00:00:00 → 00:00:03บนโซเชียลมีการแชร์สารพัดสิ่งทำลายสมอง
00:00:03 → 00:00:06ทั้งการไม่กินข้าวเช้าอดนอนสูบบุหรี่กิน
00:00:06 → 00:00:08ของหวานมากไปทำให้สมองฟ่อและถั่วเหลือง
00:00:08 → 00:00:11เต้าหู้อันตรายกินเข้าไปจะทำลายสมองอีก
00:00:11 → 00:00:14ด้วยเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จพบคำตอบใน
00:00:14 → 00:00:16ชั่วก่อนแชร์เช็คลิสร้อยเรียงเรื่องฮิต
00:00:16 → 00:00:20ติดอันดับจากชั่วก่อน
00:00:20 → 00:00:23แชร์อันดับที่ 5 ก้าพฤติกรรมร้ายๆทำลาย
00:00:24 → 00:00:26สมองจริงหรือมีทั้งจริงและไม่จริงครับืน
00:00:26 → 00:00:29ใช้สมองในขณะที่ไม่สบายอันนี้ไม่จริงเรา
00:00:29 → 00:00:31สามารถนอนหรือว่านั่งทำงานบนเตียงต่อได้
00:00:31 → 00:00:33แม้ว่าร่างกายจะไม่สบายและก็ไม่ได้ทำให้
00:00:33 → 00:00:36สมองทำงานผิดปกติดื่มของมึนเมาสมองถูก
00:00:36 → 00:00:39ทำลายแอลกอฮอล์ในของมึนเมาทุกชนิดใน
00:00:39 → 00:00:42ปริมาณที่เยอะจนเกินไปก็จะกดสมองทำให้ซึม
00:00:42 → 00:00:44หมดสติถ้าดื่มเยอะเหลือรังทำให้เซลล์สมอง
00:00:44 → 00:00:46เนี่ยถูกทำลายสรุปแล้วเรื่องนี้จริงบาง
00:00:46 → 00:00:49ส่วนการดื่มของมึนเมาในปริมาณมากการสูด
00:00:49 → 00:00:51อากาศเป็นพิษจะไปทำลายสมองได้แต่ทั้งนี้
00:00:51 → 00:00:54ที่แชร์ว่าฝืนใช้สมองตอนไม่สบายจะเป็น
00:00:54 → 00:00:56อันตรายนั้นไม่ใช่ความจริงเราอาจเหนื่อย
00:00:56 → 00:00:58ล้าบ้างแต่ไม่ได้ถึงขั้นห้ามทำอะไรเลยนะ
00:00:58 → 00:01:01ครับอันดับที่ 4 8 อาหารอันตรายเสี่ยง
00:01:01 → 00:01:04ทำลายสมองของเด็กๆจริงหรือไม่เชิงนะคะ
00:01:04 → 00:01:07อาหารที่มีโซเดียมสูงคือโซเดียมไม่ค่อยมี
00:01:07 → 00:01:11ผลต่อสมองเท่าไหร่มันจะมีผลต่อไตมากกว่า
00:01:11 → 00:01:13เบคอนหรือแฮมผลต่อสมองก็อาจจะมีบ้างแต่
00:01:13 → 00:01:16ส่วนใหญ่ผลจะเป็นที่เส้นเลือดที่หัวใจมาก
00:01:16 → 00:01:18กว่าอาหารพวกนี้เป็นอาหารที่ไม่ดีต่อ
00:01:18 → 00:01:21สุขภาพโดยรวมของเด็กแต่ก็ไม่ใช่ว่ามีผล
00:01:21 → 00:01:24ต่อสมองโดยตรงน่าจะมีผลโดยอ้อมสรุปแล้ว
00:01:24 → 00:01:26เรื่องนี้จริงบางส่วนยังไม่ควรแชร์ต่อนะ
00:01:26 → 00:01:29ครับอาหารหลายชนิดที่กล่าวมาทั้งอาหารจาน
00:01:29 → 00:01:31ด่วนอาหารโซเดียมสูงอาหารกึ่งสำเร็จรูป
00:01:32 → 00:01:34แม้จะไม่ได้มีผลต่อสมองโดยตรงแต่หากกิน
00:01:34 → 00:01:37มากเกินไปก็อาจจะทำลายสมองในทางอ้อมได้
00:01:37 → 00:01:40ต้องระวังนะครับอันดับที่ 3 คลื่นวิทยุ
00:01:40 → 00:01:43คลื่นมือถือรบกวนสมองได้จริงหรือคืออาจจะ
00:01:43 → 00:01:45ไม่จริงทั้งหมดคลื่นมือถือเนี่ยจะไปรบกวน
00:01:45 → 00:01:47คลื่นสมองอันนี้มันเกิดขึ้นค่อนข้างยาก
00:01:47 → 00:01:49อันนี้ต้องบอกว่าเป็นคลิปที่เข้าใจผิดมัน
