00:00:00 → 00:00:03เคยสังเกตกันไหมคะว่า ในบางครอบครัวหลาย ๆ บ้านนี่
00:00:03 → 00:00:06อาจจะมีผู้ใหญ่ในบ้านที่ชอบเก็บสะสมของ
00:00:06 → 00:00:07แล้วก็เก็บเอาไว้เยอะ ๆ
00:00:07 → 00:00:10จนบางครั้งเราเอง ก็อาจจะรู้สึกรำคาญใจ
00:00:10 → 00:00:12หรือว่ารู้สึกว่ามันไม่เรียบร้อย หรือว่าสกปรก
00:00:12 → 00:00:16ที่ผู้ใหญ่ในบ้านของเราชอบเก็บสะสมของ
00:00:16 → 00:00:17อาจจะไม่ได้เกิดจากความชอบ
00:00:17 → 00:00:20หรือไม่ได้เกิดจากความจำเป็น ที่ท่านจำเป็นจะต้องใช้จริง ๆ
00:00:20 → 00:00:23บางครั้งอาจจะเป็นอาการของโรค Hoarding Disorder
00:00:23 → 00:00:25หรือโรคชอบเก็บของก็ได้ค่ะ
00:00:25 → 00:00:33[เสียงดนตรี]
00:00:33 → 00:00:37บางครั้งเวลาที่เจอผู้ป่วยที่มี อาการของ Hoarding Disorder
00:00:37 → 00:00:40แล้วอธิบายเรื่องอาการของโรค ให้ญาติผู้ป่วยฟัง
00:00:40 → 00:00:42บางครั้งญาติผู้ป่วย ก็จะประหลาดใจเหมือนกัน
00:00:42 → 00:00:44ว่า เอ๊ะ…มันมีโรคแบบนี้ด้วยหรือ
00:00:44 → 00:00:47เพราะว่าเข้าใจว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นนิสัย ของคน ๆ หนึ่งมากกว่า
00:00:47 → 00:00:50แต่จริง ๆ แล้ว ในหลาย ๆ ราย มันเป็นโรคจริง ๆ
00:00:50 → 00:00:52หรืออย่างที่เราอาจจะได้ยินตามข่าวว่า
00:00:52 → 00:00:54คนบ้านข้าง ๆ เก็บของไว้เยอะ
00:00:54 → 00:00:56จนมีงู มีสัตว์เลื้อยคลาน
00:00:56 → 00:00:59จนต้องตามเทศบาลมาช่วยกันเก็บของ
00:00:59 → 00:01:03[เสียงดนตรี]
00:01:03 → 00:01:05โรค Hoarding Disorder หรือโรคชอบเก็บของ
00:01:05 → 00:01:08ก็จะเป็นโรคในกลุ่มของโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:01:08 → 00:01:12ปัจจุบันเราพบว่า ส่วนใหญ่นี่ จะพบในคนที่อายุเกิน 55 ปีขึ้นไป
00:01:12 → 00:01:15ก็มักจะสัมพันธ์กับโรคในคนที่อายุเยอะ
00:01:15 → 00:01:17เช่น โรคสมองเสื่อม เส้นเลือดในสมองมีปัญหา
00:01:18 → 00:01:20หรือว่าอาจจะพบร่วมกับ โรคทางจิตเวชอย่างอื่น
00:01:20 → 00:01:22เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ
00:01:22 → 00:01:26โรคซึมเศร้า หรือว่าอาจจะพบใน โรคจิตเภทด้วยก็ได้เหมือนกัน
00:01:26 → 00:01:29ซึ่งโรคกลุ่มนี้ อาการเด่น ๆ ของมันก็คือ
00:01:29 → 00:01:31ผู้ป่วยมักชอบเก็บของ
00:01:31 → 00:01:33แล้วก็ไม่สามารถที่จะทิ้งของ
00:01:33 → 00:01:34ที่คนส่วนใหญ่เขามักจะทิ้ง
00:01:34 → 00:01:37พอเก็บไว้เยอะ ๆ บางทีมันก็รกบ้าน
00:01:37 → 00:01:38ทำให้บ้านเลอะเทอะ
00:01:38 → 00:01:40หรือว่าเกิดความสกปรกเกิดขึ้น
