การตรวจวัณโรคแฝงทำอย่างไร และผลลัพธ์ที่ได้หมายความอย่างไร

คำถาม:
การตรวจวัณโรคแฝงทำอย่างไร และผลลัพธ์ที่ได้หมายความอย่างไร?
คำตอบ:
การตรวจวัณโรคแฝงมักใช้การทดสอบผิวหนัง (TST) หรือการตรวจเลือด (IGRA) เพื่อดูว่าร่างกายเคยติดเชื้อหรือไม่ ผลบวกไม่ได้แปลว่าเป็นโรคจริง แต่ต้องพิจารณาประกอบกับประวัติสุขภาพ อาการ และความเสี่ยงอื่นๆ หากผลบวกและมีความเสี่ยงสูง เช่น เป็น HIV หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ แพทย์อาจแนะนำให้กินยาป้องกัน

สัมผัสผู้ป่วยวัณโรค 🫁 ต้องกินยาป้องกันไหม ⁉️ | นพ.วินัย โบเวจา

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:12:05กินยาแต่เขาจะตรวจตรวจอะไรครับก็ตรวจอิ
00:12:09ตรวจ tst แล้วก็พิจารณาการรักษาอันนี้ก็
00:12:12ยังไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ในการให้ยาในทุก
00:12:15รายนะครับอันนี้แพทย์จะเป็นคนบอกเราแต่
00:12:18กลุ่มนี้เดี๋ยวนี้มีแนวโน้มที่จะเริ่มให้
00:12:20ยาป้องกันมากขึ้นละโอเคนะฮะอ่ะถึงจุดนี้
00:12:23เคลียร์นไปสู่กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มแบบคน
00:12:26พวกเราทั่วไปกลุ่มคนแข็งแรงมนุษย์ออฟฟิศ
00:12:29ไม่มีโรคประจำตัวไม่ได้เป็น HIV ไม่ได้
00:12:31อะไรอันนี้ทำยังไงครับเขาก็จะประมาณนี้
00:12:36เลย 1 เขอาจจะให้เราตรวจอิดูหรือทำสน
00:12:42Test 2 ถ้าผลมัน Negative ก็นัดมาติด
00:12:46ตามอาการ 3-6 เดือนเป็นเวลา 2 ปีแนะนำให้
00:12:50เราสังเกตทนี้ในช่วงติดตามอาจจะไม่จำเป็น
00:12:53ต้อง xray ก็ได้ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้แค่ติด
00:12:55ตามดูว่าเรามีอาการมั้ยแต่ถ้าผลมัน
00:12:58Positive อิผลมัน Positive ทำสน Test ผล
00:13:02มัน Positive อาจจะพิจารณาให้ขึ้นอยู่กับ
00:13:04ลายๆอย่างไม่ได้บังคับว่าต้องใช้นะครับ