00:00:00 → 00:00:02สวัสดีค่ะทุกคนกลับมาพบกับฟ้านะคะและช่อง
00:00:02 → 00:00:05Blue Zone Thailand ค่ะสัปดาห์นี้ฟ้า
00:00:05 → 00:00:07เอาเรื่องราวที่น่าสนใจของ Apple Cider
00:00:08 → 00:00:09vinaga มาฝากทุกคนค่ะสำหรับเจ้าตัว
00:00:09 → 00:00:12แอปเปิลไอร vinaga นะคะถ้าเป็นชื่อภาษา
00:00:12 → 00:00:15ไทยก็คือน้ำส้มใสชูที่หมักมาจากแอปเปิล
00:00:15 → 00:00:17นั่นเองเนาะเพราะไนก้าก็คือพวกน้้ำส้มใส
00:00:17 → 00:00:20ชูนะคะซึ่งไอ้ตัว Apple cer vinaga
00:00:20 → 00:00:22เนี่ยโอจริงๆมีคนใช้มันเนี่ยมาเป็นระยะ
00:00:22 → 00:00:24เวลาค่อนข้างนานและแต่ว่าช่วงหลังเนี่ยย
00:00:25 → 00:00:27เป็นที่สนใจมากขึ้นหลายคนเนี่ยชอบมาถาม
00:00:27 → 00:00:30ฟ้าตลอดเลยว่าโอ้ยคุณหมอฟ้าทานไอ้ตัวเ CV
00:00:30 → 00:00:32หรือว่า Apple cer vinaga ลดน้ำหนักจริ
00:00:32 → 00:00:35มยช่วยทำให้ลดไขมันในช่องทองได้จริงหรือ
00:00:35 → 00:00:37เปล่าวันนี้ฟ้าก็เลยไปรวบรวมข้อมูลต่างๆ
00:00:37 → 00:00:39แล้วก็มาเล่าให้ทุกคนฟังนะคะก็อันดับแรก
00:00:39 → 00:00:41เลยเนี่ยเราต้องรู้จักก่อนว่าไอ้เจ้าตัว
00:00:41 → 00:00:44Apple cer veg เนี่ยคืออะไรก็กระบวน
00:00:44 → 00:00:47การของเขาที่เขาเอาไอ้ตัวแอปเปิลเนี่ยมา
00:00:47 → 00:00:49หมักนะคะจนกว่าจะออกมาเป็นไอ้ตัวน้ำส้ม
00:00:49 → 00:00:51ใายชูที่มันหมักออกมาเนี่ยก็จะต้องมี 2
00:00:51 → 00:00:54ขั้นตอนหลักๆค่ะขั้นตอนแรกเนี่ยคือกระบวน
00:00:54 → 00:00:57การหมักนะคะโดยการใช้ยีสค่ะเปลี่ยนน้ำตาล
00:00:57 → 00:00:59ในแอปเปิ้ลเนี่ยให้อยู่ในฟอร์มของ
00:00:59 → 00:01:00แอลกอฮอล
00:01:00 → 00:01:02หลังจากนั้นค่ะขั้นตอนที่ 2 เนี่ยก็คือ
00:01:02 → 00:01:04ขั้นตอนของตัวแบคทีเรียที่เรียกว่า
00:01:04 → 00:01:07โบตเตอร์นะคะในการเปลี่ยนค่ะแอลกอฮอล์ที่
00:01:07 → 00:01:09ได้จากการหมักเนี่ยให้ไปอยู่ในฟอร์มของ
00:01:09 → 00:01:12ไอ้ตัวสารออกฤทธิ์ที่เรียกว่า atic Acid
00:01:12 → 00:01:14นั่นเองเพราะฉะนั้นเนี่ยผลที่เราได้หรือ
00:01:14 → 00:01:16ว่ารสชาติเวลาเรากินเข้าไปก็จะรู้สึกถึง
00:01:16 → 00:01:18ความเปรี้ยวนะคะหรือว่าความเป็นกรดเนี่ย
00:01:18 → 00:01:21ค่อนข้างชัดเลยทีเดียวค่ะทีนี้มาดูว่า
00:01:21 → 00:01:23ประโยชน์เมีอะไรบ้างนะคะอันดับแรกเลยมาดู
00:01:23 → 00:01:25งานวิจัยอันแรกค่ะงานวิจัยอันแรกเนี่ยเรา
00:01:25 → 00:01:28เจอตั้งแต่ปี 2018 นะคะซึ่งงานวิจัยเมื่อ