00:01:40 → 00:01:43แล้วก็จะทำให้มีปัญหากับ คนที่อยู่อาศัยร่วมกัน
00:01:43 → 00:01:46จริง ๆ แล้ว ผู้ป่วยอาจจะเป็นนักสะสมก็ได้
00:01:46 → 00:01:48แต่ว่ามันจะต่างกัน หนึ่ง ในแง่ว่า
00:01:48 → 00:01:50การเก็บของของนักสะสม
00:01:50 → 00:01:53ก็จะโดนเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการจัดหมวดหมู่
00:01:53 → 00:01:55ในขณะที่ผู้ป่วยที่เป็นโรค Hoarding Disorder
00:01:55 → 00:01:57มักจะเก็บแบบไม่เป็นระเบียบค่ะ
00:01:57 → 00:02:00หรือว่ายากมาก ๆ ที่มันจะเป็นระเบียบได้
00:02:00 → 00:02:03เพราะมันจะงอกเพิ่มพูนมาอย่างมหาศาล
00:02:03 → 00:02:07[เสียงดนตรี]
00:02:07 → 00:02:10ในทางการแพทย์ เราก็มีข้อวินิจฉัย 4 อย่าง
00:02:10 → 00:02:16ข้อแรก ผู้ป่วยก็จะยึดติดกับสิ่งของ ที่จริง ๆ แล้ว มันควรจะจำเป็นต้องทิ้ง
00:02:16 → 00:02:19แล้วก็ไม่สามารถที่จะทิ้ง ของที่ไม่มีค่าเหล่านั้นไปได้
00:02:19 → 00:02:21อย่างเช่น หลอดน้ำใช้แล้ว
00:02:21 → 00:02:25หรือว่าถ้วยพลาสติก ที่มันเอาไป reuse หรือใช้ซ้ำไม่ได้
00:02:25 → 00:02:29ข้อที่ 2 ก็คือเหตุผลที่ผู้ป่วยไม่สามารถ ทิ้งของที่ควรจะต้องทิ้งเหล่านั้นได้
00:02:30 → 00:02:32เพราะว่าเขากังวลอยู่ลึก ๆ ว่า
00:02:32 → 00:02:34ถ้ามันมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ขึ้นมานี่
00:02:34 → 00:02:37เขาจะไม่สามารถที่จะมีสิ่งของนั้นมาใช้ได้
00:02:37 → 00:02:39แต่ว่าของของผู้ป่วยโรค Hoarding
00:02:39 → 00:02:42มันจะเป็นของที่เรารู้สึกว่า เดี๋ยวมันก็ได้มาใหม่
00:02:43 → 00:02:44คือ ขวดน้ำอย่างนี้
00:02:44 → 00:02:46ไปซื้อน้ำมาขวดนึง เราก็ได้ขวดน้ำมาใหม่แล้ว
00:02:46 → 00:02:50เพราะฉะนั้นโอกาสที่มันจะหายไป แล้วไม่ได้ใช้นี่
00:02:50 → 00:02:52มันก็จะน้อยมาก ๆ เลย
00:02:52 → 00:02:55ส่วนข้อที่ 3 พอผู้ป่วยเก็บของมาเยอะ ๆ นี่
00:02:55 → 00:02:56ของที่เก็บเหล่านั้นนี่
00:02:56 → 00:02:59โดยมากผู้ป่วยจะไม่สามารถ ที่จะจัดเรียงให้มันเป็นระเบียบได้
00:02:59 → 00:03:01ฉะนั้น มันก็จะรก เลอะเทอะไปหมด
00:03:01 → 00:03:04แล้วก็ห่วงว่า คนอื่นจะมาเอาของตัวเองไปทิ้งด้วย
00:03:04 → 00:03:06ข้อสุดท้าย อันนี้เป็นข้อที่สำคัญก็คือ
00:03:06 → 00:03:08การเก็บสะสมของของผู้ป่วยนี่
00:03:08 → 00:03:11มันจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
00:03:11 → 00:03:14ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมของความสัมพันธ์ ระหว่างคนในครอบครัว
00:03:14 → 00:03:16ระหว่างเพื่อนบ้าน หรือว่าในชุมชน