00:01:49 → 00:01:51อาศัยหลักการทำงานต่างกันเลยครับไอ้คลื่น
00:01:51 → 00:01:53มือถือนี่อาศัยการเหนี่ยวนำไม่จำเป็นต้อง
00:01:53 → 00:01:57ใช้ตัวกลางส่วน eeg เนี่ยเป็นคลื่นในสมอง
00:01:57 → 00:01:59ใช้ตัวนำคือทางเส้นประสาทของเราดังนั้น
00:01:59 → 00:02:02คลื่นวิทยุจึงไปทำอะไรคลื่นสมองไม่ได้เลย
00:02:02 → 00:02:04เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้อะไรก็แล้วแต่มาควบ
00:02:04 → 00:02:07คุมสัญญาณคลื่นสมองไอ้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
00:02:07 → 00:02:09ที่อยู่ด้านนอกเนี่ยจะมารบกวนคลื่น eeg
00:02:09 → 00:02:11เนี่ยโดยในหลักการแล้วไม่ได้เป็นคนละ
00:02:11 → 00:02:13เรื่องกันเลยเป็นเรื่องที่ไม่จริงไม่ควร
00:02:13 → 00:02:15แชร์ต่อสรุปแล้วเรื่องนี้ไม่จริงไม่ควร
00:02:15 → 00:02:18แชร์ต่อนะครับคลื่นวิทยุหรือคลื่นมือถือ
00:02:18 → 00:02:20โดยหลักการแล้วไม่สามารถรบกวนคลื่นสมอง
00:02:21 → 00:02:23ได้เป็นคนละส่วนกันอย่างสิ้นเชิงเรื่อง
00:02:23 → 00:02:25นี้จึงไม่ใช่ความจริงไม่ควรแชร์ต่อเพราะ
00:02:25 → 00:02:28อาจสร้างความเข้าใจผิดได้นะครับอันดับที่
00:02:28 → 00:02:312 10 พฤติกรรมสมองเร็วจริงหรือมีทั้ง
00:02:31 → 00:02:33ส่วนที่จริงและส่วนที่ไม่จริงครับเขาบอก
00:02:33 → 00:02:35ว่าการนอนคลุมโปงทำให้สมองฝ่อเร็วเหรอ
00:02:35 → 00:02:38ครับไม่เกี่ยวนะครับผมมองว่าการนอนคุมโปง
00:02:38 → 00:02:40เนี่ยส่วนใหญ่จะไม่ถึงขั้นไม่ขาดออกซิเจน
00:02:40 → 00:02:42ในเลือดไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงไม่ทานอาหาร
00:02:42 → 00:02:45เช้าการไม่ทานอาหารเช้าเนี่ยแม้จะมีผลโดย
00:02:45 → 00:02:47รวมไม่ได้ดีต่อสุขภาพแต่ว่ายังไม่มีข้อ
00:02:47 → 00:02:50มูลสนับสนุนใดๆครับว่าส่งผลให้เกิดสมอง
00:02:50 → 00:02:52เสื่อมอย่างชัดเจนกินอาหารมากเกินไปมี
00:02:52 → 00:02:54ส่วนจริงอยู่บ้างครับในแง่ที่ว่าถ้า
00:02:54 → 00:02:57สมมุติว่าเรากินอาหารมากเกินไปจนเกิดภาวะ
00:02:57 → 00:02:59อ้วนภาวะอ้วนเนี่ยอาจจะมีส่วนที่ทำให้เรา
00:02:59 → 00:03:01เรามีปัญหาเรื่องนอนกนหรือว่าหยุดหายใจ
00:03:01 → 00:03:04ขณะหลับร่วมด้วยซึ่งจะมีส่วนทำให้ภาวะ
00:03:04 → 00:03:06สมองเสื่อมเกิดขึ้นได้สรุปแล้วเรื่องนี้
00:03:06 → 00:03:09จริงบางส่วนยังไม่ควรแชร์ต่อนะครับการกิน
00:03:09 → 00:03:12มากเกินไปจนเกิดภาวะอ้วนอาจทำให้มีปัญหา
00:03:12 → 00:03:14หยุดหายใจขณะหลับออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่
00:03:14 → 00:03:18เพียงพอจนส่งผลต่อสมองตามมาได้ทั้งนี้การ
00:03:18 → 00:03:20ไม่กินอาหารเช้าหรือการนอนคุมโปงไม่ใช่
00:03:20 → 00:03:23พฤติกรรมที่จะทำให้สมองฝ่ออย่างที่ข้อมูล
00:03:23 → 00:03:26อ้างไว้เรื่องนี้จึงไม่ควรแชร์นะครับและ
