00:00:03 → 00:00:04[เพลง]
00:00:04 → 00:00:06สำหรับใครที่พลาดงาน The Standard
00:00:06 → 00:00:09Economic forum 2022 Age of
00:00:09 → 00:00:12Tomorrow เศรษฐกิจไทยบนปาก
00:00:12 → 00:00:17[เพลง]
00:00:17 → 00:00:20เหวเราเปิดจำหน่ายให้รับชมย้อนหลังแล้ว
00:00:20 → 00:00:24ครับ 1 วัน 1,500 บาท 3 วันราคา 3,900
00:00:24 → 00:00:27บาทรับชมทางออนไลน์ตลอด 3 เดือนตั้งแต่
00:00:27 → 00:00:30วันนี้ถึง 1 มีนาคม 2566 พร้อมสรุปบท
00:00:30 → 00:00:33เรียนทุก
00:00:33 → 00:00:35[เพลง]
00:00:35 → 00:00:39sess เนื้อหาเข้มข้นเจาะลึกมองเห็นอนาคต
00:00:39 → 00:00:43ก่อนใครพร้อมข้อคิดในการรับมือกับความไม่
00:00:43 → 00:00:47แน่นอนสำหรับผู้นำยุคใหม่ตัวจริงที่ทำให้
00:00:47 → 00:00:50คุณไม่ตก
00:00:50 → 00:00:53เหวผมว่าปีหน้าเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยคน
00:00:53 → 00:00:56เนี่ยเกิน 40% บอกว่าตัวเองเนี่ยเบิน Out
00:00:56 → 00:00:59ละแต่ผมคิดว่ามันกำลังสะท้อนว่าเราาตัว
00:00:59 → 00:01:01เราเองหนีออกออกจากเวทีโลกอนาคตเนี่ย
00:01:01 → 00:01:03เมืองจะแข่งกันดึงคนเก่งแข่งกันสร้างคน
00:01:03 → 00:01:05เก่งประเทศไทยสร้างได้มั้ยประเทศไทยดึงคน
00:01:05 → 00:01:08เก่งได้มั้ยสุดท้ายอยู่ไม่ได้
00:01:08 → 00:01:11หรอกโอกาสสุดท้ายที่ผมไม่อยากให้คุณพลาด
00:01:12 → 00:01:14กับงาน The Standard Economic forum
00:01:14 → 00:01:172022 Age of Tomorrow เศรษฐกิจไทยบน
00:01:17 → 00:01:26ปาก
00:01:26 → 00:01:30เหวคุณเคยแอบชอบหรือว่าจะตกกลุ่มรักใคร
00:01:30 → 00:01:33สักคนมยครับอ่าเชื่อว่าเรื่องความรักเ
00:01:33 → 00:01:35เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆเนาะแล้วถ้าเกิด
00:01:35 → 00:01:38ว่าใครเคยผ่านความรักมามีโมเมนต์ที่แอบ
00:01:38 → 00:01:41ชอบหรือว่าสนใจใครสักคนเนี่ยจะเข้าใจความ
00:01:41 → 00:01:43รู้สึกเป็นอย่างดีว่าช่วงโมเมนต์ที่เรา
00:01:43 → 00:01:46ปิ๊งใครสักคนกำลังจีบใครสักคนเนี่ยเป็น
00:01:46 → 00:01:50ช่วงที่เราตื่นเต้นมากๆหัวใจเราจะผ่องโต
00:01:50 → 00:01:54มากๆโลกจะเป็นสีชมพูมากๆเพียงแค่เค้ามา
00:01:54 → 00:01:57ส่องสตอเรานี่ก็เหมือนกับพร้อมและพร้อม
00:01:57 → 00:02:01ที่จะยกขันหมากไปสู่ขอแล้วนะครับแล้วพอ
00:02:01 → 00:02:04ผ่านช่วงการจีบสมมุติว่าเกิดจีบสำเร็จ
00:02:04 → 00:02:08ปึ๊บไอ้ความรู้สึกตื่นเต้นน่ะมันกลับอยู่
00:02:08 → 00:02:12กับเราไม่นานฮะจนบางครั้งเนี่ยเราเกิด
00:02:12 → 00:02:15อาการที่เรียกว่าหมดรักก็มีนะครับคบไป
00:02:15 → 00:02:18แล้วเบื่อไม่ตื่นเต้นแล้วอ่ะจนตีความว่า
00:02:18 → 00:02:21มันคือความหมดรักไปเอ๊ะทำไมถึงเป็นอย่าง
00:02:21 → 00:02:24นั้นทำไมเราถึงหมดรักกันง่ายๆเหลือเกิน
00:02:24 → 00:02:26อย่าเพิ่งตกใจไปนะครับนี่เราไม่ได้อยู่ใน
00:02:26 → 00:02:28รายการ Open relationship นะครับแต่ว่า
00:02:28 → 00:02:31เราอยู่ในรายการ Top to นี่แหละครับ
00:02:31 → 00:02:34เพราะว่าวันนี้นะครับผมจะชวนคุยถึงสาร
00:02:34 → 00:02:37เคมีตัวนึงที่อยู่ในร่างกายของเราที่เป็น
00:02:37 → 00:02:41ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นผู้ที่ควบคุม
00:02:41 → 00:02:44ความรู้สึกตื่นเต้นเวลาที่เราหลงรักใคร
00:02:44 → 00:02:47สักคนนึงรวมไปถึงความต้องการทางเพศด้วยนะ
00:02:47 → 00:02:50ครับแล้วก็ยังเป็นกุญแจสำคัญของคำถามที่
00:02:51 → 00:02:54ว่าทำไมเราถึงหมดรักกันได้ง่ายๆครับ This
00:02:54 → 00:02:57is the Standard podcast Eye
