซนัสต่างๆ
00:01:54 → 00:01:57ตามโหนกแก้ม ตามหน้าผากนะครับ
00:01:58 → 00:02:01อันนี้ก็คือเป็นชนิดของการปวดหัว
00:02:01 → 00:02:04คือต้องบอกว่าโดยปกติอาการปวดหัว
00:02:05 → 00:02:08แทบทุกชนิดสามารถรักษาด้วยการ Lifestyle changes.
00:02:08 → 00:02:11ก็คือการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ต่างๆ
00:02:11 → 00:02:14ถ้าเครียดมากก็ลดเครียด ออกกำลังกาย
00:02:14 → 00:02:16เจอของกระตุ้นที่ทำให้ปวดหัวก็หลบเลี่ยงมัน
00:02:16 → 00:02:19ก็คือเป็นการ Lifestyle changes นะครับ
00:02:19 → 00:02:23และก็การกินเขาเรียกว่า Pain deliver หรือกินยาแก้ปวด
00:02:23 → 00:02:25ส่วนใหญ่หายแล้ว 80%
00:02:25 → 00:02:29แต่ก็ต้องบอกว่ามีอีก 10-20% ไม่หายสักที
00:02:29 → 00:02:329 ทางนี้อาจจะช่วยท่านได้ครับ
00:02:32 → 00:02:34โอ้โหบางอย่างเนี่ย เหลือเชื่อจริงๆ นะครับ
00:02:34 → 00:02:35มาลองฟังกันดูครับ
00:02:35 → 00:02:39อย่างแรกเขาเรียกว่า Biofeedback
00:02:39 → 00:02:41เป็นการตรวจชนิดหนึ่ง
00:02:41 → 00:02:45เขาจะใช้ที่รัดศีรษะมารัดเป็นแบบคลื่นอิเล็กทรอนิกส์
00:02:45 → 00:02:46คล้ายๆ Headband นะครับ
00:02:46 → 00:02:48ต่อคอมพิวเตอร์เสร็จแล้ว
00:02:48 → 00:02:52เขาจะส่งสัญญาณประสาทมาที่คอมพิวเตอร์
00:02:52 → 00:02:55แล้วก็ยังมีมอนิเตอร์เรื่องของกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย
00:02:55 → 00:02:58เรื่องของ Body temperature
00:02:58 → 00:02:59เรื่องของหัวใจเต้น
00:02:59 → 00:03:02เรื่องของความดัน
00:03:02 → 00:03:04แล้วก็เอามาคำนวณครับ
00:03:04 → 00:03:08เรามาดูว่าจริงๆ แล้วอาการปวดหัวของคนไข้
00:03:08 → 00:03:11เกิดจากอะไร มีอะไรมากระตุ้น
00:03:11 → 00:03:13และลักษณะคลื่นสมองเป็นอย่างไร
00:03:13 → 00:03:17ใช้วิธีอย่างไรจะทำให้หายปวดได้
00:03:17 → 00:03:20และก็สามารถที่จะควบคุมอาการปวดศีรษะ
00:03:20 → 00:03:22ด้วยการรู้จักควบคุมด้วยตัวเอง
00:03:22 → 00:03:24คนไข้สามารถฝึกได้นะครับ
00:03:24 → 00:03:27ในการควบคุมว่าถ้าทำแบบนี้จะไม่ปวด
00:03:27 → 00:03:28ถ้าทำแบบนี้จะปวด
00:03:28 → 00:03:30ซึ่ง Biofeedback บอกท่านได้นะครับ
00:03:30 → 00:03:32คือต้องบอกว่า Biofeedback
00:03:32 → 00:03:35ค่อนข้างได้ผลดีใน Tension headache
00:03:35 → 00:03:37หรืออาการปวดหัวจากเรื่องของความเครียด
00:03:37 → 00:03:41หรือปวดหัวจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบหรือเหนื่อย
00:03:41 → 00:03:44อันนี้ก็คือเขาเรียกว่า Biofeedback
00:03:44 → 00:03:47ฟังอาจจะยากแต่ลองฟังซ้ำอีกทีครับ