00:03:26 → 00:03:29อันดับที่ 1 ถั่วเหลืองเต้าหู้อันตราย
00:03:29 → 00:03:31ทำลายสมองจริงหรือข้อความเนี้ยแรงเกินไป
00:03:31 → 00:03:34โจมตีตัวเหลืองอย่างเดียวเลยตัว่เหลือง
00:03:34 → 00:03:36เนี่ยมันเป็นวัฒนธรรมที่บริโภคกันมานาน
00:03:36 → 00:03:38เกิน 5,000 ปีมาแล้วในถั่วเหลืองนั้นมี
00:03:38 → 00:03:40สารบางชนิดที่อาจเป็นโทษจริงในถั่วเหลือง
00:03:40 → 00:03:43เนี่ยสารที่คาดว่าจะเป็นโทษต่อร่างกาย
00:03:43 → 00:03:45ซึ่งเราพบมานานแล้วก็จะมี 3 ตัวด้วยกัน
00:03:45 → 00:03:48กรดไฟติกทำให้ร่างกายไม่สามารถจะดูดซึม
00:03:48 → 00:03:51ฟอสฟอรัสแล้วก็ trin inhibit ลดการดูด
00:03:51 → 00:03:53ซึมโปรตีนอีกตัวนึงก็คือไฟโตเอสโตรเจน
00:03:53 → 00:03:56ซึ่งมีหลายตัวมากอันนี้ก็จะทำให้ร่างกาย
00:03:56 → 00:03:58ได้รับฮอร์โมนมากเกินไปแต่ก็มีสารที่มี
00:03:58 → 00:04:01ประโยชน์ตัวที่ดีแน่ๆเลยในตัวเหลืองก็คือ
00:04:01 → 00:04:04ตัวโฟลตเป็นแอนติออกซิแดนท์โปรตีนสูงมาก
00:04:04 → 00:04:06เลยครับแล้วก็เอสโตรเจนฮอร์โมนบางตัวซึ่ง
00:04:06 → 00:04:08ทานในปริมาณที่เหมาะเนี่ยเป็นประโยชน์มาก
00:04:09 → 00:04:10กว่าเป็นโทษแล้วจะกินถั่วเหลืองยังไงให้
00:04:11 → 00:04:13มีประโยชน์ครับต้องให้สุกยิ่งผ่านขั้นตอน
00:04:13 → 00:04:15มากๆนี่ยิ่งดีสรุปแล้วเรื่องนี้ไม่จริง
00:04:15 → 00:04:17ไม่ควรแชร์ต่อครับถั่วเหลืองแม้จะมีสาร
00:04:17 → 00:04:19บางอย่างที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่
00:04:19 → 00:04:22บ้างแต่โดยรวมแล้วก็มีสารที่เป็นประโยชน์
00:04:22 → 00:04:24รวมถึงเป็นแหล่งโปรตีนสูงและดีต่อร่างกาย
00:04:24 → 00:04:27มากเช่นกันทั้งนี้ต้องกินในปริมาณที่พอ
00:04:27 → 00:04:29เหมาะไม่มากเกินไปและปรุงให้ถูกวิธีด้ว
00:04:29 → 00:04:31ด้วยนะครับการระมัดระวังเป็นเรื่องที่ดี
00:04:31 → 00:04:34แต่การจะปักใจเชื่อว่าพฤติกรรมบางอย่าง
00:04:34 → 00:04:37หรืออาหารบางชนิดจะไปทำลายสมองนั้นเราอาจ
00:04:37 → 00:04:40จะต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้แน่
00:04:40 → 00:04:42ชัดเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง
00:04:42 → 00:04:44ข้อมูลเท็จที่แชร์กันนะครับคุณผู้ชม
00:04:44 → 00:04:46สามารถรับชมเนื้อหาโดยละเอียดของทั้ง 5
00:04:46 → 00:04:48เรื่องฮิตและคลิปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก
00:04:48 → 00:04:50กว่า 2,000 เรื่องได้ที่ช่อง YouTube
00:04:50 → 00:04:52ชัวร์ก่อนแชร์นะครับยังมีอีกหลายเรื่อง
00:04:52 → 00:04:55น่าสงสัยบนสังคมออนไลน์หากได้รับอะไรมา
00:04:55 → 00:04:58อย่าเพิ่งแชร์ต่อร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับ
00:04:58 → 00:05:02ชั่วก่อนแชร์ y