00:02:57 → 00:03:01Opening for your ears Top tole
00:03:01 → 00:03:04podcast สุขภาพที่ใช้วิทยาศาสตร์ไขปัญหา
00:03:04 → 00:03:07ตั้งแต่หัวจด
00:03:07 → 00:03:10เท้าพูดมาขนาดนี้ก็เชื่อว่าหลายคนคงอยาก
00:03:10 → 00:03:12จะรู้แล้วนะว่าไอ้เจ้าสารเคมีตัวนั้น
00:03:12 → 00:03:16เนี่ยมันคืออะไรกันแน่นะครับยังไม่เฉลยดี
00:03:16 → 00:03:18กว่าผมมีคำถามนี้ในใจมากๆเลยนะครับว่า
00:03:18 → 00:03:21ทำไมคนเราถึงหมดโปรโมชั่นกันได้ง่ายๆนะ
00:03:21 → 00:03:23ครับสังเกตจากตัวเราเองหรือว่าคนรอบข้าง
00:03:23 → 00:03:26เป็นประสบการณ์ที่คนมีความรักทุกคนมักจะ
00:03:26 → 00:03:29เจอนะครับจนวันนึงฮะก็ไปเจอกับหนังสือ
00:03:29 → 00:03:31เล่มนึงที่ที่ให้คำตอบอันนี้นะครับ
00:03:31 → 00:03:33หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า The molecule
00:03:33 → 00:03:37of More ภาษาไทยมันคือโมเลกุลแห่งความ
00:03:37 → 00:03:40พอใจที่ไม่พอจริงครับหนังสือเล่มนี้นะ
00:03:40 → 00:03:44ครับพูดถึงสารเคมีที่ชื่อว่าโดปามีนครับ
00:03:44 → 00:03:47เอ้อพูดถึงโดปามีนหลายๆคนน่าจะเคยได้ยิน
00:03:47 → 00:03:50มาแล้วเนาะเพว่าเอ้อโดปามีนเนี่ยเป็นสาร
00:03:50 → 00:03:53สื่อประสาทหรือเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายเรา
00:03:53 → 00:03:56หลั่งมานะครับเวลาที่เราได้รางวัลหรือ
00:03:56 → 00:03:58อะไรสักอย่างนึงทำให้เรารู้สึกว่าเรารู้
00:03:58 → 00:04:01สึกแฮปปี้มีความสุขเมื่อเราได้สิ่งที่เรา
00:04:01 → 00:04:04ปรารถนาหรือว่าสิ่งที่เราต้องการนะครับ
00:04:04 → 00:04:08แต่พอมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วโห
00:04:08 → 00:04:10ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกเยอะเลยนะครับว่า
00:04:10 → 00:04:13จริงๆแล้วโดปามีนเนี่ยไม่ได้คอนโทรลร่าง
00:04:13 → 00:04:18กายของเราเฉพาะเรื่องของความรักเรื่องของ
00:04:18 → 00:04:21อ่าความใคร่นะครับยังคอนโทรลอีกหลายๆ
00:04:21 → 00:04:23เรื่องเลยแต่เดี๋ยววันนี้ขอเล่าเฉพาะ
00:04:23 → 00:04:24เรื่องของความรักเป็นหลักก่อนแล้วกันนะ
00:04:24 → 00:04:27ครับเพื่อที่จะได้ตอบคำถามว่าไอ้เรื่อง
00:04:28 → 00:04:31การหมดโปรโมชั่นมันมีจริงหรือเปล่านะครับ
00:04:31 → 00:04:32นี้มารู้จักโดปามีนสักนิดนึงนะครับ
00:04:32 → 00:04:35โดปามีนเนี่ยเป็นสารเคมีที่สมองของเรา
00:04:35 → 00:04:37เนี่ยสร้างมาอยู่แล้วนะครับแต่ว่ามีอยู่
00:04:37 → 00:04:39ปริมาณไม่เยอะครับแล้วเมื่อไหร่ที่ร่าง
00:04:39 → 00:04:41กายของเราหลั่งโดปามีนนะครับสิ่งที่จะ
00:04:41 → 00:04:44เกิดขึ้นก็คือว่าร่างกายของเราเนี่ยจะ
00:04:44 → 00:04:47ตื่นตัวมากยิ่งขึ้นหัวใจเนี่ยก็จะเต้นแรง
00:04:47 → 00:04:50มากขึ้นความดันเลือดก็จะสูงมากขึ้นนะครับ
00:04:50 → 00:04:53กล้ามเนื้อเนี่ยก็จะพร้อมที่จะทำงานมาก
00:04:53 → 00:04:56ยิ่งขึ้นนะครับให้รู้สึกกระฉับกระเฉงอิต
00:04:56 → 00:04:58อยากจะไปทำอะไรสักอย่างนึงแล้วเท่านั้น
00:04:58 → 00:05:00ยังไม่พอครับโดินจะจะหลั่งมาเยอะเลยครับ
00:05:00 → 00:05:03เมื่อเรารู้สึกพอใจหรือว่ามีความสุขจาก
00:05:03 → 00:05:06การที่เราได้อะไรมาสักอย่างนึงนะครับอ่า
00:05:06 → 00:05:09นั่นคือโดปามีน in General นะครับและไม่
00:05:09 → 00:05:12ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่นะครับโดปามีนก็จะ
00:05:12 → 00:05:15หลั่งออกมาได้เสมอนะครับโดยจะหลั่งเยอะ
00:05:15 → 00:05:17ที่สุดในวัยที่เป็นวัยสืบพันก็คือช่วง
00:05:17 → 00:05:20อายุประมาณ 18-30 เนี่ยก็จะเยอะหน่อย