00:01:28 → 00:01:31ปี 2018 เนี่ยก็มีการตีพิมพ์ในวารสาร
00:01:31 → 00:01:34functional Food ค่ะพบว่าเจ้ากรด
00:01:34 → 00:01:36อะซิติกซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ใน acv หรือ
00:01:36 → 00:01:39Apple cer ไนก้าเนี่ยช่วยในการลดหรือ
00:01:39 → 00:01:42ว่ายับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่มันย่อย
00:01:42 → 00:01:45พวกน้ำตาลหรือว่าแป้งในร่างกายมีเอนไซม์
00:01:45 → 00:01:48อะไรบ้างก็คือเอนไซม์อไมเลสนะคะเอนไซม์
00:01:48 → 00:01:50ซูเครสเทสแล้วก็แลคเตสค่ะซึ่งพวกนี้เป็น
00:01:50 → 00:01:54เอนไซมเนี่ยที่ทำให้เกิดไเพิ่มระดับน้ำ
00:01:54 → 00:01:56ตาลในร่างกายหมดเลยเพราะว่ามันช่วยย่อย
00:01:56 → 00:01:58อาหารออกมาเป็นโมเลกุลน้ำตาลเล็กๆให้ร่าง
00:01:58 → 00:02:00กายดุซึมได้ดีขึ้นนั่นเองนะคะคะเพราะ
00:02:00 → 00:02:02ฉะนั้นเนี่ยมันก็อาจจะเป็นสาเหตุนึงว่า
00:02:02 → 00:02:05ทำไมเนี่ยคนที่กิน acv เข้าไปเนี่ยถึงพบ
00:02:05 → 00:02:08ว่าอาจจะมีส่วนช่วยให้ลดระดับน้ำตาลใน
00:02:08 → 00:02:10เลือดได้นั่นเองค่ะถัดมาค่ะไม่ได้มีแค่
00:02:10 → 00:02:13งานวิจัยในปี 2018 นะคะก็มีงานวิจัยที่ตี
00:02:13 → 00:02:15พิมพ์ในวารสารชื่อ diabetic care ค่ะแต่
00:02:15 → 00:02:17อันนี้ก็ทำในกลุ่มผู้ใหญ่เนี่ยจำนวนไม่
00:02:17 → 00:02:20ได้มากนักมีทั้งหมด 29 คนนะคะโดยให้แต่ละ
00:02:20 → 00:02:23คนที่เป็นกลุ่มอาสาสมัครเนี่ยรับประทาน
00:02:23 → 00:02:25ตัวน้ำส้มใส่ชูหมากแอปเปิลหรือว่า acv
00:02:25 → 00:02:28เนี่ยเข้าไปเนี่ยปริมาณ 20 กรัมค่ะพร้อม
00:02:28 → 00:02:31กับทานอาหารในมือที่มันมีแป้งปริมาณค่อน
00:02:31 → 00:02:34ข้างมากก็พบว่าระดับของเค้าเรียกว่าความ
00:02:34 → 00:02:36ไวของอินซูลินเนี่ยหลังมืออาหารเนี่ยดี
00:02:36 → 00:02:39ขึ้นถึง 30 เอ่อ 34% นะคะในกลุ่มที่ทาน
00:02:39 → 00:02:42Apple sider EG เข้าไปนอกจากนั้นเนี่ย
00:02:42 → 00:02:44ระดับน้ำตาลในเลือดเนี่ยก็ยังลดลงต่ำกว่า
00:02:44 → 00:02:47กลุ่มที่ไม่ได้รับประทานเนี่ยมากถึง 55%
00:02:47 → 00:02:49เลยทีเดียวค่ะถัดมาค่ะอันนี้เป็นฝั่ง
00:02:49 → 00:02:51ตะวันตกใช่มั้ยคะก็มีคนทำงานวิจัยค่ะใน
00:02:51 → 00:02:54ฝั่งเอเชียก็คือมีงานวิจัยที่ประเทศ
00:02:54 → 00:02:57ญี่ปุ่นนะคะทำการติดตามเนี่ยคนที่ต้องทาน
00:02:57 → 00:03:00Apple ไอร์ VEGA เนี่ยทั้งหมด 1 144 คน