00:03:16 → 00:03:19หรือว่าการเก็บนี่ อาจจะส่งผลต่อสุขภาวะ
00:03:19 → 00:03:22ในแง่มุมของความสะอาด หรือสุขอนามัยของผู้ป่วยเอง
00:03:22 → 00:03:24ผู้ป่วยต้องมีอาการทั้งหมด 4 ข้อเลย
00:03:24 → 00:03:27ถึงจะสามารถวินิจฉัยว่า เป็นโรค Hoarding Disorder ได้
00:03:27 → 00:03:29ถ้าสมมุติว่าผู้ป่วยมีอาการแค่ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3
00:03:30 → 00:03:32โดยที่มันไม่ได้กระทบการใช้ชีวิตของผู้ป่วย
00:03:32 → 00:03:33ไม่ได้เดือดร้อนคนอื่น
00:03:33 → 00:03:34ไม่ได้กระทบสุขภาวะ
00:03:34 → 00:03:37เราก็จะไม่ได้วินิจฉัย ว่าเป็นโรค Hoarding Disorder ค่ะ
00:03:37 → 00:03:41[เสียงดนตรี]
00:03:41 → 00:03:43การรักษาก็อาจจะมีหลัก ๆ อยู่ประมาณ 2 ข้อ
00:03:43 → 00:03:47ในปัจจุบัน การใช้ยา ยังไม่ได้มีรายงานมากนักว่า
00:03:47 → 00:03:48ใช้ยาชนิดไหนแล้วดีที่สุด
00:03:48 → 00:03:50เนื่องจากว่าโรค Hoarding
00:03:50 → 00:03:53มันโดนจัดเป็นกลุ่มโรคเดียวกับ โรคย้ำคิดย้ำทำ
00:03:53 → 00:03:54ฉะนั้น ยาส่วนใหญ่ที่ใช้นี่
00:03:54 → 00:03:57ก็จะเป็นยาที่เอาไว้รักษา ในผู้ป่วยโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:03:57 → 00:04:01แล้วก็มีการรักษาอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า การทำจิตบำบัด
00:04:01 → 00:04:04ก็คือเป็นการทำจิตบำบัดเพื่อปรับความคิด แล้วก็ปรับพฤติกรรม
00:04:04 → 00:04:07ให้ผู้ป่วยสามารถที่จะยับยั้งชั่งใจ
00:04:07 → 00:04:10สามารถจำแนก หรือลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ได้
00:04:10 → 00:04:14เพียงแต่ว่า เนื่องจากว่าข้อมูลของผู้ป่วยนี่ มันมีไม่เยอะมากนัก
00:04:14 → 00:04:15มันทำให้ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า
00:04:15 → 00:04:18การรักษาวิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ
00:04:18 → 00:04:19การที่ชอบเก็บของนี่ค่ะ
00:04:20 → 00:04:23บางทีมันก็อาจจะบอกว่า เป็นโรค Hoarding ไม่ได้เสมอไป
00:04:23 → 00:04:25ฉะนั้น ถ้าสมมุติว่า คุณพ่อ คุณแม่ คุณตา คุณยายอยู่
00:04:25 → 00:04:27แล้วท่านชอบเก็บสะสมของ
00:04:27 → 00:04:29อาจจะค่อย ๆ มาเช็กก่อนว่า
00:04:29 → 00:04:31จริง ๆ แล้ว อาการมันเข้าได้กับ โรค Hoarding หรือเปล่า
00:04:31 → 00:04:34หรือว่าสาเหตุ หรือเหตุผลที่ท่านเก็บของเหล่านั้นไว้
00:04:34 → 00:04:35มันเป็นจากอะไร
00:04:35 → 00:04:37ถ้าสมมุติว่าจัดการไม่ได้ หรือคุยกันไม่รู้เรื่องจริง ๆ
00:04:37 → 00:04:39ก็อาจจะพามาพบแพทย์ก็ได้ค่ะ
00:04:39 → 00:04:46[เสียงดนตรี]