00:05:20 → 00:05:22เพราะว่าเป็นวัยที่เรากำลังมองหาคู่หรือ
00:05:22 → 00:05:24ว่าพาร์ทเนอร์ของเราที่เราจะใช้ชีวิตด้วย
00:05:24 → 00:05:28นะฮะทีนี้หนังสือเล่มนี้ครับก็เล่าการค้น
00:05:28 → 00:05:31พบการศึกษาของโดปามีนไว้อย่างน่าสนใจมากๆ
00:05:31 → 00:05:33เลยในอดีตนะครับเรามักจะรู้เพียงว่า
00:05:33 → 00:05:36โดปามีนเนี่ยเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสาร
00:05:36 → 00:05:39เคมีอื่นๆอย่างเช่น adrenaline นะครับ
00:05:39 → 00:05:41ซึ่งเป็นสารที่อาจจะหลัมากขึ้นเวลาที่เรา
00:05:41 → 00:05:44มีความสุขนะครับจนวันนึงนะครับมีนักวิจัย
00:05:44 → 00:05:48คนนึงนะครับชื่อว่าแทริากิครับเขาเป็นนัก
00:05:48 → 00:05:51วิจัยที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
00:05:51 → 00:05:55ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเาเจอว่าในสมอง
00:05:55 → 00:05:58ของเราเนี่ยครับจะมีเซลล์อยู่ปริมาณนิด
00:05:58 → 00:06:01เดียวเท่านั้นครับพื้นที่เล็กๆในสมองนะ
00:06:01 → 00:06:06ครับเขาบอกว่าเป็นเพียงแค่
00:06:06 → 00:06:100.005% นะครับพื้นที่เล็กๆแค่นั้นในสมอง
00:06:10 → 00:06:13ที่ทำหน้าที่ในการผลิตโดปามีนครับเทียบ
00:06:13 → 00:06:16แล้วเนี่ยก็เป็นแค่ 1 ใน 2 ล้านเซลล์ใน
00:06:16 → 00:06:19สมองเท่านั้นนะครับที่ทำหน้าที่นี้แต่
00:06:19 → 00:06:22ผลิตมาไม่เยอะแต่อิทธิพลของมันเนี่ยยิ่ง
00:06:22 → 00:06:24ใหญ่มากครับสิ่งที่แคทรินเาเจอนะครับเขา
00:06:24 → 00:06:28ทำการทดลองว่าให้โคเคนผสมน้ำตาลเข้าไปใน
00:06:28 → 00:06:31กระแสเลือดของผู้ที่ร่วมวิจัยนะครับและ
00:06:31 → 00:06:34เมื่อโคเคมันออกฤทธิ์ผู้ร่วมวิจัยก็จะรู้
00:06:34 → 00:06:38สึกมีความสุขหรือว่าพึงพอใจนะครับจังหวะ
00:06:38 → 00:06:41ที่ผู้ร่วมวิจัยเนี่ยบอกเว่าเอ้ยตอนนี้
00:06:41 → 00:06:44เขามีความสุขจังเลยพึงพอใจจังเลยนะครับเา
00:06:44 → 00:06:47ก็มอนิเตอร์สมองไปด้วยลครับเพื่อที่จะดู
00:06:47 → 00:06:50ว่าส่วนไหนของสมองเทำงานมากกว่าปกติแล้ว
00:06:50 → 00:06:53เขาก็เจอว่าไอ้พื้นที่เล็กๆนั่นแหละที่
00:06:53 → 00:06:57รับผิดชอบในการสร้างโดปามีนเนี่ยมันทำงาน
00:06:57 → 00:07:01มากยิ่งขึ้นคือโดโดปามีนถูกผลิตออกมาเยอะ
00:07:01 → 00:07:05มากขึ้นเมื่อเวลาที่เรารู้สึกพอใจหรือว่า
00:07:05 → 00:07:08มีความสุขกับอะไรสักอย่างหนึงนะครับเพราะ
00:07:08 → 00:07:12ฉะนั้นในช่วงแรกๆเนี่ยนะครับโดปามีนเนี่ย
00:07:12 → 00:07:16จึงมีชื่อเล่นว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข
00:07:16 → 00:07:19ใจครับแต่ต่อมาเรื่อยๆนะครับเริ่มมีคน
00:07:19 → 00:07:23ศึกษาแล้วก็ให้ความสนใจกับโดปามีนมากขึ้น
00:07:23 → 00:07:26ก็พบข้อมูลเพิ่มเติมครับว่าเฮ้ยมันไม่ใช่
00:07:26 → 00:07:28แค่ฮอร์โมนแห่งความสุขใจเท่านั้นและเพราะ
00:07:28 → 00:07:33ว่าเวลาที่เรากินอาหารโดปามีนก็หลัก็ทำ
00:07:33 → 00:07:36ให้เกิดคำถามว่าเอ๊แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่
00:07:36 → 00:07:38ไอ้เจ้าโดปามีนมันจะหลัไม่น่าจะเป็นแค่
00:07:38 → 00:07:42เวลาที่เราพึงพอใจอย่างเดียวแล้วนะครับที
00:07:42 → 00:07:45นี้ก็เริ่มมีการทดลองมากขึ้นครับมีนัก
00:07:45 → 00:07:49วิทยาศาสตร์นะครับเาเริ่มศึกษาโดปามีนโดย
00:07:49 → 00:07:52ใช้หนูนะครับเป็นสัตว์ทดลองในการทดลองเนะ
00:07:52 → 00:07:55ครับนักวิทยาศาสตร์เนี่ยเขาก็ให้อาหารกับ
00:07:55 → 00:07:58เจ้าหนูดูซิว่าหนูเนี่ยจะตอบสนองเหมือน