00:03:00 → 00:03:02ค่ะแล้วก็ระยะเวลาการศึกษาเนี่ยทั้งหมด
00:03:02 → 00:03:06ประมาณเกือบ 3 เดือนก็คือ 12 สัปดาห์นะคะ
00:03:06 → 00:03:07แล้วก็จะแบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ทาน
00:03:07 → 00:03:10แอปเปิลเดอร์ EG เลยทานแค่วันละ 1 ช้อน
00:03:10 → 00:03:13โต๊ะนะคะแล้วก็ทานวันละ 2 ช้อนโต๊ะค่ะผล
00:03:13 → 00:03:15ออกมาก็พบว่าในกลุ่มที่รับประทานวันละ 1
00:03:15 → 00:03:18ช้อนโต๊ะเนี่ยก็ลดน้ำหนักไปได้ 2.6 ปอนด์
00:03:18 → 00:03:21นะคะประมาณ 1 กิลกับอีกขีดนึงนิดๆส่วน
00:03:21 → 00:03:24กลุ่มที่ทาน Apple ไอร์ veg เนี่ยวันละ 2
00:03:24 → 00:03:26ช้อนโต๊ะนะคะก็ลดน้ำหนักได้เฉลี่ยประมาณ
00:03:26 → 00:03:293.7 ปอน์ก็คือประมาณ 1.7 กกค่ะในช่วง 3
00:03:29 → 00:03:32เดือนนอกจากนั้นเนี่ยก็ยังพบว่าตัวไขมัน
00:03:32 → 00:03:34นะคะที่สะสมอยู่ในช่องท้องค่ะที่เราเรียก
00:03:34 → 00:03:36ว่า visceral Fat เนี่ยก็มีปริมาณลดลงใน
00:03:36 → 00:03:39กลุ่มที่รับประทาน Apple sider vaga
00:03:39 → 00:03:41อีกด้วยค่ะทีนี้ก็เกิดคำถามว่าเอ๊ะแล้ว
00:03:41 → 00:03:43นอกจากไอ้ตัว aic Acid ซึ่งเป็นสารออก
00:03:43 → 00:03:45ฤทธิ์หลักๆแล้วเนี่ยอะไรที่ทำให้เจ้า
00:03:45 → 00:03:48Apple ไอร์ vag เนี่ยมันมีคุณสมบัติ
00:03:48 → 00:03:50เหล่านี้นะคะโดยทฤษฎีเนี่ยเราก็คิดว่าน่า
00:03:50 → 00:03:54จะมาจาก 1 ค่ะก็คือตัวจุลินทรีย์ตัวดีที่
00:03:54 → 00:03:56เราเรียกว่าโปรไบโอติกนะคะซึ่งไม่ว่าจะ
00:03:56 → 00:03:58เป็นกลุ่มตระกูลซิโต bacter นะคะหรือว่า
00:03:58 → 00:04:01ตัวกลูโคโนซิโตเตอที่ทำให้เกิด aic Acid
00:04:01 → 00:04:03นั่นเองอย่างที่ 2 ค่ะคือเราพบว่าด้วย
00:04:03 → 00:04:06กระบวนการหมักแบบนี้เนี่ยก็ทำให้มีตัวสาร
00:04:06 → 00:04:08ตระกูลโพลีฟีนอลซึ่งดีกับหลอดเลือดนะคะ
00:04:08 → 00:04:11แล้วก็ลดการอักเสบเนี่ยมากมายถึงมากกว่า
00:04:11 → 00:04:1330 ชนิดเลยทีเดียวในนั้นหนึ่งในจำนวน
00:04:14 → 00:04:15นั้นเนี่ยก็มีตระกูลที่เรียกว่าลาวนอยนะ
00:04:16 → 00:04:19คะอย่างพวกโซติคาชิน Epic คาชินค่ะซึ่ง
00:04:19 → 00:04:21โซติเนี่ยเป็นสารที่เราพบว่าช่วยลดการ
00:04:21 → 00:04:23อักเสบได้ดีแล้วหลังๆเนี่ยก็มีงานวิจัยพบ
00:04:23 → 00:04:26ว่าช่วยขจัดซอมบี้เซล์หรือว่าเซล์แก่นใน
00:04:26 → 00:04:28ร่างกายได้อีกด้วยนะคะนอกจากนั้นเนี่ยใน