00:03:47 → 00:03:49ต่อมาอันที่ 2 ครับ
00:03:50 → 00:03:51ฝังเข็มครับ
00:03:51 → 00:03:56การฟังเข็มต้องบอกว่าเป็นศาสตร์ที่ค่อนข้าง
00:03:56 → 00:03:59ผมว่าในปัจจุบันก็มีความน่าเชื่อถือสูง
00:03:59 → 00:04:01ก็มีเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะจากประเทศจีน
00:04:01 → 00:04:03เรียกว่าหายดีกันเยอะมากเลยนะครับ
00:04:03 → 00:04:07เขามี Review paper เอาหลายๆ เล่มมารวมกัน
00:04:07 → 00:04:11ก็บอกว่าสามารถที่จะป้องกันไมเกรนได้เป็นอย่างดี
00:04:11 → 00:04:14ถ้าเทียบกับการทานยาแล้วเท่าๆ กันเลย
00:04:14 → 00:04:17แถมยังมี Side effect ที่น้อยกว่าด้วย
00:04:17 → 00:04:19อันนี้คือเด็ดเลยคือได้ผลเท่ากัน
00:04:19 → 00:04:22แต่ว่ามีผลข้างเคียงน้อยกว่านะครับ
00:04:22 → 00:04:24เขาบอกว่ามีหลายๆ การวิจัย
00:04:24 → 00:04:26บอกว่าสามารถลดทั้งความถี่
00:04:26 → 00:04:28แล้วก็ลดทั้งความเจ็บปวด
00:04:28 → 00:04:30ความรุนแรงของอาการ Tension headache
00:04:30 → 00:04:33หรือปวดหัวแบบความเครียดได้ดีเลย
00:04:33 → 00:04:37แล้วเฉพาะที่เป็นแบบเรื้อรังก็ช่วยได้มาก
00:04:37 → 00:04:40และนี่ก็คือข้อที่ 2 การฝังเข็มครับ
00:04:40 → 00:04:42ข้อที่ 3 ครับ
00:04:42 → 00:04:45ข้อที่ 3 ก็คือการนวดครับ
00:04:45 → 00:04:50การนวดกดจุดบริเวณศีรษะ หรือคอ บ่า ไหล่
00:04:50 → 00:04:51มีวิจัยเลยนะครับ
00:04:51 → 00:04:54ทำให้อาการปวดหัวดีขึ้นมากจริงๆ
00:04:54 → 00:04:58ไม่ว่าจะเป็นปวดหัวแบบความเครียด ปวดหัวแบบไมเกรน
00:04:58 → 00:05:01ปวดหัวเพราะอากาศร้อนมาก ปวดหัวได้ทุกอย่าง
00:05:01 → 00:05:03การนวดคอ บ่า ไหล่ มีวิจัยเลยครับ
00:05:03 → 00:05:05บอกว่าดีขึ้นจริงๆ นะครับ
00:05:05 → 00:05:09เขาเรียกว่ามี Annals of behavioral medicine
00:05:09 → 00:05:12ก็คือเขาเรียกว่าเป็นแบบการประชุม
00:05:12 → 00:05:13แล้วก็เขียนออกมาเป็นหนังสือ
00:05:13 → 00:05:15ออกมาทุกปีนะครับ
00:05:15 → 00:05:18เขาบอกว่าสำหรับผู้ป่วยที่เป็นไมเกรน
00:05:18 → 00:05:22แล้วได้รับการกดจุดคลายเครียดด้วยการนวด
00:05:22 → 00:05:25ติดต่อกัน 6 สัปดาห์
00:05:25 → 00:05:27เขาเรียกว่าอาการไมเกรน
00:05:27 → 00:05:30มัน Attack หรือทำให้เป็นไมเกรน
00:05:30 → 00:05:32ปกติสมมุติเดือนหนึ่งเป็น 5 ครั้ง
00:05:32 → 00:05:34พอนวดไปแล้วอาจจะเหลือแค่ 2-3 ครั้ง
00:05:34 → 00:05:36คือความถี่มันลดลงนะครับ
00:05:36 → 00:05:39แถมสามารถที่จะนอนหลับได้ดีขึ้น
00:05:39 → 00:05:41นอนหลับได้ยาวขึ้น
00:05:41 → 00:05:44ตลอด 6 สัปดาห์ที่ได้รับการรักษาแบบนี้
00:05:44 → 00:05:47คนไข้ดีขึ้นมากๆ นะครับ