00:07:58 → 00:08:00กับมนุษย์เราหรือเปล่านะครับก็ปรากฏว่า
00:08:00 → 00:08:03เวลาที่หนูได้อาหารเนี่ยโดปามีนของหนูก็
00:08:03 → 00:08:06หลั่งมากขึ้นเช่นกันไม่ต่างกับมนุษย์ของ
00:08:06 → 00:08:09เรานะครับแต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่าพอ
00:08:09 → 00:08:13เจ้าหนูเนี่ยได้อาหารบ่อยๆเรื่อยๆเหมือน
00:08:13 → 00:08:18เดิมไปนานๆเข้านานๆเข้าปรากฏว่าสักพักนึง
00:08:18 → 00:08:21โดปามีนไม่หลัครับนั่นก็หมายความว่าเอ๊ยณ
00:08:21 → 00:08:26จุดนึงอาหารไม่สามารถที่จะเป็นตัว
00:08:26 → 00:08:29ทริกเกอร์ให้หนูหลังโดปามีนได้ครับครับ
00:08:29 → 00:08:33อ่ามันเริ่มน่าสนใจนะครับทีนี้ก็เริ่มมี
00:08:33 → 00:08:37การทดลองมากขึ้นจนมาถึงการทดลองของนัก
00:08:37 → 00:08:40วิจัยที่ชื่อว่าฟม sho นะครับเค้าคนนี้นะ
00:08:40 → 00:08:44ครับฝังขั้วไฟฟ้าเอาไว้ที่บริเวณจุดใน
00:08:44 → 00:08:46สมองที่ทำหน้าที่ในการหลังโดปามีนฝังไว้
00:08:46 → 00:08:50ในลิง magma ครับการทดลองของเขานะครับเขา
00:08:50 → 00:08:52เอาเจ้าลิง magma เนี่ยครับไปอยู่ในห้องๆ
00:08:52 → 00:08:57หนึ่งที่มีกล่องอยู่ 2 ใบแล้วก็มีสัญญาณ
00:08:57 → 00:09:02ไฟที่วางไว้คู่กับกล่อง 2 ใบนั้นนะครับ
00:09:02 → 00:09:05แล้วในกล่องเนี่ยเขาจะใส่อาหารเอาไว้แบบ
00:09:05 → 00:09:08สุ่มแล้วก็คอยดูมอนิเตอร์สมองของเจ้าลิง
00:09:08 → 00:09:11magma ซิว่าไอ้พื้นที่ที่ทำหน้าที่ในการ
00:09:11 → 00:09:14สร้างโดปามีนเนี่ยมันหลั่งขึ้นมาตอนไหน
00:09:14 → 00:09:16บ้างนะครับตอนแรกเนี่ยเจ้าลิง magma
00:09:16 → 00:09:19เนี่ยก็ยังไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะ
00:09:19 → 00:09:22ครับมันก็ลองเปิดกล่องทั้ง 2 ใบสลับไป
00:09:22 → 00:09:25สลับมาแบบสุ่มเมื่อมันเปิดเจออาหารมันก็
00:09:25 → 00:09:28กินแล้วก็มีความสุขดีนะครับตอนแรกเนี่ย
00:09:28 → 00:09:32อ่าอ่ามันก็ตอนที่มันได้อาหารเจ้าโดปามีน
00:09:32 → 00:09:37เนี่ยก็หลั่งปกตินะครับไปเรื่อยๆจนสักพัก
00:09:37 → 00:09:41เจ้าลิงเนี่ยก็เริ่มสังเกตแล้วครับว่าเอ๊
00:09:41 → 00:09:46ทำไมทุกครั้งที่ไฟมันติดเวลามันเปิดกล่อง
00:09:46 → 00:09:48มันจะเจออาหารครับพอมันเริ่มที่จะเรียน
00:09:48 → 00:09:52รู้เรียนรู้ไปเรื่อยๆนะครับสิ่งที่นัก
00:09:52 → 00:09:55วิจัยเาค้นพบก็คือว่าโดปามีนไม่ได้หลัง
00:09:55 → 00:09:59เวลาที่ไอ้เจ้าลิงแกมเนี่ยกินอาหารครับ
00:09:59 → 00:10:02ครับแต่โดปามีนมันหลั่งในขณะที่เจ้าลิง
00:10:02 → 00:10:05ตัวเนี้มองเห็นสัญญาณไฟติดขึ้นมาครับจาก
00:10:06 → 00:10:08การทดลองนี้ครับนักวิจัยเขาก็ค้นพบว่า
00:10:08 → 00:10:12เจ้าลิงเนี่ยครับจะตื่นเต้นจากการเห็นไฟ
00:10:12 → 00:10:14มากกว่าจะตื่นเต้นจากการที่มันเปิดกล่อง
00:10:14 → 00:10:17แล้วมันเจออาหารนะครับถามว่าทำไมนั่นก็
00:10:17 → 00:10:20เป็นเพราะว่าเมื่อเจ้าลิงเนี่ยเห็นไฟติด
00:10:20 → 00:10:23ปึ๊บซึ่งเป็นสิ่งที่มันคาดเดาไม่ได้นะ
00:10:23 → 00:10:26ครับมันจะรู้สึกดีใจมันจะรู้สึกฟินมาก
00:10:26 → 00:10:29กว่าปกติเพราะว่ามันได้ลุ้นมันได้ตื่น
00:10:29 → 00:10:31เต้นนะครับว่าเฮ้ยเมื่อไหร่ไฟมันจะมาทำ
00:10:31 → 00:10:34ให้เขาได้ข้อสรุปว่าจริงๆแล้วโดปามีน
00:10:34 → 00:10:37เนี่ยไม่ได้เป็นฮอร์โมนแห่งความสุขใจแต่
00:10:37 → 00:10:40การหลั่งของโดปามีนเนี่ยนะครับมันคือการ
00:10:40 → 00:10:44ตอบสนองต่อโอกาสแล้วก็ความคาดหวังในสิ่ง
00:10:44 → 00:10:48ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนพูดง่ายๆก็คือว่า