00:04:28 → 00:04:30Apple zer vata เนี่ยเนี่ยก็ยังมีแรด
00:04:30 → 00:04:32ธาตุอีกมากมายค่ะไม่ว่าจะเป็นโพแทสเซียม
00:04:32 → 00:04:35แคลเซียมหรือแมกนีเซียมอีกด้วยพอเรามาดู
00:04:35 → 00:04:36ส่วนประกอบนะคะหรือว่าเค้าเรียกว่า
00:04:37 → 00:04:40คุณสมบัติทางเคมีค่ะของเจ้าตัว acv เนี่ย
00:04:40 → 00:04:43มีอะไรบ้างพบว่าก็หลักๆเลยสารออกฤทธิ์
00:04:43 → 00:04:45เด่นก็คือตัวกรดอะซิติกนะคะมีปริมาณ 5-6
00:04:45 → 00:04:49per มีกรดซิตริกนะคะ 0.5 1% ค่ะมีมาลิ
00:04:49 → 00:04:52Acid 0.2 - 0.3% แล้วก็ค่าความเป็น
00:04:53 → 00:04:55กรดเนี่ยถือว่าค่อนข้างสูงค่าปกติที่เป็น
00:04:55 → 00:04:58กลางคือ 7 ใช่มั้ยคะตัว acv เนี่ยก็มีค่า
00:04:58 → 00:05:01ความเป็นกรดอยู่ที่ 2 -3.5 เลยทีเดียว
00:05:01 → 00:05:03ค่ะแล้วก็มีปริมาณของแอนตี้ออกซินเนี่ย
00:05:03 → 00:05:06อยู่ค่อนข้างสูงคือ 400-600 มกร gae ต่อ
00:05:06 → 00:05:08ลิตรเลยทีเดียวค่ะทีนี้ประโยชน์ของเขาค
00:05:08 → 00:05:10เนี่ยไม่ได้หยุดอยู่แค่การช่วยคุมระดับ
00:05:11 → 00:05:13น้ำตาลในเลือดหรือว่าตัวจุลินทรีย์ที่ดี
00:05:13 → 00:05:16เท่านั้นนะคะหลังๆเนี่ยก็พบว่าตัว acv
00:05:16 → 00:05:18เนี่ยก็มีคุณสมบัติในการช่วยฆ่าเชื้อ
00:05:18 → 00:05:21จุลินทรีย์ไม่ดีได้อีกด้วยค่ะก็มีงาน
00:05:21 → 00:05:23วิจัยค่ะที่เขาทำในวารสารนะคะชื่อว่า
00:05:23 → 00:05:25International journal of food
00:05:25 → 00:05:29microbiology นะคะก็พบว่าเจ้าตัว acv
00:05:29 → 00:05:32อ่ะค่ะพอเข้าไปเนี่ยสามารถลดปริมาณเชื้อ
00:05:32 → 00:05:34แบคทีเรียไม่ดีที่เรียกว่าเจ้าอีโคไลนะคะ
00:05:34 → 00:05:37ได้ 99.9% ค่ะไปป้องกันไม่ให้ตัว
00:05:37 → 00:05:40แบคทีเรียที่ชื่อ ST oras นะคะโตขึ้น
00:05:40 → 00:05:43เนี่ยลดได้ถึง 87% นอกจากนั้นก็พบว่ายัง
00:05:43 → 00:05:47มีคุณสมบัติในการช่วยเขาเรียกว่าลดการ
00:05:47 → 00:05:49เติบโตของพวกเชื้อราที่เรียกว่า candida
00:05:49 → 00:05:52อีกด้วยค่ะนี้มาดูว่าความปลอดภัยค่ะงั้น
00:05:52 → 00:05:54เราฟังมาแบบนี้แล้วเอ๊ะแล้วถ้าเกิดว่าเรา
00:05:54 → 00:05:56จะกินไอ้ตัวแิไอร์ Vana เนี่ยเราจะกินยัง
00:05:56 → 00:05:58ไงดีนะคะแล้วก็มาดูคุณสมบัติของมันก่อน
00:05:58 → 00:06:01ว่ากินเท่าไหร่ไปถึงจะปลอดภัยค่ะปกติแล้ว
00:06:01 → 00:06:03เราก็แนะนำว่าด้วยความที่มันเป็นกรดค่อน