00:05:47 → 00:05:50และหลังจากหยุดรักษาแบบนี้ไป
00:05:51 → 00:05:53ยังดีต่อเนื่องต่อไปอีกถึง 3 สัปดาห์
00:05:53 → 00:05:55เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับการนวด
00:05:55 → 00:05:59เพราะฉะนั้นผมว่าการนวดคอ บ่า ไหล่
00:06:00 → 00:06:02เป็นสิ่งที่เขาเรียกว่าช่วยได้จริงๆ
00:06:02 → 00:06:05โดยตัวผมเอง ผมก็ชอบนะ มันสบายดี
00:06:05 → 00:06:08ก็ลองดูกันได้ครับ ไม่เสียหายอะไร
00:06:08 → 00:06:10ประเทศไทยหาได้ง่ายมากด้วยนะครับ
00:06:11 → 00:06:14ต่อมาข้อที่ 4 Stretching ครับ
00:06:14 → 00:06:19Stretching ก็คือพอเรามีความเครียดสูงหรือปวดหัวมาก
00:06:19 → 00:06:22กล้ามเนื้อรอบหัว รอบศีรษะ รอบคอ
00:06:22 → 00:06:24รอบบ่า รอบไหล่ เราจะเกร็งใช่ไหมครับ
00:06:24 → 00:06:25อย่างข้อเมื้อกี้การนวดก็จะช่วยได้
00:06:25 → 00:06:27แต่ถ้าท่านไม่ได้ไปนวด
00:06:27 → 00:06:30การ Stretching หรือการยืดกล้ามเนื้อต่างๆ
00:06:30 → 00:06:32ในส่วนต่างๆ นะครับ
00:06:32 → 00:06:34ก็จะทำให้กล้ามเนื้อมันคลายตัว
00:06:34 → 00:06:36ซึ่งการ Stretching บริเวณคอ บ่า ไหล่
00:06:36 → 00:06:39เช่น ทำการยืดคออย่างนี้นะครับ
00:06:39 → 00:06:40ยืดคอนะครับ
00:06:41 → 00:06:43แล้วก็กดหัวลงมาอย่างนี้นะครับ
00:06:43 → 00:06:46ยืดคอ ยืดทุกทิศทางนะครับ
00:06:47 → 00:06:49แล้วก็ทำไหล่
00:06:49 → 00:06:50ดึงไหล่นะครับ
00:06:50 → 00:06:51บิดไหล่นะครับ
00:06:52 → 00:06:53บิดไหล่อย่างนี้นะครับ
00:06:53 → 00:06:58ก็ให้เรารู้สึกว่ามันคลายตามส่วนนี้ก็จะช่วยได้
00:06:58 → 00:07:01ทำวันหนึ่งสักประมาณ 20 นาที
00:07:01 → 00:07:03จุดหนึ่ง เช่น สมมุติว่าเราหันคอข้างนี้
00:07:03 → 00:07:06ก็นับ 1-2 แล้วก็ปล่อย
00:07:06 → 00:07:09หันคอข้างนี้นับ 1-5 แล้วก็ปล่อย
00:07:09 → 00:07:12หันคอข้างนี้นับ 1-5 แล้วก็ปล่อยอย่างนี้ครับ
00:07:13 → 00:07:14ทำอย่างนี้สลับกัน
00:07:14 → 00:07:17ทำจุดหนึ่ง 5 วินาที พัก 5 วินาที
00:07:17 → 00:07:20จุดหนึ่งทำ 3-5 ครั้งนะครับ
00:07:20 → 00:07:22สมมุติถ้าจะก้มคอก็ก้มอย่างนี้ครับ
00:07:22 → 00:07:23กดมางี้ปุ๊บ
00:07:23 → 00:07:25คอส่วนหลังก็จะตึงนะครับ
00:07:25 → 00:07:28นับ 5 วินาที พัก 5 วินาที
00:07:28 → 00:07:30ทำ 3-5 รอบนะครับ
00:07:30 → 00:07:34ทำสลับไปสลับมาจนครบประมาณ 20 นาที
00:07:34 → 00:07:37อาการปวดหัวหรืออะไรพวกนี้ก็จะดีขึ้น
00:07:37 → 00:07:40และนี่คือข้อที่ 4 Stretching ครับ
00:07:41 → 00:07:43มาต่อกันที่ข้อที่ 5 ครับ
00:07:43 → 00:07:47Meditation หรือการนั่งสมาธินั่นเอง