00:10:48 → 00:10:52เมื่อไหร่ก็ตามที่มันมีของใหม่เกิดขึ้น
00:10:52 → 00:10:55ของที่เราคาดเดาไม่ได้หรือว่าเหนือความ
00:10:55 → 00:10:58คาดหมายต่อสิ่งที่เราคิดไว้เนี่ยนะครับดู
00:10:59 → 00:11:01โดปามีนเราจะหลั่งขึ้นมาทันทีครับสมมุติ
00:11:01 → 00:11:04ว่าในชีวิตของเรานะครับคุณเดินทางไปทำงาน
00:11:05 → 00:11:09ผ่านฟุบานี้ทุกวันเส้นทางเดิมๆร้านค้าก็
00:11:09 → 00:11:11เหมือนเดิมนะครับคุณก็อาจจะไม่ได้รู้สึก
00:11:11 → 00:11:14อะไรแต่อยู่ๆวันนึงคุณกำลังเดินไปทำงาน
00:11:14 → 00:11:18ปึ๊บแล้วคุณเห็นมีคาเฟ่เปิดใหม่ขึ้นมาที่
00:11:18 → 00:11:21คุณไม่เคยเห็นมาก่อนจังหวะนั้นนะครับจะ
00:11:21 → 00:11:24เป็นจังหวะที่โดปามีนของคุณจะหลังขึ้นมา
00:11:24 → 00:11:27ทันทีครับไม่ใช่เพราะว่าอุ้ยคาเฟ่นั้น
00:11:27 → 00:11:30เนี่ยนะครับกาแฟอร่อยหรือว่ามีอาหารอร่อย
00:11:30 → 00:11:33ๆเพราะคุณยังไม่ได้ลองชิมใช่มยแต่เพียง
00:11:33 → 00:11:36แค่คุณเห็นคาเฟ่อันใหม่ในพื้นที่ที่คุณ
00:11:36 → 00:11:39เดินผ่านประจำเป็นสิ่งแปลกใหม่มาในชีวิต
00:11:39 → 00:11:43ปึ๊บระบบวงจรของโดปามีนจะทำงานขึ้นมาทัน
00:11:43 → 00:11:47ทีเลยนะครับนั่นคือการตอบสนองต่อสิ่งที่
00:11:47 → 00:11:50มันไม่คาดคิดสิ่งที่มันเซอร์ไพรส์ไม่เคย
00:11:50 → 00:11:52เกิดขึ้นนั่นเองนะครับนักวิทยาศาสตร์
00:11:52 → 00:11:55เนี่ยเขาเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นจากการได้
00:11:56 → 00:11:59รับสิ่งใหม่นี้ว่า reward prediction
00:11:59 → 00:12:03Error นะครับก็คือว่าเราจะหลั่งโดปามีน
00:12:03 → 00:12:07เมื่อเจอสิ่งที่ผิดคาดผิดคาดไม่พอต้องดี
00:12:07 → 00:12:10กว่าที่เราคาดไว้ด้วยนะครับโดินจะออก
00:12:10 → 00:12:13ฤทธิ์เยอะมากขึ้นมากขึ้นนะครับออกเยอะเลย
00:12:13 → 00:12:15แหละแต่ในขณะที่ถ้าเราเจอเหตุการณ์อะไร
00:12:16 → 00:12:18ที่มันซ้ำๆจนกลายเป็นความเคยชื้นนะครับ
00:12:18 → 00:12:23โดปามีนเนี่ยมันก็จะหลั่งลดลงลดลงจนแทบจะ
00:12:23 → 00:12:25ไม่หลักออกมาเลยล่ะครับเวลาที่เราเจออะไร
00:12:25 → 00:12:26ที่มันเคยชินเนี่ยเราก็รู้สึกว่ามันก็
00:12:26 → 00:12:29ธรรมดาเนมันก็ไม่ได้พิเศษอะไรจนบางครั้ง
00:12:29 → 00:12:32เรารำคาญหรือว่าเราเบื่อของที่เราเคยชอบ
00:12:32 → 00:12:36ในอดีตด้วยซ้ำไปนะครับเพราะฉะนั้นโดปามีน
00:12:36 → 00:12:40มันคือฮอร์โมนแห่งความไม่พอครับต้องการ
00:12:40 → 00:12:44อะไรที่มันตื่นเต้นกว่าเดิมอีกใหม่ๆกว่า
00:12:44 → 00:12:47เดิมอีกไม่พอขอให้มัน More มากขึ้น More
00:12:47 → 00:12:51มากขึ้นนะครับทีนี้พอจะได้คำตอบหรือยัง
00:12:51 → 00:12:55ว่าทำไมเราถึงรู้สึกตื่นเต้นกับคนที่เรา
00:12:55 → 00:12:59ตกหลุมรักเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว 6 เดือน
00:12:59 → 00:13:03ที่แล้ว 1 ปีที่แล้วลดน้อยลงเพราะว่าเรา
00:13:03 → 00:13:06เจอสิ่งที่มันจำเจเรารู้อยู่และว่าเขาจะ
00:13:06 → 00:13:08เป็นอย่างเงี้ยเข้าใจเ้าหมดทุกอย่างและ
00:13:08 → 00:13:11ไม่มีอะไรที่น่าค้นหาและรู้จักกันถ่องแท้
00:13:11 → 00:13:15ะกลายเป็นว่าพอเราได้คุยกับคนใหม่ที่เรา
00:13:15 → 00:13:18ไม่เคยรู้จักมีหลายๆอย่างที่เรายังไม่รู้
00:13:18 → 00:13:21เกี่ยวกับเาแล้วเราอยากจะรู้จักเามากขึ้น
00:13:21 → 00:13:24มันกลายเป็นความตื่นเต้นเพราะนั่นคือสิ่ง
00:13:24 → 00:13:28ที่เราคาดเดาไม่ได้นั่นคือของใหม่นั่นเอง
00:13:28 → 00:13:32นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรามักจะหมดรักนะ
00:13:32 → 00:13:34ครับแล้วเขาก็มีการบอกไว้นะครับว่า