00:06:03 → 00:06:05ข้างสูงใช่มั้ยคะก็แนะนำว่าไม่ควรจะเกิน
00:06:05 → 00:06:081-2 ช้อนโต๊ะต่อวันนะคะถ้าคิดเป็นปริมาณ
00:06:08 → 00:06:12ซีซีก็คือ 15-30 ซีซีต่อวันไม่ควรเกินนี้
00:06:12 → 00:06:15หรือว่า 30 ซีซีก็คือ 1 ออนซนะคะแล้วก็
00:06:15 → 00:06:18ถ้าเกิดว่าเราอยากจะที่ใช้รับประทานเพื่อ
00:06:18 → 00:06:20ลดระดับน้ำตาลในเลือดเนี่ยก็แนะนำว่าให้
00:06:20 → 00:06:22ทานเนี่ยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะค่ะหรือประมาณ
00:06:22 → 00:06:2620 กรัมนะคะพร้อมมื้ออาหารค่ะถ้าเกิดว่า
00:06:26 → 00:06:28จะใช้สำหรับลดน้ำหนักนะคะก็แนะนำอยู่ที่ 1
00:06:28 → 00:06:32ช้อนโต๊ะ 2 เวลานะคะพร้อมมื้ออาหารก็
00:06:32 → 00:06:35ประมาณ 15 ซีซีนะคะวันละ 2 ครั้งแล้วก็
00:06:35 → 00:06:37ทุกครั้งที่จะรับประทานไม่ใช่ทั้งช้อน
00:06:37 → 00:06:39โต๊ะแล้วก็ดื่มเข้าปากเลยนะคะเพราะความ
00:06:39 → 00:06:41เป็นกรดมันสูงนะเดี๋ยวมันก็จะทำให้พวก
00:06:41 → 00:06:43อีนาเมลที่เคลือบฟันหรือว่าเหงือกๆอะไร
00:06:43 → 00:06:46เราเนี่ยมันถูกทำร้ายได้นั้นวิธีรับ
00:06:46 → 00:06:49ประทานนะคะก็คือเอาไอ้ตัว 15 ซีซเนี่ยค่ะ
00:06:49 → 00:06:52ผสมเข้าไปกับน้ำเปล่านะคะในอัตราส่วน 1:10
00:06:52 → 00:06:54ค่ะแล้วก็ละลายก่อนจะเป็นน้ำอุ่นก็ได้นะ
00:06:54 → 00:06:57คะน้ำอุณภูมิห้องก็ได้แล้วก็ค่อยดื่มเข้า
00:06:57 → 00:07:00ไปค่ะถัดมานะคะวิธีดื่มที่จะให้ดีนะคะ
00:07:00 → 00:07:02ด้วยความที่มันเป็นกรดค่อนข้างสูงถึงแม้
00:07:02 → 00:07:04ว่าเราจะละลายแล้วเนี่ยก็ยังมีความเป็น
00:07:04 → 00:07:06กรดอยู่เนี่ยเพื่อที่ไม่ให้มันทำลายไอ้
00:07:06 → 00:07:08พวกอีนาเมลหรือว่าสารเคลือฟันของเรานะคะ
00:07:08 → 00:07:11ก็แนะนำว่าให้ใช้หลอดค่ะในการดูดถ้าเรา
00:07:11 → 00:07:13รักโลกหน่อยเนอะเลี่ยงพลาสติกจากที่คุย
00:07:13 → 00:07:15กันก็สามารถใช้พวกหลอดโลหะหรือว่าหลอดไม้
00:07:15 → 00:07:17หลอดอะไรอย่างอื่นก็ได้ไม่ต้องเป็นชอน
00:07:17 → 00:07:19พลาสติกนะคะหรือว่าจะหลอดกระดาษก็ได้แต่
00:07:19 → 00:07:21ใช้ปุ๊บก็คงต้องทิ้งเลยนะมันยุ่ยค่อนข้าง
00:07:21 → 00:07:24ไวค่ะนอกจากนั้นเนี่ยก็แนะนำว่าให้รอ
00:07:24 → 00:07:28อย่างน้อย 30 นาทีนะคะหลังจากที่เราดื่ม
00:07:28 → 00:07:30ไอ้ตัวน้ำส้มใส่ใชูหมากแอปเปิลเนี่ยคือ
00:07:30 → 00:07:32acv ไปแล้วเนี่ยอย่างน้อยสักครึ่ง