00:07:47 → 00:07:51โดยหลักการก็คือเขาต้องการให้มีการ Focus attention
00:07:51 → 00:07:54คือเขาเรียกมีสมาธิมากขึ้น
00:07:54 → 00:07:57กับ Quiet mind ก็คือจิตใจที่เงียบสงบ
00:07:57 → 00:08:00การทำสองอย่างนี้ก็จะทำให้เรามีอาการปวดน้อยลง
00:08:00 → 00:08:04จากการที่สมาธิเราไปจดจ่ออยู่กับ
00:08:04 → 00:08:06ลมหายใจหรือความเงียบ
00:08:06 → 00:08:08ทำให้อาการปวดลดลง
00:08:08 → 00:08:12ซึ่งผมว่ามีวิจัยแล้วก็มีคนทำออกมาเยอะเลย
00:08:12 → 00:08:14แล้วก็ได้ผลดีพอสมควรเลยนะครับ
00:08:14 → 00:08:17สำหรับท่านที่ไปทำ Meditation
00:08:17 → 00:08:20คือมีวิจัยจาก John Hopkin ว่า
00:08:20 → 00:08:22Meditation หรือการนั่งสมาธิ
00:08:22 → 00:08:27สามารถลด Seriarity ก็คือความรุนแรงนะครับ
00:08:27 → 00:08:31และ Frequency ก็คือความถี่ของการเป็นไมเกรน
00:08:31 → 00:08:32อย่างชัดเจน
00:08:32 → 00:08:35รวมทั้ง Improve overall quality of life
00:08:35 → 00:08:41สามารถที่จะทำให้ชีวิตคุณภาพโดยรวมดีขึ้นมาก
00:08:41 → 00:08:42ไม่ใช่แค่แก้ปวดหัวอย่างเดียว
00:08:43 → 00:08:45คือคุณภาพโดยรวมหลายๆ อย่างดีขึ้นมาก
00:08:45 → 00:08:50และนี่ก็คือข้อที่ 5 Meditation นั่นเองครับ
00:08:50 → 00:08:53มาต่อกันที่ข้อที่ 6 ครับ
00:08:53 → 00:08:55ข้อที่ 6 ก็คือ Yoga ครับ
00:08:56 → 00:08:57โยคะมีวิจัยของ
00:08:57 → 00:09:02National Center of Complementary and Alternative Medicine
00:09:02 → 00:09:05เขาบอกลองให้ฝึกโยคะสัก 3 เดือนนะครับ
00:09:05 → 00:09:08กลุ่มที่ฝึกโยคะ 3 เดือนบอกเลยว่า
00:09:08 → 00:09:10เขาเรียกว่า Raise Painful attack
00:09:10 → 00:09:13คืออาการ Attack จากปวดหัวที่รุนแรงลดลงขัดเจน
00:09:13 → 00:09:17Raise Frequency คือความถี่ลดลงนะครับ
00:09:17 → 00:09:19Raise Anxiety ความเครียดก็ลดลง
00:09:19 → 00:09:21โอ้โห ดีไปทุกอย่างเลยครับ
00:09:21 → 00:09:23และนี่คือข้อที่ 6 ครับ
00:09:23 → 00:09:24Yoga ครับผม
00:09:24 → 00:09:26มาต่อกันที่ข้อที่ 7 ครับ
00:09:27 → 00:09:31ข้อที่ 7 เขาเรียกว่า Relaxation Exercise
00:09:31 → 00:09:32คืออะไรครับ
00:09:33 → 00:09:37มันคือการออกกำลังกายให้ร่างกายเราผ่อนคลายไปทั้งตัว
00:09:37 → 00:09:40มีองค์ประกอบอันแรกก็คือ Deep Breathing
00:09:40 → 00:09:44คือ หายใจเข้าลึกๆ ออกยาวๆ
00:09:44 → 00:09:48บวกกับฟังเพลง Relaxing Music
00:09:48 → 00:09:50เพลงที่เป็นแบบทำนองสบายๆ
00:09:50 → 00:09:53เพื่อให้ร่างกายเราผ่อนคลาย
00:09:53 → 00:09:56เขาบอกว่ามีการวิจัยว่าการทำ Relaxation Training
00:09:56 → 00:09:58หรือที่ผมบอกมาเมื่อกี้นะครับ
00:09:58 → 00:10:02ทำให้อาการปวดหัวนี้ดีขึ้น
00:10:02 → 00:10:04แล้วก็ทำให้หลับได้นานขึ้น
00:10:04 → 00:10:06อันนี้ก็ทำวิจัยเทียบกับการฝังเข็มด้วยนะครับ
00:10:06 → 00:10:09เขาบอกว่าดีกว่าการฝังเข็มซะอีกครับ
00:10:09 → 00:10:11อันนี้ก็น่าสนใจเพราะว่าไม่เจ็บตัวเลย
00:10:11 → 00:10:13ฝังเข็มนี่ยังต้องเอาเข็มทิ่มลงไปใช่ไหม
00:10:13 → 00:10:16อันนี้ไม่เจ็บตัวเลยลองดูได้ครับ
00:10:16 → 00:10:17หายใจเข้าออกลึกๆ
00:10:17 → 00:10:19ฟังเพลงสบายๆ นะครับ
00:10:19 → 00:10:21อาการปวดศีรษะจะลดลง
00:10:21 → 00:10:23มีวิธีทำมาแนะนำนิดนึงครับ
00:10:23 → 00:10:291. นอนราบผ่อนคลายเอามือออกห่างจากตัว
00:10:29 → 00:10:33แล้วก็ฟังเพลง หายใจเข้าออกลึกๆ นะครับ
00:10:33 → 00:10:35คล้ายๆ กับนอนสมาธินั่นแหละครับ
00:10:35 → 00:10:38ผมว่า Relaxation Exercise ก็จะเป็นอย่างนี้ครับ
00:10:38 → 00:10:42ไอเดียของการทำก็คือว่า
00:10:42 → 00:10:45ต้องการทำให้ Muscle หรือกล้ามเนื้อของท่านผ่อนคลาย
00:10:45 → 00:10:48แล้วก็อาการปวดหัวก็จะลดลงเองทั้งหมด
00:10:48 → 00:10:52และนี่ก็คือข้อ 7 Relaxation Exercise
00:10:53 → 00:10:55มาต่อกันที่ข้อที่ 8 ครับ
00:10:56 → 00:11:00Heat and Cold-Compression ก็คือประคบร้อนหรือประคบเย็น
00:11:00 → 00:11:02พอฟังดูแล้วเราจะประคบอะไรกันดี
00:11:02 → 00:11:04เดี๋ยวผมจะมาบอกให้ครับ
00:11:04 → 00:11:08สำหรับไมเกรนหรือว่าอาการปวดหัวทั่วไป
00:11:08 → 00:11:11แนะนำให้ประคบร้อนที่บริเวณต้นคอ
00:11:11 → 00:11:12ประคบร้อนก่อนนะครับ
00:11:13 → 00:11:15คือต้องบอกว่าโดยเฉพาะไมเกรน
00:11:15 → 00:11:20อาการปวดหัวเกิดจากหลอดเลือดบริเวณศีรษะ
00:11:20 → 00:11:22มีการหดเกร็ง
00:11:22 → 00:11:26ซึ่งการประคบร้อนจะทำให้หลอดเลือดเกิดอาการคลายตัว
00:11:26 → 00:11:28อาการปวดหัวจึงลดลงครับ
00:11:28 → 00:11:30เพราะฉะนั้นแนะนำให้ประคบร้อน
00:11:31 → 00:11:32เป็นเบื้องต้นนะครับ
00:11:32 → 00:11:35แต่ในบางครั้งประคบร้อนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
00:11:35 → 00:11:37หรือยังทุเลาไม่หมด
00:11:37 → 00:11:39มีการแนะนำบอกว่า
00:11:39 → 00:11:43ให้ประคบเย็นบริเวณขมับตรงนี้นะครับ
00:11:43 → 00:11:45ถามว่าทำไมต้องบริเวณขมับแล้วจะดี
00:11:45 → 00:11:48คือหลักการเขาบอกว่า
00:11:48 → 00:11:54บริเวณนี้มันจะมีเส้นเลือดอยู่
00:11:54 → 00:11:55ซึ่งเส้นเลือดตัวนี้
00:11:55 → 00:11:59มันจะไปเลี้ยงส่วนเยื่อหุ้มสมองส่วน Dura
00:11:59 → 00:12:02แล้วการเป็นไมเกรนมันเกิดเหตุจากตรงเนี้ยแหละ
00:12:02 → 00:12:06ถ้าเราทำให้เส้นเลือดตรงนี้มีความเย็น
00:12:06 → 00:12:08เลือดที่ผ่านตรงนี้มันจะเย็นขึ้น
00:12:08 → 00:12:12ซึ่งการเย็นขึ้นจะไปลดการอักเสบบริเวณเยื่อหุ้มสมอง
00:12:12 → 00:12:15ก็ทำให้อาการไมเกรนของท่านนั้นลดลง
00:12:15 → 00:12:16เพราะฉะนั้นก็ลองดูครับ
00:12:16 → 00:12:21สรุปง่ายๆ ว่าวางที่ต้นคอด้วยการประคบร้อน
00:12:22 → 00:12:24ส่วนตรงบริเวณขมับลองประคบเย็นดูนะครับ
00:12:24 → 00:12:27ผมว่าผมก็ลองดู มันก็ใช้ได้นะ
00:12:27 → 00:12:32มันก็เพลินๆ ดีก็ลองดูนะว่าอาการดีขึ้นรึเปล่า
00:12:32 → 00:12:34แล้วก็ต่อมาข้อสุดท้ายข้อที่ 9 ครับ
00:12:35 → 00:12:38หลีกเลี่ยงไนเครต-ไนไตรต์
00:12:38 → 00:12:41หรือว่าพวกผงชูรสนะครับ
00:12:41 → 00:12:43คือต้องบอกว่าพวกสารไนเตรต
00:12:43 → 00:12:46จะอยู่ในพวก Processed meat หรือ Processed food
00:12:46 → 00:12:50ก็เช่น แฮม ไส้กรอก อาหารหมักดองพวกนี้
00:12:50 → 00:12:52มันจะกระตุ้นให้ปวดหัวได้ง่าย
00:12:52 → 00:12:57รวมทั้ง Monosodium glutamate ก็คือผงชูรส
00:12:57 → 00:13:00ก็แนะนำให้หลีกเลี่ยงผงชูรสด้วยนะครับ
00:13:00 → 00:13:03บางคนกินผงชูรสปวดหัวเลย
00:13:03 → 00:13:06และยังมีอาหารอีกหลายตัวที่สามารถกระตุ้นได้
00:13:06 → 00:13:08โดยเฉพาะอาการปวดหัวไมเกรน
00:13:08 → 00:13:11เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์
00:13:11 → 00:13:17แล้วก็ Phenylalanine ในช็อกโกแลตหรือชีส
00:13:17 → 00:13:19ก็ไม่ต้องไปจำชื่อมันหรอกนะครับ
00:13:19 → 00:13:22ก็ดูว่ามันเป็นช็อกโกแลต มันเป็นชีส
00:13:22 → 00:13:25หรือว่า Aspartame ก็คือน้ำตาลเทียม
00:13:25 → 00:13:27บางคนให้สังเกตครับ
00:13:27 → 00:13:30ไม่ใช่ว่าทุกอันที่จะทำให้ปวดศีรษะหรือปวดหัว
00:13:30 → 00:13:33ให้ท่านสังเกตว่าทานอะไรแล้วปวดหัว
00:13:33 → 00:13:36ไอ้นั่นแหละครับ เขาเรียกว่าตัว Tricker
00:13:36 → 00:13:40เราต้องไปกำจัดมันทิ้งซะ เราจะต้องไม่ทานมันเข้าไป
00:13:40 → 00:13:43โดนส่วนใหญ่พบบ่อยก็คือ คาเฟอีน แอลกอฮอล์
00:13:43 → 00:13:47ช็อกโกแลต ชีส แล้วก็น้ำตาลเทียม
00:13:47 → 00:13:48ก็พบเรื่อยๆ นะครับ
00:13:48 → 00:13:50เพราะฉะนั้นลองหยุดดู
00:13:50 → 00:13:52อาการปวดหัวของท่านน่าจะดีขึ้นครับผม
00:13:54 → 00:13:56ผมขออนุญาตสรุปทั้งหมดนะครับ
00:13:56 → 00:13:59ก็คือ 9 ข้อที่จะช่วยให้ท่านหายปวดหัวได้
00:13:59 → 00:14:03ในกรณีที่การรักษาทั่วไปไม่สามารถช่วยท่านได้
00:14:03 → 00:14:05ลองดู 9 วิธีนี้นะครับ
00:14:05 → 00:14:07วิธีแรก Biofeedback
00:14:07 → 00:14:10เขาเรียกว่าสังเกตคลื่นสมองเราเป็นยังไง
00:14:10 → 00:14:12อาการร่างกายเราเป็นยังไง
00:14:12 → 00:14:14ส่งไปที่คอมพิวเตอร์ลแล้วจะวิจัยออกมา
00:14:15 → 00:14:20แล้วก็นำผลนั้นมาปรับการใช้ชีวิต ปรับร่างกายต่างๆ
00:14:20 → 00:14:22อันนี้ก็ค่อนข้าง Advance นิดนึงก็ลองใช้กันดูนะครับ
00:14:22 → 00:14:25ข้อที่ 2 คือการฝังเข็ม
00:14:25 → 00:14:29การฝังเข็มมีวิจัยเลยว่าช่วยลดอาการไมเกรน
00:14:29 → 00:14:31ช่วยลดอาการปวดหัวได้ดีพอสมควร
00:14:31 → 00:14:33ข้อที่ 3 การนวด
00:14:33 → 00:14:37โดยเฉพาะนวดศีรษะ คอ บ่า ไหล่ ทำให้อาการดีขึ้น
00:14:37 → 00:14:40ได้พอสมควรเลยลองกันดูครับ
00:14:40 → 00:14:44ข้อที่ 4 การ Stretching ด้วยตัวเอง
00:14:44 → 00:14:49ทำประมาณ 20 นาที บริเวณคอ บ่า ไหล่ ศีรษะ
00:14:49 → 00:14:52โดยเฉพาะต้นคอทั้งคอซ้าย คอซ้าย
00:14:53 → 00:14:58พวกนี้น่าจะดีขึ้นก็ลองใช้วิธี Stretching กันดูครับ
00:14:58 → 00:15:00ข้อที่ 5 Meditation
00:15:00 → 00:15:04การทำสมาธิก็น่าจะช่วยได้
00:15:04 → 00:15:06ข้อที่ 6 การเล่นโยคะ
00:15:06 → 00:15:10มีวิจัยชัดเจนว่าการฝึกโยคะ 3 เดือน
00:15:10 → 00:15:12ได้ผลดีมากๆ ครับ
00:15:12 → 00:15:14แถมบางคนยังน้ำหนักลดไปอีกต่างหาก
00:15:14 → 00:15:15เยี่ยมเลยนะครับ
00:15:15 → 00:15:20ข้อต่อมาข้อที่ 7 Relaxation Exercise
00:15:20 → 00:15:24การออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย
00:15:24 → 00:15:26นอนราบสบายๆ
00:15:26 → 00:15:29ฟังเพลงสบายๆ ให้อารมณ์เย็นๆ
00:15:29 → 00:15:32ทุกอย่างมันก็จะดีขึ้น ร่างกายผ่อนคลาย
00:15:32 → 00:15:35กล้ามเนื้อรอบสมอง รอบศีรษะผ่อนคลาย
00:15:35 → 00:15:38ทุกอย่างก็จะดีขึ้น อาการปวดหัวก็จะลดลง
00:15:38 → 00:15:42และข้อที่ 8 การประคบร้อนและประคบเย็น
00:15:43 → 00:15:46ต้นคอแนะนำให้เราประคบร้อน
00:15:46 → 00:15:49ตรงขมับให้ลองประคบเย็นดู
00:15:49 → 00:15:52อาการต่างๆ น่าจะดีขึ้นพอสมควรเลย
00:15:52 → 00:15:54และข้อสุดท้ายข้อ 9 ครับ
00:15:54 → 00:15:58หลีกเลี่ยงไนเตรต-ไนไตรต์ทั้งหลาย
00:15:58 → 00:16:00แล้วก็เรื่องของผงชูรส
00:16:00 → 00:16:04รวมทั้งหลีกเลี่ยงพวกสารกระตุ้นต่างๆ
00:16:04 → 00:16:07แอลกอฮอล์ คาเฟอีน
00:16:07 → 00:16:11หรือกลุ่มอาหารช็อกโลแลต ชีส หรือน้ำตาลเทียม
00:16:11 → 00:16:13ถ้าท่านทานอะไรแล้วปวดหัว
00:16:13 → 00:16:16สิ่งนั้นก็เป็นตัวกระตุ้นให้ท่านปวดหัวนั่นเอง
00:16:16 → 00:16:19เพราะฉะนั้นแล้วโปรดหลีกเลี่ยงมันซะครับ
00:16:19 → 00:16:21ก็ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง
00:16:21 → 00:16:24แล้วก็มีจิตใจที่แจ่มใสทุกๆ คน
00:16:24 → 00:16:25สวัสดีครับ