00:13:34 → 00:13:38โดปามีนเครับจะทำงานได้ดีในช่วง 12 เดือน
00:13:38 → 00:13:41ถึง 18 เดือนแรกของสิ่งกระตุ้นนั้นนะครับ
00:13:41 → 00:13:45ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมระยะโปรโมชั่นเวลา
00:13:45 → 00:13:48ที่เราจีบกันนะครับก็จะอยู่ในช่วงที่ไม่
00:13:48 → 00:13:50เกิน 1 ปีครับบางคนเนี่ยก็อาจจะสั้นกว่า
00:13:50 → 00:13:53นั้นคือ 6 เดือนหรือว่า 3 เดือนนั่นเองก็
00:13:53 → 00:13:56เบื่อและเลิกไปคุยกับคนใหม่ดีกว่าเพราะ
00:13:56 → 00:13:58รู้สึกว่าเราไม่ตื่นเต้นกับเค้าแล้วแล้ว
00:13:58 → 00:14:01ก็ตีความว่านั่นคือเราหมดรักเขาแล้วนั่น
00:14:01 → 00:14:05เองครับเป็นไงครับเริ่มเห็น
00:14:05 → 00:14:09อำนาจในด้านลบของโดปาหรือยังเกี่ยวกับ
00:14:09 → 00:14:12ความรักนะครับว่ามันสามารถที่จะทำให้เรา
00:14:12 → 00:14:16หมดรักคนๆนึงได้ง่ายดายมากเลยนะครับแล้ว
00:14:16 → 00:14:19ถ้าเกิดว่าเราไม่รู้เท่าทันอำนาจของ
00:14:19 → 00:14:22โดปามีนเนี่ยครับแล้วก็ยอมแพ้ให้กับ
00:14:22 → 00:14:26โดปามีนให้กับความตื่นเต้นเนี่ยครับมันก็
00:14:26 → 00:14:30ไม่ยากเลยครับที่เราจะเลิกกับแฟนของเรา
00:14:30 → 00:14:34แล้วก็ไปสนใจคนอื่นนะครับทีนี้คนก็มีคำ
00:14:34 → 00:14:37ถามว่าเอ้าแล้วอย่างงี้เราจะต้องเปลี่ยน
00:14:37 → 00:14:40แฟนไปเรื่อยๆหรอเพราะว่าแน่นอนในวันนึง
00:14:40 → 00:14:42โดปามีนมันก็จะหลั่งลดน้อยลงเราจะมีความ
00:14:42 → 00:14:45รู้สึกตื่นเต้นกับคนที่เรารักน้อยลงไปคำ
00:14:45 → 00:14:49ตอบก็คือจริงๆแล้วเราก็สามารถที่จะต้าน
00:14:49 → 00:14:52ทานอำนาจของโดปามีนได้อยู่นะครับเวลาที่
00:14:52 → 00:14:55เรามีความสัมพันธ์มีความรักเนี่ยนะครับ
00:14:55 → 00:14:57ช่วงแรกเป็นช่วงตื่นเต้นเนาะผมเรียกว่า
00:14:57 → 00:14:59เป็นช่วงที่โดปามีนทำงานแล้วแล้วกันช่วง
00:14:59 → 00:15:01ตื่นเต้นเวลาที่เราคบกับใครสักคนไปนานๆ
00:15:01 → 00:15:04เนี่ยครับรูปแบบของความสัมพันธ์มันจะ
00:15:04 → 00:15:08เปลี่ยนจากความตื่นเต้นไปเป็นความผูกพัน
00:15:08 → 00:15:11ครับซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลายาวนานไม่เท่า
00:15:11 → 00:15:15กันแต่ละคนเนาะทีนี้ไอ้ความรักในรูปแบบ
00:15:15 → 00:15:17ของความผูกพันเนี่ยครับที่จะเข้ามาแทนที่
00:15:18 → 00:15:21ความตื่นเต้นเนี่ยมันดันอาศัยฮอร์โมนหรือ
00:15:21 → 00:15:26ว่าสารเคมีอีกชุดหนึงไม่ใช่โดปามีนซึ่ง
00:15:26 → 00:15:28สารเคมีหรือว่าฮอร์โมนกลุ่มนี้นะครับมี
00:15:28 → 00:15:32ชื่อเล่นของมันนะครับว่า h&n คือเป็น
00:15:32 → 00:15:35กลุ่มฮอร์โมนที่เรียกว่ากลุ่ม hear and
00:15:35 → 00:15:38Now ก็คือที่นี่ตอนนี้เดี๋ยวนี้ณเวลานี้
00:15:38 → 00:15:41นะครับถามว่ามีอะไรบ้างนะครับก็จะมี
00:15:41 → 00:15:44ฮอร์โมนไม่ว่าจะเป็นเซโรโทนินออกซิโทซิน
00:15:44 → 00:15:48นะครับดอฟินแล้วก็ยังมีสารเคมีในกลุ่มที่
00:15:48 → 00:15:52ชื่อว่าแอนคีด้วยครับซึ่งถือว่าเป็นกัญชา
00:15:52 → 00:15:55ของสมองเลยก็ได้นะครับเจ้าฮอร์โมน h&n
00:15:55 → 00:15:57หรือ hn เนี่ยนะครับจะก่อให้เกิดความรัก
00:15:58 → 00:16:02ที่รู้สึกว่าผูกพันลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นดู
00:16:02 → 00:16:04เป็นแบบคู่ชีวิตแล้วอ่ะไม่ใช่ความรักที่
00:16:04 → 00:16:08หวือหวาแล้วเนี่ยครับซึ่งเวลาที่คู่รัก
00:16:08 → 00:16:11ผ่านเรื่องราวอะไรมาด้วยกันเช่นช่วยกัน
00:16:11 → 00:16:14แก้ปัญหานะครับผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน
00:16:14 → 00:16:17มากขึ้นมากขึ้นหรือแม้กระทั่งมีเพศ
00:16:17 → 00:16:19สัมพันธ์กันบ่อยๆมากยิ่งขึ้นนะครับมันจะ
00:16:19 → 00:16:22กระตุ้นการหลังของฮอร์โมนกลุ่มนี้ทำให้
00:16:22 → 00:16:26เรารู้สึกผูกพันกันมากยิ่งขึ้นนะครับโดย
00:16:26 → 00:16:29ทั่วไปแล้วเนี่ยผู้หญิงมักจะหลั่งฮอร์โมน
00:16:29 → 00:16:31กลุ่ม h&n มากกว่าผู้ชายนะครับเพราะ
00:16:31 → 00:16:34ฉะนั้นผู้หญิงเนี่ยจะมีความผูกพันกับคู่
00:16:34 → 00:16:38รักได้มากกว่าผู้ชายหรือว่าผู้ชายเนี่ยมี
00:16:38 → 00:16:42แนวโน้มที่จะเป็นเหยื่อของโดปามีนมากกว่า
00:16:42 → 00:16:45ผู้หญิงนั่นเองการเปลี่ยนผ่านจากเฟส
00:16:45 → 00:16:48โดปามีนเป็นเฟส h&n เนี่ยมันไม่ง่ายนะ
00:16:48 → 00:16:52ครับแต่มันทำได้แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อจะ
00:16:52 → 00:16:56ต้องใช้วุฒิภาวะของคนคนั้นด้วยนะครับที
00:16:56 → 00:16:59นี้ถามว่ารักแบบมีวุฒิภาวะภาวะจะทำยังไง
00:16:59 → 00:17:02นะครับผมแชร์อย่างนี้แล้วกันฮะว่าถ้า
00:17:02 → 00:17:05เมื่อไหร่ก็ตามวันนึงคุณเกิดมีความรู้สึก
00:17:05 → 00:17:08ว่าคุณไม่ตื่นเต้นหรือเริ่มรู้สึกแบบอื
00:17:08 → 00:17:12แฟนของคุณน่าเบื่อการทำกิจกรรมเดิมๆกับคน
00:17:12 → 00:17:15เดิมๆมันน่าเบื่อเนี่ยครับแล้วคุณตั้งคำ
00:17:15 → 00:17:18ถามว่านี่เรากำลังหมดรักคนๆนั้นอยู่หรือ
00:17:18 → 00:17:22เปล่าขอให้คุณนึกถึงข้อเท็จจริงนี้ครับ
00:17:22 → 00:17:23ว่า
00:17:23 → 00:17:27เฮ้ยคุณกำลังผ่านพ้นเฟสความสัมพันธ์แบบ
00:17:27 → 00:17:31หวือหวาตื่นเต้นที่โดนปิงทำงานอยู่แต่แท้
00:17:32 → 00:17:34จริงแล้วเนี่ยคุณกำลังเข้าสู่ความรักเฟส
00:17:34 → 00:17:38ที่ 2 ซึ่งเป็นเฟสที่มั่นคงกว่านะครับ
00:17:38 → 00:17:41เป็นความรักแบบผูกพันโดยอาศัยฮอร์โมนอื่น
00:17:41 → 00:17:45ๆชุด h&n นะครับเพราะฉะนั้นขอให้ระลึกอัน
00:17:45 → 00:17:47นี้ไว้ก่อนใจเย็นๆอย่าเพิ่งรีบตัดสินว่า
00:17:47 → 00:17:50คุณหมดรักเขาแล้วนะครับอันเนี้ยจะเป็น
00:17:50 → 00:17:53หนึ่งวิธีที่ทำให้ดึงสติตัวเองได้ว่า
00:17:54 → 00:17:58อ้อจริงๆแล้วเรายังรักแฟนของเราอยู่นะแค่
00:17:58 → 00:18:02มันเปลี่ยนเฟซแค่นั้นเองครับอย่างที่บอก
00:18:02 → 00:18:04ไปตั้งแต่ตอนต้นเลยนะครับว่าหนังสือเล่ม
00:18:04 → 00:18:08นี้ชื่อว่า molecule of More ก็คือมี
00:18:08 → 00:18:14อำนาจในการที่จะบอกร่างกายว่าเอ้ยเอาอีขอ
00:18:14 → 00:18:17อีกนะครับซึ่งมันไม่ได้มีแค่เรื่องของ
00:18:17 → 00:18:19ความรักหรือว่าเพศสัมพันธ์หรือว่าเซ็กซ์
00:18:19 → 00:18:22เท่านั้นนะครับโดปามีนเนี่ยครับยังมี
00:18:22 → 00:18:24อิทธิพลในการควบคุมการใช้ชีวิตการตัดสิน
00:18:24 → 00:18:28ใจของเราในแง่มุมอื่นๆอีกมากนะครับท้าง
00:18:28 → 00:18:31ควบคุมทั้งวางแผนนะครับยกตัวอย่างะกัน
00:18:31 → 00:18:35สมมุติว่าเวลาที่เราจะขับรถออกไปทำงานตอน
00:18:35 → 00:18:37เช้าเนี่ยนะครับทุกคนรู้มว่าแต่ละคนก็
00:18:37 → 00:18:40ต้องมีการวางแผนนะว่าเฮ้ยวันนี้เราควรจะ
00:18:40 → 00:18:43ออกจากบ้านกี่โมงเพื่อที่จะหนีรถติดนะ
00:18:43 → 00:18:46ครับถ้าคุณวางแผนได้ถูกต้องคุณจะรู้สึก
00:18:46 → 00:18:50แฮปปี้คุณรู้สึกฟินนะมันถูก Drive ด้วย
00:18:50 → 00:18:53โดมินเช่นกันนะครับหรือแม้กระทั่งคุณเข้า
00:18:53 → 00:18:56ไปยังลานจอดรถแล้วนะครับแล้วคุณสามารถที่
00:18:56 → 00:19:01จะจอดรถได้ตรงกับทางเข้าของอาคารแล้วทำ
00:19:01 → 00:19:03ให้คุณเดินได้สะดวกแล้วคุณรู้สึกเอ้ย
00:19:03 → 00:19:06แฮปปี้มีความสุขเดินง่ายจังนั่นก็เกิดจาก
00:19:06 → 00:19:09การไดฟของดามินเช่นกันนะครับนอกจากการวาง
00:19:09 → 00:19:12แผนแล้วมันยังช่วยในการควบคุมได้ด้วยนะ
00:19:12 → 00:19:14สมมุติว่าเราปรารถนาที่เราอยากจะซื้อของ
00:19:15 → 00:19:17อะไรสักอย่างนึงเช่นอยากได้รถจังเลยอ่ะ
00:19:17 → 00:19:19แต่ถ้าเกิดว่าโดปามีนทำหน้าที่แต่แบบเฮ้ย
00:19:19 → 00:19:22อยากได้ต้องได้เดี๋ยวนี้นะครับแน่นอนคุณ
00:19:22 → 00:19:24ก็จะไม่ฟังใครนะครับคุณก็จะวางเงินซื้อรถ
00:19:24 → 00:19:27ทันทีแต่ในความเป็นจริงแล้วเนี่ยนะครับ
00:19:27 → 00:19:31เราจะมีความยับยั้งชั่งใจแล้วก็จะคิดสัก
00:19:31 → 00:19:33นิดนึงด้วยนะครับเพราะว่าโดปามีนยังทำ
00:19:33 → 00:19:35หน้าที่อีกอย่างนึงก็คือทำหน้าที่ในการ
00:19:35 → 00:19:38ควบคุมการตัดสินใจในสิ่งที่เราปรารถนา
00:19:38 → 00:19:41ด้วยนะครับมันจะลั้งตัวไว้แป๊บนึงให้เรา
00:19:41 → 00:19:44กลับไปคิดรวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบราคา
00:19:45 → 00:19:47ศึกษารุ่นรถที่เราอยากจะได้ว่ามันตอบ
00:19:47 → 00:19:50โจทย์ชีวิตเราหรือเปล่านะครับเป็นอย่าง
00:19:50 → 00:19:52นั้นเสมอเลยเพราะฉะนั้นเวลาที่เราเดิน
00:19:52 → 00:19:55เข้าไปถึงโชว์รูมปึ๊บเราก็จะไม่โดนเซลล์
00:19:55 → 00:19:57โน้มเ้าอะไรง่ายๆนะครับเพราะว่าเราทำการ
00:19:57 → 00:20:00บ้านมาแล้วนั่นก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถ
00:20:00 → 00:20:02ของโดปามีนนะครับนอกจากนี้โดปามีนยังพา
00:20:02 → 00:20:05เราไปอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกร้องให้เรา
00:20:05 → 00:20:08รู้สึกอยากได้อีกขออีกเอาอีกยังไม่พอขอ
00:20:08 → 00:20:11More More กว่าเดิมนะครับยกตัวอย่าง
00:20:11 → 00:20:14เช่นการช้อปปิ้งช้อปเท่าไหร่ก็ก็ไม่พอมัน
00:20:14 → 00:20:16ฟนอ่ะเนาะถ้าเกิดว่าใครเสพติดการช้อปปิ้ง
00:20:16 → 00:20:19นะครับหรือว่าใครที่เป็นนักธุรกิจเงี้ยก็
00:20:19 → 00:20:21รู้สึกว่าเฮ้ยเรายังรวยไม่พอเราต้องการ
00:20:22 → 00:20:24รวยกว่านี้หาเงินเพิ่มมากกว่านี้นะครับ
00:20:24 → 00:20:27หรืออีกหนึ่งกรณีที่ชัดมากคือเวลาที่เรา
00:20:27 → 00:20:29เล่นพนันครับครับไม่ว่าคุณจะได้หรือคุณจะ
00:20:29 → 00:20:32เสียเนี่ยนะครับโอ้โหโดปามีนก็ทำให้คุณ
00:20:32 → 00:20:35รู้สึกว่าเฮ้ยเอาอีกตาน่ะถ้ากำลังได้
00:20:35 → 00:20:37เนี่ยเอ้ยเล่นอีกมันกำลังมาหรือถ้าเกิด
00:20:37 → 00:20:39ว่าเรากำลังเสียอยู่ก็ตามนะครับก็จะรู้
00:20:39 → 00:20:42สึกว่าเฮ้ยเอาน่ะลองดูครั้งหน้าอาจจะได้
00:20:42 → 00:20:45เงินคืนเนี่ยก็เป็นอิทธิพลของโดปามีนนะ
00:20:45 → 00:20:47ครับซึ่งเจ้าหนังสือ The molecule of
00:20:47 → 00:20:50More เนี่ยครับได้เล่าในอีกหลายแง่มุม
00:20:50 → 00:20:52ของอิทธิพลของโดปามีนนะครับรวมไปถึง
00:20:52 → 00:20:54เรื่องการเมืองเรื่องการใช้ชีวิตต่างๆ
00:20:54 → 00:20:58ด้วยนะครับถ้าเกิดว่าใครสนใจที่อยากจะได้
00:20:58 → 00:21:01ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าโดปามีนมากยิ่งขึ้นก็
00:21:01 → 00:21:04แนะนำครับลองไปหาอ่านกันดูนะครับแลถ้าผม
00:21:04 → 00:21:07ไปเจอเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับฮอร์โมนหรือ
00:21:07 → 00:21:10ว่าสารสื่อประสาทในสมองหรือว่าหนังสือ
00:21:10 → 00:21:13เล่มไหนเด็ดๆเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังอีก
00:21:13 → 00:21:17ครับ Top to Toe The Standard
00:21:17 → 00:21:21podcast Eye Opening for your
00:21:21 → 00:21:24ears