00:07:32 → 00:07:35ชั่วโมงค่ะก่อนที่เราจะไปแปรงฟันนะคะแล้ว
00:07:35 → 00:07:38ก็ต้องระมัดระวังด้วยด้วยความที่ในตัวของ
00:07:38 → 00:07:40มันเนี่ยมีฤทธิ์เป็นกรดค่อนข้างสูงมีรา่
00:07:40 → 00:07:42ธาตุค่อนข้างสูงก็อาจจะไปกวนกับปริมาณของ
00:07:42 → 00:07:45โพแทสเซียมได้ถ้าเกิดว่าคุณผู้ฟังท่านไหน
00:07:45 → 00:07:48เนี่ยมีโรคไตอยู่หรือว่ามีโรคประจำตัว
00:07:48 → 00:07:50อยู่ก่อนที่จะทาน acv ด้วยตัวเองยังไงก็
00:07:50 → 00:07:52ฟาก็อยากจะให้ปรึกษาคุณหมอประจำตัวดูก่อน
00:07:52 → 00:07:56นะคะแล้วก็จังานศึกษานะคะว่าเอ๊ะแล้วเรา
00:07:56 → 00:07:58ทานตัว acv ตอนไหนจะดีที่สุดดีที่สุดนะคะ
00:07:58 → 00:08:01ก็คือเพราะมื้ออาหารนะคะเพบว่าทานพร้อม
00:08:01 → 00:08:03มื้ออาหารจะทำให้การดูดซึมเนี่ยดีที่สุด
00:08:03 → 00:08:05ค่ะโดยเฉพาะมื้ออาหารที่มีไขมันร่วมด้วย
00:08:05 → 00:08:08นะคะก็จะยิ่งดูดซึมดีเข้าไปใหญ่แล้วก็ถ้า
00:08:08 → 00:08:10จะให้ลดน้ำหนักหรือคุมน้ำตาลได้ดีเนี่ย
00:08:10 → 00:08:12ควรจะต้องทานเป็นเวลาเดิมประจำทุกๆวันไม่
00:08:12 → 00:08:14ใช่วันนึงทานมื้อเช้าวันนึงทานมื้อเที่ยง
00:08:14 → 00:08:16อีกวันนึงทานมื้อเย็นนะคะทั้งนี้ทั้งนั้น
00:08:16 → 00:08:18ค่ะข้อมูลที่ฟ้าเอามาฝากก็จะเห็นว่าก็
00:08:18 → 00:08:20เป็นงานวิจัยที่หลากหลายแล้วก็มีมาตั้ง
00:08:20 → 00:08:23แต่ 2018 จนถึงปัจจุบันค่ะซึ่งปัจจุบันเย
00:08:23 → 00:08:25ในปี 2023 เนี่ยก็ยังมีคนที่พยายามจะทำ
00:08:25 → 00:08:28Meta analysis คือรวมงานวิจัยต่างๆแล้ว
00:08:28 → 00:08:30ก็มาวิเคราะห์เพิ่มเติมนะคะก็เพบว่ายังมี
00:08:30 → 00:08:32งานวิจัยที่ทำเกี่ยวกับเรื่อง acv เนี่ย
00:08:32 → 00:08:34เอ่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ตอนเนี้ย
00:08:34 → 00:08:37มากกว่า 40 เอ่องานวิจัยเลยทีเดียวซึ่ง
00:08:37 → 00:08:39ยังไม่สิ้นสุดเพราะฉะนั้นเนี่ยก็ยังคงมี
00:08:39 → 00:08:41ข้อมูลที่มาอัปเดตกันไปเรื่อยๆว่าทานแบบ
00:08:42 → 00:08:44ไหนดีหรือจริงๆแล้วสุดท้ายมันออกมามันอาจ
00:08:44 → 00:08:46จะไม่ดีก็ได้แต่ณข้อมูลที่มีในปัจจุบันก็
00:08:46 → 00:08:49ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มพวกอาหารทางเลือก
00:08:49 → 00:08:52ที่น่าสนใจอีกทางนึงแล้วก็ถ้าจะให้ดีนะคะ
00:08:52 → 00:08:55ก็อย่าลืมว่าถ้าเราเนี่ยไม่มีการออกกำลัง
00:08:55 → 00:08:57กายการคุมมาทานอาหารที่มันมีประโยชน์ไป
00:08:57 → 00:08:59ด้วยทานแต่ acv อย่างเดียวแล้วก็ทานทาน
00:08:59 → 00:09:01แต่อาหารชั่วทุกวันเนี้ยเราก็คงไม่สามารถ
00:09:01 → 00:09:03จะคุมน้ำตาลหรือว่าลดน้ำหนักได้นะคะยังไง
00:09:03 → 00:09:05ก็ต้องควบคู่ไปกับเค้าเรียกว่าการปรับ
00:09:06 → 00:09:08วิถีชีวิตที่ดีในแบบอื่นๆด้วยแล้วถ้าจะ
00:09:08 → 00:09:10ให้ดีเนี่ยเอ่อด้วยความที่มันเป็นกรดสูง
00:09:10 → 00:09:12อย่าลืมว่าต้องทานพร้อมมื้ออาหารทุกครั้ง
00:09:12 → 00:09:15แล้วก็ถ้าเกิดว่าบางคนเนี่ยคิดว่าไม่ได้
00:09:15 → 00:09:17เป็นโรคกระเพาะแล้วอยากจะทานเนี่ยก็มีบาง
00:09:17 → 00:09:19งานวิจัยบอกว่าสามารถที่จะทานก่อนมื้อ
00:09:19 → 00:09:22อาหารได้อย่างน้อย 15-30 นาทีแต่ว่าก็ให้
00:09:22 → 00:09:24มั่นใจว่าไม่ได้เป็นโรคกระเพาะนะคะแล้วก็
00:09:24 → 00:09:27ถ้าเกิดว่ามีการใช้ acb ด้วยทานอาหารที่
00:09:27 → 00:09:29มีประโยชน์ด้วยและมีการออกกำลังกายแบบ
00:09:29 → 00:09:31เสรมสร้างกล้ามเนื้อด้วยเนี่ยก็แน่นอนว่า
00:09:31 → 00:09:33หลายๆคนเนี่ยก็น่าจะประสบความสำเร็จในการ
00:09:34 → 00:09:36ลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนค่ะและที่สำคัญสุด
00:09:36 → 00:09:38ท้ายนี้นะคะก่อนที่จะจากกันไปเนี่ยก็มี
00:09:38 → 00:09:40อีกบทความนึงสั้นๆที่ฟ้าอ่านแล้วฟ้าชอบ
00:09:40 → 00:09:43มากเลยฝากไว้ทิ้งท้ายก็คือล่าสุดเนี่ย
00:09:43 → 00:09:47เค้าพบว่าในคุณแม่ที่ท้องค่ะถ้าออกกำลัง
00:09:47 → 00:09:49กายแบบ weight Training เนี่ยอาจจะไป
00:09:49 → 00:09:51turn on ที่เราเรียกว่า epigenetic
00:09:51 → 00:09:54หรือว่าพันธุกรรมปลเปิดของลูกน้อยหรือว่า
00:09:54 → 00:09:57ทารกในครันได้นะคะว่านั้นคุณแม่ที่ยกเวท
00:09:57 → 00:09:59ออกกำลังกายอย่างแข็งแรงเนี่ยอาจจะทำให้
00:09:59 → 00:10:01ลูกลูกที่เติบโตขึ้นมาหรือว่าคลอดออกมา
00:10:01 → 00:10:04เนี่ยมีความสามารถในการที่เา้าเรียกว่าจะ
00:10:04 → 00:10:06คงมนกล้ามเนื้อเอาไว้ได้มากกว่าคุณแม่ที่
00:10:06 → 00:10:08ไม่ได้ออกกำลังกายตอนตั้งคันนั่นเองค่ะก็
00:10:08 → 00:10:10ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวสนุกๆนะคะที่
00:10:10 → 00:10:12ฟ้านำมาฝากในสัปดาห์นี้สัปดาห์หน้าจะมี
00:10:12 → 00:10:14เรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องไหนอย่าลืมกด
00:10:14 → 00:10:19Subscribe ติดตามกันนะคะสวัสดีค